สมุดไทยเล่มที่ ๖๘

๏ บัดนั้น วายุบุตรฤทธิแรงแข็งขัน
รับสั่งพระองค์ทรงสุบรรณ ถวายบังคมคัลแล้วเหาะไป ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ รีบมาดั่งพญาครุฑราช ตาหมายอังกาศเขาใหญ่
ดั้นหมอกออกเมฆด้วยว่องไว ลงใกล้ปากถํ้าคีรี
ถึงที่พ่างพื้นก็ยืนอยู่ ดูรอยบาทายักษี
เห็นหมู่วานรพนาลี พูดกันอึงมี่เดินมา
ตามแถวแนวเนินสิงขร หิ้วคอนหาบผลพฤกษา
ขุนกระบี่จึ่งมีวาจา ว่าเหวยดูก่อนลิงไพร
เอ็งชวนกันเก็บผลาผล แบกขนมานี้จะไปไหน
หรือว่าจะให้แก่ผู้ใด อันอยู่ในถํ้าคีรี ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ฝ่ายฝูงวานรพนาศรี
ได้ฟังจึ่งตอบวาที ข้านี้เก็บผลไม้มา
ส่งนางวานรินทรามวัย ที่ในอังกาศคูหา
เช้าเย็นไม่เว้นเวลา เป็นนิรันดร์มาช้านาน ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น วายุบุตรฤทธิไกรใจหาญ
ได้ฟังลิงป่าแจ้งการ ออกนามเยาวมาลย์ก็ยินดี
ดั่งได้วิมานในสวรรค์ ฉ้อชั้นยามาราศี
ก็รีบเร่งจากคีรี ตามหมู่กระบี่เข้าไป ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เสมอ

๏ ถึงปากถํ้าแก้วแพรวพราย ลูกพระพายผู้มีอัชฌาสัย
จึ่งตรึกด้วยปรีชาไว ครั้นจะไปด้วยเพศวานร
เจรจาปราศรัยกับนาง จะรังเกียจในทางสโมสร
จะเนิ่นนานเสียการพระสี่กร ซึ่งตามมาราญรอนอสุรี
จำจะนิมิตเป็นมนุษย์ ให้บริสุทธิ์หนุ่มน้อยเฉลิมศรี
เข้าไปไต่ถามนางเทวี น่าที่บังอรจะอ่อนใจ
อันธรรมดาสตรีกับบุรุษ สุดอยู่แต่ความพิสมัย
มาตรแม้นจะประสงค์สิ่งใด ก็จะได้สำเร็จดั่งจินดา
คิดแล้วยอกรขึ้นเหนือเกล้า ไหว้พระเป็นเจ้านาถา
ทั้งคุณสมเด็จพระจักรา ก็ร่ายเวทวิทยาแปลงกาย ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ ตระ

ชมตลาด

๏ เป็นมานพน้อยทรงลักษณ์ ผิวพักตร์พริ้มเพริศเฉิดฉาย
ส่งศรีประเสริฐเลิศชาย กรายกรเข้าถํ้าคีรี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ ฉุยฉาย

๏ ครั้นถึงเหลือบแลแปรเนตร เห็นองค์อัคเรศโฉมศรี
นั่งอยู่บนแท่นมณี ขุนกระบี่เพ่งพิศไม่วางตา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

ชมโฉม

๏ พิศพักตร์ผ่องเพียงศศิธร พิศขนงก่งงอนดั่งเลขา
พิศเนตรดั่งเนตรมฤคา พิศนาสาแฉล้มอำไพ
พิศโอษฐ์โอษฐ์เอี่ยมดั่งจะแย้ม พิศแก้มเป็นที่พิสมัย
พิศกรรณดั่งกลีบสุมาลัย พิศทนต์แววไวดั่งแสงนิล
พิศถันดั่งดวงปทุมาศ พิศทรงวิลาสวิไลสิ้น
พิศกรดั่งงวงหัสดิน พิศโฉมดั่งกินรีฟ้า
ยิ่งพิศยิ่งเพลินจำเริญจิต ให้ครุ่นคิดในความเสน่หา
แสนสวาทด่าวดิ้นในวิญญาณ์ จึ่งมีวาจาถามไป ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

ชาตรี

๏ เจ้าเอยเจ้าพี่ มารศรีผู้ยอดพิสมัย
ทรงโฉมประโลมลานใจ นามกรชื่อใดนางเทวี
ถิ่นฐานบ้านเมืองสุริย์วงศ์ พงศาอยู่ไหนนะโฉมศรี
เหตุใดมาอยู่เดียวนี้ ที่ในคีรีอนาถนัก
หรือเสียสมบัติพัสถาน บริวารไพร่ฟ้าอาณาจักร
พี่ได้เห็นองค์นงลักษณ์ ให้เพิ่มพูนความรักจำเริญตา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

