๖๓

ฝ่ายเจียสิวจูงมือโลวจุนหงีวนเวียนอยู่ในเมืองด้วยไม่รู้จักทาง โลวจุนหงีนั้นตกใจกลัวสิ้นสติ ไม่รู้ว่าจะหนีไปทางไหน พอทหารไล่ตามไปทันก็กรูกันเข้าล้อมจับเจียสิวกับโลวจุนหงีได้ คุมตัวมาส่งให้ผู้รักษาเมือง

เจียสิวเห็นเนียตงซีก็ด่าด้วยคำหยาบช้า แล้วพูดว่า ซ้องกั๋งพี่เราเจ้าของตำบลเขาเนียซัวเปาะจะยกกองทัพมาตีเมืองปักเกียจับผู้รักษาเมืองกับญาติพี่น้องฆ่าเสียให้สิ้นทั้งสามชั่วโคตร บรรดาขุนนางและกรมการได้ฟังดังนั้นก็พากันตกใจกลัวตะลึงอยู่ เนียตงซีผู้รักษาเมืองได้ฟังก็นั่งตรึกตรองไม่โต้ตอบประการใด สั่งให้เอาคามาใส่โลวจุนหงีกับเจียสิวมอบให้ชัวฮกกับชัวเค่งจำขังคุกไว้ ชัวฮกกับชัวเค่งก็คุมตัวโลวจุนหงีกับเจียสิวไปจำไว้ ณ คุก จัดให้โลวจุนหงีกับเจียสิวหลับอยู่ด้วยกันตามสบาย ถึงเวลาเช้าเย็นก็จัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยงโลวจุนหงีกับเจียสิวทุกเวลามิได้ขาด

ฝ่ายโงวหยงซินแสกับไตจง ออกจากเขาเนียซัวเปาะเดินทางมาถึงเมืองปักเกีย ได้ยินชาวเมืองเล่าลือกันว่า ผู้รักษาเมืองให้คุมตัวโลวจุนหงีไปฆ่าที่กลางตลาด มีพวกโจรเขาเนียซัวเปาะมาแก้เอาโลวจุนหงีพากันหนีไป พวกทหารตามทันจับโจรผู้นั้นกับโลวจุนหงีมาได้จำขังคุกไว้ก็คงตายในเร็วๆ นี้ โงวหยงแจ้งความก็เขียนหนังสือหลายฉบับเอาไปเที่ยวทิ้งไว้แถวในเมืองและนอกเมือง ปรารถนาจะไม่ให้ทำอันตรายกับคนทั้งสองได้ โงวหยงซินแสกับไตจงก็ออกจากเมืองปักเกียรีบกลับไปเขาเนียซัวเปาะ

ฝ่ายเนียตงซีผู้รักษาเมือง ครั้นรุ่งขึ้นเช้าก็ให้หาเฮงไทซิวขุนนางที่ปรึกษามาให้ไปตรวจตราผู้คนที่เหยียบกันป่วยเจ็บล้มตายด้วยเรื่องความโลวจุนหงีนั้นมากน้อยเท่าใด เฮงไทซิวไปตรวจดูได้ความว่า ตายประมาณแปดสิบคน ที่เจ็บป่วยนั้นหลายร้อย เนียตงซีก็จ่ายเงินทองให้ไปจัดแจงฝังศพผู้ตาย ที่เจ็บป่วยนั้นก็หาหมอรักษาพยาบาล บรรดาคนในเมืองและนอกเมืองเก็บได้หนังสือที่พวกตำบลเขาเนียซัวเปาะทิ้งก็นำมาส่งกับผู้รักษาเมืองเป็นหลายฉบับ เนียตงซีรับมาอ่าน มีความว่า “พวกของซ้องกั๋งตั้งอยู่ที่เขาเนียซัวเปาะ สัตย์ซื่อสุจริตด้วยกันทั้งสิ้น เขียนหนังสือมาทิ้งให้ผู้รักษาเมืองและกรมการทั้งปวง ซึ่งรักษาเมืองปักเกียตำบลไต้เม่งฮู้รู้ทั่วกัน ด้วยโลวจุนหงีเป็นคนสัตย์ซื่อ เราจึงไปเชิญโลวจุนหงีมาปรารถนาจะได้ช่วยกันทำราชการบำรุงแผ่นดิน เหตุไฉนจึงคบคิดกันแกล้งใส่ความทำโทษโลวจุนหงี เราให้เจียสิวมาฟังข่าวไม่รู้ว่าเหตุอย่างไรจึงจับตัวเจียสิวจำคุกไว้ด้วยกันทั้งสองคน แม้ว่าเห็นแก่กัน อย่าให้ชีวิตคนทั้งสองเป็นอันตราย จงส่งตัวลีกูซึ่งเป็นชู้ของนางเกสีออกมา เราหาว่ากล่าวการอื่นต่อไปไม่ ถ้าทำให้คนทั้งสองเป็นอันตรายแล้ว เราจะยกพวกมาปราบปรามเมืองปักเกียแก้แค้นทดแทนให้จงได้ ถ้าท่านผู้ที่ซื่อสัตย์และราษฎรชาวเมืองปักเกียรู้ความในหนังสือแล้ว อย่าได้ตกใจจงอุตส่าห์หากินไปเถิด” เนียตงชีแจ้งความแล้วก็หาเฮงไทซิวมาปรึกษาว่าการเรื่องนี้จะคิดอ่านอย่างไรดี

