๔๓

ซ้องกั๋งจึงว่าต้องประพฤติการสามอย่างคือหนึ่งอดสุรา อย่างที่สองนั้นน้องเป็นคนโทโสร้ายผู้ใดจะไปด้วยก็ไม่ได้ต้องไปแต่ผู้เดียว ที่สามนั้นขวานสองเล่มที่สำหรับถืออย่าได้เอาไป ตั้งใจเดินทางพบปะผู้คนจงอัชฌาสัย อย่าทำให้เกิดความรีบไปเร่งมาอย่านอนใจ

ลีขุยได้ฟังจึงตอบว่า การสามอย่างนี้น้องรับทำตามได้พี่อย่าวิตกเลย จะขอลาไปในวันนี้ ลีขุยก็จัดแจงแต่งตัวเอาเงินทองใส่ห่อผ้าลาพี่น้องออกจากเขาเนียซัวเปาะเดินทางตรงไปยังเมืองกิจิว ซ้องกั๋งจึงพูดกับพี่น้องทั้งปวงว่า ลีขุยไปครั้งนี้คงจะเกิดความ ด้วยเป็นคนดุร้ายต้องหาคนที่เป็นชาวเมืองกิจิวให้ติดตามไปฟังข่าวคราวดูจึงจะไม่เสียที โตวเซียนว่าเห็นจูกุ้ยเป็นชาวเมืองกิจิว ตำบลบ้านคิจูกุ้ยอยู่แห่งเดียวกับลีขุย ซ้องกั๋งได้ฟังก็รำลึกขึ้นได้ จึงพูดว่าข้าพเจ้าลืมไป เมื่อวันพบปะกันที่ศาลเจ้าแป๊ะเล่งเปียว ลีขุยจำจูกุ้ยได้ว่าเป็นคนบ้านเดียวกัน ซ้องกั๋งก็ให้คนไปเชิญจูกุ้ยมาจากโรงขายสุราแล้วพูดว่า ลีขุยเป็นคนดุร้ายนักหนา บัดนี้ไปรับมารดา ณ เมืองกิจิวแต่ผู้เดียว ครั้นจะให้ผู้คนไปด้วยก็กลัวจะเกิดความ เราคิดวิตกจึงหาตัวท่านมาเห็นว่าเป็นชาวบ้านเดียวกับลีขุย จงติดตามไปฟังข่าวคราวดูสักครั้งหนึ่ง จูกุ้ยว่าข้าพเจ้ามีพี่ชายชื่อจูบู๊ ตั้งโรงขายสุราอยู่นอกประตูเมืองกิจิวข้างทิศตะวันตก ลีขุยก็มีพี่ชายคนหนึ่งชื่อลีตัด แต่ลีขุยนั้นดุร้ายตีผู้คนตาย หนีมาเที่ยวอยู่ช้านานหาได้กลับไปบ้านไม่ บัดนี้ท่านจะให้ตามลีขุยไปฟังข่าวคราว ข้าพเจ้าจะขอรับอาสาไป ด้วยจากพี่น้องมาช้านานไม่แจ้งว่าเป็นประการใด จะได้เยี่ยมเยือนญาติพี่น้องด้วย แต่ข้าพเจ้ายังเป็นห่วงถึงโรงสุราหามีผู้ใดรักษาซื้อขายไม่ ซ้องกั๋งว่าการซึ่งจะขายที่โรงนั้นอย่าวิตก พี่จะให้โฮ้วเกียน เจียะย้งไปรักษาไว้จนกว่าน้องจะมา จูกุ้ยได้ฟังก็มีความยินดี ลากลับมาโรงจัดแจงสิ่งของห่อผ้าพร้อมเสร็จ มอบโรงให้โฮ้วเกียน เจียะย้งแล้วออกเดินตรงไปยังเมืองกิจิว

ฝ่ายลีขุยเมื่อเดินทางไปนั้นก็มิได้เกิดเหตุการณ์สิ่งใด รีบรัดเดินทางไปยังเมืองคิจูกุ้ย เห็นผู้คนยืนอยู่เป็นกลุ่มก็แวะเข้าไปดู มีหนังสือปิดอยู่ที่กำแพง ลีขุยนั้นไม่รู้จักหนังสือ ได้ยินชายผู้หนึ่งอ่านว่า นายโจรที่หนึ่งชื่อซ้องกั๋งตำบลบ้านซัวตัว แขวงเมืองหุนเสียกุ้ย ที่สองชื่อไตจงเป็นขุนนางว่าราชการฝ่ายคุก ณ เมืองกังจิว ที่สามชื่อลีขุยชาวเมืองกิจิวตำบลบ้านคิจูกุ้ย ลีขุยได้ฟังแต่เท่านั้นก็นิ่งอยู่

