๒๑

ซ้องกั๋งเหลียวหลังไปดูเห็นยายเงียมผอวิ่งตามมาหยุดยืนอยู่ ยายเงียมผอคำนับแล้วพูดว่าไม่เห็นท่านมาที่บ้านช้านานแล้ว เที่ยวตามเป็นหลายวันก็ไม่พบ ท่านโกรธขึ้งข้าพเจ้าหรือนางเงียมผอเสียะภรรยาว่ากล่าวให้แค้นเคืองประการใดจึงไม่ไปบ้าน จงเห็นแก่ข้าพเจ้าเชิญท่านไปก่อนเถิด เมื่อนางเงียมผอเสียะล่วงเกินหยาบช้าอย่างไรจะชำระว่ากล่าวให้ ซ้องกั๋งตอบว่าคราวนี้มีธุระมาก ต่อเวลาอื่นว่างเปล่าจึงจะไป ยายเงียมผอว่านางเงียมผอเสียะภรรยาคิดถึงท่านอยู่ทุกวันมิได้ขาด เวลานี้ข้าพเจ้ามาตามพบแล้วท่านไม่ไปนั้นไม่ได้ ซ้องกั๋งว่ามีธุระนักหนาพรุ่งนี้จะไป ยายเงียมผอไม่ฟังตรงเข้ายึดเสื้อซ้องกั๋งไว้พูดว่า คนทั้งปวงเขายุยงว่าบุตรสาวข้าพเจ้าไม่ดีประการใด ท่านอย่าได้เชื่อเลย ข้าพเจ้าสองคนแม่ลูกหมายจะพึ่งบุญท่าน เชิญไปบ้านเถิด ข้าพเจ้ามีข้อความจะพูดให้ฟัง ซ้องกั๋งว่าอย่ามารบกวนจะเสียราชการ ยายเงียมผอไม่ฟังก็อ้อนวอนฉุดลากจะเอาตัวไป ซ้องกั๋งใจอ่อนเสียไม่ได้ก็ไปกับยายเงียมผอ ครั้นถึงบ้านซ้องกั๋งไม่คิดจะเข้าไปในห้อง ยายเงียมผออ้อนวอนให้ซ้องกั๋งเข้าไปนั่งอยู่ที่หน้าโต๊ะ แล้วยกเก้าอี้มานั่งกำกับอยู่กลัวจะหนีด้วยซ้องกั๋งไม่เต็มใจมา แล้วจึงร้องเรียกนางเงียมผอเสียะบุตรว่าเจ้าคิดถึงเตียซำหลงจงออกมาเถิด

ขณะนั้นนางเงียมผอเสียะอาบน้ำแต่งตัวนุ่งห่มเป็นอันดี อยู่ที่โต๊ะห้องใน คิดถึงเตียบุนอ๊วนที่เรียกว่าเตียซำหลง ครั้นได้ยินมารดาร้องบอกออกชื่อเตียซำหลงสำคัญว่าเตียบุนอ๊วน ก็รีบเดินออกมาแกล้งบ่นว่า คนอะไรเช่นนี้ทำให้คอยท่าอยู่ช้านาน จะออกไปตีเสียสักสองสามที่ให้หนำใจ พอเห็นแสงไฟสว่างมองดูเห็นเป็นซ้องกั๋งก็กลับเข้าไปข้างใน ยายเงียมผอร้องเรียกอีกว่า เตียซำหลงมานั่งอยู่ที่นี่ เจ้าออกมาแล้วเหตุไฉนจึงกลับเข้าไปเสียเล่า นางเงียมผอเสียะจึงตอบว่าตัวลูกก็ไม่ได้ทำความชั่วสิ่งใด บัดนี้มาแล้วจะเข้ามาข้างในเองก็คงได้มิใช่ไม่มีตาเมื่อไร จำเพาะจะต้องให้ออกไปรับด้วยหรือ ยายเงียมผอได้ฟังบุตรว่าดังนั้นทำเป็นหัวเราะแล้วพูดว่า เขาไม่ออกมาก็ช่างเถิดท่านกับข้าพเจ้าเข้าไปในห้องด้วยกัน ซ้องกั๋งก็นิ่งเสีย