๕๗

ซือเหล็งจึงพูดว่า ไหนๆ ได้เข้ามาเป็นพวกพ้องจะสั่งสอนให้สิ้นฝีมือ แต่ต้องจัดเอาคนที่เข้มแข็งว่องไวจึงจะใช้การได้ ซือเหล็งก็ไปที่สนามจัดสรรไพร่พลได้พร้อมก็ฝึกหัดเพลงทวนขอ บอกที่ขึ้นที่ลงมีกำหนดต่างๆ กัน บนหลังม้านั้นใช้อย่างหนึ่ง เดินเท้าใช้อย่างหนึ่ง แล้วร่ายรำท่าทางเพลงทวนขอที่จะเกี่ยวข้อเท้าม้าให้ทำอย่างนั้นๆ ฝึกอยู่ประมาณครึ่งเดือนก็ชำนาญกระบวนเพลงทวนขอ เตียวไก่ ซ้องกั๋ง กับพี่น้องเหล่านั้นเห็นซือเหล็งรำเพลงทวนขอว่องไวไม่มีผู้เสมอ สอนไพร่พลชำนาญทุกคนก็มีความยินดี ว่าครั้งนี้คงชนะทหารเลียนฮวนเบ๊ได้เป็นแน่ ถึงเวลาก็มาซักซ้อมทุกวัน

ฝ่ายอูเอียนเจียก ตั้งแต่พวกซ้องกั๋งจับเผ็งกีกับเลงจิ้นมาก็โกรธแค้นยิ่งนักไม่รู้ที่จะคิดประการใด ครั้นจะยกกองทัพบุกรุกมาก็มีแต่แม่นํ้าล้อมรอบเป็นที่จนใจนัก อยู่มาวันหนึ่งอูเอียนเจียกคุมทหารตรงไปที่ริมฝั่ง ร้องท้าชวนให้พวกพ้องซ้องกั๋งยกมารบ ซ้องกั๋งแจ้งความก็กำชับไพร่พลให้รักษาทางนํ้าไว้ อย่าให้เรือแพเข้ามาใกล้เกาะได้ อูเอียนเจียกนั้นชำนาญทั้งทางบกทางเรือก็จริงอยู่ แต่แถวตำบลเขาเนียซัวเปาะนั้นไม่เคยไปมา จึงไม่อาจยกกองทัพบุกรุกเข้าใกล้ได้ก็พาทหารกลับมาค่าย ซ้องกั๋งสั่งให้เลงจิ้นจัดทำปืนจะได้ยกไปสู้รบกับอูเอียนเจียกโดยเร็ว แล้วปรึกษากับพี่น้องว่า กระบวนทวนขอเกาเลียนเชียนั้นซักซ้อมได้เข้มแข็งดี การอื่นๆ ก็จัดสรรได้พร้อม ถ้าจะยกไปสู้รบครั้งนี้ พวกพ้องและไพร่พลไม่ต้องขี่ม้าเดินเท้าเปล่าเหมือนกระบวนรบเมื่อคราวซุนบูจู๊กับเงาคี้ ให้ทหารทวนขอไปซุ่มอยู่ตามชายเขาและน้ำในดงอ้อแขมก่อน แล้วแยกไพร่พลเป็นสิบกองไปสู้รบ ถ้าเห็นทหารเลียนฮวนเบ๊วิ่งมา ก็ให้หนีไปแอบอยู่ตามป่าอ้อกอแขมและชายน้ำ พวกที่ซุ่มอยู่นั้นสิบคนให้มีขอเปล่าอยู่คนหนึ่ง จะได้เอาขอเกี่ยวเท้าม้า คนที่ถือขอนั้นจะได้เกี่ยวคนบนหลังม้าจับตัวได้ ซึ่งแถวตำบลนี้เป็นที่ทำเลป่าอ้อป่าแขมชายเขา ต้องใช้ไพร่พลเดินเท้าท่านจะเห็นประการใด

โงวหยงซินแสได้ฟังเห็นชอบด้วย ซือเหล็งว่าซึ่งกระบวนเกาเลียนเชียทวนขอก็ต้องใช้ตามนี้จึงจะได้ ซ้องกั๋งจัดไพร่พลแยกเป็นสิบกองให้เล่าตง โตวเซียนคุมกองหนึ่ง ให้มกหองคุมกองหนึ่ง ให้เอียหยง ต้อจงอ๋วงคุมกองหนึ่ง ให้จูตง เต็งฮุย คุมกองหนึ่ง ให้เกยเตียน เกยโปคุมกองหนึ่ง ให้โจวเอี๋ยน โจวยุนคุมกองหนึ่ง ให้นางโฮ้วซาเหนีย เฮงเอยโฮ้วคุมกองหนึ่ง ให้สิย้ง เบ๊หลินคุมกองหนึ่ง ให้เอียนสุน แต้เทียนซิวคุมกองหนึ่ง ให้เอียหลิม ลิหุนคุมกองหนึ่ง รวมสิบกองจะให้ยกไปสู้รบก่อน

แล้วจัดอีกพวกหนึ่ง ลี้จุน เตียหวย เตียสุน อวนเซียวยี อวนเซียวเหงา อวนเซียวชิด ทองอุย ทองเม้ง เม่งคง รวมเก้านาย คุมไพร่พลลงเรือรบไปคอยอยู่ริมฝั่ง ถ้าเสียทีจะได้พากันหนีลงเรือ แล้วจัดให้ฮวยหยง ฉินเหม็ง ลิเอง ชาจิน ซึงลิบ อาวเผ็ง หกนายขี่ม้าคุมไพร่พลไปคอยอยู่ชายเขา ถ้าเห็นพวกทหารหลวงหนีจะได้ไล่ติดตาม แล้วจัดให้เลงจิ้น โตวเฮงคุมไพร่พลไปจัดการยิงปืน ให้ซือเหล็ง ทึงหลงคุมทหารทวนขอเกาเลียนเชียไปซุ่มอยู่ตามทาง ตัวซ้องกั๋งกับโงวหยง กงซุนสิน ลือฮวง กวยเส็ง คุมไพร่พลเป็นกองทัพใหญ่จะยกหนุนไปภายหลัง ครั้นจัดการแล้วซ้องกั๋งสั่งทหารทวนขอไปซุ่มอยู่ตามทางในเวลากลางคืน พอสว่างดีจึงคุมไพร่พลสิบกองแยกย้ายไป เลงจิ้นก็คุมไพร่พลไปจัดการปืนไว้พร้อม ซือเหล็ง ทึงหลงนั้นก็นัดหมายกับทหารทวนขอไว้พร้อมทุกประการ ครั้นได้ฤกษ์ ซ้องกั๋งก็คุมพวกพ้องไพร่พลข้ามน้ำไป เสียงม้าล่อและกลองดังสนั่นตรงไปยังค่ายอูเอียนเจียก

