๑๐๖

ฝ่ายลีขุย หังชอง ลีกุนเมื่อไล่อึ้งตังชิดเข้าไปในระหว่างเขาเลาะเกาะแล้วมิได้เห็นอึ้งตังชิดมีความสงสัย จึงพากันขับม้าเลยไปถึงปากทางที่จะออกเห็นต้นไม้ใหญ่และก้อนศิลาสมทบปากทางไว้แน่นหนาออกไปมิได้ จึงปรึกษากันว่าเราต้องในกลอุบายของอึ้งตังชิดเป็นแท้ ครั้นเราจะถอยกลับออกไปที่ไหนจะออกได้ พวกไพร่พลเมืองเอี้ยวเอี๋ยงคงจะตั้งกองรักษาปากทางไว้แน่นหนา ครั้นเราจะรบหักออกไปก็ไม่มีกองทัพมาช่วยตีกระหนาบ ประการหนึ่งทหารทั้งปวงก็อดอาหารถึงสามเวลา อิดโรยอ่อนกำลังจะสู้รบได้หรือ เรามาคิดอ่านหาทางออกไปตามบุญและกรรมเถิด

เมื่อปรึกษากันเห็นพร้อมแล้วจึงพากันแยกย้ายเที่ยวหาทางจนรุ่งสว่างก็ไม่พบ พอแลเห็นชาวนาเดินนำหน้าพัวเส็ง เปาหยก ซึงอาน ปกซิ่น งักชวนตงลงมาตามชะง่อนเขามีความยินดี ลีขุย หังชอง ลีกุนตรงเข้ามาต้อนรับต่างคำนับกันตามธรรมเนียม พัวเส็งจึงบอกนายทหารทั้งสามให้คำนับเอียบกงซุนผู้จะช่วยนำทางและคิดกลอุบายจะเข้าตีเมืองนั้นให้แจ้งทุกประการ ลีขุย หังชอง ลีกุนก็เข้าไปคำนับแล้วพูดว่าท่านไม่สงเคราะห์คราวนี้ชีวิตข้าพเจ้าทั้งสามและทหารทั้งสองพันคนก็จะพากันตายอยู่ในระหว่างเขานี้เป็นแน่แท้ เอียบกงซุนจึงว่า เชิญท่านรับประทานอาหารเสียบ้างเล็กน้อยจะได้มีกำลังเดินออกไป พัวเส็งก็เอาอาหารแจกจ่ายให้นายทหารและไพร่พลพอสมควร เสร็จแล้วเอียบกงซุนก็พาคนเหล่านั้นเดินออกมาตามซอกเขา ถึงบ้านเอี้ยงลิวจึงพากันเข้าไปพักอยู่ในโรง ครั้นตะวันบ่ายได้เวลาเอียบกงซุนกับภรรยาก็หาอาหารจัดโต๊ะและสุราเลี้ยงนายทหารทั้งแปดและทหารอิ่มสำเร็จแล้ว เอียบกงซุน ลีขุยกับคนสามร้อยคนพากันล่วงหน้ามาก่อน พัวเส็ง ซึงอาน เปาหยก ปกซิ่น งักชวนตง หังชอง ลีกุนกับทหารตามมาข้างหลัง ครันเวลาค่ำใกล้จะถึงเมือง เอียบกงซุนจึงเอาเชือกมัดแขนลีขุยแล้วจูงมาถึงประตูตังหมึง พอทหารกองหนุนมาถึงพร้อมกันแล้ว เอียบกงซุนจึงร้องบอกทหารรักษาหน้าที่ว่าเรา เอียบกงซุนอยู่บ้านเอี้ยงลิวจึงจับตัวลีขุยมาส่ง ทหารรักษาหน้าที่ก็ไปแจ้งกับเลาอิเก็งให้ทราบ เลาอิเก็งได้แจ้งมีความยินดีจึงขึ้นไปบนเชิงเทิน แสงเดือนสว่างแลเห็นกันถนัดจึงร้องถามว่าเจ้าจับตัวลีขุยได้ที่ไหน เอียบกงซุนบอกว่าลีขุยออกไปเที่ยวขออาหารกินที่บ้านเอี้ยงลิวจึง ข้าพเจ้ากับพวกชาวบ้านสามร้อยคนช่วยกันจับตัวมาส่งท่าน เลาอิเก็งมิได้คิดสงสัยจึงสั่งผู้รักษาประตูให้เปิดรับ นายประตูก็เปิดให้ตามสั่ง เอียบกงซุนก็พาลีขุยและคนสามร้อยล่วงเข้าในประตูแล้วก็เอากระบี่ตัดเชือกที่มัดลีขุย ๆ ก็วิ่งขึ้นไปบนเชิงเทินเอาขวานไล่ฆ่าฟันผู้คนซึ่งรักษาหน้าที่เป็นอลหม่าน ทหารกองซุ่มและกองหนุนก็ยกตามเข้าไปได้ เลงจิ้นจุดประทัดสัญญาขึ้นทหารกองซุ่มทั้งสามด้านก็พากันกรูเข้าเมือง เลาอิเก็ง เซียงกวนหงี อึ้งตังชิด ก็ขึ้นม้าคุมไพร่พลเข้าต่อสู้รบกับทหารซ้องกั๋งเป็นสามารถ

