๖๔

ฝ่ายซ้องกั๋ง คุมพวกพ้องไพร่พลเข้าตีหักกำแพงเมืองปักเกียเป็นหลายครั้งก็ไม่แตก จึงคิดว่าเรายกมาช้านานสู้รบกันยังเอาชัยชนะไม่ได้ ในเวลาคืนวันนั้นซ้องกั๋งหยิบเอาตำราพิชัยสงครามออกมาดู

โงวหยงซินแสจึงพูดกับซ้องกั๋งว่า พวกเราตั้งล้อมเมืองมาช้านานในเมืองก็ไม่ยกออกมาสู้รบ เดิมทีทหารม้าออกจากเมืองไปนั้นเห็นจะเป็นเนียตงซีให้ไปแจ้งความกับชัวไทซือขอกองทัพยกมาช่วย แต่แม่ทัพนั้นคงจะมีอุบายจึงไม่มาเมืองปักเกียคงจะยกตรงไปตีตำบลเขาเนียซัวเปาะดอกกระมัง จำจะต้องตระเตรียมกันให้พร้อม ถ้ารู้ข่าวจะได้ยกไปโดยเร็ว ซ้องกั๋งได้ฟังก็เห็นชอบด้วย

ฝ่ายไตจงเป็นผู้สืบข่าวครั้นแจ้งความว่ากองทัพเมืองหลวงยกตรงมาก็ออกจากเขาเนียซัวเปาะ รีบไปยังค่ายแจ้งกับซ้องกั๋งและโงวหยงซินแสว่า ชัวไทซือขุนนางผู้ใหญ่ตั้งให้กวนเส็งขุนนางนายทหารเมืองพูตังเป็นแม่ทัพยกตรงไปเขาเนียซัวเปาะ ข้าพเจ้าจึงรีบมาแจ้งความให้ทราบ โงวหยงซินแสว่าถ้าดังนั้นรอช้าไม่ได้ เวลาค่ำวันนี้จะต้องแบ่งกองทัพให้ยกไปก่อนบ้าง จัดเอาพวกพ้องไพร่พลให้ซุ่มอยู่ที่ตำบลปวยโฮ้วเกาะทั้งสองข้างซ้ายขวา แม้นในเมืองปักเกียแจ้งความติดตามมาจะได้ออกสู้รบต้านทานไว้

ซ้องกั๋งได้ฟังก็เห็นชอบ จึงสั่งฮวยหยงกับลิมชองให้คุมไพร่พลคนละห้าร้อยแยกกันไปซุ่มอยู่ริมทางที่ตำบลปวยโฮ้วเกาะ ให้อูเอียนเจียกกับเลงจิ้นจัดเอาปืนฮองฮวยเผ่าคุมไพร่พลไปซุ่มอยู่ที่ริมเมือง ถ้าเห็นกองทัพเมืองปักเกียตามมาก็ให้ยิงปืนขนาบไป ลิมชอง ฮวยหยง เลงจิ้น ก็คุมไพร่พลคนละห้าร้อยแยกกันไปทำตามคำสั่ง ซ้องกั๋งจึงให้ตระเตรียมกองทัพไว้พร้อมพอดึกประมาณยามเศษก็ยกกองทัพออกจากค่ายกลับไป

ฝ่ายทหารที่รักษากำแพงเมือง ครั้นรุ่งขึ้นเวลาสายเห็นกองทัพซ้องกั๋งยกกลับไปสิ้นแล้ว ก็มาแจ้งกับเนียตงซีผู้รักษาเมืองทุกประการ เนียตงซีให้หาลีเส็งกับบุนตัดนายทหารทั้งสองมาปรึกษาว่า กองทัพพวกโจรกลับไปแล้วจะคิดอ่านประการใดดี บุนตัดตอบว่าข้าพเจ้าตรึกตรองดูซึ่งกองทัพตังเกียเห็นจะยกตรงไปตีเขาเนียซัวเปาะดอกกระมัง พวกโจรเหล่านี้จึงได้กลับไปโดยเร็ว ถ้าเรายกกองทัพติดตามไปซ้ำเติมเอาก็คงจับตัวซ้องกั๋งได้

พูดยังไม่ทันขาดคำ ม้าใช้สืบราชการมาแจ้งว่า กองทัพเมืองหลวงยกไปตีตำบลเขาเนียซัวเปาะแล้ว เนียตงซีแจ้งความก็สั่งลีเส็ง บุนตัด ให้คุมทหารแยกเป็นสองกอง ยกตามไปทางทิศตะวันตกและทิศตะวันออกประดังกันเข้าซ้ำเติมเอา ลีเส็ง บุนตัด รับคำสั่งมาจัดทหารยกออกจากเมืองไปทั้งสองทิศ

ฝ่ายซ้องกั๋งยกกองทัพกลับไป เห็นกองทัพเมืองปักเกียไล่ติดตามมาก็แกล้งเร่งรีบไพร่พลยกหนี ลีเส็งกับบุนตัดเห็นดังนั้นก็เร่งทหารไล่ตามไปจนถึงตำบลปวยโฮ้วเกาะ เลงจิ้นคุมไพร่พลซุ่มอยู่ ครั้นเห็นกองทัพเมืองปักเกียไล่ตามมาก็ยิงปืนขนาบไปที่กองทัพลีเส็ง บุนตัดราวกับแผ่นดินจะทำลาย ลีเส็ง บุนตัดเห็นดังนั้นก็ตกใจ หยุดกองทัพดูท่วงทีก่อน ฮวยหยงกับลิมชองคุมไพร่พลซุ่มอยู่ริมทางทั้งสองข้าง พอได้ยินเสียงปืนก็ประดังกันออกมาทั้งซ้ายขวาตรงเข้าบุกรุกฆ่าฟัน ลีเส็ง บุนตัด แจ้งว่าถูกอุบายจึงเลิกกองทัพกลับ อูเอียนเจียกคุมไพร่พลออกสกัดหน้าเข้าไล่ฟันเป็นตะลุมบอน ทหารเมืองปักเกียล้มตายลงเป็นอันมาก ลีเส็งกับบุนตัดเหลือที่จะต้านทานก็ขับม้าหนีเข้าเมืองปิดประตูเมืองไว้แน่นหนา พวกซ้องกั๋งได้ชัยชนะไม่เห็นผู้ใดออกมาสู้รบอีกก็ชวนกันคุมไพร่พลกลับมาตำบลเขาเนียซัวเปาะ

