๔๑

ฝ่ายชัวเกาตีฮูครั้นพวกเขาเนียซัวเปาะมาแย่งชิงซ้องกั๋งกับไตจงไปก็โกรธแค้นยิ่งนัก จึงเรียกนายทหารมาสั่งให้จัดทหารแปดพันรีบตามไปโดยเร็ว นายทหารคำนับลามาเกณฑ์ไพร่พลพร้อมแล้วยกจากเมืองกังจิวรีบไป

ฝ่ายเตียวไก่กับซ้องกั๋งและพวกพ้องเหล่านั้นนั่งปรึกษากันอยู่ คนใช้เข้าไปบอกว่า ทหารเมืองกังจิวยกตามมาเป็นอันมาก เกือบจะถึงศาลเจ้าแป๊ะเล่งเปียวอยู่แล้ว เตียวไก่ได้ฟังยังไม่ทันพูดประการใด ลีขุยว่าข้าพเจ้าจะขออาสาไปสู้รบเอาชัยชนะเอง เตียวไก่ก็เห็นชอบด้วย สั่งให้ลีขุยยกไปต้านทานทหารเมืองกังจิวไว้ก่อน ลีขุยคำนับลาจับขวานสองมือออกจากศาลเจ้าไป พวกพ้องเหล่านั้นเห็นลีขุยไปแต่ผู้เดียวยังไม่ไว้ใจก็ตามไปช่วยลีขุยหลายคน เตียวไก่พาซ้องกั๋งกับไตจงอยู่ในเรือ เตียสุน ลี้จุน อวนเซียวยี อวนเซียวเหงา อวนเซียวชิดก็จัดแจงเตรียมเครื่องศัสตราอาวุธไว้พร้อม เห็นพวกทหารเมืองกังจิวยกมาประมาณแปดพันเศษ พอลีขุยไปถึงก็บุกรุกฟันฝ่าเข้าไป ฮวยหยง ลือฮวง กวยเส็ง อึงซินตามมาข้างหลัง ครั้นเห็นลีขุยบุกรุกเข้าไปแต่ผู้เดียวก็มีความวิตกกลัวจะเสียที ฮวยหยงมือเกาทัณฑ์แม่นก็จับเกาทัณฑ์หมายยิงนายทหารใหญ่ที่ขี่ม้า พอยิงเกาทัณฑ์ไปถูกนายทหารตกม้าตาย นายทหารรองกับทหารเลวเห็นนายตายก็ตกใจแตกตื่นวิ่งหนีกลับไปเหยียบทหารเดินเท้าล้มตายลงเป็นอันมาก ลีขุยกับพวกเหล่านั้นก็เข้าไล่ฆ่าฟันบุกรุกเข้าไป ทหารเมืองกังจิวที่เหลือตายก็พากันหนีเข้าเมืองปิดประตูลงเขื่อนไว้ไม่อาจออกมาสู้รบ ลีขุยกับพวกพ้องไพร่พลพากันกลับมายังศาลเจ้าแป๊ะเล่งเปียว เตียวไก่ก็มีความยินดีตรวจดูพวกพ้องไพร่พลอยู่พร้อมกันหมดไม่เป็นอันตราย เตียวไก่ชวนพี่น้องและไพร่พลลงเรือแล่นกลับไปตำบลบ้านมกเกจึง มกหอง มกชุนเชิญเตียวไก่ ซ้องกั๋งและพวกเหล่านั้นขึ้นไปพักอยู่บนบ้าน มกไทก๋งบิดามกหองได้แจ้งก็ออกมาต้อนรับเตียวไก่ ซ้องกั๋งและพวกพ้องเหล่านั้นเข้าไปนั่งสนทนากัน มกหองจัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยงพวกพ้องทั้งปวงเสร็จแล้ว ซ้องกั๋งจึงพูดกับมกไทก๋งว่า ขอบใจบุตรท่านทั้งสองกับพี่น้องทั้งปวงเป็นยิ่งนัก ถ้าไม่ยกไปช่วยครั้งนี้ก็ตายเป็นแน่ แต่ข้าพเจ้ามีความแค้นอึงบุนเปงจะขอไปแก้แค้นเสียให้ได้ ท่านทั้งหลายจงช่วยการนี้ให้ตลอดเถิด ยกไปตำบลบออุยกุนฆ่าอึงบุนเปงเสียก่อนแล้วจึงค่อยกลับไป เตียวไก่จึงว่า ข้าพเจ้าพาพวกพ้องมาแย่งชิงพี่ครั้งหนึ่งแล้ว ครั้นจะยกไปตำบลบออุยกุนอีกก็กลัวภัยอันตราย ถ้ายกกลับไปเขาเนียซัวเปาะก่อน ปรึกษาคิดอ่านกันแล้วจึงค่อยยกมาก็คงแก้แค้นได้ ซ้องกั๋งว่าถ้ากลับแล้วจะยกมาหนทางก็ไกล ประการหนึ่ง ผู้รักษาเมืองกังจิวก็จะมีหนังสือบอกเข้าไปเมืองหลวง ๆ แจ้งความคงจะเกณฑ์ทหารมาคอยจับพวกเรา ที่ไหนจะได้ยกมา ฮวยหยงว่าซึ่งท่านพูดจาก็ถูก แต่ไม่มีผู้ใดรู้จักว่าตำบลบออุยกุนอยู่ที่ไหน จะต้องให้ผู้คนไปสืบดูให้รู้จักบ้านอึงบุนเปงแน่นอน แล้วจงค่อยยกไป สิย้งได้ฟังก็พูดว่า เดิมเมื่อข้าพเจ้ายังเที่ยวอยู่นั้น เคยไปมาที่ตำบลบออุยกุนบ้านอึงบุนเปงอยู่มิได้ขาด ข้าพเจ้าจะขอไปสืบสวนดูให้รู้ชัดแล้วค่อยไป ซ้องกั๋งว่าถ้ากระนั้นก็ดีแล้ว จงไปสืบดูให้รู้จะแจ้งแล้วรีบกลับมาโดยเร็ว สิย้งคำนับลาตรงไปเมืองกังจิว สืบรู้ความแล้วก็ไปที่ตำบลบออุยกุนบ้านอึงบุนเปง พบโฮ้วเกียนซึ่งเป็นศิษย์ก็พูดจาไต่ถามกัน โฮ้วเกียนนั้นมาทำงานอยู่ที่บ้านอึงบุนเปงมิได้ขาด สิย้งก็ชวนโฮ้วเกียนกลับมาตำบลมกเกจึง สิย้งพาโฮ้วเกียนเข้าไปคำนับซ้องกั๋งแล้วแจ้งว่าชายผู้นี้เป็นศิษย์ของข้าพเจ้าได้สั่งสอนเพลงอาวุธให้ แซ่โฮ้วชื่อเกียน เป็นชาวเมืองฮงโตวฝีมือเย็บดี คนทั้งหลายจึงเรียกโฮ้วเกียนว่า ทงปิเก๋า เคยไปเย็บเสื้อและสิ่งของต่างๆ ที่บ้านอึงบุนเปง

