๓๑

พอเวลาค่ำบู๊สงเดินตรงเข้าไปทางหลังบ้านเตียมงฮวง เห็นคนเลี้ยงม้าถือโคมเข้าไปในห้อง บู๊สงก็ร้องเรียกชายนั้นออกมาจับไว้แล้วถามว่ารู้จักเราหรือไม่ ชายนั้นบอกว่า จำได้ท่านนี้คือบู๊สง จะมาทำอันตรายข้าพเจ้าด้วยเหตุสิ่งใด คนซึ่งคิดร้ายท่านนั้น เตียมงฮวง เตียทวนเลียน เจียตงสามคน บัดนี้ยังกินโต๊ะเสพสุราอยู่บนเหลาสูงไม่ได้เกี่ยวข้องกับข้าพเจ้าเลยขอชีวิตไว้เถิด บู๊สงว่าปล่อยไปไม่ได้ ก็เอากระบี่ฟันชายนั้นตายแล้วก็เดินเข้าไปข้างในยังมีกำแพงอีกชั้น บู๊สงโดดข้ามเข้าไปได้ยินหญิงสองคนนั้นเดินบ่นว่ามากินโต๊ะเสพสุราทำให้ลำบาก ประเดี๋ยวก็เรียกเอาน้ำชา ดึกนักหนาแล้วยังไม่ได้หลับนอนเลย บู๊สงตรงเข้าฆ่าตายเสียคนหนึ่ง หญิงนั้นก็ตกใจกลัวบู๊สงจะฆ่าเสียก็ไม่อาจร้อง บู๊สงจึงร้องถามว่าผู้ใดเสพสุราอยู่บนเหลาสูง หญิงนั้นบอกว่าเตียมงฮวง เตียทวนเลียนกับเจียตงสามคนกินโต๊ะเสพสุราแต่เวลากลางวันจนดึกป่านนี้แล้วยังพูดกันอยู่ บู๊สงก็ฆ่าหญิงสาวใช้เสียอีกคนหนึ่งแล้วเดินเข้าไป

ขณะนั้นดึกประมาณสามยามผู้คนไปนอนเสียหมดแล้ว บู๊สงเดินไปถึงอวนเอียเหลาแอบมองดู เห็นเตียทวนเลียนกับเตียมงฮวงนั่งเคียงกัน เจียตงนั่งอยู่ข้างหนึ่งพูดว่า ท่านแก้แค้นแทนข้าพเจ้าครั้งนี้บุญคุณนักหนา เตียมงฮวงพูดว่า เพราะเห็นแก่เตียทวนเลียนน้องเราจึงได้คิดการอันนี้ ท่านให้คนไปคอยอยู่ที่ตำบลฮุนอินโพ้ว ป่านนี้เห็นจะฆ่าบู๊สงตายเสียแล้ว อีกสักครู่หนึ่งก็คงกลับมา เตียทวนเลียนว่าไปด้วยกันสี่คนแล้ว ถึงฝีมือเข้มแข็งประการใดก็คงตาย พูดดังนี้ก็พากันหัวเราะเป็นอันดัง บู๊สงได้ฟังก็โกรธยิ่งนัก กำลังโทโสถือกระบี่ขึ้นไปบนเหลามิได้เกรงกลัว เจียตงเหลียวเห็นบู๊สงก็ตกใจสิ้นสติตกตะลึงอยู่ บู๊สงเอากระบี่ฟันถูกศีรษะเจียตงขาดตาย เตียมงฮวง เตียทวนเลียนเห็นก็ลุกขึ้นจะวิ่งหนี บู๊สงเอากระบี่ฟันถูกกลางตัวเตียมงฮวงขาดสองท่อนตาย เตียทวนเลียนฉวยได้เก้าอี้เข้ารับไว้ทานกำลังบู๊สงไม่ได้เสียทีล้มลง บู๊สงเอากระบี่ฟันถูกคอเตียทวนเลียนขาดตาย แล้วตรงเข้าไปในห้องฆ่าภรรยาเตียมงฮวงกับนางเง็กลันและสาวใช้เหล่านั้นตายทั้งสิ้น รวมสิบห้าคนตายกลิ้งอยู่บนเหลาสูง บู๊สงเอาผ้าชุบโลหิตเขียนหนังสือไว้ที่ฝาผนังว่า “ซึ่งฆ่าคนเหล่านี้ตายคือตัวบู๊สง” แล้วเข้าไปในห้องเก็บรวบรวมเงินทองมาห่อไว้ออกจากห้องลงมาเปิดประตู เดินไปถึงกำแพงเมืองเห็นประตูปิดอยู่ บู๊สงก็ขึ้นไปบนกำแพงโดดออกมา

