๔๕

ขณะนั้นพัวก๋งกำลังจัดสิ่งของอยู่ พอเห็นเจียสิวมาหาก็ยินดี เรียกให้นั่งที่แล้วถามว่า เจ้าไปซื้อสุกรเหน็ดเหนื่อย จงหยุดพักให้สบายก่อนจะรีบร้อนมาหาบิดาทำไม เจียสิวว่าบิดาชุบเลี้ยงให้ข้าพเจ้าซื้อขายพระคุณเป็นที่ยิ่ง มิได้คิดปิดบังแต่ประการใด ถ้าข้าพเจ้าคิดหาประโยชน์ใส่ตัวแล้ว ขอให้เป็นอันตรายต่างๆ ผู้ซึ่งเกี่ยวข้องก็มีแจ้งอยู่ในบัญชีนี้ทั้งสิ้น ขอมอบบัญชีและสิ่งของให้ท่านจัดแจงต่อไป ข้าพเจ้าจากบ้านเรือนมาช้านานจะลาไปเยี่ยมบ้านสักครั้งหนึ่ง ถ้าเอียหยงกลับมาเย็นข้าพเจ้าจะขอลาไปในเวลาพรุ่งนี้ พัวก๋งได้ฟังก็หัวเราะพูดว่า บิดารู้จักใจเจ้าอยู่ เห็นว่าปิดประตูโรงเก็บสิ่งของเสียก็สำคัญว่าจะไม่ซื้อขาย ข้อนั้นเจ้าอย่าสงสัยเลย มาตรว่าไม่มีที่ซื้อขายก็ต้องอุปถัมภ์กันไปกว่าสิ้นชีวิต บิดาจะเล่าให้ฟัง ด้วยสามีของนางพัวคาหุนคนก่อนนั้นตั้งแต่ตายมาจนวันนี้ครบกำหนดสองปีจะทำการกงเต๊กให้ จึงได้เก็บสิ่งของยังไม่ซื้อขาย สำเร็จการแล้วก็จะทำต่อไป เจียสิวได้ฟังก็เห็นจริงด้วยจัดแจงสิ่งของทำขึ้นเป็นอันมาก พูดว่าข้าพเจ้าต้องอยู่ไปก่อน คอยให้ว่างไม่มีธุระจึงจะลาไป พัวก๋งได้ฟังก็ดีใจ จัดสิ่งของกับสุรามาให้เจียสิว แล้วพัวก๋งให้คนใช้ไปนิมนต์หลวงจีนปวยยิไฮ้บุตรเลี้ยง ณ วัดโปอินซีว่าเวลาพรุ่งนี้จะทำกงเต๊กที่บ้าน คนใช้ก็ไปตามคำสั่ง

ฝ่ายเอียหยงครั้นเวลาเย็นกลับมาบ้านเห็นพ่อตากับภรรยาจัดการก็มิได้เอาใจใส่ ครั้นรุ่งเช้าเห็นเจียสิวมาช่วยงานอยู่ เอียหยงว่าพี่ติดธุระเจ้าจงช่วยดูแลการงานทั้งปวงแทนด้วยเถิด สั่งแล้วก็ออกจากบ้านไป

ฝ่ายหลวงจีนปวยยิไฮ้เป็นใหญ่อยู่ในวัดโปอินซี ครั้นรุ่งขึ้นเช้าก็ใช้ศิษย์หาบเครื่องจะทำกงเต๊กมาที่บ้านพัวก๋งก่อน แล้วหลวงจีนปวยยิไฮ้จัดหาผลไม้ให้ศิษย์หาบไป ครั้นถึงบ้านพัวก๋ง เจียสิวเห็นจึงเชิญหลวงจีนเข้าไปข้างใน แล้วบอกให้พัวก๋งออกมาพูดจากัน หลวงจีนปวยยิไฮ้ว่านานแล้วไม่เห็นท่านไปที่วัดเลย ข้าพเจ้าแจ้งว่าจะทำบุญให้อะซีผู้ตายจึงหาผลไม้มาช่วย พัวก๋งว่าคราวนี้มีธุระตั้งโรงซื้อขายอยู่จึงไม่ได้ไป พูดแล้วก็สั่งให้เจียสิวเก็บผลไม้ไว้ยกน้ำชามาให้หลวงจีน

