สมุดไทยเล่มที่ ๑๐๙

๏ เมื่อนั้น นวลนางสีดามารศรี
ได้ฟังคั่งแค้นแสนทวี จึ่งพาทีสนองพระโองการ
เป็นไฉนฉะนี้พระทรงฤทธิ์ จึ่งประดิษฐ์คิดว่าแต่คำหวาน
เมื่อทศพักตร์ลักข้าไปเมืองมาร ให้อยู่นอกสถานเวียงชัย
แล้วมีผู้พิทักษ์รักษา รอบสวนมาลาไม่นับได้
พระองค์ใช้วายุบุตรไป ก็แจ้งใจประจักษ์ว่าร้ายดี
เสร็จศึกก็ลุยเพลิงถวาย เทวาทั้งหลายเป็นสักขี
ประจักษ์ทั่วโลกาธาตรี ภูมีจึ่งรับข้ามา
ถึงเพียงนั้นยังไม่สิ้นกินแหนง กลับแคลงรังเกียจกังขา
ครั้งนี้ตัวข้าเวทนา ผู้เดียวอยู่ป่ากันดาร
พบพระสิทธาได้อาศัย เที่ยวเก็บผลไม้เป็นอาหาร
ไม่มีผู้รักษาพยาบาล ช้านานนับได้ถึงสิบปี
ย่อมมีพรานไพรนักสิทธ์ สุราฤทธิ์วิทยาฤๅษี
ก็จะแคลงพระทัยพันทวี ยิ่งกว่าอยู่ที่ลงกา
พระเป็นจักรพรรดิเรืองเดช ใช่จะไร้อัคเรศซ้ายขวา
ตัวข้านี้คนชั่วช้า หาอื่นอย่าให้เคืองบทมาลย์ ฯ

ฯ ๑๖ คำ ฯ

๏ สุดเอยสุดสวาท นุชนาฏผู้ยอดสงสาร
เจ้าดวงนัยนายุพาพาล อย่าประหารด้วยถ้อยวาที
ถ้าเจ้าสิ้นเมตตาอาลัยแล้ว จงเอาพระขรรค์แก้วนี้ฆ่าพี่
ให้หายแค้นหายโกรธของเทวี ก็จะลามารศรีบรรลัยไป
ซึ่งจะหานางอื่นให้เหมือนเจ้า ถึงตายแล้วเกิดเล่าไม่หาได้
เจ้าดวงดอกฟ้ายาใจ จงคิดถึงยากไร้ด้วยกันมา
พี่ผิดก็รับตามผิดมี สิ่งดีพี่ก็ทำมาหนักหนา
เอ็นดูบ้างเถิดนางกัลยา อย่าให้ชีวาวายปราณ ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นางสีดาผู้ยอดสงสาร
ได้ฟังมธุรสพจมาน นงคราญจึงกล่าวตอบไป
น้อยหรือถ้อยคำพระทรงฤทธิ์ ช่างคิดเจรจาแก้ไข
หวานฉ่ำดั่งทิพย์มาเจือใจ ที่ไหนจะรู้เท่ามี
อนิจจาคิดคิดก็น่าสรวล จะสำรวลก็จะเคืองบทศรี
เพราะเห็นข้าชั่วช้าอัปรีย์ จึ่งแกล้งพาทีด้วยมารยา
เป็นหญิงไม่เคยฆ่าฟัน พระทรงธรรม์อย่าคิดประดิษฐ์ว่า
แม้นทำได้เหมือนองค์พระผ่านฟ้า ก็ไม่แสนเวทนาลำบากใจ
เกิดมาชาตินี้มีกรรม จะนำสนองจองเวรไปถึงไหน
สิ้นบุญกันแล้วก็แล้วไป จะก้มหน้าอยู่ในพนาวัน
ฝากตัวพระมหานักสิทธ์ ไปกว่าชีวิตจะอาสัญ
สามคนแม่ลูกด้วยกัน ที่ในพระบรรณศาลา
ขอเชิญพระองค์ผู้ทรงเดช เสด็จคืนนคเรศดีกว่า
อย่ากังวลด้วยคนชั่วช้า เครื่องจะขายบาทาสืบไป ฯ

ฯ ๑๔ คำ ฯ

๏ ดวงเอยดวงสมร บังอรพี่ยอดพิสมัย
เจ้าก็เป็นมารดาสุราลัย ว่าไยฉะนี้นางเทวี
เมื่อเทวาเชิญองค์เยาวมาลย์ ให้อวตารมาด้วยพี่
เป็นประธานโลกาธาตรี ล้างหมู่อสุรีพาลา
ให้แสนสุขสำราญราบรื่น เย็นชื่นทั่วทศทิศา
หากกรรมนั้นติดตามมา จึ่งนิราราศร้างห่างกัน
แม้นพี่ทุกข์ก็ทุกข์ทั้งแดนไตร ไหนจะมีความสุขเกษมสันต์
เจ้าดวงนัยนาวิลาวัณย์ ขวัญเมืองจงฟังพี่พาที ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นวลนางสีดามารศรี
จึ่งตอบบัญชาพระจักรี ตรัสมาทั้งนี้เห็นผิดไป
เมื่อแรกโกรธาให้ฆ่าฟัน ทรงธรรม์หาคิดฉะนี้ไม่
หากว่าไม่ม้วยบรรลัย พระองค์จึ่งได้มาเจรจา
ครั้นจะฟังพระราชบรรหาร ก็อัประมาณทั่วโลกแหล่งหล้า
สุดคิดสุดจิตสุดปัญญา ด้วยข้าเป็นคนทรลักษณ์
สารพัดจะชั่วไปทุกสิ่ง ยิ่งกว่าฝูงหญิงทั้งไตรจักร
ไม่ควรคู่เคียงเรียงพักตร์ องค์พระหริรักษ์สืบไป
เหมือนเลือดร้ายออกจากอินทรีย์ จะกลับคืนว่าดีกระไรได้
อันกรุงอยุธยาราชัย ไม่ขอเห็นแล้วพระผ่านฟ้า
