๙๖

ฝ่ายซึงอานไปถึงบ้านเนินแปะโฮวเนี้ยก็เก็บรวบรวมทรัพย์สิ่งของเสบียงอาหารที่สำหรับเนินขึ้นบรรทุกเกวียนกับบิดามารดาบุตรภรรยาครอบครัวพร้อม มอบให้ซึงงักบุตรชายผู้ใหญ่คุมมายังค่ายซ้องกั๋งก่อน ตัวซึงอานนั้นรอคอยท่วงทีอยู่ที่เนิน

ฝ่ายบูอ๋องคู่อริกันกับซึงอานอยู่ ณ เนินแปะโฮวเนี้ยครั้นรู้ความก็รีบไปเมืองงุ่ยจิวในเวลากลางคืน แจ้งความว่าซึงอานเก็บรวบรวมทรัพย์สิ่งของเสบียงอาหารผ่อนครอบครัวไปสามิภักดิ์กับกองทัพซ้องกั๋งให้ซันป้าทราบทุกประการ ซันป้าได้ฟังก็โกรธจึงจัดให้พัวเซ็ง ซินเอ็ง ปังคี้ เม่งเปง ติมฮวง ถังเฮียน ทหารหกนายคุมไพร่พลห้าพันแล้วสั่งว่า ถ้ายกไปถึงเนินเขาแปะโฮวเนี้ยบอกกับซึงอานว่าเราได้ให้มาช่วยรักษาเนิน แม้นเห็นได้ทีก็ให้จับตัวซึงอานไว้แล้วเราจะยกตามไปต่อภายหลัง ทหารทั้งหกรับคำสั่งคำนับลาพาไพร่พลออกจากเมืองมายังเนินแปะโฮวเนี้ย พอซันป้าคุมทหารยกออกจากเมืองงุ่ยจิวตามมาทัน ซันป้าก็ให้ม้าใช้ไปบอกกับซึงอานว่าเราคุมทหารไพร่พลมาช่วยป้องกันเนินไว้ ซึงอานสำคัญว่าจริงก็ออกจากเนินมาต้อนรับเชิญซันป้ากับทหารขึ้นไปบนเนิน แล้วแจ้งกับซันป้าว่าข้าพเจ้าเห็นทหารและไพร่พลที่เนินนี้น้อยนัก จึงได้เก็บรวบรวมทรัพย์สิ่งของเสบียงอาหารกับครอบครัวผ่อนให้เข้าไปเมืองงุ่ยจิวก่อน ถึงจะพลาดพลั้งก็ยังไม่เป็นไร ซันป้าได้ฟังก็โกรธร้องตวาดว่าเจ้านี้คิดเอาใจออกห่างผ่อนครอบครัวทรัพย์สิ่งของไปสามิภักดิ์กับซ้องกั๋งไม่ใช่หรือ เจ้านายก็เลี้ยงดูรักใคร่ให้เป็นขุนนางนายทหารได้เบี้ยหวัดเงินเดือนอยู่เป็นนิตย์ ไม่ควรจะคิดเช่นนี้เลย ก็สั่งให้ทหารจับซึงอานเฆี่ยนแล้วเอาตัวจำขังไว้ สั่งให้ทหารรักษาเนินไว้มั่นคง