ร่าย

๏ เมื่อนั้น นวลนางวานรินเสน่หา
ได้ฟังก็เหลือบแลมา เห็นมนุษย์โสภาวิลาวัณย์
กล้องแกล้งแน่งน้อยจำเริญเนตร ดั่งเทเวศลงมาแต่สวรรค์
ยิ่งพิศยิ่งคิดอัศจรรย์ กัลยาฉงนสนเท่ห์ใจ
ใครหนออาจองทะนงนัก จะเป็นเทวารักษ์หรือไฉน
หรือจะเป็นอินทราสุราลัย เทพไทในชั้นดุษฎี
หรือจะเป็นพระสยมภูวนาถ พระนารายณ์ธิราชเรืองศรี
หรือจะเป็นเจ้าป่าพนาลี แกล้งแปลงอินทรีย์เข้ามา
เลียมล่อพูดจาปราศรัย ลองกูดูใจกระมังหนา
ให้สะเทิ้นเขินในวิญญาณ์ ดั่งว่าจะแทรกปถพี
ทั้งอายทั้งกลัวเป็นพ้นนัก นงลักษณ์ผินผันหน้าหนี
นิ่งเสียมิได้พาที เทวีเดินชายกรายกร ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ โฉมเอยโฉมเฉลา พริ้มเพราเพียงเทพอัปสร
เทวาดลใจให้พี่จร มาพบสายสมรในถํ้าทอง
ดั่งหนึ่งได้ดวงมณีรัตน์ ขององค์จักรพรรดิไม่มีสอง
หวังจิตว่าจะฝากชีวิตน้อง ร่วมห้องกว่าจะสิ้นชีวี
ควรหรือนิ่งได้ไม่เมตตา อนิจจาเคียดแค้นสิ่งใดพี่
ช่างผินพักตร์เสียได้ไม่ดูดี เดินหนีไปไยนะน้องรัก
จงเห็นยากที่พี่พยายาม บุกป่าฝ่าหนามเพียงอกหัก
ปรานีบ้างเถิดนะนงลักษณ์ เจ้าจงเบือนพักตร์มาเจรจา
แต่พอให้ชื่นชูจิต เหมือนช่วยชีวิตสังขาร์
แม้นเจ้ามิได้กรุณา น่าที่จะม้วยชีวัน ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นางวานรินสาวสวรรค์
ได้ฟังวาจารำพัน กัลยานิ่งนึกตรึกไป
แต่กูต้องสาปพระอิศรา มาอยู่ในที่คูหาใหญ่
ช้านานแต่คิดประมาณไว้ ก็ได้ถึงสามหมื่นปี
แสนยากแสนลำบากไม่มีสุข แสนทุกข์เร่าร้อนดั่งเพลิงจี่
แต่ตัวกูผู้เดียวนี้ ไม่มีใครที่จะไปมา
เห็นแต่ยักษีมันหนีศร พระสี่กรธิราชนาถา
ก็สมด้วยโองการพระอิศรา ที่ว่าจะพ้นโทษทัณฑ์
เหตุใดไม่เป็นวานร มาราญรอนอสูรโมหันธ์
คิดดูก็น่าอัศจรรย์ ครั้นมิพาทีไม่แจ้งความ
จึ่งว่าตัวเจ้ามาแต่ไหน ทำอุกอาจใจไม่เกรงขาม
ล่วงถามถึงวงศ์พงศ์นาม ลวนลามล่วงเลี้ยวไม่เกรงใจ
เชิญเจ้าออกไปจากคูหา ข้าจะเจรจาด้วยไม่ได้
จะเป็นที่ติฉินไยไพ รู้ไปถึงไหนก็ไม่ดี ฯ

ฯ ๑๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น หนุมานผู้ชาญชัยศรี
ได้ฟังจึ่งกล่าววาที อนิจจาเทวีไม่เมตตา
มีความสงสัยจึ่งไต่ถาม ใช่จะลวนลามไม่เกรงหน้า
หวังจะใคร่แจ้งกิจจา ควรหรือยังว่าไม่บอกกัน
เสียแรงพี่บุกป่าฝ่าหนาม พ่างเพียงจะปลงชีวาสัญ
เพราะรักเจ้าเยาวลักษณ์วิไลวรรณ จึ่งหมายมั่นเจาะจงมาหาน้อง
หวังว่าจะฝากไมตรีจิต ร่วมชีวิตด้วยเจ้าเป็นสอง
จะสู้ตายด้วยเนื้อนวลละออง อยู่ในถํ้าทองกับนารี
อย่าขับพี่เสียเลยจากคูหา เมตตาช่วยชูสวาทพี่
ว่าพลางย่างเยื้องจรลี เดินหนีกันไยเยาวมาลย์ ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น วานรินผู้ยอดสงสาร
เห็นมานพเข้าใกล้จะต้องพาน นงคราญเมียงม่ายชายไป
ครั้นแล้วจึ่งตอบวาที เจ้าว่าดั่งนี้น่าสงสัย
ซึ่งว่าบุกป่าฝ่าไพร ตั้งใจประสงค์จงมา
เหตุไฉนตัวเจ้าจึ่งล่วงรู้ ว่าข้านี้อยู่ในคูหา
อย่าคำเพราะเกราะกล่าวเจรจา เสกแสร้งมุสาพาที
มาตรแม้นตัวเจ้าจะถามไถ่ จะจำเพาะเข้าใกล้ก็ใช่ที่
เห็นว่าข้าเป็นสตรี ทำทีข่มเหงไม่เกรงกัน
ต้องการอะไรจะบอกเจ้า ทุกข์เรายิ่งยวดกวดขัน
มาและเลียมเล่นเช่นนั้น ข้าคนสำคัญอย่าเข้ามา ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ สุดเอยสุดสวาท นุชนาฏผู้ยอดเสน่หา
ดวงใจจงได้เมตตา ตัวข้าคนซื่ออย่าถือความ
รักน้องจะปองฝากชีวิต ใช่ว่าไม่คิดเกรงขาม
ตัวพี่มิได้ลวนลาม ซึ่งไถ่ถามด้วยความสวัสดี
เหตุใดไม่แจ้งกิจจา กัลยากลับถือโทษพี่
ทำคารมข่มสู้อยู่ดังนี้ จะรู้ที่คิดอ่านประการใด
จงบอกพี่เถิดนุชนาฏ ถ้าพอวาสนาจะช่วยได้
จะประคองน้องน้อยกลอยใจ มิให้เคืองขัดอัธยา
ซึ่งธุระเจ้าเยาวลักษณ์ ตกนักงานเราจะอาสา
อันไมตรีของพี่ที่มีมา สาวสวรรค์ขวัญฟ้าจงปรานี ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ ถ้อยเอยถ้อยคำ ดั่งอมฤตฟ้าในราศี
กล่าวแกล้งแต่งลมพาที แม้นมิทันรู้ก็ตายใจ
ซึ่งว่าจะช่วยทุกข์เรา คุณเจ้านั้นหาที่สุดไม่
แต่ข้อจะฝากไมตรีไว้ คำนี้อย่าได้เจรจา
ซึ่งเจ้าสงสัยจะไถ่ถาม จะบอกให้ตามปรารถนา
อันตัวข้านี้เป็นชาวฟ้า ชื่อว่าวานรินนารี
อยู่ยังหิรัญไกรลาส เป็นข้าบาทพระอิศวรเรืองศรี
แจ้งแล้วจงเร่งจรลี อย่ามาเซ้าซี้จะขัดใจ
ประการหนึ่งทราบถึงพระอิศรา โทษาจะมีเป็นข้อใหญ่
ถึงตัวของเจ้าไม่พ้นภัย จะพากันบรรลัยวายปราณ ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ บัดนั้น วายุบุตรวุฒิไกรใจหาญ
ยิ้มแล้วจึ่งตอบพจมาน คำเจ้าว่าขานนี้คมนัก
อย่าเพ่อน้อยใจขอไถ่ถาม จงแจ้งข้อความให้ประจักษ์
ว่าเป็นข้าพระอิศวรรังรักษ์ ยังคิดแคลงนักนะเทวี
เป็นไฉนไม่สถิตไกรลาส จึ่งมาอยู่อังกาศคีรีศรี
หรือเจ้าเอาศักดิ์พระศุลี มาข่มพี่ให้เกรงพระอาญา
ข้อซึ่งอาดูรพูนเทวษ เหตุผลสิ่งใดก็ไม่ว่า
แต่ยักเยื้อนเอื้อนคำจำนรรจา เป็นน่าฉงนสนเท่ห์ใจ
ถ้าเจ้าบอกความตามจริง สารพัดทุกสิ่งจะช่วยได้
อย่าอาวรณ์เร่าร้อนฤทัย พี่จะให้สำเร็จทุกประการ ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น วานรินเยาวยอดสงสาร
ได้ฟังมธุรสพจมาน นงคราญจึ่งตอบวาที
จะเล่าแก่เจ้าโดยสัจจา เดิมข้านี้รองบทศรี
องค์พระอิศโรโมลี ยังที่ไกรลาสบรรพต
เป็นงานรักษาประทีปทอง ในห้องวิมานอลงกต
วันหนึ่งพระศุลีมียศ ออกหมู่ดาบสเทวา
เสด็จนั่งสั่งสนทนานาน ด้วยนารอทอาจารย์ฌานกล้า
ข้าไปพูดเล่นกับนางฟ้า ชวาลาอัจกลับนั้นดับไป
องค์พระศุลีผู้มีฤทธิ์ ประกาศิตเรียกหาก็ไม่ได้
โกรธาสาปข้าลงมาไว้ อยู่ในอังกาศคีรี
เมื่อใดพระนารายณ์อวตาร มาสังหารทศพักตร์ยักษี
ในกรุงลงกาธานี ใช้ให้กระบี่หนุมาน
มาตามวิรุญจำบัง อันมีกำลังกล้าหาญ
ให้ข้านี้แจ้งเหตุการณ์ จึ่งจะพ้นสาบานเจ้าโลกา ฯ