ฝ่ายอูลิบ ห้อขิวซึ่งรักษาปากทางอยู่บนเขาเลาะเกาะ ได้ยินเสียงม้าล่อกลองศึกอื้ออึงที่ในเมืองก็ตกใจ จึงขับม้าพาทหารรีบมาถึงเชิงกำแพงเมืองพบลีขุย หังชอง ไล่ฆ่าฟันผู้คนอยู่ อูลิบก็ขับม้าตรงเข้ารบกับลีขุย ห้อขิวขับม้าเข้ารบกับหังชองได้สิบเพลง ลีขุยก็เอาขวานฟันอูลิบคอขาดตาย หังชองเอาง้าวฟันถูกกลางตัวห้อขิวขาดเป็นสองท่อน แล้วตัดเอาศีรษะแขวนมากับแผงข้างม้า แต่เลาอิเก็งนั้นขับม้าตรงเข้ารบกับซึงอานได้ห้าเพลง เลาอิเก็งเสียทีซึงอานเอาง้าวฟันถูกศีรษะขาดแล้วหิ้วเอาศีรษะมาสมทบทัพพร้อมกัน

ฝ่ายอึ้งตังชิด เซึยงกวนหงีเห็นทหารซ้องกั๋งหนาแน่นเหลือกำลังที่จะต่อสู้จึงขับม้าหนีย้อนตลบมาต้นทางข้างตะวันตก จูตัดเต๊กเห็นดังนั้นจึงขับม้าไล่ตาม อึ้งตังชิดเห็นทหารซ้องกั๋งไล่มาแต่ผู้เดียวจึงชักม้าหันกลับเข้ารบกับจูตัดเต๊กสิบห้าเพลง อึ้งตังชิดเอาทวนแทงถูกอกจูตัดเต๊กตกม้าตาย พอทหารทั้งปวงขับม้าตามมาทัน ฮ่วยเอ็งเห็นอึ้งตังชิดฆ่าพวกตัวตายก็มีความโกรธเอาเกาทัณฑ์ยิงไปถูกคออึ้งตังชิดตกม้าตาย นายทหารซ้องกั๋งขับม้ากลุ้มรุมรบกับเซียงกวนหงีเป็นสามารถ เซียงกวนหงีขับม้าหนีพลางและป้องปิดอาวุธเหลือกำลังจึงนึกแต่ในใจว่า เราเกิดมาเป็นชายชาติทหารจะตายด้วยคมอาวุธข้าศึกทำไม สู้ไม่ได้จะหนีไปก็ไม่พ้น ฆ่าตัวตายเสียเองดีกว่า คิดแล้วก็ชักกระบี่ออกเชือดคอตาย ไพร่พลที่ติดตามไปนั้นก็พากันคุกเข่าคำนับยอมสามิภักดิ์กับนายทหารซ้องกั๋งสิ้น ลีขุยและนายทหารทั้งสามสิบคนก็พากันมาประชุมพร้อมอยู่ที่บ้านเลาอิเก็งผู้ว่าราชการจึงให้ม้าใช้ไปแจ้งความแก่ซ้องกั๋งและโลวจุนหงีให้ทราบ ซ้องกั๋ง โลวจุนหงีก็พาทหารเข้าไปพักอยู่ในเมือง ทหารทั้งปวงพากันมาคำนับแล้วแจ้งความตามซึ่งได้ชัยชนะให้ทราบทุกประการ ซ้องกั๋งจึงให้เซียวเหยียงจดบัญชีทหารที่มีความชอบไว้ แล้วปรึกษาแก่นายทหารทั้งปวงว่า เราได้เมืองเอี้ยวเอี๋ยงนี้เพราะความคิดของเอียบกงซุน ใช่จะสำเร็จด้วยสติปัญญาของพวกเรานั้นหามิได้ จำจะต้องมีหนังสือไปถึงเตียเจียวท้อให้มีใบบอกเสนอความชอบ ขอตราตั้งให้เอียบกงซุนเป็นขุนนางมีบรรดาศักดิ์จึงจะสมควร เอียบกงซุนตอบว่าข้าพเจ้ามีความเจ็บร้อนด้วยแผ่นดินจึงมาช่วยท่านคิดอ่านให้เสร็จราชการ ใช่จะปรารถนายศและลาภนั้นหามิได้ อีกประการหนึ่ง ตระกูลข้าพเจ้าเป็นชาวนา ชำนาญแต่ที่จะประกอบการปลูกข้าวให้งอกงามมีผลบริบูรณ์ ซึ่งท่านจะให้เป็นขุนนางทำราชการนั้นไม่รู้จักขนบธรรมเนียมกลัวอาญาความผิด ข้าพเจ้าจะขอเอาแต่อำนาจของท่านและบารมีของพระเจ้าแผ่นดินปกป้องคุ้มครองไป จะได้อยู่ทำมาหากินในแผ่นดินมีความสุข ซึ่งข้าพเจ้าว่ากล่าวทั้งนี้เป็นความสัตย์มิได้คิดบิดเบือนเป็นมารยาแต่ประการใดเลย