ฝ่ายอูเอียนเจียกนั่งตรึกตรองอยู่ในค่ายได้ยินเสียงอื้ออึง พอทหารม้าใช้เข้าไปแจ้งว่า พวกโจรเขาเนียซัวเปาะยกกองทัพข้ามแม่น้ำมาเกือบจะถึงฝั่ง อูเอียนเจียกก็สั่งฮั่นทอให้จัดทหารเลียนฮวนเบ๊ไว้พร้อม ตัวอูเอียนเจียกแม่ทัพก็ใส่เสื้อเกราะถือกระบี่สองมือ ขึ้นม้าคุมทหารเลียนฮวนเบ๊กับทหารตามธรรมเนียม ออกจากค่ายตรงมาถึงที่รบริมน้ำ เห็นซ้องกั๋งคุมไพร่พลมาเป็นอันมากก็หยุดตั้งกระบวนจัดเอาทหารเลียนฮวนเบ๊ขึ้นอยู่หน้าแล้วปรึกษากับฮั่นทอว่า เราจะปล่อยทหารเลียนฮวนเบ๊ไปข้างทิศไหนดี

พอเห็นไพร่พลของซ้องกั๋งยกมาทางทิศใต้ไม่แจ้งว่าสักเท่าไร อูเอียนเจียกก็ให้ฮั่นทอคุมทหารเลียนฮวนเบ๊วิ่งฝ่าไปทางทิศใต้ อูเอียนเจียกเห็นไพร่พลยกมาทางตะวันออกอีกพวกหนึ่ง ก็จะคุมทหารเลียนฮวนเบ๊วิ่งฝ่าไป พอไพร่อีกพวกหนึ่งยกมาทางทิศตะวันตก ฮั่นทอเห็นดังนั้นก็คุมทหารเลียนฮวนเบ๊กลับมาแจ้งกับอูเอียนเจียกว่า ทหารยกมาทั้งสามทิศจะคิดแยกย้ายทหารประการใดดี อูเอียนเจียกว่า พวกโจรไม่ได้ยกกองทัพมาสู้รบช้านาน บัดนี้คุมไพร่พลแยกมาคงจะมีอุบายสิ่งใดเป็นแน่ เราหยุดดูท่วงทีก่อนแล้วจึงปล่อยทหารเลียนฮวนเบ๊ของเรา

ฝ่ายเลงจิ้นกับโตวเฮงคุมไพร่พลไปปลูกเหลายิงปืนข้างทิศเหนือแล้ว ครั้นเห็นกองทัพอูเอียนเจียกยกมาถึงที่รบพร้อมกัน เลงจิ้นก็ยิงปืนมาทีหนึ่ง อูเอียนเจียกได้ยินเสียงปืนข้างทิศเหนือแจ้งว่าปืนเลงจิ้นทำก็ด่าเลงจิ้นเป็นอันมาก แล้วเห็นไพร่พลยกมาทางทิศเหนืออีกพวกหนึ่ง

อูเอียนเจียกบอกกับฮั่นทอว่า เราจะคุมทหารแยกไปทางทิศเหนือท่านไปทางทิศใต้ พอเห็นไพร่พลยกมาอีกสี่พวกก็ตกใจ ไม่แจ้งว่าจะแยกย้ายทหารประการใดมีความวิตกนัก พอเลงจิ้นยิงปืนจูเผ่าปืนบอจื้อเผ่าขนาบมา กระสุนปืนตกลงที่กระบวนรบอูเอียนเจียกแตกกระจายเป็นหลายลูกเสียงดังสนั่นเหมือนแผ่นดินจะทำลาย ทหารในกระบวนรบของอูเอียนเจียกระส่ำระสายไม่เป็นกระบวน ฮั่นทอจึงคุมทหารแยกไปสู้รบต้านทานไว้ พวกซ้องกั๋งเห็นทหารหลวงยกตรงไปทิศไหนก็แกล้งทำหนีไปทางทิศนั้น อูเอียนเจียกเห็นก็โกรธ คุมทหารตรงไปทางทิศเหนือแล้วปล่อยทหารเลียนฮวนเบ๊วิ่งฝ่าไป พวกซ้องกั๋งก็วิ่งเข้าแอบอยู่ตามกออ้อกอแขมแถวริมน้ำทั้งสิ้น พอทหารเลียนฮวนเบ๊วิ่งฝ่าไปถึงที่ซุ่ม ทหารเกาเลียนเชียทวนขอก็กรูออกมาพร้อมกันเอาทวนขอเกี่ยวเท้าม้าขาด ไพร่พลที่ถือขอเกี่ยวทหารบนหลังม้า ไพร่พลที่หลบแอบอยู่นั้นก็คอยจับทหารบนหลังม้ามัดไว้ ม้าวิ่งไปเป็นตับๆ ข้อเท้าขาดล้มลงทั้งสิ้น อูเอียนเจียกเห็นทหารเกาเลียนเชียออกทำลายทหารเลียนทวนเบ๊ก็เสียใจชักม้ากลับมาตามฮั่นทอ เลงจิ้นอยู่บนเหลาสูงเห็นอูเอียนเจียกเสียทีชักม้ากลับ ก็ยิงปืนฮองฮวยเผ่าขนาบหลังมา พอพวกที่ซุ่มอยู่ชายเราเห็นได้ทีก็บุกรุกเข้าไป

