สมุดไทยเล่มที่ ๘๔

๏ เมื่อนั้น พระพรตพระสัตรุดเรืองศรี
ได้ฟังสมเด็จพระชนนี โศกีพ่างเพียงจะวายปราณ
ชลนัยน์คลอคลองนองเนตร แสนเทวษแสนโศกด้วยสงสาร
กราบลงแทบเบื้องบทมาลย์ ผ่านฟ้าจึ่งทูลสนองไป
อันพระองค์ตรัสห้ามด้วยความรัก สุดคิดลูกรักจักอยู่ได้
ซึ่งพระรามเสด็จไปเดินไพร ภูวไนยรับสัจพระบิดา
อันตัวของลูกทั้งสอง ก็ครองสัจสมเด็จพระเชษฐา
ดั่งเหล็กเพชรลิขิตแผ่นศิลา จะให้โลกนินทาก็ใช่ที
สู้ตายจะไว้เกียรติยศ ให้ปรากฏทั่วฟ้าราศี
ทูลแล้วลาองค์พระชนนี เสด็จมายังที่พระลานชัย ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงจึ่งสั่งสุมันตัน อันเป็นเสนาผู้ใหญ่
ว่าองค์พระตรีภูวไนย ไม่คืนเวียงชัยดั่งสัญญา
ตัวท่านจงปิดทวารวัง แต่งกันไว้นั่งรักษา
อย่าให้สามสมเด็จพระมารดา ออกมายังพระลานรูจี
แล้วจึ่งกองไฟด้วยไม้หอม ให้ประชุมเปลวพร้อมจำรัสศรี
ตัวเราพี่น้องทั้งสองนี้ จะวิ่งเข้าอัคคีให้บรรลัย ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น สุมันตันเสนาผู้ใหญ่
ได้ฟังตระหนกตกใจ ดั่งใครมาเด็ดเอาชีวา
แสนทุกข์แสนโศกแสนเทวษ ยอกรเหนือเกศเกศา
กราบลงแทบเบื้องบาทา โศกาทูลน้องพระจักรี
ถ้าพระองค์สวรรคตแล้ว ดั่งดวงแก้วสิ้นแสงรัศมี
เสนาไพร่ฟ้าประชาชี จะรู้ที่ผันพักตร์ไปพึ่งใคร
อันองค์สมเด็จพระอวตาร จะเสียสัจปัฏิญาณนั้นหาไม่
ข้าบาทสำคัญในใจ ไม่ช้าภูวไนยจะกลับมา
พระองค์จงงดอยู่ก่อน อย่าเพ่อราญรอนสังขาร์
ฟังดูอีกสักเวลา ผ่านฟ้าจงได้ปรานี ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระพรตพระสัตรุดเรืองศรี
ได้ฟังสุมันตันพาที จึ่งมีบัญชาตอบไป
อันซึ่งท่านรักท่านห้าม สุดความคิดเราจะงดได้
ข้อนี้จนจิตจนใจ ด้วยปัฏิญาณไว้แต่ก่อนมา
แม้นครองกายไว้ก็เสียสัจ เหมือนรักสมบัติแลยศถา
ไม่ซื่อตรงต่อองค์พระพี่ยา โลกาจะทายอัประมาณ
อันคำของเราไม่กลับคืน ยั่งยืนดั่งงาคชสาร
ท่านจงกองเพลิงให้ชัชวาล ในหน้าพระลานอย่าหน่วงไว้ ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้น สุมันตันเสนาผู้ใหญ่
ได้ฟังอัดอั้นตันใจ ไม่รู้ที่จะขัดพระวาที
ความรักความเสียดายสุดคิด ร้อนจิตดั่งหนึ่งเพลิงจี่
ถวายบังคมคัลอัญชุลี โศกีพลางเดินออกมา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงก็ให้กองกูณฑ์ ด้วยจุณจันทน์เนื้อไม้กฤษณา
ตามมีพระราชบัญชา ทั้งสองกษัตราเลิศไกร ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ฝ่ายหมู่เสนีน้อยใหญ่
ทั้งหญิงชายชาวเวียงชัย ไพร่ฟ้าพาณิชพราหมณ์ชี
แจ้งว่าทั้งสองสุริย์วงศ์ ผู้พงศ์จักรพรรดิเรืองศรี
จะวิ่งเข้ากองอัคคี ให้สิ้นชีวีวายปราณ
ต่างตนตกใจไม่มีขวัญ พากันแสนโศกด้วยสงสาร
ก็วิ่งมายังหน้าพระลาน อลหม่านไปทั้งกรุงไกร ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ แซ่เซ็งด้วยเสียงโศกา ดั่งว่าเกิดกาลพายุใหญ่
ต่างตนกลิ้งเกลือกเสือกไป ไม่เป็นสติสมประดี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระพรตพระสัตรุดเรืองศรี
จี่งมีพจนารถวาที สั่งหมู่มนตรีเสนา
วันนี้ตัวเราจะลาตาย ทั้งหลายจงอยู่เป็นสุขา
ขอฝากสามราชมารดา ทั้งหมู่ไพร่ฟ้าประชากร
กว่าพระหริวงศ์ทรงสุบรรณ จะมาแต่อรัญสิงขร
สั่งแล้วย่างเยื้องบทจร จูงกรกันจะเข้ากองไฟ ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น กุขันหนุมานทหารใหญ่
ครั้นมาถึงหน้าพระลานชัย ได้ยินเสียงร้องไห้เป็นโกลา
เห็นพระอนุชาทั้งสอง จะเข้ากองเพลิงแรงแสงกล้า
ตกใจเป็นพ้นคณนา สองนายวิ่งมาทันที ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ กุขันเข้ากอดพระสัตรุด วายุบุตรกอดพระพรตเรืองศรี
ยุดไว้ด้วยกำลังอินทรีย์ ท่ามกลางเสนีพลากร