ฝ่ายจูกุ้ยรีบรัดมาถึงเมืองกิจิวแล้วก็เที่ยวเดินเล่น เห็นลีขุยยืนฟังผู้คนอ่านหนังสือก็ตกใจ ตรงเข้าไปจับมือไว้แล้วแกล้งร้องถามว่าพี่แซ่เตียจะไปไหน ลีขุยเหลียวมาดูเห็นจูกุ้ยจึงถามว่าน้องจะไปข้างไหนหรือ จูกุ้ยเรียกลีขุยมายังโรงขายสุรา ว่าพี่นี้กล้านักไปยืนอยู่ที่นั้นได้ ซึ่งหนังสือที่เขาปิดไว้ใจความว่า ถ้าผู้ใดจับตัวซ้องกั๋งที่หนึ่งได้จะให้เงินหนึ่งหมื่นตำลึง ถ้าจับไตจงที่สองได้จะให้เงินห้าพันตำลึง จับลีขุยที่สามได้จะให้เงินสามพันตำลึง ถ้าเขารู้จักมิเสียทีหรือ เมื่อพี่จากมาเตียวไก่กับซ้องกั๋งมีความวิตก จึงให้น้องมาตามถึงแต่เวลาวานนี้ก็เที่ยวหาอยู่ ลีขุยได้ฟังก็มีความยินดีบอกว่าพี่มาถึงวันนี้เอง แล้วถามว่าน้องอยู่แถวนี้หรือจึงได้รู้จักชอบพอกับโรงขายสุรา จูกุ้ยบอกว่าโรงขายสุราของพี่ชายเรา แล้วร้องเรียกจูบู๊พี่ชายออกมาให้พูดจารู้จักกับลีขุยไว้ จูบู๊ก็จัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยง ลีขุยจึงพูดว่า พี่ซ้องกั๋งสั่งไม่ให้เสพสุรา เมื่อขณะเดินทางมาก็มิได้กินจึงได้ช้าอยู่ บัดนี้มาถึงแล้วจะเสพสุขบ้างก็เห็นจะไม่เป็นไร จูกุ้ยก็มิได้ห้ามปราม ชวนกันกินโต๊ะเสพสุราเสร็จแล้วจึงบอกกับลีขุยว่า ซึ่งจะไปรับมารดาของพี่หนทางตำบลเป็กเตียงซึงคิจูกุ้ยนั้นมีอยู่สองทาง ครั้นจะเดินไปตามถนนหลวงก็กลัวคนทั้งปวงจะพบปะ ครั้นจะไปทางลัดมีผู้ร้ายชุกชุมสัตว์ป่าก็ดุร้ายนัก ตามแต่พี่จะคิดอ่านจะได้กลับเขาเนียซัวเปาะด้วยกันโดยเร็ว ลีขุยว่าน้องจงคอยอยู่ที่นี้พี่จะรีบไป แต่ผู้คนจะแย่งชิงกับเสือร้ายนั้นหากลัวไม่ พูดแล้วก็ลาจูกุ้ยออกจากโรงไป

ขณะนั้นจวนจะสว่างเห็นชายผู้หนึ่งหน้าดำรูปร่างสูงใหญ่ ถือขวานสองมือเดินตรงออกมา ร้องตวาดว่าถ้าจะเดินทางนี้จงเอาเงินค่าทางมา แม้นไม่มีเงินก็เอาห่อผ้าไว้ก่อน ลีขุยได้ฟังก็โกรธร้องตวาดว่า เจ้านี้แซ่ใดชื่อไร บังอาจมาตั้งเป็นโจรคอยปล้นอยู่ที่นี่ ไม่กลัวความตายหรือ ลิกุ้ยตอบว่าเจ้ามาถามชื่อเราก็จะบอกให้ แต่รู้แล้วอย่าวิ่งหนี ชาวบ้านเรียกเราว่าเฮ็กซวนฮอง ลีขุยได้ฟังก็หัวเราะพูดว่า เจ้าช่างกล้าหาญนัก เอาชื่อเรามาเที่ยวหลอกคนเดินทางแย่งชิงเอาเงินทองเขาอยู่ดังนี้ดอกหรือ พูดแล้วก็ชักกระบี่ตรงต่อเข้าสู้ ลิกุ้ยทานกำลังลีขุยไม่ได้ก็ล้มลง ลีขุยเอาเท้าเหยียบไว้แล้วถามว่าเจ้ารู้จักเราหรือไม่ ก็เงื้อกระบี่ขึ้นจะฟัน ลิกุ้ยร้องว่า บิดาข้าพเจ้าขอชีวิตไว้สักครั้งหนึ่งเถิด ลีขุยจึงพูดว่าเรานี่คือลีขุยที่เรียกว่าเฮ็กซวนฮอง ฝีมือเข้มแข็งผู้คนย่อมรู้อยู่ทั้งสิ้น เหตุใดเจ้าจึงเอาชื่อเรามาปลอมดังนี้ ลิกุ้ยว่าข้าพเจ้าเป็นชาวบ้านแซ่ลิชื่อกุ้ย มิใช่เฮ็กซวนฮองดอก ข้าพเจ้าได้ยินชื่อเสียงของท่านปรากฏ ผู้คนเกรงกลัวเป็นอันมาก จึงปลอมเป็นชื่อท่านมาหากินอยู่ตามแถวป่านี้ คนทั้งปวงเดินทางมาข้าพเจ้าออกสกัดหน้าร้องบอกชื่อของท่าน พวกเหล่านั้นสำคัญว่าจริงก็ทิ้งเงินทองและข้าวของเสียวิ่งหนีไป