สมุดไทยเล่มที่ ๑๐๗

๏ เมื่อนั้น พระพรตสุริย์วงศ์รังสรรค์
พิโรธโกรธกริ้วดั่งเพลิงกัลป์ ทรงธรรม์มีพระบัญชาการ
เหม่เหม่ไอ้ลูกกระจ้อยร่อย น้อยหรืออาจองทะนงหาญ
เร่งเร็วเสนีปรีชาชาญ ผูกมัดทรมานให้สาใจ ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เจรจา

๏ สั่งแล้วให้เลิกรี้พล พวกพหลจัตุรงค์น้อยใหญ่
รีบมาโดยมรคาลัย คืนไปยังกรุงอยุธยา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงจึ่งประทับกับเกยมาศ เสด็จลงจากราชรัถา
ยุรยาตรนาดกรลีลา มายังที่ท้องพระโรงคัล ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ จึ่งน้อมเศียรเกล้าบังคมทูล นเรนทร์สูรปิ่นภพรังสรรค์
อันกุมารพี่น้องทั้งสองนั้น ตัวมันแกล้วกล้าราวี
รณรงค์ทรงศรมาสังหาร ต้องข้าบทมาลย์ทั้งสองศรี
ล้มลงกับพื้นปถพี ปิ้มว่าชีวีจะมรณา
หากด้วยพระเดชปกเกศไป จึ่งมีชัยไม่ม้วยสังขาร์
บัดนี้จับได้แต่พี่มา น้องหนีเข้าป่าพนาดร ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระกฤษณุรักษ์ทรงศร
ฟังพระอนุชาฤทธิรอน ภูธรกริ้วโกรธดั่งเพลิงกาล
ผุดลุกขึ้นจากบัลลังก์อาสน์ กระทืบบาทมีราชบรรหาร
เหวยเหวยเสนาปรีชาชาญ ไอ้เด็กสาธารณ์นี้อาจใจ
อหังการ์กล้าหาญคะนองฤทธิ์ จะไว้ชีวิตนั้นไม่ได้
จะเป็นเสี้ยนแผ่นดินไป จงทำให้สาใจมัน
จำเครื่องพันธนาห้าประการ ประจานให้รอบเขตขัณฑ์
เอาขึ้นขาหยั่งไว้สามวัน จงบั่นเศียรให้ม้วยชีวี ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้น จึ่งมหาเสนาทั้งสี่
รับราชโองการพระจักรี ไปสั่งตามมีพระบัญชา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ เจรจา

๏ บัดนั้น องครักษ์จักรนารายณ์ซ้ายขวา
ต่างตนเอาเครื่องพันธนา มาจำกุมาราทันใด
เกณฑ์ให้รักษากวดขัน กำชับกวดกันทั้งนายไพร่
แล้วพาเอาตัวตระเวนไป โดยในอาชญาพระจักรี
นายฉม่องตีฆ้องประจาน ทั่วสถานแถวราชวิถี
รอบพิชัยอยุธยาธานี เสียงมี่อื้ออึงเป็นโกลา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา

๏ บัดนั้น หญิงชายชาวเมืองถ้วนหน้า
ได้ยินเสียงตีฆ้องตระเวนมา ก็พากันตามดูวุ่นไป
เห็นกุมารทรงลักษณ์วิไลวรรณ ดั่งพระจันทร์อับศรีหม่นไหม้
ราหูจู่จับคั้นไว้ ไม่สว่างเมฆาด้วยราคี
ดูเนตรคมขำดั่งตาทราย แสนเสียดายรูปทรงส่งศรี
โอษฐ์พริ้มดั่งจะยิ้มพาที ไม่พอที่มาต้องทรมาน
จะเป็นหน่อกษัตริย์กรุงใด ศรสิทธิ์ฤทธิไกรจึ่งห้าวหาญ
งามละม้ายคล้ายองค์พระอวตาร จะวายปราณเสียเปล่าน่าเอ็นดู
ต่างคิดเมตตาปรานี จะมีสิ่งของให้ก็กลัวอยู่
แต่วิ่งตามไปพรั่งพรู ไม่รู้ที่จะทำประการใด
ความรักความเสียดายพระกุมาร สงสารไม่กลั้นนํ้าตาได้
บ้างซบหน้าซ่อนโศกาลัย สะอื้นไห้ทั่วทั้งธานี ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ฝ่ายนายเพชฌฆาตทั้งสี่
ครั้นตระเวนไปรอบบุรี มาถึงซึ่งที่ตะแลงแกง
จึ่งเอาขึ้นขาหยั่งประจานไว้ ที่ในหนทางสี่แพร่ง
นายไพร่ล้วนถือดาบแดง ตามตำแหน่งรักษาทุกคืนวัน ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เจรจา

โอ้

๏ เมื่อนั้น พระมงกุฎสุริย์วงศ์รังสรรค์
ต้องประจานเวทนาสากรรจ์ โศกาจาบัลย์สลดใจ
โอ้อนิจจาตัวกู เสียแรงรู้ศรศิลป์แผ่นดินไหว
ควรหรือรณรงค์ไม่มีชัย มาได้ทนทุกข์เวทนา
ป่านนี้พระอัยกาเจ้า พระมารดาเกิดเกล้าจะคอยหา
แม้นรู้ว่าเขาจับเอาลูกมา จะโศกาไม่เป็นสมประดี
โอ้ว่าครั้งนี้จะปลดปลง ไหนเลยพระองค์จะเห็นผี
ใครจักปรนนิบัติพระชนนี ที่ในอารัญกันดาร
เสียแรงเลี้ยงลูกจนจำเริญวัย หวังใจจะให้เป็นแก่นสาร
พระคุณลึกล้นพ้นประมาณ ใหญ่ยิ่งจักรวาลดินฟ้า
มิได้อยู่รองฉลองบาท จะมาสิ้นชีวาตม์สังขาร์
ถึงตายแต่ได้บังคมลา ลูกยาไม่เสียดายชีวาลัย
เมื่อมาพระแม่ก็ได้ห้าม จะหยุดยั้งฟังความก็หาไม่
จึ่งได้มาต้องโพยภัย อยู่ในเงื้อมมือพวกพาล
นิจจาเอยเจ้าลบผู้ทรงลักษณ์ น้องรักพี่ยอดสงสาร
จะหนีได้หรือม้วยชนมาน ไม่แจ้งเหตุการณ์ประจักษ์ตา
เดชะบุญให้รอดชีวี อยู่เพื่อนชนนีที่ในป่า
รํ่าพลางทางซบพักตรา โศกาสะอื้นอาลัย ฯ

