๔๖

ฝ่ายผู้รักษาเมืองกิจิว ครั้นเวลาเช้าก็ออกว่าราชการ ชาวบ้านมาแจ้งความว่า เมื่อเวลาเช้ามืดได้ยินเสียงเฮงก๋งผู้เฒ่าร้องเรียกผู้คนอยู่อื้ออึง พวกข้าพเจ้าชวนกันออกมาดูเห็นหลวงจีนสองรูปนอนตายอยู่กลางถนนมีรอยฟันแทงเป็นหลายแผล เมื่อออกมาดูก็ไม่มีผู้ใดเห็นแต่เฮงก๋งผู้เฒ่า ข้าพเจ้าเอาตัวมาให้กับท่าน ผู้รักษาเมืองถามว่า หลวงจีนที่วัดไหน พอชาวบ้านบอกว่าอยู่วัดโปอินซี ชื่อหลวงจีนปวยยิไฮ้เป็นเจ้าวัดหนึ่ง ชื่อหลวงจีนเถาต๋อลูกวัดหนึ่ง ผู้รักษาเมืองถามผู้เฒ่าว่าเหตุผลประการใดจงบอกไปตามจริง เฮงก๋งว่าข้าพเจ้าหาบขนมออกมาขายเวลาเช้ามืดเป็นนิตย์มิได้ขาด เมื่อเวลาเช้านี้ข้าพเจ้าหาบขนมไปขายถึงแถวบ้านพวกเหล่านี้ สะดุดหลวงจีนที่ตายล้มลง ข้าพเจ้าเอามือคลำที่หลวงจีนถูกโลหิตเข้าจึงได้ร้องขึ้น พวกชาวบ้านออกมาดูเห็นหลวงจีนตายก็เอาตัวข้าพเจ้ามาหาท่านเป็นความสัตย์จริงดังนี้ ผู้รักษาเมืองได้ฟังก็จดเอาถ้อยคำของเฮงก๋งผู้เฒ่าไว้ ให้กรมการไปชันสูตรบาดแผลมาถ้วนถี่แล้วกลับมาแจ้งกับผู้รักษาเมืองว่า หลวงจีนปวยยิไฮ้ที่ตายมีบาดแผลหลายแห่ง หลวงจีนเถาต๋อนั้นมีบาดแผลอยู่ที่คอแห่งหนึ่ง กับกระบี่ที่ฟันแทงกันนั้นก็อยู่ใกล้หลวงจีนเถาต๋อ ผู้รักษาเมืองก็ให้หาขงมกที่ปรึกษามา เอาถ้อยคำเฮงก๋งกับคนทั้งปวงและชันสูตรให้ดู แล้วถามว่าจะทำประการใดดี ชงมกว่า ดูลักษณะท่วงทีหลวงจีนปวยยิไฮ้กับหลวงจีนเถาต๋อที่ตายนั้น เห็นจะประพฤติการณ์ไม่ดีสิ่งใดขึ้นจึงได้ฆ่าฟันกันตายทั้งสองฝ่าย การอันนี้ไม่มีพยาน จะเอากับเฮงก๋งและชาวบ้านไม่ได้ แต่ศพหลวงจีนนั้นให้เอาไปฝัง แล้วจดบัญชีกลางไว้ว่าหลวงจีนทั้งสองฟันแทงกันตายเอง ภายหลังสืบสวนได้จึงค่อยชำระต่อไป ผู้รักษาเมืองได้ฟังก็เห็นชอบ จึงปล่อยเฮงก๋งผู้เฒ่ากับชาวบ้านให้กลับไป ศพหลวงจีนทั้งสองให้หลวงจีนวัดโปอินซีจัดแจงฝังจดบัญชีไว้ตามคำขงมก ข่าวที่หลวงจีนปวยยิไฮ้กับหลวงจีนเถาต๋อตายก็เลื่องลือไปทุกตำบล ชาวบ้านเดินร้องเพลงว่า “หลวงจีนทำความชั่วจึงได้ตาย”

ฝ่ายนางพัวคาหุนได้ยินเขาร้องเพลงว่า หลวงจีนปวยยิไฮ้กับหลวงจีนเถาต๋อตาย ก็มีความวิตกคิดสงสารร้องไห้อยู่ทุกเวลา ขณะนั้นเอียหยงไปอยู่ที่บ้านผู้รักษาเมือง แจ้งความว่าหลวงจีนปวยยิไฮ้กับหลวงจีนเถาต๋อตายจึงนึกว่าผู้ซึ่งฆ่าหลวงจีนทั้งสองนั้นเห็นจะเป็นเจียสิวแน่แล้ว ต้องเที่ยวติดตามเจียสิวให้พบจะได้ไต่ถามดู คิดแล้วก็ออกจากบ้านผู้รักษาเมืองไป