ซ้องกั๋งได้ฟังก็มีความยินดีจัดที่ให้นั่งตามสมควรแล้ว โฮ้วเกียนนี้คือดาวร้อยแปดดวงมาเถิด สิย้งจึงชวนมาเป็นพวกพ้องได้โดยง่าย ซ้องกั๋งถามสิย้งว่า น้องไปสืบข่าวที่เมืองกังจิวเป็นประการใด หนทางที่จะไปตำบลบออุยกุนบ้านอึงบุนเปงนั้นเข้าใจชัดเจนแล้วหรือ สิย้งก็แจ้งว่า ชัวเกาตีฮูให้ทหารยกมาสู้รบกับพวกเราครั้งนี้เจ็บป่วยล้มตายเป็นมาก ชัวเกาตีฮูมีหนังสือบอกเข้าไปเมืองหลวงแล้ว ในเมืองกังจิวนั้น ยังไม่ทันค่ำก็ปิดประตูเสีย ผู้คนจะเข้าออกต้องไต่ถามตรวจตราลำบากนัก ซ้องกั๋งจึงถามโฮ้วเกียนว่า เหตุใดท่านจึงรู้จักกับอึงบุนเปง โฮ้วเกียนบอกว่า ข้าพเจ้าหากินด้วยการเย็บปัก อึงบุนเปงทราบจึงจ้างให้มาเย็บเสื้อและกางเกงอยู่ที่บ้าน อึงบุนเปงมีพี่ชายคนหนึ่งร่วมบิดามารดาเดียวกันชื่ออึงบุนเอียบ เป็นคนใจบุญ สร้างวัดทำสะพานและถนน ถ้าผู้ใดยากจนก็อุปถัมภ์ทั้งสิ้น ผู้คนที่ตำบลบออุยกุนพากันเรียกอึงบุนเอียบว่า อึงบุนฮุด แต่อึงบุนเปงผู้น้องใจคอไม่ดี มีแต่จะคิดร้ายคนทั้งหลายอยู่เนืองๆ จึงต่างพากันเรียกว่า อึงพังชี แต่พี่น้องสองคนนี้ไม่ชอบกัน แยกย้ายไปตั้งบ้านอยู่คนละแห่ง บ้านอึงบุนเปงอยู่ใกล้เมืองบออุยกุน บ้านอึงบุนเอียบนั้นอยู่ใกล้ถนน มีทางเข้าออกแห่งเดียวกัน ทางอื่นก็เดินไม่ได้ ถึงเรี่องความของท่านชัวเกาตีฮูนั้นไม่รู้จักการ อึงบุนเปงชี้แจงสั่งสอนให้ทำทั้งสิ้น อึงบุนเอียบพี่ชายรู้ความก็มาด่าว่าเป็นอันมาก เวลาวานนี้อึงบุนเปงข้ามไปฟังข่าวที่ชัวเกาตีฮูค้างอยู่คืนหนึ่งยังไม่กลับมา ซ้องกั๋งถามโฮ้วเกียนว่าอึงบุนเปงมีพวกพ้องมากน้อยเท่าไร โฮ้วเกียนว่ามีอยู่ประมาณห้าสิบเศษ ซ้องกั๋งจึงพูดว่า เทพยดาดลใจให้โฮ้วเกียนมาคราวนี้คงจะแก้แค้นอึงบุนเปงได้เป็นแน่ พี่น้องทั้งหลายจะยกไปช่วยครั้งนี้มีสาเหตุแต่อึงบุนเปงคนเดียวนอกนั้นไม่เกี่ยวข้องสิ่งใด อย่าทำให้ผู้อื่นได้ความเดือดร้อนเลย ซ้องกั๋งจึงพูดแก่มกไทก๋งว่า ข้าพเจ้าจะต้องรบกวนท่านขอยืมถุงและกระสอบสักร้อยใบกับเชือกไฟสักร้อยมัด เรือใหญ่ห้าลำเรือเล็กสองลำ บรรดาพี่น้องที่ชำนาญทางน้ำก็ต้องลงเรือเล็กใหญ่ไป มกหองว่าของซึ่งจะใช้มีอยู่พร้อมเชิญท่านจัดการเถิด ซ้องกั๋งได้ฟังก็ยินดีจึงเรียกโฮ้วเกียน สิย้ง แป๊ะสินมาสั่งว่า ท่านทั้งสามจงพากันไปซ่อนอยู่ในตำบลบออุยกุนก่อน เวลากลางคืนดึกประมาณสองยาม จงเอานกพิราบผูกลูกพรวนปล่อยเข้าไปในกำแพงคอยดู ถ้าได้ยินเสียงนกแล้วก็ให้ชักธงขาวขึ้นจะได้ตีหักเข้าไป โฮ้วเกียน สิย้ง แป๊ะสินก็คำนับลาตรงไปตำบลบออุยกุน ซ้องกั๋งสั่งเจียะย้ง โตวเซียนให้ปลอมเป็นคนขอทานเข้าไปซุ่มซ่อนอยู่ในกำแพงตำบลบออุยกุน ให้พี่น้องเหล่านั้นขนถุงและกระสอบที่ใส่ทรายกับเชื้อไฟลงเรือแล้ว ซ้องกั๋ง เตียวไก่ ฮวยหยงลงเรือลำใหญ่ ให้เอียนสุน เฮงเอยโฮ้ว แต้เทียนซิวลงเรือเตียหวย ให้ไตจง เล่าจง อึงซินลงเรืออวนเซียวยี ลือฮวง กวนเส็ง สลับลงเรืออวนเซียวเหงา มกหอง มกชุน ลีตัด ลงเรืออวนเซียวชิด จูกุ้ย ซองบานนั้นให้อยู่ที่บ้านมกไทก๋งเฝ้าสิ่งของทั้งปวงไว้ แล้วให้ทองเม้งลงเรือพายไปสืบข่าวที่เมืองกังจิวก่อน ซ้องกั๋งกับพวกพี่น้องไพร่พลก็ล่องเรือแล่นไป ในขณะนั้นเดือนหงายแจ่มฟ้า เรือใหญ่เรือเล็กก็ไปถึงตำบลบออุยกุนเข้าจอดอยู่ริมฝั่ง ทองเม็งที่ไปสืบข่าวราชการนั้นกลับมาแจ้งกับซ้องกั๋งว่า ที่เมืองกังจิวเงียบสงัดไม่มีสิ่งใด ซ้องกั๋งได้ฟังก็ให้ขนกระสอบทรายกับฟืนมัดเชื้อไฟขนกองไว้บนตลิ่งแล้วฟังดูระฆังเพิ่งจะตีสองยาม ซ้องกั๋งขึ้นจากเรือชวนพวกพ้อง สองคนลอบไปฟังที่ริมกำแพง ไม่ได้ยินเสียงผู้คนเงียบสงัดก็กลับมาสั่งไพร่พลขนถุงและกระสอบดินทรายกับมัดฟืนเชื้อไฟเข้ากองไว้ริมกำแพงเป็นบันได แล้วสั่งชายแซ่อวนสามคนพี่น้องกับทองอุย ทองเม็งอยู่รักษาเรือ ให้ตรวจตราฝ่ายข้างเมืองกังจิวด้วย ซ้องกั๋งและพวกพ้องไพร่พลก็ตรงไปยังกำแพงใกล้ประตูทิศเหนือประมาณครึ่งลี้ เห็นเงียบสงัดดีก็ปล่อยนกพิราบที่ผูกลูกพรวนบินเข้าไปในกำแพง โฮ้วเกียน สิย้ง แป๊ะสินได้ยินลูกพรวนที่ผูกที่คอนกก็ชักธงราวสัญญาขึ้นแล้วไป แอบดูที่ประตูบ้านอึงบุนเปง ซ้องกั๋งเห็นธงขาวที่นัดหมายไว้จึงสั่งพวกพ้องและไพร่พลขึ้นไปทางบันไดที่เอากระสอบทรายและถุงดินซ่อนไว้ ข้ามกำแพงเข้าไปด้วยกันทั้งสิ้น แป๊ะสินก็แจ้งกับซ้องกั๋งว่าถนนนี้คือบ้านอึงบุนเปง ซ้องกั๋งถามว่า สิย้งกับโฮ้วเกียนไปซุ่มอยู่ที่ไหนได้พบเจียะย้ง โตวเซียนบ้างหรือเปล่า แป๊ะสินบอกว่าสิย้ง โฮ้วเกียนไปซุ่มอยู่ในบ้านอึงบุนเปงแล้ว เจียะย้ง โตวเซียนไปแอบอยู่ที่ประตูกำแพง

