หลวงจีนตีจินว่าเมื่อครั้งก่อนเราก็งดไว้เห็นแก่เตียอวนเงยเศรษฐี ครั้งนี้เจ้ามาทำเหลือเกินต่อไปอีก เห็นจะอยู่ด้วยกันไม่ได้ ศิษย์ทั้งหลายได้ฟังอาจารย์ว่ากล่าวกับหลวงจีนลูตีซิมดังนั้นก็ชวนกันเก็บสิ่งของจะไปอยู่ที่อื่น ท่านอาจารย์ก็อ้อนวอนศิษย์ทั้งปวงไว้ว่าเจ้าอย่าวุ่นวายไปเลยจะจัดแจงให้หลวงจีนลูตีซิมไปเสียให้พ้น ศิษย์เหล่านั้นได้ฟังก็งดรออยู่หลวงจีนตีจินเจ้าวัดเขียนหนังสือไปถึงเตียอวนเงยว่า หลวงจีนลูตีซิมเสพสุราเมาทำข้าวของกับศาลาและรูปตุ๊กตาที่หน้าประตูวัดหักพังแตกทำลายเสียสิ้น แต่ทำดังนี้เป็นหลายครั้งห้ามปรามเท่าไรก็ไม่ฟัง เหลือสติปัญญาจะต้องให้ไปอยู่ที่อื่นขืนจะอยู่ที่วัดนี้ศิษย์ทั้งหลายก็จะพากันไปเสียหมดสิ้น เขียนหนังสือแล้วให้ศิษย์ถือไปถึงเตียอวนเงย ๆ รับหนังสือคลี่ออกอ่านแจ้งความแล้วก็เขียนหนังสือตอบมาว่า ซึ่งศาลากับสิ่งของทั้งหลายหักพังเสียไปข้าพเจ้าจะใช้ให้ แต่หลวงจีนลูตีซิมนั้น ท่านจะให้ไปอยู่ที่แห่งใดก็ตามแต่ท่านจะจัดแจงเถิด เขียนหนังสือแล้วมอบให้ศิษย์ถือมาถึงหลวงจีนตีจิน ๆ แจ้งความในหนังสือตอบของเตียอวนเงยแล้วก็เรียกหลวงจีนลูตีซิมมาบอกว่า เจ้าทำวุ่นวายขึ้นหลายครั้ง ข้าวของหักพังเสียไปมาก ศิษย์ทั้งปวงเขาแค้นเคืองนัก เจ้าอยู่ที่นี่เห็นจะไม่ได้ เรายังมีศิษย์อีกคนหนึ่งไปเป็นอาจารย์อยู่วัดใต้เสียงก๊กยี่อยู่ที่ตังเกียเมืองหลวงชื่อหลวงจีนติเช็งเซียนซือ เราจะมีหนังสือให้เจ้าไปอาศัยอยู่กับเขา หลวงจีนลูตีซิมว่าตามแต่ท่านจะเมตตาข้าพเจ้าจะปฏิบัติตามไม่ขัดขวาง หลวงจีนตีจินเจ้าวัดก็เขียนหนังสือไปถึงหลวงจีนติเช็ง แล้วเอาเงินสิบตำลึงกับเสื้อกางเกงสำหรับใส่หลวงจีนมาส่งให้แล้วกำชับสั่งว่า เวลาคืนนี้เรานั่งพิจารณามีความอยู่สี่ข้อเจ้าจงจำไว้ ข้อหนึ่งว่า พบพุ่มไม้ให้ลุกขึ้น ข้อสองว่า ถ้าพบภูเขาจะมั่งมีทรัพย์สินเงินทอง ข้อสามว่า ถ้าพบบ้านเมืองและขุนนางจงคิดยักย้ายหนีไป ข้อสี่ว่า ถ้าพบถังเปรียบเหมือนแม่น้ำให้เป็นที่หยุดพักอยู่เพียงนั้น ซึ่งความสี่ข้อนี้เจ้าอย่าได้ลืมเลย หลวงจีนลูตีซิมจำได้ทั้งสี่ข้อแล้วก็รับหนังสือกับเงินเสื้อกางเกงคำนับลาออกจากวัดเขาเงาไทซัวไปหาช่างเหล็กเอาง้าวกับไม้เท้า แล้วเอาเงินให้ช่างเหล็กอีกเล็กน้อยพอสมควรก็ออกเดินทางตรงไปตังเกียเมืองหลวง

ฝ่ายศิษย์ในวัดเขาเงาไทซัว ครั้นหลวงจีนลูตีซิมไปจากวัดแล้วก็พากันชื่นชมยินดี เตียอวนเงยเศรษฐีก็จ้างช่างทำศาลาและสิ่งของที่หักพังให้งดงามดีตามเดิมแล้วก็กลับไป ตั้งแต่นั้นมาศิษย์ทั้งหลายก็มีความสุขเหมือนแต่เดิม

