สมุดไทยเล่มที่ ๒๘

๏ เมื่อนั้น ฝ่ายฝูงสุราฤทธิ์ทุกทิศา
ทั้งหกห้องสวรรค์ชั้นฟ้า เจ้าป่าภูมิพฤกษ์เทวัญ
ได้ฟังพระลักษมณ์สุริย์วงศ์ ฝากองค์สีดาสาวสวรรค์
ให้เร่าร้อนฤทัยดั่งไฟกัลป์ เทวัญเล็งทิพเนตรมา
เห็นเจ้าลงกาพญายักษ์ จะมาลักอัคเรศเสน่หา
ต่างตระหนกตกใจเป็นโกลา ทุกเมืองแมนแดนฟ้าสุราลัย
ครั้นจะมารักษานางเทวี กลัวเดชอสุรีไม่มาได้
ต่างทุกข์ต่างร้อนอาวรณ์ใจ จึ่งตริไปแต่แรกอวตาร ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

ร่าย

๏ ก็รู้ว่าทศพักตร์ยักษา มันจะสิ้นชีวาสังขาร
เหตุด้วยสีดาเยาวมาลย์ จะก่อการเคี่ยวฆ่าอสุรี
ถึงมาตรมันพานางไป จะเป็นไรแก่องค์พระลักษมี
พระนารายณ์จะตามนางเทวี ทั้งจะพบโยธีวานร
ช่วยกันเคี่ยวเข็ญเข่นฆ่า ให้สิ้นวงศ์อสุราด้วยแสงศร
โลกาจะได้สถาวร เพราะพระสี่กรปราบมาร
ตริพลางต่างองค์โสมนัส แซ่ซ้องตบหัตถ์ฉัดฉาน
อื้ออึงไปทั่วจักรวาล แสนสนุกสำราญทั้งเมืองฟ้า ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น ฝ่ายท้าวทศพักตร์ยักษา
ครั้นเห็นพระลักษมณ์อนุชา ออกจากศาลาก็ยินดี
ดั่งได้น้ำสุรามฤต มาลูบทรวงดวงจิตยักษี
แย้มยิ้มพริ้มพักตร์เปรมปรีดิ์ อสุรีก็เด็ดใบไม้มา
แล้วจึ่งยอกรขึ้นเหนือเกศ โอมอ่านพระเวทคาถา
เสกใบไม้ลูบกายา ด้วยศักดาเดชกุมภัณฑ์ ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ ตระ

๏ บัดเดี๋ยวกลับเป็นดาบส อันมีพรตชำนาญฌานขยัน
ห่มหนังเสือลายพรายพรรณ เจิมจันทน์นุ่งผ้าคากรอง
สอดสายธุหร่ำมุ่นชฎา มือขวาถือตาลิปัตรป้อง
สวมประคำมณีดั่งสีทอง แล้วเดินย่องตามชายพนาลี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ พราหมณ์เข้า

๏ ครั้นถึงจึ่งแอบพุ่มไม้ แลไปเห็นองค์มารศรี
นั่งอยู่ที่หน้ากุฎี งามลํ้านารีในเมืองอินทร์ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

ชมโฉม

๏ พิศพักตร์ผ่องพักตร์ดั่งจันทร พิศขนงก่งงอนดั่งคันศิลป์
พิศเนตรดั่งเนตรมฤคิน พิศทันต์ดั่งนิลอันเรียบราย
พิศโอษฐ์ดั่งหนึ่งจะแย้มสรวล พิศนวลดั่งสีมณีฉาย
พิศปรางดั่งปรางทองพราย พิศกรรณคล้ายกลีบบุษบง
พิศจุไรดั่งหนึ่งแกล้งวาด พิศศอวิลาศดั่งคอหงส์
พิศกรดั่งงวงคชาพงศ์ พิศทรงดั่งเทพกินรา
พิศถันดั่งปทุมเกสร พิศเอวเอวอ่อนดั่งเลขา
พิศผิวผิวผ่องดั่งทองทา พิศจริตกิริยาก็จับใจ
ยิ่งพิศยิ่งเพลินจำเริญรัก พญายักษ์ครวญคิดพิสมัย
สำราญแย้มยิ้มพริ้มไพร ก็ตรงเข้าไปยังกุฎี ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ เสมอ