ซ้องกั๋งได้ฟังก็ชวนพวกพ้องไพร่พลเหล่านั้นลงจากกำแพงเดินตรงไปบ้านอึงบุนเปง เห็นโฮ้วเกียนแอบอยู่ที่ประตูหน้าบ้าน ซ้องกั๋งจึงกระซิบสั่งว่า น้องจงไปเปิดประตูสวนผักที่ริมบ้านอึงบุนเปง พาไพร่พลขนมัดฟืนเชื้อไฟกองเรียงรายได้ ให้เจียะย้งเอาไฟจุดขึ้นแล้ววิ่งมาร้องบอกที่ประตูบ้านอึงบุนเปงว่า ถ้าท่านผู้ใดมีทรัพย์สิ่งของจงขนมาฝากโดยเร็วมีเรือคอยรับอยู่ โฮ้วเกียนคำนับลาตรงมายังสวนผักจัดการไว้เสร็จ ซ้องกั๋งสั่งให้พวกพ้องยืนสกัดต้นทางทั้งสองข้างพร้อมเจียะย้งก็เอาไฟจุดสวนผักติดขึ้นแล้ววิ่งไปที่ประตูร้องบอกตามคำซ้องกั๋งสั่ง

ฝ่ายพวกในบ้านอึงบุนเปง ครั้นได้ยินก็พากันตื่นลุกขึ้นมาดูเห็นไฟติดใกล้บ้านก็ตกใจ บ้างก็วิ่งไปเปิดประตู เตียวไก่กับซ้องกั๋งและพวกพ้องเห็นประตูเปิดก็บุกรุกไล่ฆ่าฟันเข้าไปจนข้างใน ฆ่าญาติ บุตร ภรรยาของอึงบุนเปงตายทั้งสิ้น ชวนกันขนเอาหีบทรัพย์สิ่งของเงินทองของอึงบุนเปงข้ามกำแพงออกไป เจียะย้งกับโตวเซียนเห็นไฟติดขึ้นแล้วก็ชักกระบี่ออกฆ่าฟันพวกที่รักษาประตูกำแพงตายหมด แล้วมายืนสกัดอยู่ต้นทางให้พวกพ้องขนทรัพย์สิ่งของไป

