สมุดไทยเล่มที่ ๕๖

๏ เมื่อนั้น ฝ่ายพระหริรักษ์รังสรรค์
ไสยาสน์เหนืออาสน์พรายพรรณ จวนแสงสุริยันเรืองรอง
เสนาะเสียงเรไรจักจั่นแจ้ว ไก่แก้วขานขันสนั่นก้อง
ชาวประโคมก็ประโคมปี่กลอง คาดฆ้องแตรสังข์กังสดาล
อันหมู่กระบี่รี้พล ก็ตื่นตนทุกกองทวยหาญ
เสียงเพรียกเตือนกันทำการ อื้ออึงอลหม่านทั้งทัพชัย ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

ร่าย

๏ ก็ฟื้นองค์สระสรงทรงเครื่อง อร่ามเรืองดั่งดวงแขไข
พระกรกุมศรสิทธิ์ฤทธิไกร เสด็จไปออกหมู่โยธี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ พอได้ยินสำเนียงเสียงพล โห่ร้นอื้ออึงคะนึงมี่
ดั่งหนึ่งจะพลิกปัถพี จึ่งมีพระราชบัญชา
ดูกรพิเภกขุนมาร องค์โหราจารย์ยักษา
อันทัพที่ยกออกมา จะเป็นอสุราตนใด ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น พิเภกผู้มีอัชฌาสัย
รับสั่งพระตรีภูวไนย ก็ดูไปตามยามนาที
จึ่งน้อมเศียรเกล้าบังคมทูล นเรนทร์สูรปิ่นภพเรืองศรี
อันทัพที่ยกออกมานี้ คือองค์อสุรีอินทรชิต ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระสุริย์วงศ์องค์นารายณ์จักรกฤษณ์
ได้แจ้งแห่งข่าวปัจจามิตร พระทรงฤทธิ์จึ่งสั่งอนุชา
ตัวเจ้าจงยกพลากร ไปราญรอนอินทรชิตยักษา
ฆ่าเสียให้สิ้นชีวา ด้วยกำลังศักดาของน้องรัก
แต่อย่าประมาทเหมือนหนหลัง เร่งระวังพระองค์ให้จงหนัก
อันซึ่งลูกท้าวทศพักตร์ มันมักล่อลวงด้วยมารยา
ตรัสแล้วจึ่งมีประกาศิต สั่งลูกพระอาทิตย์ฤทธิ์กล้า
จงจัดทัพให้องค์อนุชา ออกไปเข่นฆ่าไพรี ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้น พญาสุครีพกระบี่ศรี
รับสั่งสมเด็จพระจักรี ถวายอัญชุลีแล้วออกไป ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ ประถม

ยานี

๏ กองหน้าห้าสมุทรทวยหาญ ตั้งให้สุรการเป็นนายใหญ่
ถัดมานิลขันฉกรรจ์ใจ คุมไพร่เจ็ดสมุทรวานร
ทัพหลวงนั้นพระอนุชา โยธาสิบสมุทรชาญสมร
ถัดมานิลนนท์ฤทธิรอน คุมนิกรเจ็ดสมุทรโยธี
กองหลังรั้งท้ายทวยหาญ ชมพูพานคุมพลกระบี่ศรี
เจ็ดสมุทรเลือกล้วนตัวดี ฝีมือแกล้วหาญชาญฉกรรจ์
สรรพด้วยเครื่องสาตราวุธ สำแดงฤทธิรุทรแผ่นดินลั่น
เตรียมทั้งรถแก้วแพร้วพรรณ คอยเสด็จทรงธรรม์ยาตรา ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น พระลักษมณ์สุริย์วงศ์นาถา
ครั้นได้ศุภฤกษ์เวลา เสด็จมาที่สรงสาคร ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

โทน

๏ ชำระสระสนานสำราญองค์ ทรงสุคนธ์ปนปรุงเกสร
สนับเพลาแก้วก้านเชิงงอน อุทุมพรภูษาพื้นแดง
ชายไหวชายแครงกระหนกมาศ ฉลององค์พื้นตาดเครือแย่ง
ตาบทิศล้วนเพชรลูกแตง ทับทรวงลายแทงสังวาลวัลย์
เฟื่องห้อยรายพลอยมุกดาหาร สะอิ้งแก้วสุรกานต์ทับทิมคั่น
พาหุรัดทองกรมังกรพัน ธำมรงค์เรือนสุบรรณกางกร
ทรงมหามงกุฎเพชรรัตน์ กรรเจียกทิพย์จำรัสประภัสสร
พระหัตถ์จับศิลป์ฤทธิรอน บทจรไปขึ้นพิชัยรถ ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ บาทสกุณี