๏ ครั้นถึงซึ่งหน้าอาศรม มีความชื่นชมเกษมศรี
ทำเป็นสำรวมอินทรีย์ ดั่งโยคีมีพรตจรรยา
จึ่งร่ายคาถามหาละลวย เป่ารวยตามลมไปตรงหน้า
แล้วอวยพรพึมพำชำเลืองตา ชัยตุมหาสถาวร ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั่น นวลนางสีดาดวงสมร
เห็นดาบสเข้ามาถวายพร งามด้วยสังวรอินทรีย์
มิได้มีใจสงกา กัลยาประณตบทศรี
แล้วกล่าวสุนทรวาที พระมุนีนี้นามกรใด
บำเพ็ญฌานสร้างพรตพรหมจรรย์ ศาลาอารัญนั้นอยู่ไหน
อตส่าห์บุกป่าฝ่าไพร มีกิจสิ่งไรพระอาจารย์ ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ทศเศียรผู้ปรีชาหาญ
ฟังเสียงฟังรสพจมาน ปานอมฤตฟ้ายาใจ
พร้อมทั้งจริตมารยาท ยิ่งแสนพิศวาสหลงใหล
จึ่งมีมธุรสตอบไป รูปนี้ได้ชื่อว่าสุธรรม์
อยู่แดนลงกาธานี ไม่มีโลโภโมหันธ์
ตั้งแต่รักษาพรหมจรรย์ นานได้แปดพันปีมา
ไม่สบายจึ่งเที่ยวจงกรม ให้เป็นบรมสุขา
พอแลเห็นบรรณศาลา ตานี้ยินดีเป็นพ้นนัก
จึ่งอุตส่าห์แวะเข้ามาดู หวังว่าจะใคร่รู้จัก
พบเจ้าเยาวยอดวิไลลักษณ์ ผ่องพักตร์เสาวภาคย์จำเริญใจ
มาอยู่ผู้เดียวที่ในป่า ถิ่นฐานพาราเป็นไฉน
อันนามกรชื่อไร เหตุใดมาบวชเป็นโยคี ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น โฉมนางสีดามารศรี
ได้ฟังวาจาพระมุนี เทวีจึ่งกล่าวสุนทร
ตัวข้านี้เป็นอัคเรศ พระราเมศสุริย์วงศ์ทรงศร
มีนามสีดาบังอร อยู่พระนครอยุธยา
ผ่านฟ้ารับสัตย์พระบิตุรงค์ มาทรงผนวชเป็นชีป่า
ข้ากับพระลักษมณ์อนุชา เสน่หาต่อเบื้องบทมาลย์
จึ่งออกมาตามปรนนิบัติ ที่ในพนัสไพรสาณฑ์
แต่อยู่ที่นี่ก็ช้านาน พึ่งเห็นพระอาจารย์วันนี้ ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวทศพักตร์ยักษี
ได้ฟังพจนารถเทวี จึ่งกล่าววาทีอันสุนทร
อนิจจาเจ้าผู้จำเริญพักตร์ ทรงลักษณ์ยิ่งเทพอัปสร
งามเสงี่ยมเอี่ยมองค์อรชร จะหาเปรียบบังอรไม่เทียมทัน
จะว่าโดยเอ็นดูอย่าน้อยใจ ใช่จะแกล้งกล่าวเสกสรร
เจ้ากับพระรามสามีนั้น ไกลกันดั่งดินกับแผ่นฟ้า
แม้นได้ไปเป็นมเหสี ทศเศียรอสุรีจะดีกว่า
สมบัติพัสถานเขาโอฬาร์ เดชาปรากฏทั้งแดนไตร
ท่านนั้นเป็นวงศ์พรหเมศ ทั่วทุกเทเวศบังคมไหว้
ท้าวไร้อัคเรศอันพึงใจ ที่จะได้เป็นปิ่นนารี
เหมือนเจ้าไปร่วมเศวตฉัตร งามดั่งเนาวรัตน์จำรัสศรี
กับทิพสุวรรณอันรูจี จะเป็นที่สรรเสริญทั้งโลกา ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นางสีดาเยาวยอดเสน่หา
ได้ฟังขัดแค้นแน่นอุรา กัลยาจึ่งตรัสตอบไป
อันทศเศียรขุนยักษ์ ชั่วนักไม่มีใครเปรียบได้
เขารู้อยู่สิ้นทั้งแดนไตร เหตุใดมาชมกันว่าดี
ฝ่ายว่าพระรามสุริย์วงศ์ คือองค์พระนารายณ์เรืองศรี
อวตารมาผลาญอสุรี ภูมีตั้งอยู่ในสัตย์ธรรม์
ไฉนกลับติเตียนด้วยคำคด หรือดาบสพวกพาลโมหันธ์
ไม่รู้ว่าพิษเพลิงกัลป์ มาประมาทเสกสรรเจรจา ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ทศเศียรสุริย์วงศ์ยักษา
ได้ฟังพจนารถนางกัลยา อสุรายิ้มแล้วก็ตอบไป
อนิจจารูปว่าจะให้ดี กลับโกรธฤๅษีก็เป็นได้
อันพระรามสามีอรไท ที่ไหนจะเทียมทศพักตร์
น้อยทั้งสมบัติพัสถาน ศฤงคารบริวารอาณาจักร
ทั้งฤทธีปรีชาก็อ่อนนัก เปรียบกับพญายักษ์นั้นไกลกัน
มาตรแม้นจะต่อฤทธา แต่พริบตาก็จะม้วยอาสัญ
รักเจ้าจึ่งว่าโดยธรรม์ กัลยาคิดดูให้จงดี ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น โฉมนางสีดามารศรี
ได้ฟังถ้อยคำโยคี ดั่งคมตรีเสียบกรรณกัลยา
จึ่งว่าฤๅษีนี้ทุจริต ไม่อยู่โดยกิจชีป่า
มาดูหมิ่นองค์พระจักรา ไม่มีฤทธาหรือว่าไร
อันทูษณ์ขรตรีเศียรสามนาย น้องชายทศกัณฐ์นั้นไปไหน
กับพลสี่สิบสมุทรไท คือใครสังหารชีวัน
ถึงขุนยักษ์สิบพักตร์ยี่สิบกร ไม่ครั่นศรพระนารายณ์รังสรรค์
สิ้นทั้งโคตรวงศ์พงศ์พันธุ์ อย่าสำคัญว่าจะรอดชีวี
เรานี้มิได้สมาคม ฟังลมโกหกฤๅษี
เร่งไปเสียจากกุฎี อย่ามาเซ้าซี้เจรจา ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวราพนาสูรยักษา
ได้ฟังกริ้วโกรธโกรธา อสุราร้องตวาดไป
เหม่เหม่สีดายุพาพาล ถ้อยคำสามานย์หยาบใหญ่
ยกผัวว่ามีฤทธิไกร จะได้เห็นกันในวันนี้
ตัวเรามิใช่ดาบส คือทศพักตร์ยักษี
แม้นว่าพระรามมีฤทธี จงมาต่อตีด้วยกัน
ว่าแล้วกลับกลายเป็นรูปยักษ์ สิบพักตร์กรแกว่งพระแสงขรรค์
สิบปากขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน เนตรนั้นดั่งดวงสุริยา ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ คุกพาทย์