ขณะนั้นเป็นเดือนสิบ ข้างจีนน้ำท่วมทางเดินลำบากนัก บู๊สงคิดขึ้นได้ว่าเมื่อจะไปเมืองอินจิว ซิอินได้เอาสิ่งของเสื้อและรองเท้ามาให้ ก็แก้ห่อผ้าหยิบรองเท้ามาสวมใส่ไปทางทิศตะวันออกโดยเร็ว เวลานั้นยังไม่ทันสว่าง บู๊สงเดินไปได้ประมาณห้าลี้ เมื่อยล้าเต็มทีเห็นมีศาลเจ้าก็แวะเข้าไปนอน ยังมีชายพวกหนึ่งสี่คนเที่ยวอยู่แถวตำบลนั้นผ่านมาเห็นบู๊สงเอาห่อผ้าหนุนศีรษะนอนหลับก็ดีใจ แล้วว่าชายคนนี้มาแต่ไหนห่อผ้าใหญ่โตนัก ช่วยกันจับตัวไปให้พี่เราเถิด สิ่งของในห่อผ้านั้นเอาแบ่งปันกันเสีย พูดแล้วก็กรูเข้าไปจับตัวมัดไว้ บู๊สงเหนื่อยอ่อนมาไม่รู้สึกตัว ชายสี่คนจึงจับได้พาไปถึงโรงเอาบู๊สงเข้ามัดไว้กับเสา แล้วร้องบอกว่า วันนี้น้องไปเที่ยวได้ของดีมาเชิญพี่ทั้งสองลงมือเสียโดยเร็ว

ฝ่ายเตียแชกับนางซึงยีเหนียตั้งโรงขายสุราอยู่หลายแห่ง เวลาวันนั้นเตียแชชวนภรรยามาค้างอยู่โรงนี้ ครั้นได้ยินเสียงพวกที่คนร้องบอกเตียแชจึงตอบว่า พวกเจ้าอย่าวุ่นวายเราจะไปลงมือเอง แล้วชวนภรรยาเดินออกมา บู๊สงต้องมัดอยู่ได้ฟังพวกนั้นพูดและเห็นขาคนแขวนอยู่ใกล้ๆ นั้นก็ตกใจ จึงคิดว่าเขาจับเรามาจะฆ่าเสียด้วยเหตุผลประการใดก็ไม่รู้มีความวิตกยิ่งนัก พอเตียแชกับนางซึงยีเหนียเดินมาเห็นบู๊สงก็ตรงเข้าไปถามว่า น้องนี้ชื่อบู๊สงเหตุไฉนเขาจึงได้จับมา พวกสี่คนได้ยินเตียแชถามบู๊สงดังนั้นก็ตกใจเข้าแก้ออกจากมัดโดยเร็ว บู๊สงเล่าความเดิมให้เตียแชกับนางซึงยีเหนียฟังตั้งแต่ต้นจนปลายทุกประการ พวกสี่คนได้ฟังก็คุกเข่าลงคำนับแล้วพูดว่า พวกข้าพเจ้าเล่นเบี้ยเอามาเสียชวนกันไปเที่ยวหากิน เห็นท่านนอนอยู่ในศาลเจ้าแต่ผู้เดียวก็จับมัดเมื่อสองสามเวลา เตียแชสั่งไว้ว่าพบปะผู้คนอย่าได้ทำอันตราย ถ้าแม้นไม่สั่งเหมือนดังแต่ก่อนก็คงฆ่าท่านตาย ท่านอย่าถือโทษพวกข้าพเจ้าเลย เตียแชว่าน้องเราอ่อนล้ามานอนหลับไป ถ้าปรกติดีอย่าว่าแต่คนสี่คนให้อีกสี่พันก็จับน้องเราไม่ได้ ซึ่งสั่งพวกเหล่านี้ไว้เพราะคิดเห็นว่าน้องไปเมืองเม่งจิวคงจะกลับมาอีก ด้วยมีโรงอยู่หลายแห่งเที่ยวไปมามิได้ขาด เวลาวานนี้มาค้างอยู่ที่นี้จึงได้พบกัน แล้วเอาเงินมาให้เป็นรางวัลแก่พวกสี่คนพอสมควร จึงเชิญบู๊สงเข้าไปข้างในจัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยงเป็นอันดี บู๊สงก็พำนักอยู่กับเตียแชที่โรงขายสุราตำบลสิบยิปิ