ซ้องกั๋งเห็นเอียบกงซุนไม่สมัครโดยจริงใจจึงให้เจ้าพนักงานจัดเงินทองเสื้อผ้ามาให้แก่เอียบกงซุนแล้วพูดว่า ท่านไม่รักทำราชการก็ตามใจท่านเถิด จงเอาสิ่งของนี้ไปไว้ใช้สอยก่อน ภายหน้าท่านมีกิจธุระขัดสนประการใด จงบอกเราจะสงเคราะห์ให้สำเร็จสมความปรารถนา

เอียบกงซุนคำนับรับสิ่งของแล้วลากลับไปบ้าน ซ้องกั๋งจึงสั่งให้เซียวเหยียงเขียนหนังสือแจ้งข้อราชการไปถึงเตียเจียวท้อ ณ เมืองเนี้ยจิ๋ว เตียเจียวท้อได้แจ้งมีความยินดีจึงมีหนังสือบอกข้อราชการซึ่งตีบ้านเมืองใหญ่น้อยได้นั้น ให้ม้าใช้ถือเข้าไปยังเมืองหลวง สั่งให้เจ้าพนักงานนำขึ้นกราบทูลพระเจ้าซ้องฮุยจงฮ่องเต้ทรงทราบก็มีพระทัยยินดี ตรัสปรึกษาขุนนางทั้งปวงว่าซ้องกั๋งยกกองทัพไปปราบปรามศัตรูฝ่ายทิศตะวันตกตีบ้านเมืองหลายตำบลมีความชอบเป็นอันมาก เราจะปูนบำเหน็จรางวัลด้วยของสิ่งใดและจะเลื่อนยศศักดิ์ขึ้นเป็นขุนนางตำแหน่งไหนจึงจะสมควรแก่ความชอบ

ซกไทอวยกราบทูลว่า ซ้องกั๋งกับพวกทหารมีความชอบมากถ้าจะพระราชทานยศศักดิ์หรือทรัพย์สิ่งของต่างๆ ก็ต้องให้เป็นลำดับตามสมควร พระเจ้าซ้องฮุยจงฮ่องเต้ได้ทรงฟังก็เห็นชอบ จึงสั่งให้เจ้าพนักงานไปคัดเลือกเอาเสื้อเกราะแดงห้าหีบ กับเสื้อเกราะสลับสีร้อยยี่สิบ และสุราสามร้อยสี่สิบไห แล้วรับสั่งให้เอาไหมทองปักเป็นอักษรไว้ที่ธงเรียกว่า “จินตงโปก๊ก” แปลว่าช่วยบำรุงแผ่นดินโดยสัตย์ซื่อสุจริต ให้ซกไทอวยคุมไปพระราชทานซ้องกั๋งและพวกทหารทั้งปวง กับเอาทรัพย์สิ่งของพระราชทานให้เตียเจียวท้อผู้จดบัญชีความชอบเข้ามากราบทูลด้วย ซกไทอวยก็ถวายบังคมลากลับมาบ้านเตรียมสิ่งของที่พระราชทานพร้อมแล้วก็ออกจากเมืองตังเกียตรงไปยังเมืองเจียคีเสีย