เฮงไทซิวนั้นเป็นคนฉลาดพูดจาอ่อนหวานก็พูดคล้อยตามว่า ซึ่งพวกโจรเขาเนียซัวเปาะนั้นกองทัพหลวงยกไปปราบปรามเป็นหลายครั้งก็ไม่ได้ชัยชนะ ทหารเมืองเราก็เบาบางที่ไหนจะต้านทานได้ ข้าพเจ้าคิดเห็นว่าซึ่งคนทั้งสองนั้นให้งดรอไว้ก่อน ต้องมีหนังสือบอกเข้าไปกราบทูลพระเจ้าซ้องฮุยจงกับชัวไทซือขุนนางผู้ใหญ่ทราบเสียก่อน แล้วจัดนายทหารคุมไพร่พลออกไปตั้งค่ายมั่นอยู่นอกเมือง จะได้ป้องกันพวกโจร ท่านจะเห็นประการใด

เนียตงซีว่า ท่านพูดนี้ชอบแล้ว จึงให้หาชัวฮก ชัวเค่งมาสั่งว่าคนทั้งสองนั้นสำคัญนักจะจำขังไว้ให้แน่นหนาก็กลัวจะตาย ครั้นละเลยไว้ก็กลัวจะหนี เจ้าจงอุตส่าห์ระวังรักษาอย่าให้คนทั้งสองลำบาก ชัวฮก ชัวเค่งได้ฟังก็มีความยินดี คำนับลากลับไปคุก จัดแจงให้โลวจุนหงีกับเจียสิวมีความสุขยิ่งกว่าแต่ก่อน เนียตงซีให้หาบุนตัดขุนนางนายทหารตำแหน่งที่โตวกำที่เรียกว่าตัวตอ กับลีเส็งนายทหารที่เรียกว่าเทียนอ๋องมาเล่าความซึ่งพวกเขาเนียซัวเปาะทิ้งหนังสือว่ากล่าวกับเฮงไทซิว ชี้แจงการงานให้นายทหารทั้งสองฟังทุกประการ

บุนตัด ลีเส็งจึงพูดว่า พวกโจรจะกล้าทิ้งถิ่นฐานเจียวหรือ ท่านอย่ามีความวิตกเลย ตัวข้าพเจ้าก็รับเบี้ยหวัดเงินเดือนอยู่เป็นนิตย์ คิดจะสนองพระเดชพระคุณทุกเวลา จะขอคุมทหารไปตั้งค่ายอยู่นอกเมือง ถ้าพวกโจรถึงที่ตายก็คงทิ้งถิ่นมาจะฆ่าเสียให้สิ้น เนียตงซีได้ฟังก็ดีใจจึงให้เอาแพรต่วนปักด้วยไหมทองอย่างดีมารางวัลให้นายทหารทั้งสอง บุนตัด ลีเส็ง รับของแล้วก็ลาผู้รักษาเมืองกลับไปบ้าน

ครั้นรุ่งขึ้นเช้า ลีเส็งนายทหารใหญ่ให้หาบรรดานายทหารรองมาปรึกษา พอซกเถียวเดินมา ซกเถียวนั้นรูปร่างลักษณะดีฝีมือเข้มแข็งเป็นทหารของลีเส็ง ลีเส็งเห็นก็เรียกซกเถียวเข้ามาแล้วบอกว่า โจรพวกซ้องกั๋งจะยกกองทัพมาตีเมืองปักเกียในเร็วๆ นี้ เจ้าจงจัดหาทหารที่ได้ว่ากล่าวยกออกไปตั้งค่ายมั่นไว้นอกเมืองคอยป้องกันพวกโจรก่อนแล้วเราจะยกตามออกไป

ซกเถียวรับคำสั่งคำนับมาจัดทหารพร้อมด้วยเครื่องศัสตราวุธเสร็จแล้วก็คุมทหารออกจากเมืองปักเกีย ไปตั้งค่ายมั่นอยู่ที่ตำบลปวยโฮวเกาะชายเขาโกวซัว ห่างเมืองระยะทางสามสิบลี้ ครั้นรุ่งขึ้นเช้าลีเส็งจัดทหารและเครื่องศัสตราวุธและเสบียงอาหารพร้อมยกกองทัพออกจากเมืองไปตั้งค่ายอยู่ตำบลฮวยซิวชายเนิน ห่างจากกำแพงเมืองทางยี่สิบลี้ แล้วเกณฑ์ทหารให้ขุดหลุมไว้ตามทางทั้งสามด้าน มีทหารถืออาวุธซุ่มอยู่คอยพวกโจรที่ยกมาจะได้สู้รบ