ฝ่ายเชียซือบุ๋นนายทหารกองทัพหน้า กับกวนเส็งแม่ทัพใหญ่รีบเดินทางไปถึงเขาเนียซัวเปาะก่อนก็ตั้งค่ายลงไว้ ซวนจั่นกองทัพหนุนยกตามมา พอซ้องกั๋งยกกองทัพไปใกล้จะถึงตำบลเขาเนียซัวเปาะ พบกองทัพซวนจั่นยกมาตามทาง ต่างก็ตั้งค่ายมั่นลงไว้ทั้งสองฝ่าย แล้วซ้องกั๋งจัดพวกพ้องที่ชำนาญทางน้ำลอบข้ามไปบอกพวกที่รักษาค่ายน้ำตระเตรียมไว้จะได้ยกมาช่วยให้ทันการ ไพร่พลก็ลอบไปไม่ให้ผู้ใดรู้

ฝ่ายเตียหวยครั้นแจ้งว่า กวนเส็งเป็นแม่ทัพคุมทหารมาตั้งค่ายอยู่ใกล้ตำบลเขาเนียซัวเปาะ จึงปรึกษากับเตียสุนว่า ตั้งแต่เราพี่น้องมาสามิภักดิ์อยู่กับซ้องกั๋งช้านานยังไม่มีความชอบสิ่งใด บัดนี้กวนเส็งนายทหารเมืองพูตังเป็นแม่ทัพใหญ่ยกมา ถ้าเราสองคนคุมไพร่พลไปตีปล้นค่ายจับตัวกวนเส็งได้ก็คงจะมีความชอบมาก เตียสุนว่า เราได้ว่ากล่าวไพร่พลชำนาญทางน้ำเล็กน้อยเท่านี้จงช่วยกันระวังรักษาหน้าที่ไว้ดีกว่า แม้นยกไปเสียท่วงทีพี่น้องทั้งปวงจะหัวเราะเยาะเล่นได้ เตียหวยว่าเพราะคิดดังนั้นไม่ใช่หรือ มาอยู่ช้านานยังไม่มีความชอบอะไรสักสิ่งหนึ่ง ถ้าเจ้าไม่เห็นด้วยก็แล้วไป เวลาค่ำวันนี้เราจะไปเอง

เตียสุนว่ากล่าวห้ามปรามก็ไม่ฟัง เตียหวยจัดไพร่พลกับเรือรบห้าสิบลำเครื่องศัสตราวุธครบมือกัน พอเวลากลางคืนเดือนหงายแจ่ม เตียหวยคุมไพร่พลลงเรือเล็กถอยออกจากค่าย ไปซุ่มอยู่ที่กอแขมชายป่าใกล้กับค่ายกวนเส็งคอยได้เวลาจึงจะยกไปตีปล้น

ฝ่ายทหารสำหรับตรวจตราในเวลากลางคืน ครั้นเห็นมีเรือซุ่มอยู่ก็รีบกลับมาค่ายแจ้งความกับกวนเส็งว่ามีเรือเล็กประมาณห้าสิบลำจอดซุ่มอยู่ในกอแขมชายป่า ไม่แจ้งว่าเหตุผลประการใด กวนเส็งได้ฟังก็หัวเราะแล้วกระซิบสั่งความลับกับทหารให้ตระเตรียมกันไว้พร้อม

ฝ่ายเตียหวยครั้นเวลาดึกสามยามก็คุมไพร่พลขึ้นจากเรือตรงไปยังค่ายกวนเส็ง เห็นในค่ายเงียบสงัดสำคัญว่าหลับสิ้น เตียหวยไปมองที่ประตู เห็นแต่กวนเส็งนั่งดูหนังสืออยู่ที่โต๊ะแต่ผู้เดียวก็มีความยินดี จึงคุมไพร่พลตรงเข้าค่ายจะจับตัวกวนเส็งแม่ทัพให้ได้

ฝ่ายพวกทหารของกวนเส็งเห็นเตียหวยคุมไพร่พลล่วงเข้าไปก็ตีฆ้องสัญญาขึ้น ทหารที่ซุ่มอยู่ประดังกันออกมาทั้งสี่ด้านตรูกันเข้าล้อมไว้แล้วบุกรุกฆ่าฟันจับตัวเตียหวยกับไพร่พลได้มัดเข้าไปส่งกวนเส็ง กวนเส็งเห็นเตียหวยก็ด่าว่า นับประสาอะไรกับพวกโจรเช่นนี้คิดจะมาทำร้ายเราด้วยหรือ ว่าแล้วก็ให้จำขังไว้ในเกวียนคอยท่า จับตัวซ้องกั๋งกับพวกพ้องเหล่านั้นได้จึงจะส่งเข้าไปในเมืองหลวงพร้อมกัน ทหารก็คุมเตียหวยกับไพร่พลไปขังไว้ตามคำแม่ทัพสั่ง

ฝ่ายเตียสุนแจ้งความว่า เตียหวยพี่ชายกับไพร่พลถูกกวนเส็งแม่ทัพจับไว้ทั้งสิ้นก็ตกใจรีบไปหาอวนเซียวยีสามคนพี่น้อง เล่าความให้ฟังว่าเตียหวยลอบไปปล้นค่ายกวนเส็ง พวกทหารของกวนเส็งจับไว้ได้ทั้งสิ้น

