๗๐

ฝ่ายโลวจุนหงียกกองทัพไปตีเมืองตังเซียวฮู้ เตียเช็ง นายทหารยกกองทัพออกสู้รบต้านทาน และเตียเช็งนี้เป็นชาวเมืองเจียงเต็กฮู้ ฝีมือเข้มแข็งมีอำนาจมากอาจขี่เสือได้ เครื่องมือสำหรับใช้คือก้อนศิลากลมขว้างไปครั้งใดก็มิได้ผิด คนทั้งหลายจึงตั้งชื่อเรียกว่าบอสิดจือ แปลว่าเกาทัณฑ์ลุ่นไม่มีปีกหาง เตียเช็งมีนายทหารรองสองคนฝีมือก็เข้มแข็ง คนหนึ่งชื่อเก็งอ๋อง สักเป็นลายเสือเต็มทั้งตัว อาวุธสำหรับมือใช้ทวนพุ่งชำนาญนัก เรียกว่าฮวยฮังโฮ้ว อีกคนหนึ่งชื่อเต็งติดซุน เรียกว่าตงจีโฮ้ว ถือทวนสามง่ามเป็นอาวุธ เตียเช็งนายทหารกับเก็งอ๋องและเต็งติดซุนก็คุมทหารออกจากเมืองตรงมาที่หน้าเมือง โลวจุนหงีให้เชียซือบุ๋นเข้ารบกับเตียเช็งได้เพลงหนึ่งก็ขับม้าหนี เชียซือบุ๋นไม่รู้อุบายก็ไล่ตามไป เตียเช็งเห็นได้ทีจึงเอาก้อนศิลาขว้างมาถูกเชียซือบุ๋นตกม้า เตียเช็งจะเข้าจับตัวเชียซือบุ๋น เอียนเช็งยืนอยู่หน้าขบวนรบเห็นเข้าก็ขว้างเกาทัณฑ์มือไปถูกหน้าเตียเช็ง ไพร่พลของโลวจุนหงีตรูกันเข้าแย่งเชียซือบุ๋นมาได้ โลวจุนหงีก็ถอยกองทัพกลับเข้าค่าย เตียเช็งได้ชัยชนะจึงคุมกันกลับเข้าเมือง

ครั้นรุ่งขึ้นเช้าเตียเช็งกับนายทหารรองคุมทหารออกจากเมืองมาท้ารบ โลวจุนหงีก็ให้ฮวนสุยกับหังชองลีกุนคุมไพร่พลออกต้านทานเป็นสามารถ หังชองนั้นสู้รบกับเต็งติดซุนได้หลายเพลง เต็งติดซุนเอาสามง่ามพุ่งมาถูกต้นขาหังชองพลัดตกม้าลง ไพร่พลตรูกันเข้าแย่งชิงตัวหังชองมาได้ โลวจุนหงีก็ถอยกองทัพกลับมาค่าย เตียเช็งกับนายทหารรองได้ชัยชนะก็ยกกองทัพเข้าเมือง โลวจุนหงียกออกสู้รบก็ปราชัยทั้งสองครั้ง เชียซือบุ๋นกับหังชองถูกอาวุธเจ็บป่วยเป็นอันมาก จึงให้ไพร่พลเอาไปรักษาพยาบาลอยู่ในเรือ แล้วโลวจุนหงีกับโงวหยงซินแสปรึกษากันว่า บัดนี้มีข่าวเล่าลือมาว่าซ้องกั๋งตีเมืองตังเพ็งฮู้แตก จะต้องให้ไปบอกซ้องกั๋งยกกองทัพมาช่วย ปรึกษากันแล้วโงวหยงซินแสก็ใช้ให้แป๊ะสินรีบไปเมืองตังเพ็งฮู้

ขณะนั้นซ้องกั๋งเตรียมการพร้อมจะยกกองทัพกลับ พอแป๊ะสินมาถึงค่ายตำบลอันซัวติ้น ก็เข้าไปแจ้งกับซ้องกั๋งตามซึ่งได้สู้รบกับนายทหารเมืองตังเซียงฮู้ตั้งแต่ต้นจนปลายให้ฟัง แล้วว่าบัดนี้เชียซือบุ๋นกับหังชองที่เจ็บป่วยนั้นเอาไปรักษาพยาบาลอยู่ที่เรือ โลวจุนหงีกับโงวหยงซินแสให้ท่านยกกองทัพไปช่วยโดยเร็ว