ฯ ๑๘ คำ ฯ โอด

๏ เมื่อนั้น ฝ่ายฝูงเทเวศน้อยใหญ่
พระเสื้อเมืองทรงเมืองฤทธิไกร บรรดาได้รักษาธานี
เห็นพระหริวงศ์ทรงยศ ไม่รู้ว่าโอรสเฉลิมศรี
จับมาจะฆ่าร้าตี ในที่ท่ามกลางนครา
ต่างองค์ต่างตระหนกตกใจ บอกกันวุ่นไปทั่วหน้า
ออกจากวิมานรัตนา พากันมายังพระกุมาร ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ โคมเวียน

๏ ครั้นถึงจึ่งองค์พระเสื้อเมือง ผู้เรืองฤทธิ์ปรีชากล้าหาญ
เอาฉัตรทิพมาศสุรกานต์ เข้ากั้นแสงฉานพระสุริยง
พระทรงเมืองคลายเครื่องพันธนา แล้วเอาน้ำทิพย์มาโสรจสรง
บ้างชโลมสุคนธ์ธารทรง โบกปัดพัดองค์ให้เย็นใจ
บ้างถวายเครื่องทิพย์กระยาหาร ขับกล่อมเสียงหวานบำเรอให้
อันพระมงกุฎวุฒิไกร ค่อยคลายใจด้วยเดชเทวา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น ฝ่ายองค์พระลบขนิษฐา
แอบอยู่ยังริมมรคา ให้หวาดหวั่นวิญญาณ์เป็นพ้นคิด
เห็นกองทัพเข้าจับพระพี่ไป ร้อนใจดั่งต้องศรสิทธิ์
ครั้นว่าจะชิงปัจจามิตร สุดฤทธิ์ที่จะเข้าโรมรัน
แลจนลับคลองนัยน์เนตร แสนทุกข์เทวษโศกศัลย์
พอบ่ายชายแสงสุริยัน ก็รีบจรจรัลออกมา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงซึ่งที่รณรงค์ จึ่งเห็นศรทรงพระเชษฐา
ตกอยู่กับพื้นพระสุธา ก็หยิบมาทูนเศียรรํ่าไร ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

โอ้

๏ โอ้อนิจจาพระพี่ ป่านนี้พระองค์จะเป็นไฉน
ไม่รู้ว่าเขาจะทำประการใด จนใจที่จะแจ้งเหตุการณ์
ครั้นจะตามไปบัดนี้เล่า ก็สุดที่น้องจะเข้าหักหาญ
เสียแรงเกิดมาเป็นชายชาญ ดั่งสาธารณ์ไม่มีฤทธา
ควรหรือทำการรณรงค์ มาพ่ายแพ้เสียองค์พระเชษฐา
อัปยศทั้งสามโลกา โอ้ว่าจะคิดไฉนดี
ชะรอยชาติก่อนได้พรากสัตว์ เวรากำจัดให้พลัดพี่
เคยเล่นสุขเกษมเปรมปรีดิ์ แต่นาทีหนึ่งไม่คลาดกัน
ควรหรือมีหมู่ปัจจามิตร พาลผิดด้วยใจโมหันธ์
ปล่อยม้ามาในอารัญ จะแกล้งล้างชีวันเราสองรา
เวลาก็เย็นลงรอนรอน พระมารดรจะละห้อยคอยหา
อกเอ๋ยเป็นน่าเวทนา จะกินแค่น้ำตาเป็นนิจไป
สุดสิ้นความคิดแล้วครั้งนี้ น้องจะคงชีวีนั้นหาไม่
รํ่าพลางทางทรงโศกาลัย ด้วยใจเสน่หาอาวรณ์ ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ โอด

ร่าย

๏ ค่อยได้สมประดีก็ตรึกตรา จะไปทูลมารดาให้แจ้งก่อน
คิดแล้วจับศิลป์ฤทธิรอน เร่งรีบบทจรมากุฎี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงจึ่งถวายอภิวาทน์ กราบบาทพระมหาฤๅษี
ทั้งองค์สมเด็จพระชนนี แล้วโศกีมิได้จำนรรจา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ โอด