แต่ข้าขอถวายชุลีกร สามพระมารดรเสน่หา
ข้อนี้พระองค์จงเมตตา ช่วยทูลกิจจาพระชนนี ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระจักรรัตน์แก้วเรืองศรี
ได้ฟังวาจานางเทวี พาทีสลัดตัดรอน
ให้อัดอั้นตันทรวงดวงจิต ดั่งเพลิงพิษร้อนรุมสุมขอน
สุดรู้สุดคิดจะว่าวอน ภูธรนิ่งนึกตรึกตรอง
อันสีดาครองสัจวาที หญิงทั้งธาตรีไม่มีสอง
ดั่งศีลาจารึกเส้นทอง ได้ขุ่นข้องหรือจะฟังวาจา
อย่าเลยจะผ่อนวอนขอ แต่พระหน่อทั้งสองเสน่หา
เข้าไปไว้ก่อนในพารา ให้กัลยาเปลี่ยวเปล่าเศร้าใจ
ธรรมดาสตรีทั้งไตรจักร มิอาจตัดความรักลูกได้
ที่เคียดแค้นก็จะหายด้วยอาลัย จึ่งจะเชิญอรไทเข้าบุรี
คิดแล้วก็กล่าวสุนทร ดูก่อนเยาวยอดสุดาพี่
ถึงเจ้าไม่คืนเข้าธานี ขอลูกสองศรีวิลาวัณย์
ไปชมต่างพักตร์วนิดา สืบวงศ์อิศรารังสรรค์
ปราบหมู่พาลาอาธรรม์ เป็นจรรโลงโลกาสุธาธาร ฯ

ฯ ๑๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นางสีดาเยาวยอดสงสาร
ได้ฟังบัญชาพระอวตาร เยาวมาลย์ก็ตอบคำไป
อันลูกรักของข้าบาทบงสุ์ จะเป็นหน่อพระองค์ก็หาไม่
จงดูให้ตระหนักประจักษ์ใจ ที่ในนรลักษณ์พักตรา
รูปร่างไม่คล้ายพระทรงจักร เหมือนข้างทศพักตร์ยักษา
จะเข้าไปไยในพารา ทั้งตัวมารดาก็ไม่ดี
อันกุมารนี้ลูกคนโทษ ไม่ควรโปรดจะเลี้ยงให้เป็นศรี
เมื่อเขาเอาออกไปฆ่าตี ทั้งธานีก็รู้อยู่ทั่วกัน
แม้นข้าจะถวายพระองค์ เกลือกทรงพระโกรธหุนหัน
ไม่ถามไถ่จะให้ฆ่าฟัน ชีวันลูกข้าจะมรณา ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระสุริย์วงศ์องค์นารายณ์นาถา
ได้ฟังถ้อยคำนางกัลยา อุราร้อนรุมดั่งสุมไฟ
จึ่งมีมธุรสอันสุนทร ดูก่อนเยาวยอดพิสมัย
ควรหรือแก้วตาไม่อาลัย มาตัดรอนได้ถึงเพียงนี้
แต่เฝ้าวอนอ่อนง้อก็หนักหนา อนิจจาไม่คิดเอ็นดูพี่
อกเอ้ยจะอยู่ไปไยมี ให้หนักแผ่นปถพีไม่ต้องการ
เสียแรงเป็นวงศ์จักรพรรดิ ไม่มีความสวัสดิ์เกษมศานต์
ดั่งคนชาติข้าสาธารณ์ แสนทุกข์ทรมานลำบากใจ
จะคืนเมืองก็อายแก่ไพร่ฟ้า หญิงชายถ้วนหน้าจะสรวลได้
สู้ตายไม่กลับเข้าเวียงชัย จะบรรลัยอยู่ริมกุฎี
เจ้าค่อยอยู่เถิดสีดาเอ๋ย ทรามเชยอย่าจองเวรพี่
สิ้นบุญสิ้นกรรมกันวันนี้ ว่าพลางภูมีก็โศกา ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นางสีดาผู้ยอดเสน่หา
ได้ฟังสมเด็จพระภัสดา โศกาครวญครํ่ารำพัน
ให้หวาดหวั่นวิญญาณ์รำพึงคิด อันองค์พระจักรกฤษณ์รังสรรค์
อวตารมาล้างอาธรรม์ ที่มันเป็นเสี้ยนสุธาธาร
อันหมู่เทวาสุรารักษ์ นักสิทธ์เป็นสุขทุกสถาน
ฝ่ายพระมงกุฎกุมาร ก็เป็นหน่ออวตารธิบดี
จะสืบสุริย์วงศ์พงศ์ประยูร ตามในไวกูณฐ์เรืองศรี
เป็นปิ่นอยุธยาธานี ผ่านบุรีสืบวงศ์เทวัญ
แม้นว่าจะมิยอมถวาย พระนารายณ์จะม้วยอาสัญ
คิดแล้วนบนิ้วบังคมคัล ทรงธรรม์อย่าโศกโศกา
อันสองโอรสเยาวเรศ ดั่งดวงเนตรข้าบาททั้งซ้ายขวา
ขอถวายไว้ใต้บาทา ให้เคืองวิญญาณ์พระภูมี
ว่าแล้วจึ่งองค์นงลักษณ์ ตรัสเรียกลูกรักทั้งสองศรี
พ่อจงมาหาชนนี ถวายอัญชุลีพระสี่กร ฯ

ฯ ๑๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น สองพระกุมารชาญสมร
ได้ฟังสมเด็จพระมารดร พากันบทจรออกมา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงจึ่งประณตบทบงสุ์ พระบิตุรงค์ธิราชนาถา