อูเอียนเจียกกับฮั่นทอแจ้งว่าถูกอุบายก็คุมทหารเหล่านั้นจะหนีไป เห็นไพร่พลของซ้องกั๋งมีอยู่ทุกทิศไม่รู้ว่าจะไปทางไหน อูเอียนเจียกแข็งใจคุมทหารสู้รบไปทิศเหนือ พวกซ้องกั๋งที่ยกไปคอยอยู่นั้นก็บุกรุกฆ่าฟันขนาบมา ทหารอูเอียนเจียกล้มตายลงตามทางเป็นอันมาก ตัวอูเอียนเจียกกับทหารที่เหลือตายหนีพ้นไปประมาณทางได้หกลี้ พบมกหอง มกชุนร้องตวาดว่าจะหนีไปข้างไหน อูเอียนเจียกขับม้าเข้าสู้รบได้ห้าเพลง มกหอง มกชุนก็ขับม้าหนี อูเอียนเจียกกลัวจะถูกอุบายก็ไม่ได้ไล่ติด จึงขับม้าตามตรงไปทางทิศเหนือ เกยเตียน เกยโปคุมไพร่พลไปคอยอยู่เข้าสู้รบได้หกเพลงแล้วก็หนีไป อูเอียนเจียกเดินไปประมาณทางได้ครึ่งลี้ เห็นทหารถือทวนขอตรงเข้ามา อูเอียนเจียกไม่เป็นใจจะสู้รบชักม้ากลับหนีไปทางทิศตะวันออก นางโฮ้วซาเหนียกับเฮงเอยโฮ้วซึ่งคุมไพร่พลสกัดทางอยู่ เห็นอูเอียนเจียกกับทหารเดินมาก็เข้าสู้รบฆ่าฟันทหารอูเอียนเจียกตายสิ้น อูเอียนเจียกป้องกันตัวไว้ได้ เห็นทหารตั้งสกัดอยู่เป็นชั้น ๆ ก็ขับม้าบุกพงหนีไปทางทิศตะวันออก นางโฮ้วซาเหนียกับเฮงเอยโฮ้วไล่ตามไปเห็นว่าไม่ทันก็คุมไพร่พลกลับ

ฝ่ายพวกซ้องกั๋งทั้งแปดทิศประดังกันเข้าเกี่ยวเท้าม้าและทหารเลียนฮวนเบ๊จับได้เป็นอันมาก ที่ฆ่าฟันล้มตายเสียก็หลายพัน เล่าตงกับโตวเซียนจับฮั่นทอนายทหารได้ กองทัพอูเอียนเจียกแตกยับเยินทหารล้มตายเกลื่อนกลาดทั้งแผ่นดิน ซ้องกั๋งได้ชัยชนะก็มีความยินดีแจ้งว่าอูเอียนเจียกหนีไปได้ก็ให้เอาไฟเผาค่ายเสีย แล้วเก็บรวบรวมเครื่องศัสตราวุธยกกองทัพไปเขาเนียซัวเปาะ บรรดาพี่น้องทั้งปวงจับได้ทหารหลายพันกับม้าที่ดีหลายร้อยม้า และเสื้อเกราะเหล็กเป็นอันมากเอามาส่งกับซ้องกั๋ง ซ้องกั๋งก็ให้รวบรวมทหารที่จับมาได้นั้นเอาไว้ใช้สอย แล้วบำเหน็จรางวัลแก่ไพร่พลตามสมควร พอเล่าตง โตวเซียนเอาตัวฮั่นทอมาส่ง ซ้องกั๋งก็แก้มัดฮั่นทอออกแล้วพูดจาเกลี้ยกล่อมให้อยู่ด้วย เผ็งกี เลงจิ้นก็ช่วยพูดอ้อนวอนฮั่นทอ และฮั่นทอนั้นเป็นดาวพวกเดียวกันมาจุติก็ยอมเข้าเป็นพวกพ้อง ซ้องกั๋งจึงให้ฮั่นทอเขียนหนังสือให้ทหารถือไปรับบุตรภรรยาครอบครัวที่เมืองตันจิวมาแล้ว จัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยงพวกพ้องเป็นที่รื่นเริง

ฝ่ายอูเอียนเจียกแตกทัพเสียทหารจนสิ้น หนีไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่มีเงินจะซื้ออาหารกิน ก็ตัดเอาสายรัดเอวทองคำออกขายซื้ออาหารกินไปตามทาง คิดรำพึงว่าครั้งนี้ยกกองทัพมาสู้รบกับพวกซ้องกั๋งก็ปราชัย ทหารล้มตายเสียทั้งสิ้น จะกลับไปเมืองหลวงอย่างไรได้ จะไปสำนักอาศัยที่อื่นก็ไม่รู้จักกับผู้ใดมีความวิตกยิ่งนัก จึงนึกขึ้นได้ว่าโปวหยงผู้รักษาเมืองเช็งจิวชอบพอกันกับเรามาช้านาน จำจะไปอาศัยอยู่ที่นั่นจึงจะควร คิดแล้วก็รีบเดินทางไปได้สองวันถึงตำบลหนึ่ง เห็นมีโรงขายสุราก็ตรงไปที่หน้าโรงลงจากม้าเข้าไปซื้ออาหารกิน เจ้าของโรงบอกว่าของอื่นไม่มี ถ้าท่านจะกินข้าพเจ้าจะไปซื้อมาให้ อูเอียนเจียกจึงตัดเอาทองคำสายรัดเอวให้เจ้าของสุราไปซื้อของมากินแล้ว พอเวลาค่ำ อูเอียนเจียกก็บอกว่าเราจะนอนค้างอยู่ที่นี่ด้วย ม้าของเรานั้นจงรักษาไว้ให้ดีจะคิดเงินให้ เจ้าของสุราว่าข้อนั้นไม่เป็นไร แต่ที่ทางจะให้ท่านนอนมุ้งม่านไม่สู้ดี อูเอียนเจียกว่าเราเป็นพวกทหาร ความสบายกับไม่สบายนั้นหาเป็นไรไม่ พูดแล้วก็แก้เอาเครื่องม้าออก เจ้าของสุราจูงม้าเข้าไปผูกไว้ที่หลังโรงแล้วเอาหญ้าให้ม้ากิน

