๑๐๗

ฝ่ายลี้จุนนั่งปรึกษาราชการอยู่กับทหาร ครั้นเวลาค่ำก็สั่งให้เตรียมการไว้ป้องกันอันตรายต่างๆ และผลัดเปลี่ยนกันหลับนอน ครั้นดึกประมาณสามยามเศษพากันหลับเสียสิ้น ฮันค้ายกองหน้ายกตรงมาถึงเห็นทหารแผ่นดินซ้องหลับสนิท ฮันค้ายก็คุมไพร่พลเอาเชื้อเพลิงจุดเรือค่ายระดมยิงเกาทัณฑ์ไฟเข้าไปที่เรือดังห่าฝน เสียงกลองและม้าล่ออื้ออึง ลี้จุนกับทหารทั้งปวงตกใจตื่นฉวยอาวุธตรงมาที่ศีรษะเรือเห็นไฟติดขึ้น ลี้จุนร้องว่าเวลาค่ำวันนี้ถูกอุบายของข้าศึกแล้ว จงช่วยกันให้เข้มแข็งเถิด ก็กรูกันเข้าสู้รบมิได้คิดแก่ชีวิต บ้างก็ดับไฟไม่ให้ติดลุกลามต่อไป ลี้จุนตรงเข้ารบกับฮันค้ายเป็นสามารถ งุ่ยเจียวติดกองหลังก็เร่งเรือหนุนเข้ามา เอียบเช็งเข้ารบกันงุ่ยเจียวติดได้สามเพลง งุ่ยเจียวติดเอาเกาทัณฑ์ยิงถูกบ่าเอียบเช็งเจ็บป่วยยิ่งนัก ทหารก็เข้าพยุงพาเอียบเช็งถอยเรือหนีไป อวนเซียวยี อวนเซียวเหงา อวนเซียวชิด เม่งคง โฮวเกียนก็ยกหนุนเข้ามาสู้รบกันเป็นอลหม่าน ฮันค้ายทหารเมืองอวดกังเห็นทหารซ้องกั๋งหนุนมามากกลัวจะเสียทีก็สั่งให้หันศีรษะเรือตามน้ำล่าถอยเข้าเมือง งุ่ยเจียวติดก็ยกตามเข้ามา ลี้จุนกับทหารทั้งปวงเห็นว่ายังไม่สว่างดี ก็ไม่ยกตามไปชวนกันพักอยู่จนสว่าง จึงให้ตรวจดูสิ่งของและทหารเห็นไฟไหม้เรือรบเล็กเสียเจ็ดสิบลำ ทหารถูกเกาทัณฑ์ตายเป็นอันมาก เอียบเช็งถูกเกาทัณฑ์ชักไม่ออกเจ็บเหลือทนขาดใจตาย นายทหารนอกจากนั้นไม่เป็นอันตราย แต่เอียนเช็งนั้นหายไปไม่แจ้งว่าจะเป็นอย่างไรก็พากันวิตกยิ่งนัก

กงซือหลงพูดว่า เอียนเช็งเป็นคนฉลาดทำการสิ่งใดไม่พลั้งพลาด เห็นจะไม่เป็นอันตราย หรือว่าเมื่อขณะสู้รบกำลังชุลมุน เอียนเช็งติดไปในเรือข้าศึกดอกกระมัง ต้องจัดให้ไปเที่ยวฟังข่าวดูก็คงจะรู้แน่ ลี้จุนได้ฟังจึงให้ทหารเที่ยวสืบดูก็ยังไม่ได้ความจึงให้ทหารลงเรือรบไปแจ้งแก่ซ้องกั๋ง

ฝ่ายเอียนเช็งเมื่อข้าศึกยกมาปล้นค่ายกำลังสู้รบกัน เอียนเช็งเห็นได้ทีก็ฆ่าไพร่พลตายนายหนึ่งแล้วถอดเอาเสื้อเข้าสวมใส่ปลอมตัวลงไปอยู่ในเรืองุ่ยเจียวติด ครั้นงุ่ยเจียวติดยกกองทัพกลับเข้าเมืองเอียนเช็งก็ปลอมเป็นพวกไพร่พลเข้าไปอยู่ในเมืองข้างประตูปักหมึงคอยดูท่วงทีจะคิดหักเอาเมืองอวดกังเสียอยู่ทุกเวลา

ฝ่ายซึงอานกับทหารยกไปช่วยกองทัพเรือ ณ เมืองอวดกังเสียปากน้ำอวดกัง เดินกองทัพข้ามเนินเจียะไซเนียไปถึงปากทางเขาตังชัวก็พักกองทัพหยุดอยู่ ซึงอาน ปกซิ่น อานยิ่นมุ้ย งักชวนตง เฮียเสียง ลี้เช็งจึงปรึกษากันว่าเราเดินกองทัพมาประมาณครึ่งเดือนเศษก็ยังไม่ถึงปากน้ำอวดกัง ข้างหน้านั้นยังมีด่านเนินแปะงูเนี้ยอยู่จะคิดอ่านประการใดดีจึงจะข้ามเนินไปได้