ฝ่ายหลวงจีนลูตีซิมมือถือไม้เท้าเอาง้าวแบกห้อยห่อสิ่งของ เดินทางไปได้ครึ่งเดือนเศษ ครั้นเวลาเย็นก็เข้าสำนักที่โรงเตี๊ยมวัดมีตามทางก็ไม่เข้าอาศัย เวลาวันหนึ่งเดินไปชมเขาชมป่าก็เพลิดเพลินไม่ทันเข้าอาศัยโรงเตี๊ยม พ้นระยะทางไปไม่มีโรงเตี๊ยมอาศัย เวลาก็จวนค่ำรีบเดินไปมีแสงไฟสว่างอยู่ข้างหน้าก็ตรงเข้าไป เห็นมีบ้านเรือนอยู่เป็นหมู่ผู้คนขนของสับสนกัน หลวงจีนลูตีซิมเดินไปยืนอยู่ที่ประตูบ้าน ชายเจ้าของบ้านเห็นก็ถามว่า หลวงจีนนี้จะไปข้างไหนจนมืดค่ำ หลวงจีนลูตีซิมบอกว่า เราเดินทางเกินระยะมาจะขออาศัยหยุดพักสักคืนหนึ่งก็จะลาไป ชายนั้นว่าค่ำวันนี้เขาวุ่นวายกันอยู่จงไปเสียเถิด ถ้าอยู่ที่นี่เขาคงจับท่านมัดไว้ หลวงจีนลูตีซิมว่า เหตุการณ์อย่างไรจึงจะมาจับเราไม่กลัว หลวงจีนลูตีซิมกับชายเจ้าของบ้านก็ทุ่มเถียงกันอื้ออึงขึ้น มีผู้เฒ่าคนหนึ่งเดินออกมาถามว่า ทะเลาะวิวาทกันอื้ออึงด้วยเหตุอันใด หลวงจีนลูตีซิมบอกว่าเรามาแต่วัดเขาเงาไทซัวจะขออาศัยสักคืนหนึ่งพอรุ่งเช้าก็จะลาไป ชายเหล่านี้ว่าจะจับเรามัดไว้จึงได้ทุ่มเถียงกัน ผู้เฒ่าได้ฟังว่ามาแต่วัดเขาเงาไทซัว ก็เชิญเข้าไปข้างในจัดที่ให้นั่งแล้วพูดว่า พวกข้าพเจ้าเหล่านี้ไม่รู้จักอะไรจึงได้วิวาทกับท่านอย่าได้ถือโทษเลย ในบ้านข้าพเจ้าเวลาค่ำวันนี้มีธุระอยู่สิ่งหนึ่ง แต่ท่านจะพักสักคืนเดียวนั้นไม่เป็นไร หลวงจีนลูตีซิมมีความยินดี ตอบว่าขอบใจท่านนักหนา แต่ท่านแซ่ไรชื่อใดจงบอกให้เราทราบ ผู้เฒ่านั้นบอกว่าแซ่เล่าชาวบ้านเรียกว่าเล่าไทก๋ง ตำบลบ้านนี้เรียกว่าถอฮวยชวน ซึ่งตัวของท่านแซ่ใดชื่อไร หลวงจีนลูตีซิมบอกว่าเราแซ่ลู ท่านอาจารย์วัดเขาเงาไทซัวให้ชื่อตีซิม เล่าไทก๋งก็ยินดีจึงถามว่าท่านกินของสดคาวหรือกินบวช หลวงจีนลูตีซิมว่าเรากินได้ทุกอย่าง สดคาวสุรานั้นเป็นของชอบใจ เล่าไทก๋งสั่งให้จัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยงหลวงจีนลูตีซิม แล้วเล่าไทก๋งจึงบอกว่า เวลาค่ำวันนี้เขาอื้ออึงกันท่านอย่าออกไปดูนอนนิ่งอยู่แต่ในห้อง หลวงจีนลูตีซิมถามว่าเหตุการณ์อันใดจึงดูไม่ได้ เล่าไทก๋งว่าบุตรสาวข้าพเจ้าจะมีผัวจึงมีความวิตกนัก หลวงจีนลูตีซิมว่าการอันนี้ก็เป็นมงคล เหตุไฉนท่านจึงได้มีความวิตกด้วยข้อใด เล่าไทก๋งว่าการมงคลอันนี้มิใช่ข้าพเจ้ายอมเป็นการข่มขืนกัน หลวงจีนลูตีซิมว่าจะมาข่มขืนเช่นนั้นไม่ได้ เหตุผลประการใดท่านจงเล่าให้เราฟังเถิด เล่าไทก๋งบอกว่า ที่เขาถอฮวยซัวนี้ มีนายโจรอยู่สองคนไพร่พลทหารประมาณห้าหกร้อยคน