ขณะนั้นนางพัวคาหุนเดินออกมาถามว่า ผู้ใดเอาสิ่งของมาให้ เจียสิวบอกว่าหลวงจีนเอามา นางพัวคาหุนได้ฟังก็หัวเราะพูดว่า หลวงจีนรูปนี้คือพี่ของเราเอง ชื่อปวยยิไฮ้ใจซื่อสัตย์ดี เดิมเป็นบุตรพวกแซ่ปวยตั้งโรงขายไหมต่างๆ ครูของหลวงจีนปวยยิไฮ้นั้นเป็นศิษย์ของบิดาเรา หลวงจีนปวยยิไฮ้จึงเอาบิดาพี่เป็นบิดาเลี้ยงแก่กว่าพี่สองปี เสียงสวดกงเต๊กดีนัก ถ้าไม่เชื่อก็คอยฟังดูเถิด พัวก๋งเห็นบุตรสาวออกมาก็เข้าไปจัดการข้างใน หลวงจีนปวยยิไฮ้ได้เห็นนางพัวคาหุนก็ยินดีด้วยนึกรักมาช้านาน ก็ลุกขึ้นยืนทำทีจะต้อนรับ เจียสิวเห็นดังนั้นนึกสงสัยเดินเข้าไปข้างในแอบดูอยู่ นางพัวคาหุนเห็นหลวงจีนทำทีท่าจะหัวเราะพูดว่า พี่หลวงจีนเอาสิ่งของมาช่วยดังนี้ไม่ถูกธรรมเนียม ซื้อมาให้เปลืองเงินทองไม่ควรเลย หลวงจีนปวยยิไฮ้ตอบว่า ทำไมกับสิ่งของจะเป็นเงินทองสักเท่าไรพอจะหาได้ แต่ครั้งนี้พี่ปลูกลร้างหอพระขึ้นหลังหนึ่ง คิดจะมาเชิญน้องไปทำบุญเที่ยวชมเล่นกลัวสามีใหม่จะโกรธดอกกระมัง นางพัวคาหุนเงยหน้าขึ้นดูสบตาหลวงจีนก็มีใจรักใคร่ จึงตอบว่าการงานสิ่งใดสุดแต่น้องดอก จะมาว่ากล่าวนักก็ไม่ได้ เดิมเมื่อมารดาตายข้าพเจ้าได้บนไว้ว่าจะทำกงเต๊กให้คิดจะไปแก้ในเร็ว ๆ นี้ หลวงจีนปวยยิไฮ้ว่าการบนบานไว้สำคัญนัก อย่าได้นอนใจจงจัดแจงแก้เสีย ของที่จะทำกงเต๊กนั้นพี่จะจัดให้ ถ้าน้องไปวันใดก็ได้ทำเมื่อนั้น นางพัวคาหุนได้ฟังก็ยินดียกน้ำชามาส่งให้หลวงจีน หลวงจีนปวยยิไฮ้รับถ้วยน้ำชาชำเลืองดูนางพัวคาหุนก็มีความรักใคร่ นั่งชายหางตากันอยู่ เจียสิวแอบดูเห็นท่วงทีชอบกลจึงคิดว่าพี่สะใภ้เรานี้เป็นคนไม่ดี แล้วเดินออกมาข้างนอก หลวงจีนปวยยิไฮ้เห็นก็ตกใจวางถ้วยน้ำชาพูดว่า เชิญท่านนั่งสนทนากันเล่นเถิด นางพัวคาหุนชิงพูดขึ้นว่า น้องคนนี้สาบานเป็นน้องของสามีข้าพเจ้า หลวงจีนปวยยิไฮ้จึงถามเจียสิวว่า ท่านเป็นชาวเมืองไหนแซ่ไร ชื่อใด เจียสิวว่าข้าพเจ้าแซ่เจียชื่อสิว แต่ชาวบ้านมักเรียกว่าปัวเมี้ยซำหลงอยู่ตำบลบ้านกิเหล็งแขวงเมืองเกี้ยนคัง แต่เป็นคนโง่เขลาไม่รู้จักอันใดท่านอย่าถือเลย หลวงจีนปวยยิไฮ้ว่าเราไม่ถือดอกเชิญจัดการไว้ให้พร้อม เราจะไปนิมนต์หลวงจีนมาสวดกงเต๊ก พูดแล้วหลวงจีบปวยยิไฮ้ก็ออกจากบ้านไป นางพัวคาหุนร้องสั่งว่า หลวงจีนพี่ไปแล้วจงกลับมาโดยเร็ว หลวงจีนปวยยิไฮ้เห็นเจียสิวนั่งอยู่ก็ไม่โต้ตอบประการใดรีบไปวัดโปอินซี ครั้นถึงก็ให้ศิษย์จัดธูปเทียนไว้คอยท่าพร้อมเสร็จ หลวงจีนปวยยิไฮ้ก็นิมนต์หลวงจีนลูกวัดมายังบ้าน พัวก๋งกับเจียสิวต้อนรับนิมนต์หลวงจีนเข้าไปข้างในยกน้ำชามาให้ แล้วหลวงจีนเหล่านั้นก็ตีพิณพาทย์จีนจุดธูปเทียนสวดกงเต๊กว่าอองอะซีที่ตายให้ไปสวรรค์เป็นสุขเถิด นางพัวคาหุนก็เดินออกมาจุดธูปเทียนปักที่กระถางแล้วคุกเข่าลงคำนับสามีที่ตาย หลวงจีนปวยยิไฮ้เดินเคียงเข้าใกล้พูดว่า จะสวดมนต์ให้อองอะซีไปขึ้นสวรรค์โดยเร็ว นางพัวคาหุนได้ฟังดังนั้นก็หัวเราะยืนชำเลืองเล่นตากัน ตามบรรดาหลวงจีนที่สวดกงเต๊กอยู่นั้นก็เข้าใจในที แต่ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเสีย ครั้นสวดกงเต๊กจบลง พัวก๋งออกมานิมนต์ หลวงจีนเหล่านั้นไปฉันสิ่งของ แต่เจียสิวยืนดูอยู่ เห็นนางพัวคาหุนกับหลวงจีนปวยยิไฮ้ทำท่วงทีกิริยาผิดประหลาดก็มีความสงสัย บอกพัวก๋งว่าปวดท้องแล้วก็เข้าไปนอนข้างในแล้วแอบมองตามช่องฝา หลวงจีนเหล่านั้นกินสิ่งของแล้วก็สวดกงเต๊กอีกไม่มีผู้ใดปฏิบัติหลวงจีน นางพัวคาหุนสำคัญว่าเจียสิวป่วยจริง ก็ออกมาปฏิบัติอยู่ข้างประตูและดูแต่หลวงจีนปวยยิไฮ้ ๆ เห็นพัวก๋งนั่งอยู่ที่นั้นด้วยก็เกรงใจ ไม่อาจจะเข้าไปใกล้ยิ่งมีความรักมากขึ้น เฝ้าแต่ดูนางพัวคาหุนอยู่จนดึกประมาณสามยาม พัวก๋งเป็นคนแก่นั่งนานก็ไม่สบายจึงเข้าไปนอน นางพัวคาหุนเห็นบิดาไปแล้วก็ดีใจ จึงเรียกหลวงจีนปวยยิไฮ้ว่าเชิญมาพูดจาเล่น ให้หลวงจีนเหล่านั้นสวดไปเถิด หลวงจีนปวยยิไฮ้ก็ดีใจ เห็นไม่มีผู้ใดก็เดินเข้าไปใกล้นางพัวคาหุนจับมือกระชากแล้วพูดว่า ถ้าพี่หลวงจีนไปแล้วรุ่งขึ้นเช้าจงมาเอาเงินค่าสวดกงเต๊ก บอกกับบิดาว่าน้องจะไปแก้บนที่วัด หลวงจีนปวยยิไฮ้ตอบว่าพี่จะบอกแก่บิดาให้ได้ แต่พี่ดูกิริยาเจียสิวจะดุร้ายดอกกระมัง นางพัวคาหุนก็สั่นศีรษะว่าไม่เป็นไร เจียสิวใช่พี่น้องร่วมบิดามารดากับเอียหยงเมื่อไรพี่อย่าวิตกเลย หลวงจีนปวยยิไฮ้ก็มีความยินดีจับมือนางพัวคาหุนไว้ นางพัวคาหุนแกล้งทำเป็นสะบัดมือแล้วหัวเราะปิดมู่ลี่ลงเสีย หลวงจีนปวยยิไฮ้ก็เดินออกมาสวดกงเต๊ก เจียสิวแอบดูเห็นประจักษ์ทุกสิ่งก็แกล้งนอนนิ่งอยู่

