๙๒

ฝ่ายจอกบุนเก็งผู้รักษาเนินกิมโอวเนี้ย มีทหารเอกอยู่หกนายชื่อง่วนตงเหลียง แชเซ็ง เชาหง อึงหุน ชองเอี๋ยน ลิวเจ็กกับไพร่พลสามหมื่น เวลากันนั้นจอกบุนเก็งออกว่าราชการพร้อมด้วยนายทหาร ม้าใช้เข้าไปแจ้งว่ากองทัพซ้องกั๋งยกมาใกล้จะถึงเนินกิมโอวเนี้ยอยู่แล้ว จอกบุนเก็งได้ฟังก็โกรธจึงว่าพวกเหล่านี้จะมาหาที่ตายหรือ แล้วเตรียมการจะออกสู้รบ พอฮวงเก็งกับทหารและไพร่พลหนีออกจากด่านเง็กมึงกวนมาถึงเนินกิมโอวเนี้ยแจ้งว่าจอกบุนเก็งจะยกออกสู้รบ ก็เข้าไปแจ้งความซึ่งเสียด่านทั้งสองให้ฟัง แล้วว่าซ้องกั๋งยกกองทัพมาครั้งนี้เข้มแข็งนักยากที่จะสู้รบ ข้าพเจ้าเห็นว่าตั้งมั่นรักษาหน้าที่เชิงเทินไว้ให้แน่นหนาอย่ายกออกต่อสู้ด้วยกองทัพซ้องกั๋งยกมาทางไกล ถ้าช้าไปเสบียงอาหารเบาบางก็ต้องยกกลับเอง ถ้าแม้นได้ท่วงทีจึงยกกองทัพตามไปตีเอาคงจะได้ชัยชนะ ด่านทั้งสองก็จะกลับคืนมาตามเดิม

จอกบุนเก็งได้ฟังก็ไม่เชื่อ จัดทหารกับไพร่พลหมื่นห้าพันพร้อมยกออกจากเนินมาถึงหน้าค่ายกองทัพซ้องกั๋งก็แยกพลเป็นปีกซ้ายขวาร้องท้าทายให้ออกรบ โลวจุนหงียืนดูอยู่หน้าค่ายได้ยินจึงถามนายทหารว่าผู้ใดจะอาสาจับพวกโจรได้ ตังเผ็งรับอาสาขับม้าออกไป จอกบุนเก็งก็ให้อึงหุนออกรบกับตังเผ็งได้สามสิบเพลง ตังเผ็งเอาทวนแทงถูกบ่าซ้ายอึงหุนเจ็บปวดก็หนีกลับ ซองเอี๋ยนเห็นก็โกรธขับม้าตรงมาจะเขารบกับตังเผ็ง ฮั่นทอก็ออกสกัดรบกันได้สิบเพลง ฮั่นทอแกล้งชักม้าหนี ซองเอียนไม่รู้ทีก็ขับม้าไล่ไปโดยเร็ว ฮั่นทอได้ทีก็ชักม้ากลับ ซองเอียนชักม้าหยุดไม่ทัน ฮั่นทอเอาง้าวฟันถูกซองเอียนตกม้าตาย จอกบุนเก็งเห็นทหารเสียทีก็โกรธ ขับม้าออกมาจะเอาขวานฟัน เจียะเก็งตรงออกรบกับจอกบุนเก็งได้หลายเพลง เจียะเก็งสู้ฝีมือจอกบุนเก็งไม่ได้ก็ขับม้าหนี เบ๊หลินขับม้าตรงเข้ารบสกัดจอกบุนเก็งไว้ เจียะเก็งชักม้ากลับเข้าช่วยเบ๊หลินรบ จอกบุนเก็งต้านทานทหารสองนายมิได้ก็ครั่นคร้าม เผ็งกีเห็นนายทหารทั้งสองสู้ฝีมือจอกบุนเก็งไม่ได้ก็ขับม้าจะเข้าช่วย ลิวเจ็กทหารโจรถือขวานสองมือตรงมาสกัดเผ็งกีไว้ ตังเผ็งก็ขับม้าเข้าช่วย กองทัพทั้งสองสู้รบอยู่เป็นสามารถ

