๒๙

เดิมเมื่อข้าพเจ้ายังเล็กอยู่ได้คบคนที่มีฝีมือเป็นพวกพ้องฝึกหัดเพลงอาวุธต่างๆ ฝีมือเข้มแข็งอยู่ในเมืองนี้ คนทั้งปวงก็นับถือเรียกว่ากิมงั้นปิว เดิมที่นอกประตูเมืองทิศตะวันออกเรียกว่าตำบลคาอัวะหลิม มีโรงเตี๊ยมประมาณร้อยโรง มีโรงบ่อนและโรงขายของต่างๆ อีกสามสิบโรง พ่อค้าเมืองซัวตัง เมืองฮ่อปักไปมาค้าขายอยู่เป็นนิตย์ ข้าพเจ้าจึงชวนเพื่อนกับคนที่ต้องโทษเก่าๆ ฝีมือเข้มแข็งประมาณเก้าสิบคนไปตั้งโรงขายสุรากับสิ่งของกันอยู่ ณ ตำบลคาอัวะหลิม คนที่ตำบลนั้นกลัวเกรงว่ากล่าวสิ่งไรก็ไม่ได้ขัดขืน หญิงคนชั่วเที่ยวขับร้องมาแต่เมืองอื่นก็ต้องมาบอกให้ข้าพเจ้ารู้จึงจะหากินได้ บรรดาพวกที่ค้าขายเอาเงินมาให้ทุกวัน เดือนหนึ่งประมาณเงินสามร้อยเหรียญ ครั้นอยู่มามีขุนนางผู้หนึ่งเป็นที่ทวนเลียนสำหรับเกลี้ยกล่อมคนที่มีฝีมือเข้าเป็นทหารหลวง มาตั้งเกลี้ยกล่อมคนเป็นทหารอยู่เมืองเม่งจิวนี้ เตียทวนเลียนมีทหารคนหนึ่งแซ่เจีย ชื่อตง รูปร่างสูงใหญ่ฝีมือเข้มแข็งชื่อเสียงปรากฏมาก คนทั้งปวงเรียกว่าเจียมึงสิน แปลว่าเจ้าเฝ้าประตู เจียตงมาแย่งชิงโรงเตี๊ยมเอาไปเป็นของตัวเสียทั้งสิ้น ข้าพเจ้าไม่ยอมจึงได้เกิดวิวาทกัน เจียตงฝีมือเข้มแข็งตีข้าพเจ้าศีรษะแตกมือก็เจ็บ เมื่อท่านมาถึงข้าพเจ้ายังเจ็บศีรษะโพกผ้าขาวอยู่ มือต้องเข้าเฝือก คอยให้ท่านหยุดพักหายเหน็ดเหนื่อยแล้วจึงจะเล่าให้ฟัง ถ้าท่านแก้แค้นเอาของกลับคืนมาได้ ถึงตัวจะตายก็ไม่ลืมพระคุณท่านเลย บู๊สงถามว่าเจียตงมีศีรษะและมือเท้ามากหรือประการใด ซิอินว่าเจียตงรูปร่างสูงใหญ่ ศีรษะและมือเท้าก็เท่ากับเราเหมือนกัน บู๊สงว่าถ้ากระนั้นกลัวทำไมจะไปตีเสียให้เหมือนเสือใหญ่ที่ตำบลเก็งเอียงก๋ง ถ้าแม้นมีโทษทัณฑ์ข้าพเจ้ารับเอง จงไปด้วยกันโดยเร็วเถิด ซิอินว่าท่านอย่าเพิ่งไป คอยบิดาข้าพเจ้าออกมาถามไถ่ปรึกษากันดู เชิญกินโต๊ะเสพสุราก่อนเถิด พรุ่งนี้จึงค่อยไป พอพูดดังนั้นบิดาซิอินเดินมาเห็นบุตรกับบู๊สงนั่งอยู่ด้วยกันก็เข้าไปพูดว่า เราได้ยินชื่อเสียงท่านปรากฏมานานแล้ว บัดนี้ท่านชอบพอรักใคร่จะช่วยธุระเรามีความยินดียิ่งนัก เชิญท่านไปที่บ้านสนทนากันก่อนเถิด บู๊สงก็เดินตามผู้สำเร็จราชการไปถึงบ้าน