๑๑๗

ฝ่ายซ้องกั๋งกับทหารไล่พวกข้าศึกไปถึงเมืองมกจิวก็ตั้งค่ายมั่นไว้แล้วเตรียมการจะหักเอาเมือง พอม้าใช้มาแจ้งความว่ากองทัพเมืองเซ็งเคยกุ้ยยกมาใกล้จะถึงเมืองมกจิวแล้ว ซ้องกั๋ง่ได้ฟังดังนั้นก็สั่งให้เฮงเอยโฮ้ว นางโฮ้วซาเหนีย พัวเส็ง พัวซอก คุมทหารไปต่อสู้ เฮงเอยโฮ้วก็ยกกองทัพออกจากค่ายไป พอแต้ปิวกองหน้าขับม้าเข้ารบได้สองเพลง แต้ปิวก็อ่านคาถาบันดาลเป็นเมฆหมอกหุ้มห่อกาย มือหนึ่งถือแผ่นทองของวิเศษ อีกมือหนึ่งถือทวนตรงเข้ารุกไล่ เฮงเอยโฮ้วเห็นก็ตกใจจะขับม้าหนี แต้ปิวเอาทวนแทงถูกเฮงเอยโฮ้วตกม้าตาย นางโฮ้วซาเหนียเห็นผัวตายก็โกรธขับม้าเข้ารบกับแต้ปิวได้สามเพลงแต้ปิวเอาแผ่นทองของวิเศษขว้างถูกศีรษะนางโฮ้วซาเหนียแตกตกม้าตาย พัวเล็ง พัวซอกเห็นดังนั้นก็ขับม้าเข้ารบกับแต้ปิว ทั้งสองนายได้สู้รบกันเป็นสามารถ ทหารของแต้ปิวระดมยิงเกาทัณฑ์มาดังห่าฝนถูกพัวเส็งตาย พัวซอกตกใจขับม้าหนี แต้ปิวไล่ตามทันเอาทวนแทงถูกพัวซอกตกม้าตาย ทหารทั้งหลายเห็นก็ตกใจชวนกันหนีกลับไปบอกแก่ซ้องกั๋งให้ทราบทุกประการ

ซ้องกั๋งแจ้งว่านายทหารทั้งสี่ตายก็โกรธยิ่งนัก จึงให้ลีขุยคุมทหารยกไปก่อน ซ้องกั๋งก็ยกกองทัพออกจากค่ายตามลีขุยไปถึงที่รบพร้อมกัน ลีขุยเห็นแต้ปิวยืนม้าอยู่ก็ตรงเข้ารบกับแต้ปิวได้หลายเพลง แต้ปิวอ่านคาถาบันดาลเป็นเมฆหมอกมืดคลุ้มมาทั้งอากาศ ซ้องกั๋งกับพวกทหารเห็นดังนั้นก็ตกใจถอยกองทัพไปถึงตำบลหนึ่ง เมฆหมอกยิ่งมืดคลุ้มมากขึ้น ทหารซ้องกั๋งมิได้เห็นกันก็ตกใจระส่ำระสายทั้งกองทัพ ซ้องกั๋งเห็นดังนั้นก็ตกใจจึงร้องประกาศว่า เทพยดาฟ้าและดินจะสังหารชีวิตข้าพเจ้าดับสูญในขณะนี้หรือ ถ้าแม้นยังไม่ถึงที่กำหนดอายุเทพยดาจงช่วยให้ปรากฏเถิด