ฝ่ายเจียสิวฆ่าหลวงจีนทั้งสองตายแล้ว ก็ไม่มีความสบายอยากจะใคร่พบปะกับเอียหยง เวลาวันนั้นเจียสิวเดินออกจากโรงเห็นเอียหยงเดินมาแต่ไกลก็ร้องถามว่าพี่จะไปข้างไหน เอียหยงได้ฟังเหลียวมาดูเห็นเจียสิว จึงบอกว่าพี่จะไปเที่ยวตามหาน้องแต่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน เจียสิวว่าเชิญพี่ไปที่โรงเถิดจะได้สนทนากัน พูดแล้วก็พาเอียหยงมาที่โรงเตี๊ยม เจียสิวว่าน้องนี้จะพูดสิ่งใดก็แต่จริง มิได้คิดเอาความเท็จมากล่าวกับพี่เลย เอียหยงว่าเพราะพี่เสพสุราเมาเกินไป ด่าว่านางพัวคาหุนจนรู้ตัว มันจึงคิดกลอุบายแกล้งใส่ความว่าน้องทำชั่ว พี่กำลังเมาเชื่อถ้อยคำคนร้าย อย่าถือโทษโกรธพี่เลย เจียสิวว่าน้องนี้ยากจนก็จริง แต่เกิดมาเป็นชายชาติทหารแล้ว มิได้ทรยศต่อญาติและมิตร คิดเห็นว่าความรายนี้นานไปข้างหน้า ตัวพี่จะเป็นอันตราย จึงอยากให้พบปะจะได้บอกให้รู้ และของสำคัญนั้นน้องยังเก็บไว้ ก็ไปหยิบเอาเสื้อที่หลวงจีนปวยยิไฮ้ใส่กับเสื้อของหลวงจีนเถาต๋อมาให้ดู เอียหยงเห็นก็จำได้บอกว่า เสื้อตัวนี้ของนางพัวคาหุนภรรยาเรา ก็โกรธแค้นยิ่งมัก จึงพูดว่าเวลาค่ำวันนี้กลับไปบ้านพี่จะฆ่านางพัวคาหุนเสีย เจียสิวได้ฟังก็หัวเราะพูดว่า พี่ทำดังนั้นไม่ถูก ถ้าจับชายชู้ได้กับมือควรจะฆ่าฟันทั้งสองคน นี่จับอะไรก็ไม่ได้จะฆ่าอย่างไร เอียหยงว่าเราจะทำประการใดดี เจียสิวว่า น้องมีอุบายอยู่อย่างหนึ่ง เวลาวันนี้พี่กลับไปบ้าน จงบอกกับนางพัวคาหุนว่าได้บนเจ้าที่เขาชุยพินซัวนอกประตูเมืองทิศตะวันออก น้องจะไปคอยอยู่ที่บนเขา พี่พาภรรยากับสาวใช้ไปพร้อมกัน จงซักไซ้ไต่ถามถ้าได้ความจริงแล้วพี่อย่าทำอันตราย เขียนหนังสือหย่าเสียเถิด เอียหยงว่าอุบายนี้ก็ดีดอก แต่พี่นี้อยากจะใคร่ชำระตัวให้สิ้นมัวหมอง การครั้งนี้น้องจะให้ทำอย่างไรก็ต้องทำตาม เอียหยงก็ลาเจียสิวออกจากโรงตรงไปบ้าน

ครั้นรุ่งขึ้นเช้าเอียหยงบอกกับนางพัวคาหุนว่า เดิมพี่บนเจ้าเขาชุยพินซัวฝ่ายทิศตะวันออกไว้ช้านานแล้วไม่ได้ไปแก้ เวลาคืนนี้เจ้ามาเข้าฝันโกรธนัก วันนี้เราจะไปแก้บนกับเจ้าด้วยกัน นางพัวคาหุนว่า จะต้องให้ข้าพเจ้าไปด้วยทำไม ตัวบนไว้ก็ไปแก้คนเดียวเถิด เอียหยงว่าเมื่อเราจะมาสู่ขอเจ้าเราได้บนไว้ บัดนี้ก็อยู่กินเป็นสามีภรรยากันแล้วต้องไปแก้ด้วยกัน นางพัวคาหุนว่าถ้าดังนั้นก็ต้องไป เอียหยงบอกกับนางพัวคาหุนว่าเจ้าจงแต่งตัวไว้ให้พร้อม เราจะไปซื้อธูปเทียนกระดาษทอง จ้างคนหามเกี้ยวไปด้วย สั่งแล้วก็ออกจากบ้านตรงไปที่โรงเตี๊ยม บอกเจียสิวว่า จงไปคอยอยู่บนเขา แล้วก็ซื้อธูปเทียนเรียกพวกหามเกี้ยวกลับมาบ้าน นางพัวคาหุนไม่รู้อุบายของเอียหยงสำคัญว่าจริง ก็จัดแจงแต่งตัวเสร็จเรียกสาวใช้มายืนอยู่หน้าบ้าน เอียหยงให้นางพัวคาหุนกับสาวใช้ขึ้นเกี้ยวออกจากบ้านตามเอียหยงไป ประมาณทางได้ยี่สิบลี้ถึงชายเขาชุยพินซัว เอียหยงก็ให้หยุดบอกแก่พวกหามเกี้ยวว่า เจ้าจงคอยอยู่ที่นี่เราจะไปแก้บน ก็พานางพัวคาหุนกับสาวใช้ขึ้นไปบนเขา