ซ้องกั๋งได้ฟังก็มีความวิตกนักจึงพูดกับพี่น้องทั้งปวงว่า ไม่ใช่วาสนาของโลวจุนหงีจริงแล้ว ซึ่งยกกองทัพไปครั้งนี้เราก็ให้โงวหยง กงซุนสินซินแสทั้งสองไปด้วย คิดว่าคงสมความปรารถนานั่งเก้าอี้ที่หนึ่งเป็นไต้อ๋องเจ้าของตำบลเขาเนียซัวเปาะ เหตุใดจึงกลับกลายไปได้ เราเห็นจะต้องว่ากล่าวสืบไป พี่น้องทั้งหลายจงคุมไพร่พลไปช่วยโลวจุนหงีด้วยกันสักครั้งหนึ่งเถิด

พูดแล้วซ้องกั๋งก็ยกกองทัพออกจากค่ายตำบลอันซัวติ้น เดินทางไปถึงตำบลตังเชียงเกียเขตแดนเมืองตังเซียงฮู้ โลวจุนหงีกับพวกพ้องเหล่านั้นแจ้งความก็ออกมาต้อนรับเชิญซ้องกั๋งเข้าไปในค่ายเล่าความซึ่งได้สู้รบให้ฟังทุกประการ ซ้องกั๋งสั่งให้ตั้งค่ายมั่นคงไว้แล้วคุมไพร่พลออกมาตั้งขบวนรบ ครั้นรุ่งขึ้นเช้าเตียเช็งกับนายทหารทั้งสองก็ยกกองทัพออกจากเมืองมาเห็นซ้องกั๋งยืนหน้าขบวน เตียเช็งก็ร้องด่าว่าพวกโจรใจร้ายมาสู้รบกันให้ถึงแพ้และชนะกันในวันนี้ ซ้องกั๋งได้ฟังจึงถามพวกพ้องว่าผู้ใดจะรับอาสาบ้าง ซือเหล็งก็ขับม้าถือทวนตรงเข้ารบกับเตียเช็งประมาณห้าสิบเพลงยังไม่แพ้ชนะกัน เตียเช็งแกล้งทำเป็นขับม้าหนี ซือเหล็งไม่รู้ทีก็ขับม้าไล่ตามไป เตียเช็งได้ทีหยิบก้อนศิลาขว้างมาถูกซือเหล็งพลัดตกจากม้าลง เก็งอ๋องกับเต็งติดซุนนายทหารรองของเตียเช็งตรงมาจับตัวซือเหล็ง ลือฮวง กวยเส็ง ก็ขับม้าเข้าช่วยแย่งชิงเอาซือเหล็งกลับมาค่ายได้ ซ้องกั๋งถามพวกพ้องอีกว่าผู้ใดจะออกสู้รบบ้าง เอียนสุนได้ฟังก็ขับม้าตรงไป ซ้องกั๋งจะทักท้วงห้ามปรามก็ไม่ทันด้วยเอียนสุนขับม้าไปรวดเร็ว เอียนสุนตรงเข้ารบกับเตียเช็งได้ห้าเพลงสู้ฝีมือเตียเช็งไม่ได้ก็ขับม้าหนี เตียเช็งขับม้าไล่พลางหยิบก้อนศิลาขว้างไปถูกเสื้อเกราะกลางหลังเอียนสุนเจ็บป่วยเจียนจะตกม้าก็แข็งใจขับม้ากลับเข้าค่าย แป๊ะสินตรงเข้าสู้รบกับเตียเช็งอีก ฮั่นทอเข้าช่วยแป๊ะสินรบได้สิบเพลง เตียเช็งแกล้งทำเป็นขับม้าหนีฮั่นทอรู้ในทีก็ไม่ไล่ตาม เตียเช็งกลับเข้าสู้รบกับฮั่นทออีก หยิบก้อนศิลาหมายตรงหน้าแล้วก็ขว้างไปถูกจมูกฮั่นทอแตกโลหิตไหลเจ็บปวดยิ่งนักขับม้าหนีกลับเข้าค่าย เผ็งกีเห็นก็โกรธ ไม่ทันซ้องกั๋งสั่งขับม้าตรงมาจะสู้รบ เตียเช็งถือก้อนศิลาอยู่พอเห็นเผ็งกีมาถึงก็ขว้างก้อนศิลาถูกหน้าเผ็งกี ๆ ทิ้งอาวุธเสียขับม้าหนีเข้าค่าย ซ้องกั๋งเห็นพวกพ้องเจ็บป่วยหลายคนก็ตกใจจะให้ถอยกองทัพกลับ