พอสิ้นคำลงเมฆหมอกมืดมัวก็หายไปสว่างอยู่ตามเดิม ซ้องกั๋งกับพวกทหารเห็นเทพยดาลอยอยู่บนอากาศก็ชวนกันคุกเข่าคำนับ เทพยดานั้นกลับกลายเป็นชายรูปงามตรงมาคำนับซ้องกั๋งแล้วพูดว่าท่านอย่าคุกเข่าคำนับเราเลย ซ้องกั๋งถามว่าท่านแซ่ใดชื่อไรอยู่ตำบลไหน ชายนั้นตอบว่าข้าพเจ้าแซ่เตียวชื่อจุนอยู่ตำบลนี้ จะแจ้งความให้ท่านทราบ ด้วยฮองละนั้นจวนจะสิ้นวาสนาอยู่แล้ว การศึกก็จะสำเร็จดอก ซึ่งพวกท่านถูกมนต์คาถาของปิศาจข้าพเจ้ามาช่วยแล้วอย่าได้วิตกเลย ซ้องกั๋งนึกจะถามต่อไปชายผู้นั้นก็โบกมือแล้วหายไป ซ้องกั๋งแลดูที่ตำบลนั้นกลับกลายไปไม่เหมือนแต่ก่อน จึงคิดว่าเห็นจะเป็นเทพยดาช่วยให้พ้นภัย คิดดังนั้นแล้วก็ยกกองทัพออกมา

ฝ่ายหลวงจีนลูตีซิม บู๊สงแจ้งความว่าซ้องกั๋งเสียทีก็คุมทหารยกมาช่วย ขณะนั้นพอกองทัพเปาเตาอิดมาถึงเข้าสมทบกันกับแต้ปิวไล่ซ้องกั๋งมา หลวงจีนลูตีซิม บู๊สงเห็นดังนั้นก็ขับม้าเข้ารบกับแต้ปิวเป็นสามารถ เปาเตาอิดเห็นบู๊สงฝีมือเข้มแข็ง ก็ขับม้าตรงเข้าช่วยแต้ปิวรบได้เพลงหนึ่ง เปาเตาอิดชักกระบี่วิเศษออกขว้างถูกแขนซ้ายบู๊สงเจ็บปวดยิ่งนักล้มลง หลวงจีนลูตีซิมตรงเข้าช่วยบู๊สงมาได้ บู๊สงเห็นแขนซ้ายเจียนขาดก็เอากระบี่เชือดแขนออกจากกันตรงมาหาซ้องกั๋ง ๆ เห็นก็เสียใจให้ทหารพยุงบู๊สงไปรักษาที่ค่าย หลวงจีนลูตีซิมก็คุมทหารอ้อมทางไปและยกเข้าหักข้างหลังกระบวนทัพข้าศึก แฮโฮวเส็งเข้ารบกับหลวงจีนลูตีซิมได้สองเพลง แฮโฮวเส็งสู้ฝีมือหลวงจีนลูตีซิมไม่ได้ก็ขับม้าหนีเข้าป่า หลวงจีนลูตีซิมก็ขับม้าไล่ตามไป แต่แต้ปิวกับเปาเตาอิดรุกไล่ซ้องกั๋งกระชั้นมา ลีขุย หังชอง ลีกุนก็ขับม้าคุมทหารเข้าต้านทานกองทัพแต้ปิวไว้เป็นสามารถ กองทัพข้าศึกสู้กองทัพแผ่นดินซ้องไม่ได้ ก็พากันล่าถอยข้ามแม่น้ำไป บ้างซุ่มอยู่ริมฝั่งบ้าง ลีกุน หังชอง ทหารซ้องกั๋งไล่ตามไปถึงแม่น้ำก็จะยกข้ามไป ไพร่พลของข้าศึกก็กรูกันออกระดมยิงเกาทัณฑ์ถูกหังชองกับลีกุนตายริมฝั่ง ลีขุยนั้นคุมทหารกองหนึ่งไล่ตามข้าศึกไปในป่า พวกข้าศึกเห็นทหารลีขุยน้อยกว่าก็เข้าล้อมลีขุยไว้ พอฮวยหยง ฉินเหม็งคุมทหารไปถึงเห็นพวกข้าศึกล้อมลีขุยไว้ก็ตรงเข้าไล่ฆ่าฟัน พวกข้าศึกต้านทานไม่ได้ก็หนีข้ามแม่น้ำไปยกเข้าเมืองทั้งสิ้น ฮวยหยง ฉินเหม็ง ลีขุยก็กลับมาหาซ้องกั๋งแจ้งความซึ่งหังชอง ลีกุนตาย หลวงจีนลูตีซิมนั้นหายไปให้ซ้องกั๋งฟัง ซ้องกั๋งแจ้งแล้วก็ร้องไห้ ยกกองทัพกลับไปค่าย พอโงวหยงกับกวนเส็งคุมทหารหมื่นหนึ่งล่องเรือไปถึง ซ้องกั๋งก็เล่าความซึ่งพี่น้องตายกับเทพยดามาแจ้งความให้โงวหยงฟังทุกประการ