เตียเจียวท้อแจ้งความว่า ซกไทอวยคุมของพระราชทานมาก็ออกมาต้อนรับเชิญซกไทอวยเข้าไปในเมืองแล้วซกไทอวยก็เอาสุรากับเสื้อเกราะออกแจกจ่ายให้ทหารในเมือง แล้วใช้ให้ทหารมาแจ้งแก่ซ้องกั๋งยังเมืองเอี้ยวเอี๋ยงก่อน ซ้องกั๋งแจ้งความก็ชวนทหารทั้งปวงออกมาต้อนรับซกไทอวยเชิญหนังสือรับสั่งออกอ่านใจความว่า “ซึ่งประเทศทั้งปวงก็มาอ่อนน้อมอยู่ในอาณาเขตแผ่นดินซ้อง บัดนี้อองเข่งคิดตั้งตัวขึ้นเป็นอ๋องตีเอาเมืองขึ้นในแขวงตังเกียไปเป็นเขตแดนเมืองฮ่วยไซเป็นอันมาก ด้วยอองเข่งประพฤติการไม่ถูกธรรมเนียม ฟ้าและดินก็ไม่ยอม เผอิญให้ซ้องกั๋งแม่ทัพกับพี่น้องทั้งปวงรับอาสายกกองทัพมาจะปราบปรามแขวงเมืองฮ่วยไซให้ราบคาบ ซ้องกั๋งกับทหารทั้งปวงมีความชอบมากเป็นอย่างยิ่ง จึงพระราชทานธงปักด้วยไหมทองเป็นอักษรสี่ตัวให้แก่ซ้องกั๋ง เสื้อเกราะและสิ่งของต่างๆ นั้นให้แจกแก่นายทหารตามสมควร” ครั้นจบหนังสือรับสั่งแล้ว ซ้องกั๋งกับพวกทหารก็คุกเข่าถวายบังคมตามธรรมเนียม ซกไทอวยเอาธงมอบให้ซ้องกั๋งกับเสื้อเกราะและสิ่งของพระราชทานออกแจกให้นายหหารเป็นลำดับกันตามยศศักดิ์โดยสมควรยังแต่จูบู๊ ตังเผ็ง เอียจี้ ซือเหล็ง ซกเถียว ซือจิน มกหอง ลุยเหง นายทหารทั้งแปดไปรักษาอยู่เมืองเนี้ยจิ๋วกับนายทหารที่ชำนาญฝ่ายเรือไปตั้งรักษาอยู่ ณ แม่น้ำอวดกังยังไม่ได้รับสิ่งของพระราชทาน ซกไทอวยจัดให้ทหารคุมสิ่งของไปมอบให้นายทหารเหล่านั้นเสร็จแล้วซ้องกั๋งจึงแจ้งความซึ่งตีเมืองได้และเสียนายทหารเมืองฮ่อปักหลายนายให้ซกไทอวยฟัง