ซวนจั่นยืนอยู่ข้างหลังโลวจุนหงีจึงร้องขึ้นว่า จงคอยดูเถิดก้อนศิลาจะถูกข้าพเจ้าหรือไม่ ว่าแล้วก็ขับม้าเข้ารบกับเตียเช็ง เตียเช็งถอยห่างออกไปจึงพูดว่า มาคนหนึ่งก็หนีสองคนก็หนี เจ้ารู้ว่าฝีมือขว้างก้อนศิลาเราแม่นหรือเปล่า ซวนจั่นว่าดีแต่ขว้างผู้อื่นขว้างเราไม่ถูกหรอก

พูดยังไม่ทันขาดคำเตียเช็งหยิบก้อนศิลาขว้างไปถูกริมฝีปากซวนจั่นพลัดตกจากหลังม้า เก็งอ๋อง เต็งติดซุนนายทหารรองขับม้าตรงมาจะจับตัวซวนจั่น พวกพ้องไพร่พลของซ้องกั๋งมีมากก็ตรูกันเข้าแย่งชิงช่วยเอาซวนจั่นมาได้พยุงไปค่าย ซ้องกั๋งมีความโกรธแค้นนักจับกระบี่เชือดชายเสื้อ แล้วพูดว่าแม้จับตัวทหารที่ขว้างก้อนศิลาไม่ได้ก็ไม่ยกกองทัพกลับไป อูเอียนเจียกเห็นซ้องกั๋งโกรธจึงพูดว่าถ้ากระนั้นจะเลี้ยงพวกข้าพเจ้าไว้ทำไม อูเอียนเจียกก็ขับม้าตรงเข้าไปร้องด่าเตียเช็งว่า นับประสาอะไรกับเด็กน้อยเท่านี้ มีกำลังและฝีมือก็ตัวคนเดียว เจ้าจำเราผู้เป็นนายทหารเอกชื่ออูเอียนเจียกได้หรือไม่ เตียเช็งว่า ทหารเช่นนี้ขายหน้าแก่บ้านเมือง เดิมเจ้านายชุบเลี้ยงแต่งตั้งให้เป็นขุนนางได้กินเบี้ยหวัดเงินเดือนไม่ควรจะไปสามิภักดิ์กับพวกโจร เจ้าอย่าอวดดีหนีฝีมือเราไม่พ้นดอก พูดพลางขว้างก้อนศิลามา อูเอียนเจียกเอากระบองสั้นขึ้นรับก้อนศิลาแต่พลาดถูกข้อมือ อูเอียนเจียกเจ็บป่วยก็ขับม้ากลับเข้าค่าย

ซ้องกั๋งเห็นดังนั้นจึงว่า นายทหารที่ขี่ม้าก็พากันเจ็บป่วยทั้งสิ้น ยังแต่ทหารเดินเท้าผู้ใดจะรับอาสาจับทหารผู้นั้นได้ เล่าตงถือง้าวออกจากขบวนตรงไปจะสู้รบ เตียเช็งเห็นก็หัวเราะแล้วว่า แต่ทหารม้าที่ดียังสู้ฝีมือเราไม่ได้ นับประสาอะไรกับทหารเดินเท้าจะมาสู้รบกับใคร