เรียกบู๊สงเข้าไปข้างในสั่งให้จัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยงเป็นอันดี แล้วจึงพูดว่าซึ่งเราคิดอ่านให้บุตรไปตั้งโรงเตี๊ยมอยู่ที่ตำบลคาอัวะหลิมนั้นมิใช่จะเห็นแก่เงินทองเมื่อไร ด้วยที่นั้นชัยภูมิดีมีพ่อค้าต่างเมืองมาซื้อขายเป็นอันมากจะได้เป็นสง่าเมืองเม่งจิวสืบไป ครั้งนี้เปรียบเหมือนคนตกเข้ามาที่มืด ท่านช่วยให้พ้นไปอยู่ที่สว่างได้พระคุณเป็นที่ยิ่ง ถ้าท่านเมตตาจงสาบานเป็นพี่น้องกับซิอินเสียก่อนแล้วจึงค่อยไป

บู๊สงได้ฟังก็ยินดีจึงสาบานเป็นพี่น้องกับซิอิน แล้วก็ชวนกันกินโต๊ะเสพสุราตามสบาย บู๊สงเสพสุราเมา ผู้สำเร็จราชการก็ให้คนใช้พาไปนอน ครั้นเวลารุ่งเช้าคนใช้จัดอาหารให้พร้อมแล้วเชิญบู๊สงให้เสพสุรารับประทานอาหาร บู๊สงเห็นสุราน้อยก็สงสัย รับประทานอาหารแล้วก็กลับมาที่อยู่ ประมาณครู่หนึ่งคนใช้หาบนํ้ามาบอกว่าซิอินเอาน้ำมาให้ท่านอาบ บู๊สงถามว่าเมื่อเวลาเช้าให้สุราดื่มน้อยนัก นายของเจ้าคิดประการใดหรือ คนใช้แจ้งว่าซิอินกลัวท่านมึนเมาจะเสียการไปจึงเอาสุรามาให้ดื่มแต่น้อย บู๊สงได้ฟังก็หัวเราะ อาบน้ำเสร็จแล้วซิอินก็มา บู๊สงจึงพูดว่า ถ้าออกเดินจากนี้ไปมีโรงขายสุราที่ไหนก็ต้องซื้อโรงละสามชาม กว่าจะถึงตำบลอัวะหลิม จึงจะสำเร็จความปรารถนาได้ เมื่อตีเสือที่ตำบลเก็งเอียงก๋งตาย ก็เพราะเมาไม่ใช่หรือ ซิอินว่าข้าพเจ้าไม่รู้จึงมีความวิตกอยู่กลัวท่านจะเมา ถ้าเคยเป็นเช่นนั้นจะจัดให้คนหาสิ่งของไป ถึงหยุดพักที่ไหนจะได้เสพสุราให้สบาย จึงสั่งคนใช้ให้จัดสิ่งของไปคอยท่าไว้ทุกๆ โรง บู๊สงได้ฟังก็ดีใจ ชวนซิอินเดินมาทางประตูตังหมึงข้างทิศตะวันออก ในขณะนั้นเดือนเจ็ดข้างขึ้นเป็นฤดูร้อนเดินทางไปได้สี่ห้าลี้ มีโรงขายสุราอยู่ก็ตรงเข้าไป เห็นคนใช้เอาสิ่งของมาคอยท่าก็มีความยินดี ซิอินให้ตักสุรามาสามชามแล้วเชิญรับประทานสิ่งของกับสุรา เสร็จแล้วก็เดินไป แต่บู๊สงเข้าหยุดพักเสพสุราทุกโรงกว่าสิบแห่งประมาณสุราสามสิบชามก็ยังไม่เมา ครั้นถึงโรงสุราอีกแห่งหนึ่งบู๊สงถามว่าตำบลคาอัวะหลิมนั้นยังไกลหรือใกล้ ซิอินว่าเห็นต้นไม้ใหญ่อยู่ข้างหน้า บู๊สงเสพสุราอีกแล้วบอกว่าท่านจงคอยอยู่ที่นี่เถิด บู๊สงก็ให้คนใช้นำไป แลเห็นถนัดแล้วว่า เจ้าจงไปแอบดูให้ห่างๆ ถ้าเราตีเจียตงล้มจงเข้ามา ขณะนั้นพิษสุรากำเริบมากขึ้น บู๊สงมึนเมาเดินเซชวนไป