ฝ่ายพวกราษฎรชาวบ้านเห็นไฟไหม้ก็ตกใจ ชวนกันเอาถังน้ำและเครื่องศัสตราวุธตรงมาช่วย เจียะย้ง โตวเซียนเห็นก็ร้องตวาดว่า พวกท่านทั้งหลายอย่าเข้ามาช่วยไม่ใช่การ เรานี้คือพวกเขาเนียซัวเปาะยกไพร่พลมาหลายพันจะฆ่าอึงบุนเปงแก้แค้นซ้องกั๋งกับไตจง พวกท่านมิได้เกี่ยวข้องจงพากันกลับไปบ้านเสียเถิด ราษฎรได้ฟังยังสงสัยยืนดูอยู่ ลีขุยถือขวานสองมือร้องตวาดว่า ผู้ใดไม่กลัวตายก็เข้ามา ชาวบ้านเห็นดังนั้นก็ตกใจกลัวแตกตื่นไปทั้งสิ้น ซ้องกั๋งกับพวกพ้องไพร่พลที่ยังอยู่ในกำแพงก็ออกมา อวนเซียวยี อวนเซียวเหงา อวนเซียวชิด เตียหวย ทองอุย ทองเม้งชวนกันมาคอยรับอยู่นอกกำแพงช่วยกันขนทรัพย์สิ่งของเงินทองลงเรือ

ฝ่ายชาวเมืองกังจิวเห็นไฟติดขึ้นที่ตำบลบ้านบออุยกุน ก็มาแจ้งแก่ผู้รักษาเมืองให้ทราบ อึงบุนเปงอยู่ที่นั้นรู้ว่าไฟไหม้ก็ตกใจบอกชัวเกาตีฮู้ว่าข้าพเจ้าจะลาท่านกลับไปก่อน ชัวเกาตีฮู้สั่งให้ทหารลงเรือข้ามไปส่งอึงบุนเปงโดยเร็ว อึงบุนเปงคำนับลารีบลงมาเรือ เห็นไฟติดสว่างอยู่แถวบ้านของตัวก็มีความวิตกเร่งทหารให้รีบแจวเรือไป

ฝ่ายเตียสุนกับลี้จุนซึ่งซ้องกั๋งสั่งให้ลงเรือเล็กคนละลำ คอยระวังตรวจตราอยู่ในแม่นํ้าเห็นมีเรือข้ามฟากมา เตียสุนก็แจวไปดูว่าจะมีเรือตามมาบ้างหรือเปล่า ครั้นเตียสุนไปแล้ว ลี้จุนก็แจวเรือตรงไปที่เรือข้ามมา พวกทหารเห็นเรือข้ามไปลำหนึ่งแล้วยังอีกลำหนึ่งแจวตรงเข้ามาก็ร้องตวาดว่า ผู้ที่แจวมานั้นเรืออะไร ลี้จุนถือขอเหล็กยืนอยู่หัวเรือร้องตอบว่า เราจะไปเมืองกังจิวบอกข่าวไฟไหม้ อึงบุนเปงได้ฟังก็ออกมาถามว่าไฟไหม้ที่ไหน ลี้จุนบอกว่าไฟไหม้ในกำแพงข้างประตูทิศเหนือใกล้บ้านอึงบุนเปงก่อน แล้วพวกเขาเนียซัวเปาะฆ่าฟันบุตร ภรรยา ญาติ พี่น้องของอึงบุนเปงตายทั้งสิ้น เอาไฟเผาบ้านเสียด้วย อึงบุนเปงได้ฟังดังนั้นก็เสียใจไม่ทันระวังตัว ร้องไห้กลิ้งเกลือกอยู่ ลี้จุนเห็นก็นักสงสัยว่าจะเป็นอึงบุนเปงดอกกระมัง จึงเอาขอเหล็กเกี่ยวเรือให้ใกล้เข้าไปจะจับเอาตัว อึงบุนเปงเห็นผิดทีก็วิ่งหนีไปข้างท้าย เรือยังไกลฝั่งอยู่ก็โดดลงนํ้าจะขึ้นฝั่ง