ฝ่ายโงวหยงซินแสกับไตจงรีบเดินทางไปถึงเขาเนียซัวเปาะก็เล่าความซึ่งเจียสิวกับโลวจุนหงีถูกทหารจับไปได้อีกและเรื่องทิ้งหนังสือให้ซ้องกั๋งกับพี่น้องเหล่านั้นฟังทุกประการ ซ้องกั๋งแจ้งความก็โกรธยิ่งนักจึงตีกลองสัญญาขึ้น บรรดาพี่น้องทั้งปวงก็มาพร้อมกันยังตงงิตึงที่ชุมนุม นั่งเป็นลำดับกันตามตำแหน่ง

ซ้องกั๋งจึงพูดทับโงวหยงซินแสว่า เดิมท่านคิดอุบายไปล่อลวงโลวจุนหงีมาเหมือนกับแกล้งให้เป็นโทษ ยังซ้ำเจียสิวพี่น้องของเราอีกคนหนึ่งก็พลอยไปต้องโทษด้วย จะคิดอุบายอย่างไรดีจึงจะช่วยคนทั้งสองได้ โงวหยงซินแสว่า ท่านอย่าวิตกเลย ข้าพเจ้าจะยกไปปราบปรามให้เรียบร้อยให้จงได้ รุ่งขึ้นพรุ่งนี้เป็นวันดี เชิญท่านจัดแบ่งพวกพ้องไพร่พลไว้รักษาตำบลนอกจากนั้นให้ยกไปตีเมืองปักเกียด้วยกันทั้งสิ้น

ขณะนั้นลีขุยจึงพูดขึ้นว่า ขวานของข้าพเจ้าสองเล่มนี้ไม่ได้ฆ่าผู้คนมาช้านานแล้ว ครั้นได้ยินว่าจะไปตีหักบ้านเมือง ขวานสองเล่มนี้มีความยินดียิ่งนัก พี่จงให้ข้าพเจ้าคุมไพร่พลสักห้าร้อยจะได้ยกไปตีเอาเมืองปักเกีย แก้เอาโลวจุนหงีกับเจียสิวออกมา

ซ้องกั๋งว่า น้องมีกำลังว่องไวก็จริง แต่เมืองนี้จะเปรียบเหมือนที่อื่นไม่ได้ เนียตงซีเป็นบุตรเขยของชัวไทซือขุนนางผู้ใหญ่ไพร่พลมีมาก นายทหารอีกสองคนฝีมือเข้มแข็งนักต้านทานได้ถึงหมื่นคน ชื่อบุนตัดกับลีเส็ง ถ้าจะสู้รบโดยกำลังเห็นไม่ได้ ลีขุยก็อ้อนวอนจะขอยกไปเป็นทัพหน้า

โงวหยงซินแสจึงพูดว่า ถ้าเจ้าอยากจะเป็นเซียนฮองทัพหน้าแล้วจงตรึกตรองให้จงดีอย่าให้เสียทีข้าศึก ลีขุยก็รับคำมีความยินดีนัก พอเวลาจวนเย็น ซ้องกั๋งสั่งปวยชวนมีหนังสือไปถึงตามบรรดาพี่น้องที่รักษาด่านเขตแดนให้รู้ทั่วกัน จัดไพร่พลเครื่องศัสตราวุธเสบียงอาหารตามหมู่ของตัวไว้ให้พร้อม ถึงกำหนดวันดีจะยกกองทัพไป

ขณะนั้นเพิ่งจะเข้าฤดูแล้ง ม้าลาก็อ้วนพีมีกำลัง ไพร่พลก็เข้มแข็งด้วยหยุดรบมาช้านาน ครั้นแจ้งในหนังสือประกาศก็มีความยินดีจัดเครื่องศัสตราวุธต่างๆ ไว้พร้อม ให้ลีขุยเป็นนายทหารทัพหน้าคุมไพร่พลห้าร้อย ทัพที่สองเกยเตียน เกยโป ขงเม่ง ขงเหลียง คุมไพร่พลพันหนึ่ง ทัพที่สามนั้นทหารหญิง นางโฮ้วซาเหนีย นางซึงยีเหนีย นางโกวตัวซอคุมไพร่พลพันหนึ่ง ทัพที่สี่ลิเอง ซึงซิน คุมไพร่พลพันหนึ่ง ซ้องกั๋งกับโงวหยงซินแสเป็นแม่ทัพใหญ่มีทหารสำหรับป้องกันสี่นาย คือ ลือฮวง กวยเส็ง ซึงลิบ อึงซิน ทหารหน้าคือฉินเหม็ง แป๊ะสิน ฮั่นทอ เผ็งกี ทหารหลังคือ ลิมชอง เบ๊หลิน เต็งฮุย ทหารข้างซ้ายนั้นคืออูเอียนเจียก อาวเผ็ง เอียนสุน ทหารข้างขวานั้นคือ ฮวยหยง ตันตัด เอียชุน เอาเลงจิ้นช่างทำปืนไปด้วย ให้ไตจงกับพวกพ้องหลายคนรับส่งเสบียงอาหารแล้วคอยสืบข่าวคราว ให้กงซุนสิน เล่าตง จูตง มกหอง อยู่รักษาตำบล ค่ายในนํ้านั้นให้ลี้จุนกับพวกพ้องคุมไพร่พลรักษาเรียบร้อยแล้ว พอถึงวันฤกษ์ดีก็ยกกองทัพออกจากเขาเนียซัวเปาะเดินทางเป็นลำดับกันตรงไปเมืองปักเกีย

