สมุดไทยเล่มที่ ๗๑

๏ เมื่อนั้น ท้าวราพณาสูรใจหาญ
ครั้นถึงนิเวศน์อลงการ พญามารเข้าที่บรรทมใน ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ทอดองค์ลงเหนือบรรจถรณ์ พระกรก่ายพักตร์โหยไห้
แสนทุกข์สะท้อนถอนใจ ฤทัยเร่าร้อนพันทวี
ตัวกูทำการสงคราม เสียทีลักษมณ์รามสองศรี
มิหนำซ้ำไอ้พาลี กลับมีชีวิตคืนมา
มาเป็นกำลังปัจจามิตร รณรงค์สุดคิดจะเข่นฆ่า
แล้วก็สิ้นสุริย์วงศ์ในลงกา ไม่รู้ที่บ่ายหน้าไปหาใคร
โอ้อนิจจาตัวกู ดั่งว่ายอยู่ในท้องสมุทรใหญ่
จะทำกิจพิธีสิ่งใด ก็ไม่ได้สมอารมณ์คิด
แต่ผุดลุกผุดนั่งเหนือบรรจถรณ์ เวทนาดั่งศรมาเสียบจิต
ให้ร้อนรุ่มกลุ้มใจไปด้วยพิษ ไม่เป็นสนิทนิทรา ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

ร่าย

๏ เมื่อนั้น นวลนางมณโฑเสน่หา
ครั้นเห็นสมเด็จพระภัสดา กลับมาไม่ตรัสประการใด
ตรงเข้าในที่ไสยาสน์ อาการประหลาดดั่งเป็นไข้
ก็พาฝูงนางกำนัลใน ขึ้นไปเฝ้าองค์อสุรี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เพลง

๏ ครั้นถึงน้อมเศียรบังคมทูล นเรนทร์สูรธิราชยักษี
พิธีไม่ครบสามราตรี เป็นไฉนภูมีจึ่งกลับมา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวทศพักตร์ยักษา
ได้ฟังองค์อัครกัลยา จึ่งมีบัญชาตรัสไป
ซึ่งพี่ตั้งกิจพิธีกรรม์ จะสมความคิดนั้นก็หาไม่
ด้วยไอ้พาลีที่บรรลัย มันกลับคืนได้ชีวิต
ยกพวกวานรมารอนราญ ทำลายการกูณฑ์กลากิจ
พลเราไม่รอต่อฤทธิ์ ตายยับอกนิษฐ์ดาษดา
คิดว่าหนุมานมันทำกล แปลงตนมาให้กังขา
ต่อเข้าสัประยุทธ์ถึงกายา จึ่งรู้แท้แน่ว่าพาลี
ชะรอยพระอิศวรปิ่นเกล้า เข้าด้วยลักษมณ์รามทั้งสองศรี
ชุบมันคืนชีพชีวี เจ้าพี่จะคิดประการใด ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นางมณโฑเยาวยอดพิสมัย
ได้ฟังบัญชาภูวไนย ว่าพาลีคืนได้ชีวิตมา
จึ่งน้อมเศียรประณตบทบงสุ์ ทูลองค์พญายักษา
ซึ่งว่าพาลีผู้ศักดา คืนได้ชีวานั้นผิดนัก
ใครหนอตายแล้วจะกลับเป็น ข้าเห็นไม่มีทั้งไตรจักร
อันองค์พระอิศวรรังรักษ์ เป็นหลักโลกาไม่อาธรรม์
ซึ่งไปทำลายพิธี คือกระบี่หนุมานแม่นมั่น
เพราะด้วยพิเภกกุมภัณฑ์ บอกมันทุกครั้งทุกทีมา
จะทำสิ่งใดก็จังฑาล ให้เสียการเสียวงศ์ยักษา
เมื่อใดน้องท้าวมรณา เห็นว่าจะสิ้นไพรี ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น ทศเศียรสุริย์วงศ์ยักษี
ได้ฟังอัครราชเทวี อสุรีเห็นจริงทุกสิ่งไป
มีความแสนโสมนัสนัก ดวงพักตร์ผ่องเพียงแขไข
ลูบหลังรับขวัญอรไท เจ้าคือดวงใจนัยนา
ซึ่งคิดจะให้พี่ตัดศึก ข้อนี้ลํ้าลึกหนักหนา
อันไอ้พิเภกอสุรา ดั่งเงาติดกายาเป็นนิจไป
จะทำสิ่งใดก็ล่วงรู้ มันบอกศัตรูให้แก้ไข
ญาติมิตรก็ไม่คิดอาลัย หมายจักเป็นใหญ่ในเมืองมาร
พรุ่งนี้พี่จะยกพลขันธ์ ไปฆ่ามันให้ม้วยสังขาร
ด้วยหอกกบิลพัทอันชัยชาญ ให้สิ้นการเสี้ยนไพรี
ว่าพลางอิงแอบแนบเคล้า หยอกเย้าด้วยความเกษมศรี
แสนสนิทพิศวาสเทวี ก็หลับไปในที่ไสยา ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ กล่อม

๏ ครั้นพระสุริยาเรืองรอง แสงทองสว่างเวหา
ตื่นจากแท่นที่อลงการ์ อสุราโสรจสรงสาคร
ทรงเครื่องประดับสำหรับองค์ อลงกตเนาวรัตน์ประภัสสร
เสด็จจากห้องแก้วอลงกรณ์ บทจรออกท้องพระโรงคัล ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เสมอ