๏ เมื่อนั้น โฉมนางสีดาเสน่หา
แลเห็นเป็นรูปอสุรา กัลยาตระหนกตกใจ
เรียกองค์พระลักษมณ์พระจักรี จะมีสมประดีก็หาไม่
ร้องตรีดหวีดหวาดวุ่นไป อรไทวิ่งหนีกุมภัณฑ์ ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น ทศเศียรสุริย์วงศ์รังสรรค์
เห็นนางสีดาวิลาวัณย์ ตัวสั่นวิ่งร้องไม่สมประดี
พญามารแย้มยิ้มพริ้มพราย ตาหมายจะจับนางโฉมศรี
ไล่ลัดสกัดทันที อสุรีคว้าไขว่ไปมา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นทันโฉมยงนงลักษณ์ พญายักษ์กั้นกางขวางหน้า
แล้วมีมธุรสวาจา แก้วตาอย่าตระหนกตกใจ
ความพี่รักเจ้าเยาวเรศ เปรียบปานดวงเนตรก็เปรียบได้
ขอเชิญยุพยอดอรไท มาไปเป็นศรีเมืองมาร
จะตั้งเจ้าไว้ให้เป็นเอก ร่วมเศวกฉัตรฉายฉาน
ใหญ่กว่าสนมบริวาร ในปราสาทสุรกานต์อลงกรณ์
ว่าพลางก็เข้าประคององค์ ค่อยดำรงโอบอุ้มดวงสมร
รับขวัญแล้วพาบังอร บทจรไปรถมณี ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงจึ่งวางนางลง ยังท้ายรถทรงจำรัสศรี
ขับทะยานผ่านฟ้าด้วยฤทธี พวกพลอสุรีก็ล้อมมา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น นางสีดาเยาวยอดเสน่หา
เหลียวดูพระบรรณศาลา กัลยาพ่างเพียงจะขาดใจ
แลหาพระลักษมณ์พระจักรแก้ว จะเห็นแว่วตามมาก็หาไม่
ยิ่งวิโยคโศกแสนอาลัย อรไทครวญถึงพระภัสดา
โอ้ว่าพระจอมมงกุฎเกศ ก็แจ้งเหตุว่ากลยักษา
ตัวข้าไม่ฟังพระบัญชา ให้ผ่านฟ้าไปตามมฤคี
พระลักษมณ์ทานทัดก็ขัดใจ ขืนขับให้ไปช่วยพี่
อสุรามันจึ่งได้ที ลักเมียหนีจากบทมาลย์
กลับมาจะเห็นศาลาเปล่า จะโศกเศร้ากำสรดด้วยสงสาร
อกเอ๋ยใครเลยจะแจ้งการ แก่พระอวตารสี่กร
ให้รีบตามมาบัดเดี๋ยวนี้ สังหารอสุรีด้วยแสงศร
สุดคิดเมียแล้วพระภูธร ร่ำพลางบังอรก็โศกา ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ โอด

ร่าย

๏ มาจะกล่าวบทไป ถึงสดายุราชปักษา
อยู่ในวิมานอันโอฬาร์ สกุณาคิดถึงพระจักรี
นานแล้วมิได้ไปเยี่ยมบาท พระนารายณ์ธิราชเรืองศรี
ป่านนี้สามกษัตริย์ธิบดี จะมีสุขหรือทุกข์ประการใด
อย่าเลยวันนี้จะไปดู ให้รู้ร้ายดีเป็นไฉน
ก็ออกจากวิมานอำไพ ถีบทะยานขึ้นในเมฆา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ แผละ

๏ ลมปีกลั่นปานพายุพัด เมฆกลัดหมอกเกลื่อนพระเวหา
สะท้านดงสะเทือนดินโกลา มืดฟ้ามัวฝนอึงอล
สิงขรสาครกัมปนาท โลกธาตุลั่นทั่วทุกแห่งหน
ปกศรีปิดแสงสุริยน พยับบังโพยมบนอนธการ
ถารีบถีบเร็วกว่าลมพัด ปีกกวัดปัดแกว่งสำแดงหาญ
ข้ามสมุทรเขาสุเมรุจักรวาล ผ่านเมฆเผ่นมาด้วยฤทธี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ เชิด

๏ จึงเหลือบแลเห็นทศพักตร์ ลักองค์สีดามารศรี
ใส่ท้ายรถรัตนมณี อสุรีแวดล้อมเหาะมา
กริ้วโกรธพิโรธดั่งเพลิงกัลป์ ราปีกเข้ากั้นขวางหน้า
จึ่งร้องสำทับด้วยวาจา ว่าเหวยดูกรขุนมาร
เหตุใดตัวมึงจึงบังอาจ ไปลักอัครราชยอดสงสาร
ขององค์พระรามผู้ปรีชาญ ไม่กลัววายปราณหรือว่าไร
ท่านนั้นคือองค์พระทรงนาค มาจากเกษียรสมุทรใหญ่
นี่พระลักษมีคู่ใจ ไอ้จังไรจงเชิญนางเทวี
คืนไปถวายพระทรงฤทธิ์ จะได้รอดชีวิตยักษี
แม้นเอ็งไม่ฟังเราพาที กูจะผลาญชีวีอสุรา ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ทศเศียรสุริย์วงศ์ยักษา
ได้ฟังพญาสกุณา โกรธาตวาดประกาศไป
เหม่เหม่ไอ้ชาติเดียรฉาน อหังการเจรจาหยาบใหญ่
ถึงมาตรนารายณ์เรืองชัย ตัวกูไม่เกรงฤทธี
กงการอะไรไอ้สู่รู้ จะต่อสู้พระกาลเรืองศรี
หัวมึงจะขาดจากอินทรีย์ ด้วยมือกูนี้ไม่พริบตา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น สดายุฤทธิไกรใจกล้า
ได้ฟังทศเศียรอสุรา โกรธาดั่งไฟประลัยกัลป์
จึ่งร้องว่าเหวยไอ้ขุนยักษ์ มึงนี้ทรลักษณ์โมหันธ์
อันท้าวทศรถทรงธรรม์ สหายร่วมชีวันของกูมา
เหตุใดจึ่งว่ามิใช่การ นางสีดาเยาวมาลย์เสน่หา
เป็นศรีสะใภ้ยอดธิดา อสุราไม่รู้หรือว่าไร
ถึงมึงสิบพักตร์ยี่สิบกร หรือจะต่อฤทธิรอนกับกูได้
บัดเดี๋ยวจะม้วยบรรลัย มึงอย่าอาจใจพาที
ว่าแล้วกระหยับปีกร่อน ด้วยกำลังฤทธิรอนปักษี
บินไล่ถาโถมโจมตี จิกหมู่อสุรีบริวาร ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ เชิด

