๒๗

ผู้เฒ่าทั้งสี่เห็นบู๊สงเอาศีรษะไซบุนเข่งมาได้เกรงยิ่งนัก พูดว่าพวกข้าพเจ้าจะคอยท่านจัดการแล้วจึงจะไป บู๊สงเอาศีรษะไซบุนเข่งกับศีรษะนางพัวกิมเหลียนมาวางเคียงกันที่โต๊ะหน้าป้ายบู๊ตัวหนึงพี่ชาย จุดธูปเทียนเซ่นไหว้พลางพูดว่าข้าพเจ้าบู๊สงได้แก้แค้นแทนพี่ ตัดศีรษะคนทั้งสองมาเซ่นไหว้ ถึงตัวจะตายก็ไม่เสียดายชีวิต แล้วพูดกับผู้เฒ่าว่า ครั้งนี้ฆ่าคนทั้งสองแก้แค้นแทนพี่โทษในตัวของเรามีอยู่ ท่านทั้งหลายต้องไปด้วย เราเชิญท่านมาเป็นพยานได้รู้เห็นประการใดจงพูดไปแต่ตามจริง จะเป็นตายอย่างไรไม่ให้เกี่ยวข้องกับท่าน ถ้าสำเร็จการแล้วสิ่งของในโรงนี้ ท่านทั้งสี่ช่วยจัดแจงขายเอาเงินไปให้เราจะได้แลกเปลี่ยนอาหารมารับประทาน พูดแล้วเอาไฟเผาป้ายที่เขียนชื่อบู๊ตัวหนึงเสีย สั่งทหารให้คุมตัวยายเห็งโผไปด้วยกัน บู๊สงก็พาผู้เฒ่าทั้งสี่ตรงมาหาผู้รักษาเมืองเอียงก๊กกุ้ย เอาศีรษะวางไว้แล้วแจ้งว่า ข้าพเจ้าฆ่าไซบุนเข่งกับนางพัวกิมเหลียนตาย พลางเอาถ้อยคำของนางพัวกิมเหลียนคำยายเห็งโผส่งให้ดู ผู้รักษาเมืองเห็นศีรษะกับแจ้งในถ้อยคำทั้งสองฉบับแล้วถามยายเห็งโผอีก ยายเห็งโผก็ให้การตามจริงเหมือนแต่เดิมกับทั้งถามผู้เฒ่าทั้งสี่ก็ให้การตามที่ได้รู้เห็น ผู้รักษาเมืองให้หาห้อเกาเจ้กกับฮุนกอมาถามก็ให้การตามจริง ผู้รักษาเมืองจดถ้อยคำไว้แล้วคิดว่าไซบุนเข่งก็ตายเสียจะทำอย่างไรได้ บู๊สงนี้ชายชาติทหารสัตย์ซื่อฝีมือเข้มแข็ง เดิมก็ได้ใช้ให้ไปเมืองหลวงมีคุณกับเราจะต้องช่วยบู๊สงไว้ จึงตรวจดูถ้อยคำที่จะส่งขึ้นไป ณ เมืองตงเพ็งฮู้ เห็นผิดอยู่ก็ให้แก้ไขเพิ่มเติมแล้วอ่านให้ฟังว่า “เดิมบู๊สงไปเซ่นไหว้บู๊ตัวหนึงพี่ชาย นางพัวกิมเหลียนแกล้งทำลายป้ายเสีย บู๊สงขัดเคืองวิวาทกันจึงได้ฆ่าตาย ไซบุนเข่งนั้นเป็นชู้กับนางพัวกิมเหลียนไม่เกรงกลัวผู้ใดจึงคิดวิวาทขึ้นบู๊สงก็ฆ่าเสีย” ครั้นผู้รักษาเมืองอ่านให้บู๊สงฟังแล้ว ก็เอาถ้อยคำกับศีรษะทั้งสองและคนที่เกี่ยวข้องมอบให้ขุนนางคุมไปส่ง ณ เมืองตงเพ็งฮู้ ขุนนางผู้นั้นคุมตัวบู๊สงกับยายเห็งโผและพยานหกคนออกจากเมืองเอียงก๊กกุ้ยตรงไปยังเมืองตงเพ็งฮู้ ถึงแล้วก็มอบให้ผู้รักษาเมือง

