๑๐๐

ฝ่ายเฮียเสียงกับลิเซ็งและทหารไพร่พลไปถึงเมืองซิมจิวก็พักไพร่พลหยุดอยู่ ตัวเฮียเสียงมาหาฮวมสิขวนขุนนางตำแหน่งที่คูมิดไซคำนับกันตามธรรมเนียม ฮวมสิขวนจึงถามเฮียเสียงว่าท่านผู้รักษาเมืองเลงพวนจิวเหตุใดจึงกลับเข้ามาเมืองหลวง เฮียเสียงแจ้งความว่าซ้องกั๋งยกกองทัพมาครั้งนี้เข้มแข็งนัก มีนายทหารเอกสองร้อยเศษกับไพร่พลหลายสิบหมื่นตีหักด่านบ้านเมืองเขาและเนินได้สิ้น บัดนี้กองทัพซ้องกั๋งยกเข้าประชิดเมืองเลงพวนจิว ข้าพเจ้าให้ทหารแลไพร่พลรักษาหน้าที่เชิงเทินไว้แล้วตีหักออกมาหวังจะเชิญเจ้านายเรายกกองทัพออกไปสู้รบ ฮวมสิขวนแจ้งความก็ตกใจ ครั้นรุ่งขึ้นเช้าเฮียเสียงกับฮวมสิขวนจึงเข้าไปคุกเข่าคำนับซันโฮ้ว เฮียเสียงก็แจ้งความให้ฟังทุกประการแล้วว่า ครั้งนี้ต้องเชิญท่านยกกองทัพไปสู้รบ ทหารทั้งปวงจะได้พร้อมใจกัน กองทัพซ้องกั๋งก็คงแตกหนีไปเอง บ้านเมืองซึ่งเสียไปจะได้กลับคืนตามเดิม ซันโฮ้วได้ฟังก็มีความวิตก ฮวมสิขวนจึงว่าท่านจงจัดเอาทหารและไพร่พลที่มีฝีมือเข้มแข็งสักยี่สิบหมื่นยกกองทัพใหญ่ไปสู้รบก็คงเอาชัยชนะได้ ซันโฮ้วได้ฟังก็เห็นด้วยจึงตั้งให้เฮียเสียงเป็นที่แม่ทัพใหญ่ เฮียเสียงไม่รับคุกเข่าคำนับแล้วว่า ข้าพเจ้านี้ก็ฝีมือไม่เข้มแข็งประการหนึ่งก็ไม่ชำนาญในการศึกสงคราม จะว่ากล่าวทหารตั้งหมื่นนั้นไม่ได้ มีนายทหารผู้หนึ่งอยู่เมืองเก๊กจิว ชื่อลิเทียนเซียะ สติปัญญาฝีมือเข้มแข็งชำนาญในการศึกควรเป็นแม่ทัพได้ ยังอีกนายหนึ่งชื่อซิซี ฝีมือดีควรจะเป็นที่เฮียนฮองนายทหารกองหน้า ถ้าได้คนทั้งสองนั้นมาการศึกก็จะสำเร็จ ซันโฮ้วแจ้งความจึงสั่งให้ไปหาตัวคนทั้งสองมาแล้วจึงตั้งให้ลิเทียนเซียะเป็นที่จงกวนแม่ทัพใหญ่ ตั้งให้ซิซีกับเฮียเสียงเป็นขุนนางนายทหารกองทัพหน้า ให้คุมไพร่พลห้าหมื่นยกล่วงหน้าไปก่อน แล้วซันโฮ้วกับลิเทียนเซียะแม่ทัพหลวงกับนายทหารสามสิบไพร่พลยี่สิบหมื่นยกออกจากเมืองซิมจิวตรงมา

ฝ่ายซิซีนายทหารกองหน้ายกล่วงมาถึงเมืองเลงพวนจิว เฮียกังต้อนรับเชิญซิซีเข้าไปในเมือง จัดโต๊ะและสุราเลี้ยงกันเป็นอันดีแล้วก็เตรียมคอยรับซันโฮ้วอยู่

ฝ่ายเบ๊เหล็งยกกองทัพมาถึงเมืองบูเน่งจิว ก็ตั้งค่ายมั่นลงไว้เตรียมการจะยกเข้าสู้รบ