๏ ลดองค์ลงเหนือบัลลังก์รัตน์ ภายใต้เศวตฉัตรฉายฉัน
พร้อมหมู่เสนีกุมภัณฑ์ อภิวันท์เกลื่อนกลาดดาษดา
จึ่งมีพระราชบรรหาร สั่งมโหทรมารยักษา
จงเกณฑ์จตุรงค์โยธา กูจะไปเข่นฆ่าไพรี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น มโหทรเสนายักษี
รับสั่งถวายอัญชุลี ออกมาจากที่พระโรงชัย ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ ปฐม

๏ เกณฑ์หมู่จตุรงค์องอาจ ตั้งเป็นพยุหบาตรกระบวนใหญ่
ขุนช้างผูกช้างระวางใน ค่ายคํ้าโลดไล่โจมทัพ
หมอควาญล้วนใส่เสื้อแดง ถือของ้าวแกว่งกลอกกลับ
ดั้งกันพังคาซ้อนซับ พร้อมสรรพด้วยเครื่องสาตรา
ขุนม้าผูกม้าสินธพ ดีดขบลำพองคะนองกล้า
ผู้ขี่เสื้อเขียวไข่กา ถือทวนเงื้อง่าหยัดยัน
ขุนรถก็เทียมรถศึก ด้วยเสือสิงห์โคถึกตัวขยัน
สารถีใส่เสื้อเครือวัลย์ มือถือเกาทัณฑ์กรีดกราย
ขุนพลตรวจเตรียมพลยุทธ์ ล้วนถืออาวุธฉานฉาย
ใส่เสื้อพื้นดำฉลุลาย ไพร่นายเอิกเกริกเป็นโกลา ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น ทศเศียรสุริย์วงศ์ยักษา
ครั้นเสร็จซึ่งจัดโยธา เสด็จมาโสรจสรงสาคร ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

โทน

๏ สนานกายสายสินธุ์สุหร่ายแก้ว แล้วทรงสุคนธ์เกสร
สอดใส่สนับเพลาเชิงงอน ภูษาลายกินนรกรกราย
ชายไหวชายแครงเครือหงส์ ฉลององค์เกราะเพชรฉานฉาย
ตาบทิศประดับทับทิมพราย ทับทรวงห่วงสายสังวาลรัตน์
ทองกรจำหลักลอยพลอยเพชร ธำมรงค์เรือนเก็จกาบสะบัด
มงกุฎแก้วกุณฑลดอกไม้ทัด กรรเจียกจรจำรัสอลงกรณ์
งามทรงงามองค์งามสง่า ดั่งไพจิตราชาญสมร
จับหอกกบิลพัทฤทธิรอน บทจรมาขึ้นพิชัยรถ ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ กราว

โทน

๏ รถเอยราชรถศึก กำกงแก้วผลึกอลงกต
บัลลังก์ล้วนสุวรรณชั้นลด เก็จกาบแก้วบดแปรกบัง
รายครุฑยุดนาคยืนหยัด สิงห์อัดเผ่นผกกระหนกตั้ง
บุษบกบันแถลงช้อนกระจัง ห้ายอดดูดั่งนฤมิต
เทียมด้วยราชสีห์สองพัน โลทันมือถือกระบองบิด
สันทัดขับเผ่นไปด้วยฤทธิ์ เครื่องสูงชวลิตอลงการ
แตรงอนแตรฝรั่งประสานเสียง สำเนียงปี่กลองฆ้องขาน
พลโห่โห่ก้องสุธาธาร กรีพวกพลหาญรีบไป ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ กราว

๏ ครั้นถึงแทบที่สนามยุทธ์ จึ่งให้หยุดโยธาทัพใหญ่
ตั้งมั่นไว้ริมชายไพร โดยในนามพยัคฆ์ชาญฉกรรจ์ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

ช้า

๏ เมื่อนั้น พระกฤษณุรักษ์รังสรรค์
ครั้นสิ้นแสงสีรวีวรรณ พระจันทร์แจ่มแจ้งเมฆา
พระเสด็จเข้าที่ไสยาสน์ กรก่ายนลาฏโหยหา
ถึงองค์อัครราชกัลยา ผ่านฟ้าสะท้อนถอนใจ
โอ้ว่าเจ้าดวงชีวิตพี่ ป่านนี้แก้วตาจะเป็นไฉน
หรือทศกัณฐ์มันจองภัย กลับไปจะทำโทษทัณฑ์
ทั้งจะทุกข์ถึงพี่ที่วิโยค แสนโศกพ่างเพียงชีวาสัญ
จะระกำช้ำใจไม่วายวัน ขวัญเมืองจะกินแต่น้ำตา
ยิ่งคิดยิ่งทวีแสนเทวษ ทรงเดชเศร้าโทมนัสสา
มิได้สนิทนิทรา จนเวลาปัจฉิมราตรี
สกุณาเร่าร้องถวายเสียง สำเนียงเรไรเรื่อยรี่
พระพายพากลิ่นมาลี แสงรวีส่องฟ้าสุธาธาร ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