ฝ่ายซกเถียวตั้งค่ายมั่นอยู่ตำบลปวยโฮ้วเกาะ ตรึกตรองจะสู้รบกับพวกโจร พอม้าใช้สืบข่าวราชการมาแจ้งว่า ซ้องกั๋งยกกองทัพมาเป็นอันมากเกือบจะถึงเขตแดนอยู่แล้ว ซกเถียวแจ้งความก็ตระเตรียมทหารไว้พร้อม ม้าใช้ก็รีบไปยังค่ายตำบลฮวยซิว แจ้งความกับลีเส็งตามซึ่งพวกโจรยกมา ลีเส็งจึงแต่งตัวถืออาวุธขึ้นม้า คุมทหารออกจากค่ายมาหาซกเถียวปรึกษาการที่จะสู้รบกับพวกโจร ครั้นรุ่งขึ้นเช้า ลีเส็งกับซกเถียวจัดทหารหมื่นห้าพันยกออกจากค่ายไปตั้งขบวนคอยสู้รบ ตัวลีเส็งกับซกเถียวถืออาวุธขึ้นม้าไปยืนอยู่หน้าทหาร

ฝ่ายลีขุยคุมไพร่พลห้าร้อยเป็นทัพหน้ายกมาก่อน เห็นทหารเมืองปักเกียออกตั้งขบวนคอยจะสู้รบก็เร่งไพร่พลตรงมา ลีเส็งกับซกเถียวจำได้ว่าลีขุยพวกโจรเขาเนียซัวเปาะก็ขับม้าตรงเข้าไปทั้งสองนาย

ลีขุยขับม้าขึ้นหน้าร้องตวาดว่า นายทหารเมืองปักเกียจำเราไม่ได้หรือ คือตัวลีขุยที่เรียกว่าเฮกซวนฮอง ฝีมือเข้มแข็งอยู่ที่เขาเนียซัวเปาะ ลีเส็งว่า เราได้ยินข่าวเล่าลือทุกเวลาว่า ที่เขาเนียซัวเปาะมีผู้ฝีมือเข้มแข็งนัก หารู้จักว่าผู้ใดไม่ บัดนี้ได้เห็นแล้วคือรูปร่างหน้าตาอย่างนี้ดอกหรือ ยังจะมาอวดอ้างฝีมือกับผู้อื่นด้วย ซกเถียวนายทหารจงไปจับเอาตัวมาฆ่าเสีย ซกเถียวได้ฟังก็หัวเราะแล้วสั่งเหงเต็งให้คุมทหารม้าร้อยหนึ่งเข้าบุกรุกฆ่าฟันพวกโจร ลีขุยกับไพร่พลต้านทานทหารม้าไม่หยุดก็แตกหนีกระจัดกระจาย ซกเถียวคุมทหารไล่ตามไปพ้นตำบลยูเกถง

ขณะนั้นเกยเตียน เกยโป ขงเม่ง ขงเหลียง กองทัพที่สองมาถึงก็เข้าช่วยลีขุยสู้รบ ซกเถียวเห็นพวกโจรยกหนุนมาช่วยก็ตกใจไม่อาจบุกรุกเข้าไป ชักม้ากลับมาที่ขบวนบอกแก่ลีเส็งว่า ข้าพเจ้าไล่ตามไปถึงชายป่าพอกองทัพหนุนพวกโจรยกเข้าช่วยกันเห็นเหลือกำลังจึงได้กลับมา ลีเส็งว่ากลัวอะไรกับโจรเช่นนี้