อวนเซียวชิดได้ฟังก็โกรธเตียสุนยิ่งนัก จึงพูดว่า พวกเรานี้ได้สาบานไว้ ถ้าธุระทุกข์ร้อนสิ่งใดก็ต้องช่วยเหลือกัน ตัวเจ้าเป็นน้องร่วมบิดามารดากับเตียหวย เหตุใดจึงไม่ไปเป็นเพื่อน ปล่อยให้ไปแต่ผู้เดียว บัดนี้เตียหวยถูกจับได้เจ้าไม่ช่วยก็แล้วไป เราสามคนพี่น้องจะช่วยเอง เตียสุนตอบว่าการไม่เป็นเช่นนั้น เพราะเห็นว่าซ้องกั๋งผู้เป็นใหญ่ไม่ได้สั่งจึงไม่อาจไป อวนเซียวชิดว่า ถ้าคอยให้มีคำสั่ง เตียหวยพี่ชายเจ้าคงยับเยิน เตียสุนว่ากล่าวห้ามสามคนพี่น้องไม่เชื่อฟังแล้วก็ต้องยอมทำตาม อวนเซียวยี อวนเซียวเหงา อวนเซียวชิดจัดไพร่พลในเวลากลางคืนเสร็จแล้ว ก็ยกแยกย้ายกันลงเรือประมาณร้อยลำออกจากค่ายตรงไป

ฝ่ายทหารสอดแนมเห็นพวกโจรคุมไพร่พลลงเรือเล็กมา ก็ไปแจ้งความกับกวนเส็งแม่ทัพทุกประการ แล้วกระซิบบอกทหารไปจัดการไว้พร้อมตามเคย

ฝ่ายอวนเซียวยี อวนเซียวเหงา อวนเซียวชิดกับเตียสุน คุมไพร่พลไปถึงชายป่า ชวนกันขึ้นฝั่งจะเข้าตีค่ายกวนเส็ง อวนเซียวยีสามคนพี่น้องนั้นนำหน้า เตียสุนอยู่หลังกับไพร่พลถือเครื่องศัสตราวุธพร้อมกันบุกรุกเข้าไปในค่ายไม่มีทหารสักคนหนึ่งเห็นไฟสว่างอยู่ อวนเซียวยีสามคนพี่น้องก็ตกใจกลัวจะถูกอุบาย หันกลับออกมาพวกทหารของกวนเส็งก็ตีฆ้องสัญญาขึ้น ทหารที่ซุ่มอยู่ก็ประดังกันออกมา ทั้งทหารม้าและเดินเท้าจะเข้าล้อมพวกโจรไว้ เตียสุนเห็นดังนั้นก็ตกใจ หันหน้ากลับวิ่งมาริมฝั่งโดดน้ำดำไป อวนเซียวยี อวนเซียวเหงา อวนเซียวชิดรีบหนีมาริมฝั่ง ทหารกวนเส็งไล่ตามมาทันก็บุกรุกฆ่าฟันขนาบไปสามคนพี่น้องสู้รบต้านทานไว้เป็นสามารถ อวนเซียวชิดเสียที ทหารกวนเส็งจับเอาตัวไปได้

ขณะนั้นลี้จุน ทองอุย ทองเม้ง เที่ยวลาดตระเวนอยู่ในน้ำล่องเรือมาถึงชายป่า เห็นทหารล้อมอวนเซียวยี อวนเซียวเหงาไว้ก็ตรงเข้าช่วยไม่คิดแก่ชีวิต บุกรุกเข้าไปช่วยอวนเซียวยี อวนเซียวเหงาออกมาได้ลงเรือหนีไป พวกทหารเห็นโจรหนีไปแล้ว ก็ชวนกันคุมตัวอวนเซียวชิดไปส่งกับแม่ทัพ กวนเส็งก็สั่งให้จำขังไว้

ฝ่ายลี้จุนกับพวกพ้องเข้าช่วยอวนเซียวยี อวนเซียวเหงาหนีไปพบเตียสุนจึงชวนกลับไปเขาเนียซัวเปาะ เล่าความซึ่งไปตีปล้นค่ายกวนเส็งจับเตียหวนกับอวนเซียวชิดและไพร่พลไว้ให้ให้พวกพ้องเหล่านั้นฟัง

ขณะนั้นพอไพร่พลที่ชำนาญทางน้ำไปถึงเขาเนียซัวเปาะ ก็แจ้งความซึ่งซ้องกั๋งสั่งมาทุกประการ เล่าตงจึงให้เตียสุนลอบไปแจ้งกับซ้องกั๋งเสียให้ทราบ เตียสุนก็ออกจากตำบลลงน้ำดำไปถึงฝั่งแล้วตรงไปค่ายเล่าเรื่องซึ่งปล้นค่าย กวนเส็งแม่ทัพจับเตียหวย อวนเซียวชิดไว้ได้ ซ้องกั๋งแจ้งความก็ปรึกษากับโงวหยงซินแสว่าจะคิดอ่านประการใดดี โงวหยงตอบว่าเวลาพรุ่งนี้ยกออกไปสู้รบให้เห็นแพ้และชนะก่อนจึงจะคิดอุบายต่อไป

ครั้นรุ่งขึ้นเช้าซวนจั่นจึงคุมทหารมาท้ารบ ซ้องกั๋งกับพวกพ้องคุมไพร่พลออกจากค่ายเห็นซวนจั่นยืนอยู่หน้าทหาร ก็ถามพวกพ้องว่าผู้ใดจะอาสาสู้รบบ้าง ฮวยหยงได้ฟังก็ขับม้าตรงไปรบกับซวนจั่นได้สิบเพลง ฮวยหยงแกล้งทำขับม้าหนีซวนจั่นได้ทีก็ไล่ตาม ฮวยหยงหยุดม้าชักเกาทัณฑ์ยิงไป ซวนจั่นได้ยินเสียงเกาทัณฑ์มาก็ควงง้าวป้องกันไว้ ลูกเกาทัณฑ์ตรงไปที่หน้าถูกง้าวของซวนจั่นพลัดตกลง ฮวยหยงเห็นไม่ถูกก็ยิงไปอีกลูกหนึ่งหมายให้ถูกหน้าอก ซวนจั่นเห็นลูกเกาทัณฑ์ตรงมาก็หลบทัน จึงคิดว่าทหารผู้นี้ฝีมือเกาทัณฑ์แม่นนัก ไม่อาจไล่ต่อไปก็ชักม้ากลับ ฮวยหยงไล่ตามยิงเกาทัณฑ์ไปอีกลูกหนึ่ง ถูกซวนจั่นแต่ไม่เป็นอันตรายด้วยเสื้อเกราะป้องกันไว้ ซวนจั่นตกใจวิ่งหนีตรงเข้าค่าย แจ้งความซึ่งได้สู้รบให้กวนเส็งแม่ทัพฟังทุกประการ

