๔๗

ชายผู้นั้นก็เดินออกจากโรง เอียหยงก็จำได้ร้องถามว่าเจ้าอยู่ที่นี่หรือ โตวเฮงเหลียวไปดูเห็นเอียหยงจึงเข้าไปคุกเข่าคำนับ เอียหยงยุดมือให้ขึ้นมานั่ง แล้วบอกเจียสิวว่าน้องจงพูดจารู้จักกันไว้เถิด แซ่โตวชื่อเฮง เป็นชาวเมืองตงซัวฮู้ คนทั้งปวงเรียกว่ากุยเกียมหยี เดิมโตวเฮงมาค้าขายตีคนตายติดโทษอยู่ที่เมืองกิจิว พี่เห็นว่าโตวเฮงมีฝีมือเข้มแข็งจึงได้ช่วยแก้ไขให้พ้นโทษ โตวเฮงถามว่า ท่านมาถึงที่นี่มีธุระสิ่งใดหรือ เอียหยงกระซิบบอกว่าเราฆ่าคนที่เมืองตายจงหนีมา จะไปสามิภักดิ์อยู่ที่เขาเนียซัวเปาะ ครั้นเดินทางมาถึงตำบลจอกเกจึงก็ชวนกันเข้าพักอาศัย ซิเซียนจับเอาไก่ขันยามเจ้าของโรงมาฆ่าต้มแกงกินเกิดวิวาทกันขึ้น พวกตำบลจอกเกจึงจับเอาตัวซิเซียนไปได้ เราทั้งสองนี้จึงหลีกเลี่ยงมา ปรารถนาจะถามถึงทางไปเขาเนียซัวเปาะ โตวเฮงว่าท่านมีบุญคุณเป็นอันมากข้าพเจ้ามิได้ลืม ซึ่งพวกตำบลจอกเกจึงจับตัวซิเซียนไปนั้น ข้าพเจ้าจะคิดอ่านแก้ไขเอามาให้ท่านจงได้ เอียหยงได้ฟังก็ยินดี เชิญให้โตวเฮงเสพสุราด้วยกัน โตวเฮงว่าตั้งแต่ข้าพเจ้ามาอยู่ที่นี่ ท่านเจ้าของบ้านก็มีเมตตารักใคร่เป็นอันมาก ทรัพย์สิ่งของที่ในบ้านมอบให้ข้าพเจ้าว่ากล่าวทั้งสิ้น ขอบคุณท่านนักหนาจึงไม่ได้กลับไป เอียหยงว่าเจ้าของตำบลบ้านที่เป็นนายของท่านนั้นคือผู้ใด โตวเฮงว่าที่เขาต๊อกเล่งซัวนี้ ข้างหน้าเรียกว่าต๊อกเล่งกังตั้งเป็นสามตำบล ตรงกลางนั้นเรียกว่าตำบลจอกเกจึง ข้างทิศตะวันตกเรียกว่าโฮ้วเกจึง ทิศตะวันออกนั้นเรียกลิเกจึง มีไพร่พลประมาณสองหมื่นเศษ เสบียงอาหารบริบูรณ์ม้าลาก็มีมาก แต่พวกที่อยู่ตำบลจอกเกจึงนั้นสติปัญญาดีฝีมือเข้มแข็ง เจ้าของตำบลชื่อจอกเซียวหอง มีบุตรชายสามคนชื่อจอกเหล็ง จอกโฮ้ว จอกปิว สามคนพี่น้องฝีมือเข้มแข็งนัก อาจารย์นั้นชื่อลวนเต็งหยกมีกำลังมากสู้ได้ถึงหมื่นคนไพร่พลประมาณสองหมื่นเศษ ฝ่ายทิศตะวันตกเรียกว่าโอ้วเกจึง เจ้าของตำบลชื่อโอ้วไทก๋งมีบุตรสองคน บุตรชายชื่อโฮ้วเส็งยี่ห้อว่าปวยทีโฮ้วฝีมือเข้มแข็งน้องสาวชื่อ โฮ้วซาเหนีย เรียกว่าเจ็กตึงแชฝีมือเข้มแข็ง ฝ่ายทิศตะวันออกเรียกว่าลิเกจึง เจ้าของตำบลนั้นเป็นนายข้าพเจ้าแซ่ลิชื่อเองมีกระบี่ของวิเศษห้าเล่ม คนรู้ขยาดฝีมือ เจ้าของตำบลทั้งสามนี้ได้สาบานไว้ว่าเป็นนํ้าหนึ่งใจเดียว มีกิจทุกข์ร้อนประการใดจะได้ช่วยกัน ด้วยเกรงพวกเขาเนียซัวเปาะจะยกมารบกวน จึงได้เตรียมไพร่พลและเครื่องศัสตราวุธไว้คอยต่อสู้ป้องกัน บัดนี้ข้าพเจ้าจะพาท่านทั้งสองไปบ้านลิเกจึงให้พบปะรู้จักกันกับลีไทก๋ง แล้วจะได้มีหนังสือไปขอซิเซียนมา เอียหยงได้ฟังก็ยินดีเรียกเจ้าของสุรามาคิดเงินให้ โตวเฮงว่าข้าพเจ้าจะให้เขาเองก็เอาเงินให้เจ้าของสุราแล้วพาเอียหยง เจียสิวออกจากโรงตรงไปตำบลลิเกจึง เอียหยงกับเจียสิวเห็นชัยภูมิดีรอบนอกมีต้นไม้ใหญ่เรียงราย ถัดเข้ามาแม่น้ำกว้างมีกำแพงอยู่ริมฝั่งข้ามสะพานไปถึงประตู เห็นเครื่องศัสตราวุธตั้งไว้ที่โรงหน้าบ้านเป็นอันมาก โตวเฮงว่าท่านทั้งสองจงคอยอยู่ที่นี้ ข้าพเจ้าจะออกไปบอกลิเองให้ทราบเสียก่อน โตวเฮงก็เข้าไปในบ้านแจ้งความแก่ลิเองว่า เอียหยงมาแต่เมืองกิจิวสามคนด้วยกันถึงตำบลจอกเกจึงก็เข้าพำนักอาศัย ซิเซียนจับเอาไก่ขันยามที่โรงจอกเกเตี๊ยมฆ่าต้มกินเสียเกิดวิวาทกันขึ้น พวกบ้านจอกเกจึงจับตัวซิเซียนไป เอียหยงกับเจียสิวหลีกหนีมาได้พบข้าพเจ้าที่โรงสุรา บัดนี้มาหาท่านอยู่ที่ประตูหน้าบ้าน ลิเองได้ฟังก็เดินออกมา เอียหยงกับเจียสิวเห็นก็ตรงเข้าไปคำนับ ลิเองเชิญเข้าไปข้างในจัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยงกันเป็นอันดี เจียหยง เจียสิวจึงพูดว่าท่านได้สงเคราะห์ข้าพเจ้าช่วยขอซิเซียนมา สืบไปภายหน้าพวกข้าพเจ้ามิได้ลืมบุญคุณเลย ลิเองก็เรียกซินแสมาเขียนหนังสือแล้วประทับตรายี่ห้อมอบให้คนใช้ถือไปยังตำบลจอกเกจึง ลิเองจึงพูดกับเอียหยง เจียสิวว่าท่านอย่าวิตก หนังสือของเราไปถึงแล้วคงปล่อยตัวมาให้ เอียหยง เจียสิว ได้ฟังก็มีความยินดีนัก ลิเองก็ชวนเสพสุราสนทนากันอยู่