ฝ่ายเตียสุนครั้นแจวเรือเลยไปไม่มีเรือมาอีกก็แจวกลับ เห็นคนในเรือมาแต่เมืองกังจิวหนีลงน้ำ เตียสุนก็โดดตามจับตัวได้ลากขึ้นเรือ ลี้จุนเห็นเตียสุนจับตัวคนผู้นั้นได้ก็เอาเรือมาช่วยกัน ลี้จุนจึงพูดว่าชายผู้นี้เห็นจะเป็นอึงบุนเปง เราช่วยกันมัดไว้ให้แน่นหนาอย่าให้หนีไปได้ พวกทหารที่มาส่งอึงบุนเปงเห็นดังนั้นก็ตกใจ คุกเข่าลงคำนับขอชีวิตไว้ทุกตัวคน ลี้จุนจึงถามว่า คนที่เราจับไว้นี้คือผู้ใดจงบอกตามจริงจะปล่อยตัวไป ทหารเหล่านั้นก็บอกว่าคืออึงบุนเปง ลี้จุนว่าเราไม่ทำอันตรายพวกเจ้าดอกจะจับแต่ตัวอึงบุนเปงคนเดียว พวกเจ้าจงกลับไปบอกชัวเกาตีฮู้ ผู้รักษาเมืองกังจิวให้รู้ด้วย ว่าพวกเขาเนียซัวเปาะยกมาฆ่าฟันบุตร ภรรยา ญาติพี่น้องของอึงบุนเปงตายหมดแล้วเอาไฟเผาบ้านเสียทั้งสิ้น บัดนี้ตัวอึงบุนเปงเราก็จับได้ ยังแต่ศีรษะของชัวเกาตีฮู้ฝากไว้กับตัวก่อน คงจะมาตัดเอาไปในเวลาเช้าหรือค่ำให้จงได้ ทหารรับคำว่าพวกข้าพเจ้าจะไปบอกตามท่านสั่ง ลี้จุน เตียสุนก็ปล่อยเรือพวกทหารไป แล้วเอาตัวอึงบุนเปงลงไว้ในท้องเรือแจวข้ามฟากไป เห็นพวกพ้องขนทรัพย์สิ่งของลงในเรือแล้วนั่งคอยท่า เห็นเรือเตียสุน ลี้จุนมาก็ออกเรือไปยังตำบลมกเกจึง ครั้นถึงบ้านมกไทก๋งก็จอดเรือเข้าที่ตลิ่งขนทรัพย์สิ่งของขึ้น เตียสุนกับลี้จุนร้องบอกว่า ตัวอึงบุนเปงนั้นจับตัวมาได้แล้วก็เอาตัวอึงบุนเปงขึ้นไป ซ้องกั๋งกับพี่น้องเหล่านั้นเห็นก็ยินดีสั่งให้เอาตัวอึงบุนเปงมัดไวักับต้นไม้ใหญ่ เชิญบรรดาพวกพี่น้องไปนั่งอยู่พร้อมจัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยงกัน ซ้องกั๋งจึงถามอึงบุนเปงว่า เจ้ากับเราแต่เดิมมาก็ไม่มีข้อสาเหตุโกรธเคืองกันด้วยสิ่งใด ทำไมจึงได้ยุยงสั่งสอนให้ชัวเกาตีฮู้ฆ่าเรากับไตจงเสีย เจ้าก็เป็นคนเล่าเรียนหนังสือทำไมจึงมาคิดร้ายเราดังนี้ หรือเราไปฆ่าบิดา มารดา บุตร ภรรยา ญาติของเจ้าตายจึงได้ผูกพยาบาทนักหนา อึงบุนเอียบพี่ชายของเจ้าก็ร่วมบิดามารดาเดียวกัน เหตุไฉนเป็นคนใจดีมิเบียดเบียนผู้ใดตั้งอยู่ในยุติธรรมได้ เวลาคืนนี้เรายกไปฆ่าบุตร ภรรยา ญาติของเจ้าตายนั้น มิได้ให้อึงบุนเอียบพี่ชายเจ้าเป็นอันตรายสิ่งใด ตัวเจ้านี้มีแต่จะคิดร้ายราษฎรชาวบ้านให้ได้ความเดือดร้อน เที่ยวยุยงส่อเสียดสอพลอต่อผู้มีวาสนา จะหาความชอบใส่ตัว พวกตำบลบ้านบออุยกุนจึงเรียกว่า อึงพังชีแปลว่าแมลงผึ้งที่มีพิษ บัดนี้เราก็จับตัวมาได้ จะเชือดเนื้อเอาพิษออกเสียให้เหลืออยู่แต่กระดูก

อึงบุนเปงได้ฟังซ้องกั๋งว่ากล่าวดังนั้นก็เสียใจตอบว่า ข้าพเจ้าได้ผิดไปแล้วขอแต่ให้ตายโดยเร็วเถิด เตียวไก่ร้องตวาดว่า จะเร่งให้ฆ่าเร็วๆ รู้ตัวว่าทำผิดแล้วหรือ ซ้องกั๋งจึงถามพี่น้องทั้งปวงว่า ผู้ใดจะลงมือแทนข้าพเจ้าได้บ้าง ลีขุยลุกขึ้นรับว่าจะลงมือเอง แต่อึงบุนเปงนี้อ้วนท้วนมาก เชือดเอาเนื้อมาย่างแกล้มสุราดีกว่า เตียวไก่ก็ให้เอาถ่านไฟกับกระบี่ที่คมมาไว้พร้อมเสร็จ ลีขุยจับกระบี่เดินตรงไปถึงตัวอึงบุนเปงก็หัวเราะแล้วพูดว่า เจ้านี้หรือเป็นคนช่างเจรจาดี ครั้งนี้เราจะทำกับเจ้าบ้างแต่ยังไม่ให้ตายเร็ว พลางเอากระบี่เชือดเนื้ออึงบุนเปงออกทีละชิ้น ย่างไฟสุกแล้วก็เอามาแกล้มกับสุรา อึงบุนเปงเจ็บปวดเหลือทนร้องครางจนขาดใจตาย ลีขุยก็ผ่าเอาหัวใจอึงบุนเปงออกมาคำนับซ้องกั๋ง ๆ เห็นดังนั้นก็คุกเข่าลง พี่น้องทั้งปวงชวนกันคุกเข่าลงด้วยกันทั้งสิ้น แล้วถามว่าพี่มีธุระสิ่งใดจงบอกให้รู้ พวกข้าพเจ้ามิได้ขัดขืนจะกระทำตามทุกสิ่ง มาทำดังนี้ไม่ควรเลย ซ้องกั๋งจึงพูดว่า ข้าพเจ้าสติปัญญาน้อยกลัวจะเผื่อแผ่ไปไม่ทั่วถึง เมื่อครั้งต้องโทษเนรเทศมาเมืองกังจิว พบพี่น้องชวนให้อยู่ด้วยข้าพเจ้าเชื่อคำบิดาจึงไม่ได้อยู่ ครั้นไปเมืองกังจิวเที่ยวเล่นจะพลอยให้ไตจงตายด้วย พระคุณของพี่น้องนักหนามาช่วยชีวิตไว้แล้วยังซ้ำได้แก้แค้นอีก การครั้งนี้เป็นการใหญ่ เจ้าเมืองกังจิวคงมีหนังสือบอกเข้าไปกราบทูล ข้าพเจ้าซ้องกั๋งจะต้องสามิภักดิ์กับพี่เตียวไก่ แต่ใจพี่น้องทั้งหลายไม่แจ้งว่าจะคิดประการใด ถ้าแม้นยอมไปด้วยกันก็จัดแจงออกเดินทางเสียโดยเร็ว ถ้าพวกข้าพเจ้ายกไปแล้วกลัวท่านที่อยู่แถวนี้จะได้ความลำบากจึงบอกให้พี่น้องทั้งหลายทราบ พวกเหล่านั้นยังมิทันโต้ตอบ ลีขุยก็ลุกขึ้นพูดว่า ถ้าผู้ใดไม่ยอมไปจงลองดูขวานของเราจะคมหรือไม่ ซ้องกั๋งร้องตวาดลีขุยว่าพูดเช่นนั้นไม่ถูก ตามแต่ใจพี่น้องทั้งปวงเถิด บรรดาพวกที่ยังไม่ได้สามิภักดิ์กับเตียวไก่จึงพูดพร้อมกันว่า จะเป็นตายประการใดจะขอไปด้วยท่านทั้งสิ้น ซ้องกั๋งได้ฟังพวกเหล่านั้นยอมพร้อมใจกันก็มีความยินดี เรียกจูกุ้ยกับซองบานมาสั่งว่าจงกลับไปบอกพี่น้องที่เขาเนียซัวเปาะรู้เสียก่อน แล้วจึงยกไปต่อภายหลัง จูกุ้ย ซองบานก็คำนับลาไป ซ้องกั๋งกับพี่น้องเหล่านั้นแบ่งเป็นห้าพวก ๆ ที่หนึ่ง ซ้องกั๋ง เตียวไก่ ฮวยหยง ไตจง ลีขุย พวกที่สอง เล่าตง โตวเซียน เจียะย้ง สิย้ง โฮ้วเกียน พวกที่สาม ลี้จุน ลี้ลิบ ลือฮวง กวนเส็ง ทองอุย ทองเม้ง พวกที่สี่ อึงซิน เตียสุน เตียฮวย กับพี่น้องแซ่ฮวนทั้งสามคน พวกที่ห้า มกหอง มกชุน เอียนสุน เฮงเอยโฮ้ว แต้เทียนซิว แป๊ะสิน รวมยี่สิบเก้านายไพร่พลประมาณพันเศษ จึงเอาเงินทองทรัพย์สิ่งของอึงบุนเปงมาแบ่งปันกันทั่วแล้วต่างคนก็เอาบรรทุกเกวียน มกหองจัดให้มกไทก๋งบิดาขึ้นนั่งบนเกวียนแล้วเอาทรัพย์สิ่งของบรรทุกไว้พร้อม บรรดาไพร่พลที่อยู่บ้านมกหองนั้นผู้ใดไม่สมัครไปมกหองก็ให้เงินทองไปหากิน แล้วเอาไฟเผาบ้านไหม้เสียสิ้น ยกออกจากตำบลมกเกจึงเป็นพวก ๆ เดินรอนแรมมาตามระยะทางได้สองเวลาถึงเขาอึงบุนซัว ซ้องกั๋งชี้บอกเตียวไก่ว่า เขานี้ท่วงทีชอบกลชัยภูมิก็ดี เห็นจะมีคนฝีมือเข้มแข็งมาตั้งซ่องสุมอยู่ พูดแล้วก็พากันเดินไปหน้าเขา