กวนเส็งสั่งให้จูงม้าดำที่สำหรับขี่ชื่อว่าฮวยถั่วเบ๊มาแล้ว ก็แต่งตัวสวมใส่เสื้อเกราะถือง้าวใหญ่เรียกว่าแชเลงตอ คุมทหารออกไปยังหน้าค่ายซ้องกั๋ง ในขณะนั้นซ้องกั๋งยืนอยู่หน้าค่าย เห็นกวนเส็งรูปร่างลักษณะดีจึงบอกกับพวกพ้องว่า กวนเส็งคนนี้ฝีมือเข้มแข็งไม่เสียทีที่มีชื่อเสียงปรากฏทั้งแผ่นดิน

ลิมชองได้ฟังก็โกรธจึงตอบว่า บรรดาพี่น้องทั้งปวงตั้งแต่มาอยู่ด้วยกันที่เขาเนียซัวเปาะนี้ก็ช้านาน ทำศึกสงครามหลายสิบครั้งยังไม่ได้ฟังถ้อยคำดังนี้เลย วันนี้เหตุผลอะไรจึงมาลบหลู่ตัวเองยกย่องคนอื่นดีกว่า พูดแล้วลิมชองก็ถือทวนขับม้าจะเข้าสู้รบกับกวนเส็ง กวนเส็งเห็นดังนั้นก็ร้องตวาดด้วยเสียงอันดังว่า เรากับเจ้าหาควรสู้รบกันไม่ จงไปบอกซ้องกั๋งออกมา เราจะถามเอง ซ้องกั๋งได้ยินก็ร้องห้ามลิมชองว่าอย่าเพิ่งสู้รบ แล้วขับม้าออกมาถ่อมตัวคำนับกวนเส็งตามธรรมเนียมพูดว่า ข้าพเจ้าซ้องกั๋งเดิมเป็นขุนนางเล็กน้อยอยู่เมืองหุนเสียกุ้ย ตามแต่ท่านจะปรึกษาโทษ กวนเส็งว่าเหตุใดตัวจึงบังอาจคิดกบฏ ซ้องกั๋งตอบว่าเพราะพระเจ้าแผ่นดินเชื่อฟังแต่ขุนนางกังฉิน สอพลอประจบประแจง คิดอุบายแกล้งขุนนางที่ซื่อตรงลบล้างเสียไม่ให้ชื่อเสียงปรากฏ ข่มขี่ข่มเหงราษฎรได้ความเดือดร้อนทุกบ้านทุกเมือง พวกข้าพเจ้าซ้องกั๋งนี้มีแต่ช่วยบำรุงแผ่นดินให้เป็นสุขมิได้คิดกบฏประทุษร้าย กวนเส็งว่าเรารู้ทั้งสิ้น พวกเจ้าคิดกบฏเที่ยวตีปล้นเลี้ยงชีวิตจะว่าช่วยบำรุงแผ่นดินอย่างไร กองทัพเทพยดายกมาถึงแล้วอย่าพูดจาล่อลวงให้มากไป แม้นไม่ลงจากม้าให้จับมัดแต่โดยดีก็จะสับเสียให้ละเอียด

ฉินเหม็ง ลิมชองได้ฟังก็โกรธสองนายขับม้าตรงไปรบกับกวนเส็งเป็นสามารถ ฝีมือเข้มแข็งด้วยกันทั้งสองฝ่าย ซ้องกั๋งยืนม้าอยู่เห็นฝีมือกวนเส็งเข้มแข็งก็จริง แต่สู้รบอยู่แต่ผู้เดียวที่ไหนจะต้านทานได้ ถ้าพลั้งพลาดลงกวนเส็งก็จะเจ็บป่วยไป จึงตีม้าล่อสัญญาขึ้น ลิมชอง ฉินเหม็งกำลังสู้รบอยู่กับกวนเส็งพอได้ยินเสียงม้าล่อสัญญาก็หยุดรบ ขับม้ากลับมาทั้งสองนายร้องถามซ้องกั๋งว่า ข้าพเจ้ากำลังจะเข้าจับกวนเส็ง เหตุใดท่านจึงตีม้าล่อสัญญาให้กลับมาเสีย

ซ้องกั๋งตอบว่า พวกเรานี้ซื่อสัตย์สุจริตจะสู้รบดังนั้นไม่ควร ด้วยเราสองคน กวนเส็งนั้นผู้เดียว มาตรแม้นว่าจับได้ใจเขายังไม่ยอม พี่เห็นว่ากวนเส็งคนนี้สัตย์ซื่อฝีมือเข้มแข็งเทือกเถาเป็นขุนนางตงฉิน ชวดของกวนเส็งที่ตายก็ได้เป็นเทพยดา คนทั้งปวงตั้งศาลบูชาอยู่ทุกบ้านทุกตำบล ถ้าได้กวนเส็งไปเป็นพวกพ้องอยู่ด้วยกันที่เขาเนียซัวเปาะ พี่จะยอมยกให้กวนเส็งเป็นเจ้าของตำบลต่อไป ลิมชอง ฉินเหม็งได้ฟังก็ขัดแค้นอยู่ในใจไม่โต้ตอบประการใดถอยห่างออกมา ทัพทั้งสองฝ่ายก็ยกกลับเข้าค่าย

ฝ่ายกวนเส็งกลับมาถึงค่ายแล้วคิดรำพึงว่า เวลาวันนี้ตัวเรากำลังสู้รบอยู่กับทหารซ้องกั๋งทั้งสองคนเกือบจะเสียที ซ้องกั๋งตีม้าล่อสัญญาให้ทหารทั้งสองกลับไปด้วยเหตุผลประการใดก็ไม่รู้ คิดแล้วให้ทหารไปคุมตัวอวนเซียวชิดกับเตียหวยซึ่งเป็นพวกซ้องกั๋งมาถามว่า ซ้องกั๋งคนนี้ก็เป็นแต่ขุนนางเล็กน้อยอยู่ในเมืองหุนเสียกุ้ย เหตุไฉนพวกเจ้าจึงพากันมาสามิภักดิ์ยอมให้ซ้องกั๋งใช้สอย