ฝ่ายผู้ถือหนังสือครั้นไปถึงก็ส่งหนังสือให้จอกเซียวหอง ๆ รับมาฉีกผนึกออกอ่านแจ้งความว่าลิเองมาขอซิเซียนไปใจคิดจะปล่อย พอบุตรชายสามคนมาดูหนังสือแล้วพูดว่า เราไม่ให้จะเอาตัวไปเมืองหลวง ผู้ถือหนังสือก็กลับมาบอกความตามซึ่งบุตรชายจอกเฉียวหองว่ากล่าวนั้นให้ลิเองฟังทุกประการ ลิเองได้ฟังก็โกรธจึงว่า เดิมสาบานกันว่าจะร่วมทุกข์สุขด้วยกัน แต่เหตุไฉนไม่ปล่อยซิเซียนมาให้เราดังนี้ หรือผู้ถือหนังสือจะไปพูดจามิสมควรอย่างไรดอกกระมัง จึงสั่งโตวเฮงว่าตัวเจ้าต้องไปให้พบกับจอกเซียวหองพูดจาให้ดีก็คงจะปล่อยตัวมา โตวเฮงว่า ท่านเขียนหนังสือกำกับไป จอกเซียวหองเห็นลายมือจะได้ปล่อยให้มาโดยเร็ว ลิเองก็เขียนหนังสือแล้วประทับตรายี่ห้อส่งให้โตวเฮงคำนับลาขึ้นม้าตรงไปยังบ้านจอกเกจึงเอาหนังสือเข้าไป เห็นจอกเหล็ง จอกโฮ้ว จอกปิว นั่งอยู่หน้าบ้าน โตวเฮงก็เข้าไปคำนับ จอกปิวเห็นโตวเฮงก็ร้องตวาดว่ามาทำไมอีกเล่า โตงเฮงบอกว่า ลิเองให้ข้าพเจ้าถือหนังสือมาถึงบิดาท่านแล้วก็ส่งหนังสือให้ จอกปิวไม่รับพูดว่า ลิเองเป็นคนไม่ดี เมื่อเวลาเช้าก็ให้คนมาขอซิเซียนพวกโจรเขาเนียซัวเปาะครั้งหนึ่งแล้ว เราไม่ให้ จะเอาตัวไปเมืองหลวง แล้วยังมารบกวนอีก โตกเฮงจึงว่าซิเซียนนี้ไม่ใช่พวกเขาเนียซัวเปาะเป็นชาวเมืองกิจิวจะมาหาลิเอง ครั้นถึงตำบลบ้านท่านทำความเดือดร้อนให้ได้ขัดแค้น ลิเองให้ข้าพเจ้ามาขอโทษเสียสักครั้งหนึ่งแล้วจึงจะมาหาท่านต่อภายหลัง จอกโฮ้วก็ไม่ยอมให้ โตวเฮงอ้อนวอนว่าครั้งนี้นายข้าพเจ้าเขียนหนังสือเองให้ถือมา ขอท่านทั้งสามได้เมตตาด้วยเถิด แล้วก็ส่งหนังสือให้อีก จอกปิวกระชากหนังสือไปฉีกทิ้งเสีย แล้วว่าลิเองด้วยคำหยาบต่างๆ เป็นอันมาก ไล่โตวเฮงให้ออกไป แล้วร้องตวาดว่าขืนจะมารบกวนอีกดังนี้ ถ้าโทโสเราเกิดขึ้นจะจับเอาตัวผู้ถือหนังสือกับลิเองส่งไปเมืองหลวงว่าเป็นพวกโจรเขาเนียซัวเปาะ โตวเฮงได้ฟังก็โกรธยิ่งนัก เถียงพลางเดินออกมาพลางจนออกจากบ้านจอกเกจึง จอกเหล็ง จอกโฮ้ว จอกปิวได้ฟังโตวเฮงเถียงก็โกรธเรียกให้ไพร่พลออกไล่จับ โตวเฮงจะเข้าต่อสู้ก็ตัวคนเดียวจึงโดดขึ้นหลังม้าควบขับหลีกไป