โทน

๏ รถเอยรถทรง กำวงกงแววด้วยมรกต
ทรงงามสามงอนอ่อนชด ชั้นลดช่อลอยล้วนพลอยเพชร
สี่มุขแสงมาศสะอาดเอี่ยม บัลลังก์บดเหลี่ยมเป็นเรือนเก็จ
ครุฑอัดเครือแอบพนักเม็ด สีเตร็ดแสงตรัสโพยมพราย
เทียมสินธพสี่เทพบุตร ขุนรถขับรุดเฉิดฉาย
เครื่องสูงครบสิ่งกรรชิงราย ธงชายแถวฉัตรขนัดพล
แตรสังข์ตรวจเสียงสำเนียงก้อง ฆ้องกลองขานกลบกุลาหล
พวกแห่พลโห่อึงอล ขับร้นแข่งรีบกันไป ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ รุกร้น

๏ ครั้นถึงเห็นทัพกุมภัณฑ์ ตั้งมั่นอยู่เชิงเขาใหญ่
จึ่งให้หยุดพหลพลไกร ลงไว้หน้าทัพอสุรา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น อินทรชิตสุริย์วงศ์ยักษา
เห็นทัพพระลักษมณ์ยกมา อสุราชื่นชมยินดี
จึ่งมีพระราชบรรหาร สั่งโลทันมารสารถี
ให้ขับรถรัตนมณี ฝ่าพลอสุรีขึ้นไป ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ จึ่งร้องว่าเหวยพระลักษมณ์ ท่านฮึกฮักยกพยุห์ทัพใหญ่
จองถนนข้ามฝั่งสมุทรไท มาชิงชัยเพราะนางสีดา
ฝ่ายพระบิตุเรศของเรานี้ ก็มีใจจำนงเสน่หา
ในนางเดียวเคี่ยวฆ่ากันมา ต่างเสียโยธาบางเบา
คิดเห็นก็ไม่ต้องการ มาเป็นพาลไพรีกันเปล่าเปล่า
อันองค์สีดานงเยาว์ เราจักส่งคืนให้ไป
บัดนี้ก็เอาตัวมา พระอนุชายังเห็นหรือหาไม่
ท่านจงมารับนางอรไท ไปให้พระรามผู้สามี ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น พระลักษมณ์ทรงสวัสดิ์รัศมี
เห็นรูปนิมิตอสุรี ยินดีว่าองค์นางสีดา
จึ่งร้องว่าเหวยอินทรชิต ท่านคิดนี้ดีหนักหนา
ดับเข็ญให้เย็นทั้งลงกา ส่งนางกัลยากลางณรงค์
ควรเป็นโอรสยอดรัก ทศพักตร์พงศ์ท้าวครรไลหงส์
เร่งเชิญอัครราชโฉมยง ไปถวายแก่องค์พระจักรี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น อินทรชิตสิทธิศักดิ์ยักษี
ตบมือเย้ยหยันแล้วพาที ว่าไยฉะนี้พระอนุชา
มิใช่สงครามเราเพลี่ยงพลํ้า เหมือนหนึ่งถ้อยคำของท่านว่า
แต่ต้องศรกลิ้งอยู่ถึงสองครา กลับเจรจาได้ไม่อายใจ
มิหนำจะซ้ำให้ไปส่ง ถึงองค์พระรามก็เป็นได้
เมื่อท่านมิรับนางไป จะฆ่าเสียให้ม้วยชีวัน
ว่าแล้วจิกเกศสุขาจาร ขุนมารเงือดเงื้อพระแสงขรรค์
เร่งเร็วมารับเอาศพกัน กูจะฟันเศียรส่งให้บัดนี้ ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ เชิด

๏ บัดนั้น จึ่งสุขาจารยักษี
ร้องตรีดหวีดขึ้นทันที เหมือนเสียงเทวีนางสีดา
โอ้อนิจจานะเจ้าลักษมณ์ นี่หรือว่ารักพระเชษฐา
ไฉนพ่อมากล่าววาจา แกล้งให้อสุราขัดใจ
จนเขาจะฆ่าพี่แล้ว แก้วตายังนิ่งดูได้
เสียแรงที่ครองชีวิตไว้ ท่าพระภูวไนยผู้สามี
หวังจะสนองรองบาท มาวินาศด้วยมือยักษี
เจ้าจงไปทูลพระจักรี ว่าพี่ถวายบังคมลา
ซึ่งพระองค์อุตส่าห์พยายาม ตามมาสงครามด้วยยักษา
เพราะตัวข้าบาทบริจา ผ่านฟ้าได้ยากลำบากใจ
พระคุณลํ้าฟ้าธาตรี ไม่มีสิ่งใดเปรียบได้
ขอเชิญเสด็จภูวไนย เลิกทัพกลับไปอยุธยา
ครอบครองสมบัติพัสถาน แสนสนมบริวารดีกว่า
สั่งพลางทางโศกโศกา อสุรารํ่ารักชีวัน ฯ