ฝ่ายนายโจรทั้งสี่มาตั้งซ่องอยู่ ณ เขาอึงบุนซัว ครั้นแจ้งว่าซ้องกั๋งกับพวกพ้องเดินทางมา ก็คุมไพร่พลไปคอยท่าอยู่ที่ชายเขา ซ้องกั๋งกับพี่น้องเหล่านั้นมาทางหน้าเขาเห็นพวกโจรยืนเรียงรายกันอยู่ตามทางก็เตรียมเครื่องศัสตราอาวุธถือไว้พร้อมมือ นายโจรทั้งสี่ครั้นเห็นพวกซ้องกั๋งก็ขับม้าเข้าใกล้ทำเป็นร้องตวาดว่า พวกท่านยกไปรบกวนเมืองกังจิวแล้วเผาตำบลบออุยกุนเสีย ฆ่าผู้คนล้มตายลงเป็นอันมาก บัดนี้จะพากันไปเขาเนียซัวเปาะหรือ พวกเรามาคอยอยู่ช้านานแล้ว ถ้ารู้ตัวกลัวผิดจงส่งตัวซ้องกั๋งมาให้เสียโดยดีแล้วจะปล่อยให้ไป ซ้องกั๋งได้ฟังก็ตกใจ ลงจากม้าคุกเข่าอยู่ตรงหน้านายโจรทั้งสี่ บอกว่าข้าพเจ้านี้คือตัวซ้องกั๋ง ครั้งนี้มีผู้คิดร้ายจะฆ่าข้าพเจ้าเสีย พี่น้องทั้งปวงรู้จึงยกมาช่วยชีวิตไว้ ขอท่านจงเมตตาอย่าทำอันตรายเลยปล่อยให้ไปแต่โดยดีเถิด นายโจรทั้งสี่แจ้งว่าซ้องกั๋งแน่แล้วก็ลงจากม้าวางอาวุธคุกเข่าคำนับ พูดว่าข้าพเจ้าได้ยินชื่อเสียงท่านปรากฏอยากจะใคร่พบ ครั้นทราบว่าท่านต้องโทษเนรเทศมาอยู่เมืองกังจิว ข้าพเจ้าคิดอ่านกันว่าจะไปแย่งชิงออกจากคุกก็ยังไม่ทันจะไป ได้ยินข่าวว่าพวกของท่านที่เขาเนียซัวเปาะยกมาช่วยออกจากคุกได้ ไปฆ่าอึงบุนเปงตายเผาบ้านเรือนเสียสิ้น จะกลับมาทางนี้ ข้าพเจ้าจึงชวนกันมาคอยรับ เชิญท่านทั้งหลายไปเสพสุราให้สบายหายเหนื่อยเสียก่อนจึงค่อยไป ซ้องกั๋งได้ฟังก็ลุกขึ้นพยุงนายโจรทั้งสี่แล้วถามว่า ท่านแซ่ไร ชื่อใด นายโจรที่หนึ่งบอกว่า ข้าพเจ้าแซ่อาว ชื่อเผ็ง เป็นชาวเมืองอึงจิว หรือเรียกว่า มอหุนกิมซิด นายโจรที่สองแจ้งว่าข้าพเจ้าแซ่เจีย ชื่อเก็ง อยู่ตำบลทำจิวแขวงเมืองโฮวหนำ เป็นขุนนางเล็กน้อยฝ่ายบุ๋น ครั้นนานมาจึงไปฝึกหัดเพลงอาวุธ ฝีมือเข้มแข็ง คนทั้งปวงจึงเรียกว่า ซินซ่วนจือ นายโจรที่สามบอกว่า แซ่เบ๊ ชื่อหลิน อยู่ตำบลบ้านเกี้ยนคังแขวงเมืองกิมเหล็ง ฝีมือเข้มแข็งนัก มีผู้เรียกว่าทิตัดเซียน นายโจรที่สี่แจ้งว่า แซ่ต้อ ชื่อจงอ๋วง เป็นชาวเมืองก๊วงจิว ฝึกหัดเพลงอาวุธฝีมือแข็งแรงและเรียกชื่อว่าเกาบ๊วยกู