เฮียเสียงพูดว่าซึ่งด่านเนินแปะงูเนี้ยนี้เข้มแข็งนัก โดยจะหักเอาโดยฝีมือและกำลังเห็นจะไม่ได้การ ต้องคิดอุบายจัดทหารแยกเป็นสามกอง ให้ไปซุ่มอยู่ริมเนินสองข้างซ้ายขวาข้างละกอง กองหนึ่งยกไปรบล่อมาแล้วจุดประทัดสัญญาขึ้น กองซุ่มทั้งสองยกเข้าหักเนินก็คงเอาชัยชนะได้ ซึงอานได้ฟังก็เห็นด้วยจึงตอบว่าอุบายนี้ดีนักหาที่เปรียบมิได้ พูดดังนั้นก็ให้อานยิ่มมุ้ยกับงักชวนตงคุมทหารไปซุ่มอยู่ใกล้ด่านสองข้างซ้ายขวาแล้ว ซึงอานก็คุมทหารมายังหน้าด่านเนินแปะงูเนี้ยร้องท้าทายให้ออกรบ

ฝ่ายลี้หยงผู้รักษาเนินแปะงูเนี้ยเป็นหลานของซินอ๋องมีทหารสองนายชื่อปิดเซียนกับเจียวเซ่งฝีมือเข้มแข็งคุมไพร่พลหมื่นหนึ่งตั้งรักษาเนินแปะงูเนี้ย เวลาวันนั้นลี้หยงออกว่าราชการไพร่พลเข้าไปแจ้งว่าซึงอานยกกองทัพเรือมาท้ารบ ลี้หยงได้ฟังจึงปรึกษากับนายทหารทั้งสองว่าเมื่อก่อนหน้าสองสามวันนี้ อองเข่งซึ่งเป็นที่ซินอ๋องเจ้าของเรามีหนังสือมาให้พวกเราอุตส่าห์ระวังรักษาหน้าที่เชิงเทินให้มั่นคง บัดนี้กองทัพพวกซ้องกั๋งยกล่วงเขตแดนเข้ามาจะคิดต้านทานอย่างไรดี