ขณะนั้นจวนจะสว่าง พอสวดกงเต๊กจบลงเผากระดาษเงินทองเสร็จแล้ว หลวงจีนปวยยิไฮ้กับหลวงจีนเหล่านั้นก็กลับไปวัด เจียสิวมีความโกรธยิ่งนัก จึงคิดว่าเอียหยงพี่เราสารพัดดีทุกสิ่ง มาเอาหญิงเช่นนี้เป็นภรรยาไม่ควรเลย ไม่รู้ที่จะทำประการใดก็ลุกออกจากห้องไปนอนยังโรงขายของ ครั้นรุ่งขึ้นเอียหยงกลับมาบ้าน เจียสิวก็มิได้บอกเล่าสิ่งใด เอียหยงรับประทานอาหารแล้วก็ไปรับราชการ

ฝ่ายหลวงจีนปวยยิไฮ้เวลารุ่งเช้าก็แต่งตัวออกจากวัดมายังบ้านพัวก๋ง นางพัวคาหุนเห็นจึงต้อนรับเชิญเข้าไปข้างในถามว่า หลวงจีนพี่จะมาเอาเงินค่าสวดกงเต๊กหรือ หลวงจีนปวยยิไฮ้ตอบว่าเงินค่าสวดกงเต๊กนั้นไม่เป็นไร การที่จะแก้บนก็จัดไว้พร้อมจะได้ทำเสียทีเดียวจึงมาบอกให้รู้ นางพัวคาหุนได้ฟังก็ยินดีเข้าไปบอกบิดาออกมา พัวก๋งพูดกับหลวงจีนว่าเวลาคืนนี้เหนื่อยนักทนนั่งไม่ได้จึงเข้าไปนอน เจียสิวก็ปวดท้องไม่มีผู้ใดปฏิบัติดูแลอย่าได้ถือเลย หลวงจีนปวยยิไฮ้ว่ามิใช่คนอื่นที่ไหนมาข้าพเจ้าไม่ถือดอก นางพัวคาหุนจึงพูดกับบิดาว่า เดิมเมื่อมารดาตาย ข้าพเจ้าได้บนไว้แล้วเล่าให้พี่หลวงจีนฟังว่าจะทำบุญที่วัด สิ่งของที่จะแก้บนหลวงจีนจัดหาไว้ให้พร้อม เวลาพรุ่งนี้บิดากับข้าพเจ้าไปแก้บนเสียด้วยกันจะได้ไม่เป็นห่วงสืบไป พัวก๋งว่าเจ้าบนบานไว้ก็ต้องไปแก้เสียแต่เอาเงินทองไปบ้าง ด้วยพัวก๋งไม่รู้เท่าทันนางพัวคาหุนก็สั่งให้เอาเงินค่าสวดกงเต๊กมาให้หลวงจีนปวยยิไฮ้ ๆ รับเงินแล้วก็ลากลับไป พอเวลาเย็นเอียหยงกลับมาบ้าน พัวก๋งบอกว่า ภรรยาเจ้าบนไว้เมื่อมารดาตาย เวลาพรุ่งนี้บิดากับภรรยาเจ้าจะไปแก้บนที่วัดโปอินซี เอียหยงได้ฟังจึงพูดแก่นางพัวคาหุนว่า การเท่านี้ก็ต้องกวนบิดา เจ้าจะบอกกับเราเองไม่ได้หรือ นางพัวคาหุนว่ากลัวจะโกรธจึงไม่อาจบอกเอง พูดแล้วก็ไปนอน ครั้นรุ่งขึ้นเช้า เอียหยงเข้าไปรับราชการ เจียสิวก็จัดแจงการซื้อขาย