ฯ ๑๔ คำ ฯ

๏ โฉมเอยโฉมเฉลา ยุพเยาว์ผู้ยอดเสน่หา
บุญของเราแล้ววนิดา เผอิญมีบัญชาพระจักรี
ตรัสใช้ให้พี่มาตามยักษ์ จึ่งพบนงลักษณ์เฉลิมศรี
สมกับคำสาปพระศุลี ทีนี้จะพ้นโทษภัย
แม้นเจ้าบอกแจ้งแต่แรกมา จะเนิ่นช้าฉะนี้ก็หาไม่
พี่จะช่วยทุกข์อรไท แต่จะถึงใจสิ่งใดกัน
ตัวพี่นี้คือหนุมาน ยอดทหารพระนารายณ์รังสรรค์
ตามมาสังหารกุมภัณฑ์ ที่มันเบียดเบียนแดนไตร
อันวิรุญจำบังยักษี เข้ามาที่นี่หรือไม่
เจ้าจงบอกความแต่จริงไป จะได้ช่วยทุกข์กัลยา ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ ลิ้นเอยลิ้นลม คารมช่างคิดประดิษฐ์ว่า
ไพเราะเพราะพริ้งแต่ต้นมา จะให้ข้านี้เชื่อวาที
นี่หรือเจ้าชื่อหนุมาน ยอดทหารพระรามเรืองศรี
รูปร่างอ้อนแอ้นอยู่เช่นนี้ จะมาพาทีลวงเรา
อย่าพักเลียมเล่นให้เห็นจริง ถึงว่าเป็นหญิงก็รู้เท่า
เรานี้มิได้ใจเบา ที่จะเชื่อลมเจ้าเจรจา
ซึ่งอวดว่าเป็นทหาร องค์พระอวตารนาถา
ทั้งกุณฑลขนเพชรมาลา เขี้ยวแก้วรจนาที่ไหนมี
เป็นแต่มนุษย์ใช่วานร ฤทธิรอนไม่รุ่งเรืองศรี
ไม่หาวเป็นดาวเดือนรูจี นี่จะว่าหนุมานประการใด
จะไปล้างวิรุญจำบัง ข้าฟังไม่กลั้นยิ้มได้
เจ้ายอดทหารชาญชัย น่ากลัวฤทธิไกรอย่าเจรจา ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ ดวงเอยดวงสมร เจ้างามงอนจำเริญเสน่หา
คารมคมสันพ้นปัญญา เหน็บแนมแกมว่าพาที
เมื่อแจ้งแก่เจ้าโดยสัตย์ ศรีสวัสดิ์ไม่เชื่อฟังพี่
ความชอบชอบแต่จะปรานี นี่กลับเป็นเท็จทุกอัน
น้องเอ๋ยอย่าเพ่อเย้ยเยาะก่อน พี่กลัวแต่จะวอนไปสวรรค์
เหมือนบุษมาลีวิไลวรรณ ที่ในเมืองมายันธานี
ว่าพลางยอกรอภิวาท พระสยมภูวนาถเรืองศรี
สำรวมใจร่ายเวทอันฤทธี ขุนกระบี่กลับกลายกายา ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ ตระ