๏ เมื่อนั้น พระวัชมฤคฌานกล้า
ทั้งโฉมนวลนางสีดา เห็นพระลบโศกาก็ตกใจ
รับขวัญแล้วถามไปทันที มีเหตุสิ่งไรจึ่งร้องไห้
พี่เจ้านั้นไปแห่งใด จึ่งมิได้กลับมาด้วยกัน ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระลบสุริย์วงศ์รังสรรค์
สะอื้นพลางทางทูลรำพัน วันนี้ลูกไปพนาลี
พบม้าตัวหนึ่งอยู่กลางป่า ข้ากับเชษฐาก็จับขี่
เห็นสารที่คอพาชี ว่าเป็นที่นั่งพระสี่กร
บัดเดี๋ยวกระบี่เผือกผู้ จู่จับลูกหวดด้วยคันศร
แล้วแปลงเป็นลิงพนาดร สาระวอนทำกลมารยา
ซ้ำจับลูกตีด้วยคันศิลป์ ล้มดิ้นเข้ามัดแล้วสักหน้า
ปล่อยไปมันนำทัพมา มีสองกษัตราเป็นจอมพล
รณรงค์เข้าจับพระพี่ได้ เป็นตายไม่แจ้งเหตุผล
ศรนี้ตกอยู่ในอารญ จนใจจึ่งมาทูลพระชนนีฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นวลนางสีดามารศรี
ได้ฟังดั่งจะสิ้นสมประดี เทวีค่อนทรวงเข้ารํ่าไร
โอ้ว่าลูกรักของแม่เอย กรรมสิ่งใดเลยมาซัดให้
จึ่งบันดาลดลจิตไปเล่นไพร แม่ห้ามเท่าไรไม่ฟังความ
เป็นเหตุทั้งนี้เพราะลองศร ขจรทั่วแผ่นภพทั้งสาม
ชะรอยพระภุชพงศ์ทรงนาม คิดว่าสงครามจะเกิดมี
จึ่งให้พระพรตพระสัตรุด กับวายุบุตรกระบี่ศรี
เที่ยวปราบจะให้ราบทั้งธาตรี มิให้มีศัตรูหมู่พาล
ตัวเจ้ายังเยาว์เบาความ ทำตามน้ำใจทะนงหาญ
ว่าทรงฤทธิไกรชัยชาญ ออกรอนราญจึ่งแพ้ศักดา
โอ้พ่อเพื่อนยากของแม่เอ๋ย ทรามเชยยอดสุดเสน่หา
แม่ประคองอุ้มท้องสัญจรมา พระอัยกาปรานีเลี้ยงไว้
ครั้นเจ้าคลอดมาเป็นชาย ค่อยคลายทุกข์ทนหม่นไหม้
เช้าเย็นชมเชยสบายใจ เหมือนนกปกไข่ที่ในรัง
นิจจาเอ๋ยแม่ลูกอยู่หลัดหลัด เจ้ามาพลัดจากอกไม่ทันสั่ง
รํ่าพลางสิ้นเสียงสิ้นกำลัง นิ่งไปดั่งจะม้วยชีวี ฯ

ฯ ๑๖ คำ ฯ โอด

๏ เมื่อนั้น พระวัชมฤคฤๅษี
เห็นนางแสนโศกโศกี สลบลงกับที่ก็ตกใจ
ลุกขึ้นอุตลุดวุ่นวาย จะนวดฟั้นคั้นกายก็ไม่ได้
เสกน้ำพึมพำพรํ่าไป แล้วประพรมให้กัลยา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น นวลนางสีดาเสน่หา
ครั้นฟั้นคืนสมประดีมา กราบกับบาทาพระมุนี
ขอองค์พระอัยกาเจ้า จงได้โปรดเกล้าเกศี
แม้นลูกข้าสิ้นชีวี ที่ไหนจะได้รองบทมาลย์
ตัวข้านี้จะวิ่งเข้ากองไฟ ให้บรรลัยชีวังสังขาร
พระองค์ผู้ทรงตบะฌาน จงช่วยหลานให้รอดคืนมา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น องค์พระอาจารย์ฌานกล้า
ฟังนางกันแสงเจรจา อาลัยเป็นพ้นพันทวี
จึ่งตั้งสมาธิสำรวมจิต ตามกิจลัทธิฤๅษี
รู้แจ้งโดยญาณวิธี ล้วนถี่เสร็จสิ้นทุกประการ
จึ่งว่าอันองค์พระมงกุฎ ไม่สิ้นสุดชีวังสังขาร
แต่เคราะห์ร้ายจำต้องทรมาน ไม่นานก็จะได้คืนมา
หลานเอ๋ยจงดับความวิโยค อย่าแสนโศกเลยฟังตาว่า
ภายหลังจะเกษมเปรมปรา ยิ่งกว่ากษัตริย์ทั้งนั้น ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นวลนางสีดาสาวสวรรค์
ได้ฟังพระมหานักธรรม์ กัลยาครวญครํ่ารํ่าไร
โอ้เจ้าดวงเนตรของมารดร จะทุกข์ร้อนลำบากเป็นไฉน
พระอัยกาว่าไม่บรรลัย แม่นี้หนักใจเป็นพ้นนัก
อันความทนเทวษเพทนา ดั่งกายาจะขาดด้วยคมจักร
ถึงกระไรพอได้เห็นพักตร์ ลูกรักผู้ร่วมชีวัน
แม้นว่าเขาฆ่าเจ้าบรรลัย แม่จะตายตามไปสู่สวรรค์
รํ่าพลางโศกาจาบัลย์ กัลยาไม่เป็นสมประดี ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น พระลบสุริย์วงศ์เรืองศรี
เห็นมารดาทรงโศกแสนทวี ยอกรชุลีแล้วทูลไป
ซึ่งพระองค์จะทรงแต่กันแสง จะแจ้งเหตุร้ายดีก็หาไม่
ตัวลูกชาติชายอาชาไนย จะลาไปตามองค์พระพี่ยา
ขอเอาชีวิตสนองคุณ ซึ่งการุญได้เลี้ยงรักษา
พบแล้วจะพากันมา พระมารดาค่อยอยู่จงดี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นวลนางสีดามารศรี
ฟังโอรสาพาที เทวีส้วมกอดด้วยความรัก
ชลนัยน์ไหลนองคลองเนตร แสนเทวษพ่างเพียงอกหัก
รับขวัญลูบหลังลูบพักตร์ นงลักษณ์จึ่งมีวาจา
ซึ่งเจ้าจะไปตามพี่ ว่านี้ก็ชอบหนักหนา
แต่เจ้ายังเยาวยุพา จะลีลาผู้เดียวเปลี่ยวใจ
แม่นี้ได้เห็นแต่หน้าเจ้า ค่อยบรรเทาทุกข์ทนหม่นไหม้
หรือจะมาซ้ำจากอกไป ใครจะเป็นเพื่อนไร้ในกันดาร
แม้นเขาซ้ำจับไปได้ด้วย ชีวิตแม่จะม้วยสังขาร
ว่าพลางข้อนทรวงเยาวมาลย์ กันแสงปานสิ้นชีวา ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ โอด

