๗๖

พระเจ้าซ้องฮุยจงทรงเห็นชอบด้วยจึงพระราชทานตราทองคำสำหรับที่กับธงอาญาสิทธิ์ให้แก่ท่องกวน ๆ คำนับรับตราและธงแล้วออกจากที่เฝ้า จึงสั่งแก่ขุนนางเจ้าพนักงานให้แต่งหนังสือรับสั่งไปถึงต้วนพังกือเจ้าเมืองซุยจิว ตันเจียนเจ้าเมืองแต้จิว ฮั่นเทียนหลินเจ้าเมืองทั่วจิว ลีเหม็งเจ้าเมืองโซวจิว โงวเปงอี๋เจ้าเมืองตั้นจิว เฮงหงีเจ้าเมืองเต็งจิว ม้าบ้วนลี้เจ้าเมืองยู่จิว จิวซิ่นเจ้าเมืองซองจิว กำหนดให้เจ้าเมืองทั้งแปดคุมกองทัพคนละหนึ่งหมื่นยกมาบรรจบพร้อมกัน ณ เมืองหลวงโดยเร็ว ขุนนางเจ้าพนักงานก็แต่งหนังสือรับสั่งให้ม้าใช้ถือแยกไปถึงเจ้าเมืองทั้งแปด ฝ่ายเจ้าเมืองทั้งแปดได้ทราบความตามหนังสือรับสั่ง ก็รีบจัดทหารคนละหมื่นยกมาถึงพร้อมกัน ณ เมืองหลวง แล้วเข้าไปคำนับท่องกวนแม่ทัพ ท่องกวนจึงสั่งให้ต้วนพังกือ ตั้นเจียนคุมทหารสองหมื่นเป็นทัพหน้าให้เฮงหงี ฮั่นเทียนหลินคุมทหารคนละหมื่นเป็นปีกซ้าย ม้าบ้วนลี้ จิวซิ่นคุมทหารคนละหมื่นเป็นปีกขวา ให้หองมุ้ย ปิดเส็งทหารรักษาพระองค์คุมทหารคนละหมื่นเป็นกองกลาง ให้โงวเปงอี๋ ลีเหม็งคุมทหารคนละหมื่นเป็นทัพหลัง รวมคนในกระบวนทัพเป็นทหารสิบหมื่น เกณฑ์ทหารในเมืองหลวงเป็นกองลำเลียงส่งเสบียงอาหาร พร้อมแล้วพอถึงวันฤกษ์ดีก็ยกกองทัพออกจากเมืองหลวงเดินรอนแรมมาตามระยะทาง ครั้นถึงเมืองจีจิวก็ให้หยุดทหารตั้งค่ายพักกองทัพอยู่

ฝ่ายเตียซกแม้เจ้าเมืองจีจิวแจ้งว่ากองทัพหลวงยกมาก็ออกไปต้อนรับคำนับท่องกวนแม่ทัพตามธรรมเนียม ท่องกวนจึงว่าซ้องกั๋งตั้งเป็นกองโจรอยู่ที่เขาเนียซัวเปาะช้านานแล้ว บัดนี้โปรดให้เรายกกองทัพมากำจัดพวกตำบลเขาเนียซัวเปาะเสียให้ราบคาบ เตียซกแม้จึงว่าซ้องกั๋งคนนี้มีสติปัญญาคิดการรอบคอบ รู้ประมาณการหนักและเบา อีกประการหนึ่งโงวหยงเป็นที่ปรึกษา และทหารทั้งร้อยแปดคนก็มีสติปัญญาและฝีมือเข้มแข็งนัก ถ้าจะรบโดยซึ่งหน้าเห็นจะเอาชัยชนะได้ยาก ท่านจงคิดกลศึกให้ซ้องกั๋งกับพวกหลงในอุบายจึงจะได้ชัยชนะ