เล่าตงได้ฟังก็โกรธตรงเข้ามาเอาง้าวฟันถูกเท้าม้าที่เตียเช็งขี่เจ็บปวดวิ่งสองเท้าหลังโดดถีบอยู่เสมอ เล่าตงไล่กระชั้นติดไปหางม้าบังหน้าอยู่ เตียเช็งได้ทีหยิบก้อนศิลาขว้างถูกหน้าเล่าตงล้มลง ทหารเตียเช็งตรูกันเข้าจับเล่าตงได้ เอียจี้วิ่งไปช่วยไม่ทันก็ขับม้าไล่ฟัน เตียเช็งหลบทันขว้างก้อนศิลาไปถูกหมวกเอียจี้ เอียจี้ตกใจกลัวก็ชักม้ากลับมา ซ้องกั๋งเห็นดังนั้นก็มีความวิตกถอนใจใหญ่ จูตง ลุยเหง จึงเข้ารับอาสาว่า ข้าพเจ้าจะขอออกไปรบให้พร้อมกันทั้งสองคน พูดแล้วถือง้าวออกจากค่ายตรงไปจะเข้ารบ

เตียเช็งเห็นก็หัวเราะพูดว่ามาแต่ผู้เดียวไม่พร้อมใจกันหรือ บัดนี้มาสองคนจึงจะพร้อมใจกัน เราให้มาสิบคนก็ทำไมเราไม่ได้ พูดพลางหยิบศิลาสองก้อนออกถือซ่อนไว้ ลุยเหงได้ฟังก็โกรธตรงเข้าไปเงื้อง้าวขึ้นจะฟัน เตียเช็งขว้างก้อนศิลาถูกลุยเหงล้มลง ทหารเตียเช็งตรงมาจะจับตัวลุยเหง จูตงเข้าช่วยป้องกัน เตียเช็งขว้างศิลามาอกถูกจูตงล้มลง กวนเส็งยืนอยู่หน้าขบวนเห็นก็ขับม้าช่วยเอาจูตง ลุยเหงกลับไปค่ายได้ เตียเช็งเห็นกวนเส็งเข้าช่วยก็หยิบก้อนศิลาขว้างมา กวนเส็งยกง้าวขึ้นรับก้อนศิลาถูกง้าวเป็นประกายไฟสว่าง กวนเส็งเห็นก็ไม่มีใจสู้รบชักม้ากลับมาค่าย

ตังเผ็งยืนดูอยู่เห็นดังนั้นจึงนึกว่า เราเพิ่งสามิภักดิ์ใหม่ๆ ครั้นจะไม่ออกรบให้เห็นฝีมือ ซ้องกั๋งกับพวกพ้องก็จะหมิ่นประมาทได้ ต้องออกสู้รบให้เห็นฝีมือสักครั้งหนึ่ง คิดแล้วตังเผ็งถือทวนสองมือขับม้าตรงไป เตียเช็งเห็นจึงร้องด่าว่า เจ้ากับเราบ้านเมืองอยู่ใกล้กันน่าที่จะช่วยคิดอ่านปราบพวกโจรให้ราบคาบจึงจะควร เหตุใดกลับไปคิดกบฏต่อเจ้าแผ่นดิน ตังเผ็งได้ฟังก็โกรธตรงเข้าสู้รบแทงฟัน เตียเช็งก็ป้องปัดต้านทานไว้หลายเพลงแล้วชักม้าหนี ตังเผ็งรู้ในอุบายก็ไม่ไล่ตามชักม้าหยุดพูดว่า ถ้าผู้อื่นจึงล่อลวงขว้างก้อนศิลาได้ เรารู้เล่ห์กลแล้วขว้างไม่ถูกดอก เตียเช็งก็ชักม้าหยุดหยิบก้อนศิลาขว้างมาตังเผ็งตาไวหลบหลีกหาถูกไม่ เตียเช็งหยิบก้อนศิลาขว้างมาอีกตังเผ็งก็หลบทัน เตียเช็งเห็นดังนั้นก็ตกใจขับม้าหนีไปใกล้จะถึงหน้าขบวน ตังเผ็งไล่ตามไปใกล้จะถึงตัวก็เอาทวนแทง เตียเช็งหลบทัน ม้าที่ตังเผ็งขี่นั้นถลำเข้าชิดกับม้าของเตียเช็ง ๆ เห็นได้ทีก็เอามือกอดตังเผ็งไว้ ปลํ้ากันชุลมุน ซกเถียวกลัวตังเผ็งจะเสียทีก็วิ่งตรงมาจะช่วย เก็งอ๋องกับเต็งติดซุนก็ขับม้าเข้าสกัดต้านทานซกเถียวไว้ ลิมชอง ฮวยหยง ลือฮวง กวยเส็งสี่นายขับม้าเข้าช่วยตังเผ็งกับซกเถียวคนละสองนาย เตียเช็งก็วางมือปล่อยตังเผ็งเสียขับม้าหนีเข้าขบวน ตังเผ็งก็ไล่ตามคอยระวังก้อนศิลาอยู่ เตียเช็งหยิบก้อนศิลามาถือไว้ พอตังเผ็งไล่ตามไปใกล้จะถึงก็ขว้างก้อนศิลาเฉียดหูตังเผ็งไป ตังเผ็งตกใจชักม้ากลับมายังค่าย