ข้าพเจ้ามิได้ทำให้ผู้ใดเป็นอันตรายท่านจงเมตตาเถิด ลีขุยว่าเจ้าถือขวานสองมือให้เหมือนเราคอยแย่งชิงคนทั้งปวงอยู่มิได้ขาด เพราะบาปอันนี้ตามมาทันดลใจให้เรามาพบ และขวานของเจ้านั้นก็จะตัดศีรษะตัวเจ้าเอง ลีขุยจึงแย่งเอาขวานได้เงื้อขึ้นจะตัดศีรษะเสีย ลิกุ้ยตกใจกลัวพูดว่า ท่านฆ่าข้าพเจ้าคนเดียวก็เหมือนกับฆ่าสองคน ลีขุยถามว่าทำไมจึงพูดดังนี้ ลิกุ้ยว่ามารดาข้าพเจ้าแก่ชราแล้วไม่มีผู้อุปถัมภ์ คงอดอาหารตายก็เหมือนกับท่านฆ่าทั้งสองคนเหมือนกัน ลีขุยได้ฟังจึงนึกว่าครั้งนี้เราจะมารับมารดาไป ถ้าฆ่าคนผู้นี้ตายบาปกรรมก็จะมี คิดแล้วจึงว่าเราหาทำอันตรายไม่ ตั้งแต่นี้ไปจงกลับใจเสียใหม่อย่าได้ทำการดังนี้เลย ถ้าขืนทำเราพบปะเข้าอีกจะฆ่าเสีย ลิกุ้ยดีใจ คุกเข่าลงคำนับแล้วพูดว่า ข้าพเจ้าไม่ขอประพฤติเป็นโจรต่อไปอีกแล้ว จะอุตส่าห์ซื้อขายเลี้ยงมารดาสืบไป ลีขุยได้ฟังมีความเมตตาหยิบเงินส่งให้สิบตำลึง ว่าเจ้าจงเอาไปทำทุนซื้อขายจะได้เลี้ยงมารดา ลิกุ้ยยินดีนักคุกเข่าคำนับรับเงินแล้วก็ลาไป ลีขุยจึงเอากระบี่เหน็บซ่อนไว้สะพายห่อทรัพย์สิ่งของเดินลัดทางไปประมาณได้ครึ่งวัน ลีขุยรู้สึกหิวเที่ยวหาโรงขายสุราก็ไม่มี เห็นมีโรงอยู่ในป่าก็ตรงเข้าไปเห็นหญิงนั่งอยู่ข้างใน ลีขุยจึงร้องถามว่ามีสุรากับของกินขายบ้างหรือไม่ หญิงนั้นบอกว่าสุราไม่มี มีแต่อาหารกับสิ่งของพอจะหาให้กินได้ ลีขุยว่าได้อาหารกินก็ดีแล้ว หญิงนั้นเชิญให้ลีขุยนั่งอยู่หน้าโรง ตัวเองไปจัดแจงหุงข้าวแล้ว เปิดประตูหลังบ้านเดินไปจะหาผักมาต้มแกง

ฝ่ายลิกุ้ยแอบอยู่ในป่าครู่หนึ่งจึงกลับมาบ้าน เห็นภรรยาเดินมาก็หยุดยืนคอยอยู่ ขณะนั้นลีขุยลุกไปล้างมือที่บ่อน้ำแลเห็นหญิงเปิดประตูหลังบ้านเดินไปแล้วเห็นลิกุ้ยออกจากป่าตรงมายังโรงก็คิดสงสัย จึงแอบต้นไม้ยืนฟังอยู่ หญิงนั้นเห็นลิกุ้ยสามีมาก็ยินดี ถามว่าเจ้าไปไหนมาทางหลังบ้านแข้งขาเปื้อน ลิกุ้ยบอกว่าเกือบจะไม่ได้เห็นหน้ากัน ตั้งแต่เราเที่ยวมาหลายเดือนก็ไม่มีผู้คนเดินทาง วันนี้ไปปะชายผู้หนึ่งหน้าดำรูปร่างสูงใหญ่ เราเข้าแย่งชิง ชายนั้นฝีมือเข้มแข็ง คือตัวลีขุยที่เรียกว่าเฮ็กซวนฮอง เอากระบี่ตีถูกเราล้มลงแล้วจะฆ่าเสีย เราร้องขอชีวิตไว้บอกว่ามารดาแก่ชรานักไม่มีผู้ใดจะหาเลี้ยง ลีขุยจึงไม่ฆ่าฟันสั่งสอนเราให้กลับใจเสียใหม่ ซื้อขายเลี้ยงมารดาเอาเงินสิบตำลึงให้ เราคำนับมาพ้นแล้วก็แอบอยู่ในพุ่มไม้ กลัวว่าลีขุยจะเฉลียวใจไล่ติดตามมาก็หาเห็นไม่ จึงได้มาทางหลังบ้าน หญิงภรรยาบอกว่าเมื่อกี้มีชายผู้หนึ่งหน้าดำรูปร่างสูงใหญ่มาให้เราหาอาหารให้ บัดนี้อยู่หน้าบ้าน เห็นจะเป็นคนที่เจ้าพูดดอกกระมัง