ฝ่ายตันบุนเจียวรับหนังสือมาตรวจดูก็แจ้งเรื่องของบู๊สงว่า ผู้รักษาเมืองเอียงก๊กกุ้ยแก้ไขถ้อยคำให้ เอาคนเหล่านั้นมาถามไถ่ก็ถูกต้องกัน ผู้รักษาเมืองมีความเวทนาว่าบู๊สงเป็นคนสัตย์ซื่อฝีมือเข้มแข็ง สั่งให้ลดหย่อนโทษแต่เบาบาง ให้เอายายเห็งโผจำขังไว้ ตันบุนเจียวจึงทำหนังสือบอกเข้าไปเมืองหลวง ขุนนางผู้รักษาว่าบู๊สงฆ่าคนตาย ให้เฆี่ยนสี่สิบทีแล้วเนรเทศไปเมืองเม่งจิว ยายเห็งโผนั้นโทษนักหนาชักสื่อภรรยาเขาช่วยกันวางยาตาย ให้เอายายเห็งโผไปเชือดเนื้อทีละชิ้นกว่าจะตาย ไซบุนเข่งไปคบหาภรรยาเขา บู๊สงฆ่าตายเสียโทษพอลบกลบกัน คนทั้งหกที่ได้รู้เห็นเอามาเป็นพยานนั้นไม่มีโทษให้ปล่อยไปทำมาหากินตามภูมิลำเนา ปรึกษาแล้วก็ส่งมายังเมืองตงเพ็งฮู้ ตันบุนเจียวก็ให้หาคนทั้งหกมาบอกว่า บัดนี้ผู้รักษาเมืองว่าโทษไม่มีจงกลับไปที่อยู่ทำมาหากินเถิด สั่งให้ผู้คุมเอายายเห็งโผมาผูกขึงไว้ เข้าเชือดเนื้อทีละชิ้นจนขาดใจตาย แล้วให้เอาบู๊สงเฆี่ยนสี่สิบทีเนรเทศไปเมืองเม่งจิว ผู้คุมคำนับลาพาตัวบู๊สงมาบ้าน จัดแจงสิ่งของจะเอาไปเป็นเสบียงตามทาง

ฝ่ายผู้เฒ่าทั้งสี่ครั้นเสร็จความแล้วกลับไปจัดขายสิ่งของที่บู๊สงสั่งไว้ ได้เงินมาทั้งหกคนก็พากันเอาไปให้ บู๊สงรับเงินพลางพูดกับฮุนกอว่า เดิมเราจะให้เงินเจ้าอีกจะได้ไปซื้อเลี้ยงบิดาแล้วก็ส่งเงินให้ฮุนกอสิบห้าตำลึง พูดกับคนเหล่านั้นว่า ครั้งนี้เราทำให้พวกท่านลำบากเป็นนักหนาอย่าโกรธเลย ถ้อยความก็เสร็จแล้วเชิญท่านทั้งหลายกลับไปเถิด คนทั้งหกนั้นแจ้งว่าโทษบู๊สงหามีประการใดไม่ก็ค่อยคลายวิตก พากันลากลับมาเมืองเอียงก๊กกุ้ย

ฝ่ายผู้คุมทั้งสองจัดสิ่งของพร้อมแล้ว ก็คุมบู๊สงออกจากเมืองตงเพ็งฮู้เดินทางไป ครั้นได้เวลาก็เข้าสำนักอาศัย บู๊สงกับผู้คุมชอบพอรักใคร่ชวนกันเดินทางไปได้สี่สิบวัน ถึงตำบลหนึ่งมีโรงขายสุราเห็นคนหาบฟืนเดินมา บู๊สงถามว่าที่ตำบลนี้เรียกว่าบ้านอะไรหรือ ชายผู้นั้นบอกว่ายีปิหนทางสามแพร่ง มีต้นไม้ใหญ่กับโรงขายสุราอยู่นั้น บู๊สงกับผู้คุมทั้งสองก็เดินตรงไป เห็นมีต้นไม้ใหญ่อยู่หน้าโรง