ฝ่ายเจียสิวครั้นเอียหยงกลับมาแล้ว จัดหาสิ่งของห่อผ้าเอากระบี่เหน็บซ่อนในเสื้อ ออกจากโรงเตี๊ยมตรงไปยังเขาชุยพินซัวนั่งคอยอยู่ เอียหยงพานางพัวคาหุนกับสาวใช้เดินมาที่ศาลา นางพัวคาหุนเห็นเจียสิวก็ไม่สบายใจ เจียสิวลุกขึ้นทำทีจะคำนับถามว่าพี่สะใภ้ก็มาด้วยหรือ น้องคอยอยู่นานแล้วด้วยอยากจะใคร่พบ เอียหยงจึงถามนางพัวคาหุนว่า เมื่อวันก่อนนั้นเจ้าฟ้องเราว่า เจียสิวพูดจาแทะโลมถูกเนื้อต้องตัวเจ้าและถามว่าเจ้ามีครรภ์ วันนี้มาพบปะกันที่นี่จึงว่ากล่าวเสียให้เห็นเท็จและจริง นางพัวคาหุนได้ฟังก็ตกใจแกล้งทำเป็นหัวเราะตอบว่า การช้านานมาแล้วจะพูดขึ้นทำไม ตัวก็ไม่เกี่ยวข้องสิ่งใดไฉนเอามือมาลูบผมพี่เล่า เจียสิวได้ฟังก็โกรธนักว่าแกล้งมาใส่ความเอาเปล่าๆ พูดแล้วก็แก้ห่อผ้าออกให้ดูว่าเสื้อนี้ของผู้ใด นางพัวคาหุนจำได้ว่าเสื้อของตัวให้หลวงจีนปวยยิไฮ้ก็มีสีหน้าสลดลงทันที ไม่รู้ที่จะโต้ตอบประการใดนั่งก้มหน้านั่งอยู่ เจียสิวหยิบเอากระบี่มาถือไว้บอกเอียหยงว่า พี่จงถามสาวใช้ดูก็คงรู้ความ เอียหยงร้องตวาดถามสาวใช้ว่า เจ้าพากันไปวัดแล้วเอาโต๊ะเครื่องบูชามาตั้งด้วยเหตุประการใด จงเล่าไปแต่โดยดี ถ้าปิดบังไว้เราจะฆ่าเสียเดี๋ยวนี้ สาวใช้ได้ฟังก็ตกใจกลัว พูดว่าข้าพเจ้าจะบอกตามจริงท่านอย่าฆ่าฟันเลย เดิมไปถึงวัดหลวงจีนปวยยิไฮ้ให้พัวก๋งเสพสุราเมาแล้วก็พานางพัวคาหุนไปดูพระเขื้ยวแก้วบนเหลาสูง ให้ข้าพเจ้าดูพัวก๋งว่าจะสร่างสุราหรือยัง นางพัวคาหุนกับหลวงจีนปวยยิไฮ้อยู่ในห้องบนเหลาด้วยกันประมาณครู่หนึ่งจึงลงมา พอพัวก๋งบิดาสร่างเมาก็กลับไปบ้าน สั่งให้ข้าพเจ้ายกโต๊ะเครื่องบูชาออกไปตั้ง พอค่ำลงหลวงจีนปวยยิไฮ้ก็มานอนกับนางพัวคาหุนมิได้ขาด ครั้นเวลาใกล้สว่างหลวงจีนเถาต๋อมาตีเกราะ ข้าพเจ้าก็เปิดประตูให้หลวงจีนปวยยิไฮ้ออกไปเป็นนิตย์ประมาณเดือนเศษ นางพัวคาหุนเมตตาให้ต่างหูกับเครื่องแต่งตัวข้าพเจ้าหลายสิ่ง แล้วให้ไปฟ้องท่านว่าเจียสิวพูดจาแทะโลมต่างๆ แต่การอันนี้ข้าพเจ้าไม่เห็น จึงไม่อาจบอกกับท่านเป็นความสัตย์จริงดังนี้

