สมุดไทยเล่มที่ ๑

ร่าย

๏ ศรีสิทธพิพิธผดุงกรุงไกรยศ โสฬสมิ่งแม้นสวรรค์ สรรค์หยาดหล้าฟ้าฟึกขจร นครทวารวดินทร์ นรินทรถกลผจญภพ จบสามแผ่นแทนพสุธาธรณิศ ไตรพิธพิพัทธรัตนตรัยเรืองโรจน์ โชติฉัพพรรณรังสี ตรีภูดาธารราญราพณ์ ปราบอรินทร์สิ้นสยบ ภพเกษมเปรมประชากรหฤหรรษ์ อนันตยศโยค โภคไพบูลย์ พูนบ่อเงินทอง กองโกฏิรัตนชัชวาล พิมานพิมลกลสตรี บูรีรัตนเรื่อฟ้า หล้าหลากสวรรค์ สมเด็จบรมธรรมฤกราช พระบาทธดำรง ทรงพิภพลุ่มล่าง พ่างพระนารายณ์ ผายแผ่นพื้นสิมาออกกว้าง สร้างสรรค์สิ่งมิ่งเมือง เรืองรัตนรจิตร มีพระกมลอิษฎารมณ์ อุดมด้วยพระญาณพันลึก ศรัทธาธึกบำเพ็ญ ปองเป็นพระสรรเพชญ เผด็จมัจฉริยะจําราญ ผลาญสงสารจักร หักด้ามข้ามโอฆโยคเกษม เปรมโปรดสรรณโยชน์นิกรเกื้อกู้ ผู้จะทําเป็นอันยาก ธก็เปลื้องปลากทรัพย์ด้วยง่าย จ่ายแจกเเลกบุญบ่เบื่อ เผื่อผลทํางนบมิเหื้อง เบื้องพระไตรปิฎก เพียญชนะบกพิปลาส เยียวจะชูพระศาสนจําเริญ ก็ให้ประชุมเชิญชินบุตร อุดมเรืองรสธรรม์ พ่างอรหันต์เอาภาร ก็บริหารขานบวรณา สงฆนิศยาสัยเสนาสน์ วัดมหาธาตุเป็นเขตเขื่อน เงื่อนพระเจ้าอชาตศัตรู พระองค์เป็นศาสนูปถัมภก ยกสังคายนาย หมายเป็นเบญจวาร แล้วก็ให้ลงลานจารจบ ครบบริบวรณ์ จึงคำนวณทักษิณประเตยก อเนกอนันต์เครื่องละอันลออ นาวาวอวิภูษณ์ กาสาวสูตรโกไสย พัสตราไตรตรูแต่ง ทานพ้นแพงพันภาคย์ ทรงพระประตยาคบูชิต อุทิศถวายเวน เกณฑ์กุศลบร้าง แล้วก็เเปลงปลางสร้างอาวาส ตระดาษด้วยสุวรรณรัตน์ สมญาวัดพระเชตุพน กลเชตุพนาราม งามเงื่อนอินทรตั้งแต่ง พระระเบียงแบ่งปฏิมา ไพหารดารุจเรข มีลายเลขพิจิตรค่าใครพิศลืมค่ำ ร่ำลือถ้วนลือถึง เท่าป่วยหึงกล่าวหน้า ท่านเจ้าหล้าเหลือแหล่แผ่ผลทานเหลือหลาย แจกจ่ายปรายเงินคำ ทำด้วยเบญจบริจาค ฉลากเหล่าพระสุริย์วงศ์ ทรงประสาทราชเอารส เงินทองทดไถ่แทน ผู้แคลนลาภจากจน แล้วก็ถกลพระไพหาร พิศาลสารีริกธาตุเจดีย์ วัดพระศรีสรรเพชญ เขบ็จพรรณพิมล โสภณช่อชวลิต พิศภายบนดิเรก ล่างลายเลขลายทอง นอกในสรองโสรมคำ ทําเทียมเทพประชุมชบ มณฑปพ่างทิพอาสน์ เฉลาฉลุมาศพรายแพร้ว ล้วนแล้วแก้วเก้าเเกม เสาซุ้มแซมพลอยพลาม ฉัตรเงินงามวิมลาก ชั้นฉัตรนากวิมลัก ฉัตรทองปักวิเมลือง เเก้วไรเรืองหลากเลื่อม บอาจเอื้อมแถลงถ้วน มวลไว้มากเหลือหลาย เรียงรายรัตนามิษ บูชิตด้วยปราโมทย์ ศาสนโชติเรืองเรือง นาเนืองนิตยบูชา พระปฏิมากรแก้วมรกต ที่ประณตนรนิกร กำจรยิ่งยศโยค จูงใจโลกสู่ฟ้า เป็นเฉลิมหล้าสาผล ใครยลยากลืมทุกข์ อกเมืองสุขอยู่ระรื่น หน้าเมืองชื่นแสล้ม ยแย้มกลบัวบาน เเสนสําราญสําเริง บันเทิงทั้งธรณี พระนครศรียุธเยศ ด้วยพระเดชเกศกษัตริย์ ดํารงทัศธรรมิศ พิพิธมหิมา กลฉัตรากรเกือบกั้ง ตั้งทรสุมทรสาย รัศมีฉายปกห่ม เย็นร่มทั่วแหล่งหล้า ไพร่ฟ้าประชากรเริงรื่น ชื่นสาวหนุ่มครุ่มเครง บรรเลงพิณพฤพาทย์ ฆ้องก้องกาศกาหล หลายกลระบำบทบรรเจิด เกิดเกื้อเพื่อสมภารบพิตร กระวีวิธหลายหลาก รู้มลากหลายฉันท์ นิพันธ์โคลงกาพย์กลอน ภูธรดำริดํารัส จัดจองทํานองนุก ไตรดายุคนิทาน ตำนานเนื่องเรื่องรามเกียรติ์ เบียนบรปักษ์ยักษ์พินาศ ด้วยพระราชโวหาร ปานสุมาลัย เรียบร้อยสร้อยโสภิต พิกสิตสาโรช โอษฐสุคนธ์วิมลหื่นหอม ถนอมถนิมประดับโสต ประโยชน์ฉลองเฉลิม เจิมจุฑาทิพย์ประสาท ประกาศยศเอกอ้าง องค์บพิตรพระเจ้าช้าง เผือกผู้ครองเมือง ฯ