ฝ่ายซันปิวผู้รักษาเมืองบูเน่งจิว น้องของซันโฮ้วเจ้าเมืองฮ่อปักแจ้งความว่า กองทัพซ้องกั๋งล่วงเข้ามาจนถึงเมือง จึงให้เตียหยงยกกองทัพออกไป เตียหยงก็คุมทหารและไพร่พลออกจากเมืองมาถึงหน้าค่าย จึงให้เอี้ยมอานทหารรองร้องท้ารบ เอียจี้ก็ยกออกจากค่ายขับม้าตรงเข้ารบกับเอี้ยมอานได้สิบเพลง เอี้ยมอานเสียที เอียจี้เอาทวนแทงถูกเอี้ยมอานตกม้าตายแล้วไล่ตะลุมบอน เตียหยงกับไพร่พลที่เหลือตายก็หนีกลับเข้าเมืองแจ้งความให้ซันปิวฟัง ซันปิวโกรธยิ่งนัก รีบยกกองทัพออกจากเมืองเห็นเอียจี้ยืนม้าอยู่ก็ตรงเข้าเอาทวนแทง เอียจี้เอาทวนรับรบกันได้สามสิบเพลงไม่แพ้ชนะกัน เบ๊เหล็งเห็นได้ทีควรจะหักเอาเมืองได้จึงบอกกับเกยเตียนว่า เราจะลัดไปทางหลังเมืองตีขนาบเข้ามา ท่านจงช่วยเอียจี้รุกไล่กระชั้นเข้าไป คงเอาชัยชนะได้

พูดยังไม่ทันขาดคำฉินเหม่ง ลูตีซิมกองหนุนก็มาถึง เบ๊เหล็งมีความยินดีจึงบอกจับฉินเหม่งว่า ท่านจงยกเข้าช่วยเอียจี้ตีข้างหน้า ข้าพเจ้าจะอ้อมไปทางหลังเมืองระดมตีเอาให้ได้ เบ๊เหล็งก็สวมใส่จักรลมจักรไฟตรงไปทางหลังเมือง เกยเตียนก็เข้าสมทบจับฉินเหม็งยกเข้าช่วยเอียจี้รบจับกองทัพเมืองบูเน่งจิวเป็นสามารถ เบ๊เหล็งอ้อมทางไปถึงหลังเมืองก็อ่านคาถาบันดาลเป็นฟ้าร้องแล้วยกทหารประดังเข้าไป ไพร่พลในเมืองบูเน่งจิวเห็นก็ตกใจรีบมาแจ้งกับซันปิวว่ามีทหารมือถือแผ่นทอง เท้าสวมจักรไฟ จักรลม หักทางหลังเมืองเข้ามา ซันปิวได้ฟังก็ตกใจคิดจะล่าถอย พอเบ๊เหล็งยกเข้ามาถึงเห็นซันปิวจะหนีก็เอาแผ่นทองขว้างถูกศีรษะซันปิวตกม้า ลูตีซิมจึงเอากระบองตีซ้ำ ทหารก็กรูกันเข้าจับซันปิวมัดใส่เกวียนขังไว้ ไพร่พลเมืองบูเน่งจิวเห็นทหารซ้องกั๋งจับนายไปได้ก็กลัวจึงชวนกันเข้าสามิภักดิ์กับกองทัพแผ่นดินซ้องทั้งสิ้น เบ๊เหล็ง ลูตีซิม ฉินเหม็งก็รวบรวมกองทัพเข้าสมทบกันตั้งค่ายมั่นอยู่ริมประตูเมืองบูเน่งจิวข้างทิศเหนือคอยฟังข่าวอยู่

