๓๔

ฝ่ายเอียนสุน อองเอง แต้เทียนซิวนายโจรเขาเซงฮวงซัว ตั้งแต่ซ้องกั๋งจากมาไม่ได้ข่าวคราวก็มีความวิตก จึงให้พวกโจรที่ว่างไปสืบดูที่ตำบลเซงฮวงแจว่าซ้องกั๋งจะอยู่ดีหรือประการใด พวกโจรไปสืบข่าวได้ความแล้วก็รีบมาแจ้งว่าซ้องกั๋งกับฮวยหยงนั้นถูกจับเอาตัวลงบรรทุกเกวียนไว้แน่นหนา บัดนี้อึงซิน เล่ากอกำกับทหารประมาณร้อยห้าสิบคุมเกวียนเดินทางมาแต่เวลาวานนี้จะเอาไปส่งยังเมืองเช็งจิวฮู้ นายโจรทั้งสามได้ฟังก็ปรึกษากันว่าจะทำประการใดดี จะต้องคุมไพร่พลไปซุ่มอยู่ตามทางแย่งชิงเอามาเสียก่อน ภายหลังจึงค่อยคิดต่อไป สามนายโจรก็ถืออาวุธขึ้นม้าคุมไพร่พลลงจากเขามาซุ่มอยู่ในป่าตามทาง

ฝ่ายอึงซินกับเล่ากอกำกับทหารคุมเกวียนเดินมาถึงป่าริมเขา พวกทหารเห็นคนยืนแอบมองอยู่ใต้ต้นไม้ในป่าก็พากันหยุดไม่อาจเดิน อึงซินเห็นดังนั้นก็ร้องถามทหารว่ามีสิ่งใดหรือ พวกทหารแจ้งว่ามีคนมาแอบอยู่ในป่าเป็นอันมาก อึงซินก็ให้เล่ากอระวังดูเกวียนไว้แล้วก็ขับม้าขึ้นไปสั่งทหารให้แยกเป็นปีกกาไว้คอยต้านทานพวกโจร

นายโจรทั้งสามเห็นพวกคุมเกวียนเดินมา ก็ขับไพร่พลออกสะกัดหน้าไว้ แล้วร้องตวาดว่า พวกที่จะเดินทางไปนั้นเอาเงินค่าทางมาสามพันตำลึงจึงจะให้เกวียนไป เล่ากอได้ฟังดังนั้นก็ตกใจกลัว อึงซินจึงขับม้าเข้ามาใกล้บอกว่า เงินไม่มีเจ้าจะทำไมกับเรา นายโจรทั้งสามก็ตรงเข้าสู้รบกับอึงซิน ๆ ทานฝีมือนายโจรไม่ได้ เกรงจะเสียที ขับม้าหนีทิ้งพวกเหล่านั้นเอาตัวรอดกลับไปตำบลเซงฮวงแจ พวกทหารเห็นอึงซินหนีก็พากันรวนเรไม่เป็นอันจะสู้รบ พวกโจรเข้าไล่ฆ่าฟันตะลุมบอน ทหารเล่ากอทานไม่ได้ก็พากันหนีซุกซ่อนไป พวกโจรจับตัวเล่ากอได้มัดไว้แล้วนายโจรก็สั่งให้เอาเกวียนทั้งสองมา ฮวยหยงไม่ต้องจำออกจากเกวียนได้ แต่ซ้องกั๋งต้องจำไว้แน่นหนา ฮวยหยงและนายโจรช่วยกันทำลายเกวียนฟันโซ่กุญแจขาดแก้ซ้องกั๋งออกมา แล้วนายโจรทั้งสามพาซ้องกั๋งกับฮวยหยงขึ้นไปบนเขา ซ้องกั๋งก็เล่าความให้นายโจรฟังทุกประการ ฮวยหยงมีความวิตกถึงครอบครัวญาติพี่น้องจึงพูดกับนายโจรว่า ข้าพเจ้ามีความวิตกด้วยอึงซินหนีกลับไปตำบลเซงฮวงแจจะทำอันตรายกับภรรยาและญาติพี่น้องของข้าพเจ้าดอกกระมัง เอียนสุนว่าเวลาพรุ่งนี้ข้าพเจ้าจะไปรับญาติและภรรยาของท่านมาอย่าวิตกเลย ซ้องกั๋งสั่งให้เอาตัวเล่ากอมาถามว่า เจ้ากับเราก็ไม่ได้มีสาเหตุสิ่งใดกัน เหตุใดจึงเชื่อภรรยาหญิงร้ายให้เฆี่ยนเราจนยับเยิน ฮวยหยงเห็นจึงห้ามว่า คนเช่นนี้ถามมันทำไม ก็ตรงเข้าไปเอากระบี่ฟันคอเล่ากอขาดตาย แล้วผ่าเอาหัวใจออกมาดู ซ้องกั๋งว่าถ้าได้หญิงร้ายภรรยาเล่ากอมาฆ่าอีกคนหนึ่งนั่นแหละจึงจะหายแค้น อองเองจึงว่าท่านอย่าวิตกเลย เวลาพรุ่งนี้ข้าพเจ้าจะไปเอาตัวหญิงร้ายนั้นมาฆ่าเอง พูดแล้วก็จัดโต๊ะและสุราเลี้ยงกันเป็นที่สบาย