ร่าย

๏ มาจะกล่าวบทไป ถึงหิรันตยักษ์เเกล้วกล้า
ห้าวหาญชาญณรงค์ฤทธา ปรากฏเลื่องชื่อลือขจร
อยู่ยังยอดเขาจักรวาล ในพิมานทิพรัตน์ประภัสสร
ฤๅษีเทวาวิชาธร เกรงฤทธิรอนทั้งโลกา
ด้วยเพื่อนตั้งกิจพิธี วินันตกคีรีภูผา
พระเป็นเจ้าให้พรอสุรา รุ่งเรืองฤทธากล้านัก
อหังการ์อิ่มเอิบกําเริบใจ จะผลาญให้บรรลัยทั้งไตรจักร
สำเเดงเเผลงฤทธิ์ฮึกฮัก ขุนยักษ์ไล่ม้วนแผ่นดิน ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ เชิด

๏ ชมพูอุดรกาโร อมรโคยานีก็ได้สิ้น
หนีบใส่รักเเร้อสุรินทร์ พาเเผ่นดินไปบาดาล ฯ

ฯ ๒ คํา ฯ กราว

๏ เมื่อนั้น ฝูงเทพเทวาทุกสถาน
ตระหนกตกใจลนลาน พากันเหาะทะยานรีบมา ฯ

ฯ ๒ คํา ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงคีรีไกรลาส บังคมบาทพระศุลีนาถา
ทูลว่าหิรันต์อสุรา องอาจหยาบช้ากำเริบใจ
ย่ำยีเทวาทานพ จบสวรรค์ชั้นฟ้าต่ำใต้
มิหนำซ้ำม้วนสุธาไป จะแกล้งให้บรรลัยทั้งแผ่นดิน
บัดนี้พาลงยังบาดาล โลกจะวายปราณหมดสิ้น
พระองค์มงกุฎเทวินทร์ ช่วยอินทรีย์สัตว์ให้ถาวร ฯ

ฯ ๖ คํา ฯ

ช้า

๏ เมื่อนั้น พระจอมไกรลาสสิงขร
ได้ฟังฝูงเทพนิกร ภูธรถวิลจินดา
ดูดู๋หิรันต์ขุนมาร หยาบช้าสาธารณ์เป็นหนักหนา
มันเสียสัตย์ที่สัญญา กูไม่ไว้ชีวาอสุรี ฯ

ฯ ๔ คํา ฯ

ร่าย

๏ คิดเเล้วจึงมีประกาศิต สั่งพระจักรกฤษณ์เรืองศรี
เชิญเจ้าผู้มีฤทธี ไปล้างอสุรีให้บรรลัย ฯ

ฯ ๒ คํา ฯ

ร่าย

๏ เมื่อนั้น พระนารายณ์ผู้มีอัชฌาสัย
รับสั่งพระจอมภพไตร บังคมไหว้แล้วรีบไปบาดาล ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงจึงเห็นหิรันต์ยักษ์ ทำฤทธิ์สิทธิศักดิ์สำเเดงหาญ
หนีบสามแผ่นดินสุธาธาร ผ่านฟ้าก็แปลงอินทรีย์ ฯ

ฯ ๒ คํา ฯ ตระ

๏ กลับกลายเป็นพญาสุกร เขี้ยวเพชรงามงอนจํารัสศรี
กายนั้นเผือกผ่องดั่งสำลี เข้าไล่ราวีอสุรา ฯ

ฯ ๒ คํา ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น หิรันต์สิทธิศักดิ์ยักษา
เห็นสุกรอาจองตรงมา พญามารกริ้วโกรธพิโรธนัก
ตาเเดงดั่งแสงไฟกัลป์ กระทืบบาทสนั่นทั้งไตรจักร
ไม่รู้ว่าองค์พระหริรักษ์ ขุนยักษ์เข้าไล่บุกบัน ฯ

ฯ ๔ คํา ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น องค์พระวราห์รังสรรค์
เข่นเขี้ยวตาแดงแปรงชัน วิ่งหมุนหุนหันเข้าชิงชัย ฯ

ฯ ๒ คํา ฯ

๏ ขวิดกัดทั่วตัวขุนมาร ล้มลงไม่ทานกำลังได้
เศียรขาดตัวขาดขาดใจ ด้วยฤทธิไกรพระจักรี ฯ

ฯ ๒ คํา ฯ โอด

๏ เสร็จปางซึ่งล้างยักษ์ร้าย องค์พระนารายณ์เรืองศรี
ก็ขวิดคัดเอาพื้นปัถพี มาไว้ตามที่ด้วยศักดา ฯ

