๘๓

ขณะเมื่อท่องกวนกราบทูลนั้น ซกไทอวยเฝ้าอยู่ด้วยจึงว่าตัวเป็นขุนนางผู้ใหญ่มียศศักดิ์ทรัพย์สมบัติบริบูรณ์เพราะพระเจ้าแผ่นดินชุบเลี้ยง ควรจะระลึกถึงพระคุณโดยมากไม่ควรจะนำความไม่จริงขึ้นกราบทูล การซึ่งพวกตัวคิดอ่านผิดราชการแผ่นดินไว้ไม่นำขึ้นกราบทูลให้ทราบ

พระเจ้าซ้องฮุยจงทรงฟังซกไทอวยพูดเป็นราชการจึงตรัสถามว่าพวกท่องกวนปิดความสิ่งใดไว้ ซกไทอวยกราบทูลว่า เจ้าเมืองไต้เหลียวยกกองทัพมาตีหัวเมืองฝ่ายเหนือ โอบลงมาทางทิศตะวันออกตะวันตกแตกไปหลายเมืองแล้ว ผู้ว่าราชการเมืองมีหนังสือบอกข่าวศึกเข้ามา พวกกังฉินก็ปิดความไว้มิได้นำขึ้นกราบทูล ข้อหนึ่งพระองค์เห็นว่าซ้องกั๋งกับพวกตั้งกองเป็นโจรมีกำลังมาก ได้ยกกองทัพไปปราบปรามการก็ไม่สำเร็จ ครั้นจะตั้งทำศึกสงครามกับพวกโจรให้ได้ชัยชนะก็ไม่เป็นเกียรติยศป่วยการทแกล้วทหารเสียเปล่า จึงได้มีพระอักษรโปรดให้ข้าพเจ้าออกไปเกลี้ยกล่อม เพราะเห็นแก่ประโยชน์จะตัดศึกฝ่ายทิศตะวันออกเสียให้สิ้นศัตรู แล้วจะได้พวกซ้องกั๋งมาเพิมเติมกำลังรักษาพระราชอาณาเขต ซ้องกั๋งกับพวกก็พากันเข้ามาสามิภักดิ์โดยสุจริตมิได้มีความผิด ท่องกวนกลับกราบทูลขอให้ฆ่าเสีย ถ้าพระองค์เชื่อท่องกวนแล้วข้าพเจ้าเห็นว่าการศึกจะเกิดขึ้นในเมืองอีก

พระเจ้าซ้องฮุยจงได้ทรงฟังซกไทอวยกราบทูลก็เห็นจริงด้วย จึงตรัสว่าท่องกวนเป็นคนประกอบด้วยอิจฉาพยาบาท แล้วปิดราชการแผ่นดินไว้มีความผิดเป็นอันมาก ให้ประชุมขุนนางที่สัตย์ซื่อต่อแผ่นดินปรึกษาโทษท่องกวนและพรรคพวกที่รู้เห็นตามกฎหมายเถิด ท่องกวนก็กราบทูลแก้ไขไปต่างๆ พระเจ้าซ้องฮุยจงมีความขัดเคืองมากขึ้นจึงรับสั่งให้บูซูเอาตัวออกไปจากที่เฝ้า แล้วตรัสปรึกษาซกไทอวยว่า พวกฮวนยกกองทัพมาย่ำยีในเขตแดนเรานั้น ท่านเห็นผู้ใดจะเป็นแม่ทัพยกไปตีเมืองได้เหลียวได้ ซกไทอวยทูลว่าซ้องกั๋งเข้ามาสามิภักดิ์คิดจะทำการอาสาแผ่นดินมิได้ขาด ขอพระองค์ทรงตั้งแต่งซ้องกั๋งให้มียศศักดิ์ขึ้น แล้วจึงให้เป็นแม่ทัพยกไปตีเมืองไต้เหลียว พระเจ้าซ้องฮุยจงก็เห็นชอบด้วยจึงทรงพระอักษรแล้วส่งให้ซกไทอวยเชิญไปให้ซ้องกั๋ง ซกไทอวยคำนับรับพระอักษรแล้วรีบมายังกงก๊วน ซ้องกั๋งก็ออกมาต้อนรับคำนับกันตามธรรมเนียม ซกไทอวยจึงส่งพระอักษรให้ซ้องกั๋งคำนับรับมาอ่านมีความว่า “บัดนี้เมืองไต้เหลียวยกกองทัพพวกฮวนมาตีหัวเมืองฝ่ายเหนือ ผู้ว่าราชการมีหนังสือบอกเข้ามาให้กราบทูล พวกกังฉินปิดเนื้อความเสียจึงโปรดให้ลงโทษตามกฏหมาย แล้วทรงพระดำริเห็นว่าซ้องกั๋งมีสติปัญญากว้างขวาง ประกอบด้วยทแกล้วทหารมีฝีมือเข้มแข็ง ควรจะยกกองทัพไปปราบพวกฮวนได้ จึงโปรดตั้งซ้องกั๋งเป็นที่ซ้องเซียนฮอง แม่ทัพหน้าปีกซ้าย โลวจุนหงีเป็นฮูเซียนฮ่องแม่ทัพหน้าปีกขวา ให้ซ้องกั๋ง โลวจุนหงีตั้งใจในราชการทำความชอบไว้ในแผ่นดินให้เป็นเกียรติยศสืบต่อๆ ไปภายหน้า และทหารของซ้องกั๋งซึ่งจะอาสาไปราชการศึกนั้นถ้าผู้ใดมีความชอบกลับมาแล้ว เราจะตั้งเป็นขุนนางมียศศักดิ์ตามสมควร เสบียงอาหารนั้นให้ซ้องกั๋ง โลวจุนหงีเกณฑ์เอาแต่หัวเมืองรายทาง ถ้าผู้ใดส่งไม่ทันหรือขัดขืนไม่ทำตามบังคับก็ให้ลงโทษตามอาญาได้ ถ้าซ้องกั๋งอาสาทำการศึกสำเร็จแล้วจะเลื่อนยศให้มีอำนาจใหญ่ขึ้น” ครั้นอ่านทราบความแล้วซ้องกั๋งก็ถวายบังคมคำนับตามธรรมเนียม