ฝ่ายซันโฮ้วจับลิเทียนเซียะแม่ทัพหลวงยกกองทัพเดินทางมาถึงเมืองเลงพวนจิว เฮียเสียง เฮียกังกับซิซีนายทหารกองทัพหน้าก็ตั้งเครื่องบูชาคำนับซันโฮ้วเชิญเข้าไปในเมืองปรึกษาการที่จะสู้รบ ครั้นซ้องกั๋งได้แจ้งว่าซันโฮ้วยกกองทัพใหญ่มาอยู่ในเมืองเลงพวนจิว จึงให้ซึงอานคุมทหารยกมาท้ารบ ลิเทียนเซียะก็สั่งให้เลียดเคียกเหยียงคุมไพร่พลยกออกจากเมืองมาเห็นซึงอานยืนม้าอยู่ก็ตรงเข้ารบกันได้สิบเพลง เลียดเคียกเหยียงสู้ฝีมือซึงอานไม่ได้ ซึงอานเอาทวนแทงถูกเลียดเคียกเหยียงตกม้าตาย ไพร่พลเห็นนายเสียทีก็แตกหนีกลับไปแจ้งความให้ลิเทียนเซียะแม่ทัพฟังทุกประการ ลิเทียนเซียะก็โกรธถือทวนขึ้นม้าคุมไพร่พลยกออกจากเมืองมาเห็นซึงอานยืนม้าอยู่ก็ตรงเข้าเอาทวนแทง ซึงอานเอาทวนรับรบกันได้ยี่สิบเพลงไม่แพ้ชนะกัน นางเก็งเอ็งกุนจู๊ตรงมาเอาก้อนศิลาขว้างถูกหน้าลิเทียนเซียะพลัดตกจากหลังม้า โลวจุนหงีเอาทวนแทงถูกชายโครงลิเทียนเซียะตาย ซันโฮ้วเห็นดังนั้นก็มีความวิตก เฮียเสียงจึงพูดแก่ซันโฮ้วว่าท่านอย่าวิตกข้าพเจ้าจะคุมทหารยกออกรบให้เข้มแข็งสักครั้งหนึ่งก็คงเอาชัยชนะได้ ซันโฮ้วได้ฟังก็ไม่สงสัยยอมให้เฮียเสียงยกออกรบ เฮียเสียงก็คุมไพร่พลออกจากเมืองมา ซ้องกั๋งแลเห็นเฮียเสียงก็รู้ท่วงทีจึงให้ฮวยหยงเข้ารบกับเฮียเสียงประมาณสิบเพลง ฮวยหยงก็ขับม้าหนี เฮียเสียงก็ไม่รุกไล่ แกล้งร้องว่าผู้ใดฝีมือเข้มแข็งจงมารบกันอีก โลวจุนหงีก็ตรงเข้ารบจับเฮียเสียงได้ห้าสิบเพลง เฮียเสียงทำอุบายให้โลวจุนหงีรู้แล้วก็คุมทหารถอยหนีเข้าเมือง โลวจุนหงีขับทหารรีบรุกไล่มา ซิซีนายทหารเห็นก็ตรงเข้ารบ โลวจุนหงีเอาทวนแทงถูกซิซีตกม้าตาย ทหารซ้องกั๋งยกเข้าเมืองได้ไล่ฆ่าฟันไพร่พลซันโฮ้วแตกระส่ำระสาย ซันโฮ้วแจ้งว่ากองทัพซ้องกั๋งหักเข้าเมืองได้ก็ตกใจกลัวยิ่งนัก เปิดประตูปักหมึงหนีไปทางทิศเหนือ

ฝ่ายซือจินแยกกองทัพกับเบ๊เหล็งแล้วก็ยกตรงไปถึงเมืองซิมจิว พอกองทัพหนุนไปทันก็เข้าสมทบกัน แจ้งว่าซันโฮ้วยกออกจากเมือง ทหารและไพร่พลในเมืองซิมจิวน้อยตัว ซือจินก็ยกกองทัพเข้าตีเอาเมืองซิมจิวได้แล้วจัดให้ทหารตั้งอยู่ในเมืองครึ่งหนึ่ง ตัวซือจินยกกองทัพไปตั้งสกัดต้นทางที่จะไปเมืองดอกจิวซึ่งอยู่ริมทะเล ฝ่ายซันโฮ้วหนีไปถึงเมืองซิมจิว ครั้นแจ้งว่าเมืองซิมจิวแตกแล้วชิงขับม้าหันกลับ ตรงไปเมืองดอกจิวจะหนีลงทะเล พอมาใกล้จะถึงเห็นกองทัพตั้งสกัดอยู่ก็ตกใจ ซือจินแลเห็นซันโฮ้วหนีมาก็พากันเข้าล้อมจับตัวซันโฮ้วได้แล้วยกกองทัพเข้าหักเมืองดอกจิวฆ่าฟันไพร่พลในเมืองตายเป็นอันมาก แล้วแบ่งให้ทหารอยู่รักษาเมืองดอกจิวครึ่งหนึ่ง ซือจินก็ยกกองทัพคุมตัวซันโฮ้วออกจากเมืองดอกจิวมาถึงเมืองซิมจิว ก็พักทหารอยู่ในเมืองแล้วให้ม้าใช้ไปแจ้งความแก่ซ้องกั๋งแม่ทัพทุกประการ