ฯ ๒ คํา ฯ

๏ แล้วกลับเป็นองค์พระทรงครุฑ ถือเทพอาวุธเงื้อง่า
เหาะทะยานผ่านขึ้นเมฆา ตรงมาเกษียรสมุทรไท ฯ

ฯ ๒ คํา ฯ ตระ

๏ ครั้นถึงเข้าที่บรรทมสินธุ์ กลางมหาวารินกว้างใหญ่
เหนือบัลลังก์หลังนาคอําไพ สะกดใจร่ายเวทพิธีการ ฯ

ฯ ๒ คํา ฯ ตระ

ร่าย

๏ บังเกิดเป็นปทุมเกสร อรชรรับเเสงพระสุริย์ฉาน
ขึ้นในอุทรแล้วเบิกบาน มีพระกุมารโฉมยง
อยู่ในห้องดวงโกเมศ ดั่งพรหมเรืองเดชครรไลหงส์
จึ่งพระจักรกฤษณ์ฤทธิรงค์ อุ้มองค์กุมารนั้นเหาะมา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงจึงตรงเข้าไปเฝ้า พระเป็นเจ้าสามภพนาถา
ถวายองค์เยาวราชกุมารา แล้วทูลความซึ่งฆ่าอสุรี ฯ

ฯ ๒ คํา ฯ

๏ เมื่อนั้น พระสยมภูวนาถเรืองศรี
ชื่นชมโสมนัสยินดี จึงมีวาจาอันสุนทร
ซึ่งหิรันต์นั้นม้วยบรรลัย โลกได้เป็นสุขสโมสร
อันองค์กุมารฤทธิรอน ก็วงศ์พระสี่กรผู้ศักดา
เป็นต้นกษัตริย์อันประเสริฐ ล้ำเลิศจรรโลงในเเหล่งหล้า
จะได้ดับเข็ญเย็นโลกา ในไตรดายุคครั้งนี้ ฯ

ฯ ๖ คํา ฯ

๏ ตรัสแล้วมีเทวโองการ สั่งท้าวมัฆวานเรืองศรี
จงลงไปสร้างธานี ในที่ชมพูอันโอฬาร์ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น หัสนัยน์เจ้าตรัยตรึงศา
น้อมเศียรรับสั่งพระอิศรา มาสู่มหาเวไชยันต์ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงสถิตเหนืออาสน์ สั่งมาตุลีรังสรรค์
ให้เกณฑ์ฝูงเทพเทวัญ จะพากันไปสร้างธานี ฯ

ฯ ๒ คํา ฯ

๏ เมื่อนั้น พระมาตุลีเรืองศรี
ก้มเกล้ารับสั่งด้วยยินดี ถวายอัญชุลีแล้วออกมา ฯ

ฯ ๒ คํา ฯ เชิด

ยานี

๏ จึ่งจัดหมู่เทพบริวาร ล้วนปรีชาชาญแกล้วกล้า
หมู่หนึ่งถือหางมยุรา นำหน้าเสด็จบทจร
หมู่หนึ่งถือธงสีม่วง ผุดดวงเป็นรูปไกรสร
หมู่หนึ่งถือธงมังกร สีเขียวอรชรพรายพรรณ
หมู่หนึ่งถือดวงปทุมมาศ สามดอกโอภาสฉายฉัน
ห้อมล้อมพญาเอราวัณ พร้อมกันคอยเสด็จจรลี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น องค์ท้าวมัฆวานเรืองศรี
เสด็จจากทิพอาสน์รูจี มาเข้าที่สรงชลธาร ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

โทน

๏ ชำระสระสนานสําราญองค์ ทรงสุคนธาทิพย์หอมหวาน
นางฟ้าพัดวีรำเพยพาน ทรงภูษาก้านกระหนกพัน
ชายไหวชายเเครงเครือมาศ ฉลององค์พื้นตาดสังเวียนกั้น
ตาบทิศทับทรวงสังวาลวัลย์ ทองกรกุดั่นมุกดาดวง
พาหุรัดธํามรงค์เพชรแพร้ว มงกุฎแก้วสุรกานต์โชติช่วง
ห้อยกุณฑลทิพย์ดอกไม้พวง ดอกไม้ทัดรุ้งร่วงพรายตา
จับวชิราวุธพระเเสงขรรค์ อันศักดาเดชแกล้วกล้า
สง่างามล้ำหมู่เทวา เสด็จมาขึ้นทรงคชาธาร ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

โทน

๏ ช้างเอยช้างทรง องค์ไอยราพตคชสาร
สามสิบสามเศียรโอฬาร วิมานเเก้วทุกเกศกุญชร
สูงใหญ่เผือกผ่องขาวช่วง ดั่งไกรลาสเงินยวงสิงขร
สองร้อยสามสิบเอ็ดงางอน มีสระบัวอัปสรกัลยา
งามยิ่งล้วนสิ่งละเจ็ดหมด ปรากฏทุกงาสารกล้า
นับนางในกลีบปทุมา คณนาก็มากกว่าหมื่นพัน
ผูกเครื่องกุดั่นสุวรรณรัตน์ ข่ายแก้วจํารัสฉายฉัน
มยุรฉัตรจามรทอนตะวัน ธงทิวคู่คั่นโบกบน
ปี่กลองฆ้องขานประสานเสียง สําเนียงกึกก้องกุลาหล
เทวาห้อมล้อมเป็นพล เกลื่อนกล่นเร่งรีบกันมา ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงทวีปชมพู ก็พิศดูไปทั่วทิศา
จึงเห็นในเบื้องบูรพา ภูมิพื้นพสุธาชอบกล
มีมหานักสิทธ์สี่องค์ ทรงพรตบริกรรมจําเริญผล
หยุดหมู่เทวาพวกพล ลงจากช้างต้นก็เข้าไป ฯ