ท่องกวนว่าถ้าตัวท่านรู้จักกลศึกลึกซึ้งแล้วเหตุใดท่านจึงไม่จับพวกโจรเข้าไปถวายเอาความชอบเล่า เตียซกแม้ตอบว่าทหารพวกโจรมากเหลือกำลังจึงไม่อาจจับได้ ท่องกวนได้ฟังก็มีความโกรธตวาดว่าตัวท่านเป็นแต่ผู้ว่าราชการบ้านเมืองเล็กน้อย ไม่เข้าใจในขนบธรรมเนียมแม่ทัพกลับมาสอนเราผู้มีอาญาสิทธิ์อีกเล่า ซึ่งเรายกมาครั้งนี้มีทหารเอกร้อยเศษ ทหารเลวกว่าสิบหมื่นไม่ต้องคิดอุบายให้ป่วยการหรอก เราจะให้ทหารถือมูลดินคนละก้อนถมค่ายเขาเนียซัวเปาะเสียให้เต็มแค่ในพริบตาเดียวก็ได้ เตียซกแม้ตกใจก้มหน้านิ่งไม่ตอบประการใด ก็คำนับลาออกไปจัดโต๊ะและสุรา ให้คนใช้ยกไปเลี้ยงแม่ทัพนายกองและทหารทั่วทุกคนแล้ว ท่องกวนพักกองทัพอยู่ในเมืองจีจิววันหนึ่ง

ครั้นรุ่งขึ้นเช้าท่องกวนจัดทหารเป็นกระบวนยกออกจากเมืองจีจิวถึงท่าข้าม จึงให้ทหารตั้งค่ายรายไปตามฝั่งน้ำ และหน้าค่ายนั้นให้ทุบปราบเป็นสนามสำหรับทหารจะได้ซ้อมหัดเพลงอาวุธให้พวกซ้องกั๋งเห็นเป็นสง่า ครั้นถึงเวลาก็ให้ทหารซ้อมเพลงอาวุธเล่นรื่นเริงตามหน้าค่าย คอยฟังทหารโจรจะคิดอ่านเป็นประการใด ฝ่ายทหารกองตระเวนเห็นกองทัพเมืองตังเกียยกมาตั้งค่ายใหญ่ที่ท่าข้ามจึงรีบไปแจ้งแก่ซ้องกั๋งตามที่ได้เห็น ซ้องกั๋งจึงปรึกษาแก่โงวหยงว่าบัดนี้กองทัพเมืองตังเกียยกมาท่านจะคิดประการใด โงวหยงว่าท่านอย่าวิตกเลย ข้าพเจ้าคิดจะแต่งกองทัพเป็นเจ็ดกองให้เป็นกองล่อสองกอง ชาวเมืองตังเกียเห็นก็จะรุกไล่ไม่เป็นขบวน เราจึงให้ทัพทั้งห้ากองยกระดมตีอ้อมให้รอบตัวเห็นทีจะได้ชัยชนะโดยง่าย ประการหนึ่งท่องกวนเป็นคนถือตัวว่ามียศและมีอำนาจ จะทำการสิ่งใดก็เอาแต่โวหารเป็นประมาณ มิได้เรียนรู้ในตำราพิชัยสงครามและไม่นับถือผู้มีสติปัญญาจึงเห็นว่าจะสู้พวกเราไม่ได้ ซ้องกั๋งได้ฟังก็มีความยินดีจึงบอกโงวหยงว่า ตัวข้าพเจ้าจะเป็นแม่ทัพยกไปกองหนึ่งแต่การซึ่งจะจัดทัพและใช้ทหารมากน้อยจะบังคับบัญชาประการใดแล้วแต่ท่านจะเห็นควร โงวหยงว่าท่านจะเป็นแม่ทัพไปนั้นข้าพเจ้ามีความยินดีด้วยชื่อเสียงของท่านจะปรากฏอยู่ในแผ่นดินซ้อง แล้วก็คำนับลามาเกณฑ์ทหารให้ฉินเหม็งเป็นแม่ทัพ ตันเทงกุ้ยเป็นปีกซ้าย งุยเต็งก๊กเป็นปีกขวา คุมทหารห้าพันถือธงแดงยกข้ามไปตั้งอยู่ทิศใต้กองหนึ่ง กวนเส็งเป็นแม่ทัพ ซวนจั่นเป็นปีกซ้าย เชียซือบุ๋นเป็นปีกขวา คุมทหารห้าพันถือธงเขียวยกไปตั้งอยู่ทิศตะวันออกกองหนึ่ง ลิมชองเป็นแม่ทัพ อึงซินอยู่ฝ่ายซ้าย ซึงลิบอยู่ฝ่ายขวา คุมทหารห้าพันถือธงขาวไปตั้งอยู่ทิศตะวันตกกองหนึ่ง อูเอียนเจียกเป็นแม่ทัพ ฮั่นทออยู่ฝ่ายซ้าย ซกเถียวอยู่ฝ่ายขวา คุมทหารห้าพันถือธงดำยกไปตั้งอยู่ทิศเหนือกองหนึ่ง แต่ทัพใหญ่นั้นซ้องกั๋งเป็นแม่ทัพ กองซุนสินเป็นปลัดทัพและโงวหยงเป็นที่ปรึกษา ทหารเอกเป็นปีกซ้ายขวาข้างละยี่สิบห้านาย ทหารเลวสองหมื่นถือธงเหลืองยกข้ามไปกองหนึ่ง ทัพล่อสองทัพนั้นเตียเช็งเป็นแม่ทัพ เก็งอ๋องเป็นปีกซ้าย เต็งติดซุนเป็นปีกขวา คุมทหารห้าพันกองหนึ่ง ลีขุย ฮวนสุย หังชอง ลีกุน คุมทหารหมื่นหนึ่ง รวมนายทัพเจ็ดกอง ทหารเลวห้าหมื่นห้าพัน ทหารมีฝีมือหกสิบห้า กำหนดให้เตียเช็งยกไปก่อนแล้วจึงให้ลีขุยยกหนุนแล้วยกกองทัพประจำทิศและทัพใหญ่เร่งยกไปเป็นอันดับ ให้ตั้งค่ายวางระยะห่างค่ายท่องกวนประมาณห้าลี้ แม่ทัพนายกองก็ตระเตรียมทัพแล้วยกข้ามไปตั้งค่ายอยู่ตามสั่ง