ฝ่ายซ้องกั๋ง โงวหยง ครั้นโลวจุนหงีรับอาสายกไปแล้วไม่วางใจจึงจัดให้อูเอียนเจียก เตียเช็ง ซือจิน ลิเอง ซึงลิบ โตวเซียนหกนายคุมทหารยกตามไปช่วย ครั้นถึงค่ายเห็นสู้รบกันอยู่กำลังชุลมุน เตียเช็งก็ตรงไปเอาก้อนศิลาขว้างถูกหน้าจอกบุนเก็งผู้รักษาเนินตกม้าตาย พวกทหารเห็นนายเสียทีก็ไม่เป็นอันรบ เผ็งกีเอาทวนแทงถูกลิวเจ็กตกม้าตาย ไพร่พลพวกโจรก็ระส่ำระสายพากันล่าถอย โลวจุนหงีเห็นได้ทีก็คุมทหารรุกไล่ฆ่าฟันไปจนถึงเนินกิมโอวเนี้ย ง่วนตงเหลียงนายทหารโจรเห็นกองทัพซ้องกั๋งไล่มาถึงหน้าเนินก็ขับม้าออกรบกับโลวจุนหงีได้หลายเพลง โลวจุนหงีเอาทวนแทงถูกง่วนตงเหลียงตกม้าตาย แชเช็ง เชาหงทหารโจรทั้งสองก็ตรงเข้ารบโลวจุนหงีแต่ผู้เดียว โลวจุนหงีมิได้ครั่นคร้าม ฮวงเก็ง เส็งปุน ซูไต้เฮง เห็นโลวจุนหงีฝีมือเข้มแข็งก็ตรงเข้าช่วยรบล้อมไว้ทั้งห้านาย โลวจุนหงีสู้รบว่องไวเอาทวนแทงถูกแชเช็งตกม้าตาย ทหารโจรสี่นายก็รวนเร โลวจุนหงีโถมเข้าจับเชาหงได้ส่งให้ทหาร ฮวงเก็ง ซูไต้เฮง เส็งปุนตกใจกลัวยิ่งนักหนีไปข้างทิศเหนือ ไพร่พลพวกโจรก็แตกหนีกระจัดกระจาย อึงหุนนั้นตายในที่รบ โลวจุนหงีก็ยกกองทัพขึ้นไปตั้งมั่นอยู่บนเนินกิมโอวเนี้ย ทหารก็เอาตัวเชาหงมาส่ง โลวจุนหงีสั่งให้แก้มัดออกแล้ว เชาหงก็คุกเข่าคำนับพูดว่าท่านไม่ฆ่าเสียนั้นพระคุณเป็นที่ยิ่ง แต่ทางซึ่งจะไปถึงเนินโซวหลิมเนี้ยข้าพเจ้าจะนำท่านยกกองทัพไปตีให้จงได้ ถ้ายกต่อไปข้างหน้าชื่อว่า เนินแปะโฮวเนี้ย ผู้รักษาเนินชื่อโอวหลีติดอาน มีทหารหลายนายฝีมือเข้มแข็งนัก กับไพร่พลสิบหมื่นตั้งมั่นรักษาเนินอยู่ ซึ่งจะข้ามไปนั้นยากนัก โลวจุนหงีได้ฟังก็ใช้ให้ทหารไปแจ้งความกับซ้องกั๋งแม่ทัพใหญ่ตามซึ่งตีได้เนินกิมโอวเนี้ย เชาหงยอมสามิภักดิ์รับนำทางไปให้ทราบทุกประการ ซ้องกั๋งแจ้งความจึงตั้งให้เชาหงเป็นนายทหารนำทางไปฮ่อปักข้างทิศเหนือ แล้วให้เตียเช็ง เต็งติดชุน ตังเผ็ง เก็งอ๋อง ทหารม้าสี่นายกับทหารสามพันให้เชาหงเดินล่วงหน้าไปก่อนประมาณทางได้ร้อยลี้ จึงตั้งค่ายรอคอยกองทัพโลวจุนหงี ครั้นเชาหงกับทหารสี่นายเดินทางไปได้ร้อยลี้ก็รอคอยกองทัพอยู่ โลวจุนหงีตั้งแต่ได้แจ้งคำสั่งซ้องกั๋งแล้วก็ยกกองทัพออกจากเนินกิมโอวเนี้ยไปทันจึงตั้งค่ายมั่นลงไว้