๏ บัดเดี๋ยวก็เป็นวานร มีเขี้ยวแก้วอรชรซ้ายขวา
กุณฑลขนเพชรมาลา หาวเป็นดาราเดือนตะวัน ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ คุกพาทย์

๏ เมื่อนั้น นางวานรินสาวสวรรค์
เห็นหนุมานชาญฉกรรจ์ ตัวสั่นร้องกรีดขึ้นทันที
สองหัตถ์ปิดเนตรนงลักษณ์ ไม่อาจดูพักตร์กระบี่ศรี
ความกลัวเพียงสิ้นสมประดี เทวีไม่เงยพักตรา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

โลม

๏ ดวงเอยดวงเนตร เยาวเรศผู้ยอดเสน่หา
เห็นจริงหรือไม่วนิดา กับคำที่ว่าแต่เดิมที
อันตัวของเจ้าเยาวมาลย์ พระสยมภูวญาณประทานพี่
เป็นบำเหน็จซึ่งตามอสุรี โฉมศรีจะว่าประการใด
หรือแหนงแคลงจิตจึงปิดพักตร์ จงดูให้ประจักษ์ที่สงสัย
เจ้าอย่าทำตระหนกตกใจ พี่ไม่มีฤทธิ์เดชา
ว่าพลางลูบหลังนงเยาว์ หยอกเย้าด้วยความเสน่หา
จุมพิตพิศพักตร์กัลยา ไขว่คว้าเลียมลอดสอดกร ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น โฉมนางวานรินดวงสมร
สลัดปัดมือวานร ค้อนให้แล้วกล่าววาที
ตัวท่านสิเป็นทหาร องค์พระอวตารเรืองศรี
จงเร่งไปตามอสุรี อย่ามาเซ้าซี้จะขัดใจ ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

โลม

๏ ทรามเชยทรามสงวน นิ่มนวลเยาวยอดพิสมัย
เจ้าดวงดอกฟ้าสุราลัย ขับพี่เสียได้กัลยา
อันความรักเจ้านี้แสนรัก สุดที่จะหักเสน่หา
ปรานีบ้างเถิดนะแก้วตา วาสนาเคยคู่มาด้วยกัน
ว่าพลางกรเกี่ยวกระหวัด สัมผัสภิรมย์ชมขวัญ
อิงแอบแนบชิดพัลวัน เชยดวงบุษบันอรชร
ภุมรินบินว่อนร่อนร้อง คลึงซาบอาบละอองเกสร
สุมามาลย์บานรับทินกร ขจรรสเสาวคนธ์รวยริน
พระพายชายพัดพานระลอก กระฉอกฝั่งฟองฟุ้งกระแสสินธุ์
สองสมภิรมย์รสยวนยิน เกษมสุขซาบสิ้นทั้งสองรา ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ กล่อม

ช้า

๏ เมื่อนั้น วานรินเยาวยอดเสน่หา
ได้ร่วมรสฤดีกรีฑา ด้วยวายุบุตรวุฒิไกร
แรกรู้รสภิรมย์สมสนิท อิงแอบแนบชิดไม่ห่างได้
ลืมอายใหลหลงปลงใจ ทรามวัยลืมทุกข์ทรมาน
ลืมองค์พระสยมภูวนาถ ลืมทั้งไกรลาสราชฐาน
ลืมเพื่อนสาวสวรรค์บริวาร เยาวมาลย์เพลิดเพลินวิญญาณ์ ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น คำแหงหนุมานทหารกล้า
เสร็จสมภิรมย์นางฟ้า แล้วมีวาจาอันสุนทร
ค่อยอยู่ก่อนเถิดนะนงลักษณ์ พี่จักลาเจ้าดวงสมร
ไปโดยบัญชาพระสี่กร รีบจรตามล้างอสุรี
แล้วจึ่งจะกลับมาหาน้อง ร่วมห้องผู้มิ่งมารศรี
จะส่งไปไกรลาสวันนี้ เจ้าพี่อย่าร้อนรนใจ
อันวิรุญจำบังยักษา หนีมาซ่อนอยู่ตำบลไหน
จงชี้มรคาให้พี่ไป จะได้ประหารชีวิตมัน ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นวลนางวานรินสาวสวรรค์
ฟังลูกพระพายเทวัญ กัลยาตะลึงทั้งอินทรีย์
แสนทุกข์แสนเทวษแสนโศก ด้วยจิตจะวิโยคกระบี่ศรี
ให้เปล่าอกเปล่าใจเทวี มีแต่สะท้อนถอนใจ
ชลเนตรคลอคลองนัยนา จะออกปากเจรจามิใคร่ได้
กอดบาทหนุมานเข้าไว้ สะอื้นไห้เพียงสิ้นสมประดี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ โอด

๏ ระงับจิตคิดถึงจะพ้นทุกข์ คืนสุขไกรลาสคีรีศรี
จึ่งยกหัตถ์เบื้องขวานางเทวี ชี้บอกตำแหน่งมรคา
อันวิรุญจำบังมันหนีศร พระสี่กรธิราชนาถา
ไปซ่อนอยู่ในฟองคงคา สีทันดรมหาสมุทรไท
ที่สุดสัตภัณฑ์บริเวณ ทิศใต้พระเมรุเขาใหญ่
ท่านผู้ศักดาปรีชาไว จงรีบไปตามหาอสุรี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น หนุมานผู้ชาญชัยศรี
ได้ฟังนางฟ้าพาที ชี้บอกที่อยู่กุมภัณฑ์
มีความชื่นชมโสมนัส ดั่งได้สมบัติในสวรรค์
จึ่งสวมกอดวนิดาวิลาวัณย์ รับขวัญจุมพิตอรไท
ครั้นแล้วสำแดงแผลงฤทธิ์ ทศทิศกัมปนาทหวาดไหว
ออกจากคูหาด้วยว่องไว เหาะไปโดยทางเมฆา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงอัศกรรณคีรี ขุนกระบี่ผู้มียศถา
ก็ลงยังเชิงบรรพตา แทบฝั่งมหาชลธาร
จึ่งเห็นฟองนํ้าทั้งหลาย เรี่ยรายตามระลอกกระฉอกฉาน
แต่ฟองหนึ่งใหญ่ล้นพ้นประมาณ บันดาลแน่นิ่งในวารี
คิดเห็นประหลาดใจนัก ชะรอยว่าขุนยักษ์ที่มันหนี
มาซ่อนอยู่ในฟองนี้ กระบี่สำคัญมั่นใจ
หมายเขม้นจะจับอสุรินทร์ ในกลางสายสินธุ์สมุทรใหญ่
ยอกรไหว้คุณเจ้าภพไตร สะกดใจร่ายเวทวิทยา ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ ตระ