ขณะนั้นลิเองกินโต๊ะเสพสุราอยู่กับเอียหยง เจียสิวจนเวลาบ่ายไม่เห็นโตวเฮงกลับมาก็มีความสงสัย ให้คนใช้ไปดูก็กลับมาแจ้งกับลิเองว่าเห็นโตวเฮงกลับมาแต่ผู้เดียว ลิเองได้ฟังก็สั่นศีรษะแล้วว่า ซึ่งตำบลบ้านจอกเกจึงกับเราแต่ก่อนมาไม่เคยขัดใจกันเลย เห็นจะมีเหตุการณ์สิ่งใดดอกกระมัง ลิเองเดินมายืนคอยอยู่ที่ประตูบ้าน เอียหยง เจียสิวก็ตามออกมาด้วย

ฝ่ายโตวเฮงมีความแค้นพวกตำบลบ้านจอกเกจึงรีบขับม้ามาถึง ลิเองเห็นสีหน้าโตวเฮงไม่สบายจึงร้องถามว่าเหตุอย่างไรจงบอกให้รู้เถิด ขณะนั้นโตวเฮงกำลังโกรธพูดไม่ออกนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง จึงคำนับแล้วเล่าความให้ฟังตั้งแต่ต้นจนปลายทุกประการ ลิเองก็โกรธยิ่งนักพูดว่า บุตรจอกเซียวหองสามคนนี้ถือตัวว่ามีฝีมือ คงจะได้เห็นกันแล้ว สั่งให้คนใช้ไปจูงม้าที่สำหรับขี่และไพร่พลที่เข้มแข็งประมาณสามร้อยถือเครื่องศัสตราวุธมาเตรียมไว้พร้อม เอียหยง เจียสิวเห็นก็ห้ามลิเองว่า ท่านอย่าเพิ่งโกรธแค้นนักเลย ความเรื่องนี้ของพวกข้าพเจ้าดอกจะคิดอ่านแก้ไขเอาซิเซียนออกให้ได้ ลิเองก็ไม่ฟัง แต่งตัวใส่เสื้อเหน็บกระบี่ขึ้นม้าถือทวน คุมไพร่พลออกจากบ้านไป โตวเฮงถือทวนขึ้นม้าคุมทหารประมาณยี่สิบคนตามไป เอียหยง เจียสิวเห็นดังนั้นก็แต่งตัวถืออาวุธสำหรับมือตามลิเองไปทัน ลิเองคุมไพร่พลไปถึงตำบลจอกเกจึง ร้องท้าว่าผู้ใดบังอาจด่าว่าเราต่างๆ กล้าดีจงออกมาสู้รบกัน จอกปิวได้ฟังดังนั้นก็โกรธ ถืออาวุธขึ้นม้าคุมไพร่พลข้ามสะพานมา ลิเองร้องไปว่า เจ้านี้บังอาจนัก กลิ่นน้ำนมมารดายังติดอยู่หาควรจะถือดีไม่ บิดาของเจ้ากับเราได้สาบานไว้ว่าร่วมทุกข์สุขด้วยกัน บัดนี้พวกของเราคนหนึ่งเจ้าจับไว้ เราได้มีหนังสือมาขอถึงสองครั้งก็ไม่ให้ ฉีกหนังสือเสียแล้วกลับด่าว่าด้วยเหตุอันใด จอกปิวตอบว่าบิดาเรากับท่านได้สาบานไว้ก็จริงอยู่ ปรารถนาจะปราบปรามจับพวกเขาเนียซัวเปาะ เหตุใดท่านจึงคบพวกโจรที่เขาเนียซัวเปาะเป็นพวกพ้อง ทำดังนี้จะเป็นไส้ศึกของพวกโจรคิดตีปล้นพวกเราดอกกระมัง ลิเองว่าซิเซียนนี้เป็นชาวเมืองกิจิวมาเยี่ยมเรา เองสบประมาทแกล้งใส่ความเอาเปล่า ๆ ว่าคบค้าพวกโจร จอกปิวว่าท่านอย่ามาแก้ไขเลย เราได้ถามซิเซียนรับแล้วว่าเป็นพวกโจรเขาเนียซัวเปาะจริง ท่านจงกลับไปเสียเถิด ถ้าทำให้โทโสเราเถิด ถึงตัวท่านก็จะจับส่งเข้าไปว่าเป็นพวกโจรเขาเนียซัวเปาะด้วย ลิเองได้ฟังก็โกรธ ขับม้าเข้าใกล้เอาทวนแทงจอกปิว ๆ ก็ป้องปัดขับม้าเข้าต่อสู้กันได้ประมาณยี่สิบเพลง จอกปิวสู้ฝีมือลิเองไม่ได้ก็ชักม้าหนีเอาเกาทัณฑ์ยิงไปถูกที่ต้นแขนลิเองตกม้า จอกปิวขับม้าสะอึกเข้าไปจะจับ เอียหยง เจียสิวถลันเข้าต่อสู้ต้านทานแก้เอาลิเองมาได้ โตวเฮงขับม้าไล่จอกปิวไปใกล้ก็เอาทวนแทงถูกม้าโดดไป จอกปิวไม่รู้ตัวตกม้าลง พวกไพร่พลของจอกปิวเห็นดังนั้นก็ยิงเกาทัณฑ์ระดมมา โตวเฮงไม่อาจไล่จึงกลับมาพยุงลิเองขึ้นม้าพากันไปบ้าน จอกปิวเห็นพวกลิเองหนีกลับไปแล้วก็คุมไพร่พลกลับมา โตวเฮงกับเอียหยง