ฝ่ายเส็งปุนชาวเมืองปักเกีย เดิมเป็นขุนนางตำแหน่งที่หัดนายทหาร กอกิวซึ่งเป็นขุนนางผู้ใหญ่คิดหาความผิดใส่จะทำโทษ เส็งปุนรู้ตัวคิดจะหนีไปเข้าสามิภักดิ์อยู่เขาเนียซัวเปาะก็ไม่มีผู้ใดชักนำ จึงได้หนีไปข้างฮ่อปักทิศเหนือ เข้าสามิภักดิ์อยู่กับซันโฮ้วนายโจรสืบมา ครั้นเส็งปุนแจ้งว่าเชาหงเข้าสามิภักดิ์อยู่กับพวกพ้องแผ่นดินซ้อง บัดนี้รับอาสานำกองทัพโลวจุนหงีมาตั้งค่ายพักทหารอยู่ตามทาง จำเราจะไปอ่อนน้อมยอมอยู่กับซ้องกั๋ง ภายหน้าคงได้แก้แค้นกอไทอวยเป็นแน่

คิดแล้วก็เตรียมไพร่พลของตัวห้าร้อยตรงมายังค่ายโลวจุนหงีในเวลากลางคืน บอกนายประตูว่าเรานี้ชาวเมืองปักเกียชื่อเส็งปุน คุมไพร่พลมาสามิภักดิ์กับท่านแม่ทัพรอง นายประตูก็เข้าไปแจ้งให้โลวจุนหงีได้ทราบ โลวจุนหงีจึงให้นำเส็งปุนเข้าไป เส็งปุนคำนับแล้วพูดว่า เดิมข้าพเจ้าเป็นทหารของเนียตงซีท่านจำไม่ได้หรือ โลวจุนหงีถามว่าเหตุใดท่านจึงได้มาอยู่ที่นี่ เส็งปุนก็แห้งความแต่หนหลังให้ฟังทุกประการ แล้วว่าบัดนี้ข้าพเจ้ากับไพร่พลยอมสามิภักดิ์อยู่ด้วยท่าน โลวจุนหงีได้ฟังก็ยินดี บอกข้อความซึ่งเส็งปุนกับไพร่พลมาอ่อนน้อมไปให้ซ้องกั๋งแม่ทัพใหญ่แจ้ง แล้วโลวจุนหงีจึงปรึกษากับเส็งปุนว่า เราจะคิดอ่านสู้รบกับพวกโจรประการใด เส็งปุนว่าซึ่งเนินโซวหลิมเนี้ยข้างทิศตะวันตกนั้นมีภูเขาหนึ่งชื่อห้วยหงันซัวสูงใหญ่ นกบินข้ามก็ไม่พ้น มีโจรพวกหนึ่งประมาณหมื่นเศษตั้งซ่องสุมอยู่ที่นั่นตามลำพัง นายโจรใหญ่ชาวเมืองโพวตังชื่อถังเปียน นายโจรที่สองชื่อบุนตงหยง นายโจรที่สามชื่อซุยกิม นายโจรที่สี่ชื่อมิเกียง ฝีมือเข้มแข็งนัก แม้นได้คนทั้งสี่มาเป็นพวกพ้องแล้ว ศึกข้างฮ่อปักทิศเหนือก็คงสมความปรารถนา โลวจุนหงีว่าท่านจะอาสาไปเกลี้ยกล่อมนายโจรทั้งสี่ให้มาสามิภักดิ์แต่โดยดีจะได้หรือไม่ เส็งปุนตอบว่า เดิมทีข้าพเจ้าได้สู้รบกับนายโจรทั้งสี่ ถ้าเกลี้ยกล่อมแต่โดยดีที่ไหนจะมา โลวจุนหงีได้ฟังก็ตรึกตรองหาอุบายอยู่