ฝ่ายซึงงักบุตรซึงอานคุมทรัพย์สิ่งของครอบครัวมาถึงค่ายก็เข้าไปคำนับซ้องกั๋ง ขณะนั้นม้าใช้สืบราชการมาแจ้งความว่าซันป้ายกออกมาจับซึงอานเฆี่ยนจำขังไว้ที่เนินแปะโฮวเนี้ย ซ้องกั๋งได้ฟังจึงคิดว่าถ้าแม้นเราไม่ช่วยก็จะเสียชื่อเสียงไป จึงให้นายทหารทั้งปวงมาเตรียมการยกเข้าหักเนินแปะโฮวเนี้ยแยกทหารเป็นห้ากอง จัดให้ลีขุย ลีกุน เกยเตียน เกยโป ซึงลิบ คุมทหารโล่ห้าร้อยเป็นกองหน้า ให้โลวจุนหงี เตียเช็ง นางเก็งเอ็งกุนจู๊ ซัวสือ ฉินเหม็ง ฮวยหยง เคียวเตาเช็ง ลิเอง เอียหยง เจียสิว เส็งปุน รวมสิบนายคุมทหารหมื่นหนึ่งเป็นกองที่สอง จัดให้ลูตีซิม บู๊สง ขงเม่ง ขงเหลียง ลุยเหง จูตง จูบู๊ จูกุ้ย เชาเจ็ง ซือจิน เอียนเช็ง นางซึงยีเหนีย เชาหง เผ็งกี เตียสุนรวมสิบห้านายคุมทหารหมื่นหนึ่งเป็นกองที่สาม จัดให้กวนเส็งกับนายทหารยี่สิบสามนายคุมทหารสามหมื่นเป็นกองที่สี่ ให้กงซุนสินนายทหารเดิมและทหารสามิภักดิ์ใหม่สิบสี่นายกับทหารห้าหมื่นยกไปตีเนินแปะโฮวเนี้ยพร้อมกัน ซ้องกั๋งกับทหารก็ยกไปตั้งรักษาเนินโซวหลิมเนี้ยไว้ ฝ่ายลีขุยกองหน้าคุมทหารมาถึงเนินแปะโฮวเนี้ยก็ร้องท้าทายให้ออกรบ ทหารบนเนินจึงเข้าไปแจ้งแก่ซันป้า ๆ ได้ฟังก็โกรธถามทหารว่า ผู้ใดจะไปสู้รบกับทหารซ้องกั๋งได้บ้าง ฮึนจงเฉียวว่าข้าพเจ้ากับคินซินมีเกียงจะอาสาคุมไพร่พลพันหนึ่งยกไป ซันป้าก็ยินดีมอบธงอาญาสิทธิ์ให้ ฮึนจงเฉียวรับธงคำนับลามากับนายทหารทั้งสองขึ้นม้าคุมไพร่พลลงจากเนิน เห็นลีขุยยืนอยู่ก็ตรงเข้าเอาทวนแทง ลีขุยเอาขวานรับรบกันไม่ทันถึงเพลง ลีขุยก็คุมทหารไล่กระชั้นเข้าไป ฮึนจงเฉียวตกใจเสียที ลีขุยเอาขวานฟันถูกตกม้าตาย ซึงลิบตรงมาเอาง้าวฟันถูกคินซินคอขาดตาย แล้วไล่ฆ่าฟันไพร่พลเจ็บปวดล้มตายเป็นอันมาก นายทหารและไพร่พลบนเนินก็ตกใจ ปิดประตูรักษาหน้าที่เชิงเทินไว้พอโลวจุนหงีกองทัพที่สองยกมาถึง ซึงลิบก็แจ้งความซึ่งได้ชัยชนะ ฆ่าทหารไพร่พลบนเนินตายให้โลวจุนหงีฟัง โลวจุนหงีมีความยินดีก็ตั้งค่ายมั่นลงไว้แล้วเตรียมการจะเข้าหักเนินแปะโฮวเนี้ยต่อไป

ฝ่ายซันป้าเสียทหารสามนายกับไพร่พลพันหนึ่งก็มีความเสียใจนัก พอม้าใช้รีบมาแจ้งความกับซันป้าว่ากองทัพซ้องกั๋งยกมาจะเข้าหักเนิน ซันป้าได้ฟังก็โกรธ คุมไพร่พลห้าหมื่นยกลงมาจากเนิน โลวจุนหงีเห็นจึงถามทหารว่าผู้ใดจะอาสาไปจับพวกโจรได้บ้าง ลีขุยก็รับอาสาจะไป เคียวเตาเช็งจึงห้ามลีขุยแล้วบอกว่า ซันป้าคนนี้ฝีมือดีพุ่งทวนด้ามสั้นแม่นยำนัก ถึงจะใส่เสื้อเกราะสักสามชั้นก็กันไม่ได้ เตียเช็งตอบว่าถ้ากระนั้นข้าพเจ้ากับนางเก็งเอ็งกุนจู๊ไปด้วยจะได้ช่วยกัน ลีขุย เตียเช็ง นางเก็งเอ็งกุนจู๊คำนับลาพาทหารออกจากค่ายทัพทั้งสองก็เข้าปะทะกัน ลีขุยร้องด่าซันป้าด้วยคำหยาบ ซันป้าได้ยินก็หัวเราะแล้วร้องว่า ทหารเช่นนี้จะยกมาสู้รบด้วยเราหาควรไม่ ใครจะรับอาสาออกไปจับทหารผู้นี้ได้บ้าง ถังเซียงขับม้าเข้ารบกับลีขุยได้สามสิบเพลง ลีขุยสู้ฝีมือถังเซียงไม่ได้ก็ขับม้าหนี ซันป้าเห็นได้ทีก็เอาทวนด้ามสั้นพุ่งไปถูกบ่าซ้ายลีขุยเจ็บปวดก็หนีเข้าค่าย เตียเช็งเห็นดังนั้นก็ขับม้าเข้ารบกับถังเซียงได้สามสิบเพลง เตียเช็งเอาก้อนศิลาขว้างถูกหน้าถังเซียงพลัดตกม้า นางเก็งเอ็งกุนจู๊เอากระบี่ฟันถูกคอถังเซียงขาดตาย แล้วไล่ฆ่าไพร่พลของซันป้าแตกถอยไป ซันป้าเห็นก็โกรธนักขับม้าตรงมาร้องว่าหยาบช้าต่างๆ นางเก็งเอ็งกุนจู๊มิได้โต้ตอบชักม้ากลับมาบอกกับเตียเช็งว่า บัดนี้ซันป้าคุมไพร่พลยกออกมาหน้าเนินทั้งสิ้น หลังเนินคงไม่มีผู้ใดรักษาท่านจงรีบไปบอกลูตีซิมให้ยกเข้าหักหลังเนินเถิด แล้วตัวท่านรีบกลับมาจะได้ช่วยโลวจุนหงีรบกับซันป้าที่หน้าเนิน