๏ เมื่อนั้น พระลบสุริย์วงศ์กนิษฐา
ได้ฟังกอดบาทพระมารดา โศกาทูลวอนรำพันไป
ซึ่งพระองค์เมตตาปรานี ทรงพระคุณพ้นที่จะเปรียบได้
อันเกิดมาทั้งสามภพไตร ก็ย่อมบรรลัยไปเหมือนกัน
แม้นไม่ถึงพรหมลิขิต ชีวิตไม่ม้วยอาสัญ
แสนศัตรูหมู่พาลจะฆ่าฟัน ที่จะทำได้นั้นอย่าสงกา
ตัวลูกก็ชาติเชื้อชาย สู้ตายจะไปตามพระเชษฐา
แม้นมิพบก็ไม่กลับมา จะเสาะหากว่าจะสิ้นชีวี ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นวลนางสีดามารศรี
ฟังลูกรักรํ่าพาที เทวีรับขวัญแล้วตรัสไป
ซึ่งเจ้าจะไปตามพี่ชาย ระวังอันตรายจงได้
ว่าแล้วถอดแหวนอำไพ ส่งให้พลางแจ้งกิจจา
อันพระธำมรงค์วงนี้ ฤทธีปราบได้ทุกทิศา
ถึงจะต้องจองจำตรึงตรา เครื่องพันธนาสักร้อยชั้น
อยู่ในตรุขังวังล้อม กำแพงเหล็กจะห้อมกางกั้น
มิอาจสามารถจะป้องกัน สารพันจะลุ่ยหลุดไป
แม้นพบจงส่งให้พี่ ก็จะรอดชีวีมาได้
ว่าแล้วสีดาทรามวัย อีกทั้งท่านไทอัยกา
ต่างองค์อวยชัยให้พระลบ เจ้าไปจงพบเชษฐา
บรรดาศัตรูหมู่พาลา ให้พ่ายแพ้เดชาทั้งธาตรี ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระลบทรงสวัสดิ์รัศมี
รับแหวนรับพรด้วยยินดี ชุลีลาแล้วจับศิลป์ชัย
กับศรทรงขององค์พระเชษฐา เหลียวดูมารดานํ้าตาไหล
สะอื้นพลางลีลาคลาไคล ไปตามมรคาพนาวัน ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

ทยอย

๏ เดินพลางกำสรดระทดองค์ ถึงเชษฐาสุริย์วงศ์รังสรรค์
เคยมาประพาสในอารัญ เก็บพรรณพฤกษามาลี
ชมหมู่จตุบททวิบาท เกลื่อนกลาดตามเชิงคีรีศรี
แต่ยังเยาว์คุมเท่าบัดนี้ เป็นที่ผาสุกแต่ก่อนมา
รํ่าพลางแว่วเสียงนกร้อง เอะพี่เรียกน้องกระมังหนา
พิศวงหลงยืนทัศนา ใช่เสียงเชษฐาแล้วเดินไป
เห็นทรายทองย่องผ่านชายดง คล้ายว่าองค์พี่ยามาใกล้
รีบสาวบาทาคลาไคล เข้าใกล้เห็นเป็นมฤคี
ยิ่งสลดระทดพระทัยนัก ปิ้มจักล้มลงกับที่
สติไม่เป็นสมประดี โศกีรำพันไปมา
นิจจาเอยป่านนี้พระพี่เจ้า ผ่านเกล้าจะสิ้นสังขาร์
หรือว่ายังมีชีวา น้องกินน้ำตาด้วยอาวรณ์
ครวญพลางลัดพงดงดาน เลียบห้วยเหวธารสิงขร
ข้ามละหานผ่านท่าชโลทร รีบจรตามมรคาลัย ฯ

ฯ ๑๔ คำ ฯ โอด

๏ ครั้นมาถึงที่รณรงค์ ซึ่งเขาจับองค์พระพี่ได้
ให้คิดสลดระทดใจ ทรุดลงรํ่าไรโศกี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ โอด

๏ แล้วจึ่งตามรอยพลากร บทจรออกจากพนาศรี
รีบรัดดัดดั้นจรลี ไปยังบุรีอยุธยา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงจึ่งเห็นฝูงคน สัญจรเกลื่อนกล่นหนักหนา
ก็คิดถวิลจินดา ถ้ากูจะเข้าในเวียงชัย
เกลือกว่าฝูงชาวนคเรศ รู้เหตุจะจับตัวได้
จะพากันสิ้นชีพชีวาลัย คือใครจะนับว่าดี
จะได้ความอัปยศอดอาย หญิงชายที่ในบุรีศรี
ฝ่ายองค์สมเด็จพระชนนี จะโศกีสุดสิ้นชีวา
อย่าเลยจะแอบแฝงอยู่ ฟังดูซึ่งข่าวพระเชษฐา
ประชาชนเดินหนไปมา จะเจรจาว่าขานประการใด
คิดแล้วก็เข้าหยุดพัก สำนักใต้ร่มพระไทรใหญ่
ใกล้ทวารนิเวศน์เวียงชัย บังคมไหว้ฝูงเทพเทวัญ
ขอท้าวจตุโลกบาล อีกองค์มัฆวานรังสรรค์
ทั้งอารักษ์รักษาธานีนั้น บรรดาซึ่งเรืองฤทธี
โปรดเกศจงกรุณาด้วย ช่วยให้ได้พบกับพระพี่
ตัวข้าจะอยู่ในที่นี้ อย่าให้มีใครเห็นกายา ฯ

ฯ ๑๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ฝ่ายฝูงประชาชนถ้วนหน้า
ซึ่งเดินเข้าออกไปมา ตามทางทวาราเวียงชัย
บรรดาได้เห็นพระมงกุฎ ให้มีความแสนสุดพิสมัย
เดินพูดกันอื้ออึงไป ทั่วทั้งเข็ญใจแลผู้ดี
อนิจจาเป็นน่าสงสาร ด้วยกุมารซึ่งจับม้าขี่
รุ่งเช้าเขาจะล้างชีวี ไม่พอที่จะม้วยมรณา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น ฝ่ายองค์พระลบกนิษฐา
ครั้นได้ยินชาวพารา เดินพูดกันมาก็ตกใจ
แสนทุกข์สุดทุกข์สุดคิด ร้อนจิตพ่างเพียงเพลิงไหม้
อกเอ๋ยจะทำประการใด จะช่วยพี่ได้ในครั้งนี้
ผู้เดียวจะเข้าต่อยุทธ์ สัประยุทธ์ในกลางบุรีศรี
สุดกำลังน้องรักจะต่อตี รํ่าพลางโศกีไปมา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ โอด