ฝ่ายซ้องกั๋งแจ้งว่าโลวจุนหงียกกองทัพออกจากเนินกิมโอวเนี้ยไปแล้ว จึงสั่งให้นายทหารอยู่รักษาด่านทั้งสองตำบลไว้กวดขัน ตัวซ้องกั๋งก็ยกกองทัพออกจากเง็กมึงกวน รอนแรมไปตามระยะทางพบกองทัพโลวจุนหงีก็ให้ตั้งค่ายมั่นลง โลวจุนหงีกับทหารเหล่านั้นแจ้งความก็ออกมารับ เชิญซ้องกั๋งกับพวกพ้องเข้าไปในค่าย เส็งปุนจึงเข้าไปคำนับซ้องกั๋งเล่าความเดิมและยอมสามิภักดิ์ให้ฟังทุกประการ ซ้องกั๋งก็มีความยินดี โลวจุนหงีบอกแก่ซ้องกั๋งว่าเส็งปุนแจ้งความว่า นายโจรทั้งสี่อยู่ ณ เขาห้วยหงันซัวฝีมือเข้มแข็ง คิดอ่านอย่างไรจึงจะได้คนทั้งสี่มา โงวหยงตอบว่า ท่านอย่าวิตกคงจะคิดเกลี้ยกล่อมเอาให้จงได้ พูดแล้วก็จัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยงกันเป็นที่รื่นเริง

ฝ่ายฮวงเก็งกับไพร่พลหนีมาถึงตำบลปวยหูแจ้ก็แจ้งความซึ่งเสียด่านและเนินให้ง่วนตงเหลียงฟังทุกประการ ง่วนตงเหลียงได้ฟังฮวงเก็งมาบอกก็โกรธ จัดให้ ฮวงเก็ง ซูไต้เฮง เฮ๊กเหลียนกับเฮียะเอง กิวฉวนมุ่ยและทหารปีกซ้ายขวา คุมไพร่พลสองหมื่นออกจากตำบลมาใกล้จะถึงเนินกิมโอวเนี้ย เห็นกองทัพซ้องกั๋งตั้งค่ายมั่นอยู่ก็จัดเป็นขบวนร้องท้าทายให้ออกรบ ซ้องกั๋งจึงถามนายทหารว่าผู้ใดจะอาสาออกรบบ้าง ซือเหล็งเข้าไปคำนับรับว่า ข้าพเจ้าจะไปจับพวกโจรเอง เส็งปุนบอกกับซือเหล็งว่าท่านจะยกไปรบกับเฮียะเอ็งและกิวฉวนมุ่ยทหารโจรทั้งสองนั้นต้องระวังตัวอย่าได้ประมาท ซือเหล็งรับคำคุมทหารออกจากค่ายไป ซ้องกั๋งได้ฟังเส็งปุนสั่งความก็ไม่วางใจ จึงจัดให้เตียเช็ง ชาจิน ทึงหลงยกไปช่วย นายทหารทั้งสามคุมทหารออกจากค่ายตามซือเหล็งไป ซือเหล็งเห็นซูไต้เฮงยืนม้าอยู่ก็เข้ารบได้ยี่สิบเพลงยังไม่แพ้ชนะกัน เตียเช็งตรงไปเอาก้อนศิลาขว้างถูกศีรษะซูไต้เองเจ็บปวดก็ขับม้าหนี กิวฉวนมุ่ยเห็นก็โกรธถือกระบองเหล็กตรงเข้ารบกับซือเหล็งได้หกสิบเพลง ซือเหล็งทานกำลังไม่ได้ก็ชักม้าหนี กิวฉวนมุ่ยก็ขับม้าไล่ตามกระชั้นมา เตียเช็งเอาก้อนศิลาขว้างถูกกิวฉวนมุ่ยตกม้าลง ซือเหล็งเห็นก็หันม้ากลับเอาทวนขอเกี่ยวจับตัวกิวฉวนมุ่ยได้ มอบให้ทหารคุมตัวไปค่าย ง่วนตงเหลียงกับทหารและไพร่พลเห็นดังนั้นก็ครั่นคร้ามนัก นายทหารของซ้องกั๋งได้ทีก็คุมทหารรุกรบ ง่วนตงเหลียงกับทหารเห็นจะสู้ไม่ได้ก็ขับม้าหนี ทึงหลงขับทหารไล่ตามประมาณทางได้ยี่สิบลี้เห็นกองทัพโจรหนีไปห่างก็พาทหารกลับ

ฝ่ายโงวหยงครั้นซ้องกั๋งจัดให้นายทหารยกไปช่วยซือเหล็งแล้วก็จัดให้ลีขุย ลีกุน ลูตีซิม บู๊สงคุมทหารห้าร้อยลอบไปตีหลังค่ายพวกโจร นายทหารทั้งสี่พาทหารอ้อมทางไปถึงหลังค่ายก็เข้าไล่ฆ่าฟันไพร่พลพวกโจรล้มตายลงมาก