คอยตีปล้นราษฎรอยู่เนืองๆ เวลาวันหนึ่งนายโจรทั้งสองมาตีปล้นที่ตำบลนี้ ครั้นมาเห็นบุตรสาวของข้าพเจ้านายโจรชอบใจจะเอาไปเป็นภรรยา เอาทองหนักยี่สิบตำลึงกับแพรม้วนหนึ่งข่มขืนให้แก่ข้าพเจ้าว่า ค่ำวันนี้จะมาแต่งงานอยู่กินด้วยกันกับบุตรสาวของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าไม่ยอม นายโจรจะจับพวกข้าพเจ้าฆ่าเสีย ข้าพเจ้ากลัวตายก็ต้องจำใจให้ หลวงจีนลูตีซิมได้ฟังก็โกรธจึงพูดว่า ท่านอย่าวิตกเลย ถ้านายโจรมาเราจะว่ากล่าวไม่ให้อยู่กับบุตรสาวท่าน เล่าไทก๋งว่านายโจรใจทมิฬดุร้ายเห็นจะไม่ฟัง หลวงจีนลูตีซิมว่า เราเรียนวิชามาแต่ท่านอาจารย์ นายโจรนั้นจะดุร้ายอย่างไรก็ไม่กลัว เวลาค่ำวันนี้ท่านจงพาบุตรของท่านไปซ่อนไว้ที่ห้องอื่น ห้องนั้นเราจะเข้าอยู่ ถ้านายโจรมาเราจะว่ากล่าวให้กลับไปเสียจงได้ ท่านจงวางใจเป็นธุระของเราเอง เล่าไทก๋งว่าท่านอย่าพูดเล่น ถ้าไม่สำเร็จชีวิตข้าพเจ้าก็คงตาย หลวงจีนลูตีซิมจึงตอบว่า ข้าพเจ้ารับอาสาท่านแล้วมิให้ท่านเป็นอันตรายได้ ถึงมาดแม้นเสียทีก็จะพาท่านหนีไปให้พ้นภัย ห้องบุตรสาวท่านอยู่ที่ไหน จงพาเราไปอยู่ในนั้นเถิด เล่าไทก๋งก็จัดยักย้ายบุตรสาวไปอยู่ห้องอื่นแล้วก็พาหลวงจีนลูตีซิมไปอยู่ห้องนั้น หลวงจีนลูตีซิมเข้าไปในห้องสั่งเล่าไทก๋งว่าท่านจงไปจัดสิ่งของไว้รับนายโจรให้ดี สั่งแล้วก็เอาง้าวกับไม้เท้าวางไว้ริมเตียงข้างมุ้งตัว หลวงจีนลูตีซิมก็เข้าไปในมุ้งปิดประตูมุ้งเสียนอนคอยอยู่ในนั้น เล่าไทก๋งออกมาจากห้องปิดประตูห้องดีแล้ว สั่งคนใช้ให้จัดการมงคลไว้คอยท่านายโจร บ่าวไพร่ก็ชวนกันจัดการไว้พรักพร้อม

ครั้นเวลาค่ำได้ยินเสียงปี่พาทย์ครึกครื้นโห่ร้องมา ผู้คนที่ตำบลนั้นก็ชวนกันออกไปดูที่หน้าบ้าน เห็นทหารจุดคบไฟเดินเป็นแถวมานายโจรที่สองขี่ม้าอยู่ข้างหลัง ครั้นมาถึงเล่าไทก๋งก็ออกไปคุกเข่าคำนับนายโจรแล้วพูดว่า เชิญท่านเข้าไปข้างในเถิด นายโจรที่สองเห็นเล่าก๋งมาคุกเข่าคำนับจึงพูดว่า ท่านเป็นพ่อตาข้าพเจ้าแล้ว หาควรจะมาคำนับไม่ และท่านจัดการงานไว้คอยรับโตใหญ่ชอบใจนัก เชิญท่านลุกขึ้นเถิด เล่าไทก๋งนั้นคิดวุ่นวายใจไม่แจ้งว่าหลวงจีนลูตีซิมจะคิดอ่านประการใด ก็แข็งใจพูดว่า ข้าพเจ้ากับพวกเหล่านี้ได้พึ่งบุญท่านพากันชื่นชมยินดี จึงได้จัดการไว้คอยท่า นายโจรได้ฟังก็ดีใจลงจากม้าเข้าไปในบ้าน เห็นเล่าไทก๋งตั้งโต๊ะบูชาไฟโคมสว่างข้าวของที่ใช้สอยต่างๆ นั้น ก็เอาของใหม่สีแดงทั้งสิ้น นายโจรก็ตรงเข้านั่งบนเก้าอี้หน้าโต๊ะ เล่าไทก๋งสั่งคนใช้ยกโต๊ะและสุรามาเลี้ยงนายโจรแล้ว นายโจรถามเล่าไทก๋งว่าบุตรสาวท่านอยู่ห้องไหนไม่เห็นออกมาปฏิบัติเลย เล่าไทก๋งว่าบุตรสาวข้าพเจ้าเป็นคนขี้อายอยู่แต่ในห้อง นายโจรกินอาหารพอเป็นทีแล้วจึงว่าบุตรหญิงท่านอยู่ที่ไหนจงพาเราไปเถิด เล่าไทก๋งก็พาไปถึงห้องแล้วบอกว่า ห้องนี้แหละบุตรสาวข้าพเจ้าอยู่ เล่าไทก๋งก็กลับออกมามีความวิตกคิดจะหนีไป