ซ้องกั๋งได้ฟังก็มีความยินดีจึงพูดว่า วันนี้เป็นบุญนักได้มาพบปะกัน นายโจรทั้งสี่ก็เชิญซ้องกั๋งกับเตียวไก่ ฮวยหยง ไตจง ลีขุยห้านายไปยังเขาอึงบุนซัวที่อาศัย จัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยงแล้วก็สนทนากันตามสบาย พวกที่แยกเป็นสี่หมู่เดินมาถึงเขาอึงบุนซัวเป็นชั้นๆ พร้อมกัน พวกโจรทั้งสี่ก็ต้อนรับพวกเหล่านั้น เชิญไปยังที่อยู่จัดโต๊ะสุรามาเลี้ยงตามบรรดาพวกพ้องเสร็จแล้ว ซ้องกั๋งจึงพูดว่า ตัวเราครั้งนี้ก็สามิภักดิ์กับเตียวไก่ ท่านทั้งสี่จะยอมไปเขาเนียซัวเปาะด้วยกันหรือประการใดก็ยังไม่ทราบ นายโจรทั้งสี่ว่า ถ้าท่านเมตตาจะให้ไปด้วยข้าพเจ้ามีความยินดีนัก จะขออยู่กับท่านทั้งสองกว่าจะหาชีวิตไม่ ซ้องกั๋ง เตียวไก่ว่าท่านยอมไปอยู่ด้วยกันแล้วจงจัดแจงรวบรวมทรัพย์สิ่งของโดยเร็วเถิด จะได้รีบไปในเวลาพรุ่งนี้ พวกโจรก็จัดสิ่งของรวบรวมเตรียมไว้ รุ่งขึ้นเช้าซ้องกั๋ง เตียวไก่ ฮวยหยง ไตจง ลีขุย ก็ออกเดินไปหน้าพวกเหล่านั้นแยกกันไปเป็นสี่พวก ยกตามไปไกลกันประมาณยี่สิบลี้

ฝ่ายอาวเผ็ง เจียเก็ง เบ๊หลิน ต้อจงอ๋วงนายโจรทั้งสี่กับไพร่พลประมาณห้าร้อยเศษ ก็เอาไฟเผาเขาที่อยู่เสีย ยกออกจากเขาอึงบุนซัวเป็นพวกที่หกไปยังเขาเนียซัวเปาะ