ร่าย

๏ จึ่งชำระสระสรงทรงเครื่อง อร่ามเรืองพรรณรายฉายฉาน
เสด็จจากห้องแก้วอลงการ ผ่านฟ้าออกหน้าพลับพลาชัย ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ พร้อมทหารทั้งสองพระนคร เสนาวานรน้อยใหญ่
พอได้ยินสำเนียงเกรียงไกร ภูวไนยจึงถามโหรา
วานนี้เป็นไฉนประหลาดนัก จึ่งท้าวทศพักตร์ยักษา
มิได้แต่งทัพออกมา เข่นฆ่าสัประยุทธ์ต่อกัน
บัดนี้อสุรีตนใด ยกพวกพลไกรทัพขันธ์
จะเป็นมิตรสหายพงศ์พันธุ์ หรือว่าตัวมันมาราวี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น พญาพิเภกยักษี
ได้ฟังบรรหารพระจักรี ชุลีกรแล้วจับยามไป
ก็รู้โดยตำรับไตรเพท ดั่งเทเวศลงมาบอกให้
จะแจ้งไม่แคลงน้ำใจ บังคมไหว้สนองพระบัญชา
อันศึกซึ่งว่างอยู่นั้น ด้วยทศกัณฐ์ยักษา
กริ้วโกรธฝูงเทพเทวา ว่าเป็นพยานพระสี่กร
ลอบไปทำกิจพิธี ยังที่พระเมรุสิงขร
ชุบกบิลพัทของบิดร ให้เรืองฤทธิรอนดั่งเพลิงกัลป์
แล้วจึ่งเอาดินเจ็ดท่า มาปั้นรูปเทวาในสวรรค์
ทิ้งเข้าในกองกูณฑ์นั้น จะฆ่าชีวันให้วายปราณ
องค์พระอิศวรแจ้งเหตุ ให้เทเวศพาลีใจหาญ
ลงมาทำลายพิธีการ ขุนมารยิ่งกริ้วโกรธนัก
สำคัญว่าข้านี้กราบทูล นเรนทร์สูรสุริย์วงศ์ทรงจักร
จึ่งยกพหลพลยักษ์ ฮึกฮักรีบเร่งออกมา
จะฆ่าตัวข้าผู้รองบาท ให้สิ้นชีวาตม์สังขาร์
ด้วยกบิลพัทอันศักดา ผ่านฟ้าจงได้ปรานี ฯ

ฯ ๑๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระจักรรัตน์แก้วเรืองศรี
ได้ฟังพิเภกอสุรี จึ่งมีบัญชาตรัสไป
อันตัวของท่านดั่งดวงจิต จะให้เสียชีวิตกระไรได้
อย่าคิดประหวั่นพรั่นใจ จะกลัวมันไยไอ้พาลา
แล้วสั่งพระลักษมณ์สุริย์วงศ์ เราจะรณรงค์ด้วยยักษา
จงระวังพิเภกอสุรา อย่าให้มีเหตุเภทพาล
ฝ่ายพญาสุครีพฤทธิรอน จงจัดวานรทวยหาญ
เลือกล้วนที่มีปรีชาชาญ เราจะไปรอนราญอสุรี ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ลูกพระสุริยาเรืองศรี
รับสั่งสมเด็จพระจักรี ถวายอัญชุลีแล้วออกมา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ ปฐม

ยานี

๏ จัดโดยกระบวนพยุหบาตร ให้นิลราชเป็นกองหน้า
กองหนุนวานรปิงคลา โยธาอาจหาญชาญฉกรรจ์
อันพลชมพูนคเรศ ล้วนเทเวศจุติจากสวรรค์
เข้าทัพพระลักษมณ์วิลาวัณย์ กรกุมเครื่องสรรพ์อาวุธ
ฝ่ายพลนครขีดขิน พื้นพงศ์พานรินทร์เทพบุตร
จัดไว้เป็นกองพระทรงครุฑ แต่ละตนฤทธิรุทรมหึมา
อันทหารทั้งสองนคเรศ เลื่องชื่อลือเดชทุกทิศา
แน่นนันต์เพียบพื้นพสุธา เตรียมท่าคอยเสด็จพระสี่กร ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น พระนารายณ์สุริย์วงศ์ทรงศร
จึ่งชวนพระลักษมณ์ฤทธิรอน บทจรไปสรงวาริน ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

โทน

๏ สองกษัตริย์ชำระสระสนาน สุคนธ์ธารเกสรขจรกลิ่น
สนับเพลารายพลอยโกมิน เชิงรูปนาคินกระหนกกลาย
พระเชษฐาผ้าทิพย์พื้นตอง เครือทองประสานฉายฉาน
พระอนุชาพื้นม่วงฉลุลาย เป็นกินนรกรกรายกรีดรำ
ชายไหวชายแครงเครือขด ประดับดวงมรกตเขียวขำ
ฉลององค์พื้นโหมดสีดอกคำ สังเวียนหยักประจำชิงดวง
รัดองค์จำหลักลายแทง สังวาลวัลย์เพชรแดงรุ้งร่วง
ตาบทิศสร้อยสนทับทรวง พาหุรัดโชติช่วงทองกร
ธำมรงค์มงกุฎนพรัตน์ กรรเจียกแก้วจำรัสประภัสสร
ต่างทรงศิลป์สิทธิ์ฤทธิรอน บทจรขึ้นรถอมรินทร์ ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ บาทสกุณี

โทน

๏ รถเอยสองรถทรง ดุมวงล้วนแก้วผลึกสิ้น
กงกำประกับโกมิน องค์อินทร์ถวายทั้งสองรถ
อันมหาพิชัยเวไชยันต์ เรือนนั้นประดับมรกต
เก็จกาบภาพคั่นเป็นหลั่นลด ช้อยชดห้ายอดพรรณราย
อันรถทรงองค์พระอนุชา ล้วนมุกดาสุรกานต์ฉานฉาย
บุษบกประดับทับทิมพราย ทรวดทรงงามคล้ายคลึงกัน
ดั่งรถพระจันทร์พระอาทิตย์ รัศมีชวลิตฉายฉัน
เทียมด้วยสินธพเทวัญ เทพบุตรยืนยันขับทะยาน
พิเภกเคียงรถพระลักษมณ์มา ท่ามกลางโยธาทวยหาญ
เครื่องสูงครบสิ่งอลงการ ปี่กลองฆ้องขานอึงอล
เสียงกงก้องลั่นสนั่นภพ ผงคลีตลบโพยมหน
วานรโห่ร้องคำรน รีบพลเร่งราชรถไป ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ กราวนอก