๏ กายใหญ่เท่าบรมพรหมาน สูงตระหง่านเงื้อมงํ้าภูผา
แปดกรสี่พักตร์เจษฎา ฉวยคว้าฟองใหญ่ด้วยฤทธี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น วิรุญจำบังยักษี
เข้าอยู่ในมือไพรี มีความตระหนกตกใจ
กายนั้นก็คืนเป็นยักษา ทำศักดาแก้ตัวออกมาได้
กวัดแกว่งกระบองดั่งเปลวไฟ โผนเข้าชิงชัยด้วยวานร ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ บัดนั้น คำแหงหนุมานชาญสมร
ยืนยันบนหลังสาคร ประจัญกรรอนรันอสุรี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ พระสมุทรเป็นระลอกกระฉอกฉาน สะเทือนถึงจักรวาลคีรีศรี
ต่างหาญต่างกล้าราวี ถ้อยทีตีตอบกันไปมา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น วิรุญจำบังยักษา
รบชิดไม่คิดชีวา อสุราโถมจับหนุมาน ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เท้าซ้ายเหยียบเข่าวายุบุตร เงื้อคทาวุธจะสังหาร
หันเวียนเปลี่ยนท่ารอนราญ ขุนมารตีต้องวานร ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ บัดนั้น คำแหงหนุมานชาญสมร
อสุราตีด้วยคทาธร จมท้องสาครลงไป
จนกระทั่งพ่างพื้นแผ่นดิน ขุนกระบินทร์กลับผุดขึ้นมาได้
ชักตรีกวัดแกว่งดั่งแสงไฟ เข้าไล่โจมจับอสุรี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เท้าซ้ายเหยียบเข่ายืนยัน กรนั้นชิงคทายักษี
ตีต้องอสุราเป็นหลายที ซ้ำแทงด้วยตรีอันศักดา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น วิรุญจำบังยักษา
เสียกระบองดั่งเสียชีวา อสุราสลดระทดใจ
สุดฤทธิ์สุดคิดจะราญรอน สุดที่ต่อกรกระบี่ได้
ความเจ็บปิ้มม้วยบรรลัย สะกดใจร่ายเวทอันฤทธี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ ตระ

๏ เดชะพระมนตร์พรหมา คงคาให้ช่องแก่ยักษี
หนีลงตามปล่องวารี ยังที่พ่างพื้นดินดาน ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ นั่งอยู่ในท้องพระสมุทร อันลึกสุดกว้างใหญ่ไพศาล
สมาธิสำรวมวิญญาณ ขุนมารร่ายเวทวิทยา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ ตระ

๏ บัดนั้น หนุมานชาญชัยใจกล้า
เห็นวิรุญจำบังอสุรา ไม่กลับเข้ามาชิงชัย
หายไปในท้องพระสมุทร จะเห็นผุดขึ้นมาก็หาไม่
ขุนกระบี่ผู้ปรีชาไว หมายใจจะจับกุมภัณฑ์
จึ่งยอกรถวายอภิวาทน์ พระสยมภูวนาถรังสรรค์
กับองค์พระพายเทวัญ กลั้นใจร่ายเวทวิทยา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ ตระ

๏ หางนั้นใหญ่ยาวหยั่งสมุทร ตลอดถึงที่สุดแผ่นผา
แล้ววงรอบล้อมกายอสุรา ค่อยขยับเข้ามาทุกที ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น วิรุญจำบังยักษี
ซ่อนอยู่ในท้องวารี ขุนกระบี่เอาหางล้อมไว้
ตกใจหน้าซีดตัวสั่น จะดึงดันหนีออกก็ไม่ได้
ผุดลุกขึ้นวิ่งวุ่นไป เวียนไวเสือกสนลนลาน ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ บัดนั้น วายุบุตรวุฒิไกรใจหาญ
รวบรัดมัดได้ขุนมาร ถีบทะยานขึ้นจากชลธี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เตียว

๏ ยืนอยู่ยังเชิงอัศกรรณ มือนั้นจับเท้ายักษี
ฟาดเข้ากับเหลี่ยมคีรี ก็สุดสิ้นชีวีด้วยฤทธา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด โอด

ช้า

๏ เมื่อนั้น ฝ่ายนางวานรินเสน่หา
ตั้งแต่หนุมานผู้ศักดา นิรารสรักจากไป
อยู่หลังมีแต่ทนเทวษ เยาวเรศเศร้าสร้อยละห้อยไห้
ผู้เดียวเปลี่ยวอกเปล่าใจ ฤทัยเร่าร้อนดั่งอัคคี
หัวเหิ่มเริ่มรู้สังวาส แสนสวาทลูกพระพายเรืองศรี
แสนวิโยคโศกศัลย์พันทวี ด้วยไกลขุนกระบี่ผู้มีฤทธิ์
ทั้งทุกข์ถึงคำสาปพระทรงญาณ เปรียบปานแสงศรมาเสียบจิต
เป็นสองทุกข์แทบถึงชีวิต คิดคิดแล้วร่ำโศกา ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ โอด