ฯ ๑๔ คำ ฯ โอด เจรจา

๏ เมื่อนั้น พระลักษมณ์สุริย์วงศ์รังสรรค์
ไม่ทันรู้กลกุมภัณฑ์ ทรงธรรม์ตระหนกตกใจ
ดั่งหนึ่งพญามัจจุราช มาฟอนฟาดตัดเศียรไปได้
หน้าซีดผาดเผือดตะลึงไป ไม่เป็นสติสมประดี
แต่ชักศรสาตร์ออกพาดสาย มาดหมายจะล้างยักษี
จนใจด้วยองค์นางเทวี อยู่ที่เงื้อมมืออสุรา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น สุครีพองคตใจกล้า
ทั้งสิบแปดมงกุฎเสนา ต่างตนโกรธาวุ่นไป
คิดจะใคร่หักโหมโจมตี ชิงพระมเหสีไว้ให้ได้
มิรู้ที่จะทำประการใด มี่อึงคะนึงไปทั้งไพร่นาย
แต่หนุมานชาญฉกรรจ์ มือคันเท้าเขย่งเพ่งหมาย
ตาแดงดั่งแสงไฟพราย ขยับกายสยองพองโลมา
แกว่งตรีเงื้อง่าอ้าเขี้ยว เคี้ยวกรามคำรามยักษา
ให้กลัดกลุ้มคลุ้มคลั่งในวิญญาณ์ จะถาโถมโจมตีก็จนใจ
อินทรชิตจับนางกลางพล จะผจญโจมจ้วงทะลวงไล่
ไม่ทันทีก็จะมีโทษภัย เหมือนแกล้งทำให้วายปราณ ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น อินทรชิตฤทธิไกรใจหาญ
เท้าหนึ่งเหยียบเข่าสุขาจาร ด้วยใจขุนมารชาญฉกรรจ์
กรซ้ายจิกเศียรอสุรา กรขวากวัดแกว่งพระแสงขรรค์
ฟาดลงด้วยกำลังกุมภัณฑ์ เศียรนั้นก็ขาดจากกายา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ ชูไว้แล้วร้องเยาะเย้ย เหวยเหวยพระลักษมณ์กนิษฐา
จงรับเอาเศียรนางสีดา ไปให้พี่ยาบัดนี้
จะได้เชยชิดพิสมัย ให้หนำใจที่ร้างนางโฉมศรี
ว่าแล้วโยนเศียรอสุรี ไปที่หน้ารถสุรกานต์ ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เจรจา

๏ ครั้นเสร็จสำรวลสรวลสันต์ กุมภัณฑ์ตบหัตถ์ฉัดฉาน
เหวยเหวยมนุษย์ใจพาล อวดหาญว่ามีศักดา
ยกพวกโยธาวานร มาต่อกรด้วยวงศ์ยักษา
จงอยู่เถิดที่เกาะลงกา กูจะไปทวาราวดี
ฆ่าโคตรวงศ์พงศ์มนุษย์ ให้สิ้นสุดด้วยมือยักษี
ว่าแล้วให้เลิกโยธี ข้ามมหาวารีไปด้วยฤทธิ์ ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น น้องพระหริรักษ์จักรกฤษณ์
ไม่รู้ถึงกลอินทรชิต คิดว่าพี่นางบรรลัย
ชลเนตรไหลนองคลองพักตร์ ปิ้มจักทรงกายไว้ไม่ได้
แสนทุกข์แสนโศกสลดใจ ไม่เป็นสติสมประดี
จึ่งให้เลิกพหลพลยุทธ์ ทั้งสิบแปดมงกุฎกระบี่ศรี
บ่ายหน้ารถรัตนมณี กลับมายังที่พลับพลา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงประทับกับเกยมาศ เสด็จลงจากราชรัถา
เร่งรีบยุรยาตรคลาดคลา เข้ามาเฝ้าองค์พระสี่กร ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ กราบลงแล้วกอดบาทบงสุ์ พระเชษฐาสุริย์วงศ์ทรงศร
มิได้ทูลความพระภูธร ทอดถอนฤทัยไปมา
สิ้นสติสิ้นทั้งกำลังกาย สิ้นลมระบายนาสา
แน่นิ่งไม่ติงกายา ดั่งว่าจะม้วยชีวี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ โอด