๏ ครั้นถึงจึ่งให้หยุดโยธา เสนาวานรน้อยใหญ่
ตั้งเป็นกระบวนลงไว้ แทบใกล้กองทัพอสุรี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ทศเศียรสุริย์วงศ์ยักษี
ยืนรถอยู่กลางโยธี เห็นทัพกระบี่ยกมา
จึ่งมีพระราชบรรหาร เหวยเสนามารทัพหน้า
จงแยกกันออกเป็นปีกกา เข้าตีหักกล้าวานร ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น จึ่งเปาวนาสูรชาญสมร
รับสั่งองค์ท้าวยี่สิบกร ก็ต้อนกันให้เข้าโจมตี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ฝ่ายพลกองหน้ายักษี
ต่างตนสำแดงฤทธี เข้าไล่ราวีกระบี่ไพร ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ปีกซ้ายต้านต่อด้วยปีกขวา พุ่งสาตราวุธน้อยใหญ่
ปีกขวานั้นดาเข้าไป ลุยไล่ปีกซ้ายวานร
กองกลางถาโถมโจมแทง ยิงแย้งหน้าไม้ธนูศร
ดาบง้าวส้าวทวนโตมร เข้าไล่ราญรอนเป็นโกลา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ บัดนั้น ฝ่ายนิลราชกองหน้า
เห็นอสุรีตีหักเข้ามา ก็ต้อนวานรออกโรมรัน ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ปีกขวานั้นรับปีกซ้าย แยกย้ายรวดเร็วดั่งจักรผัน
ปีกซ้ายรับขวากุมภัณฑ์ กองกลางนั้นไล่ทะลวงตี
พลมารตายยับกับกร วานรโห่ร้องอึงมี่
ต่างตนโรมรุกคลุกคลี อสุรีไม่ทานฤทธา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น ท้าวราพณาสูรยักษา
เห็นพลตายกลาดดาษดา แตกมาจนหน้ารถชัย
ยิ่งพิโรธโกรธกริ้วขบฟัน กระทืบบาทสนั่นหวั่นไหว
จึ่งชักศรสิทธิ์เกรียงไกร พาดสายแผลงไปด้วยฤทธิ์ ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ สิงขรสาครก็ไหวหวาด กัมปนาทสะเทือนถึงดุสิต
ต้องหมู่วานรปัจจามิตร ตายยับอกนิษฐ์ทับกัน ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระสุริย์วงศ์องค์นารายณ์รังสรรค์
เห็นศรทศเศียรกุมภัณฑ์ มาต้องพวกพลขันธ์มรณา
จึ่งชักพลายวาตขึ้นพาดสาย พระเนตรหมายเขม้นเข่นฆ่า
น้าวหน่วงด้วยกำลังศักดา ผ่านฟ้าก็ผาดแผลงไป ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ สำเนียงดั่งเสียงฟ้าฟาด เกิดเป็นศรสาตร์ไม่นับได้
ต้องหมู่จตุรงค์พลไกร บรรลัยเกลื่อนกลาดดาษดิน
อันหมู่วานรที่ตายนั้น กลับได้ชีวันคืนสิ้น
ลุกขึ้นเยาะเย้ยอสุรินทร์ กระบินทร์เงือดเงื้อสาตรา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวทศพักตร์ยักษา
ยี่สิบเนตรแลลอดสอดมา หมายหาพิเภกกุมภัณฑ์
เห็นเคียงข้างรถพระลักษมณ์ ขุนยักษ์กริ้วโกรธหุนหัน
สิบปากขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน มือคันจะฆ่าให้บรรลัย
จึ่งให้โลทันสารถี ผู้มีศักดาอัชฌาสัย
ขับรถฝ่าพลเข้าไป ชิงชัยด้วยองค์พระลักษมณ์ ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น น้องพระหริวงศ์ทรงจักร
เห็นทศเศียรขุนยักษ์ ตีหักเข้ามารอนราญ
จึ่งจับศรอัคนิวาต อันมีอำนาจกำลังหาญ
พาดสายหมายล้างขุนมาร ผ่านฟ้าแผลงไปด้วยศักดา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ ศรชัยไปต้องงอนรถ ของทศพักตร์ยักษา
ทั้งบุษบกอลงการ์ พักยับลงมาด้วยฤทธี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวยี่สิบกรยักษี
เห็นพระลักษมณ์แผลงศรมาราวี อสุรีจับจักรขว้างไป ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ โชติช่วงดั่งดวงสุริยัน อากาศครื้นครั่นหวั่นไหว
บันดาลเกิดเป็นเปลวไฟ ลามไหม้กลางหมู่วานร ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น องค์พระอนุชาชาญสมร
เห็นยักษาขว้างจักรเป็นไฟฟอน ก็จับศรแผลงไปทันที ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ เป็นห่าฝนดับเปลวไฟ แล้วไล่ล้างจักรยักษี
ละเอียดยับเป็นภัสม์ธุลี อสุรีตายกลาดดาษดา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวราพณาสูรยักษา
รบพลางทางทอดทัศนา หมายฆ่าพิเภกให้บรรลัย
จึ่งร้องว่าเหวยไอ้ทรชน กูเลี้ยงมึงจนจำเริญใหญ่
ไม่รู้จักคุณด้วยอันใด กลับไปเข้าด้วยไพรี
บอกการเล่ห์กลรณรงค์ ให้ฆ่าโคตรวงศ์ยักษี
ถึงมึงได้ผ่านธานี จะเอาโยธีที่ไหนมา
ตัวมึงเป็นน้องยังไม่คิด กูจะล้างชีวิตยักษา
ด้วยกบิลพัทอันศักดา ว่าแล้วก็พุ่งไปทันที ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น พระลักษมณ์ทรงสวัสดิ์รัศมี
กลัวจะต้องพิเภกอสุรี ภูมีก็ปัดด้วยศิลป์ชัย
กบิลพัทพลัดมาต้ององค์ จะดำรงกายาก็ไม่ได้
ตกจากรถรัตนามัย ภูวไนยเพียงสิ้นชีวัน ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ โอด