ทั้งองค์สมเด็จพระมารดา สองราชื่นชมยินดี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระอวตารทรงสวัสดิ์รัศมี
เห็นสองโอรสผู้ฤทธี ภูมีเบิกบานสำราญใจ
ดั่งอมรินทร์ปิ่นเกศสุรารักษ์ เอาคู่จักรวิเชียรมายื่นให้
จึ่งประคองสองราชบุตรไว้ กอดจูบลูบไล้ไปมา
พระพินิจพิศพักตร์พระมงกุฎ แสนรักสุดแสนเสน่หา
แล้วพิศดูพระลบอนุชา ยิ่งโสมนัสสาพันทวี
รับขวัญพลางชำเลืองนัยน์เนตร ดูองค์อัคเรศมเหสี
ชลนัยน์ไหลหลั่งลงทันที ภูมีสะท้อนถอนใจ ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นางสีดาผู้ยอดพิสมัย
ดูสองลูกยาก็อาลัย อรไทจึ่งมีวาจา
โอ้ว่าดูก่อนพ่อทรามรัก ดวงจักษุแม่ทั้งซ้ายขวา
ครั้งนี้จะจากอกมารดา พระบิตุรงค์จะพาเข้าธานี
ครั้นแม่มิยอมถวายเล่า พระผ่านเกล้าจะเคืองบทศรี
พี่น้องเจ้าไปจงดี อย่ามีโรไคภัยพาล
แต่ตัวแม่นี้จะสู้ยาก ลำบากอยู่ในไพรสาณต์
พึ่งพระอัยกาอาจารย์ เยาวมาลย์สั่งพลางทางโศกา ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ทั้งสองพระโอรสา
ได้ฟังพระราชมารดา ให้หวาดหวั่นวิญญาณ์ตะลึงไป
ทั้งยินดีทั้งทุกข์นั้นกึ่งกัน จะกลั้นนํ้าเนตรไว้ไม่ได้
โศกากราบทูลด้วยอาลัย ลูกไม่เคยไกลพระชนนี
แม่ลูกแสนยากอนาถนัก ได้พึ่งพักอาศัยพระฤๅษี
เลี้ยงกันทุกวันทุกราตรี สุดที่จะจากพระบาทา
ลูกยังมิได้สนองคุณ ซึ่งการุญชุบเกล้าเกศา
ทั้งองค์สมเด็จพระอัยกา ก็จะแสนเวทนาอาลัย ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นางสีดาผู้ยอดพิสมัย
ได้ฟังสะท้อนถอนใจ อรไทจึ่งมีพจมาน
โอ้ว่าเจ้าดวงชีวิต สุดคิดแม่แล้วยอดสงสาร
สุดปัญญาที่จะขัดพระโองการ ของพระอวตารธิบดี
พ่ออย่าแสนโศกโศกา ถึงมารดาเลยนะโฉมศรี
ใช่ตายจากกันเมื่อไรมี จงภักดีต่อองค์พระบิดร
ตัวเจ้าเป็นหน่อพระจักรภุช ฤทธิรุทรชำนาญในการศร
จะได้สืบสุริย์วงศ์พระสี่กร ในพระนครอยุธยา ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ทั้งสองพระโอรสา
สุดที่จะขัดพระวาจา โศการํ่าไรพันทวี
โอ้ว่าพระมารดาเจ้า จะโศกเศร้าถึงลูกทั้งสองศรี
จะทนทุกข์ทุกทิวาราตรี จะมีแต่ซูบผอมตรอมใจ
ถึงลูกไปได้ผ่านเมืองฟ้า จะมีความปรีดาก็หาไม่
จะกินแต่นํ้าตาเป็นนิจไป ด้วยไกลเบื้องบาทพระมารดร
โอ้ว่าเจ้าลบน้องแก้ว กรรมของเราแล้วแต่ปางก่อน
สุดรู้สุดคิดสุดอาวรณ์ จะผันผ่อนก็ขัดสนนัก
นิจจาเอ๋ยจะทำไฉนดี ทุกข์เราครั้งนี้เพียงอกหัก
รํ่าพลางทั้งสองเยาวลักษณ์ ซบพักตร์ลงทรงโศกา ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระสุริย์วงศ์องค์นารายณ์นาถา
เห็นโอรสรํ่ารักพระมารดา ผ่านฟ้าเศร้าสร้อยละห้อยใจ
พระจึ่งโอบอุ้มขึ้นใส่ตัก จูบพักตร์เช็ดชลเนตรให้
ปลอบพลางรับขวัญด้วยอาลัย ดวงใจจงฟังพ่อพาที
อันตัวบิตุเรศนี้เล่า กับมารดาเจ้าทั้งสองศรี
แสนรักดั่งดวงชีวี เป็นที่ร่วมสุขร่วมทุกข์กัน
แสนยากลำบากเวทนา อยู่ที่ในป่าพนาสัณฑ์
แต่เวรหลังหากติดตามทัน เผอิญให้ฆ่าฟันอรไท
พ่อผิดก็รับตามผิด จะคิดเมตตาบ้างก็หาไม่
อันความทุกข์แสนทุกข์ทับใจ เห็นเจ้าจะได้ชูชีวา
พ่อจะพาลูกรักไปธานี เฝ้าสามอัยกีเสน่หา