ขณะนั้นกำลังชุลมุน ลิมชอง ฮวยหยง สู้รบกับเก็งอ๋องอยู่หมู่หนึ่ง ลือฮวง กวยเส็งรบกับเต็งติดซุนหมู่หนึ่ง เก็งอ๋องเอาทวนพุ่งลิมชองกับฮวยหยงก็ไม่ถูก เก็งอ๋องสิ้นอาวุธ ลิมชอง ฮวยหยงก็จับเก็งอ๋องได้คุมตัวมาค่าย ฝ่ายข้างเต็งติดซุนกำลังสู้รบกับลือฮวงและกวยเส็งไม่คิดแก่ชีวิต เอียนเช็งยืนอยู่หน้าขบวนจึงคิดว่า พวกพ้องเราที่เตียเช็งล่อลวงขว้างด้วยก้อนศิลาบาดเจ็บถึงสิบห้าคน แม้นจับทหารรองของเตียเช็งไม่ได้สักคนหนึ่งมิอับอายแก่เตียเช็งนักหรือ จะแบกหน้าไปไว้ที่ไหน เอียนเช็งก็วางเครื่องศัสตราวุธหยิบลูกเกาทัณฑ์มือขว้างไปถูกเท้าม้าเต็งติดซุนล้มลง ลือฮวง กวยเส็งก็ตรงเข้าจับเต็งติดซุนได้คุมตัวมาค่าย เตียเช็งยืนอยู่หน้าขบวนรบจะรีบมาช่วยก็ไม่ทัน สั่งให้ทหารคุมตัวเล่าตง ยกกองทัพกลับเข้าเมืองตังเซียงฮู้ ไทซิวผู้รักษาเมืองก็ต้อนรับจัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยงเป็นอันดี สั่งให้เอาตัวเล่าตงจำขังคุกไว้

ฝ่ายซ้องกั๋ง เห็นพวกพ้องจับทหารรองของเตียเช็งได้ทั้งสองคนก็ยกกองทัพกลับเข้าค่าย ขับให้ไพร่พลนำเก็งอ๋องกับเต็งติดซุนไปส่งไว้ยังเขาเนียซัวเปาะก่อน แล้วซ้องกั๋งจึงพูดกับโลวจุนหงีและโงวหยงซินแสว่าเมื่อครั้งแผ่นดินเหงาโต้ว เฮ่งง่วนเจียงตีทหารพวกไต้ถังเวลาเดียวไม่ทันบ่ายเจ็บป่วยถึงสามสิบหกคน วันนี้เตียเช็งขว้างก้อนศิลาถูกพวกพ้องเราครู่เดียวป่วยสิบห้าคน เตียเช็งกับเฮ่งง่วนเจียงนั้นฝีมือเข้มแข็งคล้ายคลึงกันควรเป็นนายทหารได้ บรรดาพวกพ้องได้ฟังก็ไม่พูดประการใด