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระพรตพระสัตรุดทรงศร
กริ้วโกรธพิโรธดังไฟฟอน ภูธรเหลือบแลแปรมา
เห็นหนุมานชาญฉกรรจ์ กับนายกุขันพรานป่า
ทั้งสองเข้ายุดกายา จึ่งมีบัญชาถามไป
ดูก่อนวานรกับนายพราน ท่านนี้คิดอ่านเป็นไฉน
ตัวเราจะเข้ากองไฟ จึ่งมายุดไว้ดั่งนี้ ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น กุขันหนุมานกระบี่ศรี
กราบลงด้วยใจภักดี ชุลีกรสนองพระบัญชา
ว่าองค์สมเด็จพระอวตาร ไปสังหารทศพักตร์ยักษา
เสร็จสิ้นสงครามในลงกา ด้วยศักดาเดชภูวไนย
บัดนี้สามกษัตริย์สุริย์วงศ์ เลิกหมู่จตุรงค์น้อยใหญ่
อสุราวานรเกรียงไกร รีบเร่งมาในพนาลี
ถึงอาศรมบทพระวสิษฐ์ กับพระสวามิตรฤๅษี
พอครบกำหนดสิบสี่ปี ตามที่ซึ่งได้สัญญา
กลัวพระองค์จะเข้ากองไฟ บรรลัยสิ้นชีพสังขาร์
แสนทุกข์เร่าร้อนในอุรา จึ่งใช้ข้ามาทูลบทมาลย์ ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น สองกษัตริย์สุริยวงศ์มหาศาล
แจ้งข่าวสมเด็จพระอวตาร ยินดีปานได้โสฬส
สิ้นความวิโยคโศกศัลย์ พักตร์ผ่องเพียงจันทร์ทรงกลด
จึ่งกล่าววาจามธุรส ท่านผู้มียศสวัสดี
เราสองครองสัจสุจริต ต่อพระจักรกฤษณ์เรืองศรี
หากว่าท่านมาทันที จึ่งรอดชีวีสถาวร
ตัวเราจะเข้าไปทูลความ พระมารดาทั้งสามให้แจ้งก่อน
ว่าแล้วย่างเยื้องบทจร กรายกรเข้ายังวังใน ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงเห็นสามพระชนนี แสนทุกข์แสนทวีละห้อยไห้
กราบบาทแล้วทูลทันใด พระองค์อย่าได้โศกา
บัดนี้กุขันกับหนุมาน มาแจ้งการว่าองค์พระเชษฐา
ยกมาประทับโยธา อยู่ยังอาศรมพระมุนี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น องค์พระมารดาทั้งสามศรี
แจ้งว่าพระลักษมณ์พระจักรี กับเทวีสีดายุพาพาล
กลับมาถึงอาศรมบท พระนักพรตผู้ปรีชาหาญ
สระสร่างสว่างร้อนวิญญาณ ปานดั่งนํ้าทิพย์มาเจือใจ
มีความแสนโสมนัสนัก ผิวพักตร์ผ่องเพียงแขไข
ส้วมสอดกอดสองโอรสไว้ อรไทจึ่งกล่าววาจา
วันนี้สิ้นทุกข์สิ้นร้อน สิ้นอาวรณ์เศร้าโทมนัสสา
แม่ลูกผู้ร่วมชีวา จะพากันไปรับพระจักรี ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระพรตพระสัตรุดเรืองศรี
ก้มเกล้ารับราชเสาวนีย์ ออกมายังที่พระโรงคัล ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ลดองค์ลงเหนือบัลลังก์อาสน์ อันโอภาสพรรณรายฉายฉัน
จึ่งสั่งเสนาสุมันตัน จงจัดพลขันธ์โยธา
ให้พร้อมรถรัตน์อัสดร กุญชรดั้งกันซ้ายขวา
เรากับสมเด็จพระมารดา จะไปรับเชษฐาเข้ากรุงไกร ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น สุมันตันเสนาผู้ใหญ่
ก้มเกล้ารับสั่งพระภูวไนย บังคมไหว้ออกจากพระโรงคัล ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