๏ โอ้อนิจจาตัวกู มาทนทุกข์อยู่ในคูหา
ครั้นพบทหารพระจักรา ยินดีว่าจะพ้นโทษภัย
ขุนกระบี่ไปแล้วก็ไม่กลับ จนทินกรเลี้ยวลับเหลี่ยมไศล
ผิดกับสัญญาที่ว่าไว้ หรือไม่ไปพบอสุรี
หรือว่าเข่นฆ่ายักษาตาย กลับไปเฝ้านารายณ์เรืองศรี
อกเอ๋ยถ้าเป็นเช่นนี้ เห็นทีจะไม่กลับมา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

ร่าย

๏ อย่าเลยจะออกไปคอยดู อยู่ที่นอกปากคูหา
ให้สิ้นสงสัยในวิญญาณ์ คิดแล้วนางฟ้าก็รีบจร ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เพลง

๏ ครั้นถึงที่แผ่นศิลาลาด อันโอภาสจำรัสประภัสสร
นั่งลงเหนือแท่นอลงกรณ์ บังอรคอยศรีหนุมาน ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น วายุบุตรวุฒิไกรใจหาญ
ครั้นฆ่าอสุราวายปราณ หิ้วเศียรทะยานเหาะมา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ ใกล้ถึงอังกาศสิงขร วานรผู้มียศถา
ก็ลงย่างพ่างพื้นพสุธา ตรงมาคูหาอันรูจี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ เมื่อนั้น นวลนางวานรินโฉมศรี
ทอดตาตามทางพนาลี แลเห็นกระบี่มาแต่ไกล
มีความชื่นชมโสมนัส พักตร์ผ่องจำรัสดั่งแขไข
ลุกจากแผ่นผาอำไพ ออกไปรับศรีหนุมาน ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เพลง

๏ บัดนั้น วายุบุตรวุฒิไกรใจหาญ
เห็นวานรินนงคราญ เยาวมาลย์มารับก็ยินดี
จึ่งวางเศียรวิรุญจำบัง ลงไว้ยังเชิงคีรีศรี
กุมกรอัครราชเทวี เข้าถํ้ามณีพรายพรรณ ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เสมอ

๏ เมื่อนั้น นวลนางวานรินสาวสวรรค์
ครั้นถึงแท่นแก้วแกมสุวรรณ บังคมคัลแล้วกล่าววาจา
ท่านไปเป็นไฉนจึ่งช้านัก ให้น้องรักละห้อยคอยหา
แสนทุกข์แสนเทวษโศกา ปิ้มประหนึ่งชีวาจะบรรลัย
เพราะรักผินพักตร์ไปนั่งคอย จะพริบตาสักหน่อยก็หาไม่
ครั้นเห็นกลับมาก็ดีใจ ดั่งได้ดวงแก้วมณี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น หนุมานชาญฤทธิ์เรืองศรี
ได้ฟังนางฟ้าพาที ขุนกระบี่รับขวัญกัลยา
ลูบหลังแล้วกล่าวสุนทร ดูก่อนเยาวยอดเสน่หา
อันความพี่รักวนิดา ดั่งว่าดวงเนตรดวงใจ
ถึงเมื่อรณรงค์กับขุนยักษ์ จะลืมองค์นงลักษณ์ก็หาไม่
ซึ่งล่วงเวลาช้าไป ขออภัยเสียเถิดนะเทวี
ว่าพลางก็ทางสัพยอก เย้าหยอกด้วยความเกษมศรี
จุมพิตพิศทั่วทั้งอินทรีย์ ขุนกระบี่คว้าไขว่ไปมา ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น วานรินเยาวยอดเสน่หา
ปัดกรค้อนคมด้วยมายา แล้วมีวาจาว่าวอน
บัดนี้ก็ได้ราชการ ของพระอวตารทรงศร
เมตตาช่วยข้าบังอร ให้สิ้นทุกข์สิ้นร้อนในวันนี้ ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น หนุมานผู้ชาญชัยศรี
ยิ้มพลางทางตอบวาที ตัวพี่จะช่วยกัลยา
ให้ได้คืนไปรองบาท พระสยมภูวนาถนาถา
แต่พี่จะจากวนิดา อาลัยเป็นพ้นพันทวี
ด้วยจะนิรารสรัก ไกลเจ้าเยาวลักษณ์เฉลิมศรี
จะขอชมอัครราชนารี ในเวลานี้ให้อิ่มใจ
ว่าพลางอิงแอบแนบชิด แสนสนิทด้วยความพิสมัย
เชยแก้มแนมโอษฐ์อรไท ลูบไล้ดวงทิพย์สุมณฑา
คลึงเคล้าเย้ายั่วภิรมย์ขวัญ เกษมสันต์ในรสเสน่หา
ทั้งสองโสมนัสปรีดา ในแท่นไสยาอลงกรณ์ ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ กล่อม

๏ เมื่อนั้น นวลนางวานรินดวงสมร
ได้เพิ่มรสรักกับวานร บังอรพิศวาสจะขาดใจ
ทุกข์ที่กระบี่จะวิโยค แสนโศกทอดถอนใจใหญ่
ชลเนตรคลอเนตรอรไท สะอื้นไห้กับตักหนุมาน
ตัวน้องจะจำจากบาท คืนไปไกรลาสราชฐาน
ท่านอยู่เป็นข้าพระอวตาร จงทำราชการให้ถาวร
อันศัตรูหมู่พวกปัจจามิตร ถึงจะมีฤทธิ์ด้วยแสงศร
อย่าให้มันรอต่อกร จงขจรเดชาทั้งธาตรี ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น หนุมานผู้ชาญชัยศรี
ตระโบมโลมเล้านางเทวี แก้วตาของพี่คือดวงใจ
แม้นมิเกรงองค์พระทรงศร พี่จะจากบังอรก็หาไม่
จะอยู่ชมสมนุชอรไท มิได้นิราศคลาดคลา
อันพรของเจ้าเยาวลักษณ์ น่ารักเป็นที่เสน่หา
ซาบไปทุกเส้นโลมา ดั่งอมฤตฟ้าวารี
เจ้าไปได้สุขยังไกรลาส แสนสวาทอย่าลืมสวาทพี่
ว่าพลางอุ้มองค์เทวี ออกจากแท่นที่อลงกรณ์ ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ เสมอ