อวนเซียวชิดตอบว่า ท่านไม่รู้หรือ ซ้องกั๋งผู้นี้ชื่อเสียงปรากฏทั้งแผ่นดิน ชาวบ้านก็ย่อมรู้อยู่ทั้งสิ้น เหมือนกับฝนตกเมื่อฤดูแล้งยามขัด เป็นคนซื่อสัตย์สุจริตไม่มีผู้เสมอ กวนเส็งได้ฟังก็ไม่พูดประการใดให้เอาตัวอวนเซียวชิดกับเตียหวยไปขังไว้ตามเดิม

ฝ่ายซ้องกั๋งครั้นกลับเข้าค่ายแล้ว ปรึกษากับโงวหยงซินแสคิดอ่านจะจับกวนเส็งกับนายทหารทั้งสองให้ได้ โงวหยงว่าท่านอย่าวิตกเลย ข้าพเจ้ามีอุบายอยู่อย่างหนึ่งแล้วกระซิบบอกอุบายกับซ้องกั๋งเป็นความลับ ซ้องกั๋งได้แจ้งก็เห็นชอบ จึงให้หาอูเอียนเจียกมากระซิบบอกอุบาย อูเอียนเจียกก็คำนับลาออกจากค่ายตรงไปยังค่ายกวนเส็ง ซ้องกั๋งจึงให้หาบรรดาพี่น้องมาพร้อมกันแจ้งความลับให้ฟังต่างคนก็ตระเตรียมการไว้พร้อมเสร็จ

ฝ่ายกวนเส็งเวลาคืนวันนั้นไม่สบายใจ เดินออกไปเที่ยวเล่นหน้าค่ายเห็นเดือนหงายแจ่มก็ยืนชมเดือนอยู่

ฝ่ายอูเอียนเจียกไปค่ายกวนเส็งจึงบอกทหารเหล่านั้นว่า เรามาหาท่านแม่ทัพ ทหารก็ไปแจ้งกับกวนเส็งว่า นายทหารผู้หนึ่งมีหนวดเคราไม่ได้สวมใส่เสื้อเกราะ จะขอเข้ามาหาท่าน กวนเส็งก็ให้พานายทหารผู้นั้นเข้ามาถามว่าเจ้าคือผู้ใด อูเอียนเจียกว่าผู้คนอยู่มากแจ้งความไม่ได้ กวนเส็งหัวเราะแล้วพูดว่า ธรรมดาเป็นแม่ทัพ ทหารนับหมื่นนับแสนไม่เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันที่ไหนจะว่ากล่าวได้ ท่านมีข้อความสิ่งใดก็บอกเถิดอย่าได้เกรงกลัวเลย

อูเอียนเจียกจึงบอกว่า ข้าพเจ้าชื่อว่าอูเอียนเจียก เดิมพระเจ้าซ้องฮุยจงให้ยกกองทัพมาปราบปรามโจรที่เขาเนียซัวเปาะ ครั้นยกมาถึงถูกอุบายของพวกโจรแตกทัพยับเยิน จึงตกอยู่ที่เขาเนียซัวเปาะ ไม่รู้ที่จะกลับเข้าไปเฝ้าอย่างไรได้ ครั้นแจ้งว่าท่านยกกองทัพมา ข้าพเจ้ามีความยินดียิ่งนัก เมื่อขณะท่านสู้รบกับลิมชอง ฉินเหม็งฝีมือเข้มแข็งคิดจะจับตัวท่าน ซ้องกั๋งเห็นจึงตีม้าล่อสัญญาให้กลับมา กลัวท่านจะพลาดพลั้งเสียทีกับนายทหารทั้งสอง ใจของซ้องกั๋งนั้นอยากจะมาสามิภักดิ์ แต่พวกเหล่านั้นไม่ยอม ซ้องกั๋งจึงลอบมาปรึกษากับข้าพเจ้าจะให้พวกโจรเข้าสามิภักดิ์เสียทั้งสิ้น ถ้าท่านเชื่อฟังข้าพเจ้าจงจัดเครื่องศัสตราวุธไว้ให้พร้อม เวลาค่ำพรุ่งนี้ยกลัดทางตรงไปยังค่ายโจร จับลิมชองกับพวกเหล่านั้นส่งเข้าเมืองหลวงท่านก็จะมีความชอบมาก ข้าพเจ้ากับซ้องกั๋งก็จะได้ลุกะโทษเสียด้วย แล้วจะได้ทำราชการสนองพระคุณต่อไป

กวนเส็งได้ฟังก็มีความยินดีมิได้คิดระแวงสงสัย จัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยงอูเอียนเจียกเป็นอันดี อูเอียนเจียกก็เล่าความซึ่งซ้องกั๋งสัตย์ซื่อสุจริตยุติธรรม แต่เจ้านายไม่ชุบเลี้ยงจึงได้มาเป็นโจร กวนเส็งก็ไม่พูดจาสิ่งใดกินโต๊ะเสพสุราเสร็จ พอเวลาค่ำอูเอียนเจียกก็นอนค้างอยู่ที่ค่ายกวนเส็ง

ฝ่ายซ้องกั๋งครั้นรุ่งขึ้นเช้า จัดไพร่พลที่รูปร่างคล้ายคลึงกับอึงซิน แต่งตัวถืออาวุธคุมไพร่พลออกจากค่ายมากับซ้องกั๋งตรงไปยังค่ายกวนเส็ง