เอียหยงได้ฟังก็โกรธยิ่งนัก ร้องตวาดถามนางพัวคาหุนว่า บัดนี้สาวใช้รับสารภาพแล้วเจ้าจะว่าอย่างไร นางพัวคาหุนว่า ข้าพเจ้าผิดจริง ไหนๆ ก็ได้เป็นสามีภรรยากันมาช้านานขอโทษเสียสักครั้งหนึ่งเถิด ข้าพเจ้าไม่ทำความชั่วต่อไปอีกแล้ว เอียหยงถามว่าเดิมเหตุผลอย่างไรจึงได้รักใคร่กันกับหลวงจีนปวยยิไฮ้ จงบอกไปอย่าได้อำพราง นางพัวคาหุนตกใจกลัว ไม่รู้ที่จะคิดประการใดต้องรับความจริงว่า หลวงจีนปวยยิไฮ้เห็นข้าพเจ้าก็รักใคร่ พากเพียรเข้ามาขอเป็นบุตรเลี้ยงบิดาจนทำกงเต๊กให้จึงได้พบปะรักใคร่กัน ซึ่งเจียสิวผู้น้องนั้นไม่ได้พูดจาว่ากล่าวเลย ข้าพเจ้าคิดว่าเห็นความเรื่องนี้เจียสิวคงรู้ ข้าพเจ้าจึงได้แกล้งใส่ความพาลพาโลว่าเจียสิวมาพูดจาแทะโลมและทำอุบายต่างๆ หลวงจีนปวยยิไฮ้สอนให้ยุยงไล่เจียสิวไปเสีย ข้าพเจ้าจึงได้ทำตาม เจียสิวพูดกับเอียหยงว่า วันนี้เอาตัวมาสอบสวนได้ความจริงแล้ว ตามแต่พี่จะคิดเถิด เอียหยงว่าน้องจงถอดเครื่องแต่งตัวกับเสื้อกางเกงออกเสีย พี่จะจัดแจงเอง เจียสิวก็ถอดเครื่องเหล่านั้นและเสื้อกางเกงออกจากตัวนางพัวคาหุน แล้วเอียหยงเอาผ้าห่มมัดมือนางพัวคาหุนแขวนไว้บนต้นไม้ แล้วเจียสิวก็จิกผมสาวใช้ลากเอาตัวมาบอกว่า หญิงเช่นนี้ฆ่าเสียให้สิ้น อย่าเอาไว้เป็นพืชพันธุ์ต่อไป เอียหยงว่า น้องพูดจริงอยู่ จะเอาไว้ทำไมส่งกระบี่มาให้พี่เถิด สาวใช้เห็นก็ร้องขึ้น เอียหยงฟันด้วยกระบี่ถูกกลางตัวสาวใช้ขาดสองท่อนตาย นางพัวคาหุนต้องมัดแขวนอยู่บนต้นไม้เห็นดังนั้นก็ร้องให้เจียสิวช่วย เอียหยงเอากระบี่ฟันที่ศีรษะแต่เบาๆ ยังไม่ให้ตาย แล้วว่าใจของเจ้าช่างกระไร แกล้งใส่ความเอาเจียสิวเปล่าๆ ทำให้เราพี่น้องเกือบจะโกรธกัน นี่หากว่าน้องเราสัตย์ซื่อดีฆ่าหลวงจีนเสียก่อน ถ้าช้าไปเจ้าก็คงคิดฆ่าเรา หญิงใจร้ายเช่นนี้จะเอาไว้ทำไม ว่าแล้วเอากระบี่ฟันแทงนางพัวคาหุนจนขาดใจตายแล้วผ่าหัวใจออกแขวนไว้ที่ต้นไม้ ตัดมือตีนทิ้งเสีย ยังแต่ตัวเปล่า เอียหยงเก็บเครื่องแต่งตัวของนางพัวคาหุนซึ่งทำด้วยทองคำใส่ห่อผ้า ปรึกษากับเจียสิวว่า บัดนี้เราฆ่าหญิงร้ายตายทั้งสองคนแล้ว จะไปสำนักอาศัยที่ไหนดี เจียสิวว่าอย่าวิตก ไปอยู่ที่เขาเนียซัวเปาะด้วยกัน เอียหยงว่าเราไม่รู้จักกับผู้ใดเขาจะไม่ให้อาศัยดอกกระมัง เจียสิวว่า ซ้องกั๋งไปอยู่ที่เขาเนียซัวเปาะคบพวกพ้องแต่ที่มีฝีมือและสติปัญญาดีไว้เป็นอันมาก ชื่อเสียงปรากฏทั้งแผ่นดิน ซึ่งตัวน้องกับพี่ก็ชำนิชำนาญในเพลงอาวุธ ถ้าไปถึงเขาคงให้อยู่ เอียหยงว่าจงคิดอ่านเสียให้เรียบร้อยก่อนภายหลังจึงจะมีความสุขสบาย พี่เป็นขุนนางรับราชการอยู่ ถ้าพากันไปถึงเขามีความรังเกียจสิ่งไร เราจะคิดอ่านแก้ตัวยาก เจียสิวหัวเราะพูดว่า ซ้องกั๋งก็เป็นขุนนางที่อะซีเหมือนกัน ข้อนั้นอย่าวิตก เมื่อวันพี่ไปตามน้องที่โรงขายสุรานั้นก็คือพวกเขาเนียซัวเปาะ แล้วชื่อไตจงที่เรียกว่าซินเกียไทเปา อีกคนหนึ่งนั้นชื่อเอียหลิมเรียกว่ากิมปาจือ น้องจะพาพี่ไปหา เอียหยงว่า ถ้ากระนั้นก็ดีแล้ว แต่พี่จะกลับไปบ้านจัดหาเงินทอง จะได้ซื้อกินตามทาง เจียสิวว่า ถ้าเข้าไปในเมืองเกิดเหตุการณ์ขึ้นมิเสียทีหรือ ซึ่งเงินทองของน้องมีพอจะซื้อหาสู่กันกินได้ เราเดินออกทางหลังเขานี้ไปโดยเร็วเถิด เจียสิวกับเอียหยงก็ออกจากศาลาเขาชุยพินซัวเดินทางไป