ฝ่ายนายโจรที่สองผลักประตูห้องเข้าไปเห็นไม่มีไฟ จึงพูดว่าพ่อตาเรานี้เหนียวแน่นนัก แต่ชั้นไฟก็ไม่จุดไว้หรือไม่มีน้ำมัน พรุ่งนี้เราจะให้บ่าวไพร่หามนํ้ามันนั้นมาสักถังหนึ่ง พูดแล้วก็คลำเข้าไปร้องเรียกนางนั้นว่า เจ้ามารับด้วยเวลาพรุ่งนี้จะตั้งให้เป็นฮูหยิน หลวงจีนลูตีซิมได้ฟังดังนั้นก็สู้กลั้นหัวเราะไว้ กลัวนายโจรจะรู้ก็นอนนิ่งฟังอยู่ นายโจรคลำเข้าไปถึงก็เปิดมุ้งขึ้นแล้วพูดว่า ยังไม่ทันไรก็หลับไม่ออกมารับเราด้วย ก็เอามือคลำถูกท้องหลวงจีนลูตีซิม ๆ กอดตัวนายโจรไว้พอนายโจรจะร้องหลวงจีนลูตีซิมก็เอามือทุบนายโจรล้มลงเอาเท้าเหยียบไว้ แล้วพูดว่าเจ้ามาเที่ยวข่มเหงกดขี่เอาตามอำเภอใจ ถือดีอย่างไรไม่กลัวความตายหรือ นายโจรถูกตีเจ็บป่วยก็ร้องเรียกให้พวกโจรช่วย เล่าไทก๋งได้ฟังเสียงนายโจรร้องก็ตกใจ คิดว่าหลวงจีนลูตีซิมจะพูดจากับนายโจรประการใดกลับไปทุบตีกัน เห็นจะเกิดความใหญ่เป็นแน่ จึงพูดว่าหลวงจีนลูตีซิมมาทำกรรมให้เรา แล้วก็จุดไฟเข้าไปดูเห็นหลวงจีนลูตีซิมเหยียบนายโจรไว้ นายโจรก็ร้องให้พวกโจรช่วย พวกโจรเข้าไปดูเห็นดังนั้นก็วิ่งออกมาเอาเครื่องศัสตราวุธเข้าไปช่วย หลวงจีนลูตีซิมเห็นพวกโจรมาก็ฉวยเอาไม้เท้าเข้าสู้รบกับพวกโจร ๆ สู้รบฝีมือหลวงจีนลูตีซิมไม่ได้ถูกตีเจ็บป่วยก็แตกหนีไป นายโจรที่สองนั้นถูกตีเจ็บป่วยหนีออกไปได้ก็ตรงขึ้นม้าร้องว่า เล่าไทก๋งดีแล้วคงเห็นฝีมือกันก็ขับม้าหนีกลับไปเขา เล่าไทก๋งกลัวจนตัวสั่นร้องว่า ท่านมาทำกรรมให้ข้าพเจ้าแล้ว หลวงจีนลูตีซิมว่าท่านอย่าวิตกเลย เรานี้เป็นขุนนางนายทหารอยู่กับเล่าชองเก็งเลียดเซียงก๋ง ณ เมืองเอียนอันฮู้ เพราะด้วยเราตีคนตายจึงได้มาบวชเป็นหลวงจีน ถึงนายโจรจะยกมาสักเท่าใดก็อย่าได้ตกใจเราจะสู้รบคนเดียว พูดแล้วก็ให้พวกเล่าไทก๋งไปเอาง้าวในห้อง พวกเล่าไทก๋งยกง้าวไม่ขึ้น หลวงจีนลูตีซิมก็เข้าไปเอาง้าวออกมารำเพลงอาวุธให้ดู เล่าไทก๋งเห็นกำลังและฝีมือเข้มแข็งก็วางใจหายทุกข์ จึงพูดว่าท่านช่วยชีวิตพวกข้าพเจ้าไว้เถิด หลวงจีนลูตีซิมว่า เราเมาสุรายิ่งมีกำลังมากท่านจงจัดหาสุรามากินให้เมาเราจะช่วยให้พ้นภัยจงได้ เล่าไทก๋งก็จัดหาโต๊ะและสุรามาเลี้ยงหลวงจีนลูตีซิม แล้วก็นั่งคอยพวกโจรอยู่