ฝ่ายกวนเส็งกับอูเอียนเจียกนั่งพูดจากันอยู่ แจ้งว่าซ้องกั๋งคุมไพร่พลมาจะสู้รบ อูเอียนเจียกจึงพูดว่า เวลานี้พวกโจรยกมาข้าพเจ้าจะออกรบเองแต่เราคิดอุบายไว้ว่าเวลาค่ำจึงค่อยจัดการ ครั้นยกออกไปสู้รบเอาชัยชนะเสียก่อนก็กลัวจะสะดุ้งสะเทือน ท่านจะเห็นประการใด

กวนเส็งว่าชอบแล้ว อูเอียนเจียกก็ยืมเอาเสื้อเกราะออกมาสวมใส่ถือกระบองขึ้นม้า กวนเส็งก็คุมทหารออกจากค่ายมากับอูเอียนเจียก พอซ้องกั๋งคุมไพร่พลมาถึงก็ขับม้าขึ้นหน้าร้องด่าอูเอียนเจียกว่า เราก็เลี้ยงเจ้าถึงขนาดมิให้เจ็บชํ้าน้ำใจ เหตุไฉนจึงได้หนีมาในเวลากลางคืน

อูเอียนเจียกว่า ตัวเป็นแต่ขุนนางเล็กน้อยทำการใหญ่ไม่สำเร็จดอก ซ้องกั๋งทำเป็นโกรธร้องสั่งอึงซินตัวปลอมให้เข้าสู้รบกับอูเอียนเจียกได้สิบสองเพลง อูเอียนเจียกตีด้วยกระบองถูกอึงซินตัวปลอมตกม้าตาย ซ้องกั๋งก็ถอยทัพกลับเข้าค่าย กวนเส็งเห็นดังนั้นก็ดีใจร้องสั่งทหารให้ยกบุกรุกฟันขนาบไป อูเอียนเจียกห้ามไว้ว่าจะไล่ตามไปนั้นไม่ได้ ด้วยโงวหยงซินแสคนนี้ดีนักเปรียบเหมือนเทพยดา คงจะมีอุบายประการใดสักสิ่งหนึ่ง ถ้าพลาดพลั้งลงก็จะพากันเสียที

กวนเส็งได้ฟังก็คุมทหารกลับเข้าค่าย จัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยงอูเอียนเจียกแล้วถามถึงอึงซินที่ฆ่าตายนั้นคือผู้ใด อูเอียนเจียกว่าอึงซินคนนี้ เดิมพระเจ้าซ้องฮุยจงตั้งให้ไปเป็นขุนนางตำแหน่งที่โตวกำว่าการทหาร ณ เมืองเช็งจิว ซ้องกั๋งเกลียดชังมาช้านานเพราะด้วยไม่เหมือนน้ำใจ เวลานี้ซ้องกั๋งจึงใช้อึงซินออกมาให้ฆ่าฟันเสีย

กวนเส็งได้ฟังก็มีความยินดีนัก จึงหาตัวซวนจั่นกับเชียซือบุ๋นมาสั่งให้จัดเครื่องศัสตราวุธคุมทหารแยกไปคอยช่วย ตัวเราจะคุมทหารม้าห้าร้อยพร้อมธนูเกาทัณฑ์ให้อูเอียนเจียกนำทาง ยามสามให้ถึงค่ายซ้องกั๋ง ถ้าได้ยินเสียงประทัดสัญญาขึ้น ก็ให้ประดังเข้าปล้นค่าย นายทหารทั้งสองก็ตระเตรียมไว้เสร็จ

พอถึงยามสองกวนเส็งก็คุมทหารออกจากค่าย อูเอียนเจียกนำลัดทางไป ครั้นใกล้จะถึงค่ายซ้องกั๋ง กวนเส็งก็หยุดม้าถามอูเอียนเจียกว่าที่มีไฟโคมสว่างนั้นตรงไหน อูเอียนเจียกบอกว่าที่ไฟสว่างนั้นคือค่ายของซ้องกั๋ง กวนเส็งก็เร่งขับทหารตรงเข้าไปถึงค่ายไม่มีผู้คน เหลียวมาดูอูเอียนเจียกก็ไม่เห็น ได้ยินเสียงประทัดสัญญาจุดขึ้นก็ตกใจ แจ้งว่าถูกอุบายของซ้องกั๋งจึงชักม้ากลับ พวกซ้องกั๋งที่ซุ่มอยู่ตามชายเขานั้นได้ยินประทัดก็ประดังกันออกมา เสียงกลองและม้าล่ออื้ออึงตรงเข้าล้อมกวนเส็งกับทหารทั้งปวงไว้ ทหารของกวนเส็งพากันตกใจแตกกระจัดกระจายไปสิ้น กวนเส็งกับทหารม้าเหล่านั้นก็บุกรุกมาจะออกจากระหว่างเขา พวกซ้องกั๋งที่ซุ่มอยู่ในป่าถือขอประดังออกมาเกี่ยวเท้าม้า กวนเส็งพลัดตกจากหลังม้าล้มลงก็พากันกรูเข้าจับกวนเส็งมัดไว้คุมเอาตัวไปค่าย

ฝ่ายลิมชองกับฮวยหยงคุมไพร่พลคนละกองออกสกัดซวนจั่นนายทหารไว้ขับม้าเข้าสู้รบกันเป็นสามารถ ซวนจั่นสู้ฝีมือไม่ได้ก็ขับม้าหนี พบนางโฮ้วซาเหนียคุมไพร่พลออกสกัดทางเข้าสู้รบกับซวนจั่น ซวนจั่นเสียทีถูกนางโฮ้วซาเหนียจับตัวได้ให้ไพร่พลมัดคุมไป ณ ค่าย

ฝ่ายฉินเหม็งกับซึงลิบคุมไพร่พลไปคอยสกัดเชียซือบุ๋นอยู่ตามทาง เชียซือบุ๋นคุมไพร่พลหนีพลางร้องด่าด้วยเสียงอันดังว่า พวกโจรใจร้ายจงมาต่อสู้กับเรา ฉินเหม็งได้ฟังก็โกรธขับม้าเข้ารบกับเชียซือบุ๋นได้หลายสิบเพลง ซึงลิบขับม้าช่วยฉินเหม็ง เชียซือบุ๋นก็หันหน้าต่อสู้กับซึงลิบ ฉินเหม็งเห็นได้ทีเอากระบองตีถูกเชียซือบุ๋นตกม้า ไพร่พลก็กรูกันเข้าจับเชียซือบุ๋นมัดไว้