๏ เมื่อนั้น องค์พระหริรักษ์รังสรรค์
เห็นพระลักษมณ์ต้องหอกกุมภัณฑ์ ทรงธรรม์กริ้วโกรธพิโรธนัก
จึ่งชักพระแสงพรหมาสตร์ อันมีอำนาจสิทธิศักดิ์
พาดสายหมายล้างขุนยักษ์ พระทรงจักรก็ผาดแผลงไป ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ ครั่นครื้นพื้นภพจักรวาล พระสุเมรุสะท้านสะเทือนไหว
ต้องหมู่จตุรงค์พลไกร บรรลัยเกลื่อนกลาดดาษดา
แล้วศรพรหมาสตร์นั้นตรวยตรง ไปต้ององค์ทศพักตร์ยักษา
ตกลงจากรถรัตนา ด้วยอานุภาพพระจักรี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวยี่สิบกรยักษี
ต้องศรเจ็บช้ำทั้งอินทรีย์ อสุรีเพียงสิ้นชีวัน
ดำรงกายยอกรขึ้นเหนือเกศ คิดคุณพรหเมศรังสรรค์
อุตส่าห์แข็งใจขบฟัน กุมภัณฑ์ร่ายเวทวิทยา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ ตระ

๏ ครั้นถ้วนเจ็ดคาบก็ลูบลง ศรหลุดจากองค์ยักษา
จะกลับเข้าต่อฤทธา ก็สิ้นอาวุธจะชิงชัย
ทั้งสิ้นแสงสีรวีวร จึ่งให้เลิกนิกรทัพใหญ่
โห่สนั่นลั่นเลื่อนสะเทือนไป คืนเข้าในราชธานี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น พระสุริย์วงศ์องค์นารายณ์เรืองศรี
เห็นทศเศียรอสุรี เลิกโยธีกลับเข้าลงกา
จึ่งเสด็จลงจากเวไชยันต์ ทรงธรรม์เศร้าโทมนัสสา
วิ่งไปยังองค์พระอนุชา ด้วยกำลังกายาพระทรงครุฑ ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงจับหอกกบิลพัท พระหัตถ์ประคองกระชากฉุด
ไม่เขยื้อนเลื่อนจากพระวรนุช ก็ทรุดองค์ลงกอดน้องรัก
แสนทุกข์อาดูรพูนเทวษ สองกรช้อนเกศขึ้นใส่ตัก
ชลนัยน์ไหลนองคลองพักตร์ พระทรงจักรรำพันโศกี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

โอ้

๏ โอ้อนิจจาเจ้าลักษมณ์เอ๋ย ทรามเชยผู้เพื่อนยากพี่
ไฉนไม่ระวังอินทรีย์ ให้ต้องหอกอสุรีอาธรรม์
ล้มอยู่ดูน่าอนาถนัก ปราบยักษ์หรือมาม้วยอาสัญ
เมื่อโมกขศักดิ์กุมภัณฑ์ ก็ปิ้มเสียชีวันในกลางพล
แล้วซํ้าต้องศรนาคบาศ พรหมาสตร์อินทรชิตเป็นสามหน
หอกมูลพลัมฤทธิรณ ก็เจียนจักเสียชนม์บรรลัยลาญ
แต่พี่โศกีถึงสี่ครั้ง ปิ้มจะม้วยชีวังสังขาร
หากได้พิเภกชมพูพาน กับศรีหนุมานผู้ศักดา
ช่วยกันหายามาแก้พิษ จึ่งคืนชีวิตกนิษฐา
ครั้งนี้ตัวพี่ก็ออกมา ควรหรือแก้วตามาบรรลัย
ไตรโลกจะชวนกันติฉิน ล่วงมาดูหมิ่นประมาทได้
ร่ำพลางโศกาสลบไป ไม่เป็นสติสมประดี ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ โอด