เจียสิวครั้นถึงบ้านก็พยุงลิเองลงจากม้าเข้าไปข้างใน ชักลูกเกาทัณฑ์ออกจากแขนลิเองแล้วเอายามาพอกให้ ลิเองก็ค่อยคลายเจ็บป่วย จึงปรึกษากับเอียหยงว่าจะทำประการใดดี เอียหยงว่าการอันนี้ไม่ควรจะมารบกวนให้ท่านได้ความอายเจ็บปวดเป็นอันมาก ข้าพเจ้าเสียใจนักจะขอลาท่านไปแจ้งความกับเตียวไก่ ซ้องกั๋งและพี่น้องให้ทราบแล้วจะได้คิดแก้แค้นต่อภายหลัง ท่านจงอุตส่าห์รักษาตัวให้หายเถิด ลิเองว่าซึ่งท่านทั้งสองจะไปก็ดีแล้วแต่อย่านอนใจ จึงสั่งให้จัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยงกันเป็นที่สบาย เอาเงินทองมาให้เอียหยง เจียสิว ไปใช้สอยตามทาง เอียหยง เจียสิวรับเงินคำนับลาออกจากบ้านเดินไปใกล้จะถึงเขาเนียซัวเปาะ เห็นมีโรงสุราอยู่ก็ตรงเข้าไปถามเจ้าของโรงว่า หนทางจะไปเขาเนียซัวเปาะนั้นไปยังจะไกลหรือใกล้อยู่ เจียะย้งว่าท่านทั้งสองมาแต่ไหนจะไปเขาเนียซัวเปาะหาผู้ใด เอียหยงบอกว่าข้าพเจ้าชาวเมืองกิจิวจะมาหาไตจง เจียะย้งได้ฟังก็รำลึกได้ว่า เมื่อไตจงกลับมาแต่เมืองกิจิวได้เล่าให้ฟังว่า เจียสิวฝีมือเข้มแข็ง ใจซื่อตรง จึงถามว่าท่านมาแต่เมืองกิจิวชื่อเจียสิวหรือ เอียหยงบอกว่าข้าพเจ้าชื่อ เอียหยง คนนั้นชื่อเจียสิว เหตุไฉนท่านจึงรู้จัก เจียะย้งว่าไตจงเล่าให้ฟัง บัดนี้ท่านทั้งสองจะมาเข้าเป็นพวกเดียวกัน ข้าพเจ้ามีความยินดี เตียวไก่ ซ้องกั๋งเป็นผู้ใหญ่ ให้มาตั้งขายสุราคอยฟังข่าวคอยรับพวกที่จะมาเป็นพี่น้อง เอียหยง เจียสิวได้ฟังก็ดีใจ จึงเล่าความที่เดินทางมาแต่ต้นจนปลายให้เจียะย้งฟังทุกประการ เจียะย้งก็จัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยงแล้วเดินไปหลังโรงเปิดหน้าต่างริมนํ้า เอาเกาทัณฑ์สัญญายิงข้ามไป พวกที่ระวังลูกเกาทัณฑ์เห็นก็แจวเรือมา เจียะย้งชวนเอียหยง เจียสิว ลงเรือข้ามไปเขาเนียซัวเปาะ ครั้นถึงก็เดินไปทางอะซุยทัว ไตจง เอียหลิมแจ้งว่า เจียสิวมาก็ชวนกันไปรับถึงต้นทาง เจียสิวเห็นจึงคำนับกันตามธรรมเนียมแล้วบอกว่าเอียหยงเป็นพี่ของข้าพเจ้า ไตจง เอียหลิมก็ยินดี พาเอียหยง เจียสิวเข้าไปคำนับเตียวไก่ ซ้องกั๋งกับพี่น้องทั้งหลายแจ้งความว่า เอียหยง เจียสิวนี้มาแต่เมืองกิจิว เมื่อข้าพเจ้าไปตามกงซุนสินจึงได้รู้จักกัน บัดนี้เจียสิวพาเอียหยงผู้พี่มาสามิภักดิ์เป็นพวกพ้องด้วย สองคนนี้ฝีมือเข้มแข็งใจสัตย์ซื่อดี เตียวไก่ ซ้องกั๋ง และพี่น้องทั้งปวงก็ต้อนรับคำนับกัน แล้วเอียหยง เจียสิวก็เล่าให้ฟังว่า เมื่อข้าพเจ้าชวนกันมาจากเมืองกิจิวสามคน ครั้นถึงตำบลบ้านจอกเกจึงก็เข้าอาศัยโรงเตี๊ยม ซิเซียนที่มาด้วยลักเอาไก่ของโรงฆ่ากินจึงได้เกิดวิวาทกันขึ้น เจียสิวเอาไฟเผาโรงขายสุราเสีย พวกจอกเกจึงจับเอาตัวซิเซียนไปได้ ข้าพเจ้าสองคนหนีไป โตวเฮงเพื่อนกันพาเข้าหาลิเอง ผู้เป็นใหญ่ที่ตำบลจอกเกจึง ลิเองไปขอซิเซียนถึงสองครั้งก็ไม่ให้ ได้ต่อสู้กันเป็นสามารถ พวกจอกเกจึงด่าว่ามาถึงท่านจะจับพวกเขาเนียซัวเปาะส่งไปเมืองหลวงให้สิ้น ข้าพเจ้ามีความแค้นนัก