๏ เมื่อนั้น พระหริวงศ์ทรงสวัสดิ์รัศมี
เห็นพระอนุชามาโศกี ภูมีตระหนกตกใจ
สวมสอดกอดไว้แล้วบัญชา แก้วตาของพี่เป็นไฉน
กลับมาไม่บอกประการใด เจ้ากันแสงนิ่งไปนะน้องรัก
ยิงคิดก็ยิ่งอัศจรรย์ พระทัยหวาดหวั่นดั่งต้องจักร
ชลนัยน์ไหลลงโซมพักตร์ โศกีรํ่ารักพระอนุชา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ โอด

๏ นิ่งไปเป็นครู่แล้วคิดได้ ขืนใจกลั้นโทมนัสสา
จึ่งเอาพระแสงศรมา สรงสุคนธาวารี
แล้วเอาชโลมลูบพักตร์ ทั่วองค์พระลักษมณ์เรืองศรี
ให้ชื่นซาบสารพางค์อินทรีย์ ภูมีตรัสเรียกพระอนุชา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น จึ่งองค์พระลักษมณ์กนิษฐา
ได้ต้องสุคนธ์ธารา เย็นซาบกายาดวงใจ
ทั้งแว่วเสียงสมเด็จพระหริวงศ์ ก็ฟื้นพระองค์ขึ้นมาได้
ยอกรกราบบาทภูวไนย ฤทัยเร่าร้อนพันทวี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระจักรรัตน์แก้วเรืองศรี
จึ่งมีมธุรสวาที เจ้าพี่ผู้ร่วมชีวา
วันนี้ออกไปรณรงค์ ด้วยองค์อินทรชิตยักษา
เหตุใดมาทรงโศกา ดั่งว่าจะม้วยชีวัน ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระลักษมณ์สุริย์วงศ์รังสรรค์
สะอื้นพลางทางทูลพระทรงธรรม์ วันนี้อินทรชิตขุนมาร
ยกพวกจัตุรงค์โยธี แสนสุรเสนีทวยหาญ
พาพระพี่นางนงคราญ ใส่รถสุรกานต์ออกมา
เจรจาเป็นทางไมตรีธรรม์ ระงับการโรมรันเข่นฆ่า
ว่าจะส่งองค์กัลยา ให้มาถวายพระสี่กร
แล้วมันกลับว่าท้าทาย หยาบคายต่อบาทพระทรงศร
ฆ่าองค์อัครราชบังอร ท่ามกลางนิกรโยธี
ครั้นน้องจะเข้าหักหาญ รอนราญชิงพระมเหสี
ก็อย่ในเงื้อมมืออสุรี สุดที่จะทำประการใด
บัดนี้มันยกพลากร ข้ามฝั่งสาครสมุทรใหญ่
ว่าจะไปทำการชิงชัย ให้ถึงกรุงศรีอยุธยา
เคี่ยวฆ่าพระญาติพระวงศ์ ให้สิ้นลงด้วยมือยักษา
ทูลพลางทางทรงโศกา ดั่งว่าจะสิ้นชีวี ฯ

ฯ ๑๔ คำ ฯ โอด

๏ เมื่อนั้น พระสุริย์วงศ์องค์นารายณ์เรืองศรี
ได้ฟังดั่งสายอสุนี ฟาดลงตรงที่ดวงใจ
ซบพักตร์กันแสงโศกา ชลนาแถวถั่งหลั่งไหล
คิดวิโยคโศกแสนอาลัย ภูวไนยครวญครํ่ารำพัน ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

โอ้

๏ โอ้เจ้าเพื่อนยากของพี่เอ๋ย ไฉนเลยครั้งนี้มาอาสัญ
ด้วยมืออสุราอาธรรม์ นับวันไม่เห็นแก้วตา
ตั้งแต่ทศพักตร์ลักหนี พี่กับเจ้าลักษมณ์กนิษฐา
มิได้อาลัยแก่ชีวา ตามมาหวังว่าจะรอนราญ
ให้สิ้นโคตรวงศ์พงศ์พันธุ์ ของทศกัณฐ์ใจหาญ
จะอัญเชิญอัคเรศเยาวมาลย์ กลับไปสถานอยุธยา
เมื่อเจ้ามาสิ้นชีวิต จะคิดศึกไปไยด้วยยักษา
ถึงมีชัยก็ไม่ได้เจ้ามา จะมีแต่โศกาอาลัย
เหมือนกันกับแพ้ไพริน ไตรโลกจะหมิ่นประมาทได้
เสียเมียดั่งเสียดวงใจ ถึงอยู่ไปก็ไม่ต้องการ
เสียทีที่ได้ไวกูณฐ์ ในประยูรอิศรามหาศาล
อกเอ๋ยเป็นน่าอัประมาณ ผ่านฟ้ารํ่าพลางทางโศกา ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ โอด