ฝ่ายนายโจรที่หนึ่งนั่งอยู่ที่เขาถอฮวยซัว คิดว่าจะมาดูนายโจรที่สองแต่งงาน พอพวกโจรที่แตกหนีมาเข้าไปแจ้งว่านายโจรที่สองนั้นเขาทุบตีจนยับเยิน พอนายโจรที่สองไปถึงก็แจ้งความซึ่งหลวงจีนทุบตีให้ฟังทุกประการ แล้วจึงพูดว่าพี่ช่วยแก้แค้นสักครั้งเถิด ข้าพเจ้าถูกตีเจ็บป่วยนัก นายโจรที่หนึ่งได้ฟังก็โกรธ จึงพูดว่าน้องอยู่รักษาตัวเสียก่อน พี่จะไปจับตัวหลวงจีนมาฆ่าแก้แค้นเสียให้ได้ พูดแล้วก็สั่งพวกบริวารเตรียมเครื่องศัสตราวุธไว้พร้อมเสร็จ นายโจรที่หนึ่งก็แต่งตัวถือทวนขึ้นม้าคุมไพร่พลออกจากเขาถอฮวยซัว ตรงมาตำบลบ้านถอฮวยชวน

ฝ่ายหลวงจีนลูตีซิมนั่งพูดอยู่กับเล่าไทก๋ง พอพวกพ้องของเล่าไทก๋งเข้าไปบอกว่านายโจรที่หนึ่งคุมทหารมาเป็นอันมาก หลวงจีนลูตีซิมได้ฟังจึงพูดกับเล่าไทก๋งและคนเหล่านั้นว่า ท่านทั้งหลายอย่าตกใจเราจะออกไปสู้รบเอง ถ้าเราตีนายโจรล้มลง พวกท่านจงตรูกันเข้าจับมัดไว้ จะได้เอาตัวไปส่งตามกระทรวง พูดแล้วก็แต่งตัวถือง้าวออกมานอกบ้าน เห็นพวกโจรถือคบไฟสว่างตรงมา หลวงจีนลูตีซิมยืนดูอยู่

ฝ่ายนายโจรที่หนึ่งคุมไพร่พลมาถึง จึงร้องตวาดว่า หลวงจีนอยู่ที่ไหนให้เร่งออกมาโดยเร็ว หลวงจีนลูตีซิมได้ฟังก็โกรธยิ่งนัก ร้องตวาดว่าเจ้าไม่รู้จักเราหรือ ก็เอาง้าวฟันไป นายโจรเอาทวนป้องกันไว้คิดสงสัยว่าหลวงจีนรูปนี้เหมือนกับได้พบกันทีหนึ่ง นายโจรจึงพูดว่า อย่าเพิ่งสู้รบก่อน ข้าพเจ้ากับท่านเคยได้พบกันที่ตำบลไหนก็ลืมไปเสียแล้ว ท่านแซ่ไรชื่อใด หลวงจีนลูตีซิมว่า ท่านไม่รู้จักหรือ เราเป็นขุนนางนายทหารของเล่าชองเก็งเลียดเซียงก๋ง ณ เมืองเอียนอันฮู้ชื่อลูตัด ต้องไปบวชเพราะมีความใหญ่ อาจารย์ให้ชื่อลูตีซิม นายโจรที่หนึ่งได้ฟังก็หัวเราะ ลงจากม้าวางทวนเข้าไปคำนับ แล้วเรียกว่าพี่ตีเอาน้องที่สองเกือบตาย หลวงจีนลูตีซิมได้ฟังดังนั้นก็สงสัย ถอยห่างออกไปพิเคราะห์ดูเหมือนจะเป็นลีตงนึกได้ จึงคิดว่าลีตงคนนี้พบกันที่เมืองอุยจิว คิดแล้วก็วางง้าวลง ลีตงเข้าไปใกล้ถามว่าเหตุไฉนจึงมาบวช หลวงจีนลูตีซิมว่ามาข้างในเถิดจะเล่าให้ฟัง แล้วชวนกันมาเข้าไปข้างใน เล่าไทก๋งเห็นดังนั้นก็ตกใจจึงคิดว่า หลวงจีนลูตีซิมนี้เราสำคัญว่าเป็นคนดีกลับมาเป็นพวกโจร พวกเราจะพากันยับเยินเสียดอกกระมัง คิดแล้วก็มีความวิตกนักนิ่งดูอยู่ หลวงจีนลูตีซิมเห็นเล่าไทก๋งไม่สบายใจ ก็ร้องเรียกเล่าไทก๋งให้มานั่งด้วยกัน แล้วพูดว่าท่านอย่าวิตกเลย ลีตงนายโจรนี้เป็นพวกพ้องของเรา หลวงจีนลูตีซิมก็เล่าความตั้งแต่ให้เงินกิมโล้พ่อนางชุยเหลียน