ยานี

๏ มาจะกล่าวบทไป ถึงองค์เจ้าตรัยตรึงศา
เสด็จเหนือทิพอาสน์อลงการ์ ในมหาไพชยนต์พิมาน
ให้บันดาลร้อนรนสกนธ์กาย ดั่งพิษเพลิงพรายมาเผาผลาญ
จึ่งเล็งดูทั่วพื้นสุธาธาร หวังแจ้งเหตุการณ์ซึ่งเกิดมี
เห็นองค์พระลบวรนุช มาตามพระมงกุฎผู้พี่
ไม่รู้ที่จะเข้าไปธานี โศกีอยู่นอกพระนคร
ครั้งนี้องค์พระหริรักษ์ จักพบโอรสชาญสมร
จำจะช่วยกุมารฤทธิรอน ให้พ้นโทษกรณ์ที่ผูกพัน ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

ร่าย

๏ คิดแล้วมีเทวบัญชา สั่งนางรำพาสาวสวรรค์
บัดนี้พระองค์ทรงสุบรรณ ไม่รู้จักกันกับโอรส
จับมาจองจำทำประจาน ทรมานเวทนาสาหส
น้องพระมงกุฎผู้ทรงยศ บทจรตามมาถึงเวียงชัย
แสนโศกโศกาจาบัลย์ จะเข้าไปหากันก็ไม่ได้
ตัวเจ้าผู้ปรีชาไว จงลงไปช่วยบัดนี้ ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นางเทพรำพาโฉมศรี
รับเทวบัญชาด้วยยินดี จรลีออกทิพย์วิมาน ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เพลง

๏ เลื่อนลอยมากลางอากาศ หมายมาดอยุธยาราชฐาน
ครั้นถึงพ่างพื้นสุธาธาร นงคราญจำแลงแปลงกาย ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ ตระ

๏ เหมือนนางมนุษย์แน่งน้อย แช่มช้อยพริ้งเพริศเฉิดฉาย
กระเดียดหม้อน้ำนาดกราย บ่ายพักตร์มาตามมรคา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ ชุบ

๏ ครั้นใกล้ทวารนคเรศ ชำเลืองเนตรเหลือบแลซ้ายขวา
เห็นองค์พระลบกุมารา โศกาอยู่ใต้ร่มไทร
จึ่งถามว่าดูก่อนกุมาร เจ้านี้เหตุการณ์เป็นไฉน
จึ่งมาโศกาอาลัย สงสัยเป็นพ้นพันทวี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระลบทรงสวัสดิ์รัศมี
ได้ฟังจึ่งตอบวาที ข้านี้อยู่นอกพระนคร
ได้ยินข่าวเล่าลืออื้ออึง ว่ามีกุมารผู้หนึ่งชาญสมร
ขี่ม้าร่วมอาสน์พระภูธร จะราญรอนให้สิ้นชีวา
เขามาดูข้าพลอยมาดูบ้าง รูปร่างเป็นไฉนจึ่งแกล้วกล้า
เขาเข้าไปได้ในพารา น้องมาไม่ทันก็โศกี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นางเทพรำพาโฉมศรี
ได้ฟังจึ่งตอบวาที อันกุมารที่ต้องโทษทัณฑ์
ประจานไว้ในกลางพารา พรุ่งนี้จะฆ่าให้อาสัญ
นรลักษณ์พักตราวิลาวัณย์ รูปทรงเหมือนกันกับเจ้านี้
จะไปดูไยมิใช่การ แม้นว่ากุมารนั้นหลบหนี
เขาจะจับเอาไปฆ่าตี ไม่พอที่จะม้วยบรรลัย
จงกลับคืนไปเสียดีกว่า เมตตาจึ่งช่วยบอกให้
เรานี้จะมาตักน้ำไป หวังว่าจะให้แก่กุมาร ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระลบผู้ปรีชาหาญ
ได้ฟังวาจานงคราญ ดั่งได้วิมานโสฬส
อันซึ่งทุกข์ทนสกนธ์กาย ก็บรรเทาเคลื่อนคลายหายหมด
จึ่งกล่าวสุนทรมธุรส ตอบพจนาอรไท
ซึ่งพี่ห้ามน้องด้วยการุญ อันคุณนั้นหาที่เปรียบไม่
ตัวข้าจะลากลับไป แต่อย่าให้เสียทีที่น้องมา
จะขอตักนํ้าให้พี่นาง จะเป็นบุญบ้างไปภายหน้า
มีคุณแล้วอย่าสูญศรัทธา จงส่งหม้อชลามาบัดนี้ ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นางเทพรำพาโฉมศรี
ยิ้มแล้วจึ่งตอบวาที เจ้านี้ว่าชอบข้าขอบใจ
จะให้ทานคนโทษอันลำบาก ยากที่ผู้ใดจะทำได้
ว่าแล้วส่งหม้อชลาลัย จงเร่งไปตักน้ำมา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระลบสุริย์วงศ์ขนิษฐา
รับกระออมจากกรกัลยา ก็รีบไปยังท่าชลธาร ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงจึ่งตักวารี ในกระแสนที่อันเชี่ยวฉาน
แล้วถอดแหวนแก้วสุรกานต์ ชัชวาลเรืองฤทธิ์ดั่งเพลิงกัลป์
ใส่ลงในหม้อชลาลัย อันเย็นใสดั่งทิพย์สุธาสวรรค์
แล้วไหว้ฝูงเทพเทวัญ รำพันตั้งสัจวาที ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เดชะที่ข้าซื่อตรง ต่อองค์เชษฐาเรืองศรี
ขอให้ธำมรงค์รูจี สวมนิ้วดรรชนีพระพี่ยา
จงพ้นโพยภัยที่จองจำ เทเวศช่วยนำให้พบข้า
เสร็จแล้วแบกกระออมคงคา ขึ้นมายังที่พระทวาร ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เดียว