ฝ่ายลิเองก็คุมไพร่พลวกอ้อมไป ถึงค่ายกวนเส็งหักพังค่ายเข้าไปช่วยเตียหวยกับอวนเซียวชิดออกมาได้ แล้วก็เก็บรวบรวมเสบียงอาหารเครื่องศัสตราวุธและเกลี้ยกล่อมเอาทหารเหล่านั้นกลับมาด้วย บรรดาพวกพ้องทั้งปวงกลับมาถึงค่ายพร้อมกัน ซ้องกั๋งก็ยกกองทัพกลับไป พอสว่างก็ถึงเขาเนียซัวเปาะ บรรดาพี่น้องพร้อมกันยังตงงิตึงที่ชุมนุมไพร่พลก็คุมกวนเส็ง เชียซือบุ๋น ซวนจั่นไปส่ง ซ้องกั๋งตรงเข้าแก้มัดกวนเส็งกับนายทหารทั้งสองออกแล้วพยุงไปนั่งเก้าอี้ใหญ่

ซ้องกั๋งคุกเข่าคำนับรับสารภาพว่า ข้าพเจ้าได้ล่วงเกินท่านขออภัยเสียเถิด อูเอียนเจียกก็เข้าไปคำนับกวนเส็ง แล้วพูดว่าข้าพเจ้านี้ทำเพราะด้วยซ้องกั๋งผู้ใหญ่ใช้ก็ต้องจำใจไป ท่านอย่าได้ถือโทษเลย กวนเส็งเห็นพวกพ้องซ้องกั๋งมีความสัตย์ซื่อรักใคร่กันโดยสุจริต ก็หันหน้ามาดูซวนจั่นกับเชียซือบุ๋นแล้วพูดว่า พวกเราจะคิดอ่านประการใดดี นายทหารทั้งสองตอบว่า ตามแต่ท่านจะเห็นควรข้าพเจ้ามิได้ขัดขวาง กวนเส็งจึงพูดกับซ้องกั๋งว่าท่านจับข้าพเจ้ามาได้จงฆ่าเสียโดยเร็วเถิด ซ้องกั๋งว่าข้าพเจ้าตั้งใจเชิญมาอยู่ด้วยปรารถนาจะได้ช่วยกันบำรุงแผ่นดิน แม้นท่านไม่ยอมจริงแล้วก็ไม่อาจหน่วงเหนี่ยวไว้ได้ ท่านจะกลับไปเมืองหลวงให้ได้ ข้าพเจ้าจะต้องไปส่ง

กวนเส็งได้ฟังจึงพูดว่า มิเสียแรงที่ชื่อเสียงปรากฏเหมือนกับถ้อยคำที่เขาเล่าลือจริงหาที่เปรียบมิได้ เกิดมาเป็นชายชาติทหารแม้นว่านายเห็นทุกข์สุขในใจของเราแล้ว ก็คงจะสนองพระเดชพระคุณ ถ้ามิตรสหายรู้จักน้ำใจก็คงตอบแทน ข้าพเจ้ายอมสามิภักดิ์ให้ท่านใช้สอยสืบไป

ซ้องกั๋งได้ฟังก็มีความยินดียิ่งนัก จึงสั่งให้จัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยงกวนเส็งกับซวนจั่นเชียซือบุ๋นเป็นที่รื่นเริงแล้วให้พวกพ้องไปเกลี้ยกล่อมทหารที่แตกหนีกระจัดกระจายไปได้เจ็ดพันเศษ ให้สิย้งถือหนังสือไปเมืองพูตัง รับบุตรภรรยาครอบครัวของกวนเส็งมาอยู่ด้วยที่เขาเนียซัวเปาะเรียบร้อยแล้ว ซ้องกั๋งมีความวิตกถึงโลวจุนหงีกับเจียสิวที่ติดคุก จึงพูดขึ้นว่า เราจะคิดอ่านประการใด จึงจะช่วยคนทั้งสองออกมาได้ โงวหยงซินแสว่าท่านอย่าวิตก หยุดพักเสียสักเวลาหนึ่งจึงยกกองทัพไปตีเมืองปักเกียก็คงสมความปรารถนา

กวนเส็งได้ฟังจึงพูดขึ้นว่า ข้าพเจ้ายังไม่มีความชอบสิ่งใดจะขอคุมทหารของข้าพเจ้ายกไปตีเมืองปักเกีย ตอบแทนคุณท่านสักครั้งหนึ่ง ซ้องกั๋งได้ฟังก็มีความยินดียอมให้กวนเส็งกับซวนจั่น เชียซือบุ๋นคุมทหารเป็นกองทัพหน้ายกไปก่อน ซ้องกั๋งกับพวกพ้องไพร่พลตระเตรียมกันจัดเอาลี้จุน เตียสุนที่ชำนาญทางน้ำไปด้วย พร้อมแล้วก็ยกกองทัพออกจากเขาเนียซัวเปาะไปเมืองปักเกียทั้งกองหน้ากองหนุน

ฝ่ายเนียตงซีผู้รักษาเมืองปักเกียครั้นซกเถียวถูกเกาทัณฑ์หายดีแล้วก็ให้หามาจัดโต๊ะและสุราเลี้ยงปรึกษาการงานอยู่ ขณะนั้นม้าใช้สืบราชการมาแจ้งว่ากวนเส็งแม่ทัพเมืองหลวงกับซวนจั่น เชียซือบุ๋นนายทหารทั้งสองยกกองทัพไปตีตำบลเขาเนียซัวเปาะเสียทีซ้องกั๋งจับไว้ได้ทั้งสิ้น กวนเส็งกับนายทหารยอมเข้าสามิภักดิ์เป็นพวกโจรเสียแล้ว บัดนี้ซ้องกั๋งยกกองทัพมาอีก