แล้วตีแต้โต๋วตายหนีไปเมืองไต้จิว พบกับกิมโล้กับบุตรสาวจนได้บวชเป็นหลวงจีน ให้ลีตงนายโจรฟังทุกประการ แล้วว่าบัดนี้เราจะไปตังเกียเมืองหลวงมาอาศัยอยู่ที่นี่ นายโจรที่เราตีนั้นคือผู้ใด และวันเมื่อจะจากกันเจ้าไปอยู่ที่ไหน จึงได้มาเป็นโจรอยู่เขานี้ ลีตงบอกว่าเวลานั้น พี่กับข้าพเจ้าและซือจินกินโต๊ะเสพสุราอยู่ที่โรงเกาเหลา ณ เมืองอุยจิวที่ให้เงินกับกิมโล้แล้วก็จากกันไป ข้าพเจ้าอาศัยอยู่ที่โรงเตี๊ยมคืนหนึ่ง ครั้นรุ่งเช้าได้ข่าวว่าพี่ตีแต้โต๋วตายผู้รักษาเมืองอุยจิวให้ทหารเที่ยวจับตัวพี่ ข้าพเจ้าแจ้งความแล้วจึงไปเที่ยวหาซือจินจะปรึกษาหารือกันก็ไม่พบ เห็นทหารเที่ยวหาจะจับพี่อยู่วุ่นวาย ข้าพเจ้าจึงเก็บเครื่องยาที่ค้าขายพอสมควรใส่หีบหนีมา ครั้นถึงเขาถอฮวยซัว นายโจรที่ท่านตีนั้นคุมไพร่พลมาจะเอาเงินค่าทางกับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าไม่ยอมให้จึงได้สู้รบกัน นายโจรสู้ข้าพเจ้าไม่ได้ยกข้าพเจ้าขึ้นเป็นไต้อ๋องจึงได้อยู่ที่เขานี้ นายโจรที่พี่ทุบตีนั้นชื่อจิวทอง ไพร่พลเรียกว่าเซียวปาอ๋อง หลวงจีนลูตีซิมได้ฟังจึงว่า เราจากกันมาช้านานหนักหนาแล้ว และจิวทองซึ่งเป็นเซียวปาอ๋องนั้นพี่ไม่รู้จักจึงได้ทุบตี เจ้าจงไปห้ามเสียอย่าให้วุ่นวายความเรื่องบุตรสาวเล่าไทก๋งต่อไป ด้วยเล่าไทก๋งมีบุตรหญิงคนเดียว ตัวก็แก่แล้วหมายจะพึ่งบุตร แล้วมาทำให้เขาได้ความเดือดร้อนดังนี้ไม่ควร เล่าไทก๋งได้ฟังก็ดีใจจัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยงหลวงจีนลูตีซิมกับลีตงนายโจรแล้ว เล่าไทก๋งก็เอาทองคำหนักยี่สิบตำลึงกับแพรสี่ม้วนมาวางไว้ที่หน้าโต๊ะ หลวงจีนลูตีซิมจึงพูดกับลีตงว่า ท่านเป็นใหญ่จงเอาของสิ่งนี้ไปคืนให้จิวทองเถิด ลีตงก็รับทองคำกับแพรไว้ แล้วพูดว่า พี่กับเล่าไทก๋งอย่าวิตก ข้าพเจ้าจะว่ากล่าวจัดแจงให้เรียบร้อยจงได้ เล่าไทก๋งมีความยินดีนัก พูดปรึกษาข้อราชการกันอยู่จนเวลารุ่งสว่าง ลีตงจึงพูดกับหลวงจีนลูตีซิมว่า ขอเชิญพี่ไปเที่ยวเล่นที่เขาสักสองเวลาเถิด หลวงจีนลูตีซิมจึงเชิญเล่าไทก๋งไปเที่ยวด้วย ลีตงสั่งให้พวกโจรจัดเกี้ยวมาหามหลวงจีนลูตีซิมกับเล่าไทก๋งไปเขาถอฮวยซัว เล่าไทก๋งกับหลวงจีนลูตีซิม ลีตงก็ขึ้นเกี้ยวไปด้วยกันทั้งสามนาย ครั้นไปถึงเขาถอฮวยซัว ลีตงเชิญหลวงจีนลูตีซิมเล่าไทก๋งเข้าไปข้างในจัดที่ให้นั่งสมควรแล้ว ลีตงก็ให้คนใช้ไปเชิญจิวทองนายโจรที่สองออกมา จิวทองเห็นหลวงจีนลูตีซิมกับเล่าไทก๋งก็โกรธ พูดว่าพี่ลีตงหาช่วยแก้แค้นแทนเราไม่ กลับไปพาหลวงจีนกับเล่าไทก๋งมาให้เห็นหน้าอีกเล่า ลีตงว่าเจ้าไม่รู้จักหรือชื่อลูตัดที่ตีแต้โต๋วตาย จึงได้มาบวชเป็นหลวงจีนชื่อว่า ลูตีซิม จิวทองได้ฟังก็สะดุ้งใจ คิดว่าลูตัดคนนี้มีฝีมือเข้มแข็งชื่อเสียงก็ปรากฏ นี่หากว่าบุญของเราจึงได้รอดชีวิตอยู่ ถ้าหลวงจีนลูตีซิมตีเราตายจะสู้รบว่ากล่าวอะไรได้ คิดแล้วก็เข้าไปคำนับหลวงจีนลูตีซิมพูดว่า ข้าพเจ้าไม่รู้จักจึงได้วิวาทกันขอท่านอย่าได้ถือโทษเลย หลวงจีนลูตีซิมรับคำนับเชิญให้นั่งแล้วพูดกับจิวทองว่า เราไม่ใช่ผู้อื่นเหมือนพี่น้องร่วมมารดาเดียวกัน ซึ่งเรื่องความของเล่าไทก๋งนั้นเราขอเสียอย่าได้ไปวุ่นวายเลย เล่าไทก๋งก็มีบุตรอยู่คนเดียว ถ้าเจ้าไปเอามาเป็นภรรยา เล่าไทก๋งก็ไม่มีใครปฏิบัติและเป็นที่ไว้วางใจ ซึ่งภรรยานั้นนานไปคงหาได้ เจ้าจะยอมหรือไม่ประการใด พูดแล้วก็เอาทองคำหนักยี่สิบตำลึงกับแพรม้วนหนึ่ง ซึ่งเป็นของสินสอดนั้นวางไว้ที่โต๊ะ จิวทองได้ฟังกับเห็นของ ๆ ตัว จึงพูดว่าพี่ห้ามปรามว่ากล่าวแล้วข้าพเจ้าก็ยอมยกให้ไม่ขัดขวาง ตั้งแต่วันนี้ไปไม่รบกวนอีกเลย หลวงจีนลูตีซิมได้ฟังก็ยินดีพูดว่า เกิดมาเป็นชายชาติทหารพูดจาสิ่งใดออกไปแล้วอย่าได้กลับถ้อยคืนคำ จิวทองว่าถ้าพี่ไม่เชื่อน้องจะสาบานให้ จิวทองก็หยิบลูกเกาทัณฑ์มาหักเป็นสองท่อน สาบานว่าถ้าข้าพเจ้ากลับถ้อยคืนคำไปรบกวนเล่าไทก๋งอีก ก็ขอให้ตัวขาดสองท่อนเหมือนลูกเกาทัณฑ์หักนี้เถิด เล่าไทก๋งได้ยินก็ดีใจ คุกเข่าลงคำนับหลวงจีนลูตีซิมกับนายโจรทั้งสองแล้วก็ลากลับมาบ้านตำบลถอฮวยซึง ลีตงสั่งให้จัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยงหลวงจีนแล้ว หลวงจีนลูตีซิมอยู่กับลีตง จิวทองนายโจรที่เขาถอฮวยซัวประมาณสิบวัน หลวงจีนลูตีซิมบอกกับลีตง จิวทองว่าจะลาไปก่อน ลีตง จิวทองหน่วงเหนี่ยวไม่ให้ไป หลวงจีนลูตีซิมพูดว่าบวชเป็นพระแล้ว อยู่กับท่านที่เขานี้ไม่ได้จะต้องลาไปก่อน ลีตง จิวทองว่าถ้าเวลาพรุ่งนี้ข้าพเจ้าไปเที่ยวตีปล้นได้เงินทองมากน้อยเท่าไร จะให้พี่ไปใช้สอยตามทางทั้งสิ้น หลวงจีนลูตีซิมจึงคิดว่าเงินทองข้าวของมีอยู่ถมไปทำไมไม่ให้เรา จำเพาะแต่ไปตีชิงมาได้จึงจะให้ ลีตงกับจิวทองใจคอไม่กว้างขวาง นานไปข้างหน้าจะตั้งตัวให้มียศใหญ่ขึ้นไปอีกเห็นจะไม่ได้คิดแล้วก็นิ่งอยู่