ฝ่ายนางพัวคาหุนจัดแจงแต่งตัวไว้เรียบร้อยหาธูปเทียนพร้อมแล้ว พัวก๋งร้องเรียกพวกหามเกี้ยวมาเตรียมไว้ บอกเจียสิวว่าเจ้าจงอยู่ซื้อขายระวังบ้านเรือนด้วย บิดาจะไปแก้บนกับพี่สะใภ้เจ้าสักครู่หนึ่ง เจียสิวได้ฟังก็หัวเราะพูดว่าที่บ้านเรือนนี้ข้าพเจ้าจะรักษาเอง แต่บิดาจงระวังพี่สะใภ้ไว้ให้ดี แก้บนเสร็จแล้วจงรีบมาโดยเร็ว พัวก๋งก็พานางพัวคาหุนขึ้นเกี้ยวให้ลูกจ้างหามออกจากบ้านตรงไปวัดโปอินซี ฝ่ายหลวงจีนปวยยิไฮ้เอาเงินออกแจกจ่ายให้หลวงจีนเหล่านั้นทั่วกันแล้วก็มาคอยอยู่ที่ประตูวัด เห็นพัวก๋งกับนางพัวคาหุนมาก็ยินดียิ่งนัก ออกต้อนรับเชิญไปที่หอไตรในนํ้า พัวก๋งกับนางพัวคาหุนเห็นหลวงจีนปวยยิไฮ้จัดการทำบุญไว้พร้อมก็ยินดี หลวงจีนปวยยิไฮ้จุดธูปเทียนให้หลวงจีนทั้งปวงสวดมนต์ขึ้น พัวก๋งกับนางพัวคาหุนคุกเข่าลงคำนับพระพุทธรูปและเผากระดาษเงินกระดาษทอง แก้บนเสร็จแล้วหลวงจีนเหล่านั้นสวดมนต์จบก็ไปกินอาหาร หลวงจีนปวยยิไฮ้ว่าเชิญท่านไปไหว้พระเที่ยวชมสิ่งของต่างๆ เล่นให้สบาย พัวก๋งกับนางพัวคาหุนก็ไปยังหอพระข้างใน เห็นจัดไว้งดงาม ฉากที่แขวนไว้มีรูปสัตว์ต่างๆ หลวงจีนปวยยิไฮ้ให้ศิษย์ยกน้ำชามาเลี้ยง นางพัวคาหุนเห็นเครื่องใช้สอยและถ้วยน้ำชา ทำด้วยเงินทองทั้งสิ้นก็ปลื้มใจ พัวก๋งดื่มน้ำชาสนทนากันอยู่ครู่หนึ่งจึงพูดว่า ขอบใจหลวงจีนนักหนาช่วยจัดการจนเสร็จ บิดาจะลากลับไป หลวงจีนปวยยิไฮ้จึงว่า เชิญบิดากับน้องกินโต๊ะเสพสุราเสียก่อน แล้วสั่งให้ศิษย์ยกโต๊ะและสุรามาให้พัวก๋งกับนางพัวคาหุน พัวก๋งก็ไม่ใคร่จะกิน หลวงจีนปวยยิไฮ้คิดจะให้พัวก๋งเสพสุราเมา แล้วจะเกลี้ยกล่อมนางพัวคาหุนไปร่วมหลับนอน ก็อ้อนวอนพัวก๋งว่า บิดาไม่ได้มาช้านานแล้ว บุตรได้ข้าวเหนียวทำสุราไว้กลิ่นฉุนเฉียว แต่เสพหาสู้มึนเมาไม่ บิดากับน้องลองดูสักถ้วยหนึ่งเถิด พัวก๋งได้ฟังหลวงจีนผู้บุตรเลี้ยงอ้อนวอนขัดไม่ได้ก็เสพสุราถ้วยหนึ่ง พัวก๋งจะไปเรียกพวกหามเกี้ยวมาเสพสุราด้วย หลวงจีนปวยยิไฮ้ว่าบิดาอย่าวุ่นวายเลย ก็สั่งให้ศิษย์ไปเลี้ยงพวกหามเกี้ยวอยู่ข้างนอก หลวงจีนปวยยิไฮ้อ้อนวอนให้พัวก๋งเสพสุราอีก พัวก๋งเสียอ้อนวอนไม่ได้ก็เสพเข้าไปอีก สุรานั้นฉุนเฉียวนักกำเริบขึ้น พัวก๋งเป็นคนแก่กำลังน้อย ก็มึนเมาหลับอยู่กับโต๊ะ หลวงจีนปวยยิไฮ้ให้ศิษย์หามพัวก๋งเข้าไปนอนในห้อง แล้วพูดจาแทะโลมเกลี้ยกล่อมให้นางพัวคาหุนเสพสุราจะได้เป็นที่นับถือ นางพัวคาหุนว่าเสพสุราพอแล้วอย่าวุ่นวายเลย หลวงจีนปวยยิไฮ้ว่า ถ้าไม่เสพสุราก็เชิญไปชมพระเขี้ยวแก้วข้างในด้วยกัน นางพัวคาหุนว่า น้องเกิดมายังไม่เห็นอยากจะดูสักหน่อย จะงดงามประการใด หลวงจีนปวยยิไฮ้ได้ฟังก็ดีใจ พอนางพัวคาหุนขึ้นไปบนเหลาสูง เห็นเด็กสาวใช้ตามมาด้วยจึงพูดว่า จะดูพระเขี้ยวแก้วก็ต้องมาคนเดียวจึงจะได้ นางพัวคาหุนบอกกับเด็กสาวใช้ว่า เจ้าจงลงไปดูบิดาเราสร่างเมาแล้วหรือยัง เด็กสาวใช้ได้ฟังก็ลงมาจากเหลา หลวงจีนปวยยิไฮ้พานางพัวคาหุนเข้าไปในห้อง ปิดประตูใส่กลอนเสีย นางพัวคาหุนเห็นดังนั้นก็หัวเราะว่า ปิดประตูขังน้องไว้ทำไม หลวงจีนปวยยิไฮ้ว่า พี่รักใคร่มาถึงสองปีแล้ว วันนี้เป็นบุญนักหนา ดลใจให้น้องมาจนถึงที่นี่ ก็พูดจาแทะโลมอ้อนวอนว่าถ้าน้องไม่สงเคราะห์พี่ก็คงตาย แล้วอุ้มนางพัวคาหุนขึ้นบนเตียงร่วมรสได้เสียกันในเวลานั้น ต่างคนก็มีใจยินดี หลวงจีนปวยยิไฮ้จึงพูดว่า ตั้งแต่นี้ไปทำไมจะได้พบปะกันอีก พี่มิตายเสียเปล่าหรือ นางพัวคาหุนว่า น้องมีอุบายอยู่อย่างหนึ่ง พี่อย่าวิตกจะบอกให้รู้ สามีของน้องนั้นเดือนหนึ่งได้กลับมานอนบ้านสักยี่สิบวัน แม้นไม่กลับมาน้องจะให้เด็กสาวใช้ยกโต๊ะเครื่องบูชาไปตั้งไว้ที่หลังบ้านข้างสวนดอกไม้เป็นสำคัญ ถ้าเวลาเย็นเห็นเครื่องบูชาตั้งอยู่แล้วจงเข้าไปเถิดหาเป็นไรไม่ จะให้เด็กคอยรับอยู่ที่ประตู แต่วิตกอยู่สิ่งหนึ่งถ้านอนหลับไปกลัวจะไม่มีผู้ใดปลุก ถ้ามีผู้ใดสักคนหนึ่งมาคอยตีเกราะเมื่อใกล้สว่างจึงจะเป็นที่วางใจ