แม้นคิดถึงชนนีจึ่งกลับมา เจ้าอย่าโศกาอาวรณ์ ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น สองราชกุมารชาญสมร
ได้ฟังสมเด็จพระบิดร มีราชสุนทรวาที
ดั่งอำมฤตฟ้ามารดลง เย็นองค์เย็นเกล้าทั้งสองศรี
ยอกรถวายอัญชุลี มิรู้ที่สนองพระโองการ ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นางสีดาเยาวยอดสงสาร
ได้ฟังสมเด็จพระอวตาร ผ่านฟ้าปลอบองค์พระลูกยา
จึ่งมีพระราชเสาวนีย์ สองศรีแม่สุดเสน่หา
พ่อจะไปด้วยองค์พระบิดา แก้วตาอย่าได้ประมาทใจ
หมั่นเฝ้าเช้าเย็นให้เป็นนิจ ราชกิจตริตรองเอาใจใส่
สามพระอัยกีคือฉัตรชัย เป็นเฉลิมอยู่ในธานี
เจ้าจงอุตส่าห์ปรนนิบัติ ประดิพัทธ์ต่อเบื้องบทศรี
สิ่งใดอย่าให้ราคี พึงเพียงภักดีทุกเวลา
ฝากตัวแก่อาเจ้าทั้งสาม ให้พระองค์มีความเสน่หา
อันหมู่มนตรีเสนา โยธาทหารนอกใน
อย่าหยาบช้าการุญจงรอบคอบ ใครชอบช่วยทูลบำเหน็จให้
สงครามอย่ากลัวบรรลัย จงไว้เกียรติยศในธาตรี
ทำตามสุริย์วงศ์พระทรงศร ให้ไพร่ฟ้าประชากรเกษมศรี
พ่อจงจำคำชนนี จะมีแต่ประเสริฐเพริศพราย
จะได้เป็นฉัตรแก้วเย็นภพ เลิศลบกษัตริย์ทั้งหลาย
ให้ศัตรูหมู่เข็ญวอดวาย สายสวาทจงไปสถาวร ฯ

ฯ ๑๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น สองพระกุมารชาญสมร
ได้ฟังสมเด็จพระมารดร ก้มเกล้ารับพรแล้วถอนใจ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระวัชมฤคอาจารย์ใหญ่
นั่งชักประคำพึมพำไป อยู่ในอรัญกุฎี
ครั้นเห็นเพลาสายัณห์ สุริย์ฉันบ่ายคล้อยรัศมี
จับได้ไม้เท้าพัชนี ออกมายังสี่กษัตรา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระสุริย์วงศ์องค์นารายณ์นาถา
กราบลงแทบเบื้องบาทา พระมหาดาบสยศไกร
แล้วว่าซึ่งข้ามาพบพาน เยาวมาลย์ผู้ยอดพิสมัย
เพราะพระอัยกาเลี้ยงไว้ คุณนั้นใหญ่หลวงพันทวี
หลานได้ทำผิดมาว่าวอน ก็ตัดรอนข้าบาทบทศรี
ให้แต่โอรสทั้งสองนี้ ไปยังบุรีกับนัดดา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระมงกุฎกุมารเชษฐา
ทั้งองค์พระลบอนุชา เห็นพระอัยกาก็อาลัย
จึ่งกราบลงแทบบาทบงสุ์ ต่างทรงกันแสงสะอื้นไห้
แล้วว่านัดดาจะลาไป ยังในอยุธยาพระบุรี
ขอฝากสมเด็จพระแม่เจ้า อันบังเกิดเกล้าเกศี
พระองค์จงโปรดปรานี อย่าให้มีเหตุเภทพาล ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระมุนีผู้ปรีชาหาญ
ได้ฟังสองราชกุมาร สงสารปลอบไปด้วยวาจา
อันพระชนนีของเจ้า เป็นธุระตาเฒ่าจะรักษา
มิให้มีภัยบีฑา หลานอย่าอาวรณ์ร้อนใจ
ว่าแล้วอำนวยอวยพร จงเรืองฤทธิรอนแผ่นดินไหว
บรรดาศัตรูหมู่ภัย ให้อยู่ในหัตถาทั้งธาตรี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น จึ่งพระพี่น้องทั้งสองศรี
น้อมเกล้ารับพรสวัสดี ชุลีกรกราบบาทพระอาจารย์
แล้วบังคมสมเด็จพระมารดร ให้อาวรณ์วิโยคสงสาร
พระองค์ค่อยอยู่สำราญ ตัวข้าบทมาลย์จะขอลา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระจักรรัตน์แก้วนาถา
กราบลงแทบเบื้องบาทา องค์พระมหามุนี
แล้วมีมธุรสอันสุนทร ดูก่อนสีดามารศรี
น้องรักค่อยอยู่จงดี ที่ในศาลาพระอาจารย์
อันตัวพี่นี้จะลาเจ้า คืนเข้าอยุธยาราชฐาน
กับสองโอรสผู้ชัยชาญ เยาวมาลย์อย่าทรงโศกา
สั่งพลางพิศพักตร์อัคเรศ พระทรงเดชเศร้าโทมนัสสา