โงวหยงจึงว่าซึ่งเทพยดามาช่วยนั้นเห็นจะมีศาลเจ้าอยู่ในป่า เราชวนกันไปเที่ยวหาก็คงรู้แน่ ซ้องกั๋งได้ฟังเห็นชอบด้วย จึงชวนโงวหยงออกจากค่ายเที่ยวดูในป่าพบศาลเจ้าแห่งหนึ่ง เห็นประตูนั้นมีหนังสือบอกว่าศาลเข้าโอวเล่งเปียว ซ้องกั๋งกับโงวหยงเข้าไปในศาลซ้องกั๋งเห็นรูปเจ้าอยู่บนแท่นเหมือนกับรูปเทพยดาที่มาช่วยก็คุกเข่าคำนับแล้วว่า ท่านช่วยข้าพเจ้าครั้งนี้พระคุณหาที่เปรียบมิได้ ถ้าปราบฮองละเรียบร้อยแล้ว กลับไปเมืองหลวงจะกราบทูลพระเจ้าแผ่นดินมาปลูกศาลถวายใหม่ให้งดงาม

ว่าดังนั้นแล้วก็เดินเที่ยวดูอักษรในแผ่นศิลามีความว่า “ซึ่งเจ้าโอวเล่งกุนในศาลนี้เดิมเป็นคนเรียนหนังสือครั้งแผ่นดินถัง แซ่เตียว ชื่อจุน ครั้นเตียวจุนซิวจ๋ายไปแปลหนังสือไม่ได้เป็นขุนนางจึงโดดน้ำตายที่แม่น้ำตำบลนั้น เง็กเซียนฮ่องเต้เห็นว่าเตียวจุนซิวจ๋ายเป็นคนสัตยซื่อ จึงตั้งให้เป็นที่โอวเล่งกุน ราษฎรชาวบ้านบนบานสิ่งใดก็ได้สมความปรารถนา จึงพากันปลูกสร้างศาลไว้เซ่นไหว้” ซ้องกั๋งได้ฟังดังนั้นก็ให้ทหารไปจัดหาสิ่งของมาเซ่นแล้วกลับมาค่าย ตรึกตรองการที่จะสู้รบอยู่จนเวลากลางคืนดึกประมาณสองยามเศษหลับไป ฝันเห็นว่าเข้าโอวเล่งกุนมาหาพูดว่าการศึกครั้งนี้ข้าพเจ้ามาช่วยท่านจึงไม่เสียทีแก่เปาเตาอิด ซึ่งท่านจัดหาสิ่งของไปคำนับขอบใจนักหนาจึงมาแจ้งความให้ทราบ เมืองมกจิวนั้นจะแตกในเร็ว ๆ นี้ ท่านจงยกกองทัพเข้าตีคงจับตัวได้

บอกดังนั้นแล้วเข้าโอวเล่งกุนก็กลับไป ซ้องกั๋งตกใจตื่นแจ้งว่านิมิตฝันพอสว่างก็เล่าให้โงวหยงฟังทุกประการ โงวหยงจึงว่าถ้าดังนั้นควรจะยกกองทัพเข้าหักเมืองมกจิว ซ้องกั๋งได้ฟังก็เห็นชอบจึงให้เบ๊เหล็ง ซกเหียน ตังซิหลง คุมทหารไปตั้งสกัดอยู่ต้นทางหลังเนินโอวเล่งเหนียคอยต้านทานข้าศึกอย่าให้ยกมาช่วยเมืองมกจิวได้ แล้วจัดให้กวนเส็ง ฮวยหยง ฉินเหม็ง จูตงคุมทหารยกเข้าหักเมืองมกจิว นายทหารเหล่านั้นลาไปทำการตามสั่ง ซ้องกั๋งจึงให้เลงจิ้นจุดประทัดแตกระดมเข้าไปในเมืองเสียงสนั่นหวั่นไหว ไพร่พลในเมืองก็ตกใจพากันระส่ำระสายไม่เป็นอันที่จะรักษาเมือง