ซ้องกั๋งจึงบอกกับซกไทอวยว่า เมื่อท่านเชิญพระอักษรไปหาตัวข้าพเจ้า ๆ ขอทุเลาอยู่จัดการสิบวันก็สั่งไม่สำเร็จเรียบร้อย ต้องรีบเข้ามาให้ทันกำหนด บัดนี้มีรับสั่งให้ข้าพเจ้ายกกองทัพไปตีเมืองไต้เหลียวนั้น ทแกล้วทหารก็ยังไม่พร้อมและส่วนใหญ่ก็ยังอยู่ที่เขาเนียซัวเปาะเป็นอันมาก จะขอถวายบังคมลากลับออกไปรวบรวมให้เป็นหมวดเป็นกองเสียก่อน

ประการหนึ่งป้ายซึ่งจารึกนามเตียวเทียนอ๋อง และเครื่องบูชาคำนับยังตกอยู่ในเขาเนียซัวเปาะไม่มีผู้ใดจะเซ่นบูชา จะต้องออกไปทำลายล้างเสียก่อน ถ้าจัดการเสร็จแล้วข้าพเจ้าจะขออาสากว่าจะสิ้นชีวิต ท่านจงช่วยกราบทูลให้ทรงทราบ ซกไทอวยตอบว่าท่านอย่าวิตกเลยข้าพเจ้าจะกราบทูลให้ แล้วลากลับมาเข้าเฝ้ากราบทูลความตามคำซ้องกั๋งทุกประการ พระเจ้าซ้องฮุยจงก็อนุญาต แล้วสั่งให้เจ้าพนักงานคลังจัดทองคำสองพันตำลึง เงินห้าพันตำลึง แพรสีต่างๆ ห้าพันไม้ไปพระราชทานซ้องกั๋ง ๆ ได้สิ่งของพระราชทานมีความยินดีจึงจัดทหารเอกที่จะไปเขาเนียซัวเปาะนั้น โงวหยง กงซุนสิน ลิมชอง เล่าตง โตวเซียน ซองบาน ซ้องเซ็ง จุกุ้ย อวนเซียวยี อวนเซียวเหงา อวนเซียวชิด รวมสิบเอ็ดนาย ทหารเลวหมื่นหนึ่ง แต่ทหารนอกนั้นให้อยู่กับโลวจุนหงีที่กงก๊วน ซ้องกั๋งก็ยกออกจากเมืองตังเกียตรงไปถึงเขาเนียซัวเปาะ จึงสั่งให้ทหารจัดสุกร แพะและสุรามาตั้งที่หน้าศาล ซ้องกั๋งจุดธูปเทียนบูชาเซ่นเตียวเทียนอ๋องเสร็จแล้ว เอาเพลิงเผาศาลและป้ายเสีย จึงประกาศแก่ไพร่พลซึ่งอยู่เขาเนียซัวเปาะว่า ถ้าผู้ใดสมัครทำราชการก็ให้เข้าอยู่ตามหมวดกอง ถ้าไม่สมัครก็ให้พาบุตรภรรยาครอบครัวไปหากินตามภูมิลำเนา มิให้ซ่องสุมกันอยู่ที่เขาเนียซัวเปาะต่อไปอีกแล้ว ซ้องกั๋งก็ให้รอทำลายค่ายเสียพาทหารกลับมายังเมืองตังเกีย ซกไทอวยก็นำซ้องกั๋งเข้าเฝ้าพระเจ้าซ้องฮุยจงตรัสปราศรัยต่างๆ แล้วพระราชทานกระบี่เล่มหนึ่ง ม้าฝีเท้าเร็วม้าหนึ่ง ซ้องกั๋งคำนับรับแล้วถวายบังคมลากลับมากงก๊วน จึงถามโงวหยงว่า เราจะยกไปตีเมืองไต้เหลียวนั้นท่านจะให้จัดกองทัพอย่างไรจึงจะได้ชัยชนะ

โงวหยงบอกว่า หนทางซึ่งจะไปเมืองไต้เหลียวนั้นไปได้ทั้งทางบกและทางน้ำ ควรจะจัดกองทัพเป็นสามทัพให้ยกไปทางเรือนั้นทัพหนึ่ง เพราะเห็นว่าทหารของเราชำนาญในการน้ำ ซ้องกั๋งเห็นชอบจึงให้อวนเซียวยี อวนเซียวเหงา อวนเซียวชิด ลี้จุน เตียหวย เตียสุน ทองอุย ทองเม้ง เม่งคง เฮงเตงลักสิบนายคุมทหารเลวพอสมควร ยกทัพเรือล่วงหน้าไปคอยอยู่ในลำน้ำอึ้งโห นายทหารทั้งสิบคำนับลามาตระเตรียมกองทัพพร้อมเสบียงอาหารยกไปค่อยอยู่ตามสั่ง แต่ทหารเอกทหารเลวที่เหลืออยู่นั้นก็แบ่งออกเป็นสองกอง ซ้องกั๋งเป็นแม่ทัพฝ่ายซ้าย โลวจุนหงีเป็นแม่ทัพฝ่ายขวา ถึงวันฤกษ์ดีก็ยกกองทัพออกจากเมืองตังเกียไปตามระยะทาง