ยายเงียมผอจูงมือซ้องกั๋งเข้าไปในห้อง เชิญให้นั่งที่โต๊ะ แล้วจึงร้องเรียกนางเงียมผอเสียะว่า บัดนี้ท่านซ้องกั๋งมาเจ้าก็นอนเฉยเสีย หามาต้อนรับพูดจาไม่ มารดาอุตส่าห์ไปตามอ้อนวอนอยู่ช้านาน เพราะเจ้าว่าเปรียบเทียบโกรธขึ้งเขาจึงไม่มา แล้วลุกไปฉุดบุตรที่เตียงจะให้มาพูดกับซ้องกั๋ง นางเงียมผอเสียะผลักมือเสียพูดว่า มิใช่ลูกนี้ชั่วช้า เขาไม่มาเองจะทำอย่างไรได้ ยายเงียมผออ้อนวอนเป็นหลายครั้ง นางเงียมผอเสียะไม่อาจขัดมารดาจึงไปยกเก้าอี้มานั่งอยู่ตรงหน้าซ้องกั๋งห่างๆ กัน ซ้องกั๋งไม่พูดจาประการใด ด้วยข้อความสิ่งใดรู้อยู่ทั้งสิ้น นี่หากว่าเสียอ้อนวอนยายเงียมผอไม่ได้จึงมา ยายเงียมผอเห็นซ้องกั๋งนั่งนิ่งอยู่ จึงคิดว่าจะต้องไปจัดหาสิ่งของเล็กน้อยกับสุรามาให้ซ้องกั๋งกับบุตรสาวกินโต๊ะเสพสุราด้วยกัน แล้วบอกว่าเจ้าจงนั่งพูดกับสามีก่อนมารดาจะออกไปข้างนอกสักครู่หนึ่ง ซ้องกั๋งได้ฟังจึงคิดว่าถ้ายายเงียมผอออกไปข้างนอกแล้ว เราก็จะได้หนีไป ยายเงียมผอลุกเดินออกมากลัวซ้องกั๋งจะไปเสียจึงปิดประตูเอาห่วงคล้องไว้ ซ้องกั๋งเห็นยายเงียมผอไปแล้วก็ยินดี ลุกมาเปิดประตูไม่ออกก็กลับไปนั่งอยู่หน้าโต๊ะ ครั้นยายเงียมผอจัดสิ่งของได้พร้อมแล้วก็ยกเอามา เปิดประตูเข้าไปเอาสุรากับสิ่งของตั้งไว้บนโต๊ะ เชิญซ้องกั๋งเสพสุราแล้วให้บุตรสาวมากินด้วยจะได้รินสุรา นางเงียมผอเสียะไม่สบายใจ เพราะคิดถึงเตียบุนอ๊วนแต่จะไม่กินสุราก็ไม่ได้ ถ้าซ้องกั๋งไม่เมาสุราก็จะนั่งอยู่ดังนี้ เตียบุนอ๊วนมาจะเสียที คิดแล้วก็ทำเข้าไปกินโต๊ะ ยายเงียมผออ้อนวอนให้ซ้องกั๋งเสพสุรา ซ้องกั๋งเสียไม่ได้ก็ดื่มสุราถ้วยหนึ่งนางเงียมผอเสียะดื่มถ้วยหนึ่งต่างคนนิ่งอยู่ ยายเงียมผอก็นั่งเสพสุราพูดจาประจบประแจง ซ้องกั๋งนั่งเฉยเสีย ยายเงียมผอเสพสุราคนเดียวจนเมาพูดพร่ำไป

ฝ่ายตงงูยีเป็นนักเลงเล่นเบี้ยบ่อน ถ้าไม่มีเงินทองเคยมาให้ซ้องกั๋งใช้สอยก็ได้เงินทุกครั้ง ครั้นเวลาค่ำวันนั้น เล่นเบี้ยเสียเที่ยวตามหาซ้องกั๋งก็ไม่พบ มีผู้มาบอกว่าซ้องกั๋งมาอยู่ที่บ้านภรรยา ตงงูยีก็ตรงไปที่บ้านได้ยินเสียงยายเงียมผอพูดอยู่คนเดียว ก็แอบมองตามช่องฝา