๒๕

ฮุนกอสู้ยายเห็งโผไม่ได้ก็เดินร้องไห้กลับมาได้ครึ่งทางพบบู๊ตัวหนึงหาบของขายก็ร้องถามว่า ไม่เห็นหน้าหลายวัน ใจท่านดีนัก ผู้ใดทำให้เจ็บปวดเท่าไรก็ไม่โกรธ บู๊ตัวหนึงได้ฟังก็สะดุ้งใจสงสัย จึงถามว่า เหตุใดพูดดังนี้ มีข้อความสิ่งใดจงบอกให้รู้เถิดจะให้ของรับประทานเป็นรางวัล ฮุนกอว่ามีการสำคัญอยู่สิ่งหนึ่งซื้อสุราให้เราดื่มจึงจะบอกได้ บู๊ตัวหนึงก็พาไปซื้อสุราให้ดื่ม ฮุนกอบอกว่า ภรรยาท่านรักใคร่กับไซบุนเข่ง ไปหากันที่โรงยายเห็งโผแล้วก็เล่าความซึ่งเอาผลไม้ไปขาย ยายเห็งโผทุบตีขับไล่ให้ฟังทุกประการ บู๊ตัวหนึงก็โกรธยิ่งนักพูดว่า การนี้จริงดังท่านกล่าวแล้วคนไหนหนอชื่อไซบุนเข่งจะไปจับให้ได้ ฮุนกอว่า เวลาท่านออกมาค้าขายเขาไปหากันที่โรงยายเห็งโผทุกวัน ซึ่งจะไปจับแต่คนเดียวเห็นจะไม่ได้ ไซบุนเข่งรู้ตัวจะออกมาจับไปทำโทษ ด้วยเจ้าเมืองกรมการเป็นพวกพ้องเขาทั้งสิ้น ท่านจะมิตายเปล่าหรือ เรามีอุบายอยู่อย่างหนึ่ง ถ้าท่านกลับไปโรงอย่าพูดจาสิ่งใดให้ภรรยารู้ พรุ่งนี้เช้าจงหาบของมาขายเราจะคอยอยู่ที่นี่ แม้นเห็นไซบุนเข่งไปที่โรงยายเห็งโผ แล้วท่านกับเราแอบตามไปแอบดูภรรยาท่านคงมาอยู่ในนั้นด้วย ข้าพเจ้าจะยืนด่าที่หน้าโรงยายเห็งโผก็คงออกมาตีเราจะยึดไว้ ท่านเข้าไปในโรงก็จะจับไซบุนเข่งกับภรรยาได้ บู๊ตัวหนึงก็เห็นชอบ พูดนัดกันแน่นอนแล้ว บู๊ตัวหนึงจึงกลับมาโรง นางพัวกิมเหลียนออกมารับหาบตามเคย ครั้นเวลาเช้าบู๊ตัวหนึงจัดขนมเล็กน้อยหาบออกจากโรงมา นางพัวกิมเหลียนมิได้เฉลียวใจ พอบู๊ตัวหนึงออกจากโรงไปแล้วก็แต่งตัวงดงามตรงมาโรงยายเหงโผ

ฝ่ายฮุนกอครั้นรุ่งขึ้นเช้าก็ไปคอยบู๊ตัวหนึงอยู่ที่ตลาด พอเห็นบู๊ตัวหนึงมาก็บอกว่า เวลานี้ยังเช้าอยู่ จงหาบของขายตามแถวนี้ไปก่อน ถ้าไซบุนเข่งมาเมื่อไรเราจะตามไปบอก บู๊ตัวหนึงก็หาบขนมขายประมาณครู่หนึ่ง ชวนกันเดินมาถึงหน้าโรง บู๊ตัวหนึงแอบซ่อนตัวเสีย ฮุนกอด่าว่ายายเห็งโผเป็นคำหยาบ ๆ ยายเห็งโผได้ฟังก็โกรธ ออกจากโรงมาตีฮุนกอ ๆ ก็ยึดยายเห็งโผไว้แน่นหนา บู๊ตัวหนึงเห็นได้ทีก็วิ่งเข้าไป ยายเห็งโผเห็นบู๊ตัวหนึงวิ่งเข้ามาในโรงก็ตกใจ ครั้นจะไปบอกไซบุนเข่งกับนางพัวกิมเหลียนก็ไม่ได้ ด้วยฮุนกอยึดไว้มั่นคง บู๊ตัวหนึงเข้าไปข้างในได้ยินเสียงพูดจากันอยู่ในห้องก็วิ่งตรงเข้าไป ไซบุนเข่งเห็นก็ปิดประตูซ่อนอยู่ใต้เตียง