๙๘

ฝ่ายเคียวเตาเช็งครั้นถึงกำหนดห้าวันก็เตรียมการตามอุบายที่คิดไว้แยกทหารยกไปซุ่มอยู่ ครั้นเวลาค่ำก็ให้กงซุนสินอ่านคาถาบันดาลเป็นเมฆหมอกมาทั้งสี่ด้าน ครู่หนึ่งก็กลายเป็นกองทัพยกเกลื่อนกลาดมาเสียงกลองม้าล่ออื้ออึง ทหารก็จุดประทัดทิ้งเข้าด่านดังห่าฝน ไพร่พลในด่านตกใจแตกกระจัดกระจายหนีเอาชีวิตรอด ทหารกองซุ่มก็กรูกันหักเข้าด่านได้ฆ่าฟันไพร่พลในด่านล้มตายลงเป็นอันมาก ที่แตกหนีไปขึ้นเนินไซจือเนี้ยบ้าง โงวหยงจึงยกกองทัพเข้าตั้งมั่นอยู่ในด่าน

ฝ่ายซ้องกั๋งพักกองทัพอยู่ในเมืองแปะโฮวเนี้ยบนเชาเจียะเอียซัว ตั้งแต่โงวหยงยกไปตีเนินไซจือเนี้ย มิได้รู้ข่าวว่าจะเป็นประการใดก็มีความวิตกจึงให้โลวจุนหงีคุมนายทหารยี่สิบสองนายทหารหมื่นหนึ่งยกไปช่วยคิดการที่เนินไซจือเนี้ยให้จงได้ โลวจุนหงีคำนับลาคุมทหารยกออกจากเขาเจียะเอียซัวมาถึงด่านปากทางเนินไซจือเนี้ย สั่งม้าใช้รีบไปแจ้งแก่โงวหยงให้ทราบ โงวหยงกับซึงอานและทหารทั้งปวงก็ออกมาต้อนรับเชิญโลวจุนหงีกับนายทหารเข้าไปในด่านคำนับกันตามธรรมเนียม แล้วโลวจุนหงีถามถึงการสู้รบกันเป็นอย่างไรบ้าง โงวหยงก็เล่าความซึ่งหักด่านได้ให้โลวจุนหงีฟังทุกประการ แล้วว่าฮ่อเอียนเทียรักษาเนินไว้ครั้งนี้เข้มแข็งนักจะต้องคิดลอบเข้าไปเอาไฟจุดขึ้น แยกทหารไปซุ่มอยู่สี่ทิศ ถ้าเห็นไฟติดขึ้นก็ให้หักเข้าไป พวกบนเนินคงจะแตกหนี แล้วสั่งซิเซียน เกยเตียน เกยโปกับตวนเก็งจู๊ผู้นำทาง ลอบเข้าไปในเนินเอาเชื้อเพลิงจุดให้ติดบ้านเรือนขึ้น ซิเซียน ตวนเก็งจู๊ เกยเตียน เกยโปก็คำนับลามาหาเชื้อเพลิงได้พร้อมแล้วชวนกันออกจากด่านตรงไปเนินไซจือเนี้ยก่อน ครั้นรุ่งขึ้นโงวหยงก็จัดให้เตียเช็ง นางเก็งเอ็งกุนจู๊ บุนตงหยง ตังเผ็ง อึงซิน คุมไพร่พลไปซุ่มอยู่ริมประตูกำแพงเนินทิศใต้ ให้โลวจุนหงี โจวเอี๋ยน โจวยุน อูหมง ถังเปียน เจียะย้งคุมทหารไปซุ่มอยู่ทิศตะวันออก ให้ซึงอาน ฉินเหม็ง ฮวยหยง เบ๊หลิน ไตจงคุมทหารไปซุ่มอยู่ทิศตะวันตก ให้เคียวเตาเช็ง กงซุนสิน อูเอียนเจียก ชาจิน ลิเอง เลงจิ้นคุมทหารกองละสองหมื่นไปซุ่มอยู่ทิศเหนือ ให้ลูตีซิม บู๊สง จูตง ลุยเหง คุมทหารห้าพันไปตั้งสกัดต้นทางอยู่คอยต้านกองทัพจะยกมาช่วย ถ้ากองซุ่มเห็นว่าไฟในเนินติดขึ้นก็ให้ยกทัพเข้าพังประตูกำแพงเมืองจงพร้อมกัน นายทหารทั้งปวงรับคำสั่งคุมทหารแยกกันไปซุ่มอยู่ทุกทิศ ซิเซียนกับนายทหารทั้งสามไปถึงเนินไซจือเนี้ยเห็นมีต้นไม้ใหญ่อยู่ริมกำแพงเมือง ซิเซียนก็ขึ้นต้นไม้ข้ามกำแพงเข้าไปดูเห็นไพร่พลพากันหลับสนิท เวลานั้นดึกประมาณสามยามซิเซียนเอาเชือกหย่อนลงมารับนายทหารทั้งสามข้ามกำแพงเข้าเนินได้ ตวนเก็งจู๊ก็นำซิเซียนไปยังเง็กลังเหลาเก็งสูงแล้วบอกว่าข้าพเจ้าสามคนนี้จะไปซุ่มอยู่ริมกำแพง ถ้าเห็นไฟติดจะได้เข้าทำลายประตูรับกองทัพพวกเรา