เมื่อซ้องกั๋งยกกองทัพไปได้สองวันแล้ว พระเจ้าซ้องฮุยจงจึงสั่งเจ้าพนักงานให้จัดสุราและเนื้อสุกรตามไปพระราชทานซ้องกั๋งและทหารทั้งปวงกำหนดให้แจกนั้นสุราคนละขวด เนื้อสุกรคนละชั่ง เจ้าพนักงานก็คุมสิ่งของตามไปทัน ณ ตำบลตั้นเกียเอียะ จึงนำสิ่งของเข้าไปให้ซ้องกั๋ง ๆ พูดว่าท่านจงเอาไปแจกให้แก่ทหารจงทั่วกันเถิด เจ้าพนักงานก็ให้คนใช้เอาสุราไปแจกให้ทหารสุรากึ่งขวด เนื้อสุกรคนละครึ่งชั่ง

ทหารเลวคนหนึ่งจึงพูดว่า ธรรมดาของหลวงจะพระราชทานให้แก่ผู้ใดก็มิได้แบ่งกึ่งเลย นี่สุราพระราชทานมาเต็มขวดทำไมจึงได้แต่งครึ่งขวด เนื้อสุราก็ได้แต่ครึ่งชั่ง พวกเจ้าเบียดบังแบ่งเอาเสียหรือ คนใช้ได้ฟังทหารผู้นั้นพูดเหมือนจะรู้จึงเกี่ยงกลบความว่าเจ้าพนักงานผู้จ่ายเบิกสิ่งของมาให้เราจำหน่ายคนละเท่านี้ เจ้าจะมาเอาส่วนแจกให้เกินคนทั้งปวงเราจะเอาที่ไหนมาให้ ทหารผู้นั้นจึงว่า เจ้าเบียดบังเอาไว้กินก็บอกกันตามจริงแล้วเราไม่ว่า นี่ยังกลับมาต่อเถียงอีก ว่าแล้วเอาชิ้นสุกรขว้างถูกหน้าผาก คนใช้ก็มีความโกรธด่าว่าทหารผู้นั้นด้วยคำหยาบช้าต่างๆ ทหารผู้นั้นก็เอาดาบฟันคนใช้คอขาดตาย นายหมวดพาตัวทหารผู้นั้นมาแจ้งความแก่ซ้องกั๋งให้ทราบ ซ้องกั๋งได้แจ้งมีความวิตกกลัวผิด จึงปรึกษาโงวหยงว่าทหารเราก่อเหตุจะทำให้เราได้ความผิด ท่านจะคิดแก้ไขประการใด โงวหยงตอบว่าทหารเรากระทำแก่คนหลวงฉันใดโทษก็ตกอยู่แก่ตัวฉันนั้น ซ้องกั๋งได้ฟังโงวหยงปรึกษาโทษจะให้ล้างชีวิตทหารก็เสียใจร้องไห้แล้วพูดว่า เราพี่น้องกับทหารทั้งปวงได้ร่วมทุกข์สุขอยู่ ณ เขาเนียซัวเปาะ ถึงจะมีความผิดสักเท่าใดเราก็มิได้ทำโทษเฆี่ยนตีฆ่าฟันผู้ใดเลย จึงสั่งให้คนใช้จัดสุราและกับแกล้มมาให้ทหารผู้นั้นรับประทานอิ่มแล้ว เอาเชือกส่งให้ผูกคอตายเสีย ทหารผู้นั้นคำนับรับเอาเชือกมารัดคอขาดใจตาย ซ้องกั๋งจึงให้ทหารตัดเอาศีรษะเสียบไว้ เขียนฉลากบอกโทษให้คนทั้งปวงรู้ทั่วกัน จึงสั่งเอียนเช็ง ไตจงกลับเข้าไปแจ้งความแก่ซกไทอวยให้ทราบ เอียนเช็ง ไตจงคำนับลารีบกลับเข้ามาหาซกไทอวยแจ้งความตามที่เกิดวิวาท และได้กระทำโทษแก่ทหารถึงสิ้นชีวิต ซกไทอวยจึงพูดว่า เจ้าจงกลับไปบอกแก่ซ้องกั๋งว่าอย่าวิตก จงรีบยกกองทัพไปโดยเร็วเถิด ธุระเรื่องความรายนี้เราจะกราบทูลแก้ไขไม่ให้มีผิด เอียนเช็ง ไตจง คำนับลากลับออกไปยังกองทัพ แจ้งความตามซกไทอวยสั่งมาทุกประการ ซ้องกั๋งได้แจ้งมีความยินดีก็ยกกองทัพออกจากตั้นเกียเอียะเดินไปตามระยะทาง

เมื่อเอียนเช็ง ไตจงไปแจ้งความแก่ซกไทอวยนั้นเป็นเวลาจะใกล้ค่ำ พระเจ้าซ้องฮุยจงไม่ได้เสด็จออกว่าราชการ ซกไทอวยจึงเข้าไปเฝ้าข้างในกราบทูลความตามคำเอียนเช็ง ไตจงมาบอกนั้นให้ทราบ พระเจ้าซ้องฮุยจงจึงตรัสว่า ทหารซ้องกั๋งทำผิดฆ่าคนหลวงเสีย ซ้องกั๋งก็ประหารชีวิตผู้นั้นให้ตกไปตามกันความก็เป็นยุติธรรมแล้ว ซึ่งเจ้าพนักงานเบียดบังของพระราชทานนั้น เราจะต้องทำโทษให้เข็ดหลาบ ซกไทอวยก็ถวายบังคมลากลับไปบ้าน ครั้นเวลารุ่งเช้าพระเจ้าซ้องฮุยจงเสด็จออกว่าราชการ ขุนนางพวกกังฉินก็กราบทูลกล่าวโทษซ้องกั๋งว่าใช้ทหารให้ฆ่าคนหลวงซึ่งคุมสิ่งของออกไปพระราชทานเสีย พระเจ้าซ้องฮุยจงตรัสว่าความเรื่องนี้เรารู้แล้ว แต่พนักงานที่ฉ้อของหลวงนั้นเป็นพวกเจ้าจงทำโทษเสีย ตรัสแล้วเสด็จขึ้น ขุนนางก็ออกจากเฝ้ามาทำโทษแก่พวกพนักงานตามรับสั่ง