จงไปแอบดูถ้าเป็นคนนั้นแน่ เราเอายาเบื่อใส่ให้กินมึนเมาตายแล้วเก็บเอาเงินทองสิ่งของเสีย ไปตั้งโรงหากินอยู่ที่อื่น ลีขุยแอบต้นไม้ฟังได้ยินดังนั้นก็โกรธยิ่งนัก พูดว่าเราไม่ฆ่าเสียกลับจะฆ่าเราเสียอีกเล่า ก็รีบเดินไปจับตัวลิกุ้ยไว้ได้ชักกระบี่ออกตัดศีรษะขาดตาย ภรรยาลิกุ้ยเห็นก็ตกใจวิ่งหนีเข้าป่าไป ลีขุยไล่ตามไปก็ไม่ทันจึงกลับเข้ามาในโรง เห็นข้าวสุกแล้วแต่หามีสิ่งใดไม่ จึงไปเชือดเอาเนื้อลิกุ้ยมาปิ้งเป็นอาหารแล้วก็เข้าค้นในห้องได้เงินทองบ้างเล็กน้อย แก้เอาเงินสิบตำลึงมาจากตัวลิกุ้ยแล้วเอาไฟเผาโรงไหม้ขึ้น เดินมาอีกครึ่งวันถึงบ้านมารดา ลีขุยเห็นประตูปิดอยู่ก็เปิดประตูเข้าไป มารดาลีขุยถามว่าผู้ใด ลีขุยเห็นมารดาเสียจักษุทั้งสองข้างก็คุกเข่าลงคำนับ บอกว่าข้าพเจ้าชื่อลีขุยผู้เป็นบุตรมาถึงแล้ว มารดาได้ฟังก็ยินดีพูดว่าเจ้าไปหลายปีไม่เห็นกลับมา มารดาตั้งหน้าแต่ร้องไห้จนเสียตาทั้งสองข้าง พี่ชายของเจ้าก็ไปเที่ยวรับจ้างหาเลี้ยงแต่ตัวก็ไม่ใคร่จะพอ เจ้าไปอยู่เสียที่ไหนมีความสุขทุกข์ประการใด ลีขุยได้ฟังครั้นจะบอกตามจริงก็กลัวมารดาจะไม่ไป จึงแกล้งบอกว่าบัดนี้ข้าพเจ้าได้เป็นขุนนางขึ้นแล้ว จะมารับมารดาไปอยู่ด้วยจะได้อุปถัมภ์ให้มีความสุขบ้าง มารดาได้ฟังก็ดีใจถามว่าเป็นขุนนางอยู่เมืองไหนจงบอกให้รู้ ลีขุยว่ามารดาจะถามทำไมมาไปด้วยข้าพเจ้าเถิด มารดาว่าถ้ากระนั้นก็คอยปรึกษากับพี่ชายเจ้าก่อนแล้วจึงค่อยไป พอลีตัดมาถึงก็เอาอาหารเข้าไปให้มารดากิน ลีขุยเห็นลีตัดมาก็คุกเข่าลงคำนับถามว่าพี่อยู่ดีหรือ น้องไม่ได้มาเยี่ยมเยือนนานแล้ว ลีตัดเห็นลีขุยก็โกรธยิ่งนัก พูดว่าเมื่อแรกทำให้พี่ลำบากเป็นนักหนา ครั้นอยู่มาภายหลังได้ยินข่าวว่าเจ้าไปเข้าเป็นพวกโจรที่เขาเนียซัวเปาะ ทำให้เกิดความขึ้นที่เมืองกังจิว ผู้รักษาเมืองมีหนังสือบอกมาให้จับตัวเจ้าแล้วก็จับพี่ไปด้วย ผู้ที่พี่ไปทำงานอยู่นั้นได้ช่วยแก้ไขว่ากล่าวเสียเงินทองจึงไม่ต้องโทษ บัดนี้เจ้าจะมาทำให้พี่และมารดาลำบากอีกหรือ มารดาได้ฟังดังนั้นก็ห้ามลีตัดว่าเจ้าอย่าวุ่นวายเลย ลีขุยได้เป็นขุนนางแล้วจะมารับมารดาไป ลีตัดตอบว่ามารดาอย่าเชื่อ ลีขุยไปเข้าเป็นโจรที่เขาเนียซัวเปาะ บัดนี้เขาคอยจะจับตัวอยู่ทุกวัน ลีขุยว่าพี่อย่าโกรธน้องเลยจงไปอยู่เสียด้วยกันเถิด ลีตัดได้ฟังก็ยิ่งโกรธมากขึ้น ครั้นจะทุบตีก็สู้กำลังลีขุยไม่ได้นิ่งก้มหน้าออกจากบ้านไป ลีขุยจึงคิดว่าลีตัดคงไปบอกให้เขามาจับเรา จำจะพามารดาไปเสียก่อน เอาเงินวางไว้ในห้อง ถ้าลีตัดมาไม่พบเห็นแต่เงินก็คงไม่ติดตามไป คิดแล้วเอาเงินห้าสิบตำลึงวางไว้ บอกกับมารดาว่าข้าพเจ้าจะเอามารดาขึ้นบ่าแบกไปก่อน ถ้าพบปะเกวียนที่ไหนจึงจะจ้างไปส่ง ลีขุยก็เข้าแบกมารดาขึ้นบ่าออกจากบ้านมาหาทางลัดเดินไป