ปิดเซียนนายทหารจึงตอบว่า กองทัพพวกซ้องกั๋งยกล่วงเข้ามาจนถึงด่านชายเนินแล้ว ข้าพเจ้ากับท่านยกออกไปฆ่าเสียให้สิ้น ลี้หยงได้ฟังก็เห็นชอบสั่งให้ไพร่พลเตรียมเครื่องศัสตราวุธพร้อม ให้เจียวเส็งอยู่รักษาด่านเนินแปะงูเนี้ยแล้ว ลี้หยงกับปิดเซียนคุมไพร่พลห้าพันออกจากด่านมา ซึงอานเห็นก็ยินดีจึงตั้งเป็นกระบวนคอยรับ สองทัพเข้าปะทะกันปิดเซียนก็ขับม้าตรงมาเอาทวนแทง ซึงอานเอากระบี่รับรบกันได้สิบเพลง ซึงอานแกล้งขับม้าพาทหารถอยหนี ลี้หยงกับปิดเซียนไม่รู้ทีก็คุมไพร่พลรุกไล่ตามไปประมาณทางได้สิบลี้ ซึงอานให้จุดประทัดสัญญาขึ้น กองซุ่มทั้งสองข้างได้ยินเสียงประทัดก็กรูกันหักเข้าด่านได้ งักชวนตงเอาไฟจุดติดด่านขึ้นแล้วไล่ฆ่าฟันไพร่พลในด่านอยู่สับสน ปิดเซียนกองหน้าลี้หยงกองหนุนรุกไล่ทหารซ้องกั๋งไปได้ยินเสียงประทัด พอม้าใช้มาแจ้งว่าทหารซ้องกั๋งหักเข้าด่านได้ ลี้หยงได้ฟังก็เสียใจยกกองทัพกลับ ซึงอานเห็นไฟติดในด่านข้าศึกก็พากันกลับ จึงยกทัพหวนไล่ขนาบมาทัน ซึงอานฆ่าปิดเซียนตาย ลี้หยงเห็นว่าเสียทีก็หนีเข้าป่าไป อานยิ่มมุ้ยไล่ตามทันเอาทวนแทงถูกลี้หยงตกม้าตาย ซึงอานก็ยกกองทัพตรงมาด่านพักทหารอยู่ งักชวนตงจับตัวเจียวเส็งได้เอามามอบให้ซึงอาน ๆ ก็สั่งให้เอาตัวเจียวเส็งไปตัดศีรษะเสียบประจานไว้หน้าด่าน แล้วก็ยกกองทัพเข้าสมทบกันทั้งสามกองตรวจดูทหารไม่เห็นลี้เซ็งกับทหารหลายสิบ ซึงอานจึงถามนายทหารว่าลี้เซ็งหายไปไหน ทหารบอกว่าข้าศึกฟันตายเสียแล้ว ซึงอานแจ้งความก็ร้องไห้แล้วให้ทหารไปเอาศพลี้เซ็งมาใส่หีบจัดการศพตามยศขุนนางนายทหารฝังไว้แล้วก็ยกกองทัพเข้าพักอยู่ในด่านเนินแปะงูเนี้ยสามเวลา รุ่งขึ้นเช้าซึงอานก็นำกองทัพออกจากเนินยกตรงไปแม่น้ำเกาอวนหอ ใกล้จะถึงจึงพักทหารตั้งค่ายมั่นอยู่เชิงเขาโกวซัว แล้วให้ปกซิมคุมทหารพันหนึ่งไปสืบดูรู้ความแล้วกลับมาแจ้งกับซึงอานว่า ตั้งแต่แม่น้ำเกาอวนหอไปประมาณทางเก้าสิบลี้ ข้าศึกยกทัพเรือมาตั้งเรียงรายตลอดไปทั้งแม่น้ำแล้วตั้งค่ายอยู่บนฝั่งเข้มแข็ง ตัดเอาไม้แก่นมาทำค่ายมั่นคง หลังค่ายมีความสูงแทบเท่าภูเขาแล้วก็จัดไพร่พลให้ตรวจระวังทุกเวลา ซึงอานได้ฟังจึงถามนายทหารทั้งปวงว่าผู้ใดจะคิดประการใด เฮียเสียงจึงตอบว่า ข้าศึกรู้ว่าเรายกกองทัพใหญ่มาก็ต้องตั้งรักษาให้มั่นคงตามธรรมเนียมบ้านเมือง เราจงเตรียมกองทัพยกเข้าหักค่ายบนบกก่อน ถ้าสมความปรารถนาทัพเรือไม่ต้องตีคงแตกอยู่เอง ซึงอานได้ฟังก็เห็นชอบด้วย ครั้นรุ่งขึ้นเช้าก็จัดกองทัพเป็นกระบวนยกแยกมายังด่านแม่น้ำเกาอวนหอ

ฝ่ายบุ้นยินซีฉองผู้รักษาแม่น้ำเกาอวนหอเป็นเทือกเถาชาวเรือหาเลี้ยงชีวิตสืบมา บุ้นยินซีฉองฝีมือเข้มแข็งใช้อาวุธเกาทัณฑ์หนักแปดสิบชั่งกับทวนยาวอันหนึ่งสำหรับมือ เดิมทีได้สาบานเป็นพี่น้องกับอองเข่ง ๆ ตั้งให้เป็นที่โตวก้ำขุนนางนายทหารอยู่รักษาแม่น้ำเกาอวนหอ บุ้นยินซีฉองมีทหารอยู่สองนายแซ่เล่า ชื่อเฮ็กโซผู้หนึ่ง แซ่โจ๊ว ชื่อคิว นายทหารทั้งสองนี้เป็นคนชาวตำบลเซียงตังแม่น้ำเซ็งหอในแขวงเมืองฮ่วยไซมีฝีมือเข้มแข็งคุมไพร่พลรักษาแม่น้ำอยู่

เวลาวันนั้นบุ้นยินซีฉองออกว่าราชการขุนนางนายทหารพร้อม แจ้งว่ากองทัพซ้องกั๋งยกมาใกล้จะถึงแม่น้ำเกาอวนหอ จึงพูดกับนายทหารว่ากองทัพพวกซ้องกั๋งยกมาถีงแม่น้ำเกาอวนหอปรารถนาจะไปตีเอาเมืองซินจิวให้ได้ ซึ่งตำบลแม่นํ้าเกาอวนหอนี้ก็เป็นที่สำคัญด้วยเป็นต้นทางเมืองซินจิว ถ้ากองทัพซ้องกั๋งข้ามแม่นํ้าไปได้เมืองซินจิวก็คงเป็นอันตรายจะต้องรักษาปากนํ้าไว้ให้มั่นคง