ชลเนตรคลั่งคลอนัยนา อุราอัดอั้นพันทวี
กรขวานั้นจูงพระมงกุฎ เอกองค์ราชบุตรเรืองศรี
กรซ้ายจูงพระลบจรลี องค์พระมุนีก็ตามไป ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงสุวรรณพลับพลา จึ่งนิมนต์พระมหาอาจารยํใหญ่
ขึ้นนั่งเหนืออาสน์อำไพ ภูวไนยนบนิ้วมัสการ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระฤๅษีผู้ปรีชาหาญ
จึ่งว่าดูก่อนพระอวตาร รูปนี้สงสารพระนัดดา
เคยอยู่ด้วยตาทั้งสององค์ เที่ยวเล่นในดงแดนป่า
แต่น้อยจนค่อยจำเริญมา ราชกิจอิศราไม่แจ้งใจ
แม้นมาตรผิดพลั้งจงสั่งสอน ด้วยอ่อนปัญญาอัชฌาสัย
จะได้สืบสุริย์วงศ์พระองค์ไป เป็นหลักชัยปิ่นโลกธาตรี
แล้วฝากสามน้องพระทรงจักร จงเอ็นดูหลานรักทั้งสองศรี
เหมือนบุตรสุดสวาทในอินทรีย์ ปรานีอย่าได้ฉันทา
ตัวเจ้าก็เป็นกำพร้าแม่ เห็นแต่บิตุเรศนาถา
กับสามพระองค์ผู้เป็นอา เมตตาก็จะสุขสถาวร ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระกฤษณุรักษ์ทรงศร
กับสามอนุชาฤทธิรอน ได้ฟังสุนทรพระนักพรต
ต่างองค์ถวายอภิวาทน์ กราบลงแทบบาทบงกช
แล้วกล่าววาทีมธุรส สนองพจนารถพระสิทธา
พระองค์อย่าได้ทุกข์ร้อน จงถาวรจำเริญสุขา
อันสองพระราชกุมารา ข้ารักดั่งดวงตาดวงใจ
มาตรแม้นเดือนดาวในอากาศ ปรารถนาก็จะเอามาให้
ถึงวิมานเทวาสุราลัย ชอบใจแล้วมิให้อนาทร
แต่พระองค์จงได้กรุณา ขอฝากนางสีดาดวงสมร
ให้อยู่เป็นสุขถาวร ช่วยผันผ่อนโน้มน้าวเทวี
ถ้าจะสิ้นแค้นสิ้นโกรธ ก็เพราะโพธิสมภารพระฤๅษี
ตัวข้าพี่น้องทั้งนี้ จะได้มีความสุขสืบไป ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น องค์พระมหาอาจารย์ใหญ่
ได้ฟังจึ่งตอบไปทันใด อันองค์อรไทนางสีดา
ตัวเจ้าก็เป็นมารดร เทวัญอัปสรถ้วนหน้า
ดั่งวิเชียรตกพื้นพระสุธา อย่าสงกาที่จะมีราคี
ตาจะช่วยว่ากล่าวนงลักษณ์ พระทรงจักรอย่าหม่นหมองศรี
จะเลี้ยงรักษานางเทวี มิให้มีความอนาทร
พระองค์จงไปจำเริญสวัสดิ์ ทั้งหกกษัตริย์สโมสร
ศัตรูอย่าต่อฤทธิรอน จงขจรพระเดชทั้งแดนไตร
ครั้นอวยพรแล้วพระอาจารย์ เอ็นดูหลานมิใคร่จะมาได้
จำเป็นจำลาภูวไนย กลับไปยังที่กุฎี ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระพรตพระลักษมณ์เรืองศรี
ทั้งพระสัตรุดผู้ฤทธี ยินดีดั่งได้สมบัติฟ้า
ต่างองค์ต่างอุ้มหลานรัก จูบพักตร์ด้วยใจเสน่หา
รับขวัญเชยชมภิรมยา ต่างมีพจนารำพันไป
อนิจจาอาไม่รู้จักเจ้า ขวัญข้าวผู้ยอดพิสมัย
หลงรบสู้กันปิ้มบรรลัย หากบุญจึ่งไม่วายปราณ
ทั้งเทเวศก็ช่วยป้องกัน หวังให้อัศจรรย์ทุกทิศานต์
มิเสียทีเป็นหน่อพระอวตาร ศรศิลป์เชี่ยวชาญชำนาญนัก
สมเป็นปิ่นกษัตริย์ในธาตรี สมศรีสุริย์วงศ์ทรงจักร
สมเกียรติอิศรารังรักษ์ สมเป็นหลักโลกสืบไป ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น สองกุมารผู้มีอัชฌาสัย
กราบบาททั้งสามภูวไนย แล้วทูลด้วยใจภักดี
ซึ่งทรงเมตตาการุญ พระคุณล้นเกล้าเกศี
ตัวข้าเป็นเด็กได้ราวี โทษนี้หนักพ้นคณนา
พระองค์ผู้ทรงศักดาเดช จงโปรดเกศอภัยโทษา
ข้าผู้ฉลองรองบาทา อย่าให้เป็นเวราแก่หลานรัก ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น สามกษัตริย์สุริย์วงศ์ทรงจักร
ได้ฟังมีความยินดีนัก แสนรักเพิ่มพ้นพันทวี