ซกไทอวยจึงพูดว่าซึ่งท่านตีได้เมืองทั้งหลาย เตียเจียวท้อบอกข้อราชการเข้าไปกราบทูลเป็นหลายครั้ง แต่ที่ท่านได้เสียนายทหารนั้นยังไม่ทราบ ถ้าข้าพเจ้ากลับเข้าไปในเมืองตังเกียจะทูลชี้แจงให้ทรงทราบ ซ้องกั๋งมีความยินดีจึงจัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยงซกไทอวยเสร็จแล้ว ซกไทอวยก็ลาออกจากเมืองเอี้ยวเอี๋ยง ซ้องกั๋งกับนายทหารก็พากันออกไปส่งซกไทอวยแล้วก็กลับเข้าเมืองปรึกษาการที่จะยกกองทัพต่อไปอีก พัวเส็งจึงบอกว่าตั้งแต่นี้ไปมีแม่น้ำตลอดไปจนถึงปากน้ำอวดกัง อองเข่งจัดให้ทหารและไพร่พลมาตั้งรักษาอยู่จะต้องจัดทัพเรือไปจึงจะได้ ถ้าพ้นปากน้ำอวดกังไปก็ถึงแม่น้ำเกาอวนหอน้ำไหลเชี่ยวลดเลี้ยวชอบกล ถ้าทัพเรือไปตีหักเมืองปากน้ำได้แล้วต้องเดินบก ข้ามเขาตังจิวซัว และได้ยินข่าวเล่าลือว่ามีปิศาจดุร้ายนัก และทำอันตรายแก่ผู้คนจนไม่อาจเดินทางไปมาได้ ถ้าพ้นที่นั้นไปได้ก็ใกล้เมืองซินจิว ซ้องกั๋งแจ้งความจึงใช้ให้เบ๊เหล็งไปบอกกับลี้จุน เตียสุนและพวกทหารที่ชำนาญทางนํ้าให้จัดเตรียมเรือรบยกไปตีปากน้ำอวดกัง เบ๊เหล็งก็คำนับลารีบไปแจ้งกับเตียสุนและนายทหารเหล่านั้น แล้วก็ยกกองทัพเรือมา ใกล้จะถึงแจ้งว่าอองเข่งจัดให้ทหารและไพร่พลตั้งรักษาปากน้ำอวดกังอยู่ เบ๊เหล็งก็รีบกลับมาแจ้งให้ซ้องกั๋งทราบ

ซ้องกั๋งจึงถามนายทหารทั้งปวงว่าผู้ใดจะอาสายกไปรับกองทัพเรือที่แม่น้ำเกาอวนหอได้บ้าง ซึงอาน ปกซิ่น งักชวนตง อานยิ่มมุ้ย เฮียเสียง ลี้เซ็งทหารหกนายรับว่าพวกข้าพเจ้าขออาสายกไปเอง ซ้องกั๋งจึงว่าท่านทั้งหกจะรับอาสาไปก็ดีแล้ว ที่ปากน้ำอวดกังริมฝั่งนั้นมีแต่ภูเขาใหญ่ถัดไปก็เป็นแม่น้ำตลอด อองเข่งตั้งเมืองไว้เข้มแข็งให้ทหารอยู่รักษากวดขันซึ่งจะยกเข้าหักเมืองนั้นได้ยาก พวกท่านจะไปจงอย่าได้ประมาท การสิ่งใดต้องปรึกษากันให้เห็นสมควร สั่งแล้วจึงเกณฑ์ทหารให้หมื่นหนึ่ง ซึงอานกับนายทหารทั้งห้าก็คุมทหารออกจากเมืองเอี้ยวเอี๋ยงยกตรงไปปากนํ้าอวดกัง

ฝ่ายนายทหารที่ชำนาญทางน้ำ ยกทัพเรือมาทางอะซุ้ยออกปากน้ำกังเค้า เตียสุนจึงพูดว่าเดิมเบ๊เหล็งมาแล้วกลับไปแจ้งความให้ซ้องกั๋งทราบ ซ้องกั๋งคงจัดให้ผู้ใดยกกองทัพมาคอยรับ พวกเรารีบอุตส่าห์ไปให้ถึงที่เสียจะได้พบปะกัน ลี้จุนตอบว่าแต่เรายกกองทัพเรือมา ครั้งนี้ก็เป็นฤดูแล้งน้ำก็ไหลลงแล้วและลึกๆตื้นๆ ทางเรือที่จะไปนั้นก็กันดารนัก ด้วยเรือของเรามากจะขึ้นไปก็ไม่แจ้งว่าเป็นอย่างไร ต้องไปตรวจดูให้รู้ทำเลที่ทางลึกตื้นก่อน ภายหลังจึงค่อยยกกองทัพเรือตรงไปจึงจะไม่เสียที เส็งบุน ซัวเก็งเหล็ง ตีฮวงสามนายได้ฟังจึงตอบว่า พวกข้าพเจ้าจะไปตรวจดูให้รู้การข้าศึกด้วย ลี้จุน เตียสุนกับนายทหารทั้งปวงก็เห็นชอบ จึงจัดเรือรบชนิดเล็กกับทหารร้อยหนึ่งมอบให้ นายทหารทั้งสามก็ลงเรือรีบทวนนํ้าไป เตียสุน ลี้จุนกองทัพใหญ่ก็หนุนตามมา