อูเอียนเจียกบอกกับเจ้าของโรงว่า เราเป็นทหารหลวงยกกองทัพมาปราบปรามพวกโจรที่เขาเนียซัวเปาะ ปราชัยทหารล้มตายเป็นอันมาก บัดนี้เราจะไปหาโปวหยงผู้รักษาเมืองเช็งจิว ม้าของเราดีนักเรียกว่าโอวจุยเบ๊ เจ้าแผ่นดินพระราชทานมาทั้งเครื่องและอานพร้อมจงช่วยระวังรักษาไว้ให้ดี เจ้าของโรงว่ามีข้อความอยู่สิ่งหนึ่งจะเล่าให้ท่านทราบ แต่นี้ไปไม่สู้ไกลมีเขาแห่งหนึ่งเรียกทอฮวยซัวมีนายโจรสองคน ที่หนึ่งชื่อลิตงเขาเรียกว่าพะโฮ้วเจียง ที่สองจิวทองเขาเรียกว่าเซียปาอ๋อง มาตั้งซ่องสุมเกลี้ยกล่อมไพร่พลไว้ได้ประมาณแปดร้อย เที่ยวตีปล้นราษฎรชาวบ้านอยู่เนืองๆ ไม่กลัวผู้ใด ทหารหัวเมืองยกมาปราบปรามหลายครั้งก็สู้ไม่ได้ พวกโจรจึงมีใจกำเริบมากขึ้น ข้าพเจ้าวิตกถึงม้าของท่านนัก เวลาค่ำวันนี้ต้องช่วยกันระวังอย่าได้ไว้ใจ

อูเอียนเจียกว่าตัวเรานี้มีฝีมือเข้มแข็ง อย่าว่าแต่นายโจรสองคนถึงจะยกมาให้หมดเราก็ไม่กลัว พูดแล้วเจ้าของโรงจึงพาอูเอียนเจียกเข้าห้องนอน อูเอียนเจียกนั้นใจคอไม่สู้สบาย ด้วยสู้รบแล้วเดินทางมาเหน็ดเหนื่อยอ่อนหิวเสพสุรามึนเมาหลับไป ประมาณสามยามได้ยินเสียงอื้ออึงก็ลุกขึ้นเปิดประตูออกมาถามว่าเสียงอะไรอื้ออึง เจ้าของโรงบอกว่าข้าพเจ้าตื่นขึ้นเอาหญ้าไปให้ม้ากิน เห็นแต่พวกโจรถือคบไฟออกจากบ้านลักเอาม้าไปแล้ว อูเอียนเจียกให้เจ้าของโรงนำทางไล่ติดตามไปได้สามลี้ ไม่แจ้งว่าพวกโจรจะหนีไปทางไหนก็มีความวิตก ชวนเจ้าของโรงกลับมาปรึกษากันว่าจะทำอย่างไรจึงจะได้ม้าสำคัญเป็นของพระราชทานกลับคืนมา เจ้าของโรงว่าท่านอย่าวิตกเวลาพรุ่งนี้จงไปฟ้องต่อผู้รักษาเมืองเช็งจิว ยกกองทัพไปปราบปรามพวกโจรเสียให้ราบคาบ ม้าของท่านก็คงจะได้คืน

อูเอียนเจียกได้ฟังก็มีความวิตกนอนไม่หลับจนสว่าง เรียกเจ้าของโรงเอาเครื่องอานม้ามาแล้วออกจากโรงตรงไปเมืองเช็งจิว ครั้นถึงก็เข้าไปคำนับโปวหยงผู้รักษาเมือง โปวหยงเห็นอูเอียนเจียกก็ตกใจถามว่าได้ยินข่าวเล่าลือมาว่าท่านยกกองทัพไปปราบปรามโจรเขาเนียซัวเปาะเหตุใดจึงได้มาถึงเมืองนี้ อูเอียนเจียกก็เล่าความซึ่งสู้รบปราชัยให้โปวหยงฟังทุกประการ โปวหยงจึงพูดว่าซึ่งถูกอุบายพวกโจรทหารล้มตายเสียมากนั้น ท่านอย่าวิตกมิใช่ว่าเป็นไส้ศึกคิดกบฏจะมีโทษ นี่เหลือกำลังพวกโจรเข้มแข็งจึงได้พ่ายแพ้มา ที่บ้านเมืองนี้ก็เกรงพวกโจร ตัวท่านฝีมือเข้มแข็งมาอยู่ด้วยกันก็ดีแล้ว จะได้ปราบโจรผู้ร้ายที่เขาทอฮวยซัวเสียให้ราบคาบ ได้ม้าพระราชทานกลับคืนมาแล้วจึงจะยกไปกำจัดพวกโจรที่เขายี่เล่งซัวกับเขาแป๊ะโฮ้วซัวด้วย ถ้ากำจัดพวกโจรสามตำบลนี้เรียบร้อยแล้วข้าพเจ้าจะช่วยกราบทูลขอให้ท่านยกกองทัพไปแก้แค้นพวกโจรตำบลเขาเนียซัวเปาะให้จงได้