ฝ่ายโลวจุนหงีขณะเข้าเมืองเลงพวนจิวได้ ซันโฮ้วหนีไปแล้วก็เชิญซ้องกั๋งยกกองทัพเข้าตีเมือง เฮียเสียงกับทหารทั้งปวงชวนกันมาคำนับยอมสามิภักดิ์กับซ้องกั๋งทั้งสิ้น ซ้องกั๋งมีความยินดีจัดโต๊ะและสุราเลี้ยงกันอยู่ พอม้าใช้เข้าไปแจ้งว่าซือจินจับซันโฮ้วได้ บัดนี้ตั้งมั่นอยู่ในเมืองซิมจิว ซ้องกั๋งแจ้งความก็ดีใจ ครั้นเลี้ยงกันเสร็จแล้วก็ยกกองทัพออกจากเมืองตรงไปถึงเมืองซิมจิว ซือจินก็ออกมาต้อนรับเชิญซ้องกั๋งกับพี่น้องทั้งปวงเข้ามายังที่ว่าราชการ ขุนนางในเมืองซิมจิวชวนกันมาอ่อนน้อมยอมสามิภักดิ์กับซ้องกั๋งทั้งสิ้น แล้วทหารก็คุมตัวซันโฮ้วมาคุกเข่าอยู่ตรงหน้า ซ้องกั๋งจึงพูดว่าท่านนี้คิดกบฏโทษมากต้องเอาเข้าไปชำระในเมืองตังเกีย ก็สั่งให้เอาตัวซันโฮ้วจำไว้รอคอยกองทัพเบ๊เหล็งอยู่

ฝ่ายเบ๊เหล็งกับนายทหารทั้งปวงแจ้งว่า ซ้องกั๋งหักเมืองซิมจิวเมืองเลงพวนจิว ได้แล้วก็ยินดี ให้ทหารอยู่รักษาเมืองบูเน่งจิวแล้วยกกองทัพคุมตัวซันปิวออกจากเมืองมายังเมืองซิมจิว ก็ชวนกันเข้าไปคำนับแจ้งความให้ซ้องกั๋งทราบ แล้วพาตัวซันปิวเข้ามาคุกเข่าคำนับ ซ้องกั๋งสั่งให้เอาตัวซันปิวจำไว้ด้วยกับซันโฮ้ว จัดให้ขุนนางในเมืองซิมจิวไปรักษาหัวเมืองที่ตีไว้ได้ทุกๆ เมืองแล้วจัดโต๊ะและสุราเลี้ยงกันเป็นที่สำราญ ซ้องกั๋งจึงพูดว่าบัดนี้การศึกเมืองฮ่อปักทิศเหนือก็เรียบร้อยราบคาบแล้ว จำจะยกกองทัพกลับเข้าเมืองหลวง เชิญพี่น้องทั้งปวงกินโต๊ะเสพสุราให้เป็นสุขสักวันหนึ่ง การศึกครั้งนี้ก็ได้อาศัยพี่น้องทั้งหลายช่วยกันจึงสำเร็จได้