เตียวไก่ได้ฟังก็โกรธ สั่งให้เอาตัวเอียหยงกับเจียสิวไปฆ่าเสีย ซ้องกั๋งห้ามไว้แล้วถามว่าเหตุผลประการใดจึงทำดังนี้ เตียวไก่พูดว่าที่เขาเนียซัวเปาะนี้ ตั้งแต่ลิมชองฆ่าเฮงหลุนแล้วภายหลังพี่น้องทั้งหลายที่มีฝีมือมาสามิภักดิ์อยู่ด้วยกันก็ไม่มีผู้ใดทำให้อับอาย จะไปข้างไหนก็ดีมีแต่ช่วยราษฎรไม่ให้ได้ความเดือดร้อน ชื่อเสียงปรากฏเลื่องลือไปทั่วทุกแห่งไม่มีผู้ใดดูหมิ่นได้ และท่านทั้งสองจะมาเข้าด้วยก็ดีแล้ว เหตุไฉนจึงไปลักเอาไก่ของผู้อื่นทำให้เกิดความขึ้น พวกตำบลจอกเกจึงด่าว่าพวกเราแล้วยังท้ามาว่าจะจับไปให้สิ้น คนทั้งสองนี้ทำให้ชื่อเสียงพวกเขาเนียซัวเปาะเสียไปจึงต้องฆ่าเสีย แล้วจะยกไพร่พลไปปราบปรามตำบลจอกเกจึงให้สมกับที่ว่าเราให้จงได้ ซ้องกั๋งว่าไม่ใช่สองคนนี้ทำเมื่อไร ซิเซียนที่มาด้วยทำให้เกิดความแล้วถูกจับตัวไว้ พี่จะให้ฆ่าคนทั้งสองเสียนั้นไม่ควร ภายหลังผู้ที่มีฝีมือก็จะเข็ดขยาดไม่อาจมาสามิภักดิ์ต่อไป การที่เกิดความนี้จะว่าพวกสามคนทำก็ไม่ได้ น้องได้ยินข่าวมาช้านานแล้ว พวกตำบลจอกเกจึงคบคิดกันจะยกไพร่พลมาจับพวกเราอยู่ทุกวัน เขาคิดขึ้นก่อน เราก็ต้องทำตาม แต่ตัวพี่เป็นใหญ่แล้วหาควรไม่ ข้าพเจ้าจะคุมไพร่พลไปเอง แม้นว่ายกไปตีตำบลจอกเกจึงไม่ได้ก็จะไม่กลับมา ถ้าสำเร็จการเมื่อไรจะได้ขนเอาเงินทองและเสบียงอาหารมาใช้สอยที่ตำบลของเราแล้วเกลี้ยกล่อมลิเองให้เข้าสามิภักดิ์ด้วยมิดีหรือ เตียวไก่ก็เห็นจริงด้วย สั่งไม่ให้ฆ่าเอียหยง เจียสิวก็คุกเข่าคำนับรับผิดต่อเตียวไก่ แล้วซ้องกั๋งจึงพูดกับเอียหยง เจียสิวว่า น้องอย่าเสียใจธรรมเนียมที่เขาเนียซัวเปาะนี้เข้มแข็งนัก ถึงตัวพี่ทำผิดก็ต้องตายเหมือนกัน ไม่เลือกว่าผู้ใด แล้วตั้งให้ปวยชวนที่เรียกทิมินคงมกเป็นผู้ว่ากล่าวผิดและชอบให้ซื่อตรงมิเข้ากับผู้ใด ใครทำผิดก็ลงโทษตามอาญา ใครมีความชอบก็ยกย่องให้บำเหน็จรางวัลตามสมควร แล้วสั่งให้จัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยงกันเสร็จแล้ว เตียวไก่ก็จัดห้องให้เอียหยง เจียสิวอยู่ตามสบาย ให้ไพร่พลไว้สำหรับใช้สอยนายละสิบคน ครั้นรุ่งขึ้นเช้ามาพร้อมกันยังที่ชุมนุม เตียวไก่ ซ้องกั๋งปรึกษาจะยกไปตำบลจอกเกจึง ผู้ที่จะอยู่รักษาตำบลนั้นคือเตียวไก่กับโงวหยงซินแส ลือฮวง กวยเส็งและอวนเซียวยีทั้งสามคนพี่น้อง ให้เม่งคงไปดูการต่อเรือรบแทนเบ๊หลิน ให้ซองบานกับแต้เทียนซิวเป็นผู้สำหรับส่งเสบียง ผู้ที่ไม่ได้ว่าการงานเหล่านั้นต้องไปด้วยในกองทัพ สั่งปวยชวนจดชื่อไว้ที่ประตู ให้ตามบรรดาพี่น้องรู้ว่าจะต้องไปและอยู่ จัดเครื่องศัสตราวุธไว้พร้อมเสร็จแล้วก็แบ่งเป็นสองพวก ตัวซ้องกั๋งกับฮวยหยง ลี้จุน มกหอง ลีขุย เอียหยง เจียสิว อึงซิน อาวเผ็ง เอียหลิม สิบนายคุมไพร่พลเดินเท้าสามพันกับทหารขี่ม้าอีกสามร้อยเป็นกองหน้ากองหลัง ลิมชอง ฉินเหม็ง ไตจง เตียหวย เตียสุน เบ๊หลิน เต็งฮุย เฮงเอยโฮ้ว แป๊ะสิน เก้านายคุมไพร่พลสามพัน ครั้นได้ฤกษ์ก็ยกออกจากเขาเนียซัวเปาะ เตียวไก่กับพี่น้องเหล่านั้นตามไปส่งจนพ้นเขตแดนแล้วกลับมา