ฝ่ายเจียตงตั้งโรงขายสุราอยู่ตำบลคาอัวะหลิม เวลาวันนั้นร้อนก็มานั่งอยู่ใต้ต้นไม้ บู๊สงเดินไปเห็นชายผู้นั้นรูปร่างสูงใหญ่นั่งพิงเก้าอี้อยู่ จึงคิดว่าชายผู้นี้เห็นจะเป็นเจียตงแน่ ใช้หางตาแลดูแล้วก็เดินไปถึงหน้าโรงเจียตง เห็นมีสิ่งของต่างๆ มีหญิงคนหนึ่งรูปร่างงามนั่งอยู่ในโรงเตี๊ยม บู๊สงก็นั่งลงที่โต๊ะตรงหน้า หญิงนั้นเจียตงได้มาเป็นภรรยาน้อย เห็นบู๊สงเข้ามานั่งก็ลุกไป คนใช้เหล่านั้นถามบู๊สงว่า ท่านจะซื้อสุราสักเท่าไร บู๊สงว่าเอามาสักสองชาม คนใช้บอกให้หญิงนั้นตักสุราแล้วก็ยกมาให้ บู๊สงรับชามดมดูแล้วว่า สุรานี้ไม่ดีเปลี่ยนใหม่ คนใช้ก็เอาสุราไปเปลี่ยนถึงสองครั้งบอกว่า ชายผู้นี้มึนเมาจะมาหาความ เปลี่ยนให้อีกครั้งเถิด หญิงนั้นก็เปลี่ยนสุราให้ แลไปดูเห็นบู๊สงเขม่นไม่วางตา จึงพูดว่า ชายคนนี้จะมาหาที่ตายต้องเอากระดูกห่อไปบ้าน บู๊สงได้ฟังก็โกรธถามว่า พูดอะไรกัน ชายเหล่านั้นบอกว่า พวกข้าพเจ้าพูดกันข้างนี้ดอก เชิญท่านเสพสุราเถิด บู๊สงถามว่าหญิงที่นั่งอยู่นั่นเป็นอะไร จงบอกให้มาเสพสุรากับเรา ชายเหล่านั้นบอกว่าเป็นภรรยานายเรา เจ้าของโรงเตี๊ยมชื่อเจียตงคนทั้งปวงเรียกว่าเจียมึงสิน เป็นใหญ่อยู่ในตำบลบ้านนี้ บู๊สงได้ฟังก็โกรธ ตรงเข้าจับหญิงภรรยาเจียตงใส่ลงในโอ่งสุรา คนใช้เห็นก็ตรูกันเข้าจับบู๊สง ๆ กำลังเมาฝีมือเข้มแข็งมาก จับคนใช้เหล่านั้นใส่โอ่งสุราเสีย หลายคนที่หนีได้วิ่งไปแจ้งความแก่เจียตงทุกประการ เจียตงได้ฟังก็โกรธรีบมาโดยเร็ว บู๊สงเห็นคนใช้วิ่งไปบอกเจียตงก็ออกจากโรงเตี๊ยมมาคอยอยู่ตามทาง พอเห็นเจียตงมาก็ตรงเข้าตีเจียตงต้านทานสู้กันหลายพัก คิดว่าชายนี้มาแต่ไหน มีกำลังและฝีมือนักหนาก็แข็งใจต่อสู้อยู่ครู่หนึ่ง บู๊สงทำเป็นแพ้ล่าถอยหนี เจียตงไม่รู้อุบายก็รุกไล่ติดพันไป บู๊สงเห็นได้ทีผินหน้ากลับ เอาเท้าถีบถูกอกเจียตงล้มลง บู๊สงเข้าไปตีซ้ำ เจียตงเจ็บป่วยมากเหลือทนก็ร้องขอชีวิตไว้ว่า ตั้งแต่นี้ไปไม่ต่อสู้ฝีมือท่านอีกเลย บู๊สงว่า เรามีความอยู่สามข้อ ถ้าทำตามก็จะไม่ให้ตาย เจียตงว่าข้าพเจ้าไม่ขัดขวาง จะทำตามคำท่านทุกสิ่งจงบอกให้รู้เถิด

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