ฯ ๔ คํา ฯ เสมอ

๏ เคารพนบนอบพระอาจารย์ ยอกรมัสการแล้วปราศรัย
พระองค์สร้างพรตอยู่ในไพร ช้านานมาได้สักกี่ปี
บำเพ็ญภาวนารักษาฌาน แผ่พรหมวิหารทั้งสี่
ยังค่อยเป็นสุขสวัสดี มีนามชื่อไรพระสิทธา ฯ

ฯ ๔ คํา ฯ

๏ เมื่อนั้น ทั้งสี่พระดาบสพรตกล้า
ได้ฟังจึ่งตอบบัญชา แต่รูปมาอยู่ในอารญ
นับได้แสนปีประมาณไว้ สร้างพรตอดใจจำเริญผล
อันนามกรเราสี่ตน รูปชื่ออจนคาวี
องค์นี้ชื่อยุคอัคระ องค์นั้นชื่อทหะฤาษี
องค์โน้นชื่อยาคะมุนี มีตบะพิธีเสมอกัน
อันองค์สมเด็จหัสนัยน์ เหตุใดลงมาจากสวรรค์
พร้อมหมู่ฝูงเทพเทวัญ อัศจรรย์เป็นพ้นพันทวี ฯ

ฯ ๘ คํา ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวหัสนัยน์เรืองศรี
ได้ฟังจึ่งตอบวาที ซึ่งมาทั้งนี้พระอาจารย์
ด้วยองค์อิศวรเป็นเจ้า ให้เรามาสร้างราชฐาน
ถวายแก่เทวราชกุมาร ก็แจ้งการให้ฟังแต่เดิมมา ฯ

ฯ ๔ คํา ฯ เจรจา

ร่าย

๏ เมื่อนั้น ทั้งสี่พระดาบสพรตกล้า
ได้ฟังโกสีย์ก็ปรีดา จึ่งว่าป่านี้ประเสริฐนัก
ชื่อทวารวดีพนาสณฑ์ ต้นฉัตรพระศุลีเป็นหลัก
อยู่บูรพาหน้าศาลเทพารักษ์ ต้องด้วยลักขณาธานี
รูปจะบอกนามเมืองไว้ ให้เป็นมงคลเฉลิมศรี
จงเอาสมญาป่านี้ กับนามเราทั้งสี่ประสมกัน
เรียกว่ากรุงศรีอยุธยา ทวาราวดีเขตขัณฑ์
จะเป็นที่สามโลกอภิวันท์ พระเกียรตินั้นจะทั่วแดนไตร ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น โกสีย์ผู้มีอัชฌาสัย
ฟังพระดาบสยศไกร ภูวไนยเห็นชอบทุกประการ
จึ่งสั่งพระวิษณุกรรม์ จงสร้างสรรค์พาราราชฐาน
ให้แสนสนุกโอฬาร ตามเทวบรรหารพระศุลี ฯ

ฯ ๔ คํา ฯ

๏ บัดนั้น พระวิษณุกรรม์เรืองศรี
รับเทวบัญชาด้วยยินดี ถวายอัญชุลีเเล้วออกไป ฯ

ฯ ๒ คํา ฯ

๏ ยืนอยู่หน้าศาลเทพารักษ์ สําแดงศักดาแผ่นดินไหว
นิมิตซึ่งราชเวียงชัย ด้วยฤทธิไกรมหิมา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ ตระ

ชมตลาด

๏ อันมหาปราสาททั้งสาม ทรงงามสูงเงื้อมพระเวหา
สี่มุขหุ้มมาศสะอาดตา ใบระกาบั้นเเก้วประกอบกัน
ช่อฟ้าช้อยเฟื้อยเฉื่อยชด บราลีที่ลดมุขกระสัน
มุขเด็จทองดาดกระหนกพัน บุษบกสุวรรณสว่างวาม
เจ็ดชั้นพื้นลดผลึกลาด เเกลมาศนพรัตน์เรืองอร่าม
ทิมดาบดาดเงินเป็นเงางาม หน้าสิงห์แสงพลามด้วยพลอยพราย
มีพระโรงปรัศว์ซ้ายขวา แท่นเเก้วอลงการ์ฉานฉาย
ห้องสนมกํานัลเรียงราย เกยฉลุแก้วลายลับเเลบัง
หน้าพระลานแลล้วนหิรัญลาด ขาวสะอ้านดูสะอาดดังสีสังข์
ทิมตำรวจเคียงริมทิมชาววัง ระเบียบคลังทิมโขลนครบครัน
โรงช้างอาชาพาชีชาติ โรงรถห้องราชยานคั่น
ศาลาลูกขุนคู่เคียงกัน สนามเคี่ยวพลขันธ์ประลองยุทธ์
สามชั้นปราการแก้วประกอบ เขื่อนคูเป็นขอบดั่งขั้นสมุทร
เชิงเทินปักธงมังกรธุช ชมพูนุทนพมาศเสมาเมือง
ช่องป้อมวางปืนคร่ำสุวรรณ หอรบนางจรัลขนัดเนื่อง
ซุ้มทวารบานแววด้วยแก้วเรือง แสนสนุกดั่งเมืองพรหมาฯ