ฝ่ายซิเซียนเป็นชาวเมืองตังจิวที่เรียกว่าโกวเสียงจิว แปลว่ามัดไว้เพราะเที่ยวซุกซนไม่อยู่สุข ฉกลักม้าและโคกระบือของราษฎรไปขาย มีผู้จับได้เอาตัวส่งมาทำโทษที่เมืองกิจิว เอียหยงช่วยแก้ไขถอดออก ซิเซียนก็เที่ยวเป็นโจรหากินอยู่ตามเขาชุยพินซัว เวลานั้นซิเซียนขึ้นไปเที่ยวบนเขา ได้ยินเสียงพูดกันก็ดีใจ สำคัญว่าคนเดินทาง จึงแอบต้นไม้ดูเห็นเอียหยงกับเจียสิวปรึกษาว่าจะหนีไปสามิภักดิ์กับซ้องกั๋งก็ยินดี จึงคิดว่าตัวเราเที่ยวเป็นโจรอยู่อย่างนี้ก็ได้ความลำบาก ด้วยเอียหยงมีคุณกับเราเป็นอันมาก จำจะพูดจาอ้อนวอนให้เอียหยงเอาไปด้วยหาความสุขกันดีกว่า พอเห็นเอียหยงกับเจียสิวออกเดิน ซิเซียนจึงร้องว่าชวนกันมาฆ่าคนตายก็หนีไป เอียหยง เจียสิวได้ฟังก็เหลียวมาดูซิเซียนคุกเข่าลงคำนับอยู่ตรงหน้า เอียหยงเห็นก็จำได้ จึงเล่าความเดิมบอกแซ่และชื่อซิเซียนใช้เจียสิวฟัง แล้วถามว่าเหตุใดจึงเที่ยวมาบนเขานี้ ซิเซียนว่าตั้งแต่ท่านช่วยข้าพเจ้าออกแล้วก็หากินตามแถวเขาชุยพินซัวไม่รู้ที่จะไปข้างไหน เวลาวันนี้ข้าพเจ้าขึ้นมาเที่ยวบนเขาเห็นท่านกำลังทำการก็แอบดูแจ้งว่าจะไปสามิภักดิ์อยู่ที่เขาเนียซัวเปาะ จึงได้ร้องว่าปรารถนาจะให้ท่านหยุดอยู่ ข้าพเจ้าได้ล่วงเกินนั้นอย่าถือโทษเลย จงเอาข้าพเจ้าไปไว้ด้วย เจียสิวว่าไม่เป็นไรอย่าว่าแต่คนเดียวเลยถึงสักร้อยก็ไปด้วยกันเถิด ซิเซียนได้ฟังดีใจนักพูดว่าหนทางลัดเหล่านี้ข้าพเจ้ารู้จักทุกแห่ง ซิเซียนก็นำหน้าพาเอียหยง เจียสิวลัดทางลงจากเขาเดินไป