ฝ่ายลีตัดโกรธแค้นลีขุยนักก็ไปบอกพวกนายอำเภอพากันมาประมาณสิบคนจะจับตัวลีขุย ครั้นถึงบ้านไม่เห็นลีขุย ลีตัดเข้าไปดูข้างในไม่เห็นมารดามีแต่เงินห้าสิบตำลึง จึงคิดว่าลีขุยรับมารดาไปครั้งนี้ คงจะพาพวกเขาเนียซัวเปาะมามาก ครั้นจะตามไปที่ไหนจะสู้ได้ ไหนๆ ลีขุยก็พามารดาไปมีความสุขแล้ว เราจะตามไปรบกวนทำไม เที่ยวทำมาหากินตามลำพังดีกว่า จึงเอาเงินห้าสิบตำลึงซ่อนไว้ในเสื้อ ออกมาบอกพวกนายอำเภอว่าลีขุยพามารดาหนีไปเสียแล้ว ครั้นจะไล่ตามไปก็ไม่แจ้งว่าไปทางไหน พวกอำเภอพูดว่าหนทางป่าก็มีมากจะตามไปให้ลำบากทำไม ลีตัดกับพวกเหล่านั้นก็ชวนกันกลับไปบ้าน

ฝ่ายลีขุยแบกมารดาเดินไป ขณะนั้นเวลาจวนค่ำถึงชายเนินคิเนียที่พักไม่มี พอถึงกลางเนินเดือนหงายแจ่มสว่าง มารดาลีขุยบอกว่าอยากน้ำคอแห้งนัก เจ้าจงเที่ยวหาน้ำให้มารดาสักหน่อย ลีขุยก็วางมารดาลงที่บนศิลากลางเนิน เอากระบี่ปักไว้ใกล้ตัวมารดา บอกว่าข้าพเจ้าจะไปหาน้ำมาให้ ลีขุยก็เดินไป เห็นน้ำไหลมาจากบนเขาเอามือวักดื่มจนอิ่มแล้ว ครั้นจะเอามาให้มารดาก็ไม่มีอะไรใส่เที่ยวแลดู เห็นศาลเจ้าอยู่บนเนินก็เดินเข้าไป มีแต่กระถางปักรูปอยู่ใบหนึ่ง จะเอามาใส่นํ้า ก็ยกไม่ขึ้นด้วยกระถางธูปนั้นทำด้วยศิลาฝังดินติดแน่นอยู่ ลีขุยถอนเอากระถางธูปจนได้ หลักที่ติดกระถางก็หัก จึงยกกระถางธูปมาตักน้ำไป ครั้นมาถึงก็ไม่เห็นมารดา มีแต่กระบี่ปักไว้ ลีขุยเอากระถางน้ำวางลง ร้องเรียกเป็นหลายหนไม่ได้ยินเสียงตอบก็สะดุ้งใจ จึงเดินเที่ยวหาเห็นโลหิตไหลเรี่ยราย ก็ตามไปในป่าใกล้จะถึงต้นไม้ใหญ่ เห็นลูกเสือทั้งสองกัดขาคนแล้วหยอกกัน ลีขุยจึงคิดว่าเสือกินมารดาเราแน่แล้วก็โกรธยิ่งนัก ชักกระบี่ออกไล่ฟันเสือเล็กตายทั้งสองตัว แม่เสือออกจากพุ่มไม้ตรงเข้ามาจะกัดลีขุย ๆ กำลังโกรธไม่คิดแก่ชีวิต เอากระบี่แทงถูกแม่เสือเจ็บปวด วิ่งหนีไปตายอยู่ข้างหน้า ขณะนั้นลมพายุพัดกล้านัก มีเสือใหญ่ออกจากป่าตัวหนึ่งโดดโถมเข้ามา ลีขุยตั้งท่ารับสู้รบกับเสือได้ครู่หนึ่ง ลีขุยแทงถูกเสือใหญ่โดดหนีไปล้มลงตาย ลีขุยฆ่าเสือตายทั้งสี่ตัวเหน็ดเหนื่อยอ่อนก็เข้าไปนอนในศาลเจ้า ครั้นรุ่งขึ้นเช้าจึงไปเที่ยวเก็บกระดูกมารดามาขุดหลุมฝังไว้หลังศาล ร้องไห้ร่ำไรอยู่ช้านาน แล้วคุกเข่าคำนับลามารดาออกจากศาลเจ้าเดินไปถึงชายเนิน