พูดแล้วก็คุมทหารหน้าออกจากขบวนรบตำบลยูเกถงไป พอเห็นไพร่พลยกมาอีกหนังสือที่ธงบอกว่านายทหารหญิง นางโฮ้วซาเหนียอยู่กลาง นางโกวตัวซอกับนางซึงยีเหนียอยู่สองข้างซ้ายขวา ลีเส็งสั่งให้ซกเถียวขับทหารเข้าไปสู้รบ นางโฮ้วซาเหนียเห็นดังนั้นก็ขับม้าเข้าระหว่างเขา ลีเส็งแบ่งทหารเป็นหลายกองยกตามไป พอกองทัพลิเอง ชาจิน ซึงซินสามนายคุมไพร่พลยกมาถึง ลีเส็งเห็นพวกโจรยกมาหลายกองก็นึกครั่นคร้ามคุมทหารกลับมายังตำบลยูเกถง เกยเตียน เกยโป ขงเม่ง ขงเหลียง ก็คุมไพร่พลกลับมา นายทหารหญิงทั้งสามที่หนีไปชวนกันชักม้ากลับคุมไพร่พลบุกรุกมาทางข้างหลัง ลีเส็งกับนายทหารที่แยกย้ายออกต้านทานเห็นพวกโจรรุกกระชั้นเข้ามาก็ล่าถอย ลีขุยทัพหน้าที่ยกมาก่อนคอยสกัดอยู่ พอลีเส็งถอยกลับก็เข้าไล่ฆ่าฟัน พวกพ้องไพร่พลเหล่านั้นไล่ตามมาทันก็ประดังกันเข้าล้อมลีเส็งกับพวกทหารไว้ไล่ฆ่าฟันเป็นตะลุมบอน ลีเส็งกับซกเถียวเหลือกำลังที่จะต้านทานก็ฟันฝ่าออกจากที่ล้อมหนีไปได้ พวกซ้องกั๋งก็ไม่ติดตามชวนกันรวบรวมไพร่พล ตั้งค่ายมั่นอยู่ข้างทิศเหนือคอยท่ากองทัพซ้องกั๋งอยู่

ฝ่ายลีเส็งกับซกเถียวคุมทหารหนีไปถึงค่าย ตรวจดูทหารล้มตายลงเป็นอันมาก จึงใช้ให้ทหารรีบเข้าไปในเมืองแจ้งความกับเนียตงซีตามซึ่งได้สู้รบกับพวกโจรทุกประการ เนียตงซีผู้รักษาเมืองมีความวิตกนัก ให้หาบุนตัดนายทหารใหญ่มาในเวลากลางคืน สั่งให้คุมทหารที่ได้ว่ากล่าวยกออกไปช่วยลีเส็ง บุนตัดรับคำสั่งจัดทหารพร้อมแล้วก็ยกออกจากเมืองปักเกียตรงไปค่ายที่ตำบลฮวยซิว ลีเส็ง ซกเถียว ออกมาต้อนรับ เชิญบุนตัดเข้าไปในค่ายปรึกษาการที่จะยกไปสู้รบพวกโจร รุ่งขึ้นเช้าก็ตระเตรียมทหารพร้อมด้วยเครื่องศัสตราวุธยกออกจากค่ายตรงไปตำบลยูเกถง ทัพซ้องกั๋งยกตรงมาเกือบจะถึง บุนตัดก็ให้ทหารตั้งขบวนรบเตรียมธนูและเกาทัณฑ์ ให้ยืนเรียงรายอยู่ริมขบวนคอยสู้รบต้านทาน พอกองทัพซ้องกั๋งยกมาถึง ฉินเหม็งก็ขับม้าขึ้นหน้าร้องด้วยเสียงอันดังว่า พวกขุนนางกังฉินเหล่านี้ไม่รู้หรือ เราจะยกกองทัพมาตีเอาบ้านเมืองเสียหลายครั้งหลายหน แต่มีความวิตกถึงราษฎรทั้งปวงจะพากันตกใจกลัวไม่เป็นอันทำมาหากินจึงได้งดไว้ แม้นว่ามีความเกรงกลัวจงส่งโลวจุนหงี เจียสิวกับลีกู ชู้ของนางเกสีออกมาให้เราก็จะถอยกองทัพกลับไป ถ้าไม่ยอมก็คงจะได้เห็นกัน บุนตัดได้ฟังก็โกรธร้องถามนายทหารว่า ผู้ใดจะอาสาจับโจรผู้นี้ได้บ้าง

ซกเถียวได้ฟังก็ขับม้าขึ้นหน้าร้องตวาดด้วยเสียงอันดังว่า เดิมเจ้าก็เป็นขุนนางอยู่ในเมืองหลวงเหตุใดจึงได้มาเป็นพวกโจร ถ้าจับตัวได้จะสับฟันเสียสักร้อยท่อน ฉินเหม็งได้ฟังก็โกรธถือกระบองสั้นขับม้าตรงมาซกเถียวก็ชักม้าเข้าสู้รบกับฉินเหม็งได้ยี่สิบเพลงไม่แพ้ชนะกัน ฮั่นทอพวกซ้องกั๋งขี่ม้าถือเกาทัณฑ์ยืนอยู่หน้าเห็นฉินเหม็งสู้รบกับซกเถียวนายทหาร ฮั่นทอก็ยิงเกาทัณฑ์มาถูกแขนซ้ายซกเถียวเจ็บป่วยยิ่งนักก็ชักม้าหนีกลับเข้าค่าย ซ้องกั๋งก็สั่งให้พวกพ้องไพร่พลบุกรุกฆ่าฟันขนาบไป ทหารเมืองปักเกียล้มตายโลหิตไหลนองไปทั้งแผ่นดิน บุนตัดกับทหารก็แตกหนีเลยไปถึงค่ายตำบลปวยโฮ้วเกาะ พอเวลาจวนเย็นจึงเข้าพักอยู่ที่ค่าย ตรวจดูทหารตายสามส่วนยังเหลืออยู่สองส่วนก็มีความวิตกนัก ซ้องกั๋งกับพวกพ้องไพร่พลรุกไล่มาถึงตำบลฮวยฮิวเข้าแย่งชิงเอาค่ายได้