พูดไม่ทันขาดคำ พอม้าใช้เข้ามาแจ้งความว่ากองทัพแผ่นดินซ้องยกมาถึงแล้ว บัดนี้ร้องท้าทายให้ออกรบ บุ้นยินซีฉองได้ฟังก็โกรธแต่งตัวขึ้นม้าคุมไพร่พลออกจากค่ายมาตั้งเป็นกระบวนรบ สองทัพเข้าปะทะกัน อานยิ่มมุ้ยจึงเข้าต่อสู้กับบุ้นยินซีฉองได้หลายเพลง บุ้นยินซีฉองแกล้งทำแพ้ชักม้าหนี อานยิ่มมุ้ยไม่รู้ทีก็รุกไล่ไป บุ้นยินซีฉองเห็นได้ทีก็ขึ้นเกาทัณฑ์เหนียวน้าวยิงมาถูกหน้าอานยิ่มมุ้ยพลัดตกจากม้าลง ซึงอานเห็นก็ตรงมาช่วยอานยิ่มมุ้ยไปได้ เล่าเฮ็กโฮ้วกับโจ๊วคิวทหารสองนายก็รบขนาบเข้ามา ซึงอานเห็นเหลือที่จะต้านทานก็ล่าถอยกองทัพไป บุ้นยินซีฉองได้ชัยชนะก็ยกกองทัพกลับเข้าค่าย

ฝ่ายซึงอานถอยหนีไปประมาณทางห้าสิบลี้ตั้งค่ายมั่นลงไว้ อานยิ่มมุ้ยถูกเกาทัณฑ์พิษกำเริบขึ้นก็ขาดใจตาย ซึงอานว่าเวลานี้เสียทหารเอกผู้หนึ่งเราเสียดายนัก จะคิดอุบายประการใดจึงจะเอาชัยชนะข้าศึกได้ เฮียเสียงจึงว่าที่ตำบลแม่นํ้าเกาอวนหอนั้น พวกเราไม่มีผู้ใดรู้ว่าทำเลที่ทางจะเป็นอย่างไรบ้าง ต้องสืบสวนที่ตำบลนี้ให้รู้ท่าทางก่อนก็คงเอาชัยชนะได้ ซึงอานก็เห็นชอบจึงให้เฮียเสียงไปเที่ยวสืบ พบผู้เฒ่าคนหนึ่งชำนิชำนาญในการศึกก็พามาค่าย

ซึงอานจึงพูดแก่ผู้เฒ่าว่าท่านแซ่ไรชื่อใดได้เมตตาช่วยชี้แจงหนทางให้ข้าพเจ้าด้วย ผู้เฒ่าบอกว่าข้าพเจ้าแซ่ผังชื่อกิด ซึ่งท่านจะทำศึกกับอองเข่งข้าพเจ้าจะชี้แจงให้ ตั้งแต่นี้ไปถึงศาลเจ้าเกาอวนหอควรจะซุ่มกองทัพไว้ข้างหลังศาลเจ้านั้นก็ค่ายฮ่วยไซตลอดไปถึงเมืองซินจิว ท่านจัดทหารอีกกองหนึ่งไปตั้งอยู่ที่ศาลเจ้าเล่งอ๋องเปียว อย่าให้กองทัพเรือในแม่น้ำขึ้นไปช่วยได้แล้วยกเข้าหักค่ายก็คงสมความปรารถนา ซึงอานแจ้งความก็ยินดีเอาเงินสิบตำลึงรางวัลให้ ผู้เฒ่ารับเงินคำนับลาไป

เฮียเสียงจึงพูดกับซึงอานว่าข้าศึกมีชัยชนะไปครั้งนี้คงมีใจกำเริบ เราให้ทหารเที่ยวพูดว่าขาดเสบียงจะถอยกองทัพไปตั้งมั่นหาเสบียงอาหารก่อน ถ้าข้าศึกแจ้งความก็คงยกกองทัพตามไปปล้นค่ายในเวลาค่ำวันนี้เราจึงจัดทหารแยกกันไปซุ่มอยู่ตามคำผู้เฒ่าบอก ถ้าข้าศึกยกมาปล้นค่ายจะได้ออกต้านทานไว้แล้วยกตีกระหนาบเข้าไปก็คงสมความปรารถนา

ซึงอานเห็นชอบด้วยก็สั่งทหารให้ยกกองทัพถอยไปประมาณทางได้ห้าสิบลี้ตั้งค่ายมั่นลงไว้ แล้วจึงให้งักชวนตงคุมทหารไปซุ่มอยู่ที่ศาลเจ้าเล่งอ๋องเปียวกองหนึ่ง ถ้าได้ยินเสียงประทัดก็ให้ยกออกสกัดกองทัพเรือข้าศึกไว้ ให้ปกซิ่นคุมทหารเตรียมเชื้อเพลิงไปซุ่มอยู่ริมค่ายกองหนึ่ง ถ้าเห็นข้าศึกยกมาข้างนี้ก็ให้เข้าตีค่ายข้าศึกเอาเชื้อเพลิงจุดให้ลุกรุ่งโรจน์ขึ้นเป็นสำคัญ นายทหารทั้งสองก็ยกแยกกันไปซุ่มอยู่ตามสั่ง ซึงอานก็ให้เอาแพะมาผูกติดลูกกระพรวนไว้ในค่ายทำเป็นอุบายเหมือนมีผู้คุม พอเวลาค่ำก็ยกกองทัพออกจากค่ายแยกย้ายกันมาซุ่มอยู่ทั้งสี่ด้านคอยฟังเสียงประทัดเป็นสัญญา