ฝ่ายซ้องกั๋งยกไพร่พลเดินรอนแรมไประยะทาง ครั้นถึงหน้าเขาต๊อกเล่งซัวก็ให้ตั้งค่ายพัก แล้วจึงปรึกษากับฮวยหยงว่า ที่ตำบลจอกเกจึงนี้ทางเข้าออกลำบากนัก ครั้นจะบุกรุกเข้าไปในเขตแดนก็ไม่รู้จักทาง จำจะสอดแนมสืบดูให้รู้แน่เสียก่อน แล้วยกเข้าไปตีหักหาญเอาจึงจะดี ลีขุยว่า ข้าพเจ้าไม่ได้สู้รบกับผู้ใดมาช้านาน ครั้งนี้จะขออาสาไปตีบ้านจอกเกจึงเอง ฆ่าฟันเล่นให้สนุกมือสักทีเถิด ซ้องกั๋งได้ฟังจึงร้องตวาดว่า เจ้านี้ไม่รู้จักการสิ่งใด จงถอยออกไปให้พ้น แล้วเรียกเจียสิวกับเอียหลิมมาสั่งว่า เจ้าทั้งสองจงปลอมตัวเข้าไปในเขตแดนตำบลจอกเกจึง สืบดูให้รู้จักทางแน่แล้วจะได้ยกไพร่พลตีหักเข้าไป เจียสิว เอียหลิมคำนับลามาแต่งตัว เอาเครื่องมือเหน็บซ่อนในเสื้อ เอียหลิมปลอมเป็นหลวงจีนหมอดู เจียสิวปลอมเป็นคนหาบฟืนแล้วออกจากค่ายไป

ฝ่ายจอกเหล็ง จอกโฮ้ว จอกปิว แจ้งว่าพวกโจรเขาเนียซัวเปาะยกทหารมาตั้งค่ายอยู่ใกล้เขตแดน จึงสั่งไพร่พลให้เตรียมกันคอยรักษา ถ้าเห็นผู้ใดแปลกหน้าเข้ามาก็ให้จับเอาตัวไว้ ไพร่พลเหล่านั้นก็ตระเตรียมคอยระวังรักษาอยู่อย่างเข้มแข็ง ฝ่ายเจียสิวกับเอียหลิมครั้นเดินไปเห็นทางแยกลดเลี้ยวชอบกลก็สงสัย เจียสิวเดินตามถนนใหญ่ไปก่อน เห็นมีโรงขายสุราเตรียมเครื่องศัสตราวุธอยู่ในโรงสับสน พบผู้เฒ่าเดินมาคนหนึ่งจึงถามว่า ที่นี่เขาทำไมกัน จึงได้เตรียมเครื่องศัสตราวุธไว้มาก ผู้เฒ่าว่าท่านมาแต่ไหนไม่รู้หรือจงรีบหนีไปเสียเถิด เจียสิวจึงแกล้งบอกว่าข้าพเจ้าเป็นชาวเมืองซัวตังเที่ยวค้าขายขาดทุนกลับไปบ้านไม่ได้ จึงหาบฟืนมาขายที่นี่ ยังไม่รู้สาเหตุประการใด ท่านจงบอกให้ทราบเถิด ผู้เฒ่าว่า ซึ่งเตรียมเครื่องศัสตราวุธไว้นั้น เพราะจะคอยสู้รบกับพวกเขาเนียซัวเปาะ ด้วยจอกเซียวหองมีข้อสาเหตุขัดเคืองกันมาก บัดนี้พวกเขาเนียซัวเปาะยกไพร่พลมา หาอาจจะตีหักเข้าไปได้ไม่ ด้วยหนทางสับสน จึงได้รั้งรออยู่ เจียสิวถามว่า ในตำบลนี้มีไพร่พลสักเท่าไร ผู้เฒ่าบอกว่า มีประมาณสองหมื่นเศษ ยังอีกสองตำบลทางทิศตะวันออกเรียกว่า ลิเกจึง ผู้เป็นเจ้าของบ้านนั้นชื่อ ลิเอง ทางทิศตะวันตกเรียกว่า โฮ้วเกจึง เจ้าของบ้านชื่อ โฮ้วไทก๋ง มีบุตรสองคน บุตรชายชื่อ โฮ้วเส็ง บุตรหญิงชื่อ นางโฮ้วซาเนีย ฝีมือเข้มแข็ง ถ้าเกิดเหตุการณ์สิ่งใดก็ยกมาช่วยกัน เจียสิวจึงพูดว่า มีไพร่พลเป็นอันมากจะกลัวพวกเขาเนียซัวเปาะทำไม ผู้เฒ่าตอบว่า ท่านพูดก็จริงดอกซึ่งชัยภูมิที่ตำบลนี้ เมื่อแรกเราเดินเข้ามาไม่รู้จักทาง พวกจอกเกจึงเกือบจะจับได้ แล้วมีผู้มาบอกว่าทางในตำบลนี้สับสนนัก เข้าได้ออกยากวนเวียนนัก ตัวเรานี้ก็มาอยู่ใหม่ไม่ใช่พวกจอกเกจึง เจียสิวได้ฟังก็ทำเป็นร้องไห้คุกเข่าคำนับพูดว่า ท่านจงเมตตาด้วยเถิด ครั้นข้าพเจ้าจะกลับออกไป ถ้าพบปะศัตรูก็จะจับเอาตัวไว้ ขอท่านจงได้สงเคราะห์ช่วยบอกทาง ฟืนหาบนี้ยกให้เป็นค่าเหนื่อยกับท่าน บุญคุณนั้นข้าพเจ้าไม่ลืมเลย ผู้เฒ่าว่า ฟืนนี้เราจะซื้อเอา ท่านจงไปบ้านกับเราก่อน ก็พาเจียสิวหาบฟืนตรงมาถึงบ้าน จัดสุรามาให้เจียสิวเสพแล้วพูดว่า ท่านจงเดินไปทางถนนใหญ่ ถ้าเห็นต้นไม้ที่เรียกว่าแป๊ะเอียงลิ้วมีอยู่ตรงไหนก็ให้เลี้ยวไปทางนั้น ถ้าไม่มีแป๊ะเอียงลิ้วอย่าเดินไปเลย ถึงมีทางก็ไปไม่ได้ วนเวียนอยู่ในนั้นเอง