นางพัวกิมเหลียนมิได้เกรงกลัว ครั้นไซบุนเข่งเข้าไปซ่อนอยู่จึงพูดเปรียบว่า เมื่อแรกอวดอ้างว่าไม่กลัวผู้ใด ยังไม่ทันไรก็เข้าซ่อนเสีย ไซบุนเข่งได้ฟังก็นึกอายใจ ออกมาจากใต้เตียงเปิดประตู บู๊ตัวหนึงก็ตรงเข้าไปจับ ไซบุนเซ่งเอาเท้าถีบถูกอกบู๊ตัวหนึงล้มลงรากโลหิตออกมา ไซบุนเข่งก็หนีไปได้ ฮุนกอยึดยายเห็งโผไว้ เห็นไซบุนเข่งถีบบู๊ตัวหนึงล้มลงก็วางยายเห็งโผเสียหนีไป ยายเห็งโผตกใจกลัวบู๊ตัวหนึงจะตายก็ร้องเรียกนางพัวกิมเหลียนออกมาช่วยกันพยุงกลับไปโรง บู๊ตัวหนึงเจ็บปวดยังนักไม่ได้สติ ครั้นกลับไปโรงแล้วก็ฟื้นขึ้น นางพัวกิมเหลียนก็ไม่เอาใจใส่ดูแล ครั้นถึงเวลาก็แต่งตัวไปหาไซบุนเข่งที่โรงยายเห็งโผทุกเวลามิได้ขาด บู๊ตัวหนึงลุกขึ้นก็ไม่ได้ ไม่รู้ที่จะทำประการใด นอนป่วยอยู่สี่ห้าว้น นางพัวกิมเหลียนก็เฉยเสียไม่ปฏิบัติรักษา บู๊ตัวหนึงจึงร้องเรียกนางพัวกิมเหลียนมาพูดว่า เจ้าไม่ปฏิบัติรักษาจะทิ้งให้ตายเสียก็แล้วไป บู๊สงน้องเรากลับมาก็จะได้เห็นกัน แม้นเจ้าอุตส่าห์ปฏิบัติรักษาให้เราหายถึงบู๊สงกลับมาก็จะปิดความเสียมิให้รู้ ถ้าไม่เชื่อก็ตามแต่ใจเถิด นางพัวกิมเหลียนได้ฟังก็ตกใจไปปรึกษากับยายเห็งโผว่า บู๊ตัวหนึงพูดดังนี้จะทำประการใดดี ยายเห็งโผว่า ถ้ากระนั้นเอายาพิษให้กินตายเสียก็แล้วกัน ความเรื่องนี้ชาวบ้านไม่มีผู้ใดรู้ บู๊สงกลับมาบอกว่าป่วยตายก็สิ้นเรื่อง นางพัวกิมเหลียนก็ยินดีช่วยกันจัดหายาพิษมาให้บู๊ตัวหนึงรับประทาน บู๊ตัวหนึงสำคัญว่าภรรยาปฏิบัติรักษาตามคำที่พูดไว้มิได้สงสัย ดื่มยาพิษเข้าไปบัดเดี๋ยวก็ขาดใจตาย นางพัวกิมเหลียนกับยายเห็งโผกลัวเพื่อนบ้านจะรู้ก็ทำเป็นร้องไห้ เอากระดาษเขียวมาเขียนตัวหนังสือขาวปิดไว้หน้าโรงปรารถนาจะให้ชาวบ้านรู้ว่าว่าบู๊ตัวหนึงตาย ชาวบ้านทั้งหลายแจ้งว่านางพัวกิมเหลียนคบชู้สู่ชาย แต่บู๊ตัวหนึงนั้นตายไม่รู้ว่าเหตุผลอันใด มิได้ถามไถ่พากันนิ่งอยู่ ยายเห็งโผไปบอกกับไซบุนเข่งว่า เราคิดอ่านวางยาพิษบู๊ตัวหนึงตายเสียแล้วจะทำประการใดดี ไซบุนเข่งได้ฟังกลับมีความยินดีว่าคราวนี้คงสมความปรารถนา ยายจงเอาเงินไปซื้อหีบใส่ศพเอาไปเผาเสียเถิด ยายเห็งโผว่าทำเช่นนั้นไม่ได้ ต้องไปบอกผู้ตรวจมาดูตามธรรมเนียมเมือง ผู้ตรวจนั้นชื่อห้อเกาเจ้กเป็นคนสัตย์ซื่อ ท่านจะคิดอ่านอย่างไรดี ไซบุนเข่งว่าข้อนั้นไม่เป็นไรเราจะไปว่ากล่าวเอง