ขณะนั้นง่วนตงเหลียงกับทหารและไพร่พลล่าถอยกลับมา ได้ยินเสียงอื้ออึงก็ตกใจพากันขับม้าตรงไป เฮียะเอ็งเข้ารบกับลูตีซิมได้สิบเพลง ลีขุยคุมทหารไล่รุกกระชั้นเข้าใกล้เอาขวานฟันถูกม้าที่เฮียะเอ็งขี่ล้มลง ลูตีซิมตรงมาจะจับเฮียะเอ็ง ฮวงเก็งตรงเข้ารบสกัดลูตีซิมไว้ เฮียะเอ็งหนีเข้าขบวนได้ขึ้นม้าถืออาวุธกลับมา ลูตีซิมรบอยู่กับฮวงเก็ง เอาไม้เท้าเหล็กตีถูกฮวงเก็งเจ็บปวดก็ขับม้าหนี ซือเหล็ง ทึงหลงแจ้งว่ากองทัพพวกของตัวยกเข้าหักหลังค่าย ง่วนตงเหลียงเข้ารบกับทึงหลงได้สิบเพลง ทึงหลงทานกำลังง่วนตงเหลียงไม่ได้ ชาจินขับม้าเข้าช่วยทึงหลงรบ เตียเช็ง ซือเหล็งก็ยกเข้าประดังตีฆ่าไพร่พลง่วนตงเหลียงตายเป็นอันมาก ลีขุยกับบู๊สงฆ่าเฮียะเอ็งตาย ทึงหลงเอากระบองตีถูกง่วนตงเหลียงตกม้า ซือเหล็งตรงมาเอาทวนขอเกี่ยวจับง่วนตงเหลียงได้ ซูไต้เฮง เฮ็กเหลียนหยิน ฮวงเก็งเห็นดังนั้นก็พาไพร่พลสองพันหนีไป ทหารซ้องกั๋งกลับมาค่าย เอาตัวง่วนตงเหลียงกับกิวฉวนมุ่ยคุมมา ซ้องกั๋งเห็นตรงเข้าแก้มัดแล้วพูดกับง่วนตงเหลียงว่า บัดนี้พวกทหารจับท่านมา ข้าพเจ้าไม่ฆ่าอย่าถือโทษเลย เชิญท่านสามิภักดิ์กับพระเจ้าซ้องทำราชการสืบไปภายหน้าก็จะมีความสุขด้วยกัน ง่วนตงเหลียงได้ฟังจึงตอบว่า ข้าพเจ้าเชื้อชาติตงฉิน เจ้านายมีเหมือนกันได้รับเบี้ยหวัดเงินเดือนอยู่ ที่จะคิดเป็นข้าสองเจ้านั้นไม่ควร ข้าพเจ้าอยากตายเสียดีกว่าจงฆ่าเสียเถิด โงวหยงได้ฟังจึงตอบว่า ท่านพูดไม่ถูก เดิมพวกข้าพเจ้าก็อยู่เขาและป่า พระเจ้าซ้องฮุยจงฮ่องเต้มีหนังสือรับสั่งไปเกลี้ยกล่อมจึงได้ยอมสามิภักดิ์เข้าทำราชการ ข้าพเจ้าชักนำท่านให้อ่อนน้อมก็เหมือนสามิภักดิ์กับพระเจ้าแผ่นดินซ้อง ไม่ควรจะถือทิฐิมานะ ง่วนตงเหลียงตอบว่าท่านพูดผิดไป ข้าพเจ้านี้ชายชาติทหารถึงจะเป็นโจรก็ยอมตายไม่ขออยู่กันผู้อื่น ซ้องกั๋งเห็นง่วนตงเหลียงกับทหารไม่ยอมสามิภักดิ์ก็จัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยงง่วนตงเหลียง ๆ จึงว่า ข้าพเจ้าเป็นคนโทษโปรดไม่ฆ่าเสียกลับเลี้ยงอีกนั้นคุณท่านมีเป็นอันมาก ที่เมืองงุ่ยจิวมีวัดอยู่แห่งหนึ่งชื่อเทียนเฮงตึง ข้าพเจ้าจะลาท่านไปบวชเป็นหลวงจีนถือศีลตามเพศเซียนและไม่เป็นธุระการงานทั้งหลายกว่าชีวิตจะตาย แต่กิวฉวนมุ่ยนั้นเจ้าจะคิดประการใด กิวฉวนมุ่ยว่าข้าพเจ้าก็จะไปเป็นเพื่อนท่านด้วย ซ้องกั๋งกับพวกพ้องได้ฟังก็พากันถอนใจใหญ่ไม่รู้ที่จะห้ามปราม จึงจัดเอาเงินห้าสิบตำลึงให้กับง่วนตงเหลียง ๆ ก็ไม่รับ โงวหยงจึงว่าถ้าท่านจะสละละการงานทั้งปวงไปสู่ที่สว่างแล้วต้องรับเงินนี้ จะได้ไปจ่ายธูปเทียนตามธรรมเนียมบวชสืบไปภายหน้า พวกข้าพเจ้าจึงจะไปเยี่ยมเยือนบ้าง ง่วนตงเหลียงได้ฟังก็ต้องรับเงินไว้ ชวนกิวฉวนมุ่ยนายทหารคำนับลาซ้องกั๋งกับพวกเหล่านั้นตรงมาขึ้นม้าออกจากค่ายไป ง่วนตงเหลียงจึงพูดว่า เราจะไปบวชตัวเจ้าจะคิดประการใด กิวฉวนมุ่ยว่าข้าพเจ้าก็อยากจะไปกับท่าน แต่มารดาชรามากนักไม่มีผู้ใดปฏิบัติ ซึ่งเมืองงุ่ยจิวนั้นไม่สู้ไกลกันประมาณทางร้อยห้าสิบลี้ไม่แจ้งว่าท่านจะยอมให้ข้าพเจ้าไปหรือประการใด ง่วนตงเหลียงว่าเจ้าจะไปหาเลี้ยงมารดาเราก็ไม่ขัด ตัวเราจะไปรับบิดาพากันไปบวชที่วัดเทียนเฮงตึง พูดแล้วต่างคนก็ร้องไห้คำนับลากันแยกทางไป