เห็นซ้องกั๋งกับนางเงียมผอเสียะภรรยานั่งหันหน้าไปคนละข้างไม่ได้พูดจากัน ตงงูยีตรงเข้าไปข้างในด้วยเคยไปมามิได้ขาด ซ้องกั๋งนั่งดูท่วงทีจะออกมาแต่ยังมิได้ช่อง ครั้นเห็นตงงูยีมาก็ดีใจ คิดจะออกไปด้วยกันจึงพยักหน้า ตงงูยีรู้ในทีก็บอกกับซ้องกั๋งว่า ข้าพเจ้าเที่ยวตามท่านเหน็ดเหนื่อยนักหนา ด้วยผู้รักษาเมืองมีราชการข้อใหญ่ให้มาตามท่านไปโดยเร็วเถิด ซ้องกั๋งก็ลุกขึ้นจะไป ยายเงียมผอเข้ากั้นซ้องกั๋งไว้แล้วพูดว่า ท่านอย่าเชื่อเลย มีราชการอะไรในเวลากลางคืนเชื่อถือได้หรือกับคนขอทานแล้วด่าว่าตงงูยีเป็นอันมาก กลับผลักไสตงงูยีออกมาปิดประตูเสีย ตงงูยีโกรธนักด่าว่ายายเงียมผอแล้วก็กลับไป ยายเงียมผอเข้าประจบประแจงพูดว่าเวลาดึกแล้วพากันนอนเสียเถิด พรุ่งนี้จึงค่อยไป ยายเงียมผอก็เก็บสิ่งของออกจากห้องปิดประตูแล้วก็ไปนอนที่ของตัว

พอเวลาดึกประมาณสองยาม ซ้องกั๋งจึงคิดว่า พวกชาวบ้านได้บอกกับเราว่านางเงียมผอเสียะรักใคร่กับเตียบุนอ๊วนจะเท็จจริงประการใด แต่พูดจาและกิริยาก็ผิดประหลาดอยู่ ต้องดูท่วงทีเมื่อจะนอน ถ้าไม่เหมือนแต่ก่อนก็คงเป็นอย่างเขาว่า เราจะได้เพิกเฉยเสียอย่าไปมาก็แล้วกัน ซ้องกั๋งนั่งพิงโต๊ะคอยดูทำทีเหมือนนอนหลับ นางเงียมผอเสียะครั้นมารดาออกมาแล้วก็ไม่ถอดเสื้อและของแต่งตัวออกเหมือนแต่ก่อน นอนพิงเตียงอยู่ ซ้องกั๋งเห็นก็รู้ในกิริยาว่าภรรยาไม่ดีจริงจึงลุกขึ้นถอดหมวกและเสื้อกับไถ้เจียวบุนตอซึ่งใส่ของนั้นออกแขวนไว้แล้วก็เข้าไปนอนในเตียง นางเงียมผอเสียะก็พิงอยู่ข้างหนึ่งจนดึกสามยาม ซ้องกั๋งนอนไม่หลับด้วยใจไม่สบาย อยากจะให้สว่างเร็วๆ จะได้ไป ถอนใจใหญ่พูดว่า ถ้ายามสบายคิดจะให้สว่างช้า ถ้าไม่ผาสุกก็อยากให้สว่างเร็วๆ นางเงียมผอเสียะนอนไม่หลับ ได้ยินก็นิ่งเสีย ต่างคนนอนอยู่ประมาณครู่หนึ่ง พอจวนสว่างซ้องกั๋งลุกขึ้นล้างหน้าใส่เสื้อหมวกเสร็จแล้วบ่นว่า อย่างธรรมเนียมดังนี้ไม่มีเลย นางเงียมผอเสียะตอบว่า หน้าไม่อาย ยังจะกลับว่าไม่มีธรรมเนียม ซ้องกั๋งก็นิ่งเสีย เปิดประตูออกไป นางเงียมผอเสียะแกล้งร้องเรียกว่าท่านสามีกลับมานอนเสียอีกให้สว่างดีจึงค่อยไป ถ้าขืนจะไปให้ได้จงปิดประตูเสียด้วย