พูดแล้วตวนเก็งจู๊กับเกยเตียน เกยโปก็ลอบมาซุ่มอยู่ตามนัด ซิเซียนปีนขึ้นบนเหลาได้เอาเชื้อเพลิงจุดติดบ้านเรือนในกำแพงเนินขึ้นทั้งสี่ด้านแล้วก็ลงมาจากเหลา พวกทหารและไพร่พลที่รักษาหน้าที่เชิงเทินกำลังหลับสนิท ครั้นไฟติดตื่นขึ้นก็ตกใจรีบมาจะช่วยดับเพลิง ตวนเก็งจู๊ เกยโป เห็นได้ทีจึงเข้าทำลายประตูกำแพงทิศเหนือออก ทหารกองซุ่มทั้งสี่ด้านเห็นไฟติดขึ้นก็พากันเข้าพังประตูเนินได้ พบกับซิเซียนก็ช่วยกันไล่ฆ่าฟันไพร่พลบนเนินตายเป็นอันมาก ฮ่อเทียนผู้รักษาเนินกับบุตรไม่ทันรู้ตกใจกลัวยิ่งนักคิดจะหนีก็ไม่ทัน ทหารซ้องกั๋งตรงเข้าฟันผู้รักษาเนินกับบุตรตาย ยือเอียนขีเห็นดังนั้นก็พาไพร่พลจะหนีออกทางประตูปังหมึง ทหารซ้องกั๋งก็เอาเกาทัณฑ์ยงถูกยือเอียนขีตาย ไพร่พลก็เข้าสามิภักดิ์กับซ้องกั๋งสิ้น ครั้นเวลาเช้าโงวหยงก็ยกกองทัพเข้าเนินได้ให้ทหารช่วยดับไฟ แล้วเอาเงินทองเสบียงอาหารในคลังออกออกแจกราษฎรที่ถูกไฟไหม้ได้ความเดือดร้อนนั้นทั่วกันทั้งเนิน เกลี้ยกล่อมให้ทำมาหากินเป็นปกติแล้วก็พักกองทัพอยู่บนเนินไซจือเนี้ยหลายวัน ฮ่อลักบุตรฮ่อเอียนเทียกับซึงเอียนเส็งออกหนีจากเนินรีบไปถึงเมืองเตงพวนจิว แจ้งความกับผู้รักษาเนินว่าบัดนี้กองทัพแผ่นดินซ้องยกมาตีเนินไซจือเนี้ยเหลือกำลังที่จะสู้รบได้ บิดาข้าพเจ้าให้มาขอกองทัพท่านยกไปช่วยโดยเร็ว

ขณะนั้นพอม้าใช้มาแจ้งความเนินไซจือเนี้ยแตกแล้วและผู้รักษาเนินกับทหารและไพร่พลล้มตายเป็นอันมาก ฮ่อลักแจ้งความว่าบิดาตายก็ร้องไห้