๏ แล้วถามพิเภกขุนยักษ์ ซึ่งองค์พระลักษมณ์กนิษฐา
บอกว่าสีดามรณา จริงหรือพญาอสุรี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น น้องท้าวทศพักตร์ยักษี
ได้ฟังบรรหารพระจักรี ชุลีกรแล้วจับยามไป
นับแต่อาทิตย์มาหาจันทร์ แบ่งปันมิให้คลาดเคลื่อนได้
รู้แท้ว่านางไม่บรรลัย ดีใจก็ทูลด้วยปรีชา
ในยามนั้นร้ายว่าตายจริง แต่ไม่ใช่หญิงมียศถา
เป็นชายนักโทษแปลงมา องค์นางสีดานั้นอยู่ดี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระกฤษณุรักษ์เรืองศรี
ได้ฟังพิเภกอสุรี ภูมีค่อยคลายอาวรณ์
จึ่งมีพระราชบัญชา สั่งพญาสุครีพชาญสมร
หนุมานองคตฤทธิรอน ทั้งสามวานรจงรีบไป
ยังที่สมรภูมิรบ ดูสำคัญศพเป็นไฉน
บุรุษสตรีประการใด พิเคราะห์ให้แจ้งประจักษ์ตา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น สามกระบี่ฤทธิไกรใจกล้า
ก้มเกล้ารับราชบัญชา บังคมลาแล้วรีบจรลี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงที่ศพสุขาจาร สามทหารผู้ชาญชัยศรี
ต่างพินิจพิศทั่วทั้งอินทรีย์ ก็รู้ว่ารูปนี้เป็นชาย
แกล้งนิมิตมามั่นคง ผิดองค์สีดาโฉมฉาย
ต่างตนแย้มยิ้มพริ้มพราย สามนายก็พากันกลับมา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงจึ่งถวายบังคมบาท ทูลพระภูวนาถนาถา
รูปนี้คือชายมารยา แกล้งแปลงเพศมาเป็นสตรี
จริงเหมือนหนึ่งคำพิเภกทาย ซึ่งตายใช่องค์มเหสี
อันตัวข้าบาททั้งนี้ พิเคราะห์ถ้วนถี่ทุกประการ ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระจักรีผู้ปรีชาหาญ
ทั้งองค์พระลักษมณ์ชัยชาญ ฟังสามทหารผู้ศักดา
ก็สร่างสิ้นโศกาอาวรณ์ ทุกข์ร้อนเศร้าโทมนัสสา
ยินดีดั่งได้วิมานฟ้า ฉ้อชั้นยามาดุษฎี
จึ่งปรึกษาราชกิจการณรงค์ ที่จะล้างโคตรวงศ์ยักษี
เสร็จแล้วย่างเยื้องจรลี เข้าที่พลับพลาอลงกรณ์ ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ เสมอ

๏ เมื่อนั้น ฝ่ายองค์อินทรชิตชาญสมร
ครั้นถึงฝั่งสมุทรสาคร แทบเนินสิงขรจักรวาล
ให้หยุดพิชัยรถทรง พร้อมพวกจัตุรงค์ทวยหาญ
เสร็จแล้วจึ่งบัญชาการ สั่งเสนามารผู้ปรีชา
ให้ตั้งโรงพิธีอำไพ กลางดงไม้ไผ่ใบหนา
สามสิบเก้าห้องโอฬาร์ ทั้งเครื่องบูชาบัตรพลี
กองกูณฑ์ร้อยแปดโดยศาสตร์ อย่าให้ขาดแสงเพลิงเถกิงสี
หม้อใหม่ใส่สุคนธวารี ตั้งไว้ตามที่ทุกกองไฟ
ดอกไม้เจ็ดสีสิ่งละพัน ทุกวันอย่าให้ขาดได้
อันพลสามสิบสมุทรไท แบ่งไปให้เดินตรวจตรา
ชั้นนอกนั้นเวียนเป็นกงจักร ชั้นกลางนั่งพิทักษ์รักษา
ชั้นในชักประคำภาวนา ทำตามตำราทั้งเจ็ดวัน ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น กาลจักรฤทธิแรงแข็งขัน
รับสั่งถวายบังคมคัล กุมภัณฑ์ก็รีบออกมา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ จึ่งกะเกณฑ์กันปันห้อง ทุกกองตามซ้ายฝ่ายขวา
สูงใหญ่กว้างยาวโดยบัญชา ขององค์พญาอสุรี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น นายกองทหารยักษี
ขับหมู่ไพร่พลโยธี ให้ปราบที่ตัดไม้วุ่นไป ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เจรจา

๏ บ้างฟันบ้างลากอุตลุด บ้างฉุดอื้ออึงทั้งป่าใหญ่
บั่นรอนออกเป็นตัวไม้ ได้พร้อมกันแล้วก็ขนมา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