ฯ ๑๖ คํา ฯ

ยานี

๏ มีสระเเก้วแลล้วนอุทยาน โอฬารด้วยเหล่าพฤกษา
ทุกพรรณทรงผลพวงผกา ดกย้อยห้อยระย้าอรชร
ทั้งอุบลโกมลปทุมมาศ ฝักดอกเกลื่อนกลาดสลับสลอน
เรณูร่วงในชโลทร กลิ่นขจายฟุ้งขจรตลบไป
มีต้นตาลรอบนัคเรศ เป็นคันเขตคั่นเคียงเรียงไสว
ทรงผลพื้นสุวรรณอำไพ ใบก้านล้วนแก้วเเกมกัน
พระพายชายพัดบันลือเสียง สําเนียงเสนาะดังเพลงสวรรค์
ประโคมพระนครเป็นนิรันดร์ ดังหนึ่งช่อชั้นดุษฎี ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

ร่าย

๏ แลัวจึ่งให้ซึ่งนามกร อยุธยานครบุรีศรี
ตามเหตุสมญาพระมุนี เป็นที่ศรีสวัสดิ์วัฒนา
เอามนุษย์สี่ทวีปเป็นพล เสนาสามนต์ซ้ายขวา
ตึกกว้านร้านเรียบรัถยา ประชาชนแน่นหนาทั้งธานี
อันสนมกํานัลนางอนงค์ เลือกสรรรูปทรงส่งศรี
แต่ล้วนเบญจกัลยาณี มีประมาณห้าหมื่นหกพัน ฯ

ฯ ๖ คํา ฯ เจรจา

๏ ครั้นเสร็จซึ่งสร้างนัคเรศ องค์ท้าวตรีเนตรรังสรรค์
ก็พาฝูงเทพเทวัญ ไปหิรัญไกรลาสคีรี ฯ

ฯ ๒ คํา ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงประณตบทบงสุ์ ทูลองค์พระอิศวรเรืองศรี
ซึ่งให้ไปสร้างธานี บัดนี้สำเร็จดังบัญชา ฯ

ฯ ๒ คํา ฯ เจรจา

ช้า

๏ เมื่อนั้น พระอิศวรบรมนาถา
ได้ฟังยินดีปรีดา ผ่านฟ้ามีเทวโองการ
ดูก่อนนัดดายาใจ จงไปครองกรุงไกรราชฐาน
เป็นปิ่นโลกาสุธาธาร พงศ์นารายณ์อวตารปราบยักษ์
จงให้นามตามเทพสุริย์วงศ์ อโนมาฤทธิรงค์ทรงจักร
ประทานธำมรงค์แก่หลานรัก ทั้งศรศักดิ์ตรีเพชรคทาธร
แล้วจึงประสาทพระพรให้ จงรุ่งเรืองฤทธิไกรด้วยศิลป์ศร
ประจามิตรอย่ารอต่อกร ให้ถาวรจําเริญสวัสดี ฯ

ฯ ๘ คํา ฯ

๏ เมื่อนั้น พระอโนมาตันเรืองศรี
ถวายบังคมคัลอัญชุลี รับพรเจ้าตรีโลกา
ทั้งเทพอาวุธธํามรงค์ ด้วยมโนจํานงหรรษา
ทูลว่าขอเอาพระเดชา ปกเกล้าเกศาสืบไป ฯ

ฯ ๔ คํา ฯ

๏ เมื่อนั้น พระจอมไกรลาสเขาใหญ่
จึ่งสั่งองค์ท้าวหัสนัยน์ กับฝูงเทพไทฤทธี
จงเอาครุฑราชทิพยาน ไปส่งหลานเราผู้เรืองศรี
วันนี้ศุภฤกษ์สวัสดี จงมอบเวนบุรีสวรรยา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น หัสนัยน์เจ้าตรัยตรึงศา
รับสั่งองค์เจ้าโลกา ถวายบังคมลาแล้วออกไป ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ จึงสั่งให้เตรียมพญาครุฑ อันมีฤทธิรุทรแผ่นดินไหว
เชิญหน่อพระนารายณ์เรืองชัย ให้เข้าที่สรงวารี ฯ

ฯ ๒ คํา ฯ

๏ เมื่อนั้น พระอโนมาตันเรืองศรี
ชื่นชมโสมนัสยินดี จรลีไปสรงคงคา ฯ

ฯ ๒ คํา ฯ เสมอ

๏ ทรงสุคนธารสโอฬาร หอมหวานด้วยทิพย์บุปผา
สนับเพลาพลอยรายพรายตา ภูษาช่อเชิงมังกรพัน
ชายเเครงเครือแก้วก้านขด ชายไหวมรกตทับทิมคั่น
ฉลององค์พื้นม่วงดวงสุวรรณ รัดองค์กุดั่นจำหลักลาย
ตาบทิศทับทรวงประดับบุษย์ สังวาลชมพูนุทสามสาย
พาหุรัดทองกรมังกรกลาย ธํามรงค์เพชรพรายอลงการ
ทรงมหามงกุฎจักรพรรดิ ดอกไม้ทัดล้วนดวงมุกดาหาร
กรรเจียกแก้วกุณฑลชัชวาล ดังเครื่องทรงพรหมานในโสฬส
พระหัตถ์นั้นจับธนูศร คทาธรตรีเพชรพร้อมหมด
งามทรงงามองค์งามยศ บทจรมาทรงครุฑา ฯ