๏ บัดนั้น อสุราห้าสิบทวยหาญ
เห็นปักษีองอาจอหังการ ต่างโถมทะยานเข้าราญรอน
พุ่งซัดอาวุธสับสน ต่างตนก็ยิงธนูศร
ครื้นครั่นสนั่นอัมพร ทินกรมืดคลุ้มชอุ่มควัน ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น สดายุฤทธิแรงแข็งขัน
เข้าไล่โฉบฉาบพัลวัน ประจัญกลางหมู่อสุรี
ยักษ์หาญอาจกล้าไม่ละลด ขุนนกทรหดไม่ถอยหนี
เล็บหยิกปากจิกปีกตี โยธีห้าสิบก็มรณา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด โอด

๏ เมื่อนั้น ท้าวทศพักตร์ยักษา
เห็นพลสุดสิ้นชีวา โกรธาขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
ยี่สิบกรกวัดแกว่งอาวุธ สำแดงฤทธิรุทรดั่งจักรผัน
กระทืบรถแก้วแพรวพรรณ เข้าไล่บุกบันสกุณี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น จึ่งสดายุราชปักษี
โฉบขยิกจิกฉาบอสุรี คาบได้สารถีที่ขับรถ
เท้าหยิกจิกด้วยจะงอยปาก ถีบกระชากคอขาดเลือดหยด
โฉบตีราชสีห์เลี้ยวลด หมดทั้งสองพันก็บรรลัย
อันรถซึ่งพญามารทรง กำกงหักยับไม่ทนได้
แล้วบินถาโถมเข้าไป หมายใจจะชิงเยาวมาลย์ ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ทศเศียรฤทธิไกรใจหาญ
หัตถ์หนึ่งอุ้มนางเหาะทะยาน สิบเก้ากรรอนราญสกุณี
ด้วยกำลังศักดาวรารุทร จนสิ้นอาวุธยักษี
ยังแต่มือเปล่าเข้าราวี ต่างตีสัประยุทธ์ไปมา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ กุมภัณฑ์ประหวั่นพรั่นใจ กลัวจะเสียชัยแก่ปักษา
อุ้มนางพลางสู้สกุณา ให้พะว้าพะวังด้วยบังอร ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น สดายุใจหาญชาญสมร
บินขวางหน้าท้าวยี่สิบกร สำแดงฤทธิรอนดั่งลมกัลป์
กางปีกแผ่หางพลางเย้ย ว่าเหวยอสุรีโมหันธ์
สิบเศียรสิบพักตร์กุมภัณฑ์ ยี่สิบหัตถ์อันชิงชัย
พุ่งซัดอาวุธเป็นห่าฝน จะต้องปลายขนก็หาไม่
ถึงทั้งสามภพจบแดนไตร กูจะเกรงผู้ใดอย่าพึงคิด
กลัวแต่พระสยมภูวนาถ พระนารายณ์ธิราชจักรกฤษณ์
กับธำมรงค์พระอิศวรทรงฤทธิ์ ที่ติดนิ้วน้อยนางมา ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวทศพักตร์ยักษา
ได้ฟังพญาสกุณา อสุราชื่นชมยินดี
ทั้งสิ้นฤทธิ์สิ้นคิดคิดกลัวตาย สุดหมายจะชนะปักษี
จับข้อพระหัตถ์นางเทวี อสุรีชิงถอดธำมรงค์
ซึ่งอยู่ในนิ้วกนิษฐา องค์นางสีดานวลหง
มุ่งมาดจะพิฆาตให้ปลดปลง ก็ขว้างตรงไปด้วยกำลังกาย ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ เชิด

๏ รัศมีโชติช่วงทั้งอากาศ ต้องสดายุราชดั่งใจหมาย
เพียงคมจักรแก้วแพรวพราย ทำลายชีวิตสกุณี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พญาสดายุราชปักษี
ครั้นต้องแหวนแก้วพระศุลี เจ็บทั่วอินทรีย์โลมา
สองปีกหางหักสลักอก ตกลงมาจากเวหา
ปากคาบธำมรงค์อลงการ์ เอาใจไว้ท่าพระจักรี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นวลนางสีดามารศรี
ครั้นเห็นพญาสกุณี ต้องแหวนโมลีอลงการ
ตกลงกับพื้นพสุธา เวทนาถึงสิ้นสังขาร
ความรักความเสียดายพ้นประมาณ นงคราญครวญคร่ำรำพัน ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ โอ้ว่าสดายุเอ๋ย ไม่ควรเลยจะสิ้นชีวาสัญ
เรืองฤทธิไกรดั่งไฟกัลป์ ลือทั่วสวรรค์ชั้นฟ้า
ตั้งใจจงรักพระนารายณ์ ไม่คิดกายต่อด้วยยักษา
อสุรีก็จะแพ้ศักดา ควรหรือยังว่าประมาทใจ
เมื่อยังสงครามติดพัน มาโมหันธ์เจรจาก็เป็นได้
จนถึงชีวันบรรลัย ดั่งใช่เชื้อชาติอาชาชาญ
เสียแรงเป็นพ่อสหายรัก พระทรงจักรผู้ปรีชาหาญ
กลับแพ้อสุราสาธารณ์ สงสารเป็นพ้นคณนา
ทีนี้ใครจะช่วยเจ็บร้อน ชิงข้าจากกรยักษา
ร่ำพลางแสนโศกโศกา ปิ้มว่าจะสิ้นชีวี ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ โอด

๏ เมื่อนั้น ท้าวยี่สิบกรยักษี
รณรงค์มีชัยสกุณี ก็อุ้มพระลักษมีเหาะมา
เดชะบารมีโฉมฉาย ให้บันดาลร้อนกายยักษา
สิ้นแรงที่จะไปในเมฆา ก็ลงมายังพื้นสุธาธาร ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงจึ่งวางนางลง นำองค์เยาวยอดสงสาร
ดั้นดัดลัดพงดงดาน ข้ามห้วยเหวธารผ่านไป ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ พญาเดิน