ฝ่ายคนใช้ของเตียมงฮวงซึ่งหลบหนีซ่อนอยู่ ครั้นรุ่งขึ้นเช้าจึงมาดูเห็นถ้วนถี่แล้วก็ไปที่บ้านผู้รักษาเมืองแจ้งความว่า เวลาคืนนี้บู๊สงลอบเข้าไปฆ่าเตียมงฮวงกับพวกพ้องและคนใช้ตายสิ้นหญิงชายรวมกันสิบห้าคน เก็บเอาเงินทองมีราคาไปหกอย่าง เขียนหนังสือบอกไว้ว่า ซึ่งฆ่าคนเหล่านี้เสียคือบู๊สง ผู้รักษาเมืองได้ฟังก็ตกใจนัก สั่งให้กรมการไปตรวจดูเสร็จแล้วมีความโกรธบู๊สงยิ่งนัก สั่งให้ปิดประตูเมืองเที่ยวค้นทุกบ้านทุกเรือนก็ไม่พบ พอนายอำเภอตำบลฮุนอินโพ้วเอาข้อความมาแจ้งว่า เวลาวานนี้มีคนฆ่ากันตายที่สะพานตำบลบ้านฮุนอินโพ้วสี่คนศพกลิ้งอยู่ริมฝั่ง ผู้รักษาเมืองได้ฟังก็แจ้งว่า บู๊สงฆ่าผู้คุมกับพวกเตียมงฮวงตายอีกสี่คนยิ่งมีความวิตกมากขึ้น จึงสั่งให้วาดรูปบู๊สงไปถึงหัวเมืองขึ้นทุกแขวงทุกอำเภอว่า “ถ้าผู้ใดพบบู๊สงอยู่ที่ไหนนำไปจับได้จะให้เงินสามพันตำลึง ถ้าให้บู๊สงสำนักอาศัยสืบได้ความจะเอาผู้นั้นเป็นโทษเท่ากับบู๊สง” แล้วให้ขุนนางถือไปทุกแขวงทุกอำเภอ เที่ยวค้นหาจับตัวบู๊สงก็ยังไม่ได้ตัว ข่าวเลื่องลือไปรู้ทั่วกันทุกเมือง