ฝ่ายพวกพรานเจ็ดแปดคนมีเครื่องศัสตราวุธเดินข้ามเนินมา แลเห็นลีขุยโลหิตติดตัวเปื้อนเดินลงมาจากเนินก็ตกใจ จึงร้องถามว่าท่านนี้ไม่ใช่คนดอกกระมัง จึงกล้าหาญนักหนามาแต่ผู้เดียว เสือที่บนเนินดุร้ายนัก กินคนเดินทางเสียมากแล้ว ท่านไม่กลัวหรือ ลีขุยได้ฟังครั้นจะบอกตามจริงก็กลัว ด้วยมีหนังสือปิดว่าจะจับตัวจำจะแก้ไขอย่าให้พวกเหล่านี้รู้ คิดแล้วก็บอกว่าเราเดินทางมากับมารดาสองคนด้วยกัน ก็เล่าความตามซึ่งพามารดาและเสือกัดมารดาจนฆ่าเสือตายทั้งสี่ตัวให้ฟังทุกประการ พวกพรานเหล่านั้นจึงพูดว่า เสือสี่ตัวที่เนินคิเนียดุร้ายนัก ไม่มีผู้ใดเดินไปมาช้านานแล้ว พวกเราเป็นพรานก็ถูกเฆี่ยนเพราะยิงเสือนี้ไม่ได้หลายครั้ง ตัวท่านมีฝีมือประการใดจึงฆ่าเสือตายทั้งสี่ตัว เรายังไม่เชื่อ ถ้าจริงอย่างว่าฝีมือมิเข้มแข็งกว่าลิซุยเฮ้าครั้งแผ่นดินเหงาโต้วหรือ ลีขุยว่าถ้าไม่เชื่อก็ไปดูด้วยกัน ลีขุยก็พาพวกพรานขึ้นเนินไปถึงแถวพุ่มไม้ที่เสือตายอยู่ พวกพรานเห็นเสือตายเรียงกันทั้งสี่ตัวก็มีความยินดี จึงพูดว่า ท่านนี้ฝีมือเข้มแข็งนักหามีผู้เสมอไม่ พูดแล้วก็ช่วยกันผูกเสือนั้นไว้ ไปเรียกมาอีกประมาณห้าสิบคนหามเสือสี่ตัวลงเนิน พาลีขุยตรงมายังบ้านเชาไทก๋งนายอำเภอ อันเชาไทก๋งคนนี้มั่งมีเงินทองมาก คบแต่คนพาลไม่เป็นยุติธรรม พอพวกพรานกับลีขุยหามเสือมาถึงบ้านก็เข้าไปแจ้งแก่เชาไทก๋ง บัดนี้มีชายผู้หนึ่งพามารดาข้ามเนินคิเนียมา เสือกินมารดาแล้วชายผู้นั้นฆ่าเสือตายทั้งสี่ตัว พวกข้าพเจ้าช่วยกันหามเสือและพาชายผู้นั้นมาหาท่าน เชาไทก๋งได้ฟังก็มีความยินดีออกมาต้อนรับ เชิญลีขุยเข้าไปข้างในจัดที่ให้นั่งตามสมควร แล้วถามว่าเหตุผลประการใดจึงฆ่าเสือทั้งสี่ตัวได้ ลีขุยจึงเล่าความตั้งแต่พามารดาข้ามเนินมาจนฆ่าเสือตายให้ฟังทุกประการ เชาไทก๋งก็ดีใจยิ่งนักถามว่า ท่านแซ่ใด ชื่อไร ลีขุยแกล้งบอกว่า ข้าพเจ้าแซ่เตียว ชื่อตั้วตา เชาไทก๋งว่าท่านมีกำลังฝีมือเข้มแข็งนัก ช่างสมกับชื่อตั้วตาจริง พูดแล้วก็สั่งให้จัดโต๊ะมาเลี้ยงลีขุย ข่าวที่ฆ่าเสือตายก็เลื่องลือไปทุกบ้านทุกตำบล คนทั้งหลายแตกตื่นกันมาดูเสือเป็นอันมาก

ฝ่ายหญิงภรรยาลิกุ้ย ตั้งแต่วันที่สามีถูกฆ่าตายก็หนีมาอยู่กับบิดามารดาของตัว ครั้นได้ยินข่าวเล่าลือว่ามีผู้ฆ่าเสือตาย ก็ชวนบรรดาพวกพ้องมาดูเสือ ณ บ้านเชาไทก๋ง ต่างชี้บอกกันว่าชายผู้นั้นฆ่าเสือตาย หญิงภรรยาลิกุ้ยเห็นก็จำได้ว่าชายหน้าดำคนนี้ที่ฆ่าสามีเราตายแล้วเอาไฟเผาโรงเสีย จำจะแก้แค้นให้จงได้ จึงกลับมาบอกกับบิดาว่า คนที่ฆ่าเสือตายนั้นคือผู้ที่ฆ่าสามีข้าพเจ้า ชายคนนี้เป็นโจรอยู่เขาเนียซัวเปาะยี่ห้อเฮ็กซวนฮอง บิดาได้ฟังก็ไปแจ้งความแก่ลิเจ็งนายอำเภอดังคำบุตรสาวบอก ลิเจ็งพูดว่าลีขุยนี้เดิมฆ่าคนตายในแขวงเมืองกิจิว แล้วหนีก็ไปเข้าเป็นโจรที่เขาเนียซัวเปาะ ภายหลังมาเกิดความขึ้นที่เมืองกังจิวอีก บัดนี้มีหนังสือมาถึงเมืองกิจิวว่า ผู้ใดจับตัวลีขุยได้จะให้เงินสามพันตำลึง จะต้องคิดอ่านดูก่อน