ฝ่ายเตียเช็ง เห็นกองทัพข้ามมาถึงฟาก ตั้งค่ายพร้อมกันแล้วก็ขึ้นม้านำทหารเดินผ่านหน้าค่ายท่องกวนจนสุดท้าย แล้วชักม้าเลี้ยวตระหลบหลังกลับมา

ฝ่ายท่องกวน ตั้งแต่ยกกองทัพมาตั้งค่ายอยู่ท่าข้าม มิได้แต่งม้าใช้ให้ไปคอยดูเหตุ มัวดูแต่หนังสือกาพย์โคลงต่างๆ อยู่ พอทหารที่รักษาหน้าค่ายเข้าไปแจ้งความว่าทหารโจรนำกองทัพเดินผ่านมาหน้าค่าย ท่องกวนได้ฟังก็ตกใจวางหนังสือเสีย เรียกทหารขึ้นม้าพากันออกมานอกค่ายพอเห็นกองทัพเตียเช็งผ่านไปสุดมุมค่ายท่องกวนจะขับม้าออกตาม ทหารซ้ายขวาห้ามไว้แล้วบอกว่า เตียเช็งคนนี้มีของวิเศษ เรียกว่าเจียะจือคือก้อนศิลาถ้าขว้างไปแล้วก็ถูกเหมือนหมายว่องไวชำนาญนัก ท่องกวนได้ฟังก็กลัวชักม้ากลับจะเข้าค่าย

ขณะนั้นลีขุย ฮวนสุย หังชอง ลีกุนกับทหารขับม้าผ่านมาหน้าค่ายเลยไป ท่องกวนกับทหารก็ขับม้าไล่ตามกองทัพ ลีขุยรีบขับม้าหาชัยภูมิเข้าบังเหลี่ยมเขา กองทัพท่องกวนไม่เห็นตัวก็พากันกลับมาค่าย ท่องกวนจึงคิดว่ากองทัพพวกโจรจะคิดกลอุบายและหยุดทัพตั้งค่ายอยู่แห่งใดเราก็มิรู้ได้