ขณะนั้นโจวซือเอียงผู้รักษาเมืองกับเปาเตาอิดและแต้ปิวนั่งปรึกษาการที่จะสู้รบอยู่ได้ยินเสียงประทัดอื้ออึงขึ้น ไพร่พลเข้าไปแจ้งว่ากองทัพซ้องกั๋งยกเข้าเมือง โจวซือเอียงได้ฟังก็จัดให้แต้ปิวกับทำเกาและโงวเอ็งเส็งคุมทหารหมื่นหนึ่งยกออกต้านทานไว้ แต้ปิวยกออกจากเมืองขับม้าตรงเข้ารบกับกวนเส็งเป็นสามารถ เปาเตาอิดกับโจวซือเอียงก็อ่านมนต์บันดาลเป็นทหารเทพยดาลอยอยู่บนศีรษะ แต้ปิวมือถือกระบองตรงจะเข้าไล่ตีกวนเส็ง ซ้องกั๋งเห็นดังนั้นก็ให้ฮวนสุย อ่านคาถาบันดาลลมพายุพัดกล้าจะหอบเอาทหารเทพยดาไป

ขณะนั้นมีทหารเทพยดาอีกองค์หนึ่ง ขี่มังกรดำ ถือกระบองเหล็กตรงมาต้านทานทหารเทพยดาองค์นั้น แต้ปิวเห็นก็ตกใจจะขับม้าหนี กวนเส็งเห็นได้ทีเอาง้าวฟันถูกคอแต้ปิวตาย เปาเตาอิดเห็นก็โกรธลงจากหอรบตรงมา เสงจิ้นจุดประทัดแตกขว้างไปถูกศีรษะเปาเตาอิดตาย โจวซือเอียงกับนายทหารและทหารทั้งปวงเห็นก็ตกใจพากันรวนเร ซ้องกั๋งเห็นได้ทีก็เร่งทหารเข้าเมืองได้ไล่ฆ่าฟันทหารในเมืองเป็นอลหม่าน ทำเการบกับจูตงไม่ทันได้เพลง จูตงเอากระบองตีทำเกาตาย ลิเองตรงเข้าไล่ฟันโงวเอ็งเส็งด้วยกระบี่ถูกกลางตัวขาดตาย นายทหารซ้องกั๋งเหล่านั้นจับโจวซือเอียงกับซิมไทเจ็ง ฮวงเคียมจือได้ นายทหารและทหารในเมืองที่เหลือตายก็แตกหนีกระจัดกระจายไป ซ้องกั๋งจึงยกกองทัพใหญ่เข้าเมือง เก็บรวบรวมทรัพย์สิ่งของเสบียงไว้ได้เป็นอันมาก ก็เอาเงินทองออกแจกจ่ายทหารเอกทั้งปวงตามสมควร เกลี้ยกล่อมให้ราษฎรให้ทำมาหากินเป็นปกติเรียบร้อยแล้วก็พักกองทัพอยู่ในเมืองมกจิว

ฝ่ายเบ๊หลินยกกองทัพไปตั้งสกัดอยู่ต้นทางหลังเนินโอวเล่งเหนียแจ้งว่าเมืองมกจิวแตกก็ยกเข้าหักเนินโอวเล่งเหนีย เจียะโปวคุมไพร่พลออกสู้รบเป็นสามารถ เจียะโปวนั้นมีฝีมือเข้มแข็งมัก เอียนสุนกับซกเหียนสู้ฝีมือและกำลังเจียะโปวไม่ได้ เจียะโปวฆ่าเอียนสุนกับซกเหียนตาย เบ๊หลินรบกับแป๊ะคิม เบ๊หลินเสียทีแป๊ะคิมเอาทวนแทงถูกเบ๊หลินตกม้า เจียะโปวตรงมาเอากระบี่ฟันถูกคอเบ๊หลินขาดตาย ทหารกองทัพซ้องกั๋งเห็นดังนั้นก็ตกใจล่าถอยมาแจ้งความซึ่งยกเข้าหักเนินและเสียนายทหารหลายนายให้ซ้องกั๋งฟัง