ฝ่ายซ้องกั๋ง โลวจุนหงี ยกกองทัพมาถึงพรมแดนเมืองไต้เหลียว จึงหยุดทหารอยู่ปรึกษาโงวหยงว่าเราจะตีหัวเมืองรายทางไปเข้าเมืองไต้เหลียวข้างทิศไหนจึงจะเบาแรงทหาร โงวหยงตอบว่าด่านทางและหัวเมืองเขตแดนซึ่งขึ้นแก่เมืองไต้เหลียวนั้นจะมีสักเท่าใดก็ยังไม่แจ้ง จะต้องแต่งทหารที่มีสติปัญญาไปสืบข่าวและทำแผนที่มาสอบดูทั้งสี่ทิศ ถ้าเห็นว่าแขวงหัวเมืองทิศใดมีทหารเบาแรงไม่แข็งแรง ประกอบด้วยทางจะหนีและทางไล่ไม่ถนัดแล้ว เราจึงจะยกทหารตีเข้าไปทางทิศนั้น จึงจะเข้าไปถึงเมืองไต้เหลียวได้โดยเร็ว

ซ้องกั๋ง โลวจุนหงีเห็นชอบจึงหาตัวตวนเก็งจู๊เข้ามาสั่งว่าท่านจงพาทหารเล็ดลอดไปสืบข่าวหัวเมืองและทำแผนที่มาให้เราจงได้ ตวนเก็งจู๊ตอบว่าหนทางที่จะไปเมืองไต้เหลียวนั้นข้าพเจ้ารู้อยู่สิ้นไม่ต้องไปสืบทำแผนที่ให้ยากลำบากเลย ซ้องกั๋งถามว่าจะตีเข้าไปให้ถึงเมืองไต้เหลียวโดยเร็วทางใดจะดี ตวนเก็งจู๊ว่าทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือนี้อีกสามวันก็ถึงเมืองทันจิว ที่หน้าเมืองนั้นมีลำน้ำใหญ่ลึกซึ่งเรียกว่า “ลูจุ๊ย” เราให้กองทัพเรือเข้าตีทางน้ำก่อน ถ้าเห็นว่าเจ้าเมืองทันจิวแบ่งทหารออกต่อสู้กองทัพเรือแล้วจึงยกทัพบกเข้าโจมตีกระหนาบหลังอย่าให้ทันรู้ตัว เมืองทันจิวคงแตกเป็นมั่นคง ซ้องกั๋ง โลวจุนหงี โงวหยงก็เห็นชอบจึงสั่งไตจงไปบอกนายทัพเรือให้ยกเข้ามาบรรจบกัน ณ ลำน้ำลูจุ๊ย ไตจงคำนับลารีบไปบอกกองทัพให้ยกเข้ามาตามสั่ง

ฝ่ายม้าใช้กองตระเวนเมืองทันจิว ครั้นทราบว่าซ้องกั๋งยกทหารล่วงเข้ามาในเขตแดน จึงรีบไปแจ้งความแก่ท่องเซียนซีหนึง ผู้ว่าราชการเมืองทันจิวให้ทราบ ท่องเซียนซีหนึงได้แจ้งมีความวิตกจึงปรึกษากับออหลีขี กายียุ่ยคัง ชอเม่งเง็ก เชาเม่งกี่ ว่าซ้องกั๋งเป็นพวกโจรอยู่เขาเนียซัวเปาะ บัดนี้รับอาสาเจ้าแผ่นดินซ้องยกกองทัพมาจะทำร้ายแก่บ้านเมืองเรา จำเราจะยกกองทัพออกต่อรบ และมีหนังสือบอกเข้าไปยังไต้เหลียวอ๋องขอกองทัพมาช่วยป้องกันรักษาเขตแดนไว้ ท่านทั้งสี่จะเห็นประการใด นายทหารทั้งสี่ตอบว่าที่ท่านคิดนี้สมควรแล้ว

ท่องเซียนซีหนึงจึงสั่งให้ออหลีขี ชอเม่งเง็กคุมทหารสามหมื่นยกไปตั้งสกัดอยู่ ณ เมืองไลกุ้ยซึ่งขึ้นแก่เมืองทันจิว นายทหารทั้งสองคำนับลามาตระเตรียมกองทัพพร้อมด้วยเสบียงอาหารยกไปตามสั่ง ครั้นกองทัพยกไปแล้ว ท่องเซียนซีหนึงจึงแต่งหนังสือบอกเข้าผนึกให้ม้าใช้ถือเข้าไปเมืองไต้เหลียว เมื่อออหลีขี ชอเม่งเง็ก เดินทัพมาถึงหน้าเมืองไลกุ้ยนั้น ผู้รักษาเมืองตกใจเป็นอันมากด้วยไม่ทราบว่ากองทัพผู้ใด จึงสั่งทหารให้ปิดประตูเมืองไว้มั่นคงแล้วแต่งคนไปสืบข่าวได้แจ้งความว่า ทหารเมืองทันจิวยกกองทัพมาจึงเปิดประตูเมืองออกไปเห็นออหลีขี ชอเม่งเง็ก ก็มีความยินดี ต่างคนต้อนรับคำนับกันตามธรรมเนียม ผู้รักษาเมืองไลกุ้ยก็นำกองทัพเข้าพักอยู่ในเมือง