ซ้องกั๋งก็ไม่โต้ตอบประการใด ออกจากบ้านเดินไปยังหน้าโรงก๊วนที่เคยพัก ยังไม่ทันสว่างเห็นมีแสงไฟ คนหาบของเดินมาใกล้จำได้ว่าเฮงก๋งผู้เฒ่าหาบยาและน้ำชาจะไปค้าขายให้ทันตลาดเช้า เฮงก๋งเห็นซ้องกั๋งจึงถามว่าท่านมาแต่เช้าด้วยธุระสิ่งใด ซ้องกั๋งบอกว่าเวลาคืนนี้เสพสุราเมานอนหลับไป ได้ยินเสียงกลองสำคัญว่าสว่างแล้วจึงได้มา เฮงก๋งว่าถ้าเมาสุราก็เชิญท่านกินยาน้ำชาล้างสุราดีนักจึงตักยาส่งให้ ซ้องกั๋งคิดว่าเรากินยาน้ำชาของผู้เฒ่านี้มานานแล้วยังไม่ได้ให้เงินทองเลย แต่พูดไว้ว่าจะให้หีบสำหรับใส่ศพ เวลาวานนี้เตียวไก่เอาทองคำมาให้แท่งหนึ่ง เราเอาทองแท่งนั้นให้เฮงก๋งผู้เฒ่าไปเก็บไว้เถิด จึงพูดกับเฮงก๋งว่า แต่ก่อนเรารับจะให้หีบใส่ศพท่าน วันนี้เรามีทองคำแท่งหนึ่ง จงเอาไปซื้อหีบที่โรงเตี๊ยมตันซำหลงเอาไว้ที่บ้านของตัว คอยให้ถึงร้อยปีจึงค่อยใส่ศพ เฮงก๋งว่าท่านมีบุญคุณนักหนาได้เมตตาให้หีบและให้พรข้าพเจ้า ถ้าตายไปเกิดเป็นสัตว์สิ่งใดๆ ก็ดี คงจะตอบแทนสนองคุณท่านให้จงได้

ซ้องกั๋งได้ฟังก็ยินดี เลิกเสื้อออกเอามือคลำไถ้เจียวบุนตอที่ใส่ทองกับหนังสือไว้ไม่พบก็ทุกข์นัก จึงบอกกับเฮงก๋งว่า เวลาคืนนี้เสพสุราแล้วจะเข้านอน แก้ไถ้แขวนไว้ข้างเตียงในห้อง ครั้นตื่นขึ้นก็รีบเปิดประตูมาลืมไถ้เจียวบุนตอเสียจะต้องกลับไปเอาก่อน เฮงก๋งว่าเวลาอื่นก็ได้ดอกท่านอย่าวุ่นวายเลย ซ้องกั๋งว่าไม่ได้มีของสำคัญอยู่ด้วยจะต้องกลับไป พูดพลางใจนั้นเป็นทุกข์ถึงหนังสือที่เตียวไก่ฝากมาใส่อยู่ในไถ้นั้นด้วย ก็รีบกลับไปบ้านโดยเร็ว

ฝ่ายนางเงียมผอเสียะ ครั้นซ้องกั๋งไปแล้วก็ออกมาหน้าเตียง ถอดเสื้อผ้ากับของแต่งตัวออกหมดแล้วบ่นว่า ซ้องกั๋งแกล้งมานอนที่นี่ทำให้ไม่หลับจนสว่าง

ขณะนั้นในห้องยังมืดอยู่แต่จุดตะเกียงไว้ แลเห็นสายไถ้แขวนอยู่ที่ลูกกรง จึงคิดว่าซ้องกั๋งลืมไถ้เสียไม่เอาไป เราจะเก็บไว้ให้เตียบุนอ๊วนจะได้ผูกติดตัว จึงหยิบเอาไถ้เจียวบุนตอมาเทออกดู เห็นทองคำแท่งหนึ่งกับหนังสือ จึงพูดว่าเทพยดาชักนำเอาทองมาให้เราจะได้ซื้อเลี้ยงกันในสองสามวันนี้ เห็นเตียบุนอ๊วนผอมไปนักหนาก็เอาหนังสือมาคลี่ดู