๏ เมื่อนั้น นางสีดาผู้ยอดพิสมัย
เดินพลางทางโศกาลัย อรไทเหลียวหาพระจักรี
พอเห็นพญายูงทอง เยื้องย่องบนยอดคีรีศรี
จึ่งกล่าวสุนทรวาที นกเอ๋ยจงมีเมตตา
ช่วยนำเอาข่าวไปถวาย องค์พระนารายณ์นาถา
ว่ายักษีพาข้าหนีมา แสนเวทนาลำบากใจ
ความอายความแค้นนั้นสุดคิด เห็นจะครองชีวิตไว้ไม่ได้
ให้พระองค์เร่งตามมาชิงชัย สั่งพลางเดินไปด้วยกุมภัณฑ์ ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ เพลง

๏ ข้ามธารผ่านทุ่งวุ้งเขา ตามลำเนาแนวป่าพนาสัณฑ์
จนชายบ่ายแสงสุริยัน กัลยาเห็นฝูงวานร
ลูกเกาะหน้าหลังพรั่งพรู เลียบอยู่ที่เชิงสิงขร
จึ่งมีวาจาว่าวอน ดูก่อนท่านผู้สวัสดี
ขอฝากภูษาไวัถวาย องค์พระนารายณ์เรืองศรี
เมตตาช่วยทูลพระจักรี ว่าอสุรีมันลักน้องมา
ว่าพลางนางเปลื้องสไบทรง ออกส่งให้แก่กระบี่ป่า
แล้วสั่งซ้ำร่ำไรโศกา อย่าลืมคำข้าพี่วานร
ให้พระเร่งตามไปโรมรัน ผลาญชีวิตมันด้วยแสงศร
ให้สิ้นโคตรอาสัตย์ดัสกร ยังนครลงกาเมืองมาร ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น ทศเศียรผู้ปรีชาหาญ
พาองค์สีดายุพาพาล ข้ามธารแถวป่าพนาวัน
มิได้หยุดหย่อนผ่อนกาย จนชายบ่ายแสงพระสุริย์ฉัน
ด้วยเกรงพระรามจะตามทัน กุมภัณฑ์ถึงฝั่งสมุทรไท
จึ่งคิดว่าสีดาทรงลักษณ์ ทั่วทั้งไตรจักรไม่หาได้
แม้นกูจะพาเข้าไป ไว้ในลงกาธานี
จะเป็นที่เคืองใจเคืองตา กับมณโฑกัลยามเหสี
อย่าเลยจะพานางเทวี ไปไว้ในที่อุทยาน
คิดแล้วช้อนองค์นงลักษณ์ พญายักษ์สำแดงกำลังหาญ
เหาะข้ามสมุทรชลธาร หมายสถานสวนแก้วมาลี ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงตำหนักที่ประพาส ในราชอุทยานยักษี
ก็วางองค์สีดาเทวี ลงที่แท่นแก้วอลงกรณ์
เดชะด้วยโพธิสมภาร พระมารดาโลกดวงสมร
พญายักษ์เข้าใกล้บังอร ให้ร้อนฤทัยดังไฟกัลป์
สิบเศียรเพียงแตกทำลาย ด้วยเดชะพระนารายณ์รังสรรค์
ก็เสด็จย่างเยื้องจรจรัล ออกจากสุวรรณพลับพลา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ เสมอ

๏ จึ่งมีพระราชบรรหาร สั่งสหัสกุมารโอรสา
ให้ระวังระไวนางสีดา ตรวจตรากำชับกันจงดี
แม้นว่ามีเหตุเภทภัย กูไม่ไว้ชีวิตยักษี
สั่งแล้วสำแดงฤทธี เหาะเข้าบูรีขุนมาร ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น พระจักรีผู้ปรีชาหาญ
แผลงศรต้องกวางสาธารณ์ บรรลัยลาญสุดสิ้นชีวี
จึ่งเอาเชือกเขาเถาวัลย์ ผูกพันข้อเท้าทั้งสี่
เอาคันศรสอดคอนมฤคี ก็เสด็จจรลีกลับมา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เพลง

๏ ข้ามธารผ่านทุ่งวุ้งเวิ้ง เลียบเชิงพนมแนวป่า
เหลือบแลไปเห็นอนุชา ผ่านฟ้าตระหนกตกใจ
จึ่งตรัสถามว่าเจ้าลักษมณ์ น้องรักของพี่เป็นไฉน
จึ่งละนางสีดาผู้เดียวไว้ เหตุใดมาเป็นดั่งนี้ ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระลักษมณ์ทรงสวัสดิ์รัศมี
น้อมเศียรกราบบาทพระจักรี ชุลีกรสนองพระบัญชา
เมื่อกี้ได้ยินสำเนียง สุรเสียงสมเด็จพระเชษฐา
ว่ากวางกลายเป็นอสุรา เข้ามาหักหาญชิงชัย
มันมีศักดาสามารถ ผู้เดียวไม่อาจต่อได้
สุดแรงสุดฤทธิ์สุดใจ เห็นจะเสียชัยแก่กุมภัณฑ์
เรียกข้าให้รีบไปช่วย แม้นช้าจะม้วยอาสัญ
พระพี่นางได้ยินเสียงมัน สำคัญว่าเสียงพระสี่กร
ขับน้องให้ตามเบื้องบาท พระตรีภูวนาถทรงศร
ทูลว่าใช่เสียงพระภูธร อสุรีหลอกหลอนเป็นมารยา
พี่นางไม่เชื่อฟังคำ พิไรรํ่าเพียงสิ้นสังขาร์
พ้อตัดขัดแค้นโกรธา สารพันจะว่าที่ไม่ดี
สุดคิดสุดที่จะขัดได้ จำใจมาตามบทศรี
ซึ่งข้าล่วงราชวาที โทษนี้ถึงสิ้นชีวัน ฯ

ฯ ๑๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระจักรรัตน์แก้วรังสรรค์
ฟังข่าวเร่าร้อนดั่งเพลิงกัลป์ ทรงธรรม์ทุ่มทิ้งมฤคี
เอะผิดไปแล้วเจ้าลักษมณ์ น้องรักผู้ร่วมชีวิตพี่
เห็นจะได้ทุกข์แสนทวี ครั้งนี้จะฟายน้ำตา
ตรัสแล้วสะท้อนถอนใจ ภูวไนยเศร้าโทมนัสสา
จึ่งชวนพระศรีอนุชา เสด็จมาตามทางพนาวัน ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