ฝ่ายเฮียเสียงผู้รักษาเมืองเลงพวนจิวได้ฟังฮ่อลักและม้าใช้มาบอกดังนั้นก็โกรธ คิดจะแก้แค้นแทนก๊กกู๋น้องภรรยาซันโฮ้วผู้เป็นเจ้านาย จึงสั่งให้อือเถียกับทหารห้านายคุมไพร่พลสองหมื่นห้าพันเป็นกองหน้า ให้เฮียกังบุตรชายและฮ่อลัก ซึงเอียนเส็งคุมทหารหกนายกับพลสองหมื่นห้าพันเป็นกองหนุนยกออกจากเมืองมาถึงตำบลฮุยตี๋เจ๊ ม้าใช้ก็รีบมาแจ้งกับอือเถียนายทหารกองหน้าว่ากองทัพซ้องกั๋งมาสกัดต้นทางไว้ อือเถียได้ฟังก็ตั้งค่ายมั่นลง พอเฮียกังกองหนุนยกมาเข้าสมทบกัน อือเถียก็คุมทหารและไพร่พลตรงมาร้องท้าทายให้ออกรบ

ฝ่ายลูตีซิมกับนายทหารยกมาตั้งสกัดอยู่ต้นทางข้างทิศเหนือ ครั้นแจ้งว่าหักได้เนินไซจือเนี้ยแล้วก็จะยกกลับ พอทหารเมืองเลงพวนจิวยกมาท้ารบ ลูตีซิมก็คุมทหารออกจากค่ายขับม้าตรงเข้ารบอือเถียได้ห้าสิบเพลงยังไม่แพ้ชนะกัน เอียหลิมตรงเข้าช่วยลูตีซิมรบ เฮียกังก็ขับรบสกัดเอียหลิมไว้ สี่นายสู้รบกันเป็นสามารถเอาชัยชนะกันไม่ได้ พอเวลาเย็นต่างคนก็ล่ากองทัพกลับเข้าค่าย

ฝ่ายลูตีซิมกลับมาถึงจึงพูดว่า เราคิดจะยกไปปล้นค่ายข้าศึก ซึงลิบห้ามว่าเวลาวันนี้ยกออกรบยังไม่แพ้ชนะกัน ซึ่งจะไปปล้นค่ายนั้นไม่ควร ต่อพรุ่งนี้เช้ายกออกสู้รบอีกดูว่าข้าศึกจะทำประการใด ลูตีซิมก็ไม่ฟังคุมทหารและไพร่พลตรงมาข้ามบ่อตำบลฮุยตี๋แจ๊ไปยังค่ายข้าศึกดึกประมาณสามยาม เห็นเงียบสงัดก็จะเข้าหักค่าย

ฝ่ายเฮียกังกับอือเถียครั้นยกกองทัพกลับมาแล้วจึงปรึกษากันว่าพวกกองทัพซ้องกั๋งฝีมือเข้มแข็งนัก วันนี้เอาชัยชนะไม่ได้เวลาค่ำคงจะยกมาปล้นค่ายเราเป็นแน่ ปรึกษากันแล้วก็ยกกองทัพออกจากค่ายแยกกันซุ่มอยู่ทั้งสี่ทิศ ครั้นเวลาดึกเห็นกองทัพซ้องกั๋งยกมาจะปล้นค่ายก็ขับไพร่พลเข้าล้อมไว้ทั้งสี่ด้าน ลูตีซิมหักเข้าไปในค่าย ไม่เห็นมีทหารและไพร่พลก็แจ้งว่าถูกอุบายหันหน้ามาบอกให้กองทัพถอยกลับ พวกข้าศึกรุกกระชั้นเข้ามาซึงลิบกองหลังหักออกจากที่ล้อมหนีไปได้ ครั้นจะเข้าช่วยกองหน้าก็เหลือกำลังจึงพากันหนีไปทางทิศตะวันตก จูตง ลุยเหงกับทหารเหล่านั้นหันหลังเข้าหากันหักออกได้หนีกลับไปสิ้น ลูตีซิมสู้รบกับทหารเมืองเลงพวนจิวสู้พลางล่าถอยไปข้างทิศเหนือเวลาก็ดึกเดือนมืดไม่เห็นทาง ลูตีซิมพลัดตกลงไปในเหว เหวนั้นกว้างใหญ่ลึกหลายสิบวาเรียกว่าเหวฮุยตี๋แจ๊ เมื่อลูตีซิมตกเหวนั้นไม่มีผู้ใดรู้ พวกทหารซ้องกั๋งแตกหนีไปถึงค่ายจึงเล่าความซึ่งถูกอุบายให้เอียหลิมฟัง เอียหลิมก็ตกใจตรวจดูทหารหายไปหลายนายกับไพร่พลเป็นอันมากก็จะยกกลับไปแจ้งแก่ โงวหยง พอจูตง ลุยเหงกับทหารเหล่านั้นมาถึงพร้อมกันยังขาดอยู่แต่ลูตีซิมผู้เดียว นายทหารทั้งปวงไม่แจ้งว่าเป็นตายประการใดก็มีความวิตกนัก ยกกองทัพกลับมาเนินไซจือเนี้ยแจ้งความซึ่งยกไปปล้นค่ายให้โงวหยงฟังทุกประการ โงวหยงได้ฟังก็นั่งเป็นทุกข์อยู่