ยานี

๏ เกณฑ์เป็นกระบวนพยุหบาตร นุ่งห่มโอ่อาจเลือกสรร
กองหน้าใส่เสื้อเครือสุวรรณ ถือปืนลำพันเรียงราย
ถัดมาเหล่าล้วนทวนทอง เสื้อแดงขลิบกรองเฉิดฉาย
ถัดมาเสื้อโหมดแพร้วพราย ถือหอกกรีดกรายกระหยับกร
ขุนช้างขี่ช้างดั้งกัน เลือกล้วนตัวขยันชาญสมร
ขุนม้าขี่ม้าอัสดร อลงกรณ์ด้วยเครื่องอันรูจี
ขุนรถก็เทียบรถทรง องค์พระพี่น้องทั้งสองศรี
รถสามสมเด็จพระชนนี รถประเทียบนารีกำนัล
อันข้าหลวงเดิมทั้งสามกรม ชื่นชมสำรวลสรวลสันต์
ไพร่นายอัดแอแจจัน พร้อมกันคอยเสด็จยาตรา ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ฝูงอาณาประชาชนถ้วนหน้า
เศรษฐีชีพราหมณ์พฤฒา พ่อค้าพานิชกฎุมพี
แจ้งว่าพระรามพระลักษมณ์ มาถึงสำนักพระฤๅษี
พระพรตพระสัตรุดกับชนนี จะยกโยธีพลากร
ไปรับพระลักษมณ์พระหริวงศ์ กับองค์สีดาดวงสมร
บรรดาหญิงชายชาวนคร สโมสรยินดีปรีดา
บอกกันอื้ออึงคะนึงไป บันเทิงใจสำรวลสรวลร่า
วิ่งรุ่นอุตลุดเป็นโกลา มาคอยตามเสด็จจรลี ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น องค์พระมารดาทั้งสามศรี
กับสองโอรสร่วมชีวี ฝูงอนงค์นารีกำนัลใน
ต่างต่างยินดีปรีดา จะได้นิทราก็หาไม่
สรวลระริกซิกซี้มี่ไป จนอุทัยไขศรีเรืองรอง
ดุเหว่าเร้าเร่งพระสุริยัน ไก่แก้วขานขันสนั่นก้อง
ชาวประโคมก็ประโคมฆ้องกลอง สกุณีร่อนร้องไปมา
ห้ากษัตริย์เสด็จยูรยาตร งามวิลาสดั่งเทพเลขา
ออกจากห้องแก้วอลงการ์ มาเข้าที่สรงชลธาร ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

โทน

๏ สุหร่ายแก้วโปรยปรายดั่งสายฝน ทรงสุคนธาทิพย์หอมหวาน
สามพระชนนีนงคราญ ทรงภูษาก้านกระหนกพัน
สไบกรองทองแล่งฉลุลอย ตาบสร้อยเพชรประดับทับทิมคั่น
สองโอรสาวิลาวัณย์ ทรงสนับเพลาอันอลงกรณ์
ภูษิตพื้นม่วงเขียวขำ กินนรรำเชิงรูปไกรสร
ชายแครงชายไหวอรชร ตาบทิศสร้อยอ่อนทับทรวง
ต่างทรงสังวาลพาหุรัด ทองกรจำรัสโชติช่วง
ธำมรงค์สิบนิ้วชิงดวง มงกุฎแก้วรุ้งร่วงกุณฑลพราย
ห้อยพวงมาลัยดอกไม้มาศ กรรเจียกจรโอภาสฉานฉาย
เสด็จจากแท่นแก้วพรรณราย ฝูงกำนัลทั้งหลายก็ตามมา ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระพรตสุริย์วงศ์กนิษฐา
ครั้นถึงเกยแก้วอลงการ์ ก็เชิญพระมารดาทั้งสามองค์
ขึ้นทรงมหาพิชัยรถ อลงกตแวววามงามระหง
พร้อมหมู่นางกษัตริย์สุริย์วงศ์ รถอนงคกำนัลเรียงราย
แล้วพระพี่น้องทั้งสองศรี ขึ้นทรงรถมณีฉานฉาย
ให้กุขันหนุมานสองนาย นำพลนิกายดำเนินจร ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

โทน

๏ รถเอยห้ารถทรง อลงกตเนาวรัตน์ประภัสสร
งามดุมงามกงงามงอน งามแปรกแอกอ่อนช้อยชด
งามบุษบกบันปราลี มุขสี่งามแสงมรกต
งามสินธพเทียมราชรถ งามย่างเป็นพยศกรีดกราย
งามนายสารถีขี่ขับ งามประดับเครื่องสูงชุมสาย
งามแถวธงริ้วทิวราย งามพวกกลองตะพายประโคมครึก
งามเสียงแตรงอนแตรฝรั่ง งามฆ้องปี่ดังก้องกึก
งามประเทียบเรียบกันพันลึก งามพลโห่ฮึกอึงอล
งามหมู่ช้างดั้งช้างกัน งามม้าแซงกั้นกุลาหล
งามชอุ่มคลุ้มแสงพระสุริยน งามพลเร่งรีบกันไป ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เดินทางหว่างทุ่งวุ้งเขา ข้ามลำเนาห้วยละหานธารใหญ่
ล่วงด่านผ่านมรคาลัย มิได้พักพลโยธา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ครั้นใกล้อาศรมพระมุนี เห็นกระบี่กับหมู่ยักษา
ยวดยานม้ารถคชา ทั้งพวกพรานป่าพนาดร
ตั้งอยู่ตามเหล่าตามกองกัน แน่นนันต์แนวเนินสิงขร
จึ่งให้หยุดโยธาพลากร ชายดอนแทบท่าวารี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เจรจา