๏ ครั้นถึงก็ส่งหม้อนํ้าให้ แล้วว่าไปด้วยคำอ่อนหวาน
พี่เจ้าจงไปให้ทาน แก่กุมารนักโทษบัดนี้ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นางเทพอัปสรโฉมศรี
รับได้กระออมวารี ก็จรลีเข้าไปในพารา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เพลง

๏ ครั้นถึงจึ่งกล่าวปราศรัย แก่เพชฌฆาตผู้ใหญ่ซึ่งรักษา
อันกุมารนักโทษพันธนา ต้องแสงสุริยาร้อนรน
ข้าเห็นเป็นเวทนานัก หอบพักแรงโรยโหยหน
ขอให้ทานน้ำเมื่อยามจน จะได้เป็นกุศลสืบไป
ท่านจงเมตตาการุญ ส่วนบุญนั้นข้าจะแบ่งให้
ว่าพลางยิ้มแย้มแกมกลใน ช้อยใช้ชายตาเป็นที ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ฝ่ายนายเพชฌฆาตทั้งสี่
ไม่แจ้งว่านางเทพนารี ต่างตนยินดีปรีดา
ยิ้มพลางทางกล่าวเกี้ยวพาน อ่อนหวานด้วยใจเสน่หา
อันเด็กน้อยซึ่งต้องพันธนา ญาติวงศ์พงศาเจ้าหรือไร
จึ่งตักเอาน้ำเข้ามาส่ง พี่คิดพิศวงสงสัย
ซึ่งแบ่งบุญให้ก็ขอบใจ แต่ไม่เหมือนเจ้าปรานี
ว่าพลางก็ทางสัพยอก เย้าหยอกสำรวลอึงมี่
แม้นเจ้าจะทำไมตรี ถ้อยทีจะผ่อนหากัน ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นางเทพธิดาสาวสวรรค์
ทำชะม้ายชายเนตรเมียงมัน ผันพักตร์ตอบไปด้วยมารยา
ไฉนมาเจรจาดั่งนี้ บัดสีแก่ใจหนักหนา
ข้าใช่พี่น้องญาติกา จะเอาบุญจึ่งมาให้ทาน
ว่าพลางทางทำยิ้มพราย ด้วยแยบคายถ้อยคำอ่อนหวาน
อย่าว่าเล่นเช่นนี้ให้เนิ่นนาน จะเสียการกุศลของน้องไป ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น เพชฌฆาตผู้คุมน้อยใหญ่
ต่างตนต่างกริ่มพระหยิ่มใจ ตอบไปด้วยความปรีดา
ถ้อยคำกิริยาเจ้าน่าชม พี่ปรารมภ์ก็ไม่สมปรารถนา
จะทำบุญมิให้สูญศรัทธา แต่อย่าลืมคำที่พาที ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นางเทพรำพาโฉมศรี
ได้ฟังแสร้งทำเป็นยินดี แล้วรีบจรลีเข้าไป ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เพลง

๏ ครั้นถึงจึ่งมีวาจา เจ้าทนทุกข์เวทนาเป็นไฉน
พี่นี้สงสารด้วยอาลัย จึ่งตักนํ้ามาให้เป็นทาน
ว่าแล้วส่งหม้อวาริน กินเถิดไม่ม้วยสังขาร
อันเครื่องเขาพันธนาการ จะบันดาลลุ่ยหลุดจากอินทรีย์ ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระมงกุฎทรงสวัสดิ์รัศมี
ไม่รู้ว่าเป็นเทพนารี ยินดีรับกระออมมาจากนาง
ลูบพักตร์แล้วเสวยเข้าไป ที่เร่าร้อนภายในก็สระสร่าง
รินรดทั่วทั้งสารพางค์ พ่างเพี้ยงอมฤตในเมืองฟ้า ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ อันพระธำมรงค์รูจี ก็สวมนิ้วดรรชนีเบื้องขวา
ด้วยเดชแหวนแก้วพระจักรา เครื่องพันธนาก็หลุดไป
ทั้งฤทธิ์นางเทพอนงค์ ใครจะแลเห็นองค์ก็หาไม่
มีความผาสุกสำราญใจ จึ่งตรึกไปด้วยปรีชาชาญ
ก็แจ้งว่าสมเด็จพระแม่เจ้า ผู้เกิดเกล้าชุบชีพสังขาร
เอาพระธำมรงค์อลงการ ให้พระลบกุมารตามมา
แล้วกล่าวสุนทรวาที น้องขอบคุณพี่หนักหนา
มาช่วยจึ่งรอดชีวา หาไม่จะม้วยบรรลัย ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นางฟ้าผู้มีอัชฌาสัย
ได้ฟังจึ่งตอบคำไป จะอยู่ช้าไม่ได้นะน้องรัก
จะพาไปให้พ้นโทษทัณฑ์ พระผู้ผ่านไอศวรรย์อาณาจักร
ว่าแล้วจึ่งองค์นงลักษณ์ ก็นำหน่อหริรักษ์จรลี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เสมอ

๏ เดินพลางทางกล่าวสุนทร ดูก่อนพระมงกุฎเรืองศรี
ไปเถิดตรงมือพี่ชี้ แล้วเทวีก็เหาะขึ้นเมืองฟ้า ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น พระมงกุฎวุฒิไกรใจกล้า
ได้ฟังนางนั้นจำนรรจา บัดเดี๋ยวกัลยาก็หายไป
แต่พินิจพิศเพ่งเล็งดู เป็นครู่แล้วคิดขึ้นได้
ชะรอยนางฟ้าสุราลัย มาช่วยให้รอดชีวี
มีความชื่นชมโสมนัส เพียงได้สมบัติโกสีย์
ยุรยาตรนาดกรจรลี ไปตามวิถีรัถยา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ เชิด