หลวงจีนปวยยิไฮ้ได้ฟังก็ดีใจ ว่าอุบายของน้องดีนักหนาอย่าร้อนใจเลย พี่จะจัดแจงหลวงจีนไปคอยระวัง แล้วให้ทำตามคำน้องสั่ง นางพัวคาหุนก็ยินดี ว่าน้องจะอยู่ช้าไม่ได้ กลัวคนทั้งปวงจะสงสัยจะต้องลาไปก่อนแต่การที่สั่งไว้อย่าได้ลืมเสีย พูดแล้วก็เปิดประตูห้องลงมาจากเหลาสูง ให้เด็กสาวใช้เข้าไปปลุกบิดา ในขณะนั้นพัวก๋งสร่างเมาแล้วได้ฟังสาวใช้เรียกก็ตกใจตื่น ลุกออกจากห้องพานางพัวคาหุนตรงมายังหน้าวัด หลวงจีนปวยยิไฮ้ตามมาส่งจนถึงที่พัก พัวก๋งกับนางพัวคาหุนก็ลาหลวงจีนขึ้นเกี้ยวกลับไป หลวงจีนปวยยิไฮ้ยืนดูจนลับตาแล้วก็กลับมาที่อยู่ ตรึกตรองจะหาคนตีเกราะและจะได้ระวังดูสิ่งของที่นัดหมาย รำลึกขึ้นได้ว่ามีหลวงจีนชื่อเถาต๋ออยู่ในวัด ถึงเวลาเช้ามืดเคยลุกขึ้นตีเกราะเรียกสวดมนต์อยู่ทุกวันเห็นจะได้การ คิดแล้วให้ศิษย์ไปเรียกหลวงจีนเถาต๋อมา จัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยงดูเป็นอันดีแล้วเอาเงินให้ หลวงจีนเถาต๋อก็คำนับรับเงินพูดว่า ข้าพเจ้าไม่มีความชอบสิ่งใด ท่านหามาเลี้ยงแล้วยังให้เงินทอง พระคุณเป็นที่ยิ่ง หลวงจีนปวยยิไฮ้ว่า เราเห็นเจ้าสัตย์ซื่อดี สืบไปภายหน้าจะจัดให้มีที่หากินบ้าง หลวงจีนเถาต๋อได้ฟังก็คิดสงสัยว่าหลวงจีนปวยยิไฮ้คงจะมีธุระสำคัญสิ่งใดเป็นมั่นคง คิดแล้วจึงพูดว่า ท่านมีธุระประการใดจงบอกให้ทราบ จะปฏิบัติตามคำทุกสิ่ง

หลวงจีนปวยยิไฮ้ได้ฟังก็ยินดี ว่าเราจะบอกตามจริง เจ้าอย่าได้พูดกับผู้ใด ด้วยบุตรสาวของพัวก๋งนั้นรักใคร่กับเรา พูดจานัดหมายกันไว้ถึงเวลาเย็นเจ้าจงเดินไปที่สวนดอกไม้หลังบ้านพัวก๋ง ถ้าเห็นมีที่บูชาตั้งอยู่แล้ว จงกลับมาบอกเรา ๆ จะได้ไป แม้นใกล้จะสว่าง เจ้าจงไปตีเกราะที่นั่นให้เรารู้จะได้ตื่นขึ้น ถ้าเจ้าสงเคราะห์ได้แล้ว เราจะตอบแทนคุณให้ถึงใจ หลวงจีนเถาต๋อว่า ท่านอย่าวิตกเป็นธุระข้าพเจ้าเอง เวลาวันนี้จะไปดูท่าทาง เห็นมีของสำคัญจึงจะมาบอกแก่ท่าน พูดแล้วคำนับลาออกจากวัดไปบ้านพัวก๋ง ยืนอยู่ที่ประตูหลังบ้านสังเกตดู เด็กสาวใช้เห็นก็ร้องตวาดว่า หลวงจีนนี้มาแต่ไหน บิณฑบาตอะไรทางหลังบ้านเล่า นางพัวคาหุนได้ยินก็ออกมาดู เห็นหลวงจีนจึงถามว่า ท่านเป็นผู้สำหรับตีเกราะเวลาเช้ามืดหรือ หลวงจีนเถาต๋อว่าใช่ตัวข้าพเจ้าเอง นางพัวคาหุนก็ให้เด็กสาวได้ไปเอาเบี้ยอีแปะมาจะให้หลวงจีน หลวงจีนเถาต๋อเห็นไม่มีผู้ใดอยู่ก็บอกกับนางพัวคาหุนว่า ข้าพเจ้าเป็นคนสนิทของหลวงจีนปวยยิไฮ้ ๆ ให้มาคอยดู นางพัวคาหุนดีใจยิ่งนัก พอเด็กสาวใช้เอาเบี้ยอีแปะมาส่งให้หลวงจีนเถาต๋อแล้วก็ลาไป นางพัวคาหุนเข้าไปข้างใน เรียกเด็กสาวใช้ไปเล่าความซึ่งรักใคร่กับหลวงจีนให้ฟังทุกประการแล้ว สั่งว่าถ้าเวลาเย็นสามีเราไม่กลับมา เจ้าจงยกเครื่องบูชาไปตั้งที่ชานหลังเรือน จุดธูปเทียนขึ้น ถ้าเห็นหลวงจีนผู้พี่เข้ามาข้างในจงใส่กลอนเสีย เด็กสาวใช้ก็รับคำสั่งมาจัดโต๊ะเครื่องบูชาไว้พร้อม

ฝ่ายเอียหยงกลับมาบ้านจัดเอาเสื่อหมอนไปนอนบ้านผู้รักษาเมือง เวลาวันนั้นมีธุระมาก นางพัวคาหุนเห็นสามีไปแล้วก็ยินดี ให้สาวใช้ยกโต๊ะเครื่องบูชามาตั้งตามสัญญา

ฝ่ายหลวงจีนเถาต๋อยังไม่กลับไปวัด แต่เดินไปมาคอยดูอยู่ พอเวลาใกล้จะคํ่าเห็นโต๊ะเครื่องบูชาตั้งไว้ ก็กลับมาบอกกับหลางจีนปวยยิไฮ้ว่า ข้าพเจ้าไปพบนางพัวคาหุนพูดจากันแล้ว บัดนี้มีเครื่องบูชาออกมาตั้งเชิญท่านรีบไปเถิด หลวงจีนปวยยิไฮ้ก็แต่งตัวนุ่งห่มเป็นอย่างดี เอาหมวกใส่ออกจากวัดตรงมาทางหลังบ้าน เห็นโต๊ะเครื่องบูชาตั้งตามนัดก็เปิดประตูเข้าไป เด็กสาวใช้กับนางพัวคาหุนยืนคอยอยู่ เห็นเปิดประตูเข้ามาใส่หมวกด้วยก็จำได้ เด็กสาวใช้ถามว่าผู้ใด นางพัวคาหุนเปิดหมวกออกดูเห็นจึงพูดว่า ช่างเข้าใจแต่งตัวจริงหนอ แล้วจูงมือหลวงจีนเดินเข้าไปในห้อง เด็กสาวใช้ก็ปิดประตูใส่กลอน หลวงจีนปวยยิไฮ้กับนางพัวคาหุนหลับนอนรักใคร่กันสนิทสนม ครั้นจวนเวลาใกล้รุ่ง หลวงจีนเถาต๋อก็มาตีเกราะที่ประตูหลังบ้านร้องเรียกให้ชาวบ้านตื่นจะได้สวดมนต์และหุงข้าวทำบุญ ชาวบ้านก็มิได้สงสัย ด้วยอย่างธรรมเนียมมีมาแต่เดิม หลวงจีนปวยยิไฮ้กับนางพัวคาหุนกำลังนอนหลับ ได้ยินเสียงเกราะตกใจตื่นขึ้นทั้งสอง หลวงจีนปวยยิไฮ้สั่งว่า เวลาค่ำวันนี้จะมาอีก นางพัวคาหุนว่า ถ้าเห็นเครื่องบูชาตั้งอยู่จึงค่อยมา หลวงจีนปวยยิไฮ้ก็ออกจากห้องมาเปิดประตูหลังบ้านตรงไปวัด เด็กสาวใช้ก็เก็บโต๊ะเครื่องบูชาเสีย พอเวลาเย็นเห็นเอียหยงไม่กลับมา ก็เอาเครื่องโต๊ะบูชาออกตั้ง หลวงจีนเถาต๋อก็ไปบอกหลวงจีนปวยยิไฮ้มาทุกวันมิได้ขาด ประมาณเดือนเศษไม่เกรงกลัวผู้ใด พัวก๋งบิดาเล่าก็ไม่เอาใจใส่ พอได้เวลาเข้านอน นางพัวคาหุนจึงมีใจกำเริบมากขึ้นทุกที