เนียตงซีได้ฟังก็นั่งตกตะลึงจนถ้วยสุราหลุดจากมือไม่รู้ที่จะพูดประการใด ซกเถียวเห็นดังนั้นจึงพูดว่า บัดนี้ข้าพเจ้าหายป่วยแล้วจะขออาสาไปสู้รบกับพวกโจรแก้แค้นให้จงได้ เนียตงซีได้ฟังก็คลายวิตกสั่งให้ซกเถียวคุมทหารออกไปสู้รบ ให้ลีเส็ง บุนตัดยกตามออกช่วยซกเถียว ลีเส็ง บุนตัดคำนับลามาจัดทหารพร้อมก็ยกกองทัพออกจากเมืองไป

ฝ่ายกวนเส็งกับซวนจั่น เชียซือบุ๋นคุมทหารไปใกล้จะถึงตำบลปวยโฮ้วเกาะ แขวงเมืองปักเกียก็ตั้งค่ายมั่นลงไว้ พอซกเถียว ลีเส็ง บุนตัดมาถึงตำบลปวยโฮ้วเกาะก็ตั้งค่ายพักทหารอยู่ ครั้นรุ่งขึ้นเช้าซกเถียวแต่งตัวถือขวานขึ้นม้าพาทหารออกจากค่ายตรงมา กวนเส็งก็คุมไพร่พลออกจากค่าย

ขณะนั้นพอซ้องกั๋งยกกองทัพมาถึงได้ยินเสียงกลองและม้าล่ออื้ออึง ซ้องกั๋งกับลือฮวง กวนเส็งก็ขึ้นม้าอยู่บนเนิน ทัพทั้งสองฝ่ายยกไปถึงสนามรบก็เข้าปะทะกัน กวนเส็งขับม้าขึ้นหน้าขบวน

ทหารเหล่านั้นบอกกับซกเถียวว่า นายทหารคนนี้คือตัวกวนเส็ง ซกเถียวแจ้งความก็ไม่พูดจาสิ่งใดจึงขับม้าเข้าสู้รบกับกวนเส็งได้สิบเพลง ลีเส็งยืนดูหน้าค่ายอยู่เห็นซกเถียวสู้ฝีมือกวนเส็งไม่ได้ ก็ถือกระบี่สองเล่มขับม้าเข้าช่วยซกเถียวรบ ซวนจั่น เชียซือบุ๋นเห็นก็ขับม้าเข้าช่วยกวนเส็งต้านทาน ซ้องกั๋งดูอยู่บนเนินจึงให้กองทัพใหญ่ยกบุกรุกฆ่าฟันเข้าไป ซกเถียว ลีเส็ง บุนตัดกับพวกทหารทั้งปวงทานไม่ได้ก็ล่าถอยเข้าเมือง ซ้องกั๋งกับพวกไพร่พลไล่ตามไปจนถึงกำแพงเมืองก็ให้ตั้งค่ายมั่นลงข้างทิศเหนือ

ครั้นรุ่งขึ้นเช้าซกเถียวจึงคุมทหารออกจากเมืองมาสู้รบ โงวหยงซินแสสั่งพวกพ้องให้รบล่อ ถ้าซกเถียวไล่ตามก็ให้ถอยหนี พวกเหล่านั้นก็สู้รบกับซกเถียวแล้วทำแตกหนีไป ซกเถียวได้ชัยชนะก็มีความยินดีคุมทหารกลับเข้าเมืองก็พอเย็นค่ำ

ขณะนั้นลมว่าวพัดกล้าหมอกลงมืดมัวนัก โงวหยงซินแสจึงนำไพร่พลออกจากค่ายไปเที่ยวขุดหลุมและบ่อไว้ตามแถวริมกำแพงที่ใกล้กับคลองน้ำเอาดินทรายกลบไว้ แล้วก็กลับมาค่ายจัดพวกพ้องไพร่พลไปซุ่มตามแถวหลุม ทำทีเหมือนจะแตกตื่นจะถอยหนี พวกพ้องไพร่พลจัดการไว้เสร็จ

ฝ่ายซกเถียวครั้นรุ่งขึ้นเข้าไปดูบนเชิงเทิน เห็นกองทัพซ้องกั๋งแตกตื่นกันวุ่นวาย ก็มีใจกำเริบลงจากกำแพงคุมทหารม้าสามร้อยออกจากเมืองตรงมา พวกพ้องไพร่พลของซ้องกั๋งแกล้งถอยหนีกระจัดกระจายไปสิ้น โงวหยงซินแสให้ลี้จุนกับเตียสุนออกรบล่อไปที่แถวหลุม ซกเถียวเป็นคนใจเร็วขับม้าไล่ตามลี้จุน เตียสุนไปใกล้จะถึงหลุม

ลี้จุนโดดลงในคลองแกล้งร้องบอกขึ้นมาว่า พี่ซ้องกั๋งรีบหนีไปโดยเร็วเถิด ซกเถียวได้ฟังสำคัญว่าซ้องกั๋งอยู่ข้างหน้าก็ขับม้าไล่ตามจะจับเอาตัวให้ได้ ครั้นไปถึงหลุมพวกพ้องไพร่พลซ้องกั๋งก็จุดประทัดสัญญาขึ้น ซกเถียวได้ยินเสียงประทัดก็ตกใจจะชักม้ากลับ พอตกหลุมลงทั้งคนทั้งม้า ไพร่พลเหล่านั้นตรูกันออกมาจับซกเถียวไว้ได้ ทหารของซกเถียวเห็นดังนั้นก็หนีกลับเข้าเมืองแจ้งความกับเนียตงซีทุกประการ เนียตงซีผู้รักษาเมืองจึงสั่งนายทหารให้กะเกณฑ์กันขึ้นรักษาหน้าที่เชิงเทินปิดประตูเมืองไว้ไม่ออกสู้รบ แล้วคิดจะเอาโลวจุนหงีกับเจียสิวออกมาฆ่าเสียก็กลัวกองทัพซ้องกั๋งจะพังกำแพงเข้าไป กองทัพเมืองหลวงที่จะยกมาช่วยก็ไม่มีต้องงดรอคนทั้งสองไว้ไม่อาจจะฆ่าได้

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