ซ้องกั๋งจึงจัดให้กวนเส็ง ฮวยหยง ฉินเหม็ง จูตงคุมทหารยกออกจากเมือง ตรงมาพบกองทัพที่ล่าถอยก็เข้าสมทบกันยกเข้าหักเนินโอวเล่งเหนียอีก เจียะโปวกับนายทหารและทหารทั้งปวงก็สู้รบต้านทานเป็นสามารถ ม้าใช้ก็รีบไปแจ้งความกับท่องคูมิดว่า กวนเส็งยกกองทัพเข้าหักหลังเนิน บัดนี้สู้รบกันอยู่ ท่องคูมิดได้ฟังก็จัดให้ทหารอยู่รักษาเมืองพอสมควร แล้วก็ยกกองทัพเข้าหักด่านหน้าเนินโอวเล่งเหนียข้างทิศตะวันออกเป็นทัพขนาบ

ฝ่ายเจียะโปวสู้รบอยู่กับกวนเส็งที่หลังเนินได้ยี่สิบเพลง เจียะโปวสู้ฝีมือกวนเส็งไม่ได้ก็หนีขึ้นเนิน กวนเส็งขับทหารไล่ตามไป เจียะโปวกับนายทหารและทหารทั้งปวงเห็นกองทัพแผ่นดินซ้องหักขึ้นมาทั้งสองด้านก็พากันระส่ำระสาย เฮงปินทหารของท่องคูมิดก็รุกไล่กระชั้นไป เก๋งเต๊กทหารบนเนินตรงเข้ารบเฮงปินไม่ทันได้เพลง เฮงปินเอาทวนแทงเก๋งเต๊กตกม้าตาย ลือฮวง กวยเส็งหนุนตามเฮงปินขึ้นไป ทหารบนเนินกลิ้งก้อนศิลาระดมลงมาถูกกวยเส็งทหารซ้องกั๋งตาย ลือฮวง เฮงปินเห็นก็โกรธยกกองทัพเข้าตีขนาบ แป๊ะคิมตรงมาต้านทานลือฮวงไว้เป็นสามารถ กวนเส็งเห็นไพร่พลบนเนินพากันเรรวนก็ยกกองทัพรุกกระชั้นขึ้นไป ลือฮวงกับแป๊ะคิมรบกันอยู่หลายเพลง แป๊ะคิมเทาทวนแทงลือฮวงจับทวนได้แย่งกันไปมา ทวนก็หลุดมือทั้งสองฝ่าย สองนายปล้ำกันอยู่บนหลังม้าพลาดท่าก็ตกกลิ้งลงไปโดนศิลาตายทั้งสองคน

ขณะนั้นกองทัพก็รุกขนาบขึ้นไปทั้งสองด้านไล่ฆ่าฟันทหารบนเนินเป็นตะลุมบอน เจียะโปวผู้รักษาเนินตกอยู่ระหว่างศึกขนาบจะหนีไปก็ไม่พ้น จึงชักกระบี่ออกเชือดคอตายเสีย นายทหารและทหารทั้งปวงบนเนินที่เหลืออยู่ก็ชวนกันหนีไป กวนเส็งยกเข้าพักอยู่บนเป็นโอวเล่งเหนียจัดให้ทหารไปแจ้งความซึ่งหักได้เนินให้ซ้องกั๋งทราบ ท่องคูมิดให้ทหารอยู่รักษาเนินโอวเล่งเหนียพอสมควรแล้วก็ยกกองทัพตรงมาเมืองมกจิว