โงวหยงซินแสจึงพูดว่า กองทัพเมืองปักเกียคงจะเกรงกลัว ถ้าไม่ยกตามไปซํ้าเติมเอาในขณะนี้ทิ้งไว้ช้าก็จะมีกำลังขึ้น ภายหลังจะคิดทำยาก ซ้องกั๋งได้ฟังก็มีความยินดี พอเวลาค่ำจึงจัดแจงพวกพ้องไพร่พลที่ฝีมือเข้มแข็งยกออกจากค่ายตำบลฮวยซิวแยกกันไปตำบลปวยโฮ้วเกาะทั้งสี่ด้าน

ฝ่ายบุนตัดอยู่ในค่าย ทหารม้าใช้เข้าไปแจ้งว่ามีกองทัพยกติดตามมาทางทิศตะวันออกจุดไฟสว่างเกือบจะถึงค่ายอยู่แล้ว บุนตัดก็ขึ้นม้าคุมทหารออกไปข้างทิศตะวันออก พอฮวยหยง เอียชุน ตันตัดคุมไพร่พลมาถึงก็ตีม้าล่อโห่ร้องอื้ออึงขึ้น บุนตัดเห็นดังนั้นก็ตกใจ คุมทหารกลับมายังตำบลปวยโฮ้วเกาะข้างทิศตะวันตก พอกองทัพอูเอียนเจียก อาวเผ็ง เอียนสุน รุกไล่กระชั้นเข้ามามีคบไฟสว่างทั่วไปทั้งป่า ฉินเหม็ง ฮั่นทอ เผ็งกีคุมไพร่พลมาถึงทิศเหนือก็รุกกระชั้นเข้าไป เลงจิ้นก็ยิงปืนขนาบมาที่กองทัพบุนตัดราวกับฟ้าดินจะทำลาย ลิมชอง เบ๊หลิน เต็งฮุยคุมไพร่พลมาถึงทิศใต้ก็ล้อมกองทัพบุนตัดไว้ทั้งสี่ด้านฟันขนาบเข้าไป ทหารบุนตัดพากันตกใจมิได้คิดสู้รบ บุนตัดนั้นถือง้าวอุตส่าห์สู้รบบุกบั่นออกมาได้หนีไปทางใหญ่ พบลีเส็งคุมไพร่พลหนีกลับมาก็เข้าสมทบกัน พวกซ้องกั๋งไล่ติดตามฆ่าฟันไป ลีเส็งสู้รบต้านทานถอยหนีไปจนเวลาสว่างถึงกำแพงเมืองปักเกีย เนียตงซีผู้รักษาเมืองแจ้งความก็ตกใจกลัวยิ่งนักเร่งเกณฑ์ทหารจะยกออกไปช่วย พอกองทัพที่หนีมาเข้าเมืองได้ก็ปิดประตูเมืองให้ทหารรักษาหน้าที่เชิงเทินไว้มั่นคง ซ้องกั๋งกับพวกพ้องไพร่พลก็ตั้งค่ายมั่นอยู่ที่ประตูตังหมึงทิศตะวันออกคิดการจะตีหักกำแพงเมืองเข้าไปให้ได้

ฝ่ายเนียตงซี ผู้รักษาเมืองปักเกีย จึงประชุมบรรดาขุนนางมาพร้อมปรึกษาว่าจะคิดอ่านแก้ไขประการใด ลีเส็งว่าบัดนี้กองทัพโจรยกมาประชิดเมืองเป็นการจวนตัวแล้วถ้าช้าไปก็จะเสียที ท่านจงมีหนังสือบอกเข้าไปเมืองหลวงให้ชัวไทซือนำขึ้นกราบทูลขอกองทัพมาช่วยโดยเร็ว แล้วมีหนังสือไปถึงหัวเมืองที่ใกล้ ๆ ให้ยกมาช่วยจึงจะไม่เป็นอันตราย

เนียตงซีได้ฟังก็เห็นชอบด้วยจึงเขียนหนังสือมอบให้เฮงเต๋งนายทหารรองถือเข้าไปเมืองหลวงและหัวเมืองใกล้เคียงทั้งปวง เฮงเต๋งรับหนังสือคำนับลามาจัดทหารม้าหลายคนเปิดประตูทอดสะพานข้ามคูออกจากเมืองปักเกียไปตังเกียเมืองหลวง เนียตงซีสั่งให้เฮงไทซิวเกณฑ์ราษฎรชาวบ้านแถวในเมืองขนเอาเครื่องศัสตราวุธแยกกันเพิ่มเติมขึ้นรักษาหน้าที่เชิงเทินประตูกำแพงเมืองไว้มั่นคง