พูดแล้วก็เอาเงินทองสิ่งของออกแจกไพร่พลตามสมควร เสร็จแล้วซ้องกั๋งให้ทหารรื้อบ้านเรือนซันโฮ้วที่ปลูกสร้างเหมือนพระราชวังนั้นเสีย แต่บรรดาภรรยาของซันโฮ้วที่ไปฉุดลากข่มขืนเอามานั้นก็ปล่อยให้กลับคนไปบ้านเรือนตามเดิม เกลี้ยกล่อมให้ราษฎรไพร่บ้านพลเมืองทำมาหากินเป็นปกติจัดขุนนางให้รักษาเมืองซิมจิว แล้วซ้องกั๋งก็เตรียมการจะยกกองทัพกลับ จึงเอาทหารเมืองฮ่อปักที่มีฝีมือเข้มแข็งมาด้วยทั้งสิ้น ให้กวนเส็งยกล่วงหน้าไปเมืองเล่งจิว บอกให้ลี้จุนยกทัพเรือกลับไปพร้อมกัน ให้ไตจง เบ๊เหล็งรีบเข้าไปเมืองหลวงถือหนังสือไปถึงซกไทอวยฉบับหนึ่ง กราบทูลพระเจ้าแผ่นดินให้ทรงทราบ แล้วซ้องกั๋งก็ยกกองทัพใหญ่ออกจากเมืองซิมจิว มาเมืองพวนจิวก่อน โลวจุนหงีกับเฮียเสียงก็ออกมาต้อนรับเชิญซ้องกั๋งเข้าไปในเมือง ซ้องกั๋งก็จัดให้เฮียกังอยู่รักษาเมืองเลงพวนจิวแล้วซ้องกั๋งกับโลวจุนหงีก็ยกทัพกลับมา

ฝ่ายเบ๊เหล็งเอาจักรลม จักรไฟสวมใส่เท้ากับไตจงสองนายเดินทางได้วันละหมื่นลี้สามเวลาก็มาถึงเมืองตังเกีย ไตจงนำเบ๊เหล็งไปบ้านซกไทอวยแจ้งความซึ่งปราบปรามเมืองฮ่อปักเรียบร้อย จับตัวซันโฮ้ว ซันปิวได้ให้ซกไทอวยฟังทุกประการ แล้วว่าซ้องกั๋งยกกองทัพกลับแต่ให้ข้าพเจ้าทั้งสองรีบมาแจ้งความก่อนก็ส่งหนังสือให้ ซกไทอวยรับมาฉีกออกอ่านแจ้งความเหมือนคำไตจงก็ยินดี จึงจัดโต๊ะและสุราเลี้ยงไตจงกับเบ๊เหล็งแล้วก็สั่งให้พักอยู่ที่กงก๊วนก่อน ครั้นรุ่งขึ้นเวลาเช้าซกไทอวยเข้าไปเฝ้ากราบทูลพระเจ้าซ้องฮุยจงฮ่องเต้ว่า ซ้องกั๋งไปปราบปรามเมืองฮ่อปักจับซันโฮ้ว ซันปิวได้ บัดนี้ยกกองทัพกลับมาแล้วแต่ยังไม่ถึง ใช้ให้ไตจงกับเบ๊เหล็งรีบมากราบทูลให้ทรงทราบก่อน พระเจ้าซ้องฮุยจงฮ่องเต้ไต้ทรงฟังก็มีพระทัยยินดีจึงสั่งให้นายทหารทั้งสองเข้าไปเฝ้า ไตจง เบ๊เหล็งคุกเข่าถวายบังคมตามธรรมเนียม พระเจ้าซ้องฮุยจงฮ่องเต้ก็พระราชทานสุราให้นายทหารทั้งสองคนคนละสามถ้วย จึงตรัสถามซกไทอวยว่า ซ้องกั๋งยกกองทัพมาใกล้จะถึงอยู่แล้วจะจัดให้ผู้ใดไปคอยรับดี