๏ แล้วเสด็จจากราชรัถา เชิญพระมารดาทั้งสามศรี
ลงจากรถแก้วมณี ไปยังกุฎีพระนักธรรม์ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระหริวงศ์องค์นารายณ์รังสรรค์
กับพระลักษมณ์นางสีดาวิลาวัณย์ ครั้นเห็นสามราชมารดา
กับพระพรตพระสัตรุดสุริย์วงศ์ ต่างองค์แสนโสมนัสสา
ก็พากันเสด็จออกมา รับห้ากษัตริย์ทันที ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ ต่างน้อมเศียรเกล้าบังคมบาท พระชนนีธิราชทั้งสามศรี
ยังที่พ่างพื้นปถพี ข้างหน้ากุฎีพระอาจารย์ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นางเกาสุริยายอดสงสาร
ลดองค์ลงกอดพระอวตาร เยาวมาลย์รับขวัญลูกรัก
โฉมนางสมุทรนวลหง อุ้มองค์สีดาขึ้นใส่ตัก
นางไกยเกษียุพาพักตร์ กอดองค์พระลักษมณ์ลูกยา
ห้ากษัตริย์โอรสคำรพกัน โดยอันดับน้องแลเชษฐา
ต่างองค์ยินดีปรีดา พักตราผ่องเพียงจันทร ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา

๏ นางเกาสุริยาเทวี ถามพระจักรีทรงศร
ตัวเจ้ารับสัจพระบิดร บทจรออกจากกรุงไกร
ทั้งสามทรงเพศเป็นดาบส สร้างพรตภาวนาในป่าใหญ่
เหตุผลต้นปลายประการใด จึ่งข้ามไปถึงเกาะลงกา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระรามสุริย์วงศ์นาถา
น้อมเศียรสนองพระวาจา ลูกนี้พากันบทจร
ไปถึงโคธาชลาลัย เข้าอาศัยอาศรมที่สิงขร
รักษาพรตกรรม์นิรันดร ถาวรโดยเพศโยคี
ไอ้ทศกัณฐ์ขุนยักษ์ มาลอบลักสีดาโฉมศรี
จึ่งต้องลาพรตจากชี ตามไปราวีอสุรา
ได้ยากลำบากเป็นสุดคิด ปิ้มชีวิตจะม้วยสังขาร์
ครั้งหนึ่งไมยราพเป่ายา สะกดพาลูกไปถึงบาดาล
หากวายุบุตรตามทัน ฆ่ามันเสียด้วยกำลังหาญ
ตัวลูกจึ่งไม่วายปราณ ได้กลับมาทำการต่อตี
ฝ่ายองค์พระลักษมณ์ออกยงยุทธ์ ก็ต้องเทพอาวุธยักษี
ถึงห้าครั้งแต่ม้วยชีวี หากมีผู้แก้จึ่งรอดมา ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น องค์พระชนนีเสน่หา
ได้ฟังสมเด็จพระลูกยา พรรณนาทุกข์ยากลำบากใจ
ให้คิดสงสารเป็นพ้นนัก นงลักษณ์ไม่กลั้นโศกได้
ชลเนตรคลอเนตรอรไท สะอื้นไห้ทั้งสามพระชนนี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ คลายโศกจึ่งตรัสแก่สีดา แก้วตาของแม่เฉลิมศรี
ตัวเจ้าจงรักภักดี ต่อพระสามีสี่กร
อุตส่าห์ตามไปปรนนิบัติ ในป่าชัฏเนินแนวสิงขร
จนตกไปลงกาพระนคร ได้ความทุกข์ร้อนเวทนา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นางสีดาเยาวยอดเสน่หา
กราบลงแทบเบื้องบาทา กัลยาสนองพระวาที
ลูกโดยเสด็จพระทรงจักร พิราพขุนยักษ์นั้นลักหนี
องค์พระหริรักษ์จักรี ตามผลาญอสุรีบรรลัยลาญ
แล้วไปอยู่ยังโคธา มารีศอสุราใจหาญ
แปลงเป็นกวางทองโอฬาร ข้าวอนผ่านฟ้าให้ตามไป
ภายหลังจึ่งท้าวทศพักตร์ ลักลูกไปกรุงลงกาได้
ได้ความชอกชํ้าระกำใจ ทุกข์เทวษไม่วายโศกี
สุดคิดจึ่งผูกคอตาย พอลูกพระพายเรืองศรี
ไปทันแก้ลงทันที กระบี่แจ้งข่าวพระจักรา
ว่ายกโยธาวานร ตามมาราญรอนยักษา
จึ่งอุตส่าห์ครองกายา หาไม่ชีวาจะบรรลัย
บรรดาหญิงในไตรดาล จะอัประมาณเหมือนข้านี้หาไม่
ทูลพลางสะท้อนถอนใจ อรไทซบพักตร์ลงโศกี ฯ