จึ่งมีมธุรสบัญชา เจ้าดวงนัยนาทั้งสองศรี
จะเร่าร้อนฤทัยไปไยมี อานี้ไม่ถือโทษภัย ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น พญาอนุชิตทหารใหญ่
สุมันตันเสนานอกใน มีใจชื่นชมภิรมยา
ต่างคนประณตบทบงสุ์ หน่อพระหริวงศ์นาถา
เกลื่อนกลาดทั้งหน้าพลับพลา สรรเสริญฤทธาบารมี
แต่ขุนกระบี่วายุบุตร กอดบาทพระมงกุฎเรืองศรี
ทูลไปด้วยใจยินดี ข้านี้มิได้แจ้งการ
ว่าพระองค์เป็นหน่อพระจักรภุช จึ่งเข้าสัประยุทธ์หักหาญ
ทำโดยหยาบช้าสามานย์ ขอประทานจงได้เมตตา
อดซึ่งโทษาแห่งข้าบาท อย่ามีอาฆาตไปภายหน้า
จะได้รองใต้เบื้องบาทา ไปกว่าจะสิ้นชีวี ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระมงกุฎทรงสวัสดิ์รัศมี
ฟังลูกพระพายพาที มีความโสมนัสแล้วตอบไป
ธรรมดารณรงค์ในสงคราม จะคุมโทษถือความกระไรได้
ต่างตนต่างหมายจะเอาชัย เป็นวิสัยทั่วโลกโลกา
ใครมีเดชาวราวุธ สัประยุทธ์ถ้อยทีสำแดงกล้า
ตัวท่านกับเราก็ศักดา หากว่าไม่รู้จักกัน
อย่าคิดกินแหนงแคลงใจ ในความรังเกียจเดียดฉันท์
จะเป็นเพื่อนรองบาทพระทรงธรรม์ ไปกว่าชีวันจะวายปราณ ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระจักรีผู้ปรีชาหาญ
เห็นสามอนุชาชัยชาญ กับพญาหนุมานผู้ศักดา
พิศวาสสองราชโอรส พระทรงยศแสนโสมนัสสา
จึ่งมีพระราชบัญชา ตรัสสั่งเสนาสุมันตัน
ควรเราจะเลิกกองทัพ กลับเข้านิเวศน์เขตขัณฑ์
จงเตรียมม้ารถคชกรรม์ โยธาทั้งนั้นให้พร้อมไว้ ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น สุมันตันเสนาผู้ใหญ่
รับสั่งพระองค์ทรงฤทธิไกร บังคมไหว้แล้วรีบออกมา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ จัดกันตามหมวดตามกอง ตั้งเป็นทิวท่องทั้งซ้ายขวา
โดยกระบวนพยุหยาตรา เสร็จตามบัญชาพระจักรี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระหริวงศ์ทรงสวัสดิ์รัศมี
ชวนสามอนุชาร่วมชีวี กับสองศรีพระราชโอรส
สระสรงทรงเครื่องอลงการ์ รจนาล้วนแล้วด้วยแก้วหมด
งามดั่งเทวาในโสฬส เสด็จมาขึ้นรถพร้อมกัน ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ อันพระกุมารทั้งสององค์ ทรงรถบิตุรงค์รังสรรค์
ให้เคลื่อนโยธาจรจรัล ไปตามอารัญมรคา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

ชมดง

๏ เดินพลางทางชมโอรส พระทรงยศเศร้าโทมนัสสา
แสนคะนึงตรึงตรอมวิญญาณ์ ถึงโฉมสีดายุพาพาล
แล้วฝืนพักตร์ทอดทัศนาไป ชมพรรณนกไม้ในไพรสาณฑ์
ชี้หัตถ์ตรัสมีโองการ บอกสองกุมารให้แลดู
พระมงกุฎว่าโอ้น้องรัก สาลิกาฟักลูกอยู่ทั้งคู่
เหมือนพระมารดาโฉมตรู อุ้มชูเลี้ยงเราแต่เยาว์มา
พระบิตุเรศเห็นนกนางนวล หวนถึงอัคเรศเสน่หา
อนิจจาปานนี้นางสีดา จะครวญถึงลูกยาด้วยอาลัย
พระลบเห็นนกยูงทอง พลัดแม่เร่ร้องโหยไห้
ชี้บอกพระเชษฐายาใจ เหมือนเราไกลอกพระมารดร
พระทรงจักรแลเห็นนกหว้า ดั่งว่าวอนนางสีดาดวงสมร
ทอดถอนฤทัยภูธร อาวรณ์ถึงองค์เทวี
พระมงกุฎฟังการเวกร้อง แล้วว่าเจ้าลบน้องรักพี่
สำเนียงเหมือนเสียงพระชนนี ตรัสเรียกเราที่ศาลา
พระจักรแก้วเห็นนกรังนาน เหมือนเริศร้างเยาวมาลย์เสน่หา
ยิ่งสลดระทดวิญญาณ์ ผ่านฟ้าเร่งพลเข้าเวียงชัย ฯ