๏ ครั้นถึงปากถํ้าสุรกานต์ ก็วางองค์เยาวมาลย์ดวงสมร
ลงแล้วพิศพักตร์บังอร ยิ่งสะท้อนถอนใจไปมา
พี่คิดมิใคร่จะส่งเจ้า ยุพเยาว์แสนสุดเสน่หา
หากเกรงสมเด็จพระอิศรา จะโกรธาว่าล่วงบัญชาการ
ตั้งแต่วันนี้ไม่เห็นพักตร์ น้องรักผู้ยอดสงสาร
ว่าแล้วอุ้มองค์เยาวมาลย์ งามปานท่อนทองรูจี
ขว้างขึ้นไปยังอัมพร ด้วยกำลังฤทธิรอนกระบี่ศรี
ถึงมหาไกรลาสคีรี สถิตที่วิมานอลงการ์ ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น ฝ่ายพระหริรักษ์นาถา
เห็นภาพพยนต์มารยา ทั้งยักษ์ทั้งม้าหายไป
แต่ผ้าโพกกับหอกตกอยู่ ก็รู้ว่าหนุมานทหารใหญ่
ฆ่าวิรุญจำบังบรรลัย ภูวไนยแสนโสมนัสนัก
ดั่งได้เสวยทิพย์สมบัติ อันไพบูลย์พูนสวัสดิ์ทั้งไตรจักร
กับพระอนุชาผู้ร่วมรัก ตั้งพักตร์คอยศรีหนุมาน ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา

๏ บัดนั้น วายุบุตรวุฒิไกรใจหาญ
เสร็จส่งนางฟ้ายุพาพาล หิ้วเศียรขุนมารเหาะมา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงสนามรณรงค์ ก็ลงจากพ่างพื้นเวหา
คลานเข้าเฝ้าพระจักรา ท่ามกลางเสนาพลากร
จึ่งน้อมเศียรเกล้าบังคมทูล นเรนทร์สูรสุริย์วงศ์ทรงศร
ตามซึ่งได้ไปราญรอน วานรถวายเศียรอสุรี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น พระจักรรัตน์แก้วเรืองศรี
เห็นเศียรกุมภัณฑ์ก็ยินดี ภูมีสรรเสริญหนุมาน
มิเสียแรงเป็นลูกพระพาย เลิศชายศักดากล้าหาญ
ใช้ไหนก็ได้ราชการ ปานประหนึ่งจักรแก้วอันฤทธา
ตรัสแล้วให้กลับเวไชยันต์ เลิกพวกพลขันธ์ซ้ายขวา
โห่สนั่นลั่นเลื่อนโกลา คืนเข้าพลับพลารูจี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ รุกร้น

๏ บัดนั้น ฝ่ายสารัณทูตยักษี
เห็นสองพญาอสุรี สุดสิ้นชีวีบรรลัย
ทั้งหมู่ม้ารถคชพล จะเหลือแต่สักตนก็หาไม่
ความกลัวดั่งจะดั้นแผ่นดินไป ก็พากันเข้าในลงกา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ กราว

๏ ครั้นถึงน้อมเศียรบังคมทูล ท้าวราพณาสูรยักษา
ว่าพระสหายร่วมชีวา กับพระนัดดาฤทธิรอน
ยกพลออกไปรณรงค์ ด้วยองค์พระรามทรงศร
สองกษัตริย์กับพวกพลากร วานรฆ่าเสียแหลกลาญ
บัดนี้อริราชไพรี เลิกหมู่โยธีทวยหาญ
โห่สนั่นครั่นครื้นสุธาธาร คืนไปสถานทัพมัน ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ทศเศียรสุริย์วงศ์รังสรรค์
แจ้งข่าวเร่าร้อนดั่งเพลิงกัลป์ กุมภัณฑ์นิ่งขึงตะลึงไป
ให้คับแค้นแน่นในอุรา จะหายใจออกมามิใคร่ได้
ไม่ออกโอษฐ์บรรหารประการใด ก็เข้าไปในปราสาทรูจี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เสมอ

๏ ลดองค์ลงเหนือบัลลังก์อาสน์ พระกรก่ายนลาฏยักษี
แสนทุกข์แสนเทวษแสนทวี อสุรีครวญคร่ำรำพัน
เสียดายสมเด็จพระสหาย เลิศชายลือชื่อทั่วสวรรค์
ทั้งนัดดาปานดวงชีวัน ชาญฉกรรจ์ในการชิงชัย
เสียแรงที่รู้เวทมนต์ กำบังตนหายตนไปได้
มาแพ้ฤทธิ์ไพรีกระบี่ไพร ดั่งใช่สุรชาติกษัตรา
อกเอ๋ยโอ้ว่าแต่วันนี้ แสนทุกข์สิ้นที่จะปรึกษา
ตัวกูผู้กอปรด้วยศักดา ก็เอกาในกิจที่คิดการ
เล็งหาไม่เห็นสุริย์วงศ์ ซึ่งอาจองจะออกไปหักหาญ
สุดหวังดั่งว่าชลธาร สุดประมาณที่จะหมายสิ่งใด
แต่ผุดลุกผุดนั่งไม่นิทรา อสุราทอดถอนใจใหญ่
จนตราบเท่าแสงทองอโณทัย เรืองไรในพื้นอัมพร ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