ฯ ๑๐ คํา ฯ

๏ เมื่อนั้น หัสนัยน์เจ้าตรัยตรึงศา
ครั้นได้ศุภฤกษ์เวลา ให้เทวาโบกธงนำจร ฯ

ฯ ๒ คํา ฯ

๏ ครุฑเอยครุฑทรง หาญณรงค์หักราญชาญสมร
เผ่นทะยานผ่านยอดคีรินทร ถาบร่าถาร่อนบินบน
ปีกสองปานเสียงสำเนียงฟ้า ลั่นก้องโลกากุลาหล
กระพือลมพันลึกอึงอล เมฆกล่นหมอกเกลื่อนโพยมพราย
บินรีบโบกเร็วกว่าลมกรด ขับเรื่อยแข่งรถพระสุริย์ฉาย
เครื่องสูงครบสิ่งกรรชิงราย เเถวฉัตรธงชายพรายตา
ฆ้องกลองขานกลบครื้นครั่น ปี่เสนาะเพราะสนั่นในเวหา
รีบทางเร่งเทพยาตรา ลอยมาลงเมืองด้วยฤทธี ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงอยุธยามหานิเวศ องค์ท้าวหัสเนตรเรืองศรี
เชิญราชนัดดาพระศุลี ขึ้นที่ปราสาทรัตนา ฯ

ฯ ๒ คํา ฯ เสมอ

๏ แล้วจัดนางในทวีปอุดร ชื่อมณีเกสรเสน่หา
พักตร์ผ่องดังดวงจันทรา เป็นอัครชายาพระทรงยศ
มอบสนมทั้งหมื่นหกพัน วิไลวรรณเอี่ยมองค์อลงกต
เถ้าเเก่ชะเเม่เป็นหลั่นลด กําหนดพนักงานการใน
อีกทั้งจตุรงคโยธี เสนามนตรีน้อยใหญ่
แก้วเเหวนสวรรยาราชัย ให้แก่เทวราชกุมาร ฯ

ฯ ๖ คํา ฯ เจรจา

๏ ครั้นเสร็จมอบราชธานี โกสีย์เจ้าตรัยตรึงศ์สถาน
กับทั้งฝูงเทพบริวาร เกษมศานต์อำนวยอวยพร
พระองค์จงเสวยสมบัติ พูนสวัสดิ์ภิรมย์สโมสร
เสร็จแล้วองค์อมรินทร พาเทพนิกรกลับมา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

ช้า

๏ เมื่อนั้น ท้าวอโนมาตันนาถา
เสด็จเสวยไอศูรย์สวรรยา ในกรุงทวาราวดี
เลื่องชื่อลือนามขามฤทธิ์ ประจามิตรสั่นเกล้าเกศี
ทั้งหมู่วิทยานาคี ตรีโลกพึ่งเดชพระทรงยศ
อันกรุงกษัตริย์ทุกพารา ก็ระอาขอออกพระองค์หมด
เเต่งดอกไม้สุวรรณเป็นหลั่นลด มาประณตบทมาลย์ถวายพร
ไพร่ฟ้าประชาชนพาณิช มิจิตโสมนัสสโมสร
ไปมาค้าขายนิรันดร พระนครเกษมเปรมปรีดิ์ ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ เจรจา

ช้า

๏ มาจะกล่าวบทไป ถึงสหบดีพรหมเรืองศรี
อยู่ในวิมานรัตน์มณี มีความผาสุกทุกเวลา
คิดถึงสหมลิวัน อันเป็นสุริย์วงศ์พงศา
ซึ่งให้ไปอยู่เกาะรังกา หนีพระจักราไปบาดาล
ฝ่ายพิภพรังกาทวีปนี้ ไม่มีใครรักษาราชฐาน
เงียบเย็นเว้นว่างมาช้านาน เสียดายวงศ์พรหมารจะสูญไป
จํากูจะสร้างพระนคร ให้ถาวรคงคืนขึ้นไว้ได้
จะเชิญองค์ธาดาฤทธิไกร ลงไปเป็นหลักธานี ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

ร่าย

๏ คิดเเล้วมีเทวบรรหาร ตรัสสั่งพรหมารเรืองศรี
จงเตรียมหงส์ทองรูจี ไปสร้างธานีรังกา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ฝ่ายอัชดาพรหมเเกล้วกล้า
รับสั่งถวายบังคมลา ออกมาจากที่ทิพย์วิมาน ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

ยานี

๏ เกณฑ์หมู่บรมพรหเมศ ล้วนศักดาเดชกล้าหาญ
หมู่หนึ่งถือธงอลงการ นำพลบริวารยาตรา
ถัดมาล้วนถือเศวตฉัตร เดินตามขนัดซ้ายขวา
เหล่าหนึ่งถือธงมยุรา เคียงข้างพญาหงส์ทอง
เหล่าหนึ่งนั้นถือชุมสาย เรียงรายตาริ้วเป็นทิวท่อง
มีทั้งแตรสังข์ฆ้องกลอง ตั้งกองคอยเสด็จจรลี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวสหบดีพรหมเรืองศรี
เสด็จจากแท่นทิพย์รูจี ไปเข้าที่สรงสาคร ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ น้ำทิพย์โปรยปรายดั่งสายฝน ทรงสุคนธ์ปนปรุงเกสร
สอดใส่สนับเพลาเชิงงอน ภูษารูปกินนรกระหนกพัน
ชายแครงจําหลักเครือขด ชายไหวมรกตทับทิมคั่น
ตาบทิศทับทรวงสังวาลวัลย์ ทองกรนาคพันพาหุรัด
ธํามรงค์เรือนเก็จเพชรเหลือง อร่ามเรืองทั้งสิบนิ้วพระหัตถ์
ทรงมงกุฎแก้วดอกไม้ทัด กรรเจียกจรจํารัสจำเริญตา
งามทรงดั่งองค์เวสสุวัณ จับพระเเสงขรรค์อันคมกล้า
พระหัตถ์จับตรีศูลศักดา เสด็จไปทรงพญาหงส์ทอง ฯ