ครั้นอยู่มาวันหนึ่ง เจียสิวนั่งอยู่ในโรงขายของ ตรึกตรองถึงเรื่องนางพัวคาหุนกับหลวงจีนปวยยิไฮ้ขึ้นมาก็ขัดเคืองไม่สบายใจ ตั้งแต่วันนางพัวคาหุนกับบิดาไปแก้บนที่วัดแล้ว ก็ไม่เห็นหลวงจีนปวยยิไฮ้ไปมา เห็นแต่หลวงจีนเถาต๋อเดินไปมาอยู่ เวลาเช้ามืดก็ได้ยินเสียงตีเกราะร้องเรียกให้ผู้คนตื่น เมื่อเดิมทีก็ไม่ค่อยจะมา คราวนี้หลวงจีนเถาต๋อมามิได้ขาด คงจะมีเหตุการณ์สักอย่างหนึ่ง เราคอยดูแยบคายเสียให้แน่นอนแล้วจึงจะบอกเอียหยง เวลาค่ำวันนั้นเจียสิวนอนไม่หลับ ครั้นใกล้สว่างได้ยินเสียงหลวงจีนเถาต๋อมาตีเกราะเรียกผู้คนอยู่บ้างหลังบ้าน เจียสิวลุกไปดูทางหลังโรง เห็นชายผู้หนึ่งใส่หมวกเปิดประตูออกมาพาหลวงจีนเถาต๋อเดินไปด้วยกัน เจียสิวเห็นดังนั้นก็แจ้งว่าหลวงจีนปวยยิไฮ้เป็นแน่ มีความโกรธยิ่งนัก จึงคิดว่าครั้นจะไล่ติดตามไปทำอันตรายก็กลัวจะเกิดความอื้อขึ้น จึงสู้อดใจนิ่งไว้ พอสว่างเจียสิวเอาสุกรออกไปตั้งจำหน่ายแล้วก็ไปเที่ยวเก็บเงินพบเอียหยงที่ตามทาง เอียหยงถามว่าน้องไปไหนมา เจียสิวบอกว่ามาเที่ยวเก็บเงินค่าสุกรแล้วจะไปหาพี่ด้วย เอียหยงพูดว่ามีธุระไม่กลับไปบ้านหลายวัน น้องมาเสพสุราพูดจากันเล่นเสียก่อนจึงค่อยกลับไป เอียหยงชวนเจียสิวมายังโรงขายสุรา เจ้าของโรงจัดหาสิ่งของและสุราให้ เอียหยงกับเจียสิวก็นั่งกินอยู่ด้วยกัน เอียหยงเห็นเจียสิวหน้าตาไม่สบายจึงถามว่าน้องมีธุระสำคัญสิ่งใดหรือจงบอกให้พี่รู้ เจียสิวว่าบัดนี้มีเหตุเกิดขึ้นที่บ้าน พี่สะใภ้นี้เห็นจะไม่ดีจริง น้องเห็นแก่ตาหลายครั้งแล้วก็ยังนิ่งไว้มิได้บอกแก่พี่ เมื่อเวลาเช้ามืดได้เห็นแน่นอนจึงมาตาม หมายจะเล่าให้ฟังแต่พี่อย่าได้โกรธขึ้นเลย เอียหยงตอบว่า พี่หาโกรธไม่ คือผู้ใดก็บอกให้รู้เถิด เจียสิวว่าเมื่อวันทำกงเต๊กนั้นไปนิมนต์หลวงจีนปวยยิไฮ้มาสวดมนต์ พี่สะใภ้ไปพูดจาใช้หูตากันอยู่ช้านาน ก็เล่าแต่ต้นจนปลายทุกประการ แล้วว่าชาติหญิงไม่ดีจะเลี้ยงดูไปทำไม เอียหยงได้ฟังก็โกรธว่าควรแล้วหรือมาทำดังนี้คงจะได้เห็นกัน เจียสิวจึงพูดว่าพี่อย่าเพิ่งวุ่นวาย จงอดใจนิ่งไว้ก่อน กลับไปบ้านบอกกับภรรยาของพี่ว่า เวลาวันนี้มีธุระมากจะไปนอนค้างแล้วก็ออกมาคอยจนเวลาดึกพี่จงไปร้องเรียกให้เปิดประตู หลวงจีนปวยยิไฮ้คงจะหนีออกประตูหลังบ้านน้องจะจับตัวไว้ เอาตัวมาไต่ถามก็คงได้ความจริง เอียหยงรับคำเจียสิวแล้วกินโต๊ะเสพสุราด้วยกัน