ฝ่ายบุ้นยินซีฉองได้ชัยชนะก็กลับเข้าค่ายใช้ให้ไพร่พลมาสอดแนมดู ได้ข่าวว่ากองทัพซ้องกั๋งขัดสนเสบียงอาหารถอยกองทัพห่างออกไปอีกห้าสิบลี้ เล่าเฮ็กโฮ้วสำคัญว่าจริง จึงแจ้งกับบุ้นยินซีฉองว่ากองทัพซ้องกั๋งไม่มีเสบียงอาหารถอยกองทัพห่างออกไปทหารเห็นจะอดอยากไม่บริบูรณ์ เวลาค่ำวันนี้ยกไปปล้นค่ายซ้ำเติมเอาก็คงสมความคิด บุ้นยินซีฉองก็เห็นชอบจึงให้โจ๊วคิวอยู่รักษาค่าย บุ้นยินซีฉองกับเล่าเฮ็กโฮ้วยกกองทัพตรงมาในเวลากลางคืนถึงค่ายกองทัพซ้องกั๋งดึกประมาณสามยามได้ยินเสียงลูกกระพรวนในค่ายดังก็สำคัญว่าทหารหลับหมด บุ้นยินซีฉองกับเล่าเฮ็กโฮ้วเร่งขับทหารเข้าไปก็เห็นแต่ค่ายเปล่าก็ตกใจหันม้ากลับ ซึงอานเห็นดังนั้นจึงจุดประทัดสัญญาขึ้น กองซุ่มทั้งสี่ทิศก็กรูกันไล่ฆ่าฟันตะลุมบอน บุ้นยินซีฉองร้องสั่งเล่าเฮ็กโฮ้วให้หักตรงไปค่ายตัวเราจะหักไปแม่น้ำเกาอวนหอบอกให้กองทัพเรือยกมาช่วย บอกดังนั้นแล้วสองนายก็ช่วยกันหักออกมา

ฝ่ายปกซิ่นคุมทหารไปซุ่มอยู่ใกล้ค่ายข้าศึกเห็นได้ทีก็ร้องบอกพวกในค่ายว่า กองทัพซ้องกั๋งแตกหนีไปแล้ว จงเปิดประตูค่ายยกออกช่วยกันเถิด โจ๊วคิวได้ฟังมิได้สงสัย สั่งให้ไพร่พลจุดไฟเปิดประตูออก ปกซิ่นพบกับโจ๊วคิวได้สู้รบกันเป็นสามารถ ปกซิ่นเอาทวนแทงถูกโจ๊วคิวตกม้าตาย ทหารซ้องกั๋งเข้าค่ายได้ก็เอาไฟจุด บุ้นยินซีฉองหักออกจากที่ล้อมได้จะตรงไปแม่น้ำเกาอวนหอ ครั้นมาถึงศาลเจ้าเล่งอ๋องเปียวพบงักชวนตงตั้งสกัดอยู่ก็ร้องตวาดว่าโจรร้ายจะหนีไปข้างไหน จงลงจากม้าสามิภักดิ์แต่โดยดีจึงจะพ้นความตาย บุ้นยินซีฉองตกใจขับม้าหนี งักชวนตงไล่ทันเอาง้าวฟันถูกบุ้นยินซีฉองตกม้าตาย เล่าเฮ็กโฮ้วหักออกจากที่ล้อมได้ขับม้าตรงไปค่ายเห็นไฟติดทั่วทั้งสี่ทิศก็ตกใจชักม้ากลับ พอซึงอานรุกไล่มาทัน เอาทวนแทงถูกชายโครงเล่าเฮ็กโฮ้วตกม้าตาย แล้วไล่ฆ่าฟันไพร่พลเมืองฮ่วยไซล้มตายลงเป็นอันมาก กองทัพทั้งสามก็เข้าสมทบกันตรงมาศาลเจ้าเล่งอ๋องเปียวริมแม่น้ำเกาอวนหอ