ซ้องกั๋งจึงว่า ซึ่งเตียเช็งแข็งแรงนั้นเพราะเก็งอ๋อง เต็งติดซุนเป็นปีกซ้ายขวา บัดนี้นายทหารทั้งสองเราก็จับไว้ได้ จะต้องคิดอุบายจับเตียเช็งเสีย โงวหยงซินแสว่า ข้าพเจ้าคิดไว้ดีแล้วท่านอย่าวิตก ให้พวกพ้องซึ่งเจ็บป่วยกลับไปรักษาที่เขาเนียซัวเปาะ บอกหลวงจีนลูตีซิม บู๊สง ซึงลิบ อึงซิน ลี้ลิบ กับพวกที่ชำนาญทางน้ำ ให้จัดเกวียนจัดเรือบรรทุกเสบียงคุมมาส่ง ล่อให้เตียเช็งออกแย่งชิงกองลำเลียงในน้ำก็คงสมความปรารถนา ซ้องกั๋งได้ฟังก็เห็นชอบ จึงว่าอุบายนี้ดีนักเชิญจัดการเถิด โงวหยงก็ให้พวกที่ถูกก้อนศิลาป่วยมากกลับมาเขาเนียซัวเปาะ สั่งให้หลวงจีนลูตีซิม บู๊สง และพวกที่ชำนาญทางน้ำบรรทุกเสบียงอาหารแยกมาทางน้ำทางบกตามอุบายที่คิดไว้ ไพร่พลก็นำผู้ป่วยกลับไปถึงเขาเนียซัวเปาะแจ้งความตามอุบายของโงวหยงซินแสให้หลวงจีนลูตีซิมกับพวกพ้องเหล่านั้นฟังทุกประการ หลวงจีนลูตีซิมก็จัดเกวียนและเรือเล็กใหญ่บรรทุกเสบียงอาหารไว้พร้อมแล้ว หลวงจีนลูตีซิมกับบู๊สง ซึงลิบ อึงซิน ลี้ลิบและไพร่พลคุมเกวียนเสบียงอาหารมาทางบก ลี้จุน เตียสุน เตียหวย อวนเซียวยี อวนเซียวเหงา อวนเซียวชิด กับไพร่พลคุมเรือเสบียงประมาณห้าร้อยลำมาทางน้ำ กองลำเลียงทั้งสองยกออกพร้อมกันตรงมาเมืองตังเซียงฮู้

ฝ่ายโงวหยงซินแสครั้นใช้ทหารไปแล้ว จึงสั่งให้กงซุนสินซินแสกับลิมชองคุมไพร่พลไปซุ่มอยู่ริมแม่น้ำ ถ้าเตียเช็งยกออกแย่งชิงทางเรือจะได้ช่วยกัน กงซุนสินกับลิมของก็คุมไพร่พลไปซุ่มอยู่ตามลัง

ฝ่ายไทซิวผู้รักษาเมืองตังเซียงฮู้ปรึกษาการกับเตียเช็งว่าคราวนี้สู้รบกับพวกโจรมีชัยชนะถึงสองครั้งก็จริงแต่ยังไม่ราบคาบ จะต้องใช้ให้ทหารไปสอดแนมสืบข่าวดูว่าพวกโจรคิดประการใด จะได้ยกไปปราบปรามเสียให้เรียบร้อย พอม้าใช้สืบราชการมาแจ้งความว่า มีเกวียนบรรทุกเสบียงมาทางทิศเหนือประมาณร้อยเล่ม ไม่แจ้งว่ามาแต่เมืองไหน ทางน้ำก็มีเรือเล็กใหญ่ห้าร้อยลำบรรทุกเสบียง มีนายทหารกับไพร่พลคุมมาบ้างเล็กน้อย

ไทซิวผู้รักษาเมืองได้ฟังจึงว่า พวกโจรคิดการดังนี้คงจะมีอุบายประการใดสักสิ่งหนึ่ง จึงใช้ทหารไปสืบดูรู้แน่แล้วกลับมาแจ้งว่า ซึ่งเกวียนกับเรือนั้นบรรทุกเสบียงอาหารมาแต่เขาเนียซัวเปาะ เตียเช็งว่าวันนี้ข้าพเจ้าจะคุมทหารออกไปสกัดตีเอาเสบียงทางบกก่อนแล้วจึงจะไปสกัดทางเรือ ท่านจงยกออกไปช่วยด้วยก็คงสมความปรารถนา ไทซิวว่าอุบายของท่านดีนักแต่ต้องตรึกตรองให้มากกลัวว่าจะเป็นอุบายของพวกโจร เตียเช็งคำนับลามาตระเตรียมเครื่องศัสตราวุธพร้อมแล้วใส่เสื้อเกราะถือทวนขึ้นม้าคุมทหารพันหนึ่งออกจากเมือง

ขณะนั้นเวลากลางคืนเดือนหงายสว่าง เตียเช็งพาทหารเดินทางไปทิศเหนือประมาณได้สิบลี้ เห็นเกวียนบรรทุกเสบียงเดินมามีธงยี่ห้อบอกว่ากองลำเลียงเขาเนียซัวเปาะ เตียเช็งก็สั่งให้ทหารหยุดยืนอยู่ หลวงจีนลูตีซิมกับพวกพ้องครั้นเดินมาพบทหารยืนอยู่ข้างหน้าก็ทำเป็นไม่เห็น ถือไม้เท้าเหล็กคุมเกวียนไป เตียเช็งก็เอาก้อนศิลาขว้างไปถูกศีรษะหลวงจีนลูตีซิมแตกล้มลงโลหิตไหลทหารเตียเช็งกรูกันออกโห่ร้องเข้าแย่งชิงเอาเกวียนเสบียงบ้าง แล้วจะเข้าจับหลวงจีนลูตีซิม บู๊สงกับไพร่พลก็ตรงเข้าช่วยเอาหลวงจีนลูตีซิมมาได้ ทิ้งเกวียนเสบียงเสียชวนกันวิ่งหนีไป เตียเช็งได้เกวียนเสบียงอาหารก็มีความยินดี คุมเกวียนเสบียงอาหารกลับเข้าเมือง

ไทซิวผู้รักษาเมืองเห็นก็ดีใจเก็บรวบรวมไว้แล้วพูดว่า ท่านจะไปแย่งชิงทางเรือก็ต้องคิดตรึกตรองให้ดี เตียเช็งมิได้พูดจาสิ่งใดขึ้นม้าคุมทหารออกทางประตูน่ำหมึงทิศใต้ เห็นเรือบรรทุกเสบียงล่องน้ำมาทางทิศเหนือเป็นอันมาก เตียเช็งพาทหารไปริมฝั่งโห่ร้องขึ้นอื้ออึงจะเข้าแย่งชิงเสบียงอาหาร ขณะนั้นเป็นเวลากลางคืน

ฝ่ายกงซุนสินกับลิมชองไปซุ่มอยู่ริมแม่น้ำเห็นดังนั้น ก็อ่านมนต์บันดาลเป็นหมอกมืดมัวทั้งอากาศ เตียเช็งคิดจะกลับก็มองไม่เห็นทาง ลิมชองขับไพร่พลออกสกัดหน้าเตียเช็งกับพวกทหารไว้บุกรุกไล่ฆ่าฟัน เตียเช็งเห็นดังนั้นก็ตกใจไม่รู้ที่จะหนีไปทางไหนจึงหนีลงในแม่นํ้า ลี้จุน เตียหวย เตียสุน อวนเซียวยี อวนเซียวเหงา อวนเซียวชิด ทองอุย ทองเม้งแปดนายที่คุมเรือเสบียงมานั้น ก็ชวนกันเข้าสกัดหน้าล้อมจับตัวเตียเช็งได้มัดไว้แน่นหนาคุมตัวมาส่งยังค่าย โงวหยงซินแสแจ้งความก็ยกกองทัพเข้าตีเมืองตังเซียงฮู้ในเวลากลางคืน ไทซิวอยู่แต่ผู้เดียว ก็คุมทหารเข้าต้านทานป้องกันรักษาเมืองไว้ไม่ได้ กองทัพซ้องกั๋งหักพังประตูเมืองเข้าไปไล่ฆ่าฟันทหารซึ่งรักษาหน้าที่เป็นตะลุมบอน ไทซิวไม่รู้จะหนีไปทางไหนก็หลบอยู่ในเมือง พวกทหารล้มตายกระจัดกระจายไปสิ้น ซ้องกั๋งให้ไปถอดเล่าตงออกมาจากคุก แล้วเก็บรวบรวมเงินทองทรัพย์สิ่งของเสบียงอาหารที่ในคลังขึ้นบรรทุกเกวียนให้ไพร่พลคุมไปตำบลเขาเนียซัวเปาะส่วนหนึ่ง ยังอีกส่วนหนึ่งก็แจกจ่ายราษฎรที่แตกหนีให้มาซื้อขายหากินตามเดิม แต่ไทซิวผู้รักษาเมืองนั้นเป็นคนสัตย์ซื่อรักใคร่ราษฎรชำระถ้อยความเป็นยุติธรรมจึงไม่จับฆ่าเสีย บรรดาพวกพ้องมาถึงพร้อมกันยังที่ชุมนุมในเมืองเอาตัวเตียเช็งมาส่ง