ฝ่ายงุ่ยเจียวติดเจ้าเมืองอวดกังเสียนั้นเป็นชาวเมืองเซียงอานในเขตแดนฮ่วยไซทิศตะวันตก เดิมงุ่ยเจียวติดเป็นโจรเที่ยวตีปล้นอยู่ในแม่น้ำและทะเล อองเข่งแจ้งว่า งุ่ยเจียวติดมีฝีมือเข้มแข็งจึงเกลี้ยกล่อมมาตั้งให้เป็นขุนนางนายทหารอยู่รักษาเมืองอวดกังเสียปากน้ำอวดกัง มีม้าตีม้าหนึ่งเรียกว่า ฮวยจอลิวเบ๊ รูปร่างสูงใหญ่ ขึ้นเขาลงทะเลควบขี่ไปได้ไม่มีม้าใดเสมอเหมือน งุ่ยเจียวติดนั้นถือง้าวเป็นอาวุธหนักห้าสิบชั่งฝีมือเข้มแข็ง มีทหารรองสามนายคือเตียเก็งโจ๊ว เล่าตี๋ ฮันค้าย ชำนิชำนาญทางน้ำกับไพร่พลห้าหมื่นอยู่รักษาปากน้ำอวดกัง งุ่ยเจียวติดแจ้งว่าซ้องกั๋งยกกองทัพเรือและบกมาก็จัดไพร่พลขึ้นรักษาหน้าที่เชิงเทิน แล้วให้ไปซุ่มอยู่ริมฝั่งนํ้านอกกำแพงเมือง

ฝ่ายเส็งปุน ซัวเก็งหลง ตีฮวงคุมทหารล่วงหน้าขึ้นมาใกล้จะถึงฝั่งปากน้ำอวดกังประมาณทางสี่สิบลี้ ไม่เห็นมีเรือและไพร่พลทั้งปวงก็ยกล่วงเข้ามาจนเห็นกำแพงเมืองอวดกังทำด้วยศิลาสูงใหญ่ ประตูกำแพงเมืองทำด้วยศิลาแน่นหนานักจะตีหักอย่างไรได้ ต้องกลับไปบอกให้แม่ทัพเรือทราบปรึกษาแล้วสามนายก็หันเรือกลับ พอได้ยินเสียงกลองรบก็ตกใจ แลเห็นพวกไพร่พลในเมืองกรูกันออกระดมยิงเกาทัณฑ์พุ่งแหลนหลาวและขว้างก้อนศิลาลงมาดังห่าฝน เส็งปุนถูกเกาทัณฑ์เจ็บป่วยทหารก็พาหนีไปขาดใจตายตามทาง ซัวเก็งหลงเห็นว่าเสียทีจะโดดหนีลงน้ำ พอถูกหลาวล้มลงตาย ตีฮวงตกใจโดดขึ้นฝั่ง ไพร่พลในเมืองซุ่มอยู่ก็กรูกันเข้าจับตีฮวงได้และฆ่าทหารเมืองฮ่อปักตายเป็นอันมาก ที่หนีรอดไปสามสิบเศษ ทหารและไพร่พลในเมืองอวดกังเสียได้ชัยชนะก็กลับเข้าเมืองคุมตัวตีฮวงไปให้งุ่ยเจียวติด ๆ ก็สั่งให้เอาตีฮวงไปฆ่าเสียแล้วปรึกษากับนายทหารว่าพวกซ้องกั๋งมาสอดแนมดูท่วงทีบัดนี้เราก็ฆ่าตายเสียเป็นอันมาก ที่หนีเอาชีวิตรอดกลับไปก็คงบอกให้ยกกองทัพเรือมาอีก พวกเราอย่าออกต่อสู้ตั้งมั่นรักษาเมืองไว้ดีกว่า ด้วยเมื่อวันก่อนนี้ซินอ๋องมีหนังสือมาว่า อองไทซือผู้เป็นโหรได้ตรวจดูดาวพวกเขาเนียซัวเปาะมาล้อมดาวเราไว้กับแขวงเมืองฮ่วยไซนี้จะแปรปรวน ให้พวกเรารักษาตัวและบ้านเมืองไว้อย่าได้นอนใจ