ฝ่ายเส็งกุย เจียฮอก สิบหงวน เคียวเจงเป็นขุนนางนายทหารตำแหน่งที่จงก๊วนผู้รักษาเมืองให้ไปตั้งรักษาเรือรบอยู่ที่แม่น้ำ เมืองมกจิว ด้วยนายทหารทั้งสี่ฝีมือเข้มแข็งชำนาญทางน้ำ ครั้นแจ้งว่าเมืองมกจิวกับเป็นโอวเล่งเหนียแตกก็ตกใจชวนกันหนีข้ามแม่น้ำไป ราษฎรชาวบ้านก็ช่วยกันจับเส็งกุยกับเจียฮอกได้ชวนกันคุมตัวมาส่งให้ซ้องกั๋งยังเมืองมกจิว ซ้องกั๋งก็ให้เอานายทหารทั้งสองจำขังไว้

ขณะนั้นพอท่องคูมิดยกกองทัพไปถึงเมืองมกจิว ซ้องกั๋งแจ้งความออกต้อนรับเชิญท่องคูมิดกับเล่าโตวตกเข้าไปในเมือง จัดที่ให้พักตามสมควรแล้วซ้องกั๋งสั่งให้เอาตัวเส็งกุยกับเจียฮอกนายทหารเรือเมืองมกจิวที่จับได้มาผ่าเอาหัวใจเซ่นไหว้อวนเซียวยี เม่งคงกับพวกพ้องที่ตายก่อนแล้วกับแจ้งว่าลือฮวงกวยเส็งตายอีกก็ร้องไห้เสียดายพี่น้องยิ่งนัก จึงพักกองทัพอยู่ในเมืองรอคอยโลวจุนหงีมาถึงจะได้ยกไปพร้อมกัน

ฝ่ายโลวจุนหงีตั้งแต่แบ่งทหารซ้องกั๋งที่เมืองฮั่งจิวแล้วก็ยกกองทัพข้ามด่านนิมอานติ้นมาใกล้จะถึงด่านหยกเนียกวนจึงเร่งกองทัพรีบไป

ฝ่ายพังบวนชุนผู้รักษาด่านหยกเนียกวนฝีมือเข้มแข็งกับแม่นเกาทัณฑ์ไม่มีผู้ใดเสมอเป็นทหารเอกของฮองละ พังบวนชุนนั้นมีทหารอยู่สองนายชื่อลุยอิน เกยเจ็ก กับทหารห้าพันตั้งรักษาด่านอยู่ ครั้นแจ้งว่ากองทัพแผ่นดินซ้องยกมาเกือบจะถึงด่านก็เตรียมการไว้คอยสู้รบ

ฝ่ายโลวจุนหงียกกองทัพมาถึงหน้าด่านหยกเนียกวนก็ตั้งค่ายมั่นลงไว้ แล้วจัดให้ซือจิน เจียสิว ตันตัด เอียชุน ลีตง สิย้ง เตียเก็งคุมทหารสามพันยกไปหักด่าน พังบวนชุนนั้นเตรียมการไว้พร้อมเห็นซือจินคุมทหารตรงมาก็ยิงเกาทัณฑ์ไปถูกบ่าซือจินตกม้าลง พวกทหารเหล่านั้นเห็นก็กรูกันเข้าช่วย ลุยอิน เกยเจ็กกับทหารทั้งปวงในด่านก็ระดมยิงเกาทัณฑ์มาดังห่าฝนถูกซือจิน เจียสิว ตันตัด เอียชุน ลีตง สิย้ง เตียเก็งตาย ทหารที่รอดมาได้ประมาณร้อยเศษรีบกลับเข้าค่ายแจ้งความให้โลวจุนหงีฟัง โลวจุนหงีตกใจร้องไห้อาลัยรักพี่น้องแล้วปรึกษากับจูบู๊ผู้เป็นกุนซือว่า ด่านหยกเนียกวนนี้เราเพิ่งยกกองทัพมาถึงจึงให้พี่น้องไปดูท่วงทีก่อน แต่ยังไม่ทันเข้าสู้รบก็เสียพี่น้องทั้งเจ็ดนายกับทหารเป็นอันมาก จะคิดอ่านสู้รบประการใดจึงจะเข้าหักด่านหยกเนียกวนได้