ฝ่ายอึงซินหนีไปถึงตำบลเซงฮวงแจก็เกณฑ์ทหารรักษาประตูหน้าที่เชิงเทินไว้ แล้วเขียนหนังสือให้ม้าใช้ถือไปเมืองเช็งจิวฮู้โดยเร็ว ม้าใช้รับหนังสือรีบไปในเวลากลางคืนถึงเมืองเช็งจิวฮู้ ก็เอาหนังสือเข้าไปให้ผู้รักษาเมืองรับมาฉีกผนึกออกอ่านมีความว่า ฮวยหยงเป็นไส้ศึกพวกโจรคิดกบฏจะแย่งชิงเอาตำบลเซงฮวงแจ ผู้รักษาเมืองได้แจ้งแล้วก็ตกใจ จึงให้หาฉินเหม็งขุนนางฝ่ายทหารตำแหน่งที่ทงจี มาถึงก็ส่งหนังสืออึงซินให้ดู ฉินเหม็งว่าพวกโจรกล้าหาญนักหนาข้าพเจ้าขออาสาคุมทหารไปเอง ถ้าแม้นจับพวกโจรเหล่านี้ไม่ได้ก็ไม่ขอกลับมาให้ท่านเห็นหน้าอีกเลย ผู้รักษาเมืองว่าพวกโจรกำเริบมาก คิดจะแย่งชิงเอาตำบลเซงฮวงแจช้านักไม่ได้ ฉินเหม็งว่าข้าพเจ้าจะจัดหาทหารที่เข้มแข็งยกไปคํ่าวันนี้เห็นจะไม่เป็นไรแล้วลามาจัดทหารม้าร้อยหนึ่ง ทหารเดินเท้าสี่ร้อยเครื่องศัสตราวุธพร้อมครบมือกัน ฉินเหม็งแต่งตัวถือกระบองขึ้นม้าคุมทหารออกจากเมืองเดินมาในเวลากลางคืน ฉินเหม็งนี้รูปร่างสูงใหญ่เดิมเป็นชาวเมืองไคฮู้ฝีมือเข้มแข็งใจเร็ว คนเหล่านั้นเรียกว่าเพ็กเล็กฮวยตรงมาเขาเซงฮวงซัว

ฝ่ายคนใช้ที่นายโจรให้ไปสืบข่าว รู้ความแล้วก็กลับมาแจ้งว่าผู้รักษาเมืองเช็งจิวฮู้ให้ฉินเหม็งนายทหารใหญ่ยกกองทัพมาใกล้จะถึงเขาอยู่แล้ว นายโจรทั้งสามรู้ว่าฉินเหม็งคุมทหารมาก็ตกใจนั่งนิ่งแลดูตากัน ฮวยหยงเห็นนายโจรมีความเกรงกลัวจึงพูดว่า ท่านทั้งสามอย่าวิตกไม่เป็นไร ข้าพเจ้าจะคุมไพร่พลออกไปต้านทานไว้ แล้วจึงจะคิดอุบายสู้รบต่อภายหลัง ขอแต่ว่าข้าพเจ้าจะทำการสิ่งใดก็ให้ไพร่พลเชื่อถือกระทำตามเถิด นายโจรทั้งสามก็มอบอาญาสิทธิ์ให้ ฮวยหยงรับอาญาสิทธิ์แล้วก็คุมไพร่พลลงมาจากเขา ฮวยหยงจึงพูดว่าฉินเหม็งคนนี้มีสติปัญญาและฝีมือเข้มแข็ง เราอยากจะเกลี้ยกล่อมเอามาไว้อย่าทำอันตรายให้ถึงแก่ชีวิตเลย คิดอุบายจับเป็นมาให้ได้ ท่านทั้งปวงจงไปขุดคูไว้ที่เชิงเขาให้น้ำไหลแล้วเอากระสอบใส่ดินและกรวดทรายปิดเป็นทำนบไว้ข้างเหนืออย่าให้น้ำไหล ที่ทางช่องแคบจะขึ้นมาบนเขานั้น ให้ขุดหลุมพลางไว้เอาหญ้าและดินปิดปากหลุมเสียให้มิดอย่าให้ข้าศึกรู้ แล้วพวกเจ้าทั้งหลายจงไปซุ่มอยู่ทั้งสี่ทิศ ถ้าเห็นฉินเหม็งยกทหารมาถึงก็ตีม้าล่อเป็นทีหลอกลวง ให้ฉินเหม็งพาทหารเที่ยวไล่ตามค้น แม้นฉินเหม็งไม่พบได้ความเหน็ดเหนื่อยก็จะโกรธด้วยเป็นคนโทโสมาก เห็นได้ทีก็ให้ระดมยิงเกาทัณฑ์ออกมาทั้งสี่ทิศ ถ้าทหารฉินเหม็งหลบลูกเกาทัณฑ์ลงไปอยู่ในคูแล้ว ก็เปิดทำนบปล่อยให้น้ำไหลท่วม ทหารฉินเหม็งไม่รู้ก็คงตายทั้งสิ้น ครั้นจัดการเสร็จแล้วก็ซุ่มทหารคอยกองทัพฉินเหม็งอยู่