ฝ่ายซ้องกั๋งตีได้ตำบลปวยฮูแจ้แล้วตั้งค่ายมั่นอยู่ก็มีความวิตกถึงกวนเส็งกับทหารที่ไปรักษาเรือรบอยู่ ณ เมืองเล่งจิวช้านานไม่ได้ข่าว จึงใช้ให้ไตจงรีบไปฟังดู ไตจงออกจากค่ายตรงไปถึงเมืองเล่งจิว กวนเส็งแจ้งความก็ออกมารับเข้าไปในค่ายแล้วถามถึงการรบข้าศึกเป็นอย่างไรบ้าง ไตจงบอกว่าซ้องกั๋งยกกองทัพไปมีชัยชนะฆ่าทหารโจรล้มตายเป็นอันมาก มีทหารผู้หนึ่งยอมสามิภักดิ์เดิมอยู่เมืองปักเกีย เป็นทหารของเนียตงซีผู้รักษาเมืองชื่อเส็งปุน แจ้งว่ามีโจรพวกหนึ่งตั้งซ่องสุมอยู่ ณ เขาฮวยหงันซัว นายโจรทั้งสี่ฝีมือเข้มแข็งมีไพร่พลหมื่นเศษมิได้ขึ้นกับผู้ใด แม้นเกลี้ยกล่อมนายโจรมาได้ข้าศึกข้างฮ่อปักทิศเหนือก็เหมือนอยู่ในเงื้อมมือเรา