ฯ ๑๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น หญิงชายชาวเมืองน้อยใหญ่
แจ้งว่าพระตรีภูวไนย ไปจับกุมารชาญฉกรรจ์
ไม่เป็นศัตรูหมู่ขบถ คือพระโอรสรังสรรค์
บัดนี้พระองค์ทรงธรรม์ รับพระลูกนั้นเข้ามา
ต่างคนโสมนัสเปรมปรีดิ์ ทั้งเข็ญใจผู้ดีถ้วนหน้า
บอกกันอื้ออึงเป็นโกลา วิ่งมาคอยดูพระทรงฤทธิ์ ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ นั่งแน่นตามแนวแถวถนน เกลื่อนกล่นซับซ้อนอกนิษฐ์
สิ่งของตกหายก็ไม่คิด แต่ตั้งตาพินิจพิศไป
เห็นเกณฑ์แห่ล่วงเข้าประตูเมือง เป็นคู่เคียงเรียงเนื่องงามไสว
ธงฉานคั่นริ้วธงชัย อำไพเครื่องสูงจามร
งามรถงามทศโยธี งามพระจักรีทรงศร
งามสองโอรสดั่งจันทร งามพระพรตฤทธิรอนจำเริญตา
งามทั้งพระลักษมณ์วรนุช งามพระสัตรุดดั่งเลขา
งามพร้อมสมวงศ์อิศรา ใต้ฟ้าไม่มีใครเทียมทัน
ต่างคนอวยชัยถวายพร ชุลีกรแซ่ซ้องเกษมสันต์
ขอให้ผาสุกทุกนิรันดร์ เป็นฉัตรกั้นโลกาธาตรี ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น พระสุริย์วงศ์องค์นารายณ์เรืองศรี
ครั้นถึงซึ่งราชธานี พร้อมหมู่โยธีเสนา
จึ่งให้ประทับกับเกยแก้ว แล้วจูงกรสองโอรสา
ขึ้นเฝ้าสมเด็จพระมารดา สามพระอนุชาก็ตามไป ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ นั่งลงแทบใกล้บาทบงสุ์ ต่างองค์โอนเกศบังคมไหว้
พระชนนีทั้งสามอรไท ที่ในปราสาทสุรกานต์ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นางเกาสุริยายอดสงสาร
นางไกยเกษีเยาวมาลย์ ทั้งนงคราญสมุทรเทวี
เห็นพระรามกับสามอนุชา พาองค์กุมาราทั้งสองศรี
ทรงโฉมเสาวภาคย์ทั้งอินทรีย์ ทั่วตรีโลกาไม่เทียมทัน
เพ่งพิศดูทรงส่งสถาน เหมือนพระอวตารรังสรรค์
อันรูปทรงกุมารทั้งสองนั้น ไม่ผิดเพี้ยนกันประหลาดนัก
จึ่งตรัสถามองค์พระทรงศร ดูก่อนพ่อผู้สิทธิศักดิ์
เจ้ากับอนุชายุพาพักตร์ ไปตามปรปักษ์ใจพาล
เสร็จศึกแล้วหรือจึ่งกลับมา ยังมหานิเวศน์ราชฐาน
อันซึ่งสองราชกุมาร งามปานดั่งบุตรหัสนัยน์
น้อยน้อยทั้งคู่น่ารัก ทรงลักษณ์ไม่มีที่เปรียบได้
ถิ่นฐานนามวงศ์พงศ์ใคร ได้มาแต่ไหนดังนี้ ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น องค์พระหริรักษ์เรืองศรี
ได้ฟังสมเด็จพระชนนี ชุลีกรสนองพระวาจา
ลูกนี้ยกตามออกไป ถึงในอารัญราวป่า
ได้รบกับสองกุมารา สาตราศรศิลป์ไม่กินกัน
มีความสงสัยไถ่ถาม ถึงวงศ์นามนิเวศน์เขตขัณฑ์
จึ่งแจ้งว่าสีดาวิลาวัณย์ เจ้าลักษมณ์ฟาดฟันไม่บรรลัย
นางไปพึ่งพักปรนนิบัติ พระวัชมฤคอาจารย์ใหญ่
ยังกาลวาตกุฎีไพร จนได้คลอดองค์พระโอรส
ไม่มีอันตรายโรคา ด้วยบุญญาพระมหาดาบส
ค่อยจำเริญศักดิ์สิริยศ จนกำหนดชันษาได้สิบปี
ผู้พี่นี้ชื่อว่ามงกุฎ เป็นบุตรในครรภ์นางโฉมศรี
เจ้าลบก็ลูกของเทวี พระมุนีชุบเป็นอนุชา
ตัวลูกกับนางได้พบกัน แต่รำพันปลอบโยนก็หนักหนา
เคียดแค้นตัดไปไม่เข้ามา สุดที่จะว่าวอนให้อ่อนใจ
จึ่งขอสองราชโอรสรัก นงลักษณ์จำเป็นจำให้
ทูลพลางพลางคิดอาลัย ภูวไนยซบพักตร์ลงโศกี ฯ

ฯ ๑๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น สามพระมารดาโฉมศรี
ได้แจ้งแห่งคำพระจักรี มีความแสนโสมนัสนัก
จึ่งส้วมสอดกอดสองสุริย์วงศ์ ต่างองค์ต่างอุ้มขึ้นใส่ตัก