ฝ่ายฉินเหม็งเดินกองทัพมาถึงก็ให้ตั้งค่ายพักทหารห่างเขาทางประมาณสิบลี้ พอหายเหนื่อยเมื่อยล้าแล้วก็ตีม้าล่อเรียกทหารพร้อมออกจากค่ายจะขึ้นไปบนเขา ฮวยหยงเห็นก็คุมบริวารยกมา ฉินเหม็งก็ให้ทหารแยกเป็นปีกกากั้นสะกัดไว้ แล้วขับม้าขึ้นหน้าทหาร ฮวยหยงก็ตรงเข้าไปยกมือขึ้นคำนับ ฉินเหม็งจึงร้องตวาดฮวยหยงว่า เจ้าก็เป็นขุนนางฝ่ายทหารได้เบี้ยหวัดเงินเดือน เจ้านายใช้ให้มาดูแลว่ากล่าวอยู่ที่ตำบลเซงฮวงแจ เหตุใดจึงมาคบกับพวกโจรคิดเป็นกบฏขึ้นดังนี้ เราจะมาจับเอาตัวไป ถ้ากลัวความผิดก็ให้รับสารภาพโดยดีจึงจะพ้นภัยอันตราย ฮวยหยงได้ฟังก็หัวเราะพูดว่า เรามิได้คิดกบฏประทุษร้ายต่อแผ่นดิน แต่เห็นว่าที่ตำบลเซงฮวงแจนี้อยู่เป็นสุขมาไม่มีเหตุการณ์สิ่งใด เล่ากอคิดก่อเหตุหาความขึ้นแล้วก็ไม่ว่ากล่าวตามกฎหมายแกล้งข่มเหงกดขี่ทำให้เราได้ความเดือดร้อน พลัดพรากจากญาติพี่น้องจึงได้มาสำนักอยู่ที่เขานี้ ขอท่านจงได้ว่ากล่าวให้เห็นเท็จจริงก่อนอย่าเพิ่งวุ่นวายเลย ฉินเหม็งได้ฟังก็มิได้ว่าประการใด ขับม้าพาทหารให้ตีม้าล่อประดังกันเข้ามาใกล้ ฮวยหยงว่าเราเห็นท่านเป็นใหญ่กว่าจึงได้พูดแต่โดยดี ท่านสำคัญว่าเรากลัวฝีมือและสติปัญญาหรือ ฉินเหม็งได้ฟังก็โกรธเอากระบองตี ฮวยหยงหลบได้ก็เข้าสู้รบกันประมาณห้าสิบเพลง ฮวยหยงทำเป็นแพ้ชักม้าหนี ฉินเหม็งเป็นคนใจร้อนเร็วไม่รู้อุบายก็ขับม้าไล่ตามไป ฮวยหยงเห็นดังนั้นจึงคิดว่า ฉินเหม็งนี้หารู้จักฝีมือเราไม่จะทำให้ตกใจดูก่อน ถ้าติดตามขึ้นมาบนเขาก็คงถูกอุบายของเรา จึงเอาเกาทัณฑ์ยิงไปถูกหมวกฉินเหม็งพลัดตกลงแล้วก็ขับม้าขึ้นไปบนเขา ฉินเหม็งเห็นดังนั้นก็ตกใจไม่อาจไล่ตามไป