ออหลีขีพูดว่า เจ้าเมืองทันจิว ให้เรากับชอเม่งเง็กคุมทหารสามหมื่นยกมาตั้งสกัดทางไว้ไม่ให้กองทัพยกล่วงแดนเข้าไปได้ เราคิดจะตั้งค่ายสกัดทางอยู่หน้าเมืองกลัวอะไรกับฝีมือพวกโจรเขาเนียซัวเปาะจะตีให้แตกไปจงได้ ผู้รักษาเมืองไลกุ้ยตอบว่าท่านทั้งสองมีฝีมือเข้มแข็งนัก ข้าพเจ้าเห็นว่าพวกซ้องกั๋งจะสู้ไม่ได้ พูดกันแล้วออหลีขีจึงสั่งทหารให้ตัดไม้ตั้งค่ายอยู่หน้าเมืองไลกุ้ยคอยท่ากองทัพซ้องกั๋งจะยกมา

ฝ่ายซ้องกั๋งยกกองทัพล่วงแดนเข้ามาใกล้เมืองไลกุ้ย พอทหารกองสอดแนมเข้ามาแจ้งความว่าเจ้าเมืองทันจิวแต่งทหารคุมกองทัพมาตั้งค่ายสกัดทางอยู่หน้าเมืองไลกุ้ย ซ้องกั๋งได้แจ้งจึงให้กองทัพโลวจุนหงียกไปตีค่ายให้แตก โลวจุนหงีก็ยกทหารรุกเข้าไปตามสั่ง

ฝ่ายม้าใช้พวกฮวนครั้นเห็นกองทัพโลวจุนหงียกเข้ามาดังนั้นจึงเข้าไปแจ้งความแก่ออหลีขี ๆ ก็ยกกองทัพคุมทหารเป็นขบวนมีธงดำนำหน้าขี่ม้าสีดำออกมายืนอยู่หน้าสนามรบ โลวจุนหงีเห็นออหลีขีแต่งตัวสวมเสื้อเกราะเหล็กถือคราดเหล็กเป็นอาวุธ รูปร่างล่ำสัน สูงประมาณหกศอกเศษ หน้าขาว หนวดเหลือง ตาขวาง หางตาซ้อนขึ้นข้างบน มีลักษณะกล้าหาญเห็นจะเป็นคนมีฝีมือเข้มแข็ง และที่ธงดำนำหน้าทัพมีอักษรแปดคำมีความว่า “ออหลีขีทหารเสือเมืองไต้เหลียว” จึงคิดแต่ในใจว่าเราจะยกทหารเข้าโจมตีพวกฮวนเดี๋ยวนี้ก็ยังไม่รู้กำลังข้าศึก จะต้องรอฟังท่วงทีพวกฮวนดูก่อน คิดแล้วจึงสั่งทหารให้เตรียมตัวคอยทีอยู่พร้อม ออหลีขีเห็นกองทัพพวกเมืองตังเกียไม่อาจยกทหารเข้าตีก็มีความประมาท จึงขับม้าขึ้นหน้าทหารแล้วร้องว่าไอ้พวกโจรเขาเนียซัวเปาะเจ้าชวนกันมาปล้นเอาในเขตแดนไต้เหลียวหรือ ๆ จะประสงค์สิ่งใดเร่งบอกให้แจ้ง

โลวจุนหงีตอบว่าเจ้าเมืองไต้เหลียวไม่ตั้งอยู่ในยุติธรรมให้ทหารยกกองทัพไปย่ำยีเบียดเบียนหัวเมืองฝ่ายเหนือซึ่งเป็นราชอาณาเขตได้รับความเดือดร้อนเป็นอันมาก พระเจ้าซ้องฮุยจงจึงให้พวกเรายกกองทัพมาช่วยปราบปรามเมืองไต้เหลียวเสียให้สิ้นเสี้ยนศัตรู ออหลีขีได้ฟังโลวจุนหงีพูดหยาบช้าถึงนายก็มีความแค้นมิได้ตอบประการใด จึงขับม้าตรงเข้ามาแล้วร้องว่าผู้ใดมีฝีมือจงออกมาต่อสู้ดูกำลังให้เห็นฝีมือกัน โลวจุนหงีจึงให้ซือเหล็งออกรบกับออหลีขีได้ประมาณสิบเพลง ซือเหล็งแสร้งทำเป็นอ่อนกำลังชักม้าหนี ออหลีขีมิได้รู้ในอุบายจึงขับม้าไล่ตามไป

ขณะเมื่อออหลีขีไล่ซือเหล็งนั้นเตียเช็งยืนม้าแอบอยู่ข้างทางออหลีขีไม่ทันเห็นจึงขับม้าผ่านหน้าไป เตียเช็งจึงเอาก้อนศิลาวิเศษขว้างถูกตาข้างซ้ายออหลีขีตกม้าขาดใจตายในที่รบ ชอเม่งเง็กเห็นเพื่อนตายก็มีความโกรธ จึงขับม้าพาทหารออกต่อรบกับทหารโลวจุนหงีเป็นสามารถ ซ้องกั๋งจึงยกกองทัพหนุนเข้าช่วยรบตะลุมบอนฆ่าฟันทหารฮวนตายเป็นอันมาก ชอเม่งเง็กเห็นจะเสียทีจึงขับม้าพาทหารหนีไปเมืองทันจิว ซ้องกั๋ง โลวจุนหงีขับทหารไล่ตามและรบหักเข้าไปในเมืองไลกุ้ยได้ ไล่ฆ่าฟันผู้คนในเมืองเป็นอลหม่าน ผู้รักษาเมืองและราษฎรพาครอบครัวเปิดประตูหลังเมืองหนีไป ซ้องกั๋งจึงให้ทหารเก็บเอาเสบียงอาหาร เครื่องศัสตราวุธ และทรัพย์สิ่งของราษฎรได้เป็นอันมาก แล้วให้เปลื้องเอาเครื่องแต่งตัวของออหลีขี มาให้เตียเช็งแต่งและจดหมายไว้ว่าเตียเช็งได้ฆ่าออหลีขีตายมีความชอบเป็นทีหนึ่ง จึงพักทหารอยู่ในเมืองไลกุ้ยแล้วถามโงวหยงว่าเราจะยกเข้าตีเมืองหันจิวคิดอ่านประการใดจึงจะได้ชัยชนะ