ฝ่ายซ้องกั๋งตั้งค่ายประชิดเมืองอยู่ที่ประตูตังหมึง แยกพวกพ้องไพร่พลออกไปตั้งค่ายอยู่ที่ประตูไซหมึงทิศตะวันตกประตูปักหมึงทิศเหนือ ทั้งสามด้านเปิดว่างไว้ แต่ประตูน่ำหมึงทิศใต้ซ้องกั๋งให้พวกพ้องไพร่พลเข้าตีหักกำแพงเมือง ลีเส็ง บุนตัดคุมทหารออกสู้รบหลายครั้งก็ยังไม่แพ้ชนะกัน

ฝ่ายเฮงเต๋ง ผู้ถือหนังสือกับทหารม้าสามนายรีบไปถึงตังเกียเมืองหลวงก็ตรงไปบ้านชัวไทซือคำนับแล้วส่งหนังสือให้ ชัวไทซือรับมาฉีกผนึกออกอ่านแจ้งความก็ตกใจ จึงถามเฮงเต๋งว่าเหตุผลอย่างไรจึงได้รบพุ่งฆ่าฟันกันขึ้น เฮงเต๋งก็เล่าความเดิมชองโลวจุนหงีให้ฟังตั้งแต่ต้นจนปลาย แล้วว่าบัดนี้ซ้องกั๋งยกกองทัพมาได้สู้รบกันที่ตำบลฮวยซิว และตำบลปวยโฮ้วเกาะจนยกเข้าล้อมเมืองไว้ ชัวไทซือแจ้งความแล้วจึงพูดกับเฮงเต๋งว่า เจ้าเหน็ดเหนื่อยมาจงพักอยู่ที่โรงก๊วนก่อน เราจะปรึกษากับขุนนางทั้งปวงดูแล้วจึงจะจัดการ เฮงเต๋งตอบว่าเมืองปักเกียตำบลไต้เม่งฮู้นั้น เปรียบเหมือนฟองเป็ดตั้งอยู่บนศิลา ถ้าเสียท่วงทีลงบรรดาหัวเมืองเล็กน้อยมิพากันยับเยินไปสิ้นหรือ ขอท่านได้จัดให้กองทัพยกไปช่วยโดยเร็วเถิด

ชัวไทซือได้ฟังจึงให้ขุนนางที่สำหรับใช้ไปเชิญคูมิดไซขุนนางผู้ใหญ่มาปรึกษาว่าการนี้สำคัญนักจักช้าไม่ได้ คูมิดไซก็ไปพาไทอวยกับขุนนางทั้งปวงมาคำนับ ชัวไทซือจึงเล่าเรื่องความเมืองปักเกียตำบลไต้เม่งฮู้ให้ฟังตั้งแต่ต้นจนปลาย แล้วพูดว่าบรรดาขุนนางนายทหารจะมีอุบายประการใดบ้าง ขุนนางทั้งปวงได้ฟังก็แลดูตากันไม่โต้ตอบประการใด

ยังมีนายทหารผู้หนึ่งแซ่ซวนชื่อจั่นหน้าดำ จมูกโด่ง ผมหยิก หนวดแดง รูปร่างสูงใหญ่ฝีมือเข้มแข็งชำนิชำนาญเกาทัณฑ์มือ เป็นขุนนางตำแหน่งที่โตวเบ๊ออกมาคำนับชัวไทซือแล้วพูดว่า เดิมเมื่อข้าพเจ้ายังอยู่บ้านได้รู้จักชอบพอกับชายผู้หนึ่ง เป็นเทือกเถาเหล่ากวนอูแต่ครั้งแผ่นดินสามก๊กชื่อเส็ง หน้าแดง หนวดยาว รูปร่างคล้ายคลึงกับกวนอูถือง้าวใหญ่เป็นอาวุธสำหรับมือ คนทั้งปวงเรียกว่าตัวตอฝีมือเข้มแข็งนักสู้ได้ถึงหมื่นคน เล่าเรียนตำรับพิชัยสงครามชำนิชำนาญ เป็นขุนนางตำแหน่งซุ่นกันอยู่ ณ เมืองพูตัง ถ้าท่านไปเชิญกวนเส็งมาตั้งให้เป็นนายทหารใหญ่ให้ยกไปปราบปรามพวกโจรตำบลเขาเนียซัวเปาะคงเรียบร้อยราบคาบ ชัวไทซือได้ฟังก็ดีใจจึงทำหนังสือมอบให้ ซวนจั่นรับหนังสือคำนับลามาจัดแจงบ่าวไพร่ออกจากตังเกียไปในเวลากลางคืน ถึงเมืองพูตังก็ตรงไปบ้านกวนเส็ง