ฝ่ายซ้องกั๋งตั้งแต่ได้นายโจรทั้งสี่เข้าเป็นพวกก็มีความยินดีเป็นอันมาก เดินพลางพูดกับเตียวไก่ว่า ข้าพเจ้าออกเที่ยวอยู่หลายครั้งมีแต่ทำให้ตกใจเสียก่อน แล้วจึงได้พบพวกพ้องที่มีฝีมือเข้มแข็งต่อภายหลัง เดิมใจน้องยังไม่สมัครอยู่กับพี่ ครั้งนี้สมัครแล้วถึงจะเป็นประการใดก็ตายด้วยหาทิ้งพี่ไม่ พอถึงโรงจูกุ้ยที่ตั้งขายสุรา จูกุ้ยแจ้งว่าเตียวไก่ ซ้องกั๋งและพี่น้องเหล่านั้นกลับมาก็ออกต้อนรับจัดที่ให้นั่งตามสมควรแล้วก็รีบไปบอกโงวหยง กงซุนสิน ลิมชองที่อยู่รักษาเขาเนียซัวเปาะให้รู้ว่าเตียวไก่ไปรบซ้องกั๋งกลับมาแล้ว โงวหยงกับพี่น้องเหล่านั้นก็จัดเรือข้ามมารับเตียวไก่กับซ้องกั๋ง พอพวกที่เดินทางมาถึงพร้อมก็ชวนกันลงเรือข้ามไป แล้วก็เชิญพี่น้องทั้งหลายไปยังที่พักพร้อมกัน โงวหยงจัดโต๊ะและสุรามาแล้วก็ยกกระถางธูปออกมาตั้งไว้ตรงกลาง เตียวไก่เชิญซ้องกั๋งให้นั่งที่ใหญ่ ซ้องกั๋งว่าทำไมพี่มาทำดังนี้ ข้าพเจ้าขอบใจพี่น้องทั้งหลายที่ช่วยชีวิตไว้จึงได้ชักชวนกันมาสามิภักดิ์ ซึ่งเขาเนียซัวเปาะนี้พี่ก็เป็นใหญ่ได้ว่ากล่าวมานานจะให้น้องว่ากล่าวนี้ไม่ควร ถ้ากระนั้นจะขอไปตายเสียดีกว่า เตียวไก่จึงพูดว่า เดิมท่านมีคุณแก่ข้าพเจ้าหาที่สุดมิได้ บัดนี้น้องมาแล้วจะมอบที่ทางให้ว่ากล่าวตอบแทนบุญคุณซึ่งจะไม่ยอมเป็นใหญ่นั้นไม่ได้ ซ้องกั๋งว่าอายุน้องก็ยังอ่อนกว่าพี่มาก พูดแล้วก็ฉุดมือเตียวไก่เข้านั่งที่ใหญ่ ตัวซ้องกั๋งนั่งที่สอง โงวหยงนั่งที่สาม กงซุนสินนั่งที่สี่ แล้วซ้องกั๋งพูดว่า ในขณะนี้พี่น้องทั้งหลายก็ยังไม่มีความชอบด้วยกันทั้งสิ้น พี่น้องที่อยู่ก่อนนั้นจงนั่งแถวขวา พี่น้องที่มาใหม่เปรียบเหมือนแขกจงนั่งข้างซ้าย ถ้าสืบไปภายหน้าผู้ใดมีความชอบจะเลื่อนที่ให้ตามสมควร บรรดาพี่น้องทั้งปวงได้ฟังก็มีความยินดีชวนกันพูดว่า ท่านกล่าวดังนี้เป็นยุติธรรมแล้วพี่น้องที่อยู่เก่าก็นั่งข้างขวา ถัดกงซุนสินลงมาลิมชอง เล่าตง อวนเซียวยี อวนเซียวเหงา อวนเซียวชิด โตวเซียน ซองบาน จูกุ้ย แป๊ะสิน ข้างซ้ายนั้นคือฮวยหยง ฉินเหม็ง ไตจง ลี้จุน มกหอง มกชุน เตียหวย เตียสุน เอียนสุน ลือฮวง กวยเส็ง เซียวเหยียง เฮงเอยโฮ้ว สิย้ง กิมไตเกียน อาวเผ็ง เจียเก็ง ทองอุย ทองเม็ง เบ๊หลิน เจียะย้ง โฮ้วเกียน แต้เทียนซิว ต้อจงอ๋วง รวมสี่สิบนายทั้งซ้ายขวาคำนับเทพยดาตามธรรมเนียมแล้ว ก็กินโต๊ะเสพสุราเป็นที่รื่นเริงสบาย ซ้องกั๋งจึงเล่าความเรื่องเมืองกังจิวให้พี่น้องเหล่านั้นฟังว่า อึงบุนเปงมายุยงชัวเกาตีฮู้ว่าตัวข้าพเจ้านี้สมคบกับที่เมืองหลวงมีหนังสือบอกออกมาว่า คนที่แซ่ซ้องชื่อกั๋งจะคิดกบฏขึ้นที่แขวงเมืองซัวตัง ประการหนึ่งคำเพลงที่เด็กร้องเล่นนั้น อึงบุนเปงว่าก็ว่าได้กับตัวข้าพเจ้า ชัวเกาตีฮูจึงจับเอาไปจำขังไว้ แล้วให้ไตจงถือหนังสือบอกเข้าไปเมืองหลวง ครั้นไตจงกลับมาอึงบุนเปงก็ดูออกว่าเป็นหนังสือปลอม จะเอาตัวข้าพเจ้ากับไตจงไปฆ่าเสียก่อนแล้วจึงจะบอกเข้าไป ซึ่งชีวิตของข้าพเจ้ารอดมาก็เพราะพี่น้องทั้งหลายยกไปช่วย ลีขุยก็ลุกขึ้นพูดว่า การงานอันนี้เทพยดาตบแต่งให้พี่ไปติดอยู่ที่เมืองกังจิวได้ความลำบาก เราก็จับอึงบุนเปงมาทำถึงสาหัสแก้แค้นได้แล้ว พวกเราช่วยกันยกเข้าไปตีเมืองหลวงฆ่าเสียให้หมดแล้วยกพี่เตียวไก่ขึ้นเป็นเจ้าแผ่นดินที่หนึ่ง พี่ซ้องกั๋งยกขึ้นเป็นเจ้าแผ่นดินที่สอง โงวหยง กงซุนสินนั้นตั้งให้เป็นกุนซือซ้ายขวา ข้าพเจ้าจะเป็นนายทหารใหญ่คอยรักษาพี่น้องทั้งสองมิดีหรือ

ไตจงฟังลีขุยพูดดังนั้นก็ร้องตวาดว่า เจ้าจะทำเหมือนเมื่ออยู่เมืองกังจิวนั้นไม่ได้ แต่วันนี้ไปการที่ไม่ควรอย่าเอามาพูด ถ้าไม่เชื่อฟังพี่น้องจะช่วยกันจับตัดศีรษะเสีย ลีขุยตอบว่าถ้าตัดศีรษะเสียแล้วเมื่อเวลาใดจะกลับเป็นขึ้นมา ถ้าเช่นนั้นข้าพเจ้าไม่พูดจะขอแต่เสพสุราให้สบาย พี่น้องทั้งหลายได้ฟังก็ชวนกันหัวเราะทุกคน ซ้องกั๋งรำลึกขึ้นได้ถึงอึงอันจึงถามว่าอึงอันไปอยู่ที่ไหน เตียวไก่บอกว่าอึงอันป่วยอยู่สองสามเดือนก็ตาย ซ้องกั๋งมีความเสียดายอึงอันยิ่งนัก ครั้นกินโต๊ะเสพสุราเสร็จแล้ว เตียวไก่สั่งให้จัดที่ให้ครอบครัวของมกไทก๋งพักอาศัยตามสบาย เตียวไก่เรียกไพร่พลให้มาคำนับพวกพี่น้องที่มาใหม่ รุ่งขึ้นวันที่สามเตียวไก่ให้ฆ่าโค กระบือ หมู เป็ด ไก่ จัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยงพี่น้องทั้งปวงพร้อมกัน ซ้องกั๋งจึงพูดว่า ข้าพเจ้ายังมีธุระอยู่อีกอย่างหนึ่งสำคัญนักจะต้องลาไปอีกครั้งหนึ่ง

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