โอ้ร่าย

๏ ข้ามธารผ่านเขาลำเนาทุ่ง ให้สะดุ้งพระทัยไหวหวั่น
ทศทิศมืดคลุ้มชอุ่มควัน ฟ้าลั่นครั่นครื้นอึงอล
อันพฤกษาชาติริมทาง ม่วงปรางลางสาดที่ทรงผล
ก็ผลิดอกออกช่อเสาวคนธ์ ล้วนพิกลหลายหลากประหลาดใจ
ฝ่ายหมู่ปักษาทิชากร จะบินร่อนไปมาก็หาไม่
จับเจ่าเหงาเงียบสงัดไป มิได้ขานขันจำนรรจา
อีกทั้งพระแสงศรทรง เผอิญตกลงจากหัตถา
สารพันแปลกใจนัยนา ก็รีบมาอารัญกุฎี ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงศาลาอาวาส ไม่เห็นอัครราชมเหสี
ตกใจดั่งจะม้วยชีวี ภูมีเที่ยวหาอรไท ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิดฉิ่ง

๏ ค้นทุกสุมทุมพุ่มพง ริมจังหวัดวงที่อาศัย
ทั้งท่านํ้าสระสวนดอกไม้ เที่ยวไปไม่พบกัลยา
สองกษัตริย์ก็ทรุดนั่งลง ต่างองค์เศร้าโทมนัสสา
ชลเนตรคลอดวงนัยนา ต่างแสนโศการํ่าไร ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ โอด

โอ้

๏ โอ้ว่าสีดาของ­­พี่เอ๋ย ทรามเชยเยาวยอดพิสมัย
เพื่อนยากลำบากเดินไพร พี่ก็ถนอมใจนางเทวี
อันกลอสุรีก็แจ้งอยู่ แต่สุดรู้ที่จะขัดโฉมศรี
ถึงมาตรไปตามมฤคี พี่นี้ไม่วางวิญญาณ์
จึ่งให้พระลักษมณ์อยู่ด้วย หวังช่วยพิทักษ์รักษา
แม้นว่ามิขับอนุชา ที่ไหนแก้วตาจะหายไป
สุดคิดพี่แล้วครั้งนี้ จะรู้ที่ติดตามไปหนไหน
ตั้งแต่จะโศกาลัย ตายอยู่ที่ในหิมวา
เสียทีที่ได้อวตาร มาปราบพวกพาลยักษา
ไตรโลกก็จะล่วงนินทา ว่าไม่รู้กลอสุรี
ครั้นจะกลับคืนนคเรศ ก็อายแก่เทเวศร์ทุกราศี
รํ่าพลางทางทรงโศกี ดั่งหนึ่งชีวีจะบรรลัย ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ โอด

โอ้

๏ เมื่อนั้น พระลักษมณ์ผู้มีอัชฌาสัย
คิดว่าพระองค์ทรงฤทธิไกร ภูวไนยสิ้นชีพชีวัน
จึ่งเข้าสวมกอดบาทบงสุ์ พระเชษฐาสุริย์วงศ์รังสรรค์
ซบพักตร์โศกาจาบัลย์ รำพันฟูมฟายชลนา
โอ้พระหริวงศ์ทรงภพ เลื่องชื่อลือจบทุกทิศา
ควรเป็นจรรโลงโลกา หรือมาสิ้นชีวาอยู่กลางดิน
มาทิ้งน้องไว้ไม่อาวรณ์ ภูธรกลับไปบรรทมสินธุ์
ใครจะได้แก้แค้นไพริน ซึ่งดูหมิ่นลักองค์อรไท
โอ้พระลักษมีโฉมยง ป่านนี้พระองค์จะเป็นไฉน
อกเอ๋ยทุกข์เดียวไม่สาใจ ภูวไนยซํ้าสิ้นชีวา
กลับเป็นสองทุกข์ดั่งนี้ สุดที่น้องจะคงสังขาร์
รํ่าพลางซบพักตร์โศกา สลบกับบาทาพระอวตาร ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ โอด

ยานี

๏ เมื่อนั้น ฝ่ายองค์เจ้าตรัยตรึงศ์สถาน
เสด็จเหนือทิพอาสน์อลงการ ในมหาวิมานรูจี
พร้อมด้วยสุรางค์อัปสร ถวายกรฟ้อนรำดีดสี
มิได้มีสุขสวัสดี อินทรีย์เร่าร้อนดั่งเพลิงกัลป์
จึ่งเล็งดูด้วยทิพเนตร เห็นพระนเรศรังสรรค์
กับองค์อนุชาวิลาวัณย์ สลบอยู่หน้าบรรณศาลา
ตกใจกลัวองค์พระนารายณ์ จะวายชีวิตสังขาร์
จึ่งพาฝูงเทพเทวา เหาะมาด้วยกำลังฤทธิรณ ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ เหาะ

๏ เลื่อนลอยอยู่บนคัคนานต์ บันดาลเป็นละอองฝอยฝน
ต้ององค์พระลักษมณ์พระภุชพล เย็นทั่วสกนธ์อินทรีย์
แล้วมีเทวราชประกาศมา ให้พระจักราเรืองศรี
ตามนางทางทิศหรดี จะมีผู้บอกข่าวเยาวมาลย์
จึ่งจะได้ไปล้างหมู่ยักษ์ ให้ไตรจักรเป็นสุขเกษมศานต์
ว่าแล้วพาฝูงบริวาร กลับไปสถานวิมานฟ้า ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น สองกษัตริย์สุริย์วงศ์นาถา
ครั้นต้องละอองทิพธารา ค่อยสว่างวิญญาณ์สมประดี
ต่างฟื้นพระองค์ดำรงกาย ฝ่ายพระนารายณ์เรืองศรี
จึ่งมีพจนารถวาที เจ้าพี่ผู้ร่วมชีวาลัย
เมื่อกี้เสียงใครร้องประกาศ นุชนาฏได้ยินหรือหาไม่
ให้เราไปตามอรไท จะได้ซึ่งข่าวกัลยา
ตรัสแล้วต่างจับศรทรง สององค์เศร้าโทมนัสสา
ออกจากบริเวณศาลา บ่ายหน้าไปทิศหรดี ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