โงวหยงตอบว่าเมืองหันจิวนี้ ประกอบด้วยกำลังสามประการเราจะดูหมิ่นไม่ได้ จะต้องแต่งเรือลำเลียงสักเจ็ดร้อยลำ ใต้พื้นเรือนั้นบรรจุทหารและเครื่องศัสตราวุธไว้พร้อมแล้วถอยไปจอดอยู่หน้าเมือง ถ้าชาวเมืองเห็นก็จะยกทหารเรือเปิดประตูลำคลองออกมาตีตัดเสบียงเรา จึงให้ทหารในเรือรบหักเข้าเมืองทางลำคลองให้จงได้ ซ้องกั๋งได้ฟังเห็นชอบจึงให้ไตจงไปบอกลี้จุนเตรียมการตามอุบายโงวหยงสั่ง ลี้จุนจึงได้เตรียมเรือถอยไปจอดอยู่หน้าเมืองหันจิว

ฝ่ายชอเม่งเง็กครั้นหนีมาถึงเมืองหันจิวแล้วจึงเข้าไปแจ้งความตามซึ่งเสียทีทัพและออหลีขีตายให้ท่องเซียนซีหนึงฟังทุกประการ ท่องเซียนซีหนึงได้แจ้งมีความรักอาลัยถึงออหลีขีเป็นอันมาก แล้วนึกกลัวว่าซ้องกั๋งจะยกกองทัพมาทำอันตรายแก่บ้านเมือง จึงเกณฑ์ทหารขึ้นรักษาหน้าที่เชิงเทินไว้เป็นสามารถ แต่งกองตระเวนไปสืบข่าวกองทัพเมืองไต้เหลียวซึ่งจะยกมาช่วยนั้นเนืองๆ

ฝ่ายทหารม้าใช้เมืองทันจิวถือหนังสือบอกมาถึงเมืองไต้เหลียว ก็เอาหนังสือบอกส่งให้ขุนนางนำเข้าไปให้ไต้เหลียวอ๋อง ๆ รับหนังสือบอกมาอ่านแจ้งความแล้วจึงปรึกษาขุนนางว่า บัดนี้เจ้าแผ่นดินซ้องให้ซ้องกั๋งยกกองทัพมาตีหัวเมืองในเขตแดนของเราหวังจะแก้แค้น ครั้นจะละให้ซ้องกั๋งตีเลยเข้ามาถึงเชิงกำแพงเมืองไต้เหลียวนั้นไม่ควร จำจะต้องแต่งกองทัพยกไปช่วยเมืองทันจิวและกำจัดกองทัพซ้องกั๋งให้ถอยยกกลับออกไปพ้นเขตแดน พวกท่านทั้งหลายจะเห็นเป็นประการใด ขุนนางทั้งปวงว่าซึ่งท่านคิดอ่านป้องกันมิให้กองทัพยกล่วงลํ้าเข้ามาในเขตแดนเราได้นั้นดีนัก ไต้เหลียวอ๋องจึงสั่งก๊กเตียน ก๊กโป ผู้หลานคุมทหารห้าหมื่นยกไปช่วยป้องกันเมืองทันจิว ก๊กเตียน ก๊กโป คำนับลามาเตรียมกองทัพพร้อมด้วยเสบียงอาหาร ครั้นถึงวันฤกษ์ดีจึงยกกองทัพออกจากเมืองไต้เหลียว

ฝ่ายซ้องกั๋งพักกองทัพอยู่ในเมืองไลกุ้ยถึงเจ็ดวันไม่เห็นทัพเมืองทันจิวยกมา จึงพาทหารออกจากเมืองไลกุ้ย มาตั้งล้อมเมืองทันจิวไว้เป็นสามารถ ทหารซึ่งรักษาหน้าที่ก็จัดแจงป้องกันรักษาเมืองแข็งแรง แต่ซ้องกั๋งแต่งทหารเข้ารบหักปีนปล้นเมืองถึงห้าว้นห้าคืนเข้าเมืองหาได้ไม่ จึงถอยกองทัพกลับมาตั้งอยู่ในเมืองไลกุ้ย

ขณะนั้นทหารกองสอดแนมเข้าไปแจ้งความว่า พวกฮวนยกกองทัพมาทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ทหารประมาณห้าหมื่นเศษเกือบจะมาถึงเมืองทันจิวแล้ว ซ้องกั๋งได้แจ้งจึงสั่งตังเผ็ง เตียเช็งเป็นทัพหน้าคุมทหารคนละห้าพัน กวนเส็ง ลิมชอง เป็นทัพหนุนคุมทหารห้าพัน ยกไปตั้งสกัดกองทัพเมืองไต้เหลียวไว้อย่าให้เข้าในเมืองทันจิวได้ นายทหารทั้งสี่ก็คำนับลามาเตรียมทหารพร้อมแล้วรีบยกไปตามสั่ง ครั้นเดินทางมาได้กึ่งวันพอกองทัพหน้าทั้งสองฝ่ายปะทะกัน ตังเผ็ง เตียเช็ง กวนเส็ง ลิมชองก็แยกทหารเป็นปีกกาปิดหนทางไว้ ก๊กเตียน ก๊กโป๊เห็นดังนั้นจึงขับม้าขึ้นมาหน้าทหารแล้วร้องถามว่า พวกเจ้านี้หรือเป็นโจรอยู่เขาเนียซัวเปาะ ได้บังอาจมากระทำย่ำยีเขตแดนบ้านเมืองของเรานั้นจะประสงค์สิ่งใด ตังเผ็งตอบว่าไต้เหลียวอ๋องอาของเจ้านั้นเป็นคนโลภไม่มีความอาย ใช้ทหารไปกระทำการข่มเหงหัวเมืองปลายเขตแดนในอาณาเขตเจ้านายของเราจนราษฎรไม่เป็นอันทำมาหากิน ได้รับความเดือดร้อนต่างๆ พระเจ้าซ้องฮุยจงฮ่องเต้มีความขัดเคืองพวกเจ้ามาก จึงโปรดให้ซ้องกั๋งพี่เราเป็นแม่ทัพยกออกมาปราบปรามเมืองไต้เหลียวเสียให้สิ้น ถ้าเจ้ายังรักชีวิตอยู่แล้วจงลงจากหลังม้าวางอาวุธเข้ามาคำนับโดยดีเราจะให้ซ้องกั๋งผู้พี่กราบทูลขอโทษให้