เจียสิวได้ฟังก็ดีใจคำนับแล้วถามว่า ท่านแซ่ใดชื่อไร ผู้เฒ่าบอกว่า เราชื่อเจ็งหลี พวกตำบลนี้แซ่จอกทั้งสิ้น แต่เราผู้เดียวไม่ใช่แซ่จอก เจียสิวว่า ขอบใจท่านนัก ต่อไปภายหน้าข้าพเจ้ามิได้ลืมคุณท่านเลย

ฝ่ายเอียหลิมเดินมาภายหลัง ไม่เห็นเจียสิวจึงเที่ยวหาก็ไม่พบวนเวียนอยู่ ออกไม่ได้ กลับไปกลับมาเป็นหลายหน พวกตำบลจอกเกจึงที่ระวังรักษาอยู่นั้นเห็น ก็แจ้งว่าผู้อื่นเข้ามาสอดแนม ชวนกันตรงเข้าจับ เอียหลิมชักกระบี่ออกสู้รบฟันถูกพวกจอกเกจึงเจ็บปวดหลายคน พวกจอกเกจึงตรูกันออกมามาก จับตัวเอียหลิมได้จะเอาไปส่งจอกเซียวหอง เดินมาทางหน้าบ้านผู้เฒ่า พูดกันอื้ออึงว่า จับโจรพวกเขาเนียซัวเปาะได้คนหนึ่ง เจียสิวได้ยินจึงชวนผู้เฒ่าออกมาดู เห็นคุมตัวเอียหลิมเดินมาก็ตกใจ แกล้งถามผู้เฒ่าว่า คนที่จับเอามานั้นด้วยเหตุสิ่งใด ผู้เฒ่าว่าชายคนนี้กล้าหาญนัก ปลอมเป็นหลวงจีนหมอดูเข้ามาสอดแนม ครั้นจะกลับออกไปก็ไม่ได้เดินวนเวียนอยู่หลายหน พวกในตำบลนี้ออกล้อมไว้จับตัวได้ ที่เรียกว่ากิมปาจือ พูดยังไม่ทันขาดคำ พอจอกปิวคุมไพร่พลมาเที่ยวตรวจตรา เจียสิวแอบดูอยู่ในบ้าน เห็นชายหนุ่มขี่ม้าสีขาวเหน็บเกาทัณฑ์ ถือทวนคร่ำเงิน เดินมาใกล้จะถึงก็จำได้ว่าจอกปิว จึงแกล้งถามผู้เฒ่าว่า คนที่ขี่ม้ามาระหว่างกลางนั้นผู้ใด ผู้เฒ่าบอกว่า คือบุตรที่สามของจอกเซียวหอง ชื่อจอกปิว ฝีมือเข้มแข็งกว่าพี่ทั้งสอง จอกปิวคนนี้ที่ไปขอนางโฮ้วซาเหนีย บุตรสาวโฮ้วไทก๋งไว้เป็นภรรยา แต่ยังหาได้อยู่กินด้วยกันไม่ เจียสิวจึงพูดว่า ข้าพเจ้าจะขอลาท่านไปก่อนแล้ว ผู้เฒ่าว่า เวลาก็จวนเย็นค่ำ ถ้าเขาจับเอาท่านไปจะมิเสียทีหรือ พรุ่งนี้สงบเงียบจึงค่อยไป เจียสิวได้ฟังก็ดีใจคำนับแล้วว่า ท่านช่วยชีวิตข้าพเจ้าไว้ด้วยเถิด ผู้เฒ่าว่าท่านอย่าวิตกไม่เป็นไรดอก ก็ชวนเจียสิวเข้าไปข้างในนั่งสนทนากัน

ฝ่ายจอกปิวคุมไพร่พลมาตรวจตราได้เวลาแล้วจะกลับไป พวกเหล่านั้นคุมตัวเอียหลิมมาส่งแจ้งความว่า ข้าพเจ้าจับได้พวกโจรเขาเนียซัวเปาะ ชื่อเอียหลิม เข้ามาสอดแนม จอกปิวได้ฟังก็ยินดีสั่งให้เอาตัวเอียหลิมจำขังไว้ จึงคิดว่า เวลาค่ำวันนี้พวกเขาเนียซัวเปาะคงยกไพร่พลบุกรุกเข้ามา เราคิดอุบายคอยรับอย่าให้เข้าใกล้ได้ คอยให้สว่างจึงช่วยกันจับโจรเสียให้สิ้น คิดแล้วก็สั่งไพร่พลให้ตระเตรียมเครื่องศัสตราวุธไว้ ถ้าได้ยินเสียงประทัดสัญญาณเมื่อไรก็ออกไปพร้อมกัน เห็นไฟโคมอยู่ทิศไหนก็ตรงไปทางทิศนั้นต้นทางที่จะออกไปจงเอาขวากกระจับปักไว้ พวกไพร่พลแจ้งความก็ตระเตรียมกันไว้พร้อม