จูบู๊ว่าผู้รักษาด่านกับนายและพลทหารฝีมือเข้มแข็งนัก จะยกเข้าหักเอาโดยกำลังและฝีมือเห็นจะไม่ได้ ต้องให้ซิเซียนไปสืบดูให้รู้ท่วงทีก่อนแล้วจึงคิดอุบาย ช่วยกันตีขนาบทั้งสองด้านจึงจะเอาชัยชนะได้ โลวจุนหงีเห็นชอบด้วยจึงสั่งให้ซิเซียน คุมทหารพอสมควรไปเที่ยวสืบดูในป่าหลายเวลาพบวัดแห่งหนึ่ง ซิเซียนก็เข้าไปดูเห็นหลวงจีนผู้เฒ่ามั่งอยู่จึงตรงเข้าคำนับแจ้งความว่าข้าพเจ้าเป็นทหารแผ่นดินซ้องยกกองทัพมาปราบปรามฮองละ บัดนี้พวกข้าพเจ้ายกเข้าหักด่านข้าศึกระดมยิงเกาทัณฑ์มาถูกพี่น้องข้าพเจ้าตายเจ็ดนาย ไม่มีอุบายที่จะเอาชัยชนะ จึงได้มาถามท่านดูว่าทางลัดข้ามไปหลังด่านมีบ้างหรือไม่ จงชี้แจงให้ทราบคงจะทดแทนคุณท่าน

หลวงจีนเฒ่าตอบว่า ซึ่งฮองละนั้นทำให้ราษฎรชาวบ้านได้ความคับแค้นมาก บัดนี้ท่านยกกองทัพมาปราบปรามข้าพเจ้ายินดีนัก ไพร่บ้านพลเมืองจะได้มีความสุขสืบไป ที่ชายเนินทิศตะวันตกมีทางเล็กตลอดไปจนหลังเนิน พวกข้าศึกเอาศิลาปิดช่องทางเสียมิให้เข้าออกนอกจากนั้นไม่มีอีก จงกลับไปแจ้งแก่แม่ทัพคิดการเสียโดยเร็วเถิด ซิเซียนก็ลาหลวงจีนผู้เฒ่าออกจากวัดตรงมาค่ายแจ้งความให้โลวจุนหงีฟัง โลวจุนหงีมีความยินดีจึงปรึกษากับจูบู๊ว่าจะคิดอ่านประการใด จูบู๊ว่าด่านหยกเนียกวนนี้อยู่ในป่ามีต้นไม้เรียงรายรอบ ต้องใช้ไฟจึงจะเอาชัยชนะได้ ท่านจงจัดให้ผู้ใดไปกับซิเซียนเตรียมเชื้อเพลิงลัดทางไปซุ่มอยู่หลังเนิน ถ้าเห็นไฟติดขึ้นก็ให้ลอบเข้าในด่านเอาเชื้อไฟจุดเผาบ้านเมืองขึ้น แล้วยกกองทัพเข้าตีหักในทันใดนั้นก็จะได้โดยง่าย

โลวจุนหงีเห็นชอบด้วยจึงสั่งซิเซียนกับทหารให้จัดการตามคำจูบู๊ว่า ซิเซียนก็เตรียมเชื้อเพลิง และสิ่งของพร้อมแล้วคุมทหารตรงไปถึงวัดเอาเงินสิบตำลึงกับเสบียงให้หลวงจีนผู้เฒ่าตอบแทนคุณแล้วก็ตรงไปข้างทิศตะวันตกตามคำหลวงจีนบอกเห็นมีศิลาปิดปากทางอยู่ ซิเซียนกับพวกพ้องและทหารพังศิลาที่ปิดทางนั้นเสียชวนกันไปซุ่มอยู่หลังเนิน

ฝ่ายโลวจุนหงีครั้นซิเซียนไปแล้วก็ยกออกจากค่ายตรงไปถึงหน้าด่านจึงให้ทหารเอาเชื้อเพลิงจุดป่าขึ้นลมนั้นก็พัดกระพือไฟติดลามไปริมด่าน