๏ บัดนั้น สุครีพพิเภกยักษี
ทั้งสิบแปดมงกุฎเสนี เห็นพระจักรีผู้ศักดา
กอดองค์พระลักษมณ์สลบไป ตกใจเพียงสิ้นสังขาร์
ต่างตนต่างฟายนํ้าตา โศกาครวญคร่ำรำพัน
โอ้ว่าพระจอมมงกุฎเกศ พระเดชแผ่ทั้งสรวงสวรรค์
ได้พึ่งบาทเป็นสุขทุกนิรันดร์ ดั่งฉัตรแก้วกั้นโมลี
ควรหรือมาทอดพระวรกาย เหนือพื้นทรายอนาถทั้งสองศรี
ดูดั่งไม่มีฤทธี จะราวีต่อสู้กับหมู่ยักษ์
บรรดาท้าวพญาวานร โศกาทุกข์ร้อนเพียงอกพัก
ต่างตนชลนัยน์นองพักตร์ ร่ำรักมี่อึงคะนึงไป
เสียงระงมดั่งลมบรรลัยกาล พัดพานซึ่งป่ารังใหญ่
ก็หักค้อมน้อมก้านกิ่งใบ พลไกรไม่เป็นสมประดี ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ โอด

๏ เมื่อนั้น ท้าวทศพักตร์ยักษี
ครั้นถึงลงกาธานี เสด็จเข้ายังที่อลงกรณ์ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

ช้า

๏ ลดองค์ลงเหนือบัลลังก์รัตน์ ภายใต้เศวตฉัตรประภัสสร
ท่ามกลางอนงค์บังอร ดั่งดาวล้อมจันทรในเมฆา
ที่ความเหนื่อยพักก็หายสิ้น อสุรินทร์แสนโสมนัสสา
จึ่งมีพระราชบัญชา ดูรามณโฑน้องรัก
วันนี้พี่ยกไปราญรอน ต่อกรด้วยพวกปรปักษ์
จักฆ่าพิเภกขุนยักษ์ ให้ไอ้ทรลักษณ์บรรลัย
ตัดต้นก่นรากเหมือนเจ้าคิด จะสมดั่งจิตก็หาไม่
พี่พุ่งกบิลพัทไป มันแอบรถได้ไม่มรณา
พลัดต้องพระลักษมณ์ฤทธิรงค์ ตกลงจากราชรัถา
นอนนิ่งสิ้นชีพชีวา พี่จึ่งกลับมายังธานี ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นวลนางมณโฑมเหสี
ได้ฟังพระราชสามี ชุลีกรสนองพระบัญชา
ซึ่งศัตรูหมู่เข็ญวอดวาย เมียสบายคลายทุกข์ขึ้นหนักหนา
พระผู้ปิ่นสามภพโลกโลกา อย่าไว้ใจมนุษย์วานร
เกลือกตายแล้วจะกลับคืนเป็น เห็นมาหลายครั้งแต่ปางก่อน
ด้วยพิเภกมันยังสถาวร ภูธรรำพึงให้จงดี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น องค์ท้าวสิบพักตร์ยักษี
ได้ฟังอัครราชเทวี อสุรีสำรวลไปมา
ลูบหลังแล้วกล่าวสุนทร ดูก่อนเยาวยอดเสน่หา
เจ้าอย่าพะวงสงกา ว่าจะคืนได้ชีวาลัย
อันกบิลพัทของเรานี้ ถึงยามีก็ไม่แก้ได้
ด้วยศีลาบดนั้นอยู่ไกล ถึงใต้พระสุธาบาดาล
พญานาครักษาไว้สามารถ ในห้องปราสาทราชฐาน
อันลูกหินแก้วสุรกานต์ พี่คิดอ่านไปขอเอาขึ้นมา
ทำเป็นเขนยไสยาสน์ ผู้ใดไม่อาจรู้แห่งหา
ถึงพิเภกจะประกอบสรรพยา เห็นไม่ได้ศิลานี้ไป
มาตรแม้นองค์ท้าวโกสิต จะมาชุบชีวิตก็ไม่ได้
พรุ่งนี้พี่จะยกพลไกร ไปจับไอ้พิเภกอาธรรม์
ตัดกรรอนบาทประจาน ทรมานมันกว่าจะอาสัญ
แล้วจะยกพลกุมภัณฑ์ ไปโรมรันองค์ท้าวมาลี
ว่าพลางอิงแอบแนบชิด แสนสนิทภิรมย์เกษมศรี
เหนือแท่นทิพรัตน์รูจี เป็นที่สิริไสยา ฯ

ฯ ๑๖ คำ ฯ กล่อม

ช้า

๏ มาจะกล่าวบทไป ถึงองค์เจ้าตรัยตรึงศา
เสด็จเหนือทิพอาสน์โอฬาร์ ในมหาวิมานอลงกรณ์
บังเกิดอัศจรรย์วิปริต ถึงอาสน์แก้วชวลิตประภัสสร
อันทรงสิริสถาวร ให้ร้อนรุ่มดั่งสุมไฟกัลป์
จึ่งเล็งทิพเนตรลงมา เห็นพระอนุชารังสรรค์
ต้องหอกทศเศียรกุมภัณฑ์ พระรามนั้นร่ำรักสลบไป
สิ้นทั้งเสนาพลากร ท้าวพญาวานรน้อยใหญ่
ตรีเนตรตระหนกตกใจ ให้ไขท่อทิพย์ธารา
อันตลบด้วยกลิ่นเสาวคนธ์ เยือกเย็นดั่งฝนแสนห่า
ตกต้องทั้งสองกษัตรา ทั่วหมู่โยธาพานรินทร์ ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ ตระ