แล้วให้บ่าวไปเชิญเชาไทก๋งมาถึง ลิเจ็งพูดว่าผู้ที่ฆ่าเสือตายนั้นตัวลีขุยที่เรียกว่าเฮ็กซวนฮอง คิดอ่านประการใดดีจึงจะจับลีขุยได้ เชาไทก๋งว่าจะไม่ใช่คนนี้ดอกกระมัง ลิเจ็งว่าลีขุยไปขออาหารภรรยาลิกุ้ยกิน พอลิกุ้ยกลับมาลีขุยก็ฆ่าเสีย ภรรยาลิกุ้ยจำได้แน่นอนแล้ว เชาไทก๋งว่าซึ่งจะจับตัวลีขุยนั้นง่ายดอก ให้เสพสุราเมาแล้วช่วยกันมัดไว้ บอกผู้รักษาเมืองกรมการเกณฑ์ทหารมาเอาตัวไป ลิเจ็งได้ฟังเห็นชอบด้วย เชาไทก๋งก็ลากลับมาบ้านจัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยงลีขุยเป็นอันดี ด้วยลีขุยเป็นคนมีฝีมือเข้มแข็งก็คิดครั่นคร้าม เชาไทก๋งจึงพูดจาล่อลวงถามว่า ซึ่งท่านฆ่าเสือตายจะให้เราพาไปหาผู้รักษาเมืองจะได้ให้รางวัล หากท่านไม่ไปจะให้พวกที่ตำบลนี้รางวัลให้ก็ตามใจของท่าน ลีขุยว่าข้าพเจ้าเป็นคนเดินทางมาอย่าต้องให้ไปถึงผู้รักษาเมืองเลย ตามแต่พวกท่านจะเมตตาเถิดจะได้ลาไป เชาไทก๋งจึงนึกว่าเห็นจะเป็นลีขุยแน่แล้ว จึงมีความเกรงกลัวหาอาจไปส่งเสือกับเราไม่ ก็แกล้งทำเป็นพูดจาถ่ายเทให้ลีขุยเอากระบี่คู่มือเก็บไว้เสียก่อน ลีขุยไม่รู้อุบายก็ส่งกระบี่ให้ แล้วบอกว่ากระบี่ข้าพเจ้ายังติดอยู่ที่ตัวเสืออีกเล่มหนึ่งท่านจงเอามาให้เสียด้วย เชาไทก๋งว่าท่านอย่าวิตกไม่เป็นไรจะเก็บไว้ให้ พูดแล้วก็ชวนลีขุยเสพสุรา บรรดาพวกขาวบ้านแถวนั้นก็เอาเงินทองมารางวัลให้ เชาไทก๋งพูดว่าเชิญท่านเสพสุราให้สบายเถิด แล้วจึงค่อยไป ลีขุยก็เข้านั่งเสพสุราจนมึนเมาไม่รู้สึกตัว เชาไทก๋งสั่งพวกเหล่านั้นจับตัวลีขุยมัดไว้แน่นหนาแล้วให้คนใช้ไปแจ้งแก่ผู้รักษาเมืองกิจิว สั่งให้ภรรยาลิกุ้ยทำเรื่องราวไปร้องทุกข์ด้วย ผู้รักษาเมืองกิจิวแจ้งความกับเห็นเรื่องราวของภรรยาลิกุ้ยก็ตกใจ จึงถามว่าตัวลีขุยนั้นจับมัดไว้ที่ไหน คนใช้บอกว่าอยู่ที่บ้านเชาไทก๋งนายอำเภอ ผู้รักษาเมืองสั่งลิหุนให้คุมทหารไปที่บ้านเชาไทก๋ง สั่งว่ารับเอาตัวลีขุยจำมาอย่าให้หนีไปได้ ลิหุนคำนับลามาจัดทหารประมาณห้าสิบคนถืออาวุธครบมือกันยกไป

ฝ่ายชาวเมืองกิจิวเล่าลือกันว่าจับลีขุยที่เรียกเฮ็กซวนฮองได้ จนรู้ไปถึงประตูตังหมึงทิศตะวันออก จูกุ้ยนั้นสำนักอยู่ที่โรงจูบู๊พี่ชายที่แถวประตูตังหมึง ครั้นแจ้งความจึงปรึกษากับพี่ชายว่า ซ้องกั๋งไม่ไว้ใจ จึงให้น้องเที่ยวตามมากลัวว่าลีขุยจะทำให้เกิดความ บัดนี้เชาไทก๋งจับลีขุยได้มัดไว้ที่บ้าน ให้คนไปแจ้งกับผู้รักษาเมือง ๆ ใช้ให้ลิหุนนายทหารคุมไพร่พลไปเอาตัวลีขุย เราจะคิดประการใดดี จูบู๊ว่าลิหุนนายทหารคนนี้ฝีมือเข้มแข็ง ตัวพี่เป็นศิษย์ของลิหุนชอบพอรักใคร่กันมาก เราจัดโต๊ะและสุราไว้ให้พร้อมแล้วเอายาเบื่อใส่ไปคอยอยู่ตามทาง พี่จะเชิญให้ลิหุนกับพวกทหารเสพสุราและกินสิ่งของ ถ้าถูกยาเบื่อมึนเมาแล้วจึงแก้ลีขุยออกชวนกันหนีไป แต่ตัวพี่เห็นจะพากันอยู่ที่นี่ไม่ได้ จูกุ้ยว่าอุบายนี้ดีนักถ้าสำเร็จการแล้ว ตัวพี่จะอยู่ที่นี่ทำไม จงไปด้วยกันอยู่ที่เขาเนียซัวเปาะมิดีหรือ จูบู๊ก็เก็บรวบรวมทรัพย์สิ่งของลงบรรทุกเกวียนให้ภรรยาและครอบครัวเดินล่วงหน้าไปคอยท่าอยู่ที่หนทางสิบลิป้าย พอเวลาค่ำจูบู๊กับจูกุ้ยก็จัดหาสุราและของกินแล้วเอายาเบื่อใส่ทุกสิ่ง ครั้นรุ่งขึ้นเช้าจูบู๊กับจูกุ้ยก็ให้คนใช้ช่วยกันหามสิ่งของกับสุราไปคอยอยู่ตามทาง

ฝ่ายลิหุนกับทหารไปถึงบ้านเชาไทก๋ง เวลาเย็นค่ำค้างอยู่ที่นั้นคืนหนึ่ง ครั้นรุ่งขึ้นเช้าเชาไทก๋งก็มอบตัวลีขุยให้ ลิหุนสั่งทหารให้จำลีขุยไว้แน่นหนาแล้วก็ออกจากบ้านเชาไทก๋ง ลิเจ็งนายอำเภอกับพวกพรานและชาวบ้านก็ตามมาส่งลิหุนเป็นอันมาก จูบู๊กับจูกุ้ยครั้นเห็นลิหุนกับทหารและพวกชาวบ้านคุมตัวลีขุยมา จูบู๊ก็ออกไปคำนับแล้วพูดว่า ท่านได้สั่งสอนฝึกหัดเพลงอาวุธให้ข้าพเจ้าพระคุณเป็นที่ยิ่ง ครั้งนี้แจ้งว่าจะกลับไปก็จัดสุราและสิ่งของมา เชิญท่านหยุดกินโต๊ะเสพสุราเสียให้สบายหายเหนื่อยแล้วจงค่อยไป ลิหุนได้ฟังก็ยินดีด้วยไม่แจ้งว่าจูบู๊คิดอุบาย จึงพูดว่าเราเสพสุราไม่ใคร่จะได้ จูบู๊ว่าเชิญท่านกินสิ่งของอื่นเถิด ลิหุนก็ให้หยุดอยู่ก่อน จูบู๊ยกของกินมาให้ลิหุนแล้วให้คนใช้จัดสุรากับสิ่งของมาเลี้ยง พวกทหารเหล่านั้นก็ชวนกันเสพสุราและสิ่งของสิ้น แต่ลิหุนนายทหารนั้นไม่ใคร่จะกิน เสียอ้อนวอนจูบู๊ศิษย์ไม่ได้ก็เสพสุรากับสิ่งของบ้างเล็กน้อย พวกทหารกินเข้าไปมากพิษยากำเริบก็นอนกลิ้งอยู่กลางดิน ลิหุนเห็นดังนั้นก็แจ้งว่าถูกอุบายขยับจะลุกขึ้นก็ล้มลง ลีขุยดีใจนักกระชากโซ่ตรวนที่ตัวออกแล้วก็ไล่ฆ่าฟันลิเจ็งนายอำเภอกับพวกทหารที่ถูกยาเบื่อตายทั้งสิ้น พวกชาวบ้านนั้นวิ่งหนีเอาตัวรอดไป ลีขุยกลับมาจะฆ่าลิหุนเสียจูบู๊ห้ามไว้ ว่าลิหุนเป็นครูของน้องพี่อย่าทำเลย เราล่วงไปคอยอยู่ข้างหน้า ลิหุนหายเมายาเบื่อแล้วคงคิดตามมาจึงค่อยพูดจาเกลี้ยกล่อมให้ไปอยู่ด้วยกัน ลีขุยว่าพี่ขัดใจเชาไทก๋งกับภรรยาลิกุ้ยนักจะขอไปฆ่าเสียก่อน จูบู๊ว่าพี่จะฆ่าคนทั้งสองก็ตามใจเถิด แต่ราษฏรชาวบ้านนั้นอย่าทำอันตราย ก็ชวนกันเดินตรงไปบ้านเชาไทก๋ง จับเชาไทก๋งฆ่าเสียแล้วไปยังบ้านภรรยาลิกุ้ยเห็นนั่งอยู่ ลีขุยเอากระบี่ฟันภรรยาลิกุ้ยตาย ชาวบ้านเหล่านั้นเห็นก็ตกใจแตกตื่นหนี ลีขุยกับจูบู๊ จูกุ้ย และคนใช้ก็ออกจากตำบลบ้านนั้นเดินไป จูบู๊สั่งให้จูกุ้ยผู้น้องกับคนใช้คุมเกวียนครอบครัวไปก่อน จูบู๊กับลีขุยก็คอยลิหุนอยู่ตามทางที่จะไปเขาเนียซัวเปาะ

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