ซ้องกั๋งเห็นก็ออกมาต้อนรับแก้มัดแล้วพูดว่า พวกข้าพเจ้าได้ทำเหลือเกินกับท่านขออภัยเสียเถิด ซ้องกั๋งก็เชิญเตียเช็งเข้าไปยังที่นั่งชุมนุมยังไม่ทันพูดจากัน หลวงจีนลูตีซิมเห็นเตียเช็งก็โกรธยิ่งนัก ถือไม้เท้าตรงมาจะตีเตียเช็งแก้แค้น ซ้องกั๋งป้องกันไล่หลวงจีนลูตีซิมถอยห่างออกไป เตียเช็งเห็นซ้องกั๋งมีใจรักใคร่โดยสุจริต มิได้คิดพยาบาทก็คุกเข่าคำนับพูดว่าข้าพเจ้ายอมสามิภักดิ์กับท่านแล้ว ซ้องกั๋งก็จับถ้วยสุราหักลูกเกาทัณฑ์สาบานว่า ถ้าพี่น้องทั้งปวงขืนจะคิดพยาบาทต่อกัน ขออย่าให้เทพยดาทั้งหลายคุ้มครองรักษา คงตายด้วยคมอาวุธต่างๆ เถิด จึงเอาลูกเกาทัณฑ์จิ้มลงในถ้วยสุราแล้วทิ้งเสีย บรรดาพวกพ้องเห็นดังนั้นก็ยินดี ตระเตรียมการที่จะยกกองทัพกลับ

เตียเช็งจึงบอกกับซ้องกั๋งว่า ที่เมืองตังเพ็งฮู้นี้มีหมอยาอยู่คนหนึ่งแซ่ฮองโพว ชื่อตวนเรียกว่าเพ็กงันอึงซิว แปลว่าตาสองแวว หนวดเหลืองเป็นชาวเมืองกีจิว ฮองโพวตวนคนนี้ชำนาญทางรักษาม้าและสัตว์ต่างๆ ถ้าสัตว์เจ็บป่วยเจียนตายก็รักษาหาย ถึงผู้คนจะเจ็บป่วยประการใดก็รักษาได้ ซ้องกั๋งจึงพูดว่า ท่านจะคิดประการใดจึงจะได้ฮองโพวตวนมาอยู่ด้วยกัน เตียเช็งว่าข้าพเจ้าจะอาสาไปเกลี้ยกล่อมชักชวนฮองโพวตวนเอง พูดแล้วก็คำนับลาตรงไปหาฮองโพวตวนที่บ้าน ฮองโพวตวนก็ออกมาต้อนรับคำนับเชิญเตียเช็งเข้าไปข้างในจัดที่ให้นั่งตามสมควร เตียเช็งจึงพูดจาเกลี้ยกล่อมชักชวนฮองโพวตวน ๆ ก็ยอมมากับเตียเช็ง ซ้องกั๋งกับพวกพ้องเหล่านั้นก็ออกต้อนรับโดยสุจริต ฮองโพวตวนเห็นซ้องกั๋งมีใจรักใคร่ก็ยินดียอมสามิภักดิ์อยู่ด้วย ซ้องกั๋งจัดการบ้านเมืองเรียบร้อยแล้ว ก็ยกกองทัพออกจากเมืองตังเซียงฮู้ เดินรอนแรมไปตามระยะทางไม่มีเหตุสิ่งใดจนถึงเขาเนียซัวเปาะ ซ้องกั๋งกับพวกพ้องพร้อมกัน ณ ตงงิตึงที่ชุมนุมแล้วสั่งให้เอาตัวเก็งอองกับเต็งติดซุนมาพูดจาเกลี้ยกล่อมต้อนรับตามธรรมเนียม เก็งอ๋องกับเต็งติดซุนก็ยอมสามิภักดิ์ ซ้องกั๋งจึงจัดให้ตังเผ็ง เตียเช็งกับพวกที่มาใหม่เป็นตัวนายตามสมควร แล้วจัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยงกัน บรรดาพวกที่เป็นตัวนายนั่งกินโต๊ะเสพสุราเป็นลำดับกันตามเล็กและใหญ่รวมร้อยแปดคน

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