ขณะนั้นกวนเส็งนั่งพูดอยู่กับเชียซือบุ๋น คนใช้เข้าไปแจ้งว่าชาวตังเกียถือหนังสือมาถึงท่าน กวนเส็งได้ฟังก็ชวนเชียซือบุ๋นออกมาต้อนรับเชิญซวนจั่นเข้าไปข้างใน คำนับกันตามธรรมเนียมแล้วพูดว่า ท่านกับเราไม่ได้พบกันช้านาน บัดนี้ท่านมาหามีธุระสิ่งใดหรือ

ซวนจั่นว่าครั้งนี้ พวกโจรเขาเนียซัวเปาะยกไปตีเมืองปักเกียตำบลไต้เม่งฮู้ ผู้รักษาเมืองบอกเข้ามาขอกองทัพให้ยกไปช่วย ข้าพเจ้าจึงแจ้งความกับชัวไทซือว่าท่านมีฝีมือเข้มแข็งควรจะปราบพวกโจรรักษาบ้านเมืองได้ จึงรับสั่งให้ชัวไทซือมีหนังสือมาเชิญท่านเข้าไปเมืองหลวง พูดพลางก็ส่งหนังสือให้

กวนเส็งรับมาอ่านแจ้งความและได้ฟังซวนจั่นพูดก็ยินดี จึงบอกกับซวนจั่นว่า คนนี้แซ่เชียชื่อซือบุ๋นได้สาบานเป็นพี่น้องกับเรา เดิมมารดาของเชียซือบุ๋นจะมีครรภ์ ฝันเห็นว่าดาวมาจุติ ครั้นคลอดเชียซือบุ๋นออกมาจึงเรียกว่าแจมกก๊ก เชียซือบุ๋นมีฝีมือเข้มแข็ง ชำนิชำนาญเพลงอาวุธทั้งสิบแปดสิ่ง แต่เสียดายชื่อเสียงมาจมอยู่ที่นี่ แม้นว่าได้เชียซือบุ๋นไปช่วยปราบปรามบ้านเมืองคงเป็นสุขสืบไป ซวนจั่นก็มีความยินดีจึงพูดว่าขอเชิญท่านทั้งสองไปโดยเร็วเถิด

กวนเส็งก็สั่งเชียซือบุ๋นกับทหารที่ฝีมือเข้มแข็งสิบห้านาย ให้จัดเครื่องศัสตราวุธและเสื้อหมวกกับม้าที่สำหรับขี่พร้อม ชวนกันออกจากเมืองพูตังรีบเดินทางไปถึงตังเกียเมืองหลวงก็ตรงไปบ้านชัวไทซือ ซวนจั่นนำกวนเส็งกับเชียซือบุ๋นเข้าไปคำนับ ชัวไทซือเห็นรูปร่างลักษณะกวนเส็งสมควรจะเป็นขุนนางนายทหารใหญ่ได้ ก็มีความยินดีนักจึงถามกวนเส็งว่าอายุได้เท่าไร กวนเส็งว่าอายุข้าพเจ้าได้สามสิบปี ชัวไทซือจึงพูดว่า พวกโจรตำบลเขาเนียซัวเปาะยกมาล้อมเมืองปักเกียไว้ เจ้าคิดประการใดจึงจะกำจัดพวกโจรได้

กวนเส็งว่า พวกโจรเหล่านี้มีความกำเริบยิ่งนัก ทิ้งถิ่นมาคงเป็นอันตราย ครั้นจะยกไปช่วยเมืองปักเกียก็ป่วยการเปล่า ข้าพเจ้าจะคุมทหารยกตรงไปตำบลเขาเนียซัวเปาะก่อน ถึงพวกโจรรู้จะยกมาช่วยก็ไม่ทัน เมื่อปราบตำบลเขาเนียซัวเปาะราบคาบแล้วจึงจะจับพวกโจรเสียให้สิ้น ชัวไทซือได้ฟังก็เห็นชอบจึงพูดกับซวนจั่นว่า อุบายนี้ดีนักเหมือนกับใจเราคิดไว้ พูดแล้วก็ให้หาคูมิดไซขุนนางฝ่ายทหารมาสั่งให้เกณฑ์ทหารเมืองซัวตังกับเมืองฮ่อปักรวมกันเป็นทหารหมื่นห้าพัน ตั้งให้เชียซือบุ๋นเป็นเซียนฮอง ตั้งให้กวนเส็งเป็นแม่ทัพใหญ่ ให้ซวนจั่นเป็นทัพหนุน ให้ตวนเส็งไทอวยเป็นกองลำเลียงส่งเสบียงอาหาร จัดการแล้วกวนเส็งแม่ทัพกับเชียซือบุ๋น ซวนจั่นก็คำนับลากลับมาตระเตรียมทหารพร้อมสรรพไปด้วยเครื่องศัสตราวุธ ครั้นได้ฤกษ์ดีก็ยกออกจากตังเกียตรงไปตำบลเขาเนียซัวเปาะ

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