๏ เดินพลางทางดูพระลบ ไม่พบก็โทมนัสสา
โอ้ว่าน้องแก้วแววตา ตามมาแล้วอยู่แห่งใด
ตัวพี่จึ่งไม่เห็นเจ้า ให้ร้อนเร่าฤทัยดั่งเพลิงไหม้
สุดคิดที่จะไถ่ถามใคร ดูไปจนออกนอกทวาร ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระลบผู้ใจกล้าหาญ
แอบอยู่ด้วยปรีชาชาญ คอยฟังเหตุการณ์พี่ยา
ตั้งพักตร์สอดส่ายนัยน์เนตร พอเห็นเยาวเรศเชษฐา
ดำเนินออกจากพารา ก็วิ่งมากอดบาทรํ่าไร ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ โอด

โอ้ร่าย

๏ โอ้ว่าพระพี่ผู้เพื่อนยาก วิบากสิ่งใดมาซัดให้
น้องคิดว่าสิ้นชีวาลัย ด้วยมือพวกภัยราวี
มีแต่โศกาอาวรณ์ ทุกข์ร้อนถึงเบื้องบทศรี
ตัวข้าเหมือนคนไม่ดี เสียทีเป็นชายเกิดมา
พี่น้องสองคนรณรงค์ ควรหรือหนีองค์พระเชษฐา
ดั่งหนึ่งไม่มีฤทธา โทษานี้ใหญ่หลวงนัก
หากบุญพระองค์ผู้ทรงฤทธิ์ จึ่งไม่เสียชีวิตแก่ปรปักษ์
จงให้อภัยแก่น้องรัก รํ่าพลางซบพักตร์ลงโศกี ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ โอด

๏ เมื่อนั้น พระมงกุฎทรงสวัสดิ์รัศมี
สวมสอดกอดน้องเข้าทันที เจ้าพี่อย่าทรงโศกา
อันซึ่งความทุกข์แลสุขนั้น ย่อมมีด้วยกันถ้วนหน้า
ตัวเราพี่น้องสองรา ยังเยาว์ยุพาอยู่นัก
ไม่เคยไม่ชำนาญในการยุทธ์ ชิงชัยสัประยุทธ์หาญหัก
จึ่งเสียทีแก่เขานะน้องรัก ดวงจักษุพี่ไม่ถือใจ
ถึงต้องทรมานปิ้มปางตาย จะเสียดายชีวาก็หาไม่
ปรารมภ์แต่เจ้าจะบรรลัย ไม่มีใครเป็นเพื่อนพระชนนี
เมื่อพระมารดาแจ้งเหตุ ทุกข์เทวษเป็นไฉนนะเจ้าพี่
ใครบอกมรคาพนาลี จึ่งตามมาถึงที่พารา ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระลบสุริย์วงศ์กนิษฐา
ได้ฟังสมเด็จพระพี่ยา ยิ่งแสนโศกาจาบัลย์
ชลนัยน์ตกต้องหลังพระบาท พระเชษฐาธิราชรังสรรค์
เหมือนนํ้าฟ้าตกจากอากาศนั้น ต้องกลีบบุษบันอำไพ
แสนสลดระทดพระทัยนัก ซบพักตร์ทอดถอนใจใหญ่
สะอื้นพลางพลางเล่าความไป เมื่อเขาจับได้พี่ยา
น้องนี้ไปทูลพระแม่เจ้า โศกเศร้าปิ้มสิ้นสังขาร์
ฟื้นขึ้นข้าจึ่งวอนลา พระมารดาโปรดให้ธำมรงค์
ก็รีบรัดดัดดั้นอรัญเวศ ผู้เดียวทุเรศป่าระหง
ครั้นถึงที่รบชายดง ก็เดินตรงตามรอยโยธี
เดชะด้วยบุญพระเชษฐา จึ่งมาถึงทวาราบุรีศรี
เห็นนางหนึ่งกระเดียดหม้อวารี มายังที่ท่าชลธาร
ข้าจึ่งไปตักน้ำให้ เอาแหวนใส่ตั้งสัจอธิษฐาน
เล่าถี่แจ้งถ้วนทุกประการ แล้วส่งศรชัยชาญให้พี่ยา ฯ

ฯ ๑๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระมงกุฎวุฒิไกรใจกล้า
รับศรจากกรอนุชา แล้วมีวาจาตอบไป
อันซึ่งอนงค์ทรงลักษณ์ ที่ตักวารีมาให้
คือว่านางฟ้าสุราลัย มีใจเมตตาปรานี
ฝ่ายพระมารดาก่อเกล้า ให้เอาแหวนมาประทานพี่
ทั้งเจ้าก็จงรักภักดี มีคุณพ้นที่จะพรรณนา
ตัวพี่จึ่งรอดชีวิต แต่เจ็บจิตด้วยเขาทำโทษา
ครั้นเราจะไปเฝ้าพระมารดา เห็นว่าเขาจะยกตามไป
จะคอยอยู่ที่กลางพนาวัน แก้แค้นแทนกันให้จงได้
ฆ่าเสียให้สิ้นทั้งทัพชัย ด้วยฤทธิไกรศรทรง
ว่าแล้วก็ชวนพระนุชนาถ ลีลาศดั่งพญาราชหงส์
กรายกรตามกันทั้งสององค์ ตรงไปโดยทางบทจร ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงกาลวาตพนาเวศ ทั้งสองเยาวเรศชาญสมร
ก็หยุดอยู่ริมชายพนาดร คอยจะราญรอนไพรี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ฝ่ายนายเพชฌฆาตทั้งสี่
ราชมัลนครบาลพัสดี มิได้เห็นองค์กุมารา
ทั้งนางตักนํ้ามาให้นั้น หายไปด้วยกันพร้อมหน้า
ต่างคนตกใจเป็นโกลา แยกย้ายเที่ยวหาวุ่นไป ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ ทุกอกตรอกถนนตึกกว้าน โรงร้านบ้านเรือนน้อยใหญ่
อารามพราหมณ์ชีนอกใน สุมทุมพุ่มไม้ก็ไล่ค้น
โรงช้างโรงม้าโรงรถ เที่ยวไปหาหมดทุกแห่งหน
บ้างไถ่ถามไพร่ฟ้าประชาชน อลหม่านทั่วทั้งธานี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ นอกเมืองในเมืองก็หาจบ ไม่พบพระกุมารเรืองศรี
บ้างปรับทุกข์กันว่าเรานี้ น่าที่ไม่พ้นมรณา
จำจะไปแจ้งเหตุการณ์ แก่ท่านเสนีซ้ายขวา
ว่าแล้วก็พากันเข้ามา ยังที่ศาลาลูกขุนใน ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เสมอ