ร่าย

๏ เมื่อนั้น พระสุริย์วงศ์องค์นารายณ์ทรงศิลป์
ทั้งพิเภกสุครีพขุนกระบินทร์ สิ้นทั้งหมู่พวกพลไกร
ครั้นต้องละอองทิพวารี ก็คืนสมประดีขึ้นมาได้
แต่พระลักษมณ์ที่ต้องหอกชัย แน่ไปไม่ฟื้นกายา
พระหริรักษ์หนักใจไม่มีสุข แสนทุกข์ถึงองค์กนิษฐา
จึ่งมีพระราชบัญชา ถามพญาพิเภกขุนมาร
อันพระลักษมณ์ต้องหอกทศกัณฐ์ ไม่ฟื้นชีวันสังขาร
ตัวท่านผู้ปรีชาชาญ จะคิดอ่านแก้ประการใด ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้น พิเภกผู้มีอัชฌาสัย
ได้ฟังบัญชาพระภูวไนย บังคมไหว้สนองพระวาที
อันน้องสมเด็จพระภุชพล ไม่วายชนม์ด้วยมือยักษี
ยาซึ่งจะแก้หอกนี้ มีอยู่สำหรับกันมา
คือสังกรณีลดาชาติ มีอำนาจฤทธิคุณแกล้วกล้า
กับต้นตู่ตัวตรีชวา ที่ภูผาสัญชีพสัญญี
ในทวีปอุดรกาโร อันโอฬารวิเศษเฉลิมศรี
อีกมูลโคพระศุลี ซึ่งอยู่ถํ้าคีรีอินทกาล
ใครหาวเป็นดาวเดือนภาณุมาศ จึ่งจะอาจไปได้ถึงสถาน
ศีลาบดอยู่ในบาดาล พญากาลนาครักษาไว้
แต่ซึ่งลูกหินสำหรับนั้น ทศกัณฐ์ไปขอเอามาได้
ทำเป็นเขนยแก้วอำไพ หนุนไว้ใต้เศียรอสุรี
ให้หนุมานไปเก็บโอสถ บดแก้อาวุธยักษี
น้องพระหริรักษ์จักรี ก็จะได้ชีวีคืนมา ฯ

ฯ ๑๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระกฤษณุรักษ์นาถา
ได้ฟังพิเภกอสุรา ผ่านฟ้าค่อยคลายสบายใจ
จึ่งมีพระบัญชาการ สั่งศรีหนุมานทหารใหญ่
ตัวท่านผู้มีฤทธิไกร จงเร่งรีบไปในราตรี
เก็บซึ่งยาทิพย์โอสถ แล้วเอาหินบดมณีศรี
ตามคำพิเภกอสุรี ขุนกระบี่จงเร่งกลับมา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น วายุบุตรวุฒิไกรใจกล้า
ก้มเกล้ารับราชบัญชา ชุลีลาแล้วคลานออกไป ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ ยืนอยู่เหนือพื้นดินดอน วานรนบนิ้วประนมไหว้
หลับเนตรร่ายเวทเกรียงไกร สำรวมใจนิมิตอินทรีย์ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ ตระ

๏ บัดเดี๋ยวก็เป็นพรหมาน สูงตระหง่านเงื้อมงํ้าคีรีศรี
แปดกรสี่พักตร์รูจี มีกุณฑลแก้วแพรวพรรณ
แล้วชักตรีเพชรออกกวัดแกว่ง วาบวามดั่งแสงสุริย์ฉัน
สำแดงฤทธิไกรดั่งไฟกัลป์ เหาะดั้นไปโดยเมฆา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงสัญชีพสัญญี ตรงลงที่ยอดภูผา
เสียงสนั่นหวั่นไหวเป็นโกลา ด้วยอานุภาพเกรียงไกร ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ คุกพาทย์

๏ เมื่อนั้น ฝ่ายฝูงเทวาน้อยใหญ่
ซึ่งพระเป็นเจ้าภพไตร ให้อยู่รักษายานั้น
ได้ยินภูผานิฤนาท ไหวหวาดสะเทือนเลื่อนลั่น
ตกใจวิ่งวุ่นพัลวัน ตัวสั่นไม่เป็นสมประดี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ ต่างองค์เหลือบแลขึ้นไป ในยอดสัญชีพคีรีศรี
จึ่งเห็นวานรผู้ฤทธี สี่พักตร์ดั่งบรมพรหมาน
กุณฑลขนเพชรโชติช่วง แสงสว่างดั่งดวงพระสุริย์ฉาน
ก็รู้ว่านารายณ์อวตาร ใช้ให้ทหารมาเก็บยา
นอกนี้ไม่มีใครองอาจ สามารถมาได้ถึงภูผา
ต้องกับโองการเจ้าโลกา คิดแล้วเทวาก็ถามไป
ตัวท่านผู้เรืองฤทธิรอน มีนามกรเป็นไฉน
มานี้ประสงค์สิ่งใด ในสมัยเวลาราตรี ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้น คำแหงวายุบุตรเรืองศรี
ได้ฟังจึ่งตอบวาที เรานี้ชื่อว่าหนุมาน
โอรสพระพายฤทธิรงค์ มาเป็นเอกองค์ทหาร
ข้าเฝ้าพระนารายณ์อวตาร ผู้ผ่านกรุงศรีอยุธยา
ยกพลนิกรมาปราบยักษ์ บัดนี้พระลักษมณ์กนิษฐา
ต้องกบิลพัทอสุรา ในมหาสมรภูมิชัย
ให้เรามาเก็บซึ่งโอสถ ไปบดประกอบแก้ไข
ตัวท่านผู้มีฤทธิไกร จงช่วยบอกให้เราบัดนี้ ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น จึ่งหมู่เทเวศเรืองศรี
ได้ฟังออกนามพระจักรี ยินดีชี้บอกสรรพยา
นั่นสังกรณีโอสถ อยู่ยอดบรรพตเงื้อมผา
โน่นต้นตู่ตัวตรีชวา ท่านผู้ศักดาจงเก็บไป ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น คำแหงหนุมานทหารใหญ่
ได้ฟังจะแจ้งไม่แคลงใจ ก็เลียบไปเก็บยาบนคีรี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ได้แล้วจึ่งมีวาจา ถามเทพารักษ์เรืองศรี
ว่าโคอุสุภราชพระศุลี สถิตที่แห่งใดนะเทวัญ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ฝ่ายฝูงเทเวศรังสรรค์
ได้ฟังหนุมานชาญฉกรรจ์ จึ่งชี้สำคัญบรรพตา
โน่นแน่คือเขาอินทกาล สูงตระหง่านเงื้อมงํ้าพระเวหา
มีถํ้าสุวรรณรจนา ที่อยู่พาหนะพระศุลี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น หนุมานผู้ชาญชัยศรี
ได้ฟังชื่นชมยินดี ขุนกระบี่ก็รีบเหาะไป ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงซึ่งปากคูหา ข้างเชิงบรรพตาทิศใต้
มืดมิดไม่เห็นสิ่งใด ดั่งหมอกเนินไศลจักรวาล
จึ่งอ้าโอษฐ์หาวเป็นดาวเดือน ลอยเลื่อนดังดวงพระสุริย์ฉาน
แจ้งกระจ่างพ่างพื้นดินดาน ก็เข้าถํ้าสุรกานต์รูจี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ คุกพาทย์