นางเงียมผอเสียะไม่ค่อยจะรู้หนังสือรู้แต่ว่าเตียวไก่นายโจรเอาทองคำร้อยตำลึงคำนับมายังซ้องกั๋ง แจ้งดังนั้นก็บ่นว่าดีแล้ว ซ้องกั๋งเป็นไส้ศึกของเตียวไก่พวกโจรที่ตำบลเขาเนียซัวเปาะ บัดนี้ชีวิตซ้องกั๋งตกอยู่ในมือเราๆ กับเตียบุนอ๊วนคงได้อยู่กินเป็นผัวเมียกัน สำคัญว่าถังน้ำมาพลัดตกลงในบ่อ นี่บ่อมาพลัดตกในถัง สมความปรารถนาของเราแล้วเอาทองกับหนังสือใส่ไถ้เสียตามเดิม ซ่อนไว้ในผ้าห่มนอน พอซ้องกั๋งวิ่งมาถึงก็ผลักประตูเข้าไป นางเงียมผอเสียะร้องถามว่าผู้ใดเปิดประตู ซ้องกั๋งบอกว่าสามีเจ้ากลับมา นางเงียมผอเสียะครั้นแจ้งว่าซ้องกั๋งกลับมาก็นอนทับผ้าห่มไว้ ซ้องกั๋งเดินเข้าไปในห้องหาไถ้เจียวบุนตอที่ลูกกรงข้างเตียงก็ไม่พบ เที่ยวดูว่าจะตกอยู่ที่ไหนบ้าง นางเงียมผอเสียะเห็นซ้องกั๋งหาไถ้ก็แกล้งทำหลับเสีย ซ้องกั๋งหาทั่วแล้วไม่พบจึงถามนางเงียมผอเสียะว่าเจ้าเอาไถ้เจียวบุนตอไว้ ขอให้เราเถิด นางเงียมผอเสียะทำไม่ได้ยิน ซ้องกั๋งปลุกสั่นเป็นหลายหน นางเงียมผอเสียะพลิกตัวมาถามว่าอะไร ซ้องกั๋งว่าเจ้าเอาไถ้เจียวบุนตอเก็บไว้ขอให้เราเถิด นางเงียมผอเสียะตอบว่าเอามามอบไว้หรือจึงจะมาเอา ข้าพเจ้านอนหลับอยู่ไม่รู้ไม่เห็น ซ้องกั๋งว่าในห้องก็ไม่มีผู้ใดเข้ามา อยู่ด้วยกันสองคน เวลาคืนนี้เมื่อเจ้านอนข้าวของและเสื้อผ้าก็ไม่ได้ถอด ครั้นเราไปเจ้าจึงลุกขึ้นถอดของแต่งตัว ไถ้แขวนอยู่ที่ลูกกรงเจ้าคงเอาเก็บไว้ นางเงียมผอเสียะว่าไม่ได้เก็บไว้ ซ้องกั๋งอ้อนวอนหลายครั้งแล้วพูดว่า เราเลี้ยงเจ้ากับมารดาไม่ให้อนาทรร้อนใจ กินอยู่นุ่งห่มก็มีพร้อมทุกสิ่ง ไม่ควรจะมาเป็นเช่นนี้เลย นางเงียมผอเสียะก็โกรธพูดว่า ไถ้นั้นเก็บไว้จริงแต่ไม่คืนให้ ท่านจงไปหาเจ้าเมืองกรมการมาจับเป็นผู้ร้ายเถิด ซ้องกั๋งว่าใครว่าเจ้าเป็นผู้ร้าย ขอคืนมาให้เสียโดยดี นางเงียมผอเสียะว่าท่านรู้หรือว่าไม่ใช่ผู้ร้าย ท่านใส่ความข้าพเจ้ารักใคร่กับเตียบุนอ๊วนข้อนั้นไม่จริง ถ้าแม้นเป็นจริงโทษก็เพียงตาย ซึ่งท่านเป็นไส้ศึกของพวกโจร โทษนั้นโตใหญ่หาที่เปรียบไม่ได้ แต่หนังสือของท่านนั้นเราเก็บไว้ดีดอก ถ้าจะเอากลับคืนต้องทำตามคำข้าพเจ้าสามอย่าง