ยานี

๏ จึ่งตั้งเป็นโรงพิธีการ สูงตระหง่านเงื้อมงํ้าเวหา
สามสิบเก้าห้องโอฬาร์ หน้าบันช่อฟ้าปราลี
หลังคานั้นดาดด้วยผ้าแดง เชิงเขียวเครือแย่งสลับสี
เพดานขาวสะอาดรูจี ห้อยพวงมาลีขจายจร
ท่ามกลางนั้นตั้งบัลลังก์อาสน์ โอภาสจำรัสประภัสสร
ราชวัติฉัตรธงอลงกรณ์ กล้วยอ้อยอรชรจำเริญตา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

ร่าย

๏ พร้อมเสร็จทั่วทุกพนักงาน แบ่งหมู่ทหารยักษา
ให้เดินกระเวนตรวจตรา ตามในบัญชาอสุรี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น อินทรชิตสุริย์วงศ์ยักษี
ครั้นเสร็จโรงราชพิธี จรลีมาสรงชลธาร ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

ยานี

๏ ชำระสระสนานสำราญองค์ ทรงสุคนธารสหอมหวาน
กัมพลภูษาโอฬาร สไบแดงชัชวาลสะอาดตา
เจิมจุณมุ่นชฎาห่อเกศ เอาเพศเป็นเพศชีป่า
สอดสายธุหรํ่ารจนา มือขวาถือประคำมณี
แล้วโพกผ้ารัดโกปินำ งามลํ้าดั่งเทพฤๅษี
ครั้นเสร็จก็เสด็จจรลี เข้าโรงพิธีอลงกรณ์ ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ เสมอ

๏ ลดองค์ลงเหนือบัลลังก์อาสน์ อันโอภาสจำรัสประภัสสร
จึ่งสั่งกาลจักรฤทธิรอน กับหมู่นิกรกุมภัณฑ์
จงเร่งโหมอาหุดีเพลิง ให้เถกิงเริงแรงแสงฉัน
ให้ครบเจ็ดคืนเจ็ดวัน กำชับตรวจกันให้จงดี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

ชมตลาด

๏ สั่งแล้วยอกรขึ้นเหนือเกศ บูชาพระเวทเรืองศรี
ด้วยธูปเทียนบุปผามาลี อสุรีจับศรศักดา
วิษณุปาณัมนาคบาศ พรหมาสตร์พาดตักยักษา
หลับเนตรสำรวมวิญญาณ์ อสุราก็ร่ายพระเวทไป ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ ตระ

๏ บัดนั้น ฝ่ายพวกโยธาน้อยใหญ่
บรรดาที่อยู่ชั้นใน ก็โหมกองไฟขึ้นพร้อมกัน
นั่งชักประคำอ่านเวท หลับเนตรผูกจิตสมาธิ์มั่น
อันพลอยู่ชั้นกลางนั้น ก็ปันเป็นหน้าที่ตรวจตรา
ชั้นนอกนั้นเดินเป็นจักรผัด ผลัดเปลี่ยนเวียนซ้ายบรรจบขวา
เกริ่นกรายทายทักกันไปมา รอบโรงกาลาพิธี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น พระตรีภูวไนยเรืองศรี
ไสยาสน์เหนืออาสน์รูจี ในที่สิริสถาวร
ครั้นปัจจุบันสมัยไก่ขัน สุริยันเยี่ยมยอดสิงขร
เปิดแสงแข่งสีศศิธร พระพายพัดอ่อนรำเพยพาน
อันดวงบุปผชาติทั้งหลาย ขจายกลีบส่งกลิ่นหอมหวาน
ภุมรีเชยรสสุมามาลย์ พระอวตารตื่นจากนิทรา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

ร่าย

๏ จึ่งชำระสระสรงทรงเครื่อง อร่ามเรืองดั่งเทพเลขา
ทรงพระแสงพรหมาสตร์อันศักดา เสด็จออกพลับพลาอลงกรณ์ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ พร้อมทหารทั้งสองนคเรศ น้อมเกศบังคมอยู่สลอน
ดั่งดาวล้อมจันทร์ในอัมพร ภูธรจึ่งมีบัญชา
ดูกรพิเภกอสุรี วานนี้อินทรชิตยักษา
จะยกไปศรีอยุธยา ยังจริงหรือว่าประการใด ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น พิเภกผู้มีอัชฌาสัย
รับสั่งพระตรีภูวไนย ก็ดูไปตามยามนาที
ขับไล่ในกาลชะตา ก็แจ้งด้วยปรีชายักษี
เสร็จแล้วยอกรอัญชุลี อสุรีสนองพระโองการ
อันอินทรชิตฤทธิรอน ยกพลนิกรทวยหาญ
ให้นักโทษผู้ชื่อสุขาจาร แปลงเป็นเยาวมาลย์นางสีดา
ออกมาสังหารผลาญชีวิต ด้วยความคิดเล่ห์กลยักษา
ให้ฉงนสนเท่ห์ในมารยา แล้วว่าจะยกพลไป
ติดกรุงอยุธยาราชฐาน อวดหาญเจรจาหาจริงไม่
ซึ่งมันข้ามฝั่งชลาลัย ตั้งใจไปทำพิธี
อันชื่อกุมภนิยามหาเวท ของบรมพรหเมศเรืองศรี
ยังเนินจักรวาลคีรี ที่ดงไม้ไผ่โอฬาร
แม้นครบเจ็ดวันตามตำรา ฆ่ามันไม่ม้วยสังขาร
ทั้งพวกพหลพลมาร ก็ทนทานทรหดเหมือนกัน ฯ