๏ แลเห็นซึ่งโคอุสุภราช พาหนาสน์พระอิศวรเรืองศรี
เข้าใกล้แล้วกล่าววาที บัดนี้สมเด็จพระจักรา
รณรงค์ด้วยท้าวทศพักตร์ พระลักษมณ์ต้องหอกยักษา
จะขอมูลท่านไปประกอบยา แก้พระอนุชาชัยชาญ ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น พระโคอุสุภราชใจหาญ
ได้ฟังออกนามพระอวตาร ก็คิดถึงโองการพระศุลี
ว่าใครหาวเป็นดาวเดือนตะวัน นั่นคือหนุมานกระบี่ศรี
เป็นทหารพระนารายณ์ฤทธี ภูมีใช้ให้มาเก็บยา
จึ่งว่าดูก่อนวานร ท่านผู้ฤทธิรอนแกล้วกล้า
จงเอาไปตามตำรา แก้พระอนุชาวิลาวัณย์ ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น วายุบุตรฤทธิแรงแข็งขัน
ก็เก็บเอามูลนิลสดนั้น ได้ครบครันแล้วก็รีบจร ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ครั้นออกมานอกคูหา อินทกาลาสิงขร
ก็ผาดแผลงสำแดงฤทธิรอน แทรกแผ่นดินดอนลงไป ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ มาถึงพิภพบาดาล แสนสนุกโอฬารกว้างใหญ่
สว่างด้วยแสงแก้วแววไว ก็เข้าในพระโรงรัตนา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ จึ่งบอกพญานาคราช ว่าพระตรีภูวนาถนาถา
รณรงค์กับองค์เจ้าลงกา พระอนุชาต้องหอกอสุรี
ตรัสใช้ให้เรามาหาท่าน จะต้องการศีลามณีศรี
บดซึ่งสรรพยาในราตรี แก้พิษอสุรีหอกชัย ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น พญานาคผู้มีอัชฌาสัย
ได้ฟังจะแจ้งไม่แคลงใจ ก็ส่งแม่หินให้ด้วยยินดี
แล้วบอกว่าลูกศีลานั้น ท้าวทศกัณฐ์ยักษี
ขอขึ้นไปไว้ยังธานี อสุรีทำเขนยหนุนนอน ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น คำแหงหนุมานชาญสมร
ครั้นได้ศีลาอลงกรณ์ ก็แทรกแผ่นดินดอนขึ้นมา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ จึ่งผาดแผลงสำแดงกำลังหาญ ถีบทะยานขึ้นยังเวหา
ดั้นหมอกออกกลีบเมฆา เหาะไปลงกาธานี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ ลอยอยู่ในกลางอากาศ ตรงปราสาททศพักตร์ยักษี
จึ่งตั้งสัตยาวาที เดชะบารมีพระสี่กร
ซึ่งอวตารลงมาปราบยุค ให้โลกเป็นสุขสโมสร
ข้าจะไว้ศีลาในอัมพร ให้ร่อนอยู่อย่าตกลงมา
เสี่ยงแล้วก็ขว้างขึ้นไป ในกลางพ่างพื้นเวหา
ลอยอยู่ดั่งมีวิญญาณ์ ด้วยเดชะสัจจาพานรินทร์
เสร็จแล้วสำแดงแผลงฤทธิ์ ทศทิศมืดมัวไปสิ้น
ลงยังยอดปราสาทโกมิน ด้วยกำลังกระบินทร์อันว่องไว ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ คุกพาทย์

๏ ได้ยินสำเนียงเสียงกำนัล ขับครวญโอดพันเสียงใส
สำรวลซิกซี้มี่ไป ทั้งในปราสาทอสุรา
ขุนกระบินทร์นบนิ้วขึ้นบังคม พระอิศวรบรมนาถา
สำรวมใจร่ายเวทวิทยา สะกดนิทราอสุรี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ ตระ

๏ เดชะพระมนต์อันเชี่ยวชาญ บันดาลนิเวศน์ยักษี
ให้เยือกเย็นไปทั้งธานี ด้วยฤทธีขุนกระบี่ชาญฉกรรจ์ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