คิดแล้วจึงสั่งทหารให้ปลูกหอคอยกลางค่าย ท่องกวนก็ขึ้นไปดูเห็นกองทัพพวกโจรตั้งค่ายอยู่ทั้งสี่ทิศและสัณฐานค่ายนั้นเป็นดอกบัวมีต้นไม้ใหญ่ประจำอยู่ทุกค่าย จัดกองทัพทั้งกระบวนมีศีรษะปีกและเท้าเป็นรูปกา เมื่อเคลื่อนทัพออกจากค่ายนั้นค่อยเดินเป็นระยะราวกับจะบินไปในอากาศ ท่องกวนได้เห็นชัยภูมิตั้งค่ายและกระบวนทัพที่ยกมาก็ตกใจคร้ามกลัว จึงถามทหารคนสนิทว่าพวกโจรตั้งค่ายจัดกองทัพเช่นนี้พวกเราจะสู้ได้หรือไม่ ทหารบอกว่ากองทัพพวกโจรตั้งอยู่ในที่ชัยภูมิดีจะข่มเรา กองทัพเราเห็นจะแตกเป็นมั่นคง ท่องกวนได้ฟังก็ตกใจยิ่งนัก จึงรีบลงมาจัดทหารพร้อมแล้วก็ยกออกไปคอยกองทัพพวกโจรอยู่หน้าค่าย

ฝ่ายซ้องกั๋งกับนายทหารทั้งสี่ก็ยกกองทัพมาบรรจบพร้อมกัน เห็นท่องกวนยืนม้าอยู่หน้าค่าย ซ้องกั๋งขับม้าขึ้นไปยืนอยู่หน้าทหาร ท่องกวนเห็นซ้องกั๋งทำอาการองอาจจึงตวาดว่าเหตุไฉนเจ้าเป็นกบฏต่อแผ่นดิน บัดนี้พระเจ้าซ้องฮุยจงมอบอาญาสิทธิ์ให้เรามาตัดศีรษะทั้งเจ้าและพวกพ้องเสียให้สิ้น ถ้ารักชีวิตอยู่แล้วจงเร่งลงจากม้าวางอาวุธเข้ามาคำนับเสียโดยดีจะยกโทษให้

ซ้องกั๋งตอบว่า ซึ่งเราออกมาตั้งอยู่เขาเนียซัวเปาะก็มิได้เบียดเบียนแก่ผู้ใด จำใจมาอยู่เพราะเกลียดชังพวกเจ้าซึ่งเป็นคนกังฉิน อย่าพูดยกตัวอวดอ้างไม่ต้องการ ถ้าจะให้เห็นว่าใครดีแล้วจงมารบกันเถิด ท่องกวนได้ฟังก็โกรธ จึงสั่งตั้นเจียนว่า ท่านจงไปตัดเอาศีรษะซ้องกั๋งมาให้เรา ตั้นเจียนรับคำแล้วขับม้ารำทวนตรงเข้ามาจะรบกับซ้องกั๋ง ฉินเหม็งเห็นดังนั้นจึงขับม้ารำกระบองขึ้นไปแล้วร้องว่าตัวเป็นทหารสำหรับใช้จะมารบกับซ้องกั๋งนั้นดูไม่คู่ควร ว่าแล้วแกว่งกระบองเข้ารุกไล่ ตั้นเจียนเอาทวนป้องปัดด้วยว่องไวแต่เปลี่ยนท่ารับรองกันอยู่ประมาณสามสิบเพลง ตั้นเจียนเสียทีฉินเหม็งเอากระบองตีถูกตั้นเจียนคอหักตกม้าตาย ตังเผ็งขับม้าเข้าไล่ตีทหารเลวแตกร่นลงไป ท่องกวนเห็นดังนั้นก็ตกใจจึงพาทหารกลับเข้าค่ายให้ทหารปิดประตูค่ายมั่นไว้ ซ้องกั๋งจึงสั่งทหารให้ระดมตีหักค่ายให้พร้อมกันทั้งสี่ทิศ ทหารทั้งปวงก็ระดมยิงเกาทัณฑ์เข้าไปในค่าย ทหารรักษาหน้าค่ายก็พากันถอยหนีลูกเกาทัณฑ์ไปสิ้น ทหารซ้องกั๋งก็ช่วยกันถอนขวากหนามระดมพังค่ายเข้าไปในค่ายได้ทั้งสี่ด้าน ท่องกวนเสียทีจึงพาทหารหักออกจากที่ล้อมหนีไปได้ ทหารโจรขับม้าไล่ตาม โงวหยงจึงตีม้าล่อสัญญาให้กองทัพกลับมาประชุมรวมกันเป็นกองเดียว