ฝ่ายพวกหามเกี้ยวสองคนนั่งคอยเอียหยงอยู่จนเวลาเย็นไม่เห็นกลับมาผิดสังเกต ก็เดินตามขึ้นไปบนเขา พอถึงศาลาเห็นกาลงกินซากศพอยู่จำได้ว่าศพสาวใช้กับนางพัวคาหุนก็ตกใจยิ่งนัก ชวนกันกลับมาหาพัวก๋งแจ้งความให้ฟังทุกประการ พัวก๋งจึงทำเรื่องราวไปฟ้องผู้รักษาเมืองว่า เอียหยงพาเอานางพัวคาหุนบุตรหญิงกับสาวใช้ไปฆ่าเสียที่เขาชุยพินซัว ผู้รักษาเมืองกิจิวแจ้งเรื่องราวแล้วก็สั่งให้กรมการไปชันสูตร เห็นซากศพนางพัวคาหุนแขวนอยู่บนต้นไม้ มีรอยแทงฟันเป็นหลายแห่ง ผ่าอกเอาหัวใจแขวนไว้ ศพสาวใช้รอยฟันทีเดียวขาดสองท่อน แล้วมีเสื้อหลวงจีนทิ้งอยู่ที่นั้นด้วย ก็กลับมาแจ้งความกับผู้รักษาเมือง ๆ ได้ฟังจึงคิดว่าหลวงจีนปวยยิไฮ้กับหลวงจีนเถาต๋อตายเห็นจะเป็นความเรื่องนี้ดอกกระมัง จึงถามพัวก๋งว่าหลวงจีนปวยยิไฮ้มาทำประการใดบ้าง พัวก๋งก็เล่าความตั้งแต่ต้นจนไปเสพสุราเมาอยู่ที่วัด แล้วกลับมาไล่เจียสิวให้ฟังทุกประการ ผู้รักษาเมืองจึงพูดว่า บุตรหญิงพัวก๋งคงจะรักใคร่ได้เสียกับหลวงจีนปวยยิไฮ้ แต่หลวงจีนเถาต๋อกับสาวใช้นั้นเห็นจะรู้กัน เจียสิวนี้ใจคอซื่อตรงเห็นผู้ใดทำการไม่ดีก็เจ็บร้อนแทน ฆ่าหลวงจีนทั้งสองเสีย เอียหยงจึงฆ่าภรรยากับสาวใช้แล้วพากันหนีไป จะต้องสืบจับตัวเอียหยง เจียสิวมาถามดูให้รู้ความ ผู้รักษาเมืองทำหนังสือให้คนใช้ถือไปทุกบ้านทุกเมืองว่าถ้าพบเอียหยงกับเจียสิวก็ให้จับตัวส่งมาโดยเร็ว แล้วสั่งพัวก๋งกับพวกหามเกี้ยวให้ไปจัดการฝังศพนางพัวคาหุนกับหญิงสาวใช้เสีย พัวก๋งก็คำนับลาไปจัดการฝังศพแล้วก็กลับมาบ้าน

ฝ่ายเอียหยง เจียสิว ซิเซียนเดินออกจากเมืองกิจิวไปหลายวันถึงแขวงเมืองฮุนจิว เห็นภูเขาสูงใหญ่อยู่ข้างหน้า พอเวลาจวนเย็นมีโรงขายสุราอยู่ริมแม่น้ำก็ชวนกันตรงเข้าไป เซียวยี่เจ้าของโรงจึงถามว่าท่านทั้งสามนี้มาแต่บ้านเมืองไหนธุระสิ่งใดหรือ ซิเซียนบอกว่า พวกข้าพเจ้าเดินทางมาประมาณได้ร้อยลี้ เวลามืดค่ำขออาศัยท่านสักคืนหนึ่งจะได้หรือไม่ เซียวยี่ก็เชิญเข้าไปข้างในถามว่าท่านกินอาหารแล้วหรือ ซิเซียนบอกว่ายังไม่ได้กิน ท่านมีสุรากับสิ่งของขายบ้างหรือ เซียวยี่ก็เอาข้าวสารกับสุรามาให้ซิเซียนแล้วจัดที่ให้พักตามสมควร เอียหยงกับเจียสิวเอาห่อผ้าและสิ่งของเข้าไปไว้ในห้องแล้วหยิบเงินส่งให้เซียวยี่เจ้าของโรง บอกว่าเวลาพรุ่งนี้จึงจะคิดให้อีก เซียวยี่ก็รับเอาเงินไปเก็บไว้ ซิเซียนนั่งหุงข้าวอยู่ที่เตาไฟเห็นไก่ขังไว้ในเล้าตัวหนึ่ง จึงนึกว่าลักเอาไก่ตัวนี้มาต้มแกล้มสุราเถิด คิดแล้วก็จับไก่ตัวผู้นั้นไปฆ่าต้มสุกเสร็จก็ออกมาบอกกับเอียหยง เจียสิวว่า พี่ทั้งสองเสพสุราไปก่อนแล้วจึงค่อยกินข้าว เซียวยี่เจ้าของโรงยกเอาสุรามาให้ เอียหยงก็เชิญเซียวยี่ เจ้าของโรงนั่งเสพสุราอยู่ด้วยกัน