ซ้องกั๋งได้ฟังว่าเป็นไส้ศึกพวกโจรก็ตกใจ จึงห้ามว่าอย่าอื้ออึงไป จะเอาของสิ่งใดสามอย่างจะยอมตามคำทั้งสิ้น นางเงียมผอเสียะว่าท่านยอมให้จริง ๆ ก็จะบอก ข้อหนึ่ง ท่านได้ออกเงินช่วยข้าพเจ้ามาเท่าไรเอาตั๋วใบนั้นคืนมา เขียนหนังสือหย่าขาดจากผัวเมียกันตั้งแต่วันนี้ไป แล้วให้ข้าพเจ้าอยู่กินกับเตียบุนอ๊วน ข้อสอง ว่าด้วยของแต่งตัวกับเครื่องที่ใช้สอยและบ้านเรือนนี้ให้เป็นสิทธิแก่ข้าพเจ้าต่อไป ข้อสาม ว่าด้วยทองคำร้อยตำลึงที่มีในหนังสือนั้น จงเอามาให้ด้วย ถ้ายอมความสามข้อนี้แล้วจึงจะคืนหนังสือกับไถ้เจียวบุนตอให้ ซ้องกั๋งว่าซึ่งข้อหนึ่ง ข้อสองที่ว่านั้นก็ยอมให้ได้ แต่ทองคำร้อยตำลึงนั้น ไม่ได้รับไว้ให้เอากลับคืนไปเสียแล้ว นางเงียมผอเสียะว่า ท่านอย่าพูดเลยไม่มีผู้ใดเชื่อ เป็นขุนนางกรมการที่จะไม่เอาเงินทองนั้นไม่มี เปรียบเหมือนแมลงวันเห็นโลหิตแล้วที่ไหนจะอดได้ ซ้องกั๋งว่า ทองคำร้อยตำลึงนั้นให้เอากลับคืนไปจริงๆ ไม่ได้รับไว้ ถ้าจะเอาให้ได้ก็ขอผลัดสามวัน จะกลับไปบ้านเอาของมาขายให้ครบทองร้อยตำลึงจึงจะเอามาให้ นางเงียมผอเสียะว่าจะล่อลวงเช่นนั้นไม่ได้ ถ้าถึงสามวันไม่เอามาแล้วจะไปทวงกับผู้ใด ถ้าเอาของมาเมื่อไรจะให้ไถ้ไปเมื่อนั้น ซ้องกั๋งว่าถ้ารับทองคำร้อยตำลึงไว้ก็จะให้เสียเดี๋ยวนี้เพราะไม่ได้รับไว้จริง ๆ จึงขอผลัดไป นางเงียมผอเสียะตอบว่าถึงพรุ่งนี้เช้าเข้าไปโรงชำระต่อหน้าเจ้าเมืองกรมการ ท่านก็ไม่รับว่าเอาทองนั้นไว้

ซ้องกั๋งได้ฟังพูดถึงโรงชำระก็สะดุ้งใจ ด้วยอ้อนวอนเป็นนักหนาจะว่ากล่าวสิ่งใดยอมตามทุกอย่างยังจะไม่ให้ก็โกรธ จึงถามว่าไม่ให้จริงหรือ นางเงียมผอเสียะว่า ถึงจะมาสักร้อยคนก็ไม่ให้ ถ้าจะเอาให้ได้จงไปเอาที่เมืองหุนเสียกุ้ย ซ้องกั๋งก็ยิ่งโกรธหนักตรงเข้าแย่งชิง นางเงียมผอเสียะเอาไถ้เจียวบุนตอเข้าซ่อนไว้ในเสื้อ เอามือกอดไว้แน่นหนา ซ้องกั๋งเห็นไถ้เจียวบุนตอแน่แล้วก็แย่งชิงกัน นางเงียมผอเสียะไม่ยอมให้ ซ้องกั๋งเห็นกระบี่วางอยู่บนเตียงก็ฉวยกระบี่ ถามว่าไม่ให้หรือ นางเงียมผอเสียะร้องอื้ออึงขึ้นว่า ซ้องกั๋งจะฆ่าข้าพเจ้าแล้ว ซ้องกั๋งกำลังโทโสกลุ้มขึ้นมาก็เอากระบี่แทงนางเงียมผอเสียะตาย