ฝ่ายพวกไพร่พลในเรือที่ตั้งรักษาแม่น้ำแจ้งว่าค่ายบนฝั่งแตก นายทหารทั้งสามตายเสียไพร่พลเป็นอันมากก็ตกใจไม่อาจคิดสู้รบ เห็นกองทัพพวกซ้องกั๋งยกมาพากันทิ้งเรือเสียโดดน้ำหนีไปสิ้น ซึงอานเก็บได้เรือรบเป็นอันมากก็มีความยินดีนัก จึงให้ม้าใช้รีบไปแจ้งแก่ซ้องกั๋งแม่ทัพใหญ่แล้วให้ทหารยกไปช่วยลี้จุนทัพเรือที่ปากน้ำอวดกัง ซึงอานก็ตั้งค่ายมั่นอยู่ริมศาลเจ้าเล่งอ๋องเปียวจึงจัดโต๊ะและสุราเลี้ยงพวกพ้องเป็นที่รื่นเริงสบาย เอาทรัพย์สิ่งของออกแจกจ่ายทหารได้ทั่วกันทั้งสิ้น

เวลาคืนวันหนึ่งซึงอานนั่งตรึกตรองการที่จะตีเอาแขวงเมืองฮ่วยไซอยู่ในค่าย ดึกสามยามเศษก็หลับไปฝันเห็นว่าทหารผู้หนึ่งรูปร่างชอบกลเดินตรงเจ้ามาคำนับซึงอานแล้วแจ้งว่าเจ้าหน้าที่รักษาแม่นํ้าเกาอวนหอใช้ให้ข้าพเจ้ามาเชิญท่านไปหาสักหน่อย ซึงอานถามทหารผู้นั้นว่าซินจู๊คือเจ้าในแม่น้ำเกาอวนหออยู่ที่ไหน ทหารผู้นั้นตอบว่าท่านอยู่ข้างหน้าเชิญไปเถิด บอกดังนั้นก็นำซึงอานออกจากค่ายเดินตรงมายังศาลเจ้า เห็นป้ายยี่ห้อบนประตูเรียกว่าเล่งอ๋องเปียวเจ้าผู้รักษาแม่น้ำเกาอวนหอ ซึงอานเห็นดังนั้นก็เข้าไปในศาลเห็นเจ้าใส่เสื้อเกราะทองงดงามนั่งอยู่บนแท่น มีทหารยืนเรียงรายอยู่สองข้างซ้ายขวา ซึงอานคุกเข่าคำนับอยู่ตรงหน้า เจ้าเล่งอ๋องก็ลุกจากแท่นมาพยุงซึงอานขึ้นต้อนรับตามธรรมเนียมแล้วเชิญให้นั่ง พลางถามซึงอานว่าท่านนายทหารยกกองทัพมาครั้งนี้มีชัยชนะแก่ข้าศึกสมความคิดดอกหรือ ซึงอานคำนับพลางตอบว่าซึ่งยกกองทัพมาครั้งนี้ก็เพราะพึ่งบารมีเจ้าแผ่นดินซ้องกับพวกทหารทั้งปวงตั้งใจช่วยโดยสุจริตปราบข้าศึกยังไม่สำเร็จเรียบร้อยทีเดียว แต่สืบไปจะเป็นประการใดก็ยังไม่ทราบ เจ้าเล่งอ๋องพูดว่าเดิมท่านสามิภักดิ์อยู่กับซันโต้วนายโจรเป็นการขัดขืนฟ้าและดิน บัดนี้ท่านกลับใจได้เจ้าสมัครอยู่กับเจ้าแผ่นดินซ้องทำราชการฉลองพระเดชพระคุณถูกต้องตามธรรมเนียมฟ้าและดินบัญญัติไว้ ซึ่งท่านยกกองทัพมาครั้งนี้ก็คงสำเร็จไม่ช้าดอก แขวงเมืองฮ่วยไซก็จะเรียบร้อยราบคาบ แต่ที่ตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งของท่าน เวลาอื่นเชิญเข้ารับราชการว่ากล่าวสืบไปเถิด

ซึงอานได้ฟังก็ไม่แจ้งว่าเจ้าเล่งอ๋องพูดสิ่งใดนึกจะใคร่ถามดูให้รู้แจ้งขยับจะถาม เจ้าเล่งอ๋องก็โบกมือห้าม ซึงอานตกใจตื่นแจ้งว่านิมิตฝัน ใจนั้นไม่สบายก็ป่วยลงทันทีให้หนาว ๆ ร้อน ๆ พอสว่างนายทหารทั้งปวงก็มาเยี่ยมเยียน