ฯ ๘ คํา ฯ บาทสกุณี

๏ เหมเอยเหมราช ผกผาดกระหยับผันผยอง
ตั้งอกยกหางเป็นทํานอง สองปีกกระพือบินบน
ปากงอนหงอนสะบัดชดช้อย รจนาด้วยสร้อยสลับขน
งามระยับจับแสงสุริยน ดั่งสีแก้ววิมลชัชวาล
บัลลังก์ตั้งเหนือปฤษฎางค์ กระจ่างกระจังรายฉายฉาน
เศวตฉัตรพัชนีโอฬาร พร้อมหมู่พรหมานดาษดา
ลอยเลื่อนไปในอากาศ โอภาสพ่างพื้นพระเวหา
รีบเร่งเหมราชร่อนมา หมายทวีปรังกามิทันนาน ฯ

ฯ ๘ คํา ฯ

๏ เห็นนิลกาลาสิงขร ยอดเยี่ยมอัมพรไพศาล
อยู่กลางพิภพเป็นประธาน สูงตระหง่านเงื้อมง้ำเมฆา
ใหญ่หลวงกว่าหมู่ศิขริน สีดําดั่งนิลวัตถา
ปลายยอดนั้นมีรังกา มหากายสิทธิ์ฤทธิไกร
เขานี้ประเสริฐเลิศนัก เห็นจะเป็นหลักกรุงได้
จึ่งสั่งวิษณุพรหมชาญชัย ให้เร่งนิมิตธานี ฯ

ฯ ๖ คํา ฯ

๏ บัดนั้น จึ่งวิษณุพรหมเรืองศรี
รับสั่งถวายอัญชุลี ออกมาจากที่ประชุมกัน ฯ

ฯ ๒ คํา ฯ เสมอ

๏ ยอกรประนมเหนือเกศ ไหว้บรมพรหเมศรังสรรค์
นิมิตล้วนเเล้วเเก้วสุวรรณ ด้วยฤทธีอันศักดา ฯ

ฯ ๒ คํา ฯ ตระ

ชมตลาด

๏ อันคูเขื่อนปราการล้อมรอบ เป็นคันขอบมั่นคงเเน่นหนา
หอรบช่องปืนใบเสมา ทวาราป้อมค่ายรายไป
แถวถนนหนทางราบรื่น ศิลาพื้นเเลเลื่อมดั่งน้ำไหล
มีกําแพงแก้วกั้นชั้นใน อําไพด้วยมณีจินดา
อันมหาปราสาททั้งสามองค์ สูงระหงง้ำเงื้อมพระเวหา
ห้ายอดพรหมพักตร์ใบระกา เหมแก้วรจนาช้อยชด
นาคเอี้ยวคาบเก็จกระจังราย บัญชรแก้วเเพร้วพรายอลงกต
ช่อห้อยช่อตั้งเป็นหลั่นลด นาคสะดุ้งพุ่งพดหน้าบัน
จัตุรมุขสิงหาสน์อาสน์โถง ท้องพระโรงหน้าหลังฉายฉัน
พระลานเลื่อมแก้วพรายพรรณ ดั่งวิมานสุวรรณในเมืองฟ้า ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

ยานี

๏ มีสนามปราบปรายทรายทอง ที่ประลองทหารให้เเกล้วกล้า
ทั้งโรงม้ารถคชา โรงคลังซ้ายขวาพร้อมไป
นอกเมืองนั้นมีอุทยาน แสนสนุกสำราญกว้างใหญ่
พฤกษาเรียบเรียงระบัดใบ ผลดอกดกไสวจําเริญตา
มีมหามนเทียรที่ประพาส บัลลังก์อาสน์ใต้ร่มพฤกษา
ทั้งสระโกสุมปทุมา ดั่งลดาวัลย์ในชั้นอินทร์
พระพายชายพัดมาอ่อนอ่อน รวยรื่นเกสรขจรกลิ่น
มีหมู่แมลงผึ้งภุมริน บินเคล้าคลึงรสบุษบัน ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

พระทอง

๏ จึ่งเอาฟากฝั่งมหรณพ เป็นคูล้อมพิภพเขตขัณฑ์
ในท้องพระมหาสมุทรนั้น จัดพรรณฝูงปลาเป็นนาย
ให้ติมิติมิงมัจฉาชาติ เหราร้ายกาจกระเวนว่าย
เที่ยวท่องป้องกันอันตราย ภายใต้มหาคงคา
อันหลังพระสมุทรวารี ให้ยักษีผีเสื้อรักษา
แล้วจัดฤทธิกันอสุรา คุมโยธาแสนโกฏิชัยชาญ
กระเวนทางอากาศเเดนสวรรค์ ป้องกันพิภพราชฐาน
คนธรรพ์กระเวนเนินจักรวาล แต่งการสำเร็จทั้งธานี ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น ท้าวสหบดีพรหมเรืองศรี
ครั้นเสร็จสร้างสรรค์พระบุรี มีความโสมนัสเบิกบาน
ให้ชื่อพิชัยลงกา มหานัคเรศราชฐาน
จึ่งเอาอสุรหมู่มาร ในเนินจักรวาลอัสสกัณณ์
มาเป็นอำมาตย์เสนา แสนธุรโยธาแข็งขัน
นับได้แสนโกฏิกุมภัณฑ์ สนุกปานดั่งชั้นอสุรภพ
แล้วตรัสเเก่ธาดาพรหเมศ อันชำนาญไสยเวทขจรจบ
เจ้าผู้ศักดาเลิศลบ บุญเคยได้อบรมมา
เราจะให้อยู่ครองสมบัติ สืบวงศ์จักรพรรดินาถา
ที่ในทวีปลงกา เป็นมหาจรรโลงธาตรี ฯ