ฯ ๑๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น องค์พระมารดาทั้งสามศรี
ฟังพระสุณิสาพาที เล่าที่ทุกข์ยากแต่หลังมา
ให้คิดสงสารเป็นพ้นนัก นงลักษณ์ลูบหลังลูบหน้า
รับขวัญแล้วกล่าววาจา แก้วตาดั่งดวงฤทัย
ทั้งนี้เป็นกรรมแต่ปางหลัง ร้อยชั่งแม่อย่าละห้อยไห้
อันทองนพคุณอำไพ ถึงตกไหนก็ไม่ราคี
เจ้าก็เป็นมารดาสุราฤทธิ์ จะช่วยพระจักรกฤษณ์เรืองศรี
บำรุงโลกาธาตรี ให้มีความสุขสำราญ
จึ่งเผอิญดลใจทศพักตร์ ด้วยโคตรยักษ์จะสิ้นสังขาร
แต่นี้โลกาสุธาธาร จะคลายร้อนรำคาญไม่มีภัย
ด้วยเดชสมเด็จพระหริวงศ์ ผู้ทรงศักดาแผ่นดินไหว
ต้องโองการเจ้าภพไตร ซึ่งเชิญให้ไวกูณฐ์มา
แล้วตรัสแก่องค์พระลักษมณ์ ลูกรักได้ยากหนักหนา
จงรักภักดีต่อพี่ยา สู้เสียชีวาอินทรีย์ ฯ