พญาโศก

๏ เสด็จโดยพนมพนาเวศ ทอดพระเนตรเห็นศพยักษี
เรี่ยรายตามชายพนาลี พระจักรีพินิจพิศไป
หัวขาดตีนขาดแขนหลุด จะเป็นรอยอาวุธก็มิใช่
ยิ่งคิดฉงนสนเท่ห์ใจ ภูวไนยก็รีบเสด็จมา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ เดินพลางพิศดูทุกย่างบาท เห็นสดายุราชปักษา
ปีกหักหางหักเวทนา ผ่านฟ้าตระหนกตกใจ
เข้าใกล้แล้วกล่าวพจมาน ท่านนี้เหตุการณ์เป็นไฉน
รณรงค์สงครามด้วยผู้ใด จึงได้เจ็บชํ้าทั้งอินทรีย์ ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พญาสดายุปักษี
ครั้นเห็นพระลักษมณ์พระจักรี สกุณีจึ่งแจ้งกิจจา
ต้วข้าคิดถึงพระสี่กร ก็เขจรมาโดยเวหา
พบทศกัณฐ์อสุรา ลักนางสีดายุพาพักตร์
ใส่รถมากลางโพยมหน จึ่งเข้าประจญหาญหัก
หวังจะชิงองค์นงลักษณ์ จากกรขุนยักษ์ชาญฉกรรจ์
หักรถฆ่าพลโยธา บรรดามาก็ม้วยอาสัญ
จนสิ้นอาวุธกุมภัณฑ์ ข้าเยาะเย้ยมันประมาทไป
ว่ากลัวแต่แหวนแก้วที่นางทรง ขององค์พระอิศวรประทานให้
อสุรีไม่คิดละอายใจ ถอดได้จากก้อยกัลยา
ขว้างมาต้องปีกหางหัก เพียงจักสิ้นชีพสังขาร์
ว่าพลางถวายแหวนพระจักรา สกุณาก็สิ้นชีวัน ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ โอด

๏ เมื่อนั้น สองกษัตริย์สุริย์วงศ์รังสรรค์
ฟังสดายุรํ่ารำพัน แจ้งข่าวองค์กัลยาณี
ถวายแหวนแล้วสิ้นชนมาน สงสารพญาปักษี
ทั้งทุกข์ทั้งแค้นแสนทวี โศกีรํ่ารักสกุณา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

โอ้

๏ โอ้ว่าสดายุฤทธิรงค์ เสียทีอาจองแกล้วกล้า
สงครามหรือประมาทวาจา จนเสียชีวาแก่ขุนมาร
เสียแรงที่มีกำลังฤทธิ์ ทศทิศเลื่องชื่อลือหาญ
เสียยศอัปยศทั้งไตรดาล ผ่านฟ้ารํ่าพลางทางโศกี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ โอด

๏ ครั้นค่อยคลายความอาวรณ์ พระสี่กรธิราชเรืองศรี
ก็ทรงพลายวาตอันฤทธี ภูมีแผลงสนั่นครรชิต ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ เกิดเป็นมหาเมรุมาศ โอภาสดั่งวิมานในดุสิต
ห้ายอดมีมุขทั้งสี่ทิศ พึงพิศจำเริญนัยนา
รุ่งเรืองด้วยเครื่องประดับครบ สวมศพพญาปักษา
เสร็จแล้วสมเด็จพระจักรา ผ่านฟ้าแผลงอัคนีไป ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ เป็นเพลิงเริงแรงแสงฉาน เผาผลาญซากศพหมดไหม้
แล้วเป็นห่าฝนดับไฟ ด้วยฤทธิไกรพระจักรี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ รัว

๏ ครั้นเสร็จปลงศพสกุณา ก็พาพระอนุชาเรืองศรี
ยุรยาตรนาดกรจรลี มาตามวิถีพนาวัน ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เพลง

๏ จึ่งแลไปเห็นพระไทร มณฑลสูงใหญ่ดั่งฉัตรกั้น
ร่มชิดมิดแสงสุริยัน ผลนั้นดกดาษสะอาดตา
สองกษัตริย์เร่งรีบบทจร ทินกรร้อนแรงแสงกล้า
ก็เข้าอาศัยในฉายา หวังว่าจะระงับอินทรีย์ ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เสมอ

๏ มาจะกล่าวบทไป ถึงอสุรกุมพลยักษี
มีกายแต่เพียงนาภี อสุรีทรงกำลังฤทธา
เติบโตใหญ่สูงเงื้อมง้ำ อ้าปากปานถํ้าคูหา
สองเนตรดั่งดวงพระสุริยา ยักษาต้องสาปพระทรงญาณ
ถึงหกหมื่นปีแต่ทนทุกข์ ไม่มีสิ่งสุขเกษมศานต์
ต่อสัตว์เข้าวงมือมาร จึ่งให้เป็นอาหารเลี้ยงชีวี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ คุกพาทย์