เตียเช็งได้ฟังก็เห็นด้วย ขับม้าตรงไปบอกกับลูตีซิมแล้วก็รีบกลับมา ลูตีซิมยกไปหลังเนินแปะโฮวเนี้ยให้เลงจิ้นจุดประทัดสัญญาขึ้นแล้วก็พังประตูเข้าหลังเนินได้ ตรงไปถอดซึงอาน ซึงอานบอกกับลูตีซิมว่าพวกเราช่วยกันจับซันป้าให้ได้เสียก่อน แล้วจึงยกเข้าไปตีเมืองงุ่ยจิวก็คงสมความปรารถนา ลูตีซิมได้ฟังก็เห็นชอบด้วยจึงยกลงมาจากเนิน เห็นซันป้ารบกับโลวจุนหงี ซึงอานถือกระบี่สองมือตรงมาร้องตวาดว่า ซันป้าลงจากม้ายอมให้มัดแต่โดยดีจึงจะพ้นความตาย ซันป้าได้ฟังเหลียวมาเห็นซึงอานก็ตกใจจึงคิดว่าซึงอานหนีมายังไงได้ ก็จับทวนด้ามสั้นพุ่งไป ซึงอานจับทวนได้ก็พุ่งกลับมาถูกม้าซันป้าล้มลง ซันป้าตกม้า ซึงอานโดดจากหลังม้าโถมเข้าจับตัวซันป้าได้ส่งให้โลวจุนหงีเอาตัวไปจำขังไว้ยังค่าย แล้วก็ไล่ฆ่าฟันไพร่พลเมืองฮ่อปักตายเป็นอันมาก ซึงอานร้องประกาศแก่ทหารและไพร่พลของซันป้าว่า ผู้ใดไม่ยอมสามิภักดิ์ก็จะฆ่าเสียให้สิ้น ทหารและไพร่พลได้ฟังดังนั้นจึงชวนกันยอมสามิภักดิ์ ซึงอานนำทหารสิบเจ็ดนายกับไพร่พลสามหมื่นมาคำนับโลวจุนหงี ๆ ก็ยินดี

พอกองทัพมาพร้อมกัน โลวจุนหงีก็ยกขึ้นไปตั้งอยู่บนเนินแปะโฮวเนี้ยแล้ว สั่งให้เตียเช็งนำซึงอานกับทหารที่เข้าสามิภักดิ์ใหม่ให้ไปคำนับซ้องกั๋งยังเนินโซวหลิมเนี้ย เตียเช็งก็นำซึงอานกับทหารสิบหกนายคือ เซียงสือเส็ง กิมจิน ฮูเอียง บวยเง็ก ซินเอง ซวงติด พัวเส็ง พัวซอก เอียฮวง เล็กเซ็ง เอียวขี เอียวเอียะ ลิมเหม็ง ลี้ตง แปะเง็ก เฮงเส็ง ปังเซ็ง มายังเนินโซวหลิมเนี้ย ซ้องกั๋งแจ้งความว่าซึงอานกับพวกทหารที่สามิภักดิ์ใหม่มาก็ออกต้อนรับเชิญเข้าไปในค่าย นายทหารเหล่านั้นก็คุกเข่าคำนับ