เคียวเตาเช็งจึงจับยามดูรู้แจ้งจึงบอกแก่โงวหยงว่า ลูตีซิมนั้นเคราะห์ร้ายไปตกอยู่ในเหว ถ้าสิ้นเคราะห์แล้วจึงจะขึ้นได้ไม่เป็นอันตรายดอกท่านอย่าวิตกเลย จงใช้ผู้ใดไปแจ้งกับท่านแม่ทัพใหญ่ให้ทราบเชิญมาที่นี่จะได้คิดอ่านต่อไป โงวหยงได้ฟังก็เห็นชอบจึงสั่งให้ไตจงรีบไปเขาเจียะเอียซัว แจ้งความซึ่งหักเนินไซจือเนี้ยได้ให้ซ้องกั๋งทราบทุกประการ ซ้องกั๋งได้แจ้งว่าลูตีซิมหายไปมีความวิตกยิ่งนัก จึงให้ซือจิน เล่าตง ข่งเม่ง ขงเหลียงยกไปตามลูตีซิมข้างทิศตะวันออก ให้เจียสิว ชัวฮก ชัวเข่ง ไปตามทิศตะวันตก ให้ลีขุย แป๊ะสิน แต้เทียนสิวไปตามทิศเหนือ แล้วให้สมทบกันที่เนินไซจือเนี้ย นายทหารทั้งปวงก็แยกกันไปตามคำสั่ง ซ้องกั๋งจัดนายทหารและทหารอยู่รักษาเขาเจียะเอียซัวให้มั่นคง แล้วก็ยกกองทัพมาถึงเนินไซจือเนี้ย โงวหยงกับทหารทั้งปวงก็ออกรับเชิญซ้องกั๋งเข้าไปในค่าย ถามนายทหารเหล่านั้นว่า ผู้ใดไปตามลูตีซิมบ้าง โงวหยงบอกว่าให้ทหารไปเที่ยวตามแล้วยังไม่ได้ข่าว

ซ้องกั๋งได้ฟังก็ยิ่งวิตกเป็นทุกข์อยู่จนเวลากลางคืนดึกประมาณสองยามเศษนอน หลับไปฝันเห็นว่ามีผู้หนึ่งมาบอกว่าไต้ตี๋เทพยดาให้ข้าพเจ้ามาเชิญท่านแซ่จูไปสนทนากัน แซ่จูนั้นแปลว่านายดาว ซ้องกั๋งจึงตอบว่าท่านไต้ตี๋อยู่ที่ไหน ผู้นั้นบอกว่าข้าพเจ้าจะพาท่านไป ซ้องกั๋งก็ออกจากค่ายเดินมาเห็นเก๋งใหญ่งดงามยิ่งนัก ครั้นเดินพ้นประตูเข้าไปเห็นไต้ตี๋เทพยดานั่งบนแท่น ศิษย์ก็ยืนเรียงอยู่สองข้าง ซ้องกั๋งก็คุกเข่าคำนับอยู่ตรงหน้า ไต้ตี๋ให้ศิษย์พยุงซ้องกั๋งขึ้นนั่งบนเก้าอี้แล้วถามว่า ท่านแซ่จูยกกองทัพมาปราบปรามฮ่อปักทิศเหนือเป็นประการใดบ้าง ซ้องกั๋งแจ้งความให้ฟังแล้วว่า บัดนี้ลูตีซิมผู้น้องหายไปจะเป็นตายประการใดไม่แจ้ง ไต้ตี๋จึงบอกว่าลูตีซิมน้องท่านตกอยู่ในเหวฮุยตี๋แจ๊ เหวนั้นเป็นที่บุนซัวแซกุนมาพักอยู่ประมาณร้อยปีเศษ ลูตีซิมเคราะห์ร้ายตกลงไปในนั้นก็ได้บุนซัวแซกุนผู้เฒ่าช่วยอุปถัมภ์ ถ้าสิ้นเคราะห์ก็จะขึ้นได้ ซ้องกั๋งถามว่าข้าพเจ้ายกกองทัพมาครั้งนี้ทหารเมืองฮ่อปักเข้าอ่อนน้อมหลายนายสืบไปจะเป็นประการใดบ้าง ไต้ตี๋หัวเราะแล้วบอกว่าท่านไปจากเราคงสมความปรารถนาหรอก