ร่าย

๏ จึ่งคิดได้ว่าท้าวมาลี สถิตที่ยอดฟ้าสิงขร
เป็นพระอัยกาฤทธิรอน ทรงเดชขจรมหึมา
จะว่าสิ่งใดก็ประสิทธิ์ ดั่งเหล็กเพชรลิขิตแผ่นผา
พระองค์ดำรงในสัตยา แม้นโกรธาชักแช่งผู้ใด
ก็เป็นตามบัญชาพจนารถ จะเคลื่อนคลาดไปนั้นหาไม่
กูจะให้ไปเชิญภูวไนย มายังพิชัยลงกา
แล้วจะกล่าวโทษรามลักษมณ์ เป็นวัวพันหลักแอบว่า
ให้พระองค์กริ้วโกรธโกรธา จะพรรณนาแต่เดิมให้ฟัง
ที่คำฉกรรจ์จะสรรใส่ จะจัดให้เป็นข้อหน้าหลัง
ซึ่งตัวกูผิดจะปิดบัง ฝังแฝงแจ้งไปให้เห็นดี
พระองค์ก็เชื่อวาจา จะแช่งด่าลักษมณ์รามทั้งสองศรี
ฝ่ายว่าอริราชไพรี น่าที่จะม้วยชีวัน ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ คิดแล้วสระสรงทรงเครื่อง อร่ามเรืองพรรณรายฉายฉัน
เสด็จย่างเยื้องจรจรัล ออกพระโรงคัลโอฬาร์ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ พร้อมหมู่เสนาพฤฒามาตย์ กวีราชสุริย์วงศ์พงศา
จึ่งมีพระราชบัญชา สั่งสองนัดดาอสุรี
นนยวิกวายุเวกจงรีบไป ยังไศลยอดฟ้าคีรีศรี
ทูลพระอัยกาธิบดี ว่าบัดนี้ลงกาพระนคร
มีมนุษย์ชื่อว่ารามลักษมณ์ พี่น้องฮึกฮักชาญสมร
คุมกระบี่โยธาพลากร มาราญรอนรบรุกบุกบัน
เคี่ยวฆ่าสุริย์วงศ์พรหมาน บรรลัยลาญสิ้นชีพอาสัญ
ข้าศึกยิ่งฮึกขึ้นทุกวัน เชิญพระทรงธรรมเสด็จมา ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นนยวิกวายุเวกยักษา
รับสั่งถวายบังคมลา ก็ออกมาจากท้องพระโรงชัย ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ ครั้นถึงที่อยู่อสุรี จึ่งสั่งขุนพาชีนายใหญ่
เร่งผูกสินธพมโนมัย ที่เดินได้โดยทางอัมพร ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น จึ่งขุนอาชาชาญสมร
รับสั่งหลานท้าวยี่สิบกร ก็รีบจรไปโรงพาชี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

ยานี

๏ จึ่งผูกอนันตสิงหาสน์ อันร้ายกาจดั่งพญาราชสีห์
ทั้งเมฆมาลาตัวดี มีพยศดั่งม้าพระสุริยา
ประดับเครื่องเรืองรองด้วยกุดั่น ใบโพธิ์สุวรรณห้อยหน้า
สองหูพู่ขาวรจนา งามสง่าลำพองคะนองฤทธิ์
ก็เสร็จตามราชบรรหาร หลานเจ้าลงกาประกาศิต
ประทับกับเกยแก้วชวลิต คอยสองทรงฤทธิ์เสด็จจร ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นนยวิกวายุเวกชาญสมร
ครั้นเสร็จซึ่งผูกอัสดร ก็กรายกรมาสรงวาริน ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

โทน

๏ สององค์ชำระสระสนาน สุคนธ์ธารหอมฟุ้งจรุงกลิ่น
สนับเพลาเชิงรูปนาคิน ภูษาธงข้าวบิณฑ์พื้นแดง
ต่างทรงชายแครงชายไหว ฉลององค์อำไพเครือแย่ง
ตาบทิศทับทรวงลายแทง สังวาลเพชรลูกแตงชิงดวง
พาหุรัดทองกรมังกรพัน ธำมรงค์เรือนสุบรรณรุ้งร่วง
ปักจุฑามณีดอกไม้พวง ห้อยห่วงกุณฑลกรรเจียกจร
งามองค์งามทรงงามสง่า ดั่งบุตรพญาไกรสร
ยุรยาตรวาดชายกรายกร ไปขึ้นอัสดรมโนมัย ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ เชิดฉิ่ง

โทน

๏ ม้าเอยสองม้าทรง ฤทธิรงค์เดินโดยอากาศได้
เชื้อสินธพชาติอาชาไนย ขี่ไล่ทันลมบรรลัยกาล
ยกหูชูหางเริงร้อง เผ่นโผนลำพองคะนองหาญ
ผูกเครื่องเนาวรัตน์ชัชวาล แคบอานเบาะเอี่ยมสะอาดตา
ยกเท้าก้าวถีบทะยานหยัด ลัดนิ้วลอยในเวหา
เร็วเพียงลมพานพัดพา ตรงไปยอดฟ้าคีรี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ กราวนอก

๏ ครั้นถึงลงจากอัสดร บทจรตามกันทั้งสองศรี
ขึ้นเฝ้าอัยกาธิบดี ในที่ไพชยนต์อลงการ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ จึ่งน้อมเศียรเกล้าบังคมทูล นเรนทร์สูรยอดฟ้ามหาสถาน
บัดนี้ทศเศียรขุนมาร ผู้เป็นหลานรักร่วมชีวัน
ใช้ข้ามาเฝ้าเบื้องบาท พระอัยกาธิราชรังสรรค์
ด้วยมนุษย์พี่น้องชาญฉกรรจ์ นามนั้นชื่อว่ารามลักษมณ์
ยกพวกโยธาพลากร ข้ามมหาสาครมาหาญหัก
อาจองทะนงใจนัก ฆ่าสุริย์วงศ์ยักษ์วายชนม์
ยังเหลือแต่องค์พระนัดดา จะรบราข้าศึกนั้นขัดสน
ไพร่ฟ้าประชากรก็ร้อนรน เห็นจะอับจนเสียครั้งนี้
ขอเชิญเสด็จไปปกเกล้า แก่เผ่าพันธุ์วงศ์ยักษี
จะได้เย็นเกศอสุรี ด้วยเดชภูมีอันศักดา ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