๏ ครั้นถึงยอกรอภิวาทน์ แทบบาทเสนาผู้ใหญ่
แจ้งความแต่ต้นจนปลายไป ขอท่านจงได้ปรานี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เจรจา

๏ บัดนั้น จึ่งมหาเสนาทั้งสี่
ได้ฟังตกใจไม่สมประดี ก็ไปยังที่พระโรงคัล ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ ครั้นถึงน้อมเศียรบังคมบาท พระตรีภูวนาถรังสรรค์
ทูลว่ากุมารชาญฉกรรจ์ ที่ต้องโทษทัณฑ์พันธนา
มีหญิงหนึ่งตักนํ้ามาให้ หายไปด้วยกันต่อหน้า
เที่ยวค้นจนทั่วทั้งพารา หาไม่ประสบพบพาน ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระจักรกฤษณ์ฤทธิ์ลํ้าสุริย์ฉาน
ได้ฟังเสนีปรีชาชาญ ผ่านฟ้ากริ้วโกรธดั่งเพลิงกัลป์
กระทืบบาทผาดแผดสุรเสียง สำเนียงดั่งหนึ่งฟ้าลั่น
เหม่ไอ้เพชฌฆาตราชมัล โทษนั้นถึงสิ้นชีวาลัย
จงจำมันไว้ให้ตรึงตรา ที่ในเคหาตรุใหญ่
แล้วเร่งเกณฑ์พลสกลไกร กูจะตามไปโรมรัน
จับไอ้ลูกน้อยอหังการ ที่มันฮึกหาญโมหันธ์
เข้ามาสังหารชีวัน ด้วยกันกับไอ้เหล่านี้ ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้น จึ่งมหาเสนาทั้งสี่
ก้มเกล้ารับสั่งพระจักรี ถวายอัญชุลีแล้วออกไป ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ สั่งขุนตำรวจซ้ายขวา บรรดาซึ่งเป็นนายใหญ่
ให้เอาเพชฌฆาตจำไว้ ตามในบัญชาพระทรงธรรม์ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เจรจา

ยานี

๏ แล้วเกณฑ์พยุหจตุรงค์ เลือกล้วนอาจองแข็งขัน
ขุนช้างขี่ช้างดั้งกัน ถือขอหยัดยันกรายกร
ขุนม้าผูกม้าอาชาชาติ ที่มีอำนาจดั่งไกรสร
ผู้ขี่มือถือโตมร ขับจรรวดเร็วดั่งลมพัด
ขุนรถเทียมรถเรือนสุวรรณ กรกุมเกาทัณฑ์ยืนหยัด
สองข้างนั้นมีหอกซัด สันทัดเคล่าคล่องทำนองยุทธ์
ขุนพลจัดพลนิกาย ไพร่นายแน่นนันต์นับสมุทร
ล้วนถือเครื่องสรรพอาวุธ อุตลุดเพียบพื้นปถพี ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น พระตรีภพลบโลกเรืองศรี
กับสามอนุชาร่วมชีวี เสด็จไปเข้าที่สรงชล ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

โทน

๏ สี่กษัตริย์สระสนานสำราญกาย สุหร่ายโรยโปรยปรายดั่งสายฝน
ทรงสุคนธารสเสาวคนธ์ ธารกลิ่นโกมลในเมืองอินทร์
ต่างสอดสนับเพลารายพลอย ดวงลอยลายเครือสุวรรณสิ้น
ภูษาพื้นทองทรงข้าวบิณฑ์ ช่อเชิงนาคินทร์ต่างกัน
ชายไหวชายแครงเครือมาศ ฉลององค์ทรงประพาสสังเวียนคั่น
ตาบทิศทับทรวงสังวาลวัลย์ ล้วนแก้วกุดั่นอลงการ
พาหุรัดทองกรมังกรกลาย ทับทิมพรายรายบุษย์มุกดาหาร
ธำมรงค์เพชรรัตน์ชัชวาล มงกุฎแก้วสุรกานต์กรรเจียกจร
ห้อยพวงมาลัยดอกไม้ทัด ต่างขัดพระขรรค์แล้วจับศร
งามองค์งามทรงงามอาภรณ์ กรายกรตามกันไปขึ้นรถ ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ เสมอ

โทน

๏ รถเอยสี่รถทรง ดุมกงประดับแก้วมรกต
เรือนแอกแปรกอ่อนงอนชด พื้นลดภาพล้อมบัลลังก์ลอย
สี่มุขเสามาศมังกรหก แก้วกระหนาบกาบกระหนกช่อห้อย
ห้ายอดเหมระยับสลับพลอย สุกย้อยสูงเยี่ยมทิฆัมพร
เทียมสินธพสี่กำลังกล้า เชื้อพยศชาติพญาไกรสร
สารถีสำทับกระหยับกร เผ่นโจนโผนจรดั่งลมกาล
เครื่องสูงครบสิ่งกรรชิงแก้ว ชั้นแถวฉัตรทองธงฉาน
ขนัดพลแน่นพื้นสุธาธาร ปี่ฆ้องเป่าขานประสานกัน
กาหลกองแห่หน้าหลัง กลองดังกลางดงครื้นครั่น
ผงคลีพัดกลุ้มชอุ่มควัน ต้อนกันตามเกณฑ์กระบวนจร ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ เชิด

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