อูเอียนเจียกคุกเข่าคำนับแล้วพูดว่า ถ้าท่านสงเคราะห์ดังนั้นแล้วพระคุณหาที่สุดมิได้ ถึงตัวจะตายก็ไม่ลืมคุณของท่านเลย โปวหยงได้ฟังก็ยินดี จัดที่ให้อูเอียนเจียกอยู่ตามสบายได้สามวัน อูเอียนเจียกจึงพูดกับโปวหยงว่า ข้าพเจ้าจะขอคุมทหารไปกำจัดพวกโจรเขาทอฮวยซัว เอาม้านั้นคืนมาแล้วจะได้ยกไปปราบปรามพวกโจรสองตำบลเสียทีเดียว โปวหยงได้ฟังก็เกณฑ์ทหารให้สองพัน เครื่องศัสตราวุธเสบียงอาหารพร้อมกับม้าสีเขียวมีฝีเท้าเร็วม้าหนึ่งให้อูเอียนเจียกขี่ อูเอียนเจียกมีความยินดีคำนับลามาจัดทหารเสร็จแล้วก็แต่งตัวใส่เสื้อเกราะขึ้นม้า คุมทหารสองพันออกจากเมืองเช็งจิวตรงไปยังเขาทอฮวยซัว

ฝ่ายลิตงกับจิวทองนายโจรตำบลเขาทอฮวยซัวตั้งแต่ไพร่พลไปลักม้าของอูเอียนเจียกมาก็มีความยินดี เวลาวันนั้นนายโจรทั้งสองนั่งโต๊ะเสพสุราอยู่ พวกที่ไปสืบข่าวมาแจ้งว่า บัดนี้ที่เมืองเช็งจิวยกกองทัพมาเกือบจะถึงตำบลเขาทอฮวยซัวอยู่แล้ว จิวทองนายโจรได้ฟังก็พูดกับลิตงผู้เป็นนายใหญ่ว่า พี่อยู่รักษาตำบลนี้เถิด น้องจะยกไพร่พลไปสู้รบเอง จิวทองจึงจัดไพร่พลประมาณร้อยเศษถือเครื่องศัสตราวุธขึ้นม้าออกจากเขาทอฮวยซัวไปยังที่รบ ทัพทั้งสองฝ่ายก็เข้าปะทะกัน

อูเอียนเจียกขับม้าขึ้นหน้าทหารร้องตวาดด้วยเสียงอันดังว่า พวกโจรยังไม่ยอมให้จับมัดแต่โดยดีหรือ จิวทองไม่พูดประการใด ขับม้าตรงเข้ารบกับอูเอียนเจียกได้หลายเพลง จิวทองทานกำลังและฝีมืออูเอียนเจียกไม่ได้ชักม้าหนี อูเอียนเจียกไล่ตามไปพักหนึ่งกลัวจะถูกอุบาย จึงคุมทหารกลับมาตั้งค่ายมั่นไว้ จิวทองคุมไพร่พลหนีกลับไปถึงเขาบอกกับลิตงว่าอูเอียนเจียกคนนี้ฝีมือเข้มแข็งนัก น้องเห็นว่าจะสู้ไม่ได้ก็คุมไพร่พลหนีกลับมา ถ้าแม้นอูเอียนเจียกคุมทหารตามมาจนถึงนี่ท่านจะคิดอย่างไร

ลีตงว่าเราก็ได้ตรึกตรองแล้ว เห็นแต่หลวงจีนลูตีซิมกับเอียจี้และบู๊สงอยู่ที่เขายี่เล่งซัวฝีมือเข้มแข็งไพร่พลก็มาก เราจะมีหนังสือไปถึงให้ยกมาช่วย ถ้าสำเร็จการแล้วจึงค่อยชวนกันไปสามิภักดิ์ น้องจะเห็นประการใด จิวทองว่าข้าพเจ้าวิตกกลัวหลวงจีนลูตีซิมจะรำลึกถึงความเก่าขึ้นจะไม่ยกมา

ลีตงได้ฟังก็หัวเราะแล้วว่า หลวงจีนลูตีซิมนี้เป็นคนตรงมิได้พยาบาทอาฆาตต่อผู้ใด เราจัดคนที่ช่างพูดไปว่ากล่าวก็คงจะยกมาช่วย จิวทองได้ฟังก็เห็นชอบด้วย ลีตงจึงเขียนหนังสือมอบให้คนที่มีสติปัญญาถือไปที่ตำบลเขายี่เล็งซัววัดโปจูซูนี้หลวงจีนลูตีซิมเป็นนายใหญ่ เอียจี้เป็นนายที่สอง บู๊สงเป็นนายที่สาม ยังมีนายทหารอีกสี่คน ชื่อซิอินที่เรียกว่ากิมงันปิวชาวเมืองเม่งจิว เป็นบุตรขุนนางฝ่ายกรมเมือง เดิมบู๊สงฆ่าเตียโตวกำกับบุตรภรรยาญาติเตียโตวกำเสียทั้งสิ้นแล้วก็หนีไป ผู้รักษาเมืองสืบจับตัวบู๊สงไม่ได้ แต่เรื่องความนั้นซิอินรู้เห็นเป็นใจด้วย ผู้รักษาเมืองก็จับเอาตัวซิอินไปทำโทษแทน ซิอินแจ้งความก็อพยพหนีไปในเวลากลางคืน ครั้นอยู่มาบิดามารดาของซิอินตาย ซิอินแจ้งว่าบู๊สงอยู่ที่เขายี่เล่งซัวจึงมาอยู่กับบู๊สงเข้าเป็นพวกพ้องเดียวกัน อีกคนหนึ่งชื่อเชาเจ็งที่เรียกว่าเชาตอกุ้ย เดิมอยู่กับหลวงจีนลูตีซิมและเอียจี้ที่วัดโปจูซู ภายหลังเชาเจ็งฆ่าเต็งเหล็งตาย จึงได้หนีมาเข้าเป็นพวกอยู่ ณ เขายี่เล่งซัว คนหนึ่งชื่อเตียแช ที่เรียกว่าไชหึงจื้อ ภรรยาชื่อนางซึงยีเหนียที่เรียกว่าบอเอียะแช สองคนผัวเมียเป็นชาวเมืองเม่งจิวตำบลถนนสิบยิป้าย ตั้งโรงขายขนมเนื้อคนกับสุราอยู่เป็นนิตย์ หลวงจีนลูตีซิมกับบู๊สงจึงมีหนังสือไปชักชวนเตียแชกับนางซึงยีเหนียมาอยู่ด้วยกัน