ก๊กเตียน ก๊กโป๊ ได้ฟังมีความโกรธ ไม่ตอบประการใด ขับม้ารำทวนตรงเข้ามาตังเผ็ง เตียเช็งก็ขับม้ารำอาวุธเข้ารบกันได้ห้าสิบเพลง ตังเผ็งก็เอาทวนแทงถูกคอก๊กเตียนตกม้าตาย เตียเช็งก็เอาก้อนศิลาวิเศษขว้างถูกแสกหน้าก๊กโป๊ตกม้าลงสิ้นชีวิต กวนเส็ง ลิมชองก็ขับทหารไล่ฆ่าฟันทหารฮวนตายลงประมาณสามหมื่น ที่เหลือตายก็พากันหนีกลับไปเมืองไต้เหลียวบ้าง หนีเข้าไปในเมืองทันจิวบ้าง ทหารเมืองตังเกียได้เครื่องศัสตราวุธเป็นอันมาก นายทหารทั้งสี่ก็พาทหารกลับมาเมืองไลกุ้ยนำเอาศีรษะก๊กเตียน ก๊กโป๊กับสิ่งของเครื่องศัสตราวุธเข้าไปให้ซ้องกั๋ง แล้วแจ้งความตามที่ได้ชัยชนะแก่ทหารฮวนให้ทราบทุกประการ ซ้องกั๋งได้แจ้งมีความยินดีจดบัญชีไว้ตามความชอบ จึงปรึกษาโงวหยงว่ากองทัพเมืองไต้เหลียวยกมาช่วยเมืองทันจิวนั้นเราก็ตีแตกไปแล้วถึงจะให้ทหารมาช่วยเมืองทันจิวอีก ก็เห็นจะไม่ทันท่วงที เราคิดจะยกทหารเข้าตีเมืองทันจิวให้แตกเสียก่อนท่านจะเห็นประการใด

โงวหยงตอบว่า การซึ่งท่านคิดคราวนี้เห็นจะสมความปรารถนาด้วยกองทัพเรือของเราเตรียมไว้พร้อมแล้วจงยกทหารรีบไปเถิด ซ้องกั๋งจึงให้กวนเส็ง ลิมชอง คุมทหารห้าหมื่นยกไปล้อมเมืองทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ให้ลีขุย ฮวนสุย เปาหยก ลีกุน หังชองคุมทหารโล่และดาบไปคอยอยู่ปากช่องลำคลองริมน้ำ ซ้องกั๋งกับโงวหยงก็ยกทหารเข้าล้อมทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ กำหนดให้นายทหารนายกองคอยฟังเสียงประทัดสัญญาเป็นสำคัญ แม่ทัพและนายกองก็เตรียมการเข้าล้อมเมืองไว้ทั้งสามด้าน

ฝ่ายทหารฮวนที่มาในกองทัพก๊กเตียน ก๊กโป๊ แตกหนีเข้าไปอยู่ในเมืองทันจิวก็แจ้งความแก่ท่องเซียนซีหนึงให้ทราบ ท่องเซียนซีหนึงได้ฟังมีความวิตกเป็นอันมาก พอทหารไปสืบข่าวเข้ามาบอกว่าซ้องกั๋งยกทหารเข้าล้อมเมืองไว้แน่นหนา และในลำน้ำหน้าเมืองนั้นมืเรือจอดอยู่ประมาณเจ็ดร้อยลำจะเป็นเรือรบหรือเรือเสบียงยังไม่แจ้ง ท่องเซียนซีหนึงได้ฟังนึกสงสัยจึงขึ้นไปดูบนหอรบเห็นกองทัพยกเข้าล้อมเมืองแต่สามด้าน ในลำน้ำนั้นมืเรือจอดอยู่สมกับคำทหารบอกจึงคิดว่าเรือชนิดนี้ เป็นเรือบรรทุกเสบียงมิใช่เรือรบด้วยทหารในลำเรือนั้นน้อย ชะรอยจะเป็นเรือลำเลียงของพวกซ้องกั๋งบรรทุกเสบียงมาส่งหลงทางเป็นแน่