ฯ ๑๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระสุริย์วงศ์องค์นารายณ์รังสรรค์
ได้ฟังพิเภกกุมภัณฑ์ ทรงธรรม์จึ่งมีบัญชา
ครั้งนี้จะเห็นผู้ใด อาจใจหาญหักยักษา
ล้างพิธีกุมภนิยา ยังมหาจักรวาลคีรี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น พิเภกสุริย์วงศ์ยักษี
ได้ฟังพระราชวาที ชุลีกรแล้วทูลสนองไป
อันทหารที่ในพลับพลา เห็นจะต่อฤทธามันไม่ได้
ขอให้พระลักษมณ์ภูวไนย ยกพวกพลไกรไปราวี
ในชันษานั้นถึงฆาต สิ้นขาดอายุยักษี
ตัวมันจะตายในวันนี้ ด้วยน้องพระจักรีฤทธิรอน ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระนารายณ์สุริย์วงศ์ทรงศร
ได้ฟังอสุราพยากรณ์ ภูธรเห็นด้วยทุกประการ
จึ่งมีสุนทรวาที เจ้าพี่ผู้ร่วมสังขาร
จงยกพลไปเนินจักรวาล สังหารพิธีอินทรชิต
ให้มันเสียกิจวิทยา ด้วยกำลังศักดาศรสิทธิ์
จะได้ลือนามขามฤทธิ์ อยู่ชั่วพระอาทิตย์พระจันทร์ ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระลักษมณ์สุริย์วงศ์รังสรรค์
ได้ฟังพระองค์ทรงสุบรรณ บังคมคัลรับราชบัญชา
อันซึ่งพิธีของขุนยักษ์ น้องรักจะขออาสา
ล้างเสียให้ได้ดั่งจินดา มิให้เคืองบาทาพระทรงฤทธิ์ ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระภุชพงศ์องค์นารายณ์จักรกฤษณ์
ฟังพระอนุชาคู่ชีวิต สมพระทัยคิดก็ยินดี
สวมสอดกอดไว้แล้วสั่งสอน ดูกรเจ้าเพื่อนยากพี่
ซึ่งจะไปล้างพิธี ครั้งนี้อย่าประมาทวิญญาณ์
พ่อจงเขม้นมุ่งหมาย คอยทำลายอาวุธยักษา
จงเอาพิเภกโหรา นั้นไปเป็นตาเป็นใจ
ตรัสพลางจึ่งจับพระแสงศร สามเล่มฤทธิรอนส่งให้
อันซึ่งศัตรูหมู่ภัย จงแพ้ฤทธิไกรของน้องรัก ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระลักษมณ์ฤทธิรงค์ทรงจักร
ยอกรประนมเพียงพักตร์ รับพรศรศักดิ์พระจักรี
มีความชื่นชมโสมนัส ดั่งได้สมบัติโกสีย์
สมคิดจะล้างอสุรี ที่มันองอาจอหังการ์ ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระจักรรัตน์แก้วนาถา
จึ่งมีพระราชบัญชา สั่งพญาสุครีพฤทธิรอน
จงจัดพหลพลไกร ให้ว่องไวดั่งพญาไกรสร
ทหารทั้งสองพระนคร เลือกล้วนวานรตัวดี
ไปด้วยพระอนุชาทรงฤทธิ์ ล้างพิธีกรรม์ยักษี
ยังเนินจักรวาลคีรี ให้ได้สี่สิบสมุทรไท ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น พญาสุครีพทหารใหญ่
รับสั่งพระตรีภูวไนย บังคมไหว้แล้วรีบออกมา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ ประถม