กวนเส็งถามว่า นายโจรทั้งสี่ชื่อใด ไตจงบอกว่านายโจรที่หนึ่งชื่อถังเปียนเรียกว่าปวดซัวลัดลือ แปลว่าอาจถอนภูเขาขึ้น นายโจรที่สองชื่อบุนตงหยงเรียกว่ากำซัวลัดลือ แปลว่าอาจทำลายภูเขาให้ได้ราบคาบ นายโจรที่สามชื่อซุยกิมเรียกว่าอิซัวลัดสือ แปลว่าอาจยกภูเขาไปมาได้ นายโจรที่สี่ชื่อมิเกียงเรียกว่าปิซัวลัดสือ แปลว่าอาจผ่าภูเขาเป็นสองซีก กวนเส็งจึงว่า ถังเปียนนายโจรนั้นอยู่เมืองพูตังชอบพอรักใคร่กันกับเรา ครั้นสืบมาภายหลังถังเปียนทำเกิดความขึ้นแล้วฆ่าผู้รักษาเมืองเสียหนีมา เราจะไปพูดจาเกลี้ยกล่อมนายโจรก็คงได้ แต่ยังไม่มีคำสั่งแม่ทัพ ไตจงว่าการนี้ก็ฉลองพระเดชพระคุณเจ้านายไม่เป็นไรดอก เชิญไปหาซ้องกั๋งด้วยกันเถิด กวนเส็งได้ฟังก็เห็นชอบจึงมอบให้จูบู๊กับลิมชองอยู่รักษาค่าย แล้วกวนเส็งกับไตจงก็ออกจากเมืองเล่งจิวเดินทางไปหลายวันจนถึงค่ายใกล้ตำบลปวยฮูแจ้

ขณะนั้นซ้องกั๋งนั่งปรึกษาการงานอยู่กับโงวหยง กวนเส็งกับไตจงจึงเข้าไปคำนับแล้วแจ้งความว่า ซึ่งไตจงเล่าให้ฟังว่านายโจรเขาฮ่วยหงันซัวเป็นมิตรรักใคร่กับน้องมาแต่เดิม จะขออาสาไปเกลี้ยกล่อมนายโจรทั้งสี่มาสามิภักดิ์ ซ้องกั๋งได้ฟังก็มีความยินดีจึงจัดให้อูเอียนเจียก ฮวยหยง เตยเช็ง ตันเทงกุ้ย งุ่ยเต็งก๊ก จูตง ลุยเหง เส็งปุน ซกเถียว ไตจง สิบนายกันทหารพันหนึ่ง กวนเส็งก็คำนับลาออกจากค่ายยกไปยังเขาส่วยหงันซัว ซ้องกั๋งจัดให้เฮงเอยโล้วกับนางโฮ้วซาเหนียคุมทหารสามพันไปตั้งมั่นรักษาเนินกิมโอวเนี้ยไว้แล้ว ซ้องกั๋งจึงจัดทหารแยกเป็นสามกอง จะยกไปเนินโซวหลิมเนี้ย ให้ฉินเหม็ง ลิเอง ชาจิน อึงซิน อาวเผ็ง เลงจิ้น แป๊ะสิน งักหัว เอียหลิม เอียสุน มกชุน รวมสิบนายคุมทหารสามพันเป็นกองหน้ายกล่วงไปก่อน จัดให้โลวจุนหงีแม่ทัพรองกับทหารยี่สิบสี่นาย คือเล่าตง ซือเหล็ง ลูตีซิม บู๊สง ฮั่นทอ เผ็งกี เต็งฮุย ซึงลิบ ตันตัด เอียชุน กิมไต้เกียน แต้เทียนซิว โตวเฮง ขงเม่ง ขงเหลียง โจวเอี๋ยน โจวยุน จูบู๊ จูกุ้ย เจียะย้ง ลี้จุน ลี้ลิบ ซิเซียน คุมทหารหมื่นหนึ่งยกเดินไปเป็นกองหนุน ซ้องกั๋งแม่ทัพใหญ่กับทหารสามสิบเจ็ดนาย คือกงซุนสิน ลือฮวง กวนเส็ง จิวทอง สิย้ง ซ้องเซ็ง เอียวจงอ๋วง ชัวฮก ชัวเค่ง เอียหยง เกยเตียน เกยโป ลีขุย เจียสิว เซียวเหยียง ปวยชวน ซือจิน อันเตาฉวน ลีกุน เบ๊หลิน เจียะเก็ง ทึงหลง หยกเปาสี เฮงเตงลัก ซึงซิน นางโกวตัวซอ นางซึงยีเหนีย ตวนเก็งจู๊คุมทหารห้าหมื่นเป็นกองหลวงยกล่วงไปก่อน

ฝ่ายฉินเหม็งกองหน้ายกตรงไปใกล้เนินโซวหลิมเนี้ย จึงตั้งค่ายมั่นคิดการสู้รบอยู่ ทหารม้าใช้สืบราชการเห็นกองทัพแผ่นดินซ้องยกมาก็รีบเอาข้อความไปแจ้งกับผู้รักษาเนินทุกประการ

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