รับขวัญจุมพิตด้วยความรัก นงลักษณ์จึ่งกล่าววาจา
น้อยน้อยเท่านี้หรือมีฤทธิ์ อำนาจศรสิทธิ์แกล้วกล้า
แผลงสนั่นเลื่อนลั่นโลกา สมวงศ์อิศราเรืองชัย
เมื่อพ่อเจ้าให้ฆ่าชนนี ทั้งสามอัยกีหารู้ไม่
ต่อรุ่งรางสางแสงอโณทัย จึ่งให้ทราบแจ้งเหตุการณ์
ตกใจดั่งหนึ่งเศียรขาด ดั่งพญามัจจุราชสังหาร
ย่าคิดว่าสิ้นสุดปราณ สงสารรํ่ารักทุกคืนวัน
เดชะกุศลหนหลัง ชีวังไม่ม้วยอาสัญ
ซึ่งมารดาเจ้าอยู่อารัญ ได้ทุกข์ยากนั้นประการใด ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระกุมารผู้มีอัชฌาสัย
สะอื้นพลางพลางทูลสนองไป อันความไร้ขององค์พระมารดา
แสนเทวษแสนทุกข์แสนลำบาก แสนยากแสนกันดารอยู่ในป่า
จนพระกายซูบเศร้าโรยรา แต่ผ้าจะรองนอนก็ไม่มี
เมื่อองค์สมเด็จพระบิตุราช จะรับข้าเบื้องบาททั้งสองศรี
มาจากอรัญกุฎี พระชนนีโศกาจาบัลย์
บัดนี้ก็อยู่แต่ผู้เดียว เปล่าเปลี่ยวพระทัยโศกศัลย์
วังเวงวิเวกในไพรวัน จะเห็นแต่นักธรรม์อัยกา
อนิจจาเกิดมาไม่วายเทวษ เมื่อแรกไร้บิตุเรศนาถา
มาได้พึ่งบาทพระบิดา แล้วกำพร้าพลัดพระชนนี
ทูลพลางสะท้อนถอนใจ ชลนัยน์นองเนตรทั้งสองศรี
ซบพักตร์สะอื้นโศกี ดั่งหนึ่งชีวีจะวายปราณ ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น สามพระอัยกียอดสงสาร
ได้ฟังส้วมกอดพระกุมาร นงคราญรำพันโศกา
โอ้ว่าสีดาของแม่เอ๋ย กระไรเลยได้ยากเป็นหนักหนา
เคยอยู่เสวยสุขทุกเวลา ในไอศวรรยาธานี
ประกอบด้วยสมบัติพัสถาน ยศศักดิ์บริวารสาวศรี
บำเรอทุกทิวาราตรี โบกปัดพัดวีเรียงรัน
จะไปไหนข้าไทก็พร้อมหน้า ย่อมทรงสีวิกาเฉิดฉัน
ครั้งนี้จากไปอยู่ไพรวัน สารพันทุกข์ยากลำบากใจ
เสียแรงเจ้าเกิดในโกเมศ มาได้ทุกข์เทวษหาควรไม่
อกเอ๋ยจะทำประการใด รํ่าพลางสะอื้นไห้ไปมา ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระหริวงศ์องค์นารายณ์นาถา
เห็นสามสมเด็จพระมารดา กับโอรสโศการักกัน
ให้สลดระทดพระทัยนัก คิดถึงนงลักษณ์ผู้เมียขวัญ
ร้อนรุมกลุ้มใจดั่งไฟกัลป์ พระทรงธรรม์เพียงสิ้นสมประดี
แล้วจึ่งถวายบังคมลา จูงกรลูกยาทั้งสองศรี
ยุรยาตรนาดกรายจรลี ไปปราสาทมณีอลงการ ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ ลดองค์ลงเหนือบัลลังก์อาสน์ อันโอภาสด้วยดวงมุกดาหาร
จึ่งสั่งสุมันตันผู้ปรีชาญ ทั้งท้าวเจ้าพนักงานข้างใน
จงจัดนางกษัตริย์สุริย์วงศ์ ที่ซื่อตรงมีอัธยาศัย
ร้อยยี่สิบแปดจำเริญวัย ให้เป็นพี่เลี้ยงพระลูกยา
สตรีที่จะได้ใช้สอย สิบร้อยล้วนมียศถา
ทั้งกุมารน้อยน้อยโสภา บุตรมหาเสนามนตรี
จงได้ถ้วนหมื่นหกพัน อันมีรูปทรงส่งศรี
แต่ล้วนชันษาสิบปี ให้ลูกกูพี่น้องผู้ชัยชาญ ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้น สุมันตันผู้ปรีชาหาญ
กับท้าวนางต่างรับพระโองการ ประณตบทมาลย์แล้วรีบมา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ข้างในเลือกสรรนางกษัตริย์ แล้วจัดหญิงที่มียศถา
ข้างหน้าเก็บบุตรเสนา ล้วนชันษาได้สิบปี
ครบตามพระราชบรรหาร องค์พระอวตารเรืองศรี
ต่างพากุมารแลนารี ไปถวายยังที่พระโรงคัล ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เจรจา

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