๏ เมื่อนั้น พระอวตารทรงสวัสดิ์รัศมี
หยุดระงับดับร้อนอินทรีย์ ภูมีค่อยสบายวิญญาณ์
พระพายชายพัดมาอ่อนอ่อน ทินกรเลี้ยวลับเหลี่ยมผา
สองกษัตริย์ก็พากันเดินมา เข้าวงหัตถากุมภัณฑ์ ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ บัดนั้น กุมพลฤทธิแรงแข็งขัน
เห็นสองมนุษย์วิไลวรรณ พากันเข้ามาก็ดีใจ
สำรวลสรวลสันต์อึงมี่ ตัวกูวันนี้มีลาภใหญ่
ทรหดอดอยากอยู่ในไพร ช้านานมิได้พบรส
เลือดเนื้อของมันทั้งสิ้น กูนี้จะกินเสียให้หมด
คิดจะจับองค์พระทรงยศ ให้หวาดหวั่นรันทดทั้งกายา
เอะแล้วนารายณ์อวตาร ลงมาปราบมารกระมังหนา
จึ่งเผอิญให้กูผู้ศักดา เกรงกลัวฤทธาดั่งนี้
คิดแล้วกล่าวคำอันสุนทร ดูก่อนมนุษย์ทั้งสองศรี
แน่งน้อยเสาวภาคย์ทั้งอินทรีย์ มีนามกรชื่อใด
เชื้อชาติสุริย์วงศ์พงศ์พันธุ์ บ้านเมืองท่านนั้นอยู่ไหน
จึ่งบวชเป็นฤๅษีชีไพร มาไยในมืออสุรา ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระตรีภพลบโลกนาถา
ได้ฟังจึ่งมีบัญชา ว่าเหวยพญากุมภัณฑ์
เราชื่อพระรามสุริย์วงศ์ คือองค์พระนารายณ์รังสรรค์
ฦๅสิทธ์วิทยาเทวัญ ประชุมกันเชิญให้อวตาร
มาเกิดในกรุงศรีอยุธยา วงศ์จักรพัตรามหาศาล
หวังปราบอสูรหมู่มาร ที่สาธารณ์เป็นเสี้ยนธาตรี
ตัวเรารับสัตย์พระบิตุเรศ จึ่งมาทรงเพศเป็นฤๅษี
กับพระลักษมณ์นางสีดาเทวี มาสร้างพรตอยู่ที่พนาลัย
ทศพักตร์มันลักบังอร บทจรทางนี้หรือไฉน
ตัวเราตามองค์อรไท หวังจะไปสังหารอสุรา
ท่านนี้มีกายแต่กึ่งตน เหตุผลสิ่งใดนะยักษา
จึ่งมาทนทุกข์เวทนา อยู่ที่ในป่ากันดาร ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น อสุรกุมพลใจหาญ
แจ้งว่านารายณ์อวตาร กราบกับบทมาลย์ด้วยยินดี
ทูลว่าข้าชื่อกุมพล คนโปรดพระอิศวรเรืองศรี
ลอบหยอกนางนิลมาลี ซึ่งบำเรอเจ้าตรีโลกา
นางร้องอื้อฉาวกล่าวโทษ ทราบโสตพระบรมนาถา
กริ้วโกรธจับจักรขว้างมา ต้องกายาขาดกึ่งตน
แล้วจึ่งสาปซ้ำให้ลำบาก ทนยากอยู่ในป่าพนาสณฑ์
ต่อพบสมเด็จพระภุชพล จึ่งให้พ้นคำสาปพระศุลี
อันทศเศียรขุนยักษ์ ลักนางสีดามเหสี
เหาะไปข้างทิศหรดี อสุรีนั้นอยู่ลงกา ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระนารายณ์สุริย์วงศ์นาถา
ได้ฟังกุมพลอสุรา บอกข่าวสีดาเยาวมาลย์
สุดฤทธิ์สุดคิดจะตามทัน ให้หวาดหวั่นพระทัยดั่งไฟผลาญ
อาลัยถึงองค์นงคราญ สงสารเป็นพ้นพันทวี
ชลเนตรคลอเนตรถอนใจ ภูวไนยตรัสถามยักษี
อันทางไปลงกาธานี นี้ใกล้หรือไกลอสุรา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น จึ่งอสูรกุมพลยักษา
น้อมเศียรกราบลงกับบาทา แล้วยกหัตถ์ขวาชี้ไป
อันทางลงการาชฐาน จะประมาณมากน้อยนั้นไม่ได้
กันดารลำบากยากใจ ข้ามไศลห้วยเหวสีขริน
เมื่อใดไปถึงพารา ชื่อว่านครขีดขิน
จงถามพาลีลูกอินทร์ ซึ่งได้กินเมืองนั้นต่อไป
พระองค์จะได้พลากร วานรทั้งสองกรุงใหญ่
ขีดขินชมพูเวียงชัย จึ่งจะได้ข้ามไปลงกา
แต่ข้าทนทุกข์ลำบากนัก พระทรงจักรจงโปรดเกศา
ช่วยส่งให้พ้นเวทนา คืนไปเป็นข้าพระศุลี ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น พระหริวงศ์ทรงสวัสดิ์รัศมี
ได้ฟังกุมพลอสุรี ชี้แจงมรคาพนาดร
มีความเมตตาการุญนัก จึ่งชักพรหมาสตร์ธนูศร
ผาดแผลงด้วยกำลังฤทธิรอน อัมพรมืดมนอนธการ ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เชิดฉิ่ง

๏ ศิลป์ชัยต้องกายกุมพล วายชนม์สิ้นชีพสังขาร
ไปเกิดในทิพวิมาน ยังสถานไกรลาสคีรี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ โอด

๏ ครั้นเสร็จส่งกุมพลยักษ์ พระจักรแก้วทรงสวัสดิ์รัศมี
กับองค์พระลักษมณ์ร่วมชีวี จรลีตามมรคาไป ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เพลง

โทนชมดง

๏ เดินทางในหว่างบรรพต เลี้ยวลดตามเชิงเขาใหญ่
เห็นฝูงปักษาคณาใน อาลัยถึงองค์วนิดา
นกแก้วจับกิ่งแก้วพลอด เหมือนเสียงเยาวยอดเสน่หา
สาลิกาจับกรรณิการ์ จำนรรจาเหมือนเจ้าพาที
แขกเต้าจับเต่าร้างร้อง เหมือนพี่ร้างห่างห้องมารศรี
เบญจวรรณจับวัลย์มาลี เหมือนวันเจ้าวอนพี่ให้ตามกวาง
นกยูงจับยูงโหยหวน เหมือนพี่โหยหานวลผู้แนบข้าง
นกหว้าจับหว้าริมทาง เหมือนว่านางไม่เชื่อวาจา
นางนวลจับนางนวลนอน เหมือนนวลเนื้อดวงสมรเสน่หา
จากพรากจับจากแล้วร่อนรา เหมือนพี่กับแก้วตาจากกัน
นกลางจับลางลิงร้อง เหมือนลางเมื่อพลัดน้องพี่โศกศัลย์
ครวญพลางพระเสด็จจรจรัล ทรงธรรม์สะอื้นโศกี ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ โอด

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