เล่าตี๋นายทหารจึงว่า ข้าพเจ้าได้ยินข่าวว่า พวกเขาเนียซัวเปาะยกกองทัพมาเข้มแข็ง เตียสุน ลี้จุนนั้นชำนาญทางเรือข้าพเจ้าก็มิได้กลัวฝีมือ ถ้ายกมาจะออกต้านทานให้ท่านดูสักครั้งหนึ่ง ฮันค้ายจึงว่าถ้ากองทัพซ้องกั๋งยกล่วงเข้ามาในเขตแดนของเราที่ไหนจะรู้การงานในเมืองลึกตื้นอย่างไร เราเตรียมกองทัพไว้คอยสู้รบฆ่าเสียให้หมดสักคราวหนึ่งก็เข็ดหลาบ งุ่ยเจียวติดได้ฟังจึงว่าถ้าพวกเจ้าจะยกออกต่อสู้เราจะจัดกระบวนทัพให้

พูดดังนั้นก็สั่งให้เตรียมเรือรบไว้ที่ปากน้ำพร้อมจึงจัดให้เล่าตี๋คุมไพร่พลไปซุ่มอยู่ทิศตะวันออกกองหนึ่ง ให้ฮันค้ายยกกองทัพเรือไปซุ่มอยู่ริมด่านปากน้ำอวดกังทิศตะวันออกอีกกองหนึ่ง แล้วก็สั่งว่าตัวเราจะยกทัพใหญ่ออกรบทางทิศตะวันตก พวกท่านจงตีข้างหลังเข้ามาจงพร้อมกันให้เตียเก็งโจ๊วอยู่รักษาเมือง แล้วงุ่ยเจียวติดกับนายทหารก็ยกกองทัพเรือแยกย้ายกันไปตั้งค่ายอยู่

ฝ่ายทหารเส็งปุนแตกหนีมาแจ้งความแก่ลี้จุนว่า เส็งปุน ซัวเก็งหลงและทหารทั้งปวงตายเป็นอันมากแต่ตีฮวงข้าศึกจับไป ลี้จุนได้ฟังก็โกรธนัก จึงสั่งให้ยกกองทัพเรือออกพร้อมกันทั้งสี่กองตามบรรดาตัวนายที่ชำนาญทางน้ำถืออาวุธต่างๆ ยืนอยู่ศีรษะเรือตรงมาใกล้จะถึงปากน้ำอวดกังเห็นกองทัพเรือของข้าศึกยกตรงมาทิศตะวันตกเป็นอันมาก กองทัพพวกซ้องกั๋งก็ตั้งกระบวนคอยต้านทาน

ฝ่ายงุยเจียวติดยกกองทัพมาตั้งคอยอยู่ ครั้นเห็นกองทัพพวกซ้องกั๋งยกมาก็เร่งเรือเข้าปะทะกัน ลี้จุนตรงเข้ารบกับงุยเจียวติดได้ยี่สิบเพลงยังไม่แพ้ชนะกัน ทัพเรือเมืองอวดกังก็หนุนแน่นเข้ามา ไพร่พลที่บนฝั่งก็ยิงเกาทัณฑ์ระดมลงไปดังห่าฝน โลวง่วนเฮี้ยนก็โดดลงเรือได้ไล่ฆ่าฟันไพร่พลเมืองอวดกังตายเสียเป็นอันมาก เล่าตี๋กองซุ่มเห็นดังนั้นก็ยกทัพเรือขนาบเข้ามาทางทิศตะวันออก พบโลวง่วนเฮี้ยนเข้ารบกันได้หลายเพลง เล่าตี๋เอาทวนแทงถูกโลวง่วนเฮี้ยนตกน้ำตาย เอียบเช็งเห็นดังนั้นก็โกรธตรงมาเอาหลาวพุ่งถูกเล่าตี๋พลัดตกจากเรือจมนํ้าตาย เตียหวย เตียสุน อวนเซียวเหงา อวนเซียวชิด ก็รุกขนาบเข้าไปช่วยลี้จุน งุ่ยเจียวติดเห็นดังนั้นก็ล่าทัพเข้าปากน้ำ ลี้จุนไม่อาจรุกไล่ถอยทัพเรือไปห่างปากน้ำ สี่สิบลี้ตั้งมั่นอยู่แล้ว ดูทหารไม่เห็นโลวง่วนเฮี้ยนก็เสียใจ