ฝ่ายผู้รักษาเมืองกิจิวไปฝึกหัดฝีมืออยู่ในสวนดอกไม้ ไม่เห็นเอียหยงมาก็ให้คนใช้ไปตาม เห็นเอียหยงนั่งเสพสุราพูดจาอยู่ในโรง คนใช้ก็แจ้งความว่าผู้รักษาเมืองให้มาเชิญท่านไป เอียหยงบอกกับเจียสิวว่าน้องจงกลับไปบ้านก่อนเถิด เอียหยงเอาเงินให้ค่าสุราแล้วก็ออกจากโรงมากับคนใช้ เข้าไปคำนับผู้รักษาเมืองเห็นเอียหยงมาก็ให้สอนเพลงอาวุธ เอียหยงฉวยได้อาวุธก็รำเป็นเพลงให้ดู ผู้รักษาเมืองจำได้แล้วก็ยินดีเอาสุราให้เอียหยง บรรดาขุนนางที่ดูอยู่นั้นเห็นฝีมือเอียหยงเข้มแข็งก็มีความรักใคร่เชิญให้เอียหยงเสพสุราอีก เอียหยงเสพสุราจนเมาแล้วก็กลับมาบ้าน นางพัวคาหุนเห็นสามีมึนเมาก็เรียกสาวใช้มาช่วยพยุงเอียหยงเข้าไปข้างใน ขณะนั้นเอียหยงมึนเมามากก็ด่านางพัวคาหุนว่าทำความชั่วคงจะตายในเงื้อมมือกูจงได้ บ่นด่าจนเคลิ้มหลับไป นางพัวคาหุนได้ฟังดังนั้นก็ตกใจไม่โต้ตอบประการใด นิ่งฟังอยู่ครู่หนึ่งจึงเข้าไปนอน พอใกล้สว่างเอียหยงสร่างเมาตื่นขึ้นยังใส่เสื้ออยู่ ก็ถามนางพัวคาหุนว่า เมื่อเรานอนไม่ได้ถอดเสื้อออกหรือ นางพัวคาหุนตอบว่า ข้าพเจ้าเห็นท่านเมาจึงไม่ถอดเสื้อให้กลัวจะเกิดโรคภัยขึ้น เอียหยงว่า ข้าพเจ้าเสพสุราเมาได้ว่ากล่าวเจ้าประการใดบ้าง นางพัวคาหุนว่าทุกครั้งทุกที่เสพสุราเมาก็หลับนอนดี คราวนี้วุ่นวายนัก ข้าพเจ้ากับสาวใช้ไปพยุงเข้ามานอนยังบ่นด่าอื้ออึงอยู่ เอียหยงหัวเราะแล้วพูดว่า สองสามเวลาไม่ว่างเปล่าเลยหาได้เสพสุราพูดจากับเจียสิวไม่ เวลาเช้าจงจัดสิ่งของไว้ เราจะเสพสุราพูดจาเล่นกับเจียสิวให้สบาย นางพัวคาหุนก็นิ่งเสียหาโต้ตอบไม่แกล้งทำร้องไห้ถอนใจใหญ่ เอียหยงถามว่า เวลาคืนนี้เราก็ไม่ได้ว่ากล่าวสิ่งใดเหตุไฉนจึงร้องไห้นักหนา แต่เอียหยงถามถึงสามครั้งนางพัวคาหุนก็นิ่งเสีย เอียหยงว่าหรือผู้ใดข่มเหงอย่างไรก็จงบอกให้รู้ นางพัวคาหุนทำมารยาร้องไห้แล้วพูดว่า เดิมข้าพเจ้าได้ผัวขุนนางฝีมือเข้มแข็ง จะไม่มีผู้ใดข่มเหง บัดนี้มีเหตุขึ้นครั้นจะบอกให้รู้ก็กลัวจะไม่ช่วยจึงได้ร้องไห้เพราะความเจ็บใจ เอียหยงว่าถ้าถูกข่มเหงจริงแล้วอย่าว่าแต่เจ้าเป็นภรรยาเลย ถึงผู้อื่นก็ต้องช่วยอุปถัมภ์เจ้าจงบอกเถิด นางพัวคาหุนเห็นได้ช่องก็แกล้งใส่ความว่า ข้าพเจ้าไปชำระศีรษะในโรง เจียสิวเอามือลูบที่ตัวถามว่ามีครรภ์หรือ ครั้นจะร้องอื้ออึงก็กลัวตาย คอยให้ท่านกลับมาจึงจะบอก ถ้าไม่เชื่อจงไปถามเจียสิวดูเองเถิด เอียหยงได้ฟังดังนั้นก็โกรธยิ่งนัก พูดว่าคนทุกวันนี้รู้จักแต่หน้าหารู้จักใจไม่ เจียสิวทำความชั่วไว้จึงได้ไปบอกกับเราว่าหลวงจีนปวยยิไฮ้ก็คือตัวเจียสิวทำเอง ใส่ความเอาหลวงจีนเปล่าๆ ปรารถนาจะแก้เกี้ยว เจียสิวกับเราก็ไม่ได้ร่วมบิดามารดาเดียวกัน ถ้าทำดังนี้ไล่ไปเสียให้พ้นบ้าน พอสว่างดีเอียหยงก็ไปบอกกับพัวก๋งพ่อตาว่า สุกรที่ฆ่าเหลือเอาใส่เกลือไว้ตั้งแต่นี้ไปอย่าได้ซื้อขายเลย จึงให้ลูกจ้างรื้อร้านและเก็บสิ่งของทั้งปวงเสีย เอียหยงจึงคิดว่า ถ้าจะอยู่บ้านเจียสิวพบหน้าก็นึกอาย จำจะไปเที่ยวเสียอย่าให้เจียสิวพบปะ คิดแล้วก็ออกจากบ้านไป ฝ่ายเจียสิวครั้นรุ่งขึ้นเช้าก็เปิดประตูโรงออกมาไม่เห็นมีสุกรและของทั้งปวง หัวเราะว่าเวลาวานนี้เราพูดกับเอียหยงกำลังเมาเห็นจะลืมคำที่ว่าเสีย ภรรยาเอียหยงคงจะแกล้งใส่ความยุยงไม่ให้ซื้อขาย เราจะต้องคิดอ่านให้เอียหยงเห็นความจริงจงได้ แต่ในขณะนี้เราจะไปหาที่สำนักอาศัยเสียก่อน เจียสิวก็เข้าไปในห้องเก็บสิ่งของห่อผ้าเอาบัญชีมามอบให้พัวก๋งว่าบัดนี้เอียหยงให้เก็บสิ่งของเสีย ข้าพเจ้าจะขอลาไปก่อน พัวก๋งได้ฟังก็ไม่รู้ที่จะคิดประการใด ต้องตามใจให้เจียสิวไป เจียสิวคำนับลามาเอาห่อผ้าสิ่งของออกจากบ้านไปหาโรงเตี๊ยมที่อยู่ใกล้เคียงแถวนั้นอาศัยสองสามวัน จึงคิดว่าเอียหยงกับเราก็สาบานเป็นพี่น้องกัน ถ้าไม่คิดอ่านให้ความรายนี้แตกหักเสีย ชีวิตเอียหยงก็คงตายเพราะเชื่อถ้อยคำหญิงร้ายเป็นแน่ จำจะต้องแก้ไขให้เอียหยงรู้จึงจะเห็นใจเรา