ฯ ๑๐ คํา ฯ

๏ เมื่อนั้น องค์ธาดาพรหมเรืองศรี
ได้ฟังเทวราชวาที อัญชุลีเเล้วทูลสนองไป
ซึ่งพระองค์เมตตาการุญ พระคุณนั้นหาที่สุดไม่
จะรับใส่เศียรเกล้าไว้ มิให้เคืองใต้เบื้องบาทา ฯ

ฯ ๔ คํา ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวสหบดีพรหมนาถา
ได้ฟังยินดีปรีดา จึ่งให้นางมลิกาแจ่มจันทร์
ทรงเบญจกัลยาเลิศลักษณ์ ผิวพักตร์ผ่องเพียงนางสวรรค์
เป็นอัครชายาวิลาวัณย์ กำนัลล้วนนางอสุรี
ถ้วนหมื่นหกพันเเช่มช้อย รูปทรงเเน่งน้อยเฉลิมศรี
อันองค์ธาดาธิบดี จะเป็นปิ่นโมลีลงกา
ให้นามชื่อท้าวจตุรพักตร์ ตามศักดิ์พงศ์พรหมนาถา
เเล้วประทานตรีศูลอันศักดา คทาธรรัตนาเรืองฤทธิ์
กับฉัตรแก้วโมลีอุดมเดช บอกพระเวทวิธีประกาศิต
ถึงจะเกิดพาลาปัจจามิตร มาประชิดรอบราชธานี
ถ้ายกฉัตรขึ้นกลางพระนคร ก็บังเเสงทินกรจำรัสศรี
มืดดั่งสนธยาราตรี ไพรีไม่เห็นบุรินทร์
ฝ่ายข้างเราอยู่ในกรุงไกร เเลไปก็เห็นศัตรูสิ้น
ฉัตรนี้เลิศล้ำฟ้าดิน อินทร์พรหมยอมเกรงฤทธี ฯ

ฯ ๑๔ คํา ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวจตุรพักตร์เรืองศรี
บังคมก้มเกล้าดุษฏี รับตรีศูลเพชรคทาธร
เรียนพระเวทพระมนต์ก็จำได้ ด้วยใจชื่นชมสโมสร
รู้จบวิทยาสถาวร ฤทธิรอนเลิศลบไตรดาล ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวสหบดีปรีชาหาญ
เสร็จมอบไอศูรย์ศฤงคาร ผ่านฟ้าอำนวยอวยชัย
เจ้าจงเสวยรมย์ชมสมบัติ พูนสวัสดิ์อย่ามีใครเปรียบได้
บำรุงไพร่พลสกลไกร ไพรีพ่ายเเพ้ฤทธา
ตรัสเเล้วเสด็จทรงหงส์ทอง เผ่นผยองขึ้นสู่พระเวหา
พร้อมด้วยฝูงพรหมเทวา ตรงไปฟากฟ้าดุษฎี ฯ

ฯ ๖ คํา ฯ เชิด

ช้า

๏ เมื่อนั้น ท้าวจัตุรพักตร์เรืองศรี
ครอบครองลงกาธานี กับเทวีมลิกาบังอร
ประดับด้วยสนมสิบหกพัน วิไลวรรณเพียงเทพอัปสร
ดั่งพระจันทร์ทรงกลดในอัมพร ดารากรเป็นยศบริวาร
พร้อมทั้งเสนาสามนต์ รี้พลจัตุรงค์ทวยหาญ
สมบัติพัสถานโอฬาร เเสนสนุกสำราญดั่งเมืองฟ้า

ฯ ๖ คำ ฯ

ร่าย

๏ อันอัครชายาโฉมยง ทรงครรภ์ถ้วนทศมาสา
ก็ประสูติพระราชบุตรา เป็นรูปอสุราสี่กร
พระบิตุเรศชนนีสองกษัตริย์ ชื่นชมโสมนัสสโมสร
ให้ชื่อลัสเตียนฤทธิรอน ลือขจรไปทั่วธาตรี ฯ

ฯ ๔ คํา ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น ฝ่ายท้าวอโนมาตันเรืองศรี
เสวยสมบัติได้หมื่นปี ภูมีมีราชโอรส
ทรงพระนามชื่อว่าอัชบาล ฤทธีปรีชาชาญปรากฏ
สามโลกเลื่องลือระบือยศ ทศทิศย่อมพึ่งพระเดชา
พระมอบเวนไอศูรย์สมบัติ เศวตฉัตรให้โอรสา
ครั้นเเล้วสมเด็จพระบิดา ผ่านฟ้าสุดสิ้นชนมาน ฯ

ฯ ๖ คํา ฯ โอด

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