ซ้องกั๋งจึงถามโงวหยงว่ากองทัพเมืองตังเกียเสียทีแก่พวกเราแล้ว เหตุใดท่านจึงไม่ให้กองทัพพวกเราตามตี โงวหยงจึงว่าเรารบดูกำลังฝีมือและสติปัญญาชาวเมืองตังเกียให้รู้ไว้ก่อน ประการหนึ่งข้าพเจ้าเห็นว่าท่องกวนแตกคราวนี้ก็ยังจะไม่หนีไปเมืองตังเกีย คงจะไปตั้งค่ายคอยรวบรวมทหารพร้อมแล้วจะยกมารบกับเราอีก ถ้าสืบดูรู้ว่าท่องกวนยกไปตั้งค่ายอยู่แห่งใดแล้ว ข้าพเจ้าจะจัดทหารออกซุ่มรายไว้คอยระดมตีให้แตกไปจงได้ ซ้องกั๋งได้ฟังเห็นชอบด้วย โงวหยงจึงให้ทหารเลวร้อยคนเป็นกองสอดแนม ถ้าได้ความว่ากองทัพท่องกวนไปตั้งอยู่แห่งใดจงรีบมาบอก สั่งแล้วก็ให้ทหารยกกองทัพกลับเข้าค่ายเขาเนียซัวเปาะ

ฝ่ายท่องกวนกับทหารถอยหนีมาพ้นค่ายเก่าทางประมาณสามสิบลี้ รวบรวมนายทหารยังไม่พร้อมขาดแต่ตั้นเจียนคนเดียวจึงเกณฑ์ทหารให้ตั้งค่ายลงไว้ แล้วแต่งกองลาดตระเวนสอดแนมเที่ยวสืบให้รู้ว่ากองทัพโจรจะตั้งอยู่แห่งใด

ฝ่ายคนสอดแนมพวกซ้องกั๋ง ครั้นเห็นกองทัพเมืองตังเกียไปตั้งค่ายอยู่ก็รีบมาแจ้งความแก่โงวหยงทุกประการ โงวหยงก็จัดกองทัพเป็นสิบกองให้จูตง ลุยเหง คุมทหารห้าพัน ฉินเหม็ง กวนเส็งคุมทหารห้าพัน ลูตีซิม บู๊สงคุมทหารห้าพัน ตังเผ็ง ซกเถียวคุมทหารห้าพัน เอียจี้ ซือจิน คุมทหารห้าพัน โลวจุนหงี เอียหยง เจียสิวคุมทหารเจ็ดพัน เตียเช็ง เก็งอ๋อง เต็งติดซุน คุมทหารเจ็ดพัน ลีขุย เปาหยก หังชอง ลีกุน คุมทหารหมื่นหนึ่ง ซ้องกั๋งเป็นนายทัพใหญ่ โงวหยงเป็นที่ปรึกษา ทหารเอกมีฝีมือหกสิบห้านายรวมทัพสิบกองเป็นทหารเอกแปดสิบแปดนาย ทหารเลวหกหมื่นเก้าพัน กำหนดให้กองทัพทั้งสิบกองยกข้ามไปในเวลากลางคืน แล้วห้ามปากเสียงอย่าให้อื้ออึง กองทัพเก้ากองนั้นเข้าซุ่มรายอยู่ในป่าทั้งสองฟาก แต่กองทัพซ้องกั๋งนั้นพวกทหารให้รายกันอยู่ตามเชิงเขา ซ้องกั๋งกับโงวหยงขึ้นไปอยู่ยอดเขาให้คนใช้จัดโต๊ะและสุราตั้งเตรียมไว้ แล้วสั่งให้เตียสุนใส่เสื้อหมวกทองแดง แต่งตัวเป็นคนหาปลา พายเรือขึ้นล่องอยู่ในลำน้ำ ตรงหนทางที่พวกเมืองตังเกียจะลงมาตักน้ำ นายทัพนายกองมาเตรียมการแล้วก็ยกไปตั้งอยู่ตามสั่ง

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