ฯ ๑๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระพรตพระสัตรุดเรืองศรี
น้อมเศียรถวายอัญชุลี ทูลพระจักรีสี่กร
แต่น้องไกลบาทคลาดมา จากมหาสัตกูฏสิงขร
นับวันคอยท่าพระภูธร โศกาอาวรณ์ไม่เว้นวัน
ครั้นครบคำรบสิบสี่ปี ไม่เห็นพระจักรีรังสรรค์
กลับคืนนิเวศน์วังจันทน์ เหมือนดั่งทรงธรรม์สัญญาไว้
น้องจะเข้ากองไฟให้ตาย พอลูกพระพายทหารใหญ่
กับนายกุขันพรานไพร เข้าไปยุดไว้ทันที
หาไม่จะม้วยชีวาตม์ ไหนจะได้รองบาทบทศรี
ทีนี้สิ้นทุกข์สิ้นโศกี ดั่งน้องนี้ได้ผ่านเมืองฟ้า ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระตรีภพลบโลกนาถา
ได้ฟังทั้งสองอนุชา จึ่งมีวาจาอันสุนทร
อันตัวของพี่ที่จากไป ก็ร้อนใจดั่งต้องแสงศร
ด้วยคิดถึงสามพระมารดร ทั้งอาวรณ์ถึงเจ้าไม่เว้นวัน
เกลือกจะล่วงเกินปีที่สัญญา สององค์อนุชาจะอาสัญ
ครั้นสำเร็จล้างเหล่าอาธรรม์ ก็พากันเร่งรีบมาธานี
ทั้งนี้เป็นบุญของเราแล้ว น้องแก้วผู้ดวงใจพี่
เจ้าก็ครองสัตยาวาที พี่ก็บำรุงสัจพระบิดา
จึ่งได้กลับมาเห็นหน้ากัน ด้วยความสัจเรามั่นหนักหนา
พระเกียรติจะอยู่ชั่วกัลปา กว่าจะสิ้นฟ้าสุธาธาร ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นางไกยเกษียอดสงสาร
จึ่งตรัสแก่องค์พระอวตาร แม่รักเจ้าปานดวงใจ
เหมือนหนึ่งบังเกิดในครรภ์ จะฉันทาพ่อนั้นก็หาไม่
เหตุนี้ชะรอยเทพไท แกล้งเข้าดลใจมารดา
เผอิญขอสัจพระบิตุเรศ ให้ดวงเนตรแม่ต้องไปเดินป่า
จนพระองค์ปลงชีพชีวา โทษาทั้งนี้ใหญ่นัก
ถึงจะแล่ฟันหั่นรอน ตัดเศียรตัดกรด้วยคมจักร
ก็ตามแต่พระทัยของลูกรัก จะก้มพักตร์รับโทษพระอวตาร
ขอเชิญพ่อไปครองสมบัติ ในเศวตฉัตรฉายฉาน
บำรุงโลกาสุธาธาร ให้สำราญจำเริญสวัสดี ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระสุริย์วงศ์องค์นารายณ์เรืองศรี
ได้ฟังสมเด็จพระชนนี น้อมเศียรชุลีแล้วทูลไป
ซึ่งตัวลูกต้องเดินดง จะน้อยใจพระองค์ก็หาไม่
เหตุด้วยเทวาสุราลัย ประชุมเชิญให้ไวกูณฐ์มา
บำรุงโลกาธาตรี ล้างเหล่าอสุรีริษยา
แม้นอยู่ครอบครองพารา ไหนจะได้เข่นฆ่ากุมภัณฑ์
พระชนนีอย่าแหนงแคลงจิต ลูกไม่คิดรังเกียจเดียดฉันท์
ทูลแล้วลาสองพระนักธรรม์ แปดกษัตริย์พากันออกไป ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ ถึงที่ประทับโยธี พร้อมหมู่เสนีน้อยใหญ่
เสด็จเหนือบุษบกอำไพ ภูวไนยจึ่งมีบัญชา
สั่งพญาสุครีพสุมันตัน กับพิเภกกุมภัณฑ์ยักษา
พรุ่งนี้เราจะเข้าพารา จงเตรียมโยธาพลากร ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น สามนายทหารชาญสมร
รับสั่งพระองค์ทรงฤทธิรอน ชุลีกรแล้วพากันออกไป ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ สุมันตันก็จัดโยธี ตามที่กระบวนพยุห์ใหญ่
สรรพทั้งรัถาอาชาไนย พร้อมพวกพลไกรอยุธยา
ให้พระพรตพระสัตรุดสุริย์วงศ์ เป็นจอมจตุรงค์เดินหน้า
สุครีพผู้มีปรีชา ก็จัดโยธาวานร
ทั้งชมพูขีดขินนคเรศ อันเรืองเดชดั่งพญาไกรสร
เข้ากองหลวงโดยเสด็จจร องค์พระสี่กรธิบดี
พิเภกก็จัดพลยักษ์ ให้องค์พระลักษมณ์เรืองศรี
เป็นจอมอสุรโยธี ตามมณีบุษบกอลงการ
กองหลังนั้นนายกุขัน คุมพรานชาญฉกรรจ์แกล้วหาญ
เป็นหมู่หมวดเพียบพื้นสุธาธาร อลหม่านเอิกเกริกเป็นโกลา ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น แปดกษัตริย์สุริย์วงศ์นาถา
ครั้นรุ่งสางสร่างแสงพระสุริยา เสด็จมาเข้าที่สรงชล ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ต่างชำระสระสนานสำราญกาย สุหร่ายแก้วโปรยปรายดั่งสายฝน
ทรงสุคนธารสเสาวคนธ์ ปรุงปนเรณูสุมามาลย์
ฝ่ายพระโอรสสี่องค์ สอดทรงสนับเพลาเครือก้าน
ภูษาต่างสีอลงการ ชายไหวทองประสานชายแครง
สามพระชนนีกับสีดา ทรงพระภูษาเครือแย่ง
สะอิ้งองค์เนาวรัตน์ลายแทง สไบกรองทองแล่งลอยดวง
ต่างทรงสร้อยสนสังวาลวัลย์ ตาบทิศกุดั่นรุ้งร่วง
ประดับถันบานพับทับทรวง พาหุรัดโชติช่วงทองกร
สอดใส่ธำมรงค์มงกุฎเพชร กุณฑลเก็จจอนแก้วประภัสสร
งามสง่างามทรงอรชร กรายกรตามกันมาขึ้นรถ ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ บุษเอยบุษบกแก้ว แสงพรายลายแพร้วอลงกต
บัลลังก์ตั้งลอยชั้นลด เครือขดทาบเคียงเรียงราย
รถซึ่งพระน้องทรงทั้งสาม แอกงอนอ่อนงามเฉิดฉาย
ม้าเทียบเร็วทัดม้าพระพาย ธงปลายงอนปลิวเป็นทิวงาม
รถสามชนนีอนงค์นาฏ แสงม่านเครือมาศเรืองอร่าม
รถประเทียบเรียบทางป่าระนาม เนื่องติดกันตามเสด็จจร
เครื่องสูงบังแทรกชุมสาย สลับลายเลื่อมรัตน์ประภัสสร
ปี่ฆ้องกลองขานแตรงอน เสียงสะเทือนสะท้อนพนมวัน
ม้าแซงแข่งเสียดคชสาร ทวยหาญขานโห่บันลือลั่น
ผงคลีมืดคลุ้มชอุ่มควัน ต่างกองตามกันรีบไป ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เดินทางตามหว่างพนาเวศ ข่ามเขตห้วยธารผ่านไศล
ก็ลุถึงอยุธยากรุงไกร ล่วงเข้ายังในทวารา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ประชาชนหญิงชายถ้วนหน้า
ทั้งเศรษฐีชีพราหมณ์พฤฒา บรรดามาคอยเสด็จพระสี่กร
เห็นรถพระพรตพระสัตรุด พลเพียงสายสมุทรไม่หยุดหย่อน
ล่วงเข้ามาในพระนคร แล้วรถพระมารดรทั้งสามองค์
ถัดมาบุษบกพระนารายณ์ กับโฉมฉายสีดานวลหง
งามเพียงรถทินกรทรง วานรจตุรงค์ล้อมมา
ต่างตนน้อมเศียรอภิวาท โปรยปรายมาลาชบุปผา
อวยชัยให้พรพระจักรา อื้ออึงโกลาทั้งธานี
ครั้นมาถึงทัพพระลักษมณ์ ล้วนเหล่าอสุรศักดิ์ยักษี
ต่างตนตกใจไม่สมประดี วิ่งหนีล้มลุกวุ่นไป ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระสุริย์วงศ์ทรงภพแผ่นดินไหว
ครั้นถึงเกยแก้วแววไว ประทับไว้แล้วสั่งเสนา
อันหมู่วานรทวยหาญ ให้อยู่อุทยานฝ่ายขวา
สวนซ้ายนั้นพวกอสุรา พรานป่าให้อยู่ในธานี
จงแต่งโภชนาเมรัย เป็ดไก่แกล้มกับปิ้งจี่
เลี้ยงดูหมู่พหลโยธี พร้อมที่ท่ามกลางพระนคร ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ สั่งแล้วเสด็จยุรยาตร จากเกยนพมาศประภัสสร
แปดกษัตริย์ย่างเยื้องบทจร กรายกรขึ้นปราสาทรัตนา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น สุมันตันผู้มียศถา
ก็จัดที่พักพลโยธา โดยราชบัญชาภูวไนย
แล้วสั่งนายเวรให้หมายบอก แก่นางวิเสทนอกน้อยใหญ่
ให้แต่งโภชนาเมรัย มาเลี้ยงไพร่พลโยธี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เจรจา