ขณะนั้นเจียสิวเห็นกระบี่และเครื่องศัสตราวุธต่างๆ พิงอยู่ข้างฝาเป็นอันมาก จึงถามเซียวยี่ว่า ท่านชำนาญในการทหารหรือจึงมีเครื่องศัสตราวุธมากนัก เซียวยี่บอกว่า ไม่ใช่ของข้าพเจ้า ท่านซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านให้เอามาเก็บไว้ เจียสิวว่าคือผู้ใดเป็นเจ้าของบ้าน เซียวยี่ว่าท่านทั้งสามก็เที่ยวอยู่ไม่ได้ยินข่าวลือบ้างหรือ ที่ตำบลนี้มีภูเขาสูงใหญ่เรียกว่าต๊อกเล่งกังกว้างยาวจนรอบประมาณสามสิบลี้ จอกเซียวหองเป็นนายใหญ่ มีบุตรชายสามคนฝีมือเข้มแข็งนักบริวารประมาณเจ็ดแปด ร้อยตั้งบ้านเรือนอยู่ที่นั้นชาวบ้านจึงเรียกว่าตำบลจอกเกจึง เอาเครื่องศัสตราวุธเที่ยวแจกจ่ายพวกในตำบลนี้ไว้ทุกบ้านทุกเรือน ด้วยที่ตำบลจอกเกจึงใกล้กันกับเขาเนียซัวเปาะ กลัวจะมาแย่งชิงเอาทรัพย์สิ่งของ จึงตระเตรียมเครื่องศัสตราวุธไว้คอยต่อสู้ เจียสิวว่าข้าพเจ้าจะให้เงินท่าน ขออาวุธไปใช้บ้างจะได้หรือไม่ เซียวยี่ว่า เห็นจะไม่ได้ถ้าขายของเหล่านี้ให้ท่าน จอกเซียวหองก็จะทำโทษข้าพเจ้าไปกว่าจะสิ้นชีวิต

เจียสิวได้ฟังก็หัวเราะว่า ข้าพเจ้าพูดเล่นดอก จึงส่งถ้วยสุราให้เซียวยี่กิน เซียวยี่ว่า เชิญท่านทั้งสามเสพสุราให้สบายเถิด ข้าพเจ้าเมาหนักแล้ว เซียวยี่ก็กลับไปนอน ซิเซียนว่า พี่ทั้งสองจะกินเนื้อบ้างหรือ เอียหยงบอกว่า เจ้าของโรงบอกว่าเนื้อและสิ่งของอื่นไม่มี เจ้าเอามาแต่ไหน ซิเซียนบอกว่า น้องเห็นไก่ตัวผู้อยู่ในเล้าตัวหนึ่ง จึงจับเอามาฆ่าต้มไว้จะให้พี่ทั้งสองแกล้มกับสุรา เอียหยงว่าเจ้านี้เห็นจะทิ้งความชั่วไม่ได้โดยแท้ ซิเซียนก็ไปเอาไก่ที่ต้มมาชวนกันแกล้มกับสุราพูดจาตามสบาย เซียวยี่เจ้าของโรงนั้นจะเข้าไปนอนก็ไม่วางใจ จึงลุกเดินออกมาดูตามหน้าโรงหลังโรง เห็นขนไก่กองอยู่ก็สงสัย จึงไปดูไก่ของตัวก็ไม่มี เห็นแต่น้ำต้มไก่อยู่ในกะทะก็โกรธ จึงว่าท่านทั้งสามคนนี้เหตุใดเอาไก่สำหรับขันยามของเราฆ่าต้มกินเสีย ซิเซียนว่า ไก่ตัวนี้ของเราซื้อมาแต่ตามทาง ไก่ของท่านนั้นเสือปลาหรือสัตว์ร้ายเอาไปกินเสียดอกกระมัง มาพาลพาโลพวกเราเปล่าๆ เซียวยี่ว่าไก่ของเราอยู่ในเล้า พวกท่านไม่จับเอาแล้วจะไปเสียข้างไหน เจียสิวว่าท่านอย่าวุ่นวายเราจะใช้เงินให้ เซียวยี่ว่าไก่ตัวนี้สำหรับขันเมื่อใกล้สว่าง พวกเราคอยฟังเสียงไก่จึงได้ลุกขึ้นทำงาน เป็นการมีคุณอยู่ดังนี้ ถึงท่านจะใช้เงินให้สักสิบตำลึงเราก็ไม่เอา จงเอาไก่มาใช้เถิด เจียสิวได้ฟังก็โกรธว่าถ้าไม่ใช้ให้จะทำไมพวกเรา เซียวยี่ว่า ท่านอย่ามาดุร้ายที่นี่ไม่ได้ เปรียบเอาฝอยมาใส่ไฟไม่เหมือนตำบลอื่น ๆ ถ้าผู้ใดตกเข้ามาแล้ว ก็ถือว่าเป็นโจรเขาเนียซัวเปาะแล้วจับตัวส่งไปทั้งสิ้น ไม่มีผู้ใดกลัวฝีมือเลย เจียสิวได้ฟังก็มีความโกรธนัก พูดว่าเราเป็นพวกเขาเนียซัวเปาะ จะจับกุมอย่างไรก็มาเถิด เซียวยี่เจ้าของโรงจึงร้องขึ้นว่าโจรเข้ามา พวกในโรงได้ยินเสียงเซียวยี่ก็ตกใจ ลุกออกมาสี่ห้าคนตรงเข้าจะจับ เอียหยงกับเจียสิวช่วยกันทุบตีล้มลงทุกคน เซียวยี่เห็นดังนั้นก็ร้องเรียกให้ชาวบ้านมาช่วย ซิเซียนก็เข้าทุบตีเซียวยี่ล้มลง พอพวกสี่ห้าคนลุกขึ้นได้ชวนกันหนีเข้าไปทางประตูหลังบ้าน เอียหยงว่า พวกที่หนีไปนั้นคงจะไปบอกพวกพ้องมาจับเรา จงกินข้าวเสียโดยเร็วจะได้หนีไป ต่างคนจัดแจงห่อผ้า พร้อมเลือกเอาเครื่องศัสตราวุธถือสำหรับมือคนละสิ่งออกจากโรง เจียสิวจึงพูดว่า ไหน ๆ ก็เกิดความแล้วเอาไฟเผาโรงเสียเถิด เจียสิวก็เอาไฟจุดโรงไหม้ขึ้นรีบเดินไปทางใหญ่โดยเร็ว