ฝ่ายพังบวนชุนกับนายทหารและทหารทั้งปวงได้ชัยชนะแก่กองทัพแผ่นดินซ้องครั้งหนึ่งก็มีความยินดีตั้งรักษาด่านอยู่เข้มแข็ง ครั้นแจ้งว่ากองทัพแผ่นดินซ้องเอาไฟจุดป่าริมด่านขึ้น จึงคุมทหารมาป้องกันหน้าด่านไว้อย่างกวดขัน ซิเซียนกับพวกพ้องและทหารเห็นดังนั้นก็ชวนกันเอาเชื้อเพลิงเผากองหญ้าและบ้านเรือนหลังเนินขึ้นจุดประทัดแตกระดมเข้าไป นายทหารและไพร่พลในด่านเห็นดังนั้นก็แตกตื่นระส่ำระสายมิได้คิดสู้รบ พังบวนชุนเห็นดังนั้นก็ตกใจคุมทหารรบไปจะดับเพลิงที่ติดขึ้นหลังเนิน โลวจุนหงีเห็นไฟติดพร้อมทั้งสองด้านก็ให้อูเอียนเจียกขับทหารเข้าด่านได้ไล่ฆ่าฟันเป็นตะลุมบอน พังบวนชุนกับนายทหารเห็นกองทัพแผ่นดินซ้องหักเข้าด่านได้ก็เสียใจไม่เป็นอันสู้รบ ซึงลิบตรงเข้าจับลุยอิน งุยเต็งก๊กตรงเข้าจับเกยเจ๊กได้พังบวนชุนนั้นทิ้งด่านเสียหนีไปเมืองฮิมจิว ทหารแผ่นดินซ้องก็รุกไล่ฆ่าฟันทหารในด่านตายลงเป็นอันมาก โลวจุนหงีจึงยกกองทัพเข้าตั้งมั่นอยู่ในด่านแล้วเอาตัว ลุยอิน เกยเจ๊ก ทหารข้าศึกทั้งสองที่จับได้มาผ่าอกเอาหัวใจออกเซ่น ซือจิน เจียสิว กับทหารสี่นายที่ตายแต่งการฝังศพพี่น้องตามยศขุนนางเสร็จแล้ว จึงบอกข้อความไปถึงเตียเจียวท้อให้ทราบจัดการรักษาด่านเรียบร้อยปกติ โลวจุนหงีก็ยกกองทัพออกจากด่านไปใกล้จะถึงเมืองฮิมจิวก็ตั้งค่ายมั่นลงไว้

ฝ่ายพังบวนชุนเสียทีแก่กองทัพโลวจุนหงีหนีไปถึงเมืองฮิมจิวเข้าแจ้งความซึ่งเสียด่านให้ผู้รักษาเมืองฟังทุกประการ

ฝ่ายฮองเก๋าผู้รักษาเมืองฮิมจิว เป็นอาของฮองละเวลาวันนั้นออกว่าราชการพร้อมด้วยขุนนางนายทหารได้ฟังพังบวนชุนมาแจ้งความก็ตกใจจึงว่าด่านหยกเนียกวนนี้เป็นขอบขันธ์สำหรับป้องกันเมืองฮิมจิว บัดนี้กองทัพแผ่นดินซ้องยกข้ามด่านมาได้จะคิดอ่านสู้รบอย่างไรดี

เฮงอิ๋นขุนนางตำแหน่งที่เซียจือคำนับแล้วว่า พังบวนชุนนี้มีโทษอยู่เพราะด้วยกำเริบเห็นว่ามีชัยชนะครั้งหนึ่งก็นอนใจไม่ระวังตรวจตราจึงได้เสียทีแก่ข้าศึก บัดนี้กองทัพแผ่นดินซ้องก็รุกล่วงเข้ามาขอให้พังบวนชุนยกไปสู้รบอีก ถ้ากองทัพแผ่นดินซ้องแตกหนีไปความชอบนั้นจะได้ลบล้างโทษ ฮองเก๋าได้ฟังก็เห็นชอบจึงจัดทหารห้าพันมอบให้พังบวนชุนไปทำการแก้ตัว พังบวนชุนคำนับลาคุมทหารออกจากเมืองแล้วฮองเก๋าก็เตรียมกองทัพไว้พร้อม ถ้าแม้นกองทัพแผ่นดินซ้องเสียทีจะได้ยกออกซํ้าเติมเอาให้แตกไป

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