๏ บัดนั้น นางท้าววิเสททั้งสี่
แจ้งหมายรับสั่งเสนี จ่ายของอึงมี่เป็นโกลา
บ้างหุงบ้างต้มคั่วเจียว ถกเขมรเป็นเกลียวพร้อมหน้า
ปิ้งจี่ทอดมันแลน้ำยา ยำพล่าเมรัยชัยบาน
ผลไม้เป็ดไก่แกล้มกับ สำรับทั้งของคาวของหวาน
จัดแจงแต่งใส่โตกพาน แล้วให้พนักงานยกไป ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บ้างแบกบ้างหามตามกัน จีนหามเหล้ากลั่นตุ่มใหญ่
ตั้งไว้ที่หน้าพระลานชัย เกลื่อนไปล้วนของอันโอชา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น หมู่กระบี่รี้พลยักษา
ทั้งพวกพรานไพรบรรดามา พร้อมหน้ากินเลี้ยงด้วยกัน
พรานรินใส่จอกส่งให้ ลิงกลั้นใจดื่มหัวสั่น
แล้วเวียนไปให้กุมภัณฑ์ บ้างลงนิ้วกันทำที
พวกลิงยิ่งกินก็ยิ่งเมา เย้าหยอกหลอกเหล่ายักษี
ทั้งหมู่พรานป่าพนาลี เต้นรำอึงมี่วุ่นไป
ชิงแกล้มชิงกับกันสับสน บ้างรากท้นไม่สมประดีได้
ฉวยผ้าคว้านางวิเสทไว้ หลอกให้หัวร่อกันเฮฮา ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น สามพระชนนีเสน่หา
ครั้นพระหริวงศ์กลับมา สิ้นความโศกาอาวรณ์
ราตรีเข้าที่ไสยาสน์ เรียงอาสน์ภิรมย์สโมสร
คิดการอภิเษกพระสี่กร จะให้ผ่านพระนครสืบไป
สามองค์ตริตรึกปรึกษา จนจันทราเลี้ยวลับเหลี่ยมไศล
ดารากรอ่อนแสงอำไพ อโณทัยไขศรีเรื่อรอง
ไก่แก้วโกกิลส่งเสียง สำเนียงประโคมยามกึกก้อง
หมู่แมลงผึ้งภู่วู่ร้อง เชยซาบละอองสุมามาลย์ ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