ฝ่ายบู๊สงมาอยู่กับเตียแชได้สี่ห้าวันได้ยินข่าวเล่าลือมานั้นแข็งแรงนักก็มีความวิตก เตียแชกลัวว่าจะมาค้นจับบู๊สงได้จะพากันลำบาก จึงพูดกับบู๊สงว่า ผู้รักษาเมืองให้เที่ยวจับตัวน้องอย่างกวดขัน ครั้งนี้ก็ร้อนมาถึงแล้ว พี่จะให้ไปอาศัยอยู่กับหลวงจีนลูตีซิม ณ เขายีเล่งซัวไม่มีผู้ใดไปทำอันตรายได้ เดิมทีก็บอกกับน้องไว้ทีหนึ่งจะคิดประการใดดี บู๊สงเห็นด้วยแล้วว่า น้องก็ไม่ขัดขืน จงเขียนหนังสือมาให้เถิดจะรีบไปโดยเร็ว เตียแชจึงเขียนหนังสือไปถึงหลวงจีนลูตีซิมกับเอียจี้ว่า “บู๊สงนี้ฝีมือเข้มแข็งสาบานเป็นพี่น้องกับเราขอฝากไว้ด้วย” แล้วก็ส่งให้บู๊สงรับหนังสือจะลาไป นางซึงยีเหนียจึงห้ามไว้ ถ้าไปดั่งนี้เหมือนหนึ่งแกล้งให้เขาจับไว้ บัดนี้เขาวาดรูปมาคอยตรวจตราอยู่ เดินทางไปสักครู่หนึ่งเขาก็จะจับได้ ด้วยที่หน้านั้นต้องสักไว้เป็นที่จำได้ทุกคน เตียแชว่า ถ้ากระนั้นเอายามาปิดเสียก็เป็นที่พรางตาได้ นางซึงยีเหนียว่าทำดังนั้นหลอกได้แต่เด็ก นี่เป็นขุนนางเห็นจะปิดไม่ได้คงจะเสียทีเป็นแน่ การอันนี้จะพูดให้ฟัง เดิมมีหลวงจีนเถาต๋อเดินทางมาทางนี้ พี่เอายาเบื่อใส่แล้วฆ่าตายเอาเนื้อมาทำขนมขาย เครื่องนุ่งห่มกับเครื่องมือสิ่งของเก็บไว้ เมื่อครั้งก่อนเอามาให้น้องดูกับหนังสือคู่มือก็ยังอยู่ ถ้าเชื่อแล้วจะโกนผมเสียเอาเสื้อกางเกงของหลวงจีนเถาต๋อมาสวมใส่ปลอมคงจะเข้าการ แต่ใจของน้องจะเห็นเป็นประการใดไม่แจ้งเลย เตียแชว่าเจ้าพูดถูกแล้ว กลัวแต่น้องจะไม่ยอม บู๊สงว่าการจวนตัวก็จะต้องจำเป็น แต่เอาเครื่องเหล่านั้นมาลองดูก่อนเถิด นางซึงยีเหนียจึงเอาเสื้อกางเกงและสิ่งของต่างๆ ออกมาให้บู๊สงสวมใส่แลดูคล้ายกับหลวงจีนเถาต๋อก็หัวเราะ เตียแชว่าสิ่งของเหล่านี้จำเพาะใส่ได้เหมือนทำไว้สำหรับกัน บู๊สงให้เตียแชโกนผมแล้วเอาหมวกหลวงจีนใส่ ลูกประคำสะพายแล่งถือกระบี่ลาเตียแชกับนางซึงยีเหนียออกจากโรงไป เตียแชกับนางซึงยีเหนียตามมาส่ง สั่งว่าไม่ช้าดอกพี่คงจะตามไปเยี่ยมเยือน แล้วเตียแชกับภรรยาก็กลับมาโรง เมื่อขณะบู๊สงโกนผมจะแปลงตัวเป็นหลวงจีนด้วยเป็นโทษครั้งก่อนต้องสักหน้า จึงโกนผมที่ศีรษะไม่ได้ให้หมดเอาข้างหน้าไว้ปิดจะไม่ให้ผู้ใดเห็น ครั้นออกจากตำบลสิบยิปิ เดินทางมาประมาณห้าสิบลี้ เวลาเย็นจวนค่ำเดือนหงายสว่างถึงเขาแห่งหนึ่งได้ยินเสียงหญิงหัวเราะอยู่ในป่า บู๊สงเดินขึ้นไปดูเห็นวัดร้างกับโรงสีห้าหลังมีหลวงจีนรูปหนึ่งนั่งชมเดือนอยู่กับหญิงที่หน้าต่าง บู๊สงเห็นดั่งนั้นก็โกรธ จึงคิดว่าหลวงจีนรูปนี้มาแต่ไหนไม่ควรจะมีภรรยา ซึ่งกระบี่เล่มนี้ของหลวงจีนเถาต๋อที่ตาย เตียแชให้เรามาว่าดีนัก ลองฆ่าหลวงจีนคงจะเห็นจริง จึงเดินมาเห็นประตูโบสถ์ปิดอยู่ก็เอาก้อนศิลาขว้าง หลวงจีนได้ยินก็มายืนดูที่หน้าต่าง ศิษย์ของหลวงจีนผู้นั้นเปิดประตู บู๊สงเห็นก็โกรธเอากระบี่ฟันศิษย์นั้นล้มลงขาดใจตาย

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