ขณะนั้นหลวงจีนลูตีซิม เอียจี้ บู๊สงสามนายนั่งอยู่ชั้นบน ถัดลงมาซิอิน เชาเจ็ง เตียแช นางซึงยีเหนีย รวมเจ็ดคนนั่งสนทนากันอยู่ พอคนถือหนังสือของลีตงไปถึง เชาเจ็งถามได้ความแล้วก็ไปแจ้งหลวงจีนลูตีซิม เอียจี้ บู๊สงว่า ลีตงกับจิวทองมีหนังสือมาคำนับท่านทั้งสาม หลวงจีนลูตีซิมได้ฟังจึงพูดว่า เดิมทีออกจากเขาเงาไทซัวมาถึงตำบลเขาทอฮวยซัว พวกโจรไม่ให้อาศัย พี่ตีพวกโจรสู้ไม่ได้ พอลิตงเห็นจำได้ เชิญให้ไปบนเขาจัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยงสาบานเป็นพี่น้องกัน นายโจรทั้งสองนั้นจะยกพี่ขึ้นเป็นใหญ่ในตำบลเขาทอฮวยซัว พี่เห็นว่านายโจรใจไม่แน่นอน จึงเก็บเอาเครื่องเงินที่สำหรับใส่สุรากินใส่ห่อผ้าออกจากเขาทอฮวยซัว มาบัดนี้นายโจรมีหนังสือมาจะขอให้เรายกไปช่วย จึงเรียกผู้ถือหนังสือมาถามดู เชาเจ็งก็ไปพาผู้ถือหนังสือมา หลวงจีนลูตีซิมจึงถามว่าเจ้าถือหนังสือมาด้วยเหตุผลสิ่งใด ผู้ถือหนังสือบอกว่าโปวหยงผู้รักษาเมืองเช็งจิวได้นายทหารไว้คนหนึ่งชื่ออูเอียนเจียก ที่ยกทัพไปตีเขาเนียซัวเปาะแตกกลับมา บัดนี้โปวหยงให้อูเอียนเจียกยกกองทัพมาปราบปรามตำบลเขาทอฮวยซัว เขายี่เส่งซัว เขาแป๊ะโอ้วซัวตำบลนี้ก่อน แล้วจึงจะให้อูเอียนเจียกยกกองทัพไปแก้แค้นตำบลเนียซัวเปาะ อูเอียนเจียกคนนี้ฝีมือเข้มแข็งนักนายข้าพเจ้าสู้รบต้านทานไม่ได้ จึงให้หนังสือมาเชิญท่านไปช่วยด้วย ถ้าสำเร็จการแล้วจะมาสามิภักดิ์กับท่าน พร้อมกับส่งหนังสือให้ สามนายก็รีบรับมาอ่านแจ้งความแล้ว

เอียจี้จึงพูดว่า ตำบลของผู้ใดผู้นั้นก็ต้องป้องกันรักษา ครั้นจะไม่ยกไปช่วยก็กลัวผู้ที่มีฝีมือจะนินทา แม้นทอฮวยซัวแตกอูเอียนเจียกคงจะเลยมาตีเขายี่เล่งซัวของเรา จำจะต้องยกไปช่วยสักครั้งหนึ่ง หลวงจีนลูตีซิม บู๊สงได้ฟังก็เห็นชอบ สามนายจึงจัดให้เตียแช นางซึงยีเหนีย ซิอิน เชาเจ็งอยู่รักษาตำบลยี่เล่งซัว แล้วชวนกันแต่งตัวขึ้นม้าถือเครื่องศัสตราวุธคุมไพร่พลออกจากเขายี่เล่งซัว ตรงไปเขาทอฮวยซัว ลิตงได้แจ้งคุมไพร่พลไปคอยรับอยู่ตามทาง

ฝ่ายอูเอียนเจียกรู้ว่าพวกโจรเขาทอฮวยซัวยกมาก็แต่งตัวขึ้นม้าคุมทหารออกจากค่ายตรงไป ลิตงนายโจรคุมไพร่พลมาก็ขับม้าเข้ารบกันได้ประมาณสิบเพลง ลิตงสู้ฝีมือและกำลังอูเอียนเจียกไม่ได้ก็ขับม้าหนีกลับขึ้นมา อูเอียนเจียกก็ขับทหารไล่ตามไป จิวทองอยู่บนเขาเห็นดังนั้นสั่งไพร่พลเอาก้อนศิลาทิ้งลงมาถูกทหารเจ็บป่วยเป็นหลายคน อูเอียนเจียกกลัวจะเสียทีก็คุมทหารกลับ พอแลเห็นกองทัพยกมาอีกพวกหนึ่ง อูเอียนเจียกก็ขับม้าขึ้นหน้าทหาร ครั้นหลวงจีนลูตีซิมมาถึง เห็นพวกทหารอูเอียนเจียกสกัดอยู่ก็ร้องตวาดว่า นายทหารคนไหนที่ยกกองทัพไปตีตำบลเขาเนียซัวเปาะแตกยับเยินหนีกลับมา ยังจะทำเข้มแข็งที่ตำบลนี้อีกหรือ

อูเอียนเจียกได้ฟังก็โกรธนัก ขับม้ารบกับหลวงจีนลูตีซิมได้ห้าสิบเพลง ต่างคนว่องไวทั้งสองฝ่ายไม่แพ้ชนะกัน เอียจี้จึงร้องบอกกับหลวงจีนลูตีซิมว่า พี่หยุดก่อนเถิดน้องจะสู้รบเอง ก็ขับม้าตรงเข้ารบกับอูเอียนเจียกได้ห้าสิบเพลง อูเอียนเจียกนึกว่าคนทั้งสองนี้มาแต่ไหนฝีมือจึงได้เข้มแข็งนัก จะว่าโจรหรือก็ไม่ใช่ สู้รบไปอีกหลายเพลง เอียจี้เห็นฝีมืออูเอียนเจียกแข็งแรงสู้รบไม่แพ้ชนะกัน จึงชักม้าถอยห่างออกไป อูเอียนเจียกเห็นเอียจี้มีกำลังและฝีมือก็ไม่อาจไล่จึงคุมทหารกลับ หลวงจีนลูตีซิมกับเอียจี้ บู๊สงก็ถอยกองทัพไปตั้งมั่นห่างค่ายอูเอียนเจียกประมาณทางยี่สิบลี้