ซกไทอวยกราบทูลว่า ซ้องกั๋งกับพวกพ้องมีความชอบมากเชิญพระองค์เสด็จออกไปรับห่างเมืองสักสิบลี้ ให้ซ้องกั๋งกับทหารมีนํ้าใจจะได้ทำราชการฉลองพระคุณสืบไป พระเจ้าซ้องฮุยจงฮ่องเต้ได้ทรงฟังก็เห็นชอบจึงสั่งขุนนางเจ้าพนักงานให้เตรียมการไว้ ไตจงกราบทูลว่าทางซึ่งจะยกกองทัพเดินทางมานั้นไกลนักอีกสักสามเดือนจึงจะถึง ข้าพเจ้าทั้งสองนี้มาด้วยความรู้จึงเร็วขอพระองค์จงรออยู่ก่อน พระเจ้าซ้องฮุยจงฮ่องเต้ได้ทรงฟังไตจงกราบทูลจึงรับสั่งให้ขุนนางเจ้าพนักงานรอไว้ ให้ไตจง เบ๊เหล็งไปพักอยู่ที่กงก๊วนคอยท่ากองทัพซ้องกั๋งมาถึงจึงจะเลื่อนยศให้ ไตจง เบ๊เหล็งก็ถวายบังคมลามาพักอยู่ที่กงก๊วนตามรับสั่ง ครั้นซ้องกั๋งเดินกองทัพมาใกล้จะถึงเมืองตังเกีย ม้าใช้ก็รีบมาแจ้งกับซกไทอวย ๆ จึงเข้าเฝ้ากราบทูลพระเจ้าซ้องฮุยจงฮ่องเต้ทรงทราบ แล้วจึงรับสั่งให้ขุนนางเจ้าพนักงานเตรียมการไว้ให้พร้อม พระเจ้าซ้องฮุยจงฮ่องเต้ก็ทรงรถออกจากพระราชวังขุนนางและทหารก็นำตามเสด็จ ห่างเมืองตังเกียประมาณทางสิบลี้ พอกองทัพยกมาถึงซ้องกั๋งกับทหารทั้งปวงแจ้งความก็ชวนกันมาคุกเข่าถวายบังคมอยู่ตรงหน้าพระที่นั่ง พระเจ้าซ้องฮุยจงฮ่องเต้ทอดพระเนตรเห้นซ้องกั๋ง โลวจุนหงีกับพวกทหารทั้งปวงก็มีพระทัยยินดี จึงตรัสแก่ซ้องกั๋งว่าพวกท่านเหนื่อยนักจงพักก่อน ซ้องกั๋งกราบทูลว่า ซึ่งยกกองทัพไปปราบปรามครั้งนี้ก็เอาพระบารมีของพระองค์เป็นที่พึ่งจึงได้เมืองฮ่อปักเรียบร้อยราบคาบ ซึ่งพระองค์เสด็จพระราชดำเนินออกมาดังนี้พระคุณหาที่สุดมิได้ พวกข้าพเจ้าทั้งหลายมีโทษมาก พระเจ้าซ้องฮุยจงฮ่องเต้จึงตรัสว่า เรามารับเองไม่ควรจะมีโทษกับพวกท่านหรอก แต่การศึกครั้งนี้ท่านได้ทหารมามากหรือ ซ้องกั๋งกราบทูลว่าได้นายทหารมาคือซึงอาน นางเก็งเอ็งกุนจู๊เป็นภรรยาของเตียเช็ง เคียวเตาเช็งอาจารย์ และเฮียเสียงผู้หนึ่งกับนายทหารเหล่านี้มีความชอบปราบเมืองฮ่อปักจนราบคาบ