ครั้นรุ่งเช้าเจียสิวเที่ยวสืบดูที่หน้าบ้านพัวก๋ง เห็นคนใช้มาขนเอาที่นอนของเอียหยงไป ก็แจ้งว่าเอียหยงติดราชการไม่ได้กลับมา

ฝ่ายนางพัวคาหุนครั้นเอียหยงไม่ได้กลับมานอนบ้านมีความยินดียิ่งนัก พอเวลาจวนค่ำก็ให้สาวใช้ยกโต๊ะเครื่องบูชาไปตั้งตามเคย หลวงจีนเถาต๋อเห็นก็ไปบอกหลวงจีนปวยยิไฮ้มา นางพัวคาหุนก็ต้อนรับหลวงจีนปวยยิไฮ้เข้าไปนอน

ขณะนั้นดึกประมาณสามยามเศษ เจียสิวเอากระบี่สำหรับถือเหน็บซ่อนไว้ เปิดประตูออกไปแอบอยู่ที่ประตูห้องหลังบ้านพัวก๋งครู่หนึ่ง เห็นหลวงจีนเถาต๋อเดินมายืนอยู่ที่ปากตรอก เจียสิวก็ตรงเข้าจับมือหลวงจีนเถาต๋อ เอากระบี่พาดศีรษะไว้แล้วพูดว่า อย่าร้องอื้ออึงไป หลวงจีนปวยยิไฮ้ใช้ให้มาทำไมจงบอกไปตามจริง หลวงจีนเถาต๋อเห็นดังนั้นก็ตกใจจึงพูดว่าท่านอย่าฆ่าฟันเลย ข้าพเจ้าจะบอกโดยจริงทุกอย่าง บุตรสาวพัวก๋งนั้นรักใคร่กับหลวงจีนปวยยิไฮ้มาหากันมิได้ขาด หลวงจีนปวยยิไฮ้ให้ข้าพเจ้ามาคอยดู ถ้าเห็นโต๊ะเครื่องบูชาออกตั้งก็ให้ข้าพเจ้าไปบอก ถ้าเวลาใกล้จะสว่างสั่งให้ตีเกราะที่ประตูหลังบ้านตามคำสัญญา เจียสิวจึงถามว่า บัดนี้หลวงจีนปวยยิไฮ้อยู่ที่ไหน หลวงจีนเถาต๋อบอกว่านอนอยู่กับบุตรสาวพัวก๋ง ข้าพเจ้าตีเกราะขึ้นหลวงจีนปวยยิไฮ้จึงจะออกมา เจียสิวว่าเสื้อกางเกงและเกราะยืมให้เราเถิด หลวงจีนเถาต๋อกลัวก็ถอดให้ เจียสิวก็เอากระบี่ฟันหลวงจีนเถาต๋อคอขาดตาย แล้วถอดเสื้อกางเกงนั้นมาใส่ ถือเกราะเดินตรงมาที่ประตูหลังบ้านตีเกราะขึ้น

ฝ่ายหลวงจีนปวยยิไฮ้กับนางพัวคาหุนนอนอยู่ด้วยกัน ได้ยินเสียงเกราะก็ตกใจ ลุกขึ้นใส่เสื้อออกจากห้องมา สาวใช้เดินหน้าเปิดประตูให้หลวงจีนปวยยิไฮ้ไปแล้วก็ปิดประตูกลับเข้ามานอน หลวงจีนปวยยิไฮ้ออกจากประตูเห็นเจียสิว สำคัญว่าหลวงจีนเถาต๋อก็โกรธจึงว่า ตีเกราะอะไรเช่นนี้ ตีแต่ทีหนึ่งสองทีก็แล้วกัน เจียสิวมิได้โต้ตอบประการใด เดินตามหลังหลวงจีนปวยยิไฮ้ไปจนออกปากตรอกถึงถนนใหญ่ ก็ผลักหลวงจีนปวยยิไฮ้ล้มลงแล้วจับตัวไว้พูดว่า ร้องไห้อื้ออึงไปเราจะฆ่าเสีย จงถอดเอาเสื้อมาแต่โดยตี หลวงจีนปวยยิไฮ้ตกใจกลัวเห็นเจียสิวก็ไม่อาจถอดเสื้อส่งให้ เจียสิวชักกระบี่ออก ฟันแทงหลวงจีนปวยยิไฮ้ตาย แล้วเอากระบี่วางไว้ใกล้ตัวหลวงจีนเถาต๋อที่ตายลากเอาศพหลวงจีนปวยยิไฮ้ไปอยู่เคียงกัน เจียสิวเอาเสื้อหลวงจีนทั้งสองใส่ห่อผ้าตรงมายังโรงเตี๊ยม

ฝ่ายเฮงก๋งผู้เฒ่าเคยทำขนมขายเวลาเช้ามืด ตื่นขึ้นทำขนมแต่ดึก พอเสร็จแล้วก็จวนสว่าง เฮงก๋งหาบขนมเดินไปสะดุดศพล้มลงเฮงก๋งจึงพูดว่า หลวงจีนที่ไหนเสพมึนเมานอนกลิ้งอยู่ตามถนน แล้วเอามือไปคลำดูถูกโลหิตก็ตกใจ ร้องขึ้นว่าหลวงจีนมาตายอยู่ที่นี่สองรูป ชาวบ้านแถวนั้นได้ฟังก็ชวนกันออกมาดู เห็นมีบาดแผลรอยฟันแทงเป็นหลายแห่ง ขณะนั้นพอรุ่งสว่างชาวบ้านเอาตัวเฮงก๋งผู้เฒ่าไปหาผู้รักษาเมือง

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