ฝ่ายอูเอียนเจียกคุมทหารกลับมาถึงค่าย ก็คิดรำพึงว่า ตัวเราครั้งนี้ช่างอาภัพนัก สำคัญว่าไม่มีผู้ใดต้านทาน พวกโจรนั้นเปรียบเหมือนเต่าขังไว้ในถัง จะจับไปฆ่าเสียเมื่อไรก็ได้ เหตุไฉนจึงเผอิญให้คนทั้งสองมากั้นกลาง การที่คิดไว้ก็ไม่สมปรารถนา มิเป็นกรรมของเราหรือ จะทำอย่างไรดี

ฝ่ายขงเม่งผู้พี่ที่เรียกว่ามอเท้าแช ขงเหลียงผู้น้องเรียกว่าต๊อกฮวยแช พี่น้องสองคนเป็นบุตรมอไทก๋ง ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ตำบลแป๊ะโฮ้วชึง แขวงเมืองเช็งจิว เดิมขงเม่ง ขงเหลียงวิวาทกับเศรษฐีที่ตำบลนั้น ขงเม่ง ขงเหลียงฆ่าฟันเศรษฐีกับบุตรภรรยาญาติพี่น้องตายทั้งสิ้น แล้วเกลี้ยกล่อมได้ไพร่พลหลายร้อยหนีไปตั้งเป็นโจรอยู่ ณ เขาแป๊ะโฮ้วซัว ผู้รักษาเมืองเช็งจิวจับตัวขงเม่ง ขงเหลียงไม่ได้ ก็จับเอาขงปินอาขงเม่ง ขงเหลียงจำขังคุกไว้ ขงเม่งขงเหลียงแจ้งความก็โกรธแค้นผู้รักษาเมืองเช็งจิว พี่น้องสองคนปรึกษาจะคุมไพร่พลมาหักพังคุกแย่งชิงเอาขงปินผู้อาไป ครั้นปรึกษากันตกลงแล้วก็จัดไพร่พลไว้พร้อม แต่งตัวถืออาวุธขึ้นม้าคุมไพร่พลออกจากเขาแป๊ะโฮ้วซัวตรงมายังเมืองเช็งจิว

ฝ่ายโปวหยงผู้รักษาเมืองแจ้งว่าพวกโจรเขาแป๊ะโฮ้วซัวยกมาก็มีความวิตก จึงใช้ให้ขุนนางไปบอกอูเอียนเจียกว่า ให้กลับมารักษาบ้านเมืองไว้ก่อน อูเอียนเจียกแจ้งความก็ยกกองทัพออกจากค่ายกลับไปเมืองเช็งจิวในเวลากลางคืน

ฝ่ายหลวงจีนลูตีซิมกับเอียจี้และบู๊สงตั้งค่ายพักไพร่พลอยู่ริมเขา ครั้นรุ่งขึ้นเช้าก็คุมไพร่พลตรงไปจะสู้รบกับอูเอียนเจียก ครั้นไปถึงหน้าค่ายไม่เห็นมีทหารก็ตกใจ พูดว่าอูเอียนเจียกจะมีอุบายประการใดดอกกระมังจึงทิ้งค่ายเสียดังนี้ ก็ชวนกันกลับมา ลีตงกับจิวทองจึงเชิญหลวงจีนลูตีซิม เอียจี้ บู๊สงกับไพร่พลเหล่านั้นไปยังเขาที่อยู่ จัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยงกันเป็นอันดี แล้วลีตงก็ให้ไพร่พลไปสืบข่าวกองทัพอูเอียนเจียก ได้ความว่าอูเอียนเจียกเลิกกองทัพกลับไปแต่เวลาคืนนี้แล้ว ลีตง จิวทองก็มีความยินดี หลวงจีนลูตีซิม เอียจี้ บู๊สงก็ลาลีตงจิวทองคุมไพร่พลกลับไป

ฝ่ายขงเม่ง ขงเหลียงคุมไพร่พลมาใกล้จะถึงเมืองเช็งจิวพบกองทัพอูเอียนเจียกยกกลับมา ขงเม่งก็ขับม้าขึ้นหน้าตรงเข้าสู้รบ อูเอียนเจียกก็รับรองป้องกันไว้

ขณะนั้นผู้รักษาเมืองยืนดูอยู่บนกำแพง อูเอียนเจียกคิดจะอวดฝีมือ พอขงเม่งเอาทวนแทงมาก็ป้องปัดด้วยแข็งแรง แล้วขับม้าเข้าใกล้จับขงเม่งได้ส่งให้ทหาร ขงเหลียงเห็นดังนั้นก็พาไพร่พลรีบถอยหนี โปวหยงร้องบอกอูเอียนเจียกให้ไล่ตามไป อูเอียนเจียกคุมทหารไล่ตามไปทัน ฆ่าฟันพวกโจรล้มตายจับเป็นได้ร้อยเศษ ขงเหลียงกับบ่าวที่เหลือตายพากันหนีไปได้ พอเวลาจวนค่ำก็เข้าอาศัยในศาลเจ้า อูเอียนเจียกไล่ตามขงเหลียงไม่ทันแล้วก็คุมทหารกลับเข้าเมือง เอาขงเม่งกับไพร่พลที่จับได้มาส่งให้ผู้รักษาเมือง