เฮียเสียงจึงถามซึงอานว่าท่านเจ็บป่วยประการใด ซึงอานบอกความซึ่งนิมิตฝันให้เฮียเสียงกับนายทหารเหล่านั้นฟังทุกประการ แล้วพูดว่าเห็นจะไม่ได้ช่วยท่านทั้งปวงปราบปรามข้าศึกฉลองพระเดชพระคุณอีกแล้ว เฮียเสียงว่าซึ่งความฝันจะเชื่อเอาเป็นแน่นั้นไม่ได้ ท่านอย่าเสียใจเลยคงจะหายดอก ซึงอานได้ฟังนายทหารพูดก็ไม่เชื่อแจ้งว่าตัวคงตายแน่ ครั้นเวลาเย็นโรคก็กำเริบขึ้นมากซึงอานก็ขาดใจตาย ในเวลากลางคืนได้ไปเป็นเจ้าเล่งอ๋องเข้าอยู่ในศาลว่ากล่าวแม่นํ้าเกาอวนหอสืบมา ครั้นรุ่งขึ้นเช้านายทหารทั้งปวงแจ้งว่าซึงอานตายก็ร้องไห้ จัดหีบมาใล่ศพทำการกงเต๊กแล้วเอาศพไปฝังตามยศขุนนางนายทหารเสร็จแล้วจึงมีหนังสือบอกไปถึงซ้องกั๋งตามที่ซึงอานตายให้ทราบทุกประการ

ฝ่ายซ้องกั๋งพักกองทัพอยู่ในเมืองเอี้ยวเอี๋ยงจัดให้ทหารไปสืบข่าวลี้จุนทัพเรือกับซึงอานทัพบก

ขณะนั้นทหารมาแจ้งกับซ้องกั๋งว่าข้าศึกยกกองทัพมาปล้นค่ายเรือในเวลากลางคืน เอียนเช็งนั้นหายไปไม่แจ้งว่าเป็นประการใด ซ้องกั๋งได้ฟังก็ตกใจจึงปรึกษากับพวกพ้องจะให้ไปติดตามสืบข่าวเอียนเช็ง พอม้าใช้ถือหนังสือมาแจ้งความซึงอานยกกองทัพไปถึงแม่นํ้าเกาอวนหอ ตั้งค่ายมั่นอยู่ริมศาลเจ้าเล่งอ๋องเปียวแล้วป่วยตายในเวลากลางคืน ซ้องกั๋งแจ้งความก็ร้องไห้เสียดายซึงอานยิ่งนัก ด้วยยกกองทัพมาปราบแขวงเมืองฮ่วยไซครั้งนี้ซึงอานมีความชอบมากกว่าทหารทั้งปวง การสงครามยังไม่เรียบร้อยก็มาตายเสียก่อนจึงมีความเสียดายยิ่งนัก

โงวหยงจึงพูดแก่ซ้องกั๋งว่าท่านอย่าโศกเศร้าเลยไม่ต้องการ ซึงอานนั้นถึงที่แล้วจึงตาย เชิญท่านยกกองทัพไปจะได้ช่วยลี้จุนทัพเรือทั้งจะได้สืบดูข่าวเอียนเช็งด้วย ถ้าเห็นได้ท่วงทีจงยกเข้าตีเมืองซิวจิวเสียทีเดียว

ซ้องกั๋งได้ฟังก็คลายทุกข์คิดจะยกกองทัพไปจึงให้โลวจุนหงีกับทหารสิบห้านายคือ อึงซิน ซึงลิบ ซวนจั่น เชียซือบุ๋น ฮั่นทอ เผ็งกี ตังเทงกุ้ย งุยเต๊งก๊ก อาวเผ็ง เต็งฮุย ลือฮวง กวยเส็ง อองเฮ็ง เอียนสุน ซาเหนีย คุมทหารห้าพันอยู่รักษาเมืองเอี้ยวเอี๋ยงแล้วซ้องกั๋งก็จะยกกองทัพไป