ยานี

๏ จัดเอาคำแหงหนุมาน คุมทหารขี่เสือเป็นทัพหน้า
กองขันองคตผู้ศักดา โยธาขี่แรดราวี
เกียกกายวานรนิลนนท์ หมู่พลพื้นขี่คชสีห์
ทัพหลวงโยธาล้วนตัวดี ขี่มหิงส์สิงโตสุกร
ยุกกระบัตรกระบี่ชมพูพาน พลทหารนั้นขี่ไกรสร
กองหนุนนิลเอกฤทธิรอน พวกวานรนั้นขี่ชุมพา
ชามพูวราชเป็นกองหลัง โยธีขี่ละมั่งเลียงผา
กรกุมเครื่องสรรพสาตรา เริงร่าลำพองคะนองฤทธิ์
เตรียมทั้งพิชัยรถทรง ขององค์ท่านท้าวโกสิต
ประทับกับเกยแก้วชวลิต คอยน้องพระจักรกฤษณ์จรลี ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น พระลักษมณ์ทรงสวัสดิ์รัศมี
ครั้นเสร็จซึ่งจัดโยธี ยินดีดั่งได้ฟากฟ้า
ยอกรประณตบทบงสุ์ ลาองค์พระบรมเชษฐา
เสด็จยุรยาตรคลาดคลา มาเข้าที่สรงวาริน ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เสมอ

โทน

๏ สุหร่ายแก้วโปรยปรายเป็นสายฝน ทรงสุคนธ์หอมฟุ้งจรุงกลิ่น
สนับเพลาเชิงรูปนาคินทร์ ภูษาทรงข้าวบิณฑ์กระหนกพัน
ชายไหวแล้วด้วยชมพูนุท ชายแครงประดับบุษย์ทับทิมคั่น
ฉลององค์พื้นตาดเครือวัลย์ สะอิ้งแก้วกุดั่นจำหลักลาย
ตาบทิศทับทรวงดวงผลึก สอดสังวาลศึกสามสาย
เฟื่องห้อยพลอยทิพย์ทับทิมพราย แก้วลายสลับทองกร
พาหุรัดเป็นรูปภุชงค์ ธำมรงค์เพชรรัตน์ประภัสสร
มงกุฎแก้วสุรกานต์กรรเจียกจร ดอกไม้ทัดอรชรด้วยโกมิน
ขัดพระแสงขรรค์แก้วอันศักดา กรขวานั้นจับธนูศิลป์
งามทรงดั่งองค์อมรินทร์ ลินลามาขึ้นพิชัยรถ ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ บาทสกุณี

๏ รถเอยรถทรง เพลาแก้วดุมกงอลงกต
แอกงอนอ่อนงามช้อยชด ชั้นลดเลื่อมแก้วบัลลังก์กาญจน์
สี่มุขงามแม้นวิมานมาศ สิงหาสน์ช่อห้อยมุกดาหาร
เทียมม้าผันผยองเผ่นทะยาน สารถีขับผ่านดั่งลมพัด
เครื่องสูงบังแทรกชุมสาย ธงริ้วทิวรายปลายสะบัด
กลองชนะก้องสนั่นพงพนัส ขนัดฆ้องแตรขานประสานกัน
หมู่ทหารล้วนห้าวคะนองหาญ โห่สะท้านเสียงสะเทือนสุธาลั่น
ผงคลีฟุ้งกลุ้มชอุ่มควัน เร่งขับพลขันธ์รีบไป ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ กราวนอก

๏ ครั้นถึงขอบเขาจักรวาล ยอดตระหง่านเงื้อมงํ้าสูงใหญ่
เห็นโรงพิธีอำไพ อยู่กลางดงไผ่โอฬาร์
มีหมู่อสุรกุมภัณฑ์ สามชั้นล้อมวงรักษา
ชั้นในไว้หมู่อสุรา ประจำกองกาลาอาหุดี
อินทรชิตนั้นนั่งหลับเนตร อ่านเวทแต่งกายเป็นฤๅษี
อยู่กลางโรงราชพิธี เหนืออาสน์มณีอลงกรณ์
มีความชื่นชมโสมนัส พระหัตถ์จับพรหมาสตร์แสงศร
พาดสายหมายมุ่งราญรอน น้องพระสี่กรก็แผลงไป ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ เชิดฉิ่ง

๏ สำเนียงดั่งเสียงลมกาล ขุนเขาจักรวาลก็หวั่นไหว
ต้องหมู่พหลพลไกร ยับไปทั้งโรงพิธี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น หนุมานองคตกระบี่ศรี
ทั้งสิบแปดมงกุฎเสนี กับพวกโยธีวานร
ต่างตนสำแดงฤทธิรงค์ อาจองดั่งพญาไกรสร
เข้าไล่สังหารราญรอน เหล่าพลนิกรกุมภัณฑ์ ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ หัวขาดตีนขาดตัวขาด เกลื่อนกลาดสิ้นชีพอาสัญ
วิ่งแยกแตกยับทับกัน พัลวันไม่เป็นสมประดี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