ฝ่ายพวกสี่ห้าคนวิ่งหนีไปถึงแถวหมู่บ้านจอกเกจึง ก็ร้องว่ามีพวกโจรเขาเนียซัวเปาะเข้ามาทุบตีพวกเรากับเซียวยี่ที่โรงจอกเกเตี๊ยม พวกตำบลบ้านจอกเกจึงได้ฟังดังนั้น ก็ถือเครื่องศัสตราวุธจุดคบเพลิงพร้อมกันรีบตามมาที่จอกเกเตี๊ยม เห็นไฟไหม้โรงเซียวยี่ขึ้นไม่เห็นพวกโจรก็ชวนกันไล่ติดตามไป บ้างแยกย้ายลัดทางไปสกัดอยู่ข้างหน้า เอียหยง เจียสิว ซิเซียนหนีไปตามทางจนตกประมาณสองยามเศษเห็นไฟสว่างไล่หลังมาเป็นอันมาก บ้างหน้าก็มีไฟสว่างไล่มา เจียสิวจึงพูดว่าเราหาทางลัดหนีไปให้พ้นภัยดีกว่า เอียหยงว่าอย่าพึ่งหนีไปก่อนคอยต่อสู้ต้านทานพอสว่างจึงคิดอ่านกัน พูดยังไม่ทันขาดคำ พวกจอกเกจึงก็เข้ามาใกล้ ร้องบอกกันว่าพวกโจรอยู่ที่นี่ก็เข้าล้อมไว้แน่นหนา เอียหยงต่อสู้ต้านทานอยู่ข้างหน้า เจียสิวรับอยู่ข้างหลัง ซิเซียนอยู่กลางคอยช่วยทั้งสองด้าน พวกจอกเกจึงก็โถมเข้าไปจะจับ เอียหยงเอากระบี่ฟันถูกเจ็บป่วยล้มกลิ้งอยู่หลายคน พวกข้างหน้าเห็นดังนั้นก็แตกตื่นหนีไป เจียสิวได้ทีก็เข้าไล่ฆ่าฟันพวกข้างหลังล้มตายลงอีก

พวกเหล่านั้นเห็นฝีมือโจรทั้งสามเข้มแข็งก็ไม่อาจจะเข้าใกล้ บ้างล่าถอยออกไปแอบต้นไม้อยู่ เอียหยง เจียสิว ซิเซียนก็ไล่ตามไป แต่ซิเซียนนั้นอยู่ข้างหลัง พวกที่แอบต้นไม้ได้ทีเอาขอเกี่ยวจับตัวซิเซียนได้ พอเจียสิวหันกลับมาจะเข้าช่วยซิเซียน พวกที่แอบต้นไม้ก็เสือกขอออกจะเกี่ยวเจียสิวอีก เอียหยงเหลียวมาเห็นก็เอากระบี่ปัดขอเสีย พวกที่แอบต้นไม้เห็นว่าโจรสองคนรู้ตัวจะทำอันตรายไม่ได้ ก็ชวนกันเอาตัวซิเซียนเข้าป่าหนีไป เอียหยง เจียสิวไล่ตามมาปรารถนาจะช่วยซิเซียนก็ไม่ทันจึงกลับมาหาทางใหญ่เดินไป พวกชาวบ้านจอกเกจึงพาตัวซิเซียนไปส่งจอกเชียวหองผู้เป็นเจ้าของบ้าน จอกเชียวหองสั่งให้จำขังไว้แล้วจะส่งเข้าไปเมืองหลวง

ฝ่ายเอียหยงกับเจียสิวเดินทางไปจนเวลาสว่าง เห็นมีโรงขายสุราแห่งหนึ่งก็แวะเข้าไปบอกว่าจะซื้อสุราดื่ม เจ้าของโรงก็จัดสุรากับสิ่งของมาให้ เอียหยงกับเจียสิวนั่งเสพสุราอยู่ ยังมีชายผู้หนึ่งรูปร่างสูงใหญ่เดินตรงเข้ามาที่โรงขายสุรา บอกว่าท่านเจ้าของตำบลนี้ให้หาสุราไปโดยเร็ว เจ้าของโรงบอกว่าจัดหาไว้เสร็จแล้ว อีกสักครู่หนึ่งข้าพเจ้าจะเอาไปที่บ้าน

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