ซ้องกั๋งจึงถามซึงอานว่า ท่านต้องไปขังอยู่เรามีความวิตกมาก บัดนี้ออกมาได้เรามีความยินดี ซึงอานตอบว่าท่านช่วยชีวิตข้าพเจ้าไว้ครั้งนี้พระคุณเป็นที่ยิ่ง ตัวซันป้านั้นข้าพเจ้าจับได้จำขังไว้แล้ว ซ้องกั๋งได้ฟังจึงว่าเราขอบใจท่านทั้งปวงที่ได้มาช่วยกันบำรุงแผ่นดิน บัดนี้พระเจ้าซ้องฮุยจงฮ่องเต้ก็ได้พระราชทานตราตั้งขุนนางนายทหารมาให้เราไว้ร้อยฉบับ เราจะตั้งให้ท่านเป็นที่จีฮุยไซขุนนางนายทหารจะได้รับพระราชทานเบี้ยหวัดเงินเดือนไปเลี้ยงบุตรภรรยา พูดแล้วก็หยิบเอาตราตั้งมาส่งให้ซึงอานเป็นที่ขุนนางนายทหาร แล้วจัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยงกันเป็นที่รื่นเริง ครั้นเลี้ยงกันเสร็จแล้ว ซ้องกั๋งก็ให้หาตันหยกกับบุตรภรรยาหกคนมาตั้งให้เป็นที่ซุนเคียมสำหรับอยู่รักษาเนินโซวหลิมเนี้ย แล้วจัดให้ทหารที่สามิภักดิ์ใหม่เป็นกองหน้า ซ้องกั๋งเป็นกองหนุนยกออกจากโซวหลิมเนี้ย โลวจุนหงีก็ออกมาต้อนรับซ้องกั๋งกับนายทหารเหล่านั้นขึ้นไปบนเนิน โลวจุนหงีก็ให้คุมตัวซันป้าออกมา

ซ้องกั๋งจึงถามซันป้าว่า พวกพี่น้องของเจ้านั้นเหตุใดจึงได้คิดกบฏทำให้ราษฎรและไพร่บ้านพลเมืองได้รับความเดือดร้อนนัก บัดนี้เราจับมาได้เจ้าจะคิดประการใด ซันป้าสั่นศีรษะแล้วก็นิ่งเสีย นางเก็งเอ็งกุนจู๊ก็เข้ามาพูดกับซันป้าว่าท่านจงยอมสามิภักดิ์กับเจ้าแผ่นดินซ้องเสียเถิด ซันป้าจึงว่าซันชิดผู้เป็นอาของเราถูกจับมาจะเป็นจะตายประการใดไม่รู้ ตัวเราครั้งนี้ก็เสียทีจับมาเหมือนกันเราก็ไม่เสียดายชีวิต ที่จะให้ยอมสามิภักดิ์นั้นตายเสียดีกว่า ซึงอานได้ฟังซันป้าพูดก็โกรธจึงว่าแก่นางเก็งเอ็งกุนจู๊ว่าซันป้าไม่ยอมอยู่ก็แล้วไป อ้อนวอนทำไมให้ป่วยการ ซันป้าได้ฟังก็โกรธด่าซึงอานว่าไอ้ทรยศไม่รู้จักคุณเจ้านายยังมีหน้ามาห้ามพี่น้องเราอีกเล่า ช่างไม่อายแก่ทหารทั้งปวงเลย ซึงอานได้ฟังก็โกรธยิ่งนัก ฉวยได้ทวนวิ่งเข้าแทงถูกชายโครงซันป้าขาดใจตาย ซ้องกั๋งก็ให้เอาศพซันป้าไปฝังเสีย