โปวหยงมีความยินดียิ่งนัก สั่งให้เอาตัวขงเม่งจำขังคุกไว้กับขงปินด้วยกัน แล้วให้บำเหน็จรางวัลกับพวกทหารตามสมควร จัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยงอูเอียนเจียกเป็นที่รื่นเริง และถามถึงการสู้รบกับพวกโจรเขาทอฮวยซัว

อูเอียนเจียกก็แจ้งว่าเดิมทีข้าพเจ้าคิดไว้ ถ้ายกไปถึงก็จะจับพวกโจรมาเหมือนจับปลาในบ่อ ครั้นยกกองทัพไปถึงก็มีโจรอีกพวกหนึ่งยกมาช่วย นายโจรสองคน บวชเป็นหลวงจีนคนหนึ่งหน้าเขียว รูปร่างสูงใหญ่ ฝีมือเข้มแข็ง สู้รบกับข้าพเจ้าหลายสิบเพลงยังไม่แพ้ชนะกัน

โปวหยงได้ฟังจึงบอกกับอูเอียนเจียกว่า โจรคนที่บวชเป็นหลวงจีนนั้นชื่อลูตัด เป็นขุนนางอยู่กับเล่าชองเก็งเลียดเซียงก๋ง ผู้รักษาเมืองเอียนอันฮู้ ครั้นภายหลังบวชเป็นหลวงจีนเรียกว่า ฮวยห้อเสียงคือลูตีซิม คนที่หน้าเขียวรูปร่างสูงใหญ่นั้น เดิมเป็นขุนนางอยู่ตังเกียเมืองหลวง เรียกว่าแชมินสิวชื่อเอียจี้ ยังอีกคนหนึ่งชื่อบู๊สงที่เรียกว่าเฮงเจีย ตีเสือที่ตำบลเก็งเอียงก๋งตาย ได้เป็นขุนนางครูทหาร คนทั้งสามฝีมือเข้มแข็งนัก บัดนี้ไปตั้งซ่องสุมไพร่พลอยู่ที่เขายี่เล่งซัว เที่ยวตีปล้นคนเดินทางและราษฎรชาวบ้านอยู่เนืองๆ ทหารหัวเมืองยกไปหลายครั้งก็สู้พวกโจรไม่ได้

อูเอียนเจียกได้ฟังจึงว่า เดิมทีข้าพเจ้าสำคัญว่าพวกโจร ครั้นเข้าสู้รบกันก็คิดสงสัยถ้าพวกโจรแล้วฝีมือไม่เข้มแข็งนัก คนทั้งสามนี้ชื่อเสียงปรากฏมาก แต่เหตุไฉนจึงมาตั้งซ่องสุมกันเป็นโจร แล้วแข็งใจว่า อย่าได้วิตกข้าพเจ้าคงจะจับพวกโจรเหล่านี้ส่งเข้าไปเมืองหลวงให้สิ้น โปวหยงได้ฟังมีความยินดี อูเอียนเจียกจึงคำนับลากลับไปที่อยู่

ฝ่ายหลวงจีนลูตีซิมให้บู๊สงคุมไพร่พลเดินไปหน้า หลวงจีนลูตีซิมกับเอียจี้ตามไปต่อภายหลัง

ฝ่ายขงเหลียงคุมไพร่พลที่เหลือตายออกจากศาลเจ้า เดินทางไปหลายเวลา เห็นไพร่พลยกมาพวกหนึ่ง ไม่แจ้งว่าทหารของผู้ใดก็หยุดดูพอเข้ามาใกล้ขงเหลียงจำได้ ตรงเข้าไปคุกเข่าคำนับเป็นอันดี บู๊สงก็ต้อนรับคำนับกันตามธรรมเนียมแล้วพูดว่า ข้าพเจ้าได้ยินข่าวเล่าลือมาว่าท่านทั้งสองตั้งซ่องสุมอยู่ ณ เขาแป๊ะโฮ้วซัว คิดว่าจะไปสนทนาเล่นบ้างก็ยังไม่ว่างธุระ ประการหนึ่งทางก็สับสนเยื้องอยู่คนละทิศ วันนี้ท่านมีธุระสิ่งใดจึงได้มาถึงตำบลนี้

ขงเหลียงก็เล่าความซึ่งจะมาช่วยขงปินผู้เป็นอาให้ฟังทุกประการ บู๊สงจึงว่าท่านอย่าวิตก เรามีพวกพ้องอยู่เจ็ดคนตั้งซ่องสุมอยู่ที่เขายี่เล่งซัว บัดนี้ทหารเมืองเซ็งจิวยกมารบกวนที่เขาทอฮวยซัว ลีตง จิวทองสู้ฝีมือทหารเมืองเช็งจิวไม่ได้ จึงให้พวกเรามาช่วยรบกับอูเอียนเจียกยังไม่แพ้ชนะกัน อูเอียนเจียกคุมทหารกลับไปเสียในเวลากลางคืน ลีตง จิวทองจึงเชิญเรากับหลวงจีนลูตีซิมและเอียจี้ไปที่เขาทอฮวยซัวจัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยง แล้วให้ม้ามีฝีเท้าดีแก่เราม้าหนึ่ง จะกลับไปเขายี่เล่งซัว หลวงจีนลูตีซิมกับเอียจี้มาภายหลัง ถ้ามาถึงเราจะบอกให้ยกไพร่พลไปตีเมืองเช็งจิวช่วยอากับพี่ของท่านอย่าวิตกเลย

ขงเหลียงได้ฟังก็คุกเข่าลงคำนับอีก แล้วพูดว่าท่านจงสงเคราะห์ข้าพเจ้าด้วยเถิด พอเห็นหลวงจีนลูตีซิมกับเอียจี้ขี่ม้าตรงมาถึง บู๊สงก็ให้ขงเหลียงคำนับหลวงจีนลูตีซิมกับเอียจี้ แล้วเล่าความของขงเหลียงให้ฟังทุกประการ และว่าขอพี่ทั้งสองยกไปช่วยขงปินกับขงเม่งออกมาด้วยเถิด

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