หยิบไถ้เจียวบุนตอมา เอาหนังสือเผาไฟเสียแล้วเดินออกจากห้อง ยายเงียมผอเมาสุราตื่นขึ้นยังไม่ทันสว่าง ได้ยินเสียงซ้องกั๋งกับบุตรสาวพูดกันฟังไม่ถนัด แต่คำปลายนั้นได้ยินบุตรสาวร้องว่า ซ้องกั๋งจะฆ่าคนก็ตกใจ ลุกจากที่นอนตรงเข้าไปในห้องพบซ้องกั๋งออกมา ซ้องกั๋งเห็นจึงบอกว่า บุตรสาวของยายถูกเราฆ่าตายเสียแล้ว ยายเงียมผอว่า ท่านอย่าพูดเล่น ข้าพเจ้าไม่เชื่อ คนอย่างท่านหรือจะฆ่าคนได้ ซ้องกั๋งว่าไม่เชื่อก็เข้าไปดูด้วยกัน ซ้องกั๋งกับยายเงียมผอเข้าไปในห้อง เห็นบุตรสาวตายโลหิตไหลเปื้อนก็ร้องไห้ แกล้งทำเป็นพูดว่า สมน้ำหน้าตายเสียแล้วก็แล้วไป ทำให้ท่านโกรธแค้นยิ่งนัก ซ้องกั๋งว่า ยายอย่าวิตกเราจะรับเลี้ยงยายกว่าจะหาชีวิตไม่ ไหนๆ บุตรของยายเราก็ฆ่าตายแล้ว ยายซื้อหีบมาใส่ศพเสียอย่าให้อื้ออึงจะเขียนหนังสือให้ไป ยายเงียมผอว่าอย่าต้องเขียนหนังสือเลย ท่านกับข้าพเจ้าไปซื้อหีบที่โรงเตี๊ยมตันซำหลงด้วยกันเถิด ซ้องกั๋งมิได้สงสัยเดินไปกับยายเงียมผอ และโรงเตี๊ยมตันซำหลงนั้นต้องไปทางโรงชำระหน้าบ้านผู้รักษาเมือง พอสว่างดีประตูโรงชำระเปิดแล้ว ยายเงียมผอกับซ้องกั๋งเดินไปถึงหน้าโรงชำระ ยายเงียมผอเข้ายึดซ้องกั๋งไว้ ร้องว่าฆ่าคนตายให้ช่วยด้วย ตามบรรดาขุนนางกรมการและชาวบ้านเหล่านั้น เคยได้ใช้เงินทองของซ้องกั๋งได้สงเคราะห์ช่วยไว้ ครั้นได้ฟังเสียงร้องก็พากันมาดู เห็นยายเงียมผอยึดซ้องกั๋งอยู่ให้ช่วยจับ จึงชวนกันว่ายายนี้จะเป็นคนเสียจริตดอกกระมังก็เดินเลยไป

ฝ่ายตงงูยีครั้นรุ่งขึ้นเช้าเอาสิ่งของจะไปขายที่ตลาด เดินมาถึงหน้าโรงชำระเห็นยายเงียมผอยึดซ้องกั๋งไว้ร้องว่า ฆ่าคนตาย ตงงูยีโกรธยายเงียมผอมาแต่เมื่อเวลาไปหาซ้องกั๋งที่บ้าน ยายเงียมผอด่าตีไล่ส่งออกมา เพราะเห็นแก่หน้าซ้องกั๋งจึงไม่อาจทำ ครั้นเห็นยายเงียมผอยึดซ้องกั๋งไว้ ก็เข้าตียายเงียมผอ ๆ เจ็บป่วยทนไม่ได้ก็วางมือ ซ้องกั๋งหลีกเลี่ยงหนีไปได้ ยายเงียมผอร้องว่าตงงูยีมาแก้ซ้องกั๋งที่ฆ่าคนตายให้หนีไป ตงงูยีไม่ตอบประการใดเข้าตียายเงียมผอ ๆ ก็ยึดตงงูยีไว้ ร้องให้ขุนนางกรมการเมืองช่วย

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