พอแลเห็นชายผู้หนึ่ง ยืนอยู่ริมฝั่งชี้มือบอกพวกในเรือสมกับความที่คิดจึงรีบลงมาจากหอรบสั่งให้ชอเม่งเง็ก เชาเม่งกี่คุมทหารเรือนายละพันให้กายี่ยุ่ยคังคุมทหารเดินเท้าพันหนึ่งยกไปตีตัดเสบียงให้ได้ นายทหารทั้งสามคำนับลามาเตรียมทหารบรรจุเรือพร้อมแล้ว ครั้นเวลายามเศษก็ถอยเรือออกทางลำคลองตรงไปที่กองทัพเรือลี้จุนทับนายทหารก็ระดมจุดประทัดสัญญาเสียงดังสนั่น เลงจิ้นก็จุดประทัดรับต่อ ๆ กันไป ทหารที่ล้อมเมืองทั้งสามด้านก็เตรียมตัวที่จะปีนปล้นเมืองไว้พร้อม ชอเม่งเง็ก เชาเม่งกี่ก็ให้ทหารแจวเรือตรงเข้าไปโจมตีตัดกลางทัพ ลี้จุน อวนเซียวยี อวนเซียวเหงา อวนเซียวชิด ทองอุย ทองเม้ง เตียหวย เตียสุน เม่งคง เฮงเต็งลักก็เรียกทหารขึ้นมาพร้อมกันให้ระดมยิงเกาทัณฑ์เป็นสามารถ ชอเม่งเง็ก เชาเม่งกี่ไม่อาจตีตัดเข้าไปได้และให้ทหารทวนเรือถอยหลังออกมาพ้นลูกเกาทัณฑ์ นายทหารซ้องกั๋งทั้งสิบนายก็ให้เร่งแจวเรือรุกไล่และยิงเกาทัณฑ์มาเป็นอันมาก ชอเม่งเง็ก เชาเม่งกี่ก็สั่งให้ทหารยิงเกาทัณฑ์กราดไว้ แต่ทหารเกาทัณฑ์พวกฮวนนั้นน้อยกว่าพวกซ้องกั๋งมาก ทหารซ้องกั๋งแจวเรือรุกไล่กระชั้นเข้ามาจนถึงปากช่องลำคลอง ลีขุย ฮวนสุย เปาหยก ลีกุน หังชองคุมทหารคอยอยู่ที่ปากช่องก็พาทหารโล่ดาบออกมาจะรบสกัดทัพเรือไว้ไม่ให้กองทัพลีขุยตีกระหนาบทหารกองทัพเรือ ลีขุยกับนายทหารสี่คนก็ขับทหารเข้ารบฆ่าฟันพวกฮวนตายลงประมาณเจ็ดร้อยคน พอกายี่ยุ่ยคงเห็นจะเสียทีจึงพาทหารหนีลัดทางไปเข้าเมือง

ฝ่ายลี้จุนกองทัพเรือ ให้ทหารเอาเกาทัณฑ์ระดมยิงกองทัพเรือพวกฮวนเป็นสามารถ ลูกเกาทัณฑ์ถูกทหารฮวนตายหลายคน จนทหารที่แจวเรือนั้นไม่อาจยืนประจำแจวอยู่ได้ ทหารลี้จุนก็แจวเรือเข้าเกยเรือพวกฮวนชวนกันกระโดดขึ้นบนเรือ ได้เอาอาวุธสั้นฆ่าฟันทหารฮวนตายลงเป็นอันมาก ชอเม่งเง็ก เชาเม่งกี่เห็นจะเสียที จึงให้ทหารรีบแจวเรือหนีเข้าไปในลำคลองจะเข้าเมือง ทหารที่รักษาประตูคลองก็เปิดประตูให้เข้าไปปิดไม่ทัน พอกองทัพลีขุยตามเข้าไปได้ไล่ฆ่าฟันทหารที่รักษาประตูล้มตายลงมาก ทหารกองทัพเรือซ้องกั๋งก็แจวเรือตามเข้าไปในลำคลองได้ ชอเม่งเง็กเชาเม่งกี่ก็พาทหารหันหน้าเข้ารบกับกองทัพเรืออีก ลีขุยพาทหารหลีกขึ้นไปบนเชิงเทินไล่ฆ่าฟันทหารซึ่งรักษาหน้าที่แตกไป ลี้จุน อวนเซียวยี อวนเซียวเหงา อวนเซียวชิด ทองอุย ทองเม็ง เตียหวย เตียสุน เม่งคง เฮงเต็งลัก ก็ช่วยกันรบฆ่าฟันทหารชอเม่งเง็ก เชาเม่งกี่ตายทั้งสิ้น ชอเม่งเง็ก เชาเม่งกี่ก็พากันหนีขึ้นบกไป ทหารกองทัพซ้องกั๋งพากันขึ้นบกเที่ยวไล่ฆ่าฟันผู้คนในเมืองเป็นอลหม่าน เอาเพลิงจุดบ้านเรือนราษฎรขึ้นหลายแห่ง แสงเพลิงสว่างเหมือนกลางกัน ลี้จุนก็พาทหารเข้าบรรจบกับกองทัพลีขุยไล่ฆ่าฟันทหารรักษาหน้าที่แตกไปหลายกอง แล้วเปิดประตูเมืองรับกองทัพซ้องกั๋งที่ล้อมอยู่เข้าเมืองได้พร้อมกัน ไล่ฆ่าฟันทหารฮวนตายเป็นอันมาก ท่องเซียนซีหนึงเห็นทหารซ้องกั๋งเข้าเมืองได้ก็มีความเสียใจมิได้คิดจะต่อสู้ ท่องเซียนซีหนึงกับชอเม่งเง็ก เชาเม่งกี่ กายี่ยุ่ยคังก็ทิ้งเมืองและครอบครัวเสีย พาทหารเลวประมาณพันเศษหนีออกจากเมืองทางด้านตะวันตก ไปได้ประมาณสามลี้พบลิมชอง กวนเส็งคุมทหารสกัดทางไว้ ท่องเซียนซีหนึง ชอเม่งเง็ก เชาเม่งกี่ กายี่ยุ่ยคังขับม้าหนีไปทางหนึ่ง ลิมชอง กวนเส็งก็ขับม้าไล่ตามฆ่าฟันทหารเลวตายลงเป็นอันมาก แต่ท่องเซียนซีหนึงและนายทหารฮวนทั้งสามหนีไปได้ จึงกลับมายังเมืองทันจิวแจ้งความตามที่ได้รบนั้นให้ซ้องกั๋งทราบทุกประการ

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