ร่าย

๏ สามนางเสด็จยุรยาตร จากห้องปราสาทมุกดาหาร
งามดั่งมเหสีมัฆวาน ออกพระโรงโอฬารข้างใน ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ พร้อมหมู่สนมกำนัล สุริย์วงศ์พงศ์พันธุ์น้อยใหญ่
ชุลีกรเกลื่อนกลาดดาษไป อรไทจึ่งมีเสาวนีย์
ตรัสสั่งพระพรตสุริย์วงศ์ ว่าพระภุชพงศ์เรืองศรี
กับพระลักษมณ์นางสีดาเทวี มาถึงบุรีภิรมยา
แม่จะมอบไอศูรย์เศวตฉัตร สืบวงศ์จักรพรรดินาถา
เจ้าจงประชุมเสนา ให้โหราหาฤกษ์สถาวร ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระพรตสุริย์วงศ์ทรงศร
ก้มเกล้ารับสั่งพระมารดร บทจรออกพระโรงด้วยยินดี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงจึ่งมีบัญชา สั่งขุนโหราทั้งสี่
ว่าสามสมเด็จพระชนนี จะตั้งพิธีมงคลการ
ราชาภิเษกพระหริรักษ์ เป็นปิ่นปักจรรโลงราชฐาน
ตัวท่านผู้ปรีชาชาญ จงหาฤกษ์ศุภวารเวลา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ขุนโหรผู้มียศถา
ก้มเกล้ารับราชบัญชา จับกระดานชนวนมาทันที
ตั้งจุลศักราชสองสถาน บวกลบคูณหารตามที่
ขับไล่ใส่สอบทุกคัมภีร์ โดยศรีชันษาพยากรณ์
แล้วเอาชะตาเมืองเข้าเปรียบ เทียบกับชะตาพระทรงศร
ตั้งองค์อัฏฐเคราะห์โคจร ถาวรสถิตเป็นมิตรกัน
เห็นพร้อมแล้วกราบบาทบงสุ์ ทูลองค์พระพรตรังสรรค์
ว่าขึ้นสามคํ่าวันจันทร์ สิบหกชั้นฤกษ์สี่ดีนัก
จะทำการราชาภิเษก ถึงที่เอกองค์พญาจักร
มีแต่จำเริญสิริลักษณ์ เป็นหลักโลกาธาตรี ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระพรตสุริย์วงศ์เรืองศรี
ได้ฟังโหราธิบดี จึ่งมีพระราชบัญชา
ตรัสสั่งหัวหมื่นตำรวจใน จงไปหาพิเภกยักษา
อันเป็นดวงเนตรพระจักรา เข้ามายังท้องพระโรงคัล ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น จึ่งขุนตำรวจคนขยัน
รับสั่งพระองค์วงศ์เทวัญ ถวายอัญชุลีแล้วรีบไป ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงพิเภกขุนมาร ก้มคลานเข้าไปประนมไหว้
แจ้งว่าพระพรตยศไกร ให้หาท่านไปบัดเดี๋ยวนี้ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น พญาพิเภกยักษี
แจ้งรับสั่งน้องพระจักรี อสุรีก็รีบเข้ามา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงจึ่งประณตบทบงสุ์ พระพรตสุริย์วงศ์กนิษฐา
ในที่ท่ามกลางเสนา คอยฟังบัญชาพระทรงธรรม์ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระพรตรุ่งฟ้านราสรรค์
เห็นพญาพิเภกกุมภัณฑ์ จึ่งมีบัญชาตรัสไป
บัดนี้สมเด็จพระชนนี จะตั้งพิธีมงคลใหญ่
อภิเษกพระตรีภูวไนย เสวยมไหสวรรยา
โหราให้ฤกษ์กำหนดวัน พร้อมกันทั้งซ้ายฝ่ายขวา
ตัวท่านผู้มีปรีชา จงพิจารณาดูให้ดี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น พญาพิเภกยักษี
รับสั่งถวายอัญชุลี ดูโดยคัมภีร์อันชำนาญ
ก็แจ้งดั่งหนึ่งทิพเนตร สังเกตไม่พักคูณหาร
จึ่งกราบทูลน้องพระอวตาร การนี้ไม่มีราคิน
อันฤกษ์ซึ่งโหรถวายนั้น สารพันจะดีพร้อมสิ้น
ทั้งองค์สมเด็จอมรินทร์ ผู้ปิ่นสรวงสวรรค์ชั้นฟ้า
จะพาฝูงเทพนิกร กับนางอัปสรถ้วนหน้า
ลงมาอวยชัยพระจักรา เป็นมหามงคลสวัสดี ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระพรตสุริย์วงศ์เรืองศรี
ได้ฟังพิเภกอสุรี ยินดีจึ่งสั่งสุมันตัน
จงจัดพระมหาปราสาท ให้โอภาสดั่งหนึ่งวิมานสวรรค์
เตรียมเครื่องพิธีครบครัน ให้ทันศุภวารเวลา
แล้วไปนิมนต์พระอาจารย์ พระวสิษฐ์ทรงญาณฌานกล้า
ทั้งพระสวามิตรสิทธา กับคณะมหาโยคี
สั่งเสร็จก็เสด็จยุรยาตร จากบัลลังก์อาสน์มณีศรี
ขึ้นเฝ้าสมเด็จพระชนนี ยังที่ปราสาทข้างใน ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้น สุมันตันเสนาผู้ใหญ่
ก็ออกจากท้องพระโรงชัย ตรงไปยังที่ศาลา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ให้เขียนหมายบอกเจ้าพนักงาน ทั้งทหารพลเรือนซ้ายขวา
ตามมีพระราชบัญชา น้องพระจักราธิบดี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เจรจา

๏ บัดนั้น เวียงวังคลังนาทั้งสี่
แจ้งหมายเกณฑ์กันเป็นโกลี ไปทำตามที่พนักงาน ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

ยานี

๏ กรมวังก็จัดปราสาท ผูกม่านเครือมาศฉายฉาน
ปูพรมสุจหนี่อลงการ ห้อยพวงกุสุมามาลย์มาลี
แล้วตั้งภัทรบิฐอุทุมพร ลาดหนังไกรสรราชสีห์
ปักเศวตฉัตรรูจี กลศสังข์ตั้งที่ทั้งแปดทิศ
บายศรีแก้วกาญจน์นพมาศ โอภาสด้วยมณีโลหิต
แว่นวิเชียรเทียนทองชวลิต ครบเครื่องพิธีปราบดา
ตำรวจตั้งโรงมณฑปสรง ห้ายอดสูงส่งพระเวหา
ทั้งนํ้าในปัญจคงคา เอามาเตรียมไว้ทุกประการ
ภายใต้ไว้ท่อสุวรรณมาศ สำหรับราชมุรธาภิเษกสนาน
แต่งสรรพประดับโอฬาร งามแม้นวิมานเทวัญ ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ฝ่ายขุนธรรมการคนขยัน
ออกจากพระนิเวศน์วังจันทน์ พากันตรงไปยังกุฎี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงประณตบทบงสุ์ สององค์พระมหาฤๅษี
แจ้งว่าสามราชชนนี จะทำพิธีมงคลการ
อภิเษกสมเด็จพระจักรา ให้ผ่านอยุธยาราชฐาน
นิมนต์พระองค์ผู้ทรงญาณ กับพวกบริวารเข้าไป ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระวสิษฐ์สวามิตรอาจารย์ใหญ่
ทั้งคณะโยคีชีไพร มีใจยินดีปรีดา
ต่างนุ่งเปลือกไม้คากรอง ครองหนังเสือเหลืองเฉียงบ่า
พากันออกจากศาลา ตรงมายังราชธานี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงจึ่งขึ้นปราสาท อันโอภาสจำรัสรัศมี
นั่งอาสน์สำหรับโยคี โดยที่อันดับเรียงกัน ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