ซึงอานจึงแจ้งกับซ้องกั๋งว่า ตั้งแต่ข้าพเจ้ามายอมสามิภักดิ์ยังไม่มีความชอบสิ่งใด จะขออาสายกกองทัพไปตีเมืองงุ่ยจิวฉลองคุณท่านสักครั้งหนึ่งเถิด ซ้องกั๋งได้ฟังก็ดีใจจึงให้ซึงอานคุมทหารเป็นกองหน้าให้เตียเช็งกับนางเก็งเอ็งกุนจู๊คุมทหารเป็นกองกลาง ให้กวนเส็งกับถังเปียนคุมทหารเป็นกองหลังยกไปตีเมืองงุ่ยจิว ซึงอานกับเตียเช็งและกวนเส็งคำนับลามาจัดทหารพร้อมแล้วก็ยกออกจากค่ายเนินแปะโฮวเนี้ยตรงไปใกล้จะถึงเมืองงุ่ยจิวก็ตั้งค่ายมั่นลงห่างเมืองทางประมาณห้าสิบลี้ แล้วซึงอานจึงบอกกับเตียเช็งว่าในเมืองงุ่ยจิวนั้นมีนายทหารไพร่พลมาก ถ้าจะยกเข้าตีต้องตรึกตรองก่อน เตียเช็งว่าถ้ากระนั้นเราแยกกันตั้งเป็นสองค่ายแล้วจึงคิดการต่อไป เตียเช็งก็สั่งให้ตั้งค่ายมั่นลงไว้

ฝ่ายกัดเอี๋ยน เลียงหยินนายทหารเอกมีทหารรองสิบนายกับไพร่พลสิบหมื่นตั้งรักษาเมืองงุ่ยจิวอยู่ ครั้นแจ้งว่าซันป้าเสียทีกองทัพซ้องกั๋งจับไว้ได้ก็ตกใจจึงจัดทหารขึ้นรักษาหน้าที่เชิงเทินไว้มั่นคง พอม้าใช้สืบข่าวราชการแจ้งว่ากองทัพซ้องกั๋งยกมาใกล้จะถึงเมืองอยู่แล้ว กัดเอี๋ยน เลียงหยินก็สั่งให้ฮงเสียง เฮ่งเอียงคุมไพร่พลสามพันยกไปต้านทาน นายทหารทั้งสองก็คุมไพร่พลออกจากเมืองยกมา ซึงอานแจ้งความก็ให้กิมจินกับนางเก็งเอ็งกุนจู๊คุมทหารยกไป กิมจินเห็นฮงเสียงก็ร้องว่า พวกเหล่านี้ไม่รู้จักกองทัพเทพยดาหรือจงมายอมสามิภักดิ์โดยดีจึงจะพ้นความตาย ฮงเสียงได้ฟังก็โกรธขับม้าเข้ารบกับกิมจินได้ห้าเพลง กิมจินก็แกล้งทำชักม้าหนี ฮงเสียงไม่รู้ทีก็ขับม้าไล่ กิมจินเห็นได้ทีก็พุ่งทวนด้ามสั้นมาถูกหน้าอกฮงเสียงตกม้าตาย เฮ่งเอียงขับม้าตรงมาจะเอาทวนแทงกิมจิน นางเก็งเอ็งกุนจู๊ก็ตรงเข้าเอากระบี่ปัดทวนรบกันไม่ถึงเพลง นางเก็งเอ็งกุนจู๊เอากระบี่ฟันถูกคอเฮ่งเอียงขาด แล้วก็ไล่ฆ่าฟันไพร่พลเมืองงุ่ยจิวตายลงเป็นอันมาก หารในเมืองก็ตกใจปิดประตูกำแพงเมืองไว้ไม่อาจที่จะยกออกสู้รบเป็นหลายวัน

กัดเอี๋ยนจึงปรึกษาทหารทั้งปวงว่าเราจะคิดประการใดดี ซัวตงหงีนายทหารรองจึงแจ้งว่าข้าพเจ้ามีอุบายอยู่สิ่งหนึ่ง จัดไพร่พลไปขุดหลุมไว้ให้รอบกำแพงเมือง เอาหญ้าฟางและดินปิดเสีย แล้วจงคุมไพร่พลไปรบล่อข้าศึกเข้ามาที่ประตูเมืองก็จะพลัดตกหลุมลงทั้งสิ้น เลียงหยิน กัดเอี๋ยนนายทหารเอกได้ฟังก็เห็นชอบด้วย จึงสั่งไพร่พลไปจัดการดังอุบายของซัวตงหงีแต่ในเวลากลางคืนให้พร้อม รุ่งขึ้นเช้ากัดเอี๋ยนก็คุมทหารและไพร่พลเปิดประตูเมืองออกมาหน้าค่ายท้าทายให้ออกรบ

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