อันเตาฉวนหมอจึงแจ้งกับซ้องกั๋งว่าซึ่งท่านจะยกทัพไปเครื่องยาที่จะต้องการใช้ก็หมดลงแล้ว ท่านจงจัดให้ผู้ใดรีบเข้าไปในเมืองตังเกียเบิกเอาเครื่องยามา ซ้องกั๋งก็ใช้ให้ไตจงเข้าใปในเมืองหลวง ให้อันเตาฉวนคอยท่าไตจง ณ เมืองเอี้ยวเอี๋ยงก่อน แล้วซ้องกั๋งกับนายทหารเหล่านั้นก็ยกกองทัพใหญ่ออกจากเมืองเอี้ยวเอี๋ยง เดินทางไปหลายเวลาใกล้จะถึงแม่น้ำเกาอวนหอ เฮียเสียงกับนายทหารเหล่านั้นแจ้งความก็ชวนกันมาคอยรับซ้องกั๋งห่างค่ายประมาณทางสิบลี้ พอกองทัพใหญ่ไปถึงเฮียเสียงกับทหารก็ตรงเข้าคำนับท่านแม่ทัพเป็นอันดี ซ้องกั๋งก็ยกกองทัพมาถึงศาลเจ้าเล่งอ๋องริมแม่น้ำเกาอวนหอ ตั้งค่ายมั่นพักกองทัพอยู่ริมศาลเจ้า แล้วถามเฮียเสียงว่าเดิมทีท่านเดินกองทัพมาเป็นประการใดบ้าง เฮียเสียงก็แจ้งความซึ่งหักเนินแปะงูเนี้ยแล้วยกมาตีค่ายบกที่แม่น้ำเกาอวนหอได้และซึงอานฝันตั้งแต่ต้นจนปลายให้ซ้องกั๋งฟังทุกประการ ซ้องกั๋งแจ้งความก็รำลึกขึ้นได้เมื่อครั้งยกกองทัพปราบซันโฮ้วแขวงเมื่องฮ่อปักพักกองทัพอยู่ริมเหวฮุยตีแจ๊ ฝันเห็นว่าซึงอานนั้นจะได้เป็นเจ้าเล่งอ๋องที่แม่น้ำเกาอวนหอแต่ก็ไม่ใคร่จะเชื่อ บัดนี้ได้ฟังซึ่งความฝันของซึงอานจึงได้รู้เหมือนกับเทพยดามาบอกให้นิมิตฝันไว้แต่เดิมจึงเล่าให้โงวหยงฟังว่าถ้ากระนั้นซึงอานได้เป็นเจ้าเล่งอ๋องอยู่รักษาแม่น้ำเกาอวนหอแล้ว ซ้องกั๋งได้ฟังคิดจะเซ่นไหว้คำนับเจ้าเล่งอ๋องด้วย จึงถามเฮียเสียงว่าเอาศพซึงอานฝังไว้ที่ไหน เฮียเสียงแจ้งว่าพวกข้าพเจ้าเอาศพฝังไว้เชิงเขาโฮ้วซัวริมฝังแม่น้ำเกาอวนหอจัดการไว้สมกับยศศักดิ์แล้ว ซ้องกั๋งให้จัดสิ่งของที่จะไปเซ่นกับของจะคำนับเจ้าพร้อม ชวนโงวหยง กงซุนสิน เคียวเตาเช็ง กวนเส็งไป ให้เฮียเสียงนำมาถึงเชิงเขาโฮ้วซัว ซึงงักบุตรซึงอานก็จัดสิ่งของมาเซ่นไหว้บิดาด้วย ครั้นมาถึงเชิงเขาที่ฝังศพซึงอาน ก็พากันเอาสิ่งของออกเซ่นไหว้ตามธรรมเนียมเสร็จแล้วชวนกันมายังศาลเจ้าเล่งอ๋องเปียวใกล้กับที่ฝังศพจุดธูปเทียนสิ่งของออกคำนับพร้อมกัน

ซ้องกั๋งนั้นมีความวิตกนักนึกจะใคร่ทอดไม้เสี่ยงทายถามถึงเอียนเช็ง หลวงจีนลี้เต้าหยินผู้รักษาศาลเจ้าบอกแก่ซ้องกั๋งว่าเจ้าศาลข้าพเจ้านี้ศักดิ์สิทธิ์นัก ถ้าท่านมีธุระสิ่งไรก็ถามเจ้าดูคงรู้แจ้ง ซ้องกั๋งได้ฟังก็ยินดีจึงชวนโงวหยงมายังแท่นหน้าเจ้า คุกเข่าคำนับแล้วกระทำการเสี่ยงทายได้เป็นสำคัญ ซ้องกั๋งบอกโงวหยง กงซุนสินว่า ข้าพเจ้ามีความวิตกถึงเอียนเช็งผู้น้องจึงถามเจ้าดูได้ปริศนาเช่นนี้ท่านทั้งสองจงทำนายว่าจะเป็นประการใด

โงวหยงก็ทำนายตามที่ได้เรียนมาว่าเอียนเช็งนั้นอยู่มิได้เป็นอันตรายเปรียบเหมือนนกอังหงันถึงฤดูก็บินไปหากินทั้งพวกถึงตำบลที่หากินแล้วบ้างก็แสวงหาอาหารใส่ท้อง สิ้นฤดูเมื่อใดก็ชวนกันบินกลับ นั่นแหละเหมือนกับพวกเรา บ้างก็ไปแสวงหาความชอบ ถ้าเมืองอวนกังเสียแตกก็คงพบ ซ้องกั๋งได้ฟังก็ดีใจชวนกันกลับมาค่ายจัดให้ทหารลงเรือรีบทวนนํ้าไปบอกลี้จุนให้รู้ว่ากองทัพใหญ่มาถึง แม่นํ้าเกาอวนหอแล้วเตรียมการไว้พร้อมยังจัดให้ทหารไปสืบข่าวคราวอยู่ ถ้าได้ทีจงเข้าหักเอาเมืองอวดกังให้พร้อมกัน ทหารก็รีบไปแจ้งกับลี้จุนทัพเรือทุกประการ

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