เตียสุนจึงพูดว่าที่ปากน้ำอวดกังนี้น้ำก็ลึก แม่นํ้ากว้าง กำแพงเมืองเข้มแข็ง จะยกเข้าหักอย่างไรได้ เวลานี้ยกเข้ารบมีชัยก็เพราะเอียบเช็งฆ่าทหารเมืองอวดกังคนหนึ่ง ทหารเมืองอวดกังจึงล่าถอย ถ้าไม่ดังนั้นแล้วพวกเราก็เหลือที่จะต้าน ต้องจัดให้ผู้ใดไปแจ้งความซ้องกั๋งขอกองทัพมาเพิ่มเติมแก้แค้นให้จงได้ ลี้จุนก็เห็นชอบจึงให้ไตจงรีบไปแจ้งความแก่ซ้องกั๋งโดยเร็ว

ฝ่ายซ้องกั๋งกับพวกนายทหารทั้งปวงตรวจการที่จะสู้รบอยู่ พอไตจงมาถึงก็แจ้งความซึ่งลี้จุนกองทัพเรือเสียทหารสี่นายให้ซ้องกั๋งฟัง ลี้จุนสั่งมาขอกองทัพยกไปช่วยโดยเร็ว ซ้องกั๋งแจ้งว่าเสียทหารสี่นายก็มีความเสียดายนักจึงคิดว่า ซึงอานกับนายทหารทั้งห้ารับอาสายกไปช่วยกองทัพเรือ เหตุใดยกกองทัพไปจนป่านนี้ยังไม่ถึง เห็นจะติดอยู่ที่ด่านเนินแปะงูเนี้ยจึงได้ช้าอยู่

คิดแล้วจึงถามนายทหารว่าผู้ใดจะอาสายกไปช่วยทัพเรือหักเอาเมืองอวดเสียปากน้ำอวดกังได้บ้าง เอียชุน ตันตัด เอียนเช็ง เบ๊เหล็ง ฮ่วยเอ็ง กงซือหลง ซินตูลี้เจ็ดนายรับว่าพวกข้าพเจ้าขออาสาไป ซ้องกั๋งได้ฟังก็ยินดีจัดทหารให้หมื่นหนึ่ง ทหารทั้งเจ็ดก็คำนับลาคุมทหารออกจากเมืองไปยังปากน้ำเมืองอวดกัง ลี้จุนกับพวกพ้องเหล่านั้นแจ้งความก็ออกต้อนรับเชิญเอียชุนกับทหารทั้งหลายเข้าค่ายคำนับกันตามธรรมเนียมแล้วเอียนเช็งจึงพูดว่าซ้องกั๋งสั่งมาให้ท่านตรึกตรองจงดีอย่าประมาทแก่ข้าศึก เวลาพรุ่งนี้เราจะลอบไปสืบดูให้ได้ท่วงทีก่อน แล้วจึงคิดอุบายหักเอาเมืองต่อไป ลี้จุนได้ฟังก็ดีใจสั่งให้จัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยงกัน

ฝ่ายงุ่ยเจียวติดครั้นล่ากองทัพกลับเข้าเมืองแจ้งว่าเสียเล่าตี๋นายทหารรองก็มีความวิตก พูดว่าจะคิดอ่านต่อสู้รบประการใด ให้กองทัพพวกซ้องกั๋งแตกหนีไปได้ เตียเก็งโจ๊วจึงแจ้งว่าเวลาวันนี้กองทัพถอยไปตั้งมั่นเห็นจะไม่ทันระวังตัวขอท่านยกกองทัพลอบไปปล้นในเวลาค่ำวันนี้ก็คงเอาชัยชนะได้ งุ่ยเจียวติดก็เห็นชอบจึงสั่งฮันค้ายให้เตรียมเชื้อเพลิงและเกาทัณฑ์ไว้พร้อมให้ยกล่วงหน้าไปก่อน แล้วงุ่ยเจียวติดก็คุมไพร่พลยกทัพเรือหนุนฮันค้ายทหารกองหน้ามาในเวลากลางคืนตรงมายังเรือกองทัพซ้องกั๋ง

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