หญิงเจ้าของขายสุราเห็นคนเดินทางมาก็พูดว่า เชิญท่านสำนักที่โรงข้าพเจ้าเถิด ท่านเหนื่อยมาจะดื่มสุรากับสิ่งของต่างๆ ก็มี บู๊สงกับผู้คุมชวนกันเข้าไปเอาห่อของวางไว้บนโต๊ะ ให้หญิงเจ้าของโรงจัดหาสุราอาหารมาให้ก็ชวนกันเสพสุรารับประทานอาหารเป็นที่สำราญ บู๊สงเคยเที่ยวไปมาแจ้งว่าที่ตำบลนี้ถ้าผู้ใดมาสำนักอาศัยก็เอายาพิษวางให้เมาเก็บเอาทรัพย์สิ่งของแล้วฆ่าคนเสียเชือดเนื้อทำขนมเปาขาย บู๊สงก็คอยระวังตัวผู้คุมทั้งสองนั้นชวนกันรับประทานชมว่าขนมนี้ดีนัก บู๊สงเอาขนมเปามาหักออกดูถามเจ้าของว่า ขนมนี้ทำด้วยเนื้อคนหรือสุนัข หญิงนั้นได้ฟังก็หัวเราะแกล้งพูดว่าจะเอาเนื้อคนที่ไหนมาเอาแต่เนื้อโคเนื้อกระบือดอกท่านอย่าสงสัยเลย บู๊สงว่าเราเคยเที่ยวไปมาได้ยินข่าวคราวอยู่ แล้วให้ผู้คุมถอดคาออกเสีย ชวนกันเสพสุราพูดจาตามสบาย หญิงนั้นเห็นห่อสิ่งของวางไว้บนโต๊ะก็ยินดี คิดว่าคนทั้งสามนี้เปรียบเหมือนแมงเม่าบินเข้ากองเพลิง ขนมที่เอาเนื้อคนทำขายก็เกือบหมดอยู่แล้วเผอิญให้คนสามคนมาจะได้เนื้อทำขนมขายต่อไปแล้วยืนคอยดูอยู่ บู๊สงเห็นหญิงนั้นแต่งตัวงดงามก็พูดสัพยอกเล่น หญิงนั้นก็ทำเป็นหัวเราะไม่โต้ตอบประการใด บู๊สงถามว่าสุราที่อย่างดีมีบ้างหรือไม่จงเอามาให้อีก หญิงนั้นเข้าไปข้างในเอายาพิษใส่แล้วยกออกมาสามชามบอกว่าสุรานี้ดีนัก เชิญท่านดื่มดูเถิด พูดแล้วก็หัวเราะเดินห่างออกมา บู๊สงเห็นท่วงทีกิริยาชอบกล จึงคิดว่าสุรายกมาคราวนี้เห็นจะใส่ยาเบื่อ พอคิดดังนั้นผู้คุมทั้งสองก็เสพสุราเข้าไปบู๊สงจะห้ามก็ไม่ทัน จึงทำเป็นพูดว่าสิ่งของแกล้มสุราหมดแล้วจงจัดหามาอีก หญิงนั้นก็เดินไปจัดการให้ บู๊สงได้ทีเทสุรายาเบื่อเสียยกชามเปล่าขึ้นดื่ม พอหญิงเจ้าของเดินมาบู๊สงวางชามลงบอกว่าสุรานี้ดีจริงฉุนเฉียวนัก หญิงเจ้าของโรงสำคัญว่าบู๊สงดื่มสุรายาเบื่อแล้วก็ยินดีตบมือหัวเราะอยู่ครู่หนึ่ง ผู้คุมทั้งสองก็มึนเมานอนกลิ้งพูดไม่ออก บู๊สงเห็นดังนั้นก็รู้ว่าถูกยาเบื่อ จึงนึกว่าจำเราจะทำเหมือนผู้คุมทั้งสอง ดูทีหรือว่าหญิงนื้จะทำประการใด แล้วแกล้งทำเป็นนอนหลับตาอยู่ที่โต๊ะ หญิงนั้นเห็นนอนนิ่งอยู่ทั้งสามคนก็ยินดีนัก