ซกไทอวยจึงกราบทูลว่า การที่ท่านแม่ทัพได้ทหารมาบำรุงแผ่นดินครั้งนี้ก็เพราะบารมีของพระองค์ ขอเชิญเสด็จกลับเข้าพระราชวังเถิดจะได้จัดการต่อไป ซ้องกั๋งได้ฟังซกไทอวยเชิญเสด็จกลับก็จัดทัพเป็นกระบวนแล้วพระเจ้าซ้องฮุยจงเสด็จพระราชดำเนินมาในกองทัพ ขุนนางราษฎรชาวเมืองก็ตั้งเครื่องบูชาสองข้างทางตลอดมาจนถึงพระราชวังก็เสด็จขึ้น ซ้องกั๋งจึงพักกองทัพอยู่นอกเมือง รุ่งขึ้นเช้าซ้องกั๋งนำพวกพ้องกับนายทหารเมืองฮ่อปักเข้าเฝ้าคุกเข่าถวายบังคมพร้อมกัน พระเจ้าซ้องฮุยจงฮ่องเต้ก็พระราชทานสุราใส่ถ้วยทองคำของสำหรับเสวยให้ซ้องกั๋งดื่ม แล้วจึงตรัสถามว่า ท่านไปทำศึกเมืองฮ่อปักครั้งนี้พี่น้องเป็นอันตรายบ้างหรือไม่ ซ้องกั๋งกราบทูลว่าซึ่งพี่น้องทั้งปวงมิได้เป็นอันตรายก็เพราะบารมีของพระองค์ แต่นายทหารเมืองฮ่อปักที่สามิภักดิ์ใหม่ล้มตายเสียบ้าง ข้าพเจ้าได้จัดให้อยู่รักษาเมืองหลายนาย ที่มากับข้าพเจ้าก็มากอยากจะทำราชการฉลองพระคุณสืบไป พระเจ้าซ้องฮุยจงฮ่องเต้ได้ทรงฟังก็ยินดี จึงรับสั่งให้จัดโต๊ะและสุราเลี้ยงซ้องกั๋งกับทหารทั้งปวงแล้ว พระราชทานเงินทองกับเสบียงอาหารไปแจกจ่ายให้ทหารทั่วทุกตัวคน ครั้นจัดการเสร็จแล้ว พระเจ้าซ้องฮุยจงฮ่องเต้จึงตรัสกับซ้องกั๋งว่า พวกท่านครั้งนี้มีความชอบมากเหน็ดเหนื่อยมาจงไปพักให้สบายก่อน ซ้องกั๋งกับพวกทหารก็ถวายบังคมลากลับมาค่าย รุ่งขึ้นเช้าซ้องกั๋งคุมตัวซันโฮ้วซันปิวไปมอบให้คูมิดไซขุนนางผู้ใหญ่นำขึ้นกราบทูล พระเจ้าซ้องฮุยจงฮ่องเต้จึงตรัสว่าซันโฮ้ว ซันปิวมีโทษมากให้เอาตัวไปตระเวนแล้วทำโทษตามพระราชกำหนดอย่าให้คนทั้งปวงดูเยี่ยงอย่างสืบต่อไป แล้วแต่งให้ขุนนางไปตรวจดูแขวงเมืองฮ่อปัก ถ้าเมืองใดราษฎรอดอยากขัดสนก็ให้ยกภาษีอากรเสียสามปีแล้วเสด็จขึ้นข้างใน คูมิดไซก็เอาตัวซันโฮ้ว ซันปิวไปตระเวนรอบเมืองแล้วก็ฆ่าเสีย จึงจัดขุนนางให้ไปเมืองฮ่อปักตามสั่ง ซ้องกั๋งกับพวกทหารก็พักอยู่ ณ ค่ายนอกเมืองตังเกียคอยฟังข่าวราชการอยู่

ฝ่ายท่องกวนซึ่งกราบทูลอาสาพระเจ้าซ้องฮุยจงฮ่องเต้ยกไปปราบปรามโจรทิศใต้นั้น ครั้นไปถึงกลางทางข่าวว่าฮองละกับอองเข่งมีกำลังมากตีแขวงทิศใต้ ทั้งนายทหารและไพร่พลก็มีฝีมือและวิชาความรู้เข้มแข็ง ท่องกวนตกใจไม่อาจจะยกกองทัพไปสู้รบ ครั้นจะถอยกลับก็กลัวมีความผิดจึงแกล้งทำเป็นป่วยมิได้ออกว่าราชการ นายทหารแจ้งดังนั้นก็มีความวิตก ปรึกษากันทำหนังสือบอกข้อราชการเข้ามาเมืองหลวง ขุนนางเจ้าพนักงานนำขึ้นกราบทูล พระเจ้าซ้องฮุยจงฮ่องเต้ทรงฟังมิได้ทราบว่าเป็นอุบายก็ตกพระทัย จึงตรัสปรึกษาขุนนางทั้งปวง ซัวเกียไทซือขุนนางกังฉินพวกท่องกวนเฝ้าอยู่ได้ยินก็รู้ในอุบายจึงกราบทูลว่า ถ้าท่องกวนแม่ทัพป่วยก็ต้องมีตราให้หากองทัพกลับมาก่อนแล้วจึงจัดกองทัพยกไปปราบพวกโจรครั้งหลัง พระเจ้าซ้องฮุยจงฮ่องเต้เห็นชอบด้วยก็รับสั่งให้มีตราหากองทัพกลับ ท่องกวนได้แจ้งก็มีความยินดียกกองทัพมาถึงเมืองหลวงก็แกล้งทำเป็นป่วยอยู่ที่บ้านมิได้เข้าไปเฝ้า

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