จงเอาเงินไปซื้อหีบจัดไว้ให้พร้อมเถิด ยายเห็งโผรับเงินแล้วมาบอกนางพัวกิมเหลียนว่า ไซบุนเข่งให้เงินมาซื้อหีบไว้ใส่ศพ ซึ่งการงานทั้งปวงนั้นไซบุนเข่งจะจัดแจงว่ากล่าวเอง นางพัวกิมเหลียนก็ยินดีปิดความเสีย บอกกับเพื่อนบ้านว่าสามีป่วยตายก็ทำร้องไห้เศร้าโศก ยายเห็งโผมาซื้อหีบแล้วไปบอกห้อเกาเจ้กผู้ตรวจว่าบู๊ตัวหนึงสามีนางพัวกิมเหลียนเจ็บในอกตาย เชิญท่านไปดูเสียจะได้เอาศพใส่หีบ ห้อเกาเจ้กก็ให้เพื่อนผู้ตรวจด้วยกันมาดูศพบู๊ตัวหนึงก่อน ตัวห้อเกาเจ้กเดินมาข้างหลัง

ฝ่ายไซบุนเข่งเดินไปหาห้อเกาเจ้กผู้ตรวจพบตามทาง ไซบุนเข่งเชิญเข้าไปในโรงขายสุรา สั่งให้เจ้าของโรงเตี๊ยมจัดหาโต๊ะมาเลี้ยงเป็นอันดี ห้อเกาเจ้กคิดอัศจรรย์ใจนัก ถามว่าวันนี้ท่านมาเลี้ยงข้าพเจ้ามีธุระสิ่งไรบอกให้ทราบเถิด ไซบุนเข่งว่า เชิญท่านกินโต๊ะเสพสุราก่อนแล้วจะพูดให้ฟัง สองนายกินโต๊ะเสพสุราด้วยกันประมาณครู่หนึ่ง ไซบุนเข่งหยิบเอาเงินสิบตำลึงวางไว้บนโต๊ะแล้วพูดว่า ข้าพเจ้าให้เป็นค่าเหนื่อย ด้วยวันนี้ท่านจะไปดูศพบู๊ตัวหนึงอย่าได้ว่ากล่าวประการใดเลย จงให้เอาใส่หีบเสียโดยดีเถิดแล้วก็ส่งเงินให้ ห้อเกาเจ้กไม่แจ้งว่าเหตุผลประการใดก็ไม่รับ ว่าการเล็กน้อยอย่าได้ให้เงินทองเลย ไซบุนเข่งไม่ฟังขืนเอาเงินส่งให้ ห้อเกาเจ้กเสียไม่ได้ก็รับไว้แล้ว คิดว่าเห็นจะมีเหตุการณ์สักสิ่งหนึ่ง เราไปดูศพบู๊ตัวหนึงคงจะรู้ความ ครั้นกินโต๊ะเสพสุราเสร็จก็ลาไซบุนเข่งออกจากโรงเตี๊ยมเดินมาถึงหน้าโรงบู๊ตัวหนึง เห็นเพื่อนผู้ตรวจที่ให้มาก่อนยืนอยู่หน้าโรง นางพัวกิมเหลียนเห็นผู้ตรวจมาก็ทำเช็ดน้ำตาร้องไห้แล้วเชิญเข้าไปข้างใน ห้อเกาเจ้กถามว่า สามีเจ้าเจ็บป่วยเป็นโรคอะไรจึงได้ตาย นางพัวกิมเหลียนบอกว่า เจ็บในอกมาได้สี่ห้าวัน เวลาคืนนี้ดึกประมาณสามยามเจ็บมากขึ้นก็ขาดใจตาย เชิญท่านไปดูเถิด ห้อเกาเจ้กเห็นรูปร่างนางพัวกิมเหลียนงดงามจึงนึกว่าบู๊ตัวหนึงรูปร่างไม่ดีที่ไหนจะรักใคร่ คงจะได้เสียกับไซบุนเข่งและอุบายคิดฆ่าสามีเสีย ครั้นเข้าไปเลิกผ้าขึ้นดูก็รู้ว่าถูกวางยาพิษตาย จะเรียกให้ผู้คนเข้ามาเป็นพยานด้วยคนเหล่านั้นกลัวไซบุนเข่ง ประการหนึ่ง ผู้รักษาเมืองและกรมการก็เป็นพวกพ้องของไซบุนเข่ง เราได้รับเงินของเขาไว้จะทำประการใดดี คิดแล้วก็ทำเป็นมืดหน้าล้มลงนิ่งแน่ไป

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