ฝ่ายฮ่อปักแต่ภายหน้าจะต้องไปปราบฮ่วยไซทิศตะวันตกอีก ซึ่งจะยกไปปราบปรามฮ่วยไซนั้นยากนัก ฟ้าและดินจึงจัดให้ท่านเหล่านี้มาช่วยด้วย นายทหารนั้นก็ดาวบนฟ้าจุติมาเหมือนกัน เคียวเตาเช็งนั้นคือกิมถงแช ซึงอานคือเล่งอ๋องพญานาครักษาแม่น้ำฮ่วยไซทิศตะวันตก นางเก็งเอ็งกุนจู๊นั้นคือดาวลักกาแช ถ้าแม้นไม่ได้นายทหารทั้งสามนี้ทิศตะวันตกไม่สำเร็จ แต่ความเรื่องนี้ท่านอย่าบอกให้ผู้ใด เชิญท่านแซ่จูกลับไปเถิด จะให้ศิษย์ไปส่ง ซ้องกั๋งได้ทราบก็คุกเข่าคำนับลา ศิษย์ก็พามาถึงค่าย ซ้องกั๋งตกใจตื่นพอสว่างก็เล่าให้โงวหยงฟัง โงวหยงตอบว่าท่านเป็นคนสัตย์ซื่อสุจริต เทพยดาทั้งปวงจึงดลใจให้นิมิตฝันการนี้แน่นัก ท่านจงใช้ให้ผู้ใดไปตามลูตีซิมที่เหวฮุยตี๋แจ๊ก็คงจะพบ ซ้องกั๋งตอบว่าคอยท่าพวกที่ไปตามสามกองกลับมาแล้วจึงค่อยคิดการต่อไปเถิด

ฝ่ายลูตีซิมตกลงไปในเหวก็ไม่เจ็บป่วยเที่ยวหาทางจะขึ้นก็ไม่ได้ เหลียวไปเห็นปากถ้ำมีผู้เฒ่าเดินออกมาผู้หนึ่งผมขาวหนวดยาว ถามลูตีซิมว่าเหตุใดท่านอาจารย์มาอยู่ที่นี้เชิญไปกินน้ำชาที่บ้านเราด้วยกัน ลูตีซิมได้ฟังคิดว่าคงมีบ้านเรือนผู้คนมาก จึงตอบว่าขอบใจท่านนักหนาก็เดินตามผู้เฒ่ามาถึงบ้าน ผู้เฒ่าจัดที่ให้นั่งคำนับกันตามธรรมเนียม แล้วลูตีซิมก็แจ้งความว่าข้าพเจ้าหลงทางมาไม่รู้ว่าเราจะกลับไปทางไหน ผู้เฒ่าจึงตอบว่าท่านนี้เคราะห์ร้ายยังกลับไปไม่ได้ จงอยู่ด้วยกันที่นี่ก่อน สิ้นเคราะห์แล้วจึงค่อยไป พูดดังนั้นก็จัดที่ให้อยู่เลี้ยงดูลูตีซิมมาหลายวัน

อยู่มาเวลาวันหนึ่งผู้เฒ่าจึงบอกแก่ลูตีซิมว่า ท่านสิ้นเคราะห์แล้วจะมีผู้มาติดตาม บอกดังนั้นผู้เฒ่าก็หายไปกลายเป็นลมพายุพัดมาบ้านเรือนนั้นสูญหายไปสิ้น ลูตีซิมเห็นบ้านเรือนหายก็ตกใจจึงเที่ยวเดินหาทางขึ้นเห็นแผ่นศิลาก็นั่งพักอยู่

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