ฝ่ายเจียสิวอยู่ในบ้านได้ยินเสียงผู้คนมาป่าวร้องก็ถามผู้เฒ่าว่าผู้คนอื้ออึงด้วยเหตุอันใด ผู้เฒ่าบอกว่า จอกปิวให้ตระเตรียมเครื่องศัสตราวุธไว้ เวลาค่ำวันนี้จะคอยจับซ้องกั๋งนายโจร เจียสิวได้ฟังก็มีความวิตกบอกกับผู้เฒ่าว่า ข้าพเจ้าจะลาไปนอน ก็จุดไฟเดินไปที่ห้องหลังบ้าน

ฝ่ายซ้องกั๋งกับพี่น้องคอยท่าเจียสิว เอียหลิมไปสืบทางก็ยังไม่เห็นกลับมา ซ้องกั๋งมีความสงสัยจึงใช้ให้อาวเผ็งตามไปฟังข่าวว่าจะเกิดเหตุการณ์สิ่งใด อาวเผ็งคำนับลาออกจากค่ายตรงไปตำบลจอกเกจึง สืบได้ความแล้วก็กลับมาค่ายแจ้งความกับซ้องกั๋งว่า ข้าพเจ้าไปถึงเขตแดนจอกเกจึง ได้ยินพูดกันว่าจับได้สอดแนมคนหนึ่ง ครั้นจะเข้าไปสืบสวนดูให้รู้แน่ เห็นทางสับสนชอบกลนัก ไม่อาจจะเข้าไปก็กลับมาแจ้งความให้ท่านทราบ ซ้องกั๋งได้ฟังก็ตกใจพูดว่า เอียหลิมกับเจียสิวเห็นทีพวกจอกเกจึงจะจับไว้ เรายกไพร่พลตามเข้าไปตีหักช่วยเอาเจียสิว เอียหลิมออกมา ลีขุยว่าข้าพเจ้าจะขออาสาตีหักเข้าไปดูก่อนว่าจะเป็นอย่างไร ขณะนั้นซ้องกั๋งกำลังโกรธหาทันตรึกตรองไม่ ครั้นได้ฟังลีขุยพูดก็สั่งพวกพ้องไพร่พลเตรียมเครื่องศัสตราวุธแต่งตัวไว้เสร็จ ให้ลีขุยกับเอียหยงคุมไพร่พลเป็นกองหน้า มกหองเป็นปีกซ้าย อึงซินเป็นปีกขวา ซ้องกั๋งกับฮวยหยง อาวเผ็งนั้นอยู่กลาง ลี้จุนกับพี่น้องเหล่านั้นเป็นกองหลัง จัดกันพร้อมเสร็จก็ยกไพร่พลออกจากค่าย

ในขณะนั้นเป็นเวลาค่ำ ซ้องกั๋งยกไพร่พลเดินตามถนนใหญ่ล่วงเข้าไปในเขตแดนตำบลจอกเกจึงใกล้จะถึงหมู่บ้านบนเขา ลีขุยกับเอียหยงคุมไพร่พลเดินไปหน้า ถึงบ้านจอกเกจึงก็ไม่เห็นมีไพร่พลออกสู้รบ สะพานเรือกที่จะข้ามไปนั้นก็ชักเสีย ประตูกำแพงรอบหมู่ทัพปิดทั้งสองข้าง ลีขุยร้องด่าท้าทายว่า จอกเซียวหองกล้าดีก็ออกมาสู้รบกัน ได้ร้องด่าว่าเป็นหลายครั้งก็ไม่เห็นผู้ใดออกมา ลีขุยโกรธนักจะโดดลงน้ำข้ามไป เอียหยงห้ามลีขุยไว้ว่าพวกจอกเกจึงจะมีอุบายสิ่งใด คอยให้ซ้องกั๋งมาถึงก่อน ลีขุยได้ฟังก็รั้งรออยู่

ฝ่ายซ้องกั๋งยกไพร่พลบุกรุกตามลีขุยเข้าไปจนถึงหน้าบ้านจอกเกจึง เห็นลีขุยร้องด่าท้าทายไม่มีผู้ใดออกสู้รบ ก็สงสัยนึกว่าพวกจอกเกจึงนี้ คงจะมีอุบายประการใดเป็นแน่ จึงรำลึกขึ้นได้ว่าเดิมเจ้ากิวเทียนเลียนลี้ให้ตำรับพิชัยสงครามไว้ว่าถ้าการศึกมีมาจงตรึกตรองเสียก่อนอย่าเพิ่งรีบรัด บัดนี้เราหาทันคิดไม่ ยกบุกรุกเข้ามาเห็นจะถูกอุบายเป็นแน่แล้ว เวลาก็มืดค่ำจะทำประการใดดี จึงสั่งให้ยกไพร่พลกลับออกไป ลีขุยว่าข้าพเจ้าจะบุกตีหักเข้าไปเอง ท่านจงยกติดตามมาเถิด ซ้องกั๋งว่าไม่ได้จะเสียที แล้วสั่งให้พวกพ้องไพร่พลยกกลับ

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