ครั้นรุ่งเช้าลีตงกับจิวทองให้จัดโต๊ะและสุราเอาเครื่องเงินออกมาใช้สอยเลี้ยงหลวงจีนลูตีซิม สามนายนั่งกินโต๊ะเสพสุราอยู่ หลวงจีนลูตีซิมเห็นเครื่องเงินที่ใช้สอย จึงคิดว่าลีตงกับจิวทองเที่ยวตีปล้นราษฎรได้เงินทองเป็นของต่างๆ เป็นอันมาก ครั้นจะลาไปก็บอกว่าพรุ่งนี้ตีปล้นได้เงินทองจะให้เอาไปใช้สอย ก็เงินทองถมไปแกล้งไม่ให้สองคนนี้ใจคอไม่ดีคิดโกรธอยู่แต่ในใจ ในขณะนั้นพวกโจรเข้าไปบอกกับลีตงจิวทองว่า มีราษฎรคุมเกวียนเดินมาทางนี้เห็นจะมีเงินทองมาก ลีตง จิวทองได้ฟังก็ยินดี สั่งให้คนใช้อยู่กับหลวงจีนลูตีซิมสองคนสำหรับจะได้ใช้สอย แล้วลีตง จิวทองก็คุมไพร่พลออกจากเขาไป หลวงจีนลูตีซิมจึงนึกว่า ลีตง จิวทองไปเที่ยวตีปล้นเงินทองของราษฎรมาให้เราไม่อยากได้ ของใช้สอยอยู่ที่นี่ก็เป็นเครื่องเงินทั้งนั้นแกล้งไม่ให้จำจะทำเสียให้เจ็บใจด้วยเป็นคนไม่ดี แล้วก็นึกเรียกคนทั้งสองที่สำหรับใช้มาพูดว่านายเจ้าใจไม่ดีแล้ว ก็จับมัดเอาผ้าจุกปากไว้มิให้ร้องขึ้นได้แล้วเก็บเอาเครื่องโต๊ะทำด้วยเงินมาทุบเสียให้แบนแล้วเอาใส่ห่อผ้า จับไม้เท้ากับง้าวสะพายห่อผ้าออกจากเขาไป ครั้นจะเดินทางหน้าเขากลัวลีตงกับจิวทองจะพบจึงหลบหลีกลัดมาทางหลังเขา เห็นเขาชันก็เอาห่อผ้ากับง้าวและไม้เท้าผูกติดกันกลิ้งลงไปก่อน พอจัดแจงแต่งตัวแล้วก็ค่อยถัดลงมาจากเขาจนถึงดิน ถือไม้เท้ากับง้าวสะพายห่อผ้าเดินต่อไป

ฝ่ายลีตงกับจิวทองคุมไพร่พลมาถึงที่แห่งหนึ่ง เห็นพ่อค้าขับเกวียนมา ลีตงร้องตวาดว่าจงเอาเงินค่าทางมาให้เราก่อนจึงจะปล่อยไป พ่อค้าเกวียนไม่ให้ก็เข้าสู้รบกัน จิวทองก็คุมพวกโจรบุกรุกเข้าไปพ่อค้าเกวียนต้านทานไม่ได้ ก็ทิ้งเกวียนสิ่งของเสียหนีไป ลีตง จิวทองสั่งให้พวกโจรขนทรัพย์สิ่งของเงินทองขึ้นไปบนเขา ไม่เห็นหลวงจีนลูตีซิม เห็นคนใช้ทั้งสองถูกมัดผ้าจุกปากไว้ ลีตงแก้มัดออกแล้วถามว่าเหตุผลประการใดจึงต้องมัดอยู่ดังนี้ คนใช้ทั้งสองแจ้งความตามซึ่งหลวงจีนลูตีซิมทำให้ฟังทุกประการ ลีตงว่าเหตุไฉนหลวงจีนลูตีซิมจึงมาทำดังนี้ไม่ควร เราชวนกันไปติดตามเถิดยังไปไม่พ้นดอก จิวทองว่าอย่าไปเลย ถึงตามไปทันเราสองคนสู้หลวงจีนไม่ได้ ลีตงว่ามาเอาเงินทองกงสีไปเป็นอันมาก พูดแล้วก็เอาเงินกับสิ่งของที่ตีปล้นได้มานั้นปันเป็นสามส่วน ๆ หนึ่งของลีตง ส่วนหนึ่งของจิวทอง ส่วนหนึ่งพวกโจรบริวารเหล่านั้นแบ่งปันกันแล้วลีตงจึงพูดว่าเราพาหลวงจีนลูตีซิมมา หลวงจีนลูตีซิมลักเอาของกงสีหนีไป ของเราส่วนนี้จะใช้ให้กงสีแทนที่หลวงจีนลูตีซิมเอาไป จิวทองว่าทำดังนั้นไม่ถูกเราคู่ชีวิตกันทำไมกับของเท่านั้นชีวิตไม่ตายก็หาได้ ส่วนของพี่ก็เอาไปเถิด จะใช้แทนกงสีนั้นไม่ควร ลีตงก็ยินดี สองนายอยู่ที่เขาถอฮวยซัวคอยตีปล้นคนเดินทางต่อไป

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