ตรงเข้าเก็บเอาห่อสิ่งของไปไว้ เรียกคนใช้ทั้งสองมาหามผู้คุมสองคนไปที่ห้องสำหรับฆ่าคน แล้วก็เข้าหามบู๊สง ๆ แกล้งแข็งตัวให้หนัก คนใช้หามไม่ไหว หญิงนั้นจึงพูดว่าดีแต่เสพสุราอย่างเดียว จะหามคนเท่านี้ก็ต้องเราลงมือหรือว่าแล้วตรงเข้าถอดเสื้อ เห็นบู๊สงอ้วนใหญ่ ว่าคนนี้ว่าเอาไว้ทำขนมใช้ต่างเนื้อโคขายได้หลายวัน พูดดังนั้นแล้วก็เข้ายกกลางตัว บู๊สงเอามือกอดหญิงเจ้าของโรงกดลงไว้ หญิงนั้นดิ้นไม่หลุดก็ร้องให้ช่วย คนใช้ทั้งสองตรงเข้าไป บู๊สงก็ตวาดด้วยเสียงอันดังคนใช้ตกใจกลัวยืนชะงักอยู่ พอสามีของหญิงมาถึงเห็นก็ร้องถามว่าอย่าเพิ่งวุ่นวายไปเลย

บู๊สงได้ฟังก็เอาเท้าเหยียบหญิงนั้นไว้ ชายนั้นถามว่า ท่านมาแต่ไหนแซ่ไรชื่อใดฝีมือเข้มแข็งนัก บู๊สงบอกว่า เราเป็นขุนนางฝ่ายทหารอยู่เมืองเอียงก๊กกุ้ย แซ่บู๊ชื่อสง ชายผู้นั้นได้ฟังคำนับแล้วพูดว่า ภรรยาข้าพเจ้าไม่รู้จักทำให้ท่านโกรธ อย่าได้ถือโทษเลย บู๊สงได้ฟังก็ปล่อยหญิงนั้นเสีย ชายผู้นั้นให้ภรรยามาคำนับบู๊สงแล้วเชิญเข้าไปนั่งข้างใน บู๊สงถามว่า ท่านอยู่ที่ไหนแซ่ใดชื่อไรจึงได้รู้จักเรา ชายผู้นั้นบอกว่าข้าพเจ้าชื่อเตียแช รักษาสวนผักของหลวงจีนที่วัดตำบลบ้านนี้ หลวงจีนทำให้ข้าพเจ้าขัดเคืองจึงได้ฆ่าเสีย เอาไฟเผาเสียแล้วมาทั้งโรงขายสุราอยู่ที่นี่ อยู่มาเวลาวันหนึ่งมีผู้เฒ่าหาบของเดินมาทางนี้เห็นว่าข้าพเจ้าว่องไวก็ชวนไปอยู่ด้วยสอนเพลงอาวุธต่างๆ แล้วยกบุตรหญิงชื่อนางซึงยีเหนียมีฝีมือเข้มแข็ง บิดาฝึกหัดเพลงอาวุธให้จนชำนิชำนาญคนทั้งหลายเรียกว่าเอี๊ยะแช ครั้นอยู่มาบิดานางตายข้าพเจ้าจึงมาตั้งโรงขายสุราอยู่ตามเดิม ถ้าผู้ใดเดินทางมาสำนักอาศัยเห็นมีเงินทองก็เอายาเบื่อให้กิน เก็บเอาทรัพย์สิ่งของแล้วฆ่าเสียเอาเนื้อทำขนมขายเลี้ยงชีวิตต่อมา ข้าพเจ้าได้สั่งไว้ว่า ถ้ามีคนสามจำพวกเดินทางมานี้อย่าได้ทำอันตราย เวลาวันหนึ่งข้าพเจ้าไม่อยู่ หลวงจีนลูตีซิมถือไม้เท้าเหล็กหนักหกสิบชั่งเป็นขุนนางฝ่ายทหารอยู่ ณ เมืองเอียนอันฮู้ ครั้นตีแต้โต๋วตายหนีไปบวชเป็นหลวงจีนอยู่วัดเขาเงาไทซัวเดินทางมาทางนี้ ภรรยาข้าพเจ้าเห็นอ้วนพีคิดจะฆ่าเอาเนื้อทำขนมขาย จึงเอายาเบื่อวางหลวงจีนลูตีซิมเมาแล้วก็ช่วยกันหามเข้าไปในห้องสำหรับฆ่าคน พอข้าพเจ้ามาทันเห็นไม้เท้าเหล็กพิงอยู่ก็แจ้งว่าผู้นั้นมีฝีมือ เข้าไปดูเห็นภรรยาเงื้อกระบี่จะฆ่าจึงห้ามไว้ เอายามาแก้ฟื้นขึ้นเล่าความเดิมให้ฟัง ข้าพเจ้ากับหลวงจีนลูตีซิมก็สาบานเป็นพี่น้องกัน ครั้นอยู่มาภายหลังหลวงจีนลูตีซิมแย่งชิงได้วัดโปจูซีที่ตำบลเงายีเล่งซัวเป็นที่อาศัยอยู่กับเอียจี้ที่เรียกแซมินซิว หลวงจีนลูตีซิมมีหนังสือมาชวนให้ไปอยู่ด้วยข้าพเจ้าก็ยังไม่ได้ไป บู๊สงว่าคนทั้งสองนั้นเราได้ยินข่าวเล่าลือว่าฝีมือเข้มแข็งนัก เตียแชว่าเมื่อเวลาวานนี้ยังมีหลวงจีนอีกรูปหนึ่ง ฝีมือเพลงอาวุธว่องไวกล้าหาญเอากระดูกศีรษะคนทั้งร้อยแปดทำลูกประคำสะพายแล่ง กระบี่ที่ถือสำหรับมือทำด้วยเหล็กอย่างดี เวลากลางคืนกระบี่ดังกริ่งๆ อยู่มิได้ขาด หลวงจีนเดินมาทางนี้นางซึงยีเหนียวางยาเบื่อให้เมาแล้วฆ่าเสีย ข้าพเจ้ามาไม่ทันแต่กระบี่กับลูกประคำนั้นข้าพเจ้าเก็บไว้ได้ ก็หยิบเอาของสองสิ่งมาให้บู๊สงดูแล้วพูดว่าน่าเสียดายเจ้าของนัก ถ้ามาทันเห็นจะไม่ตาย บู๊สงว่าของสองสิ่งนี้ดีนักหนา เตียแชว่าไม่ควรจะมาฆ่าหลวงจีนเลย จำพวกที่สองนั้นว่าหญิงคนเล่นเที่ยวขับร้องหาเลี้ยงชีวิตเดินทางมานี้อย่าทำอันตรายเลย ถ้าแม้นว่าฆ่าตายเอาเงินทองเสียความก็จะเล่าลือไปว่าพวกที่มีฝีมือเข้มแข็งฆ่าหญิงตายเก็บเอาเงินทองไว้ ซึ่งพวกที่สามแม้นมีผู้ต้องโทษเนรเทศเดินทางมาอย่าได้ทำร้าย ภรรยาข้าพเจ้าไม่เชื่อขืนจะทำนี่หากว่ามาพบท่านเป็นคนเข้าใจ ถ้าหาไม่มิตายเสียแล้วหรือ เขาก็จะเลื่องลือว่าเราจะฆ่าคนฝีมือเข้มแข็งด้วยกัน นางซึงยีเหนียว่าเดิมข้าพเจ้ามิได้คิดร้าย ท่านพูดจาให้ขัดใจจึงได้จัดยาเบื่อมาให้ดื่ม ข้าพเจ้ามีความผิดมากท่านอย่าถือโทษเลย บู๊สงถามว่า ผู้คุมสองคนนั้นเอาไปไว้ที่ไหน เตียแชก็พาไปดูที่ห้องฆ่าคนแล้วถามว่าเหตุผลอย่างไรจึงต้องโทษเนรเทศมาดังนี้ บู๊สงก็เล่าความซึ่งฆ่าไซบุนเข่งกับนางพัวกิมเหลียนพี่สะใภ้ตายให้ฟังทุกประการ

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