ขณะนั้นเวลาก็จวนเย็นพวกโจรที่ซุ่มอยู่ชายเขานั้น ครั้นเห็นฮวยหยงมาบนเขาก็ตีม้าล่อและกลองขึ้นข้างทิศตะวันออกตามฮวยหยงสั่ง ฉินเหม็งได้ยินก็สำคัญว่าพวกโจร คุมทหารไปจะสู้รบก็ไม่เห็นมีผู้คน ด้วยพวกโจรตีม้าล่อแล้วแอบซ่อนเสีย ครั้นได้ยินเสียงม้าล่อและกลองอยู่ข้างทิศนี้ ก็ขับม้าพาทหารมาให้เห็นผู้คน แต่ได้ยินดังนั้นทั้งสี่ทิศฉินเหม็งก็คุมทหารไปดูไม่เห็นผู้ใดจนเหน็ดเหนื่อยก็โกรธนัก พวกโจรที่ซุ่มอยู่ทั้งสี่ทิศก็กรูกันออกมาเอาเกาทัณฑ์ระดมยิงลงไปดังห่าฝน พวกทหารของฉินเหม็งเหลือกำลังที่จะต่อสู้รบต้านทานก็รวนเร เหลียวหาที่จะแอบแฝงหลบลูกเกาทัณฑ์ แลเห็นในคูชายเขานั้นไม่มีน้ำก็ชวนกันหนีลูกเกาทัณฑ์ลงไปซ่อนอยู่ในคู พวกโจรบนเขาที่ปิดน้ำอยู่นั้น ก็เปิดทำนบปล่อยให้น้ำไหลลงมาท่วม ทหารและม้าตายในคูเป็นอันมาก ที่หนีน้ำขึ้นมาจากคูพวกโจรจับไปได้ร้อยเจ็ดสิบคน ม้าแปดสิบม้า ฉินเหม็งเห็นดังนั้นก็โกรธ แต่ไม่รู้ที่จะทำประการใด

ขณะนั้นฮวยหยงกับซ้องกั๋งนั่งเสพสุราอยู่บนเขา ฉินเหม็งเห็นก็ร้องด่าท้าทายให้ฮวยหยงลงมาสู้รบกัน ฮวยหยงว่าเวลานี้จวนมืดค่ำแล้ว พรุ่งนี้จึงค่อยมาสู้รบกันใหม่ ฉินเหม็งก็ไม่ฟังเที่ยวหาทางจะขึ้นไปบนเขามีทางเล็กก็ขับม้าขึ้นไปถึงที่ทหารฮวยหยงขุดหลุมไว้ ม้านั้นตกหลุมถลำล้มลง ฉินเหม็งตกจากหลังม้าพวกโจรก็กรูกันเข้าจับฉินเหม็งได้มัดพาตัวขึ้นมาบนเขา ฮวยหยงก็เข้าแก้มัดฉินเหม็งออกให้นั่งเก้าอี้จัดหาเครื่องนุ่งห่มมาให้สวมใส่แล้วก็คุกเข่าคำนับ ฉินเหม็งว่าท่านจับมาได้ก็ฆ่าเสียตามอาญา เหตุใดจึงคุกเข่าคำนับเราด้วยข้อใด ฮวยหยงว่าพวกโจรเหล่านี้ไม่รู้จักจึงได้จับท่านมาอย่าถือโทษเลย ขณะนั้นนั่งอยู่พร้อมกัน ฉินเหม็งถามฮวยหยงว่า คนที่นั่งเก้าอี้ใหญ่อยู่กลางนั้นคือผู้ใด ฮวยหยงบอกว่าชื่อซ้องกั๋ง เป็นพี่ข้าพเจ้า อยู่ตำบลหุนเสียกุ้ยแขวงเมืองเจ๋จิวฮู้ ที่นั่งเคียงกันอยู่สามคนนั้น ชื่อเอียนสุน อองเอง แต้เทียนซัวเป็นนายเขาเซงฮวงซัว ฉินเหม็งได้ฟังก็ตรงไปคุกเข่าคำนับซ้องกั๋ง แล้วเห็นที่ขาเป็นรอยยับเยิน จึงถามว่าขาท่านป่วยดังนี้ด้วยเหตุสิ่งใด ซ้องกั๋งก็เล่าความตั้งแต่ต้นมาจนช่วยภรรยาเล่ากอไว้แล้วเล่ากอจับตัวไปเฆี่ยนตีจนยับเยินจึงเกิดความขึ้น ฉินเหม็งได้ฟังก็สะดุ้งใจ ข้าพเจ้าไม่ทราบเลย เชื่อฟังความข้างเดียวจึงพาทหารมาล้มตายเป็นอันมาก นี่หากว่าพบท่านบุญหนักหนาชีวิตจึงไม่ตาย แล้วว่าข้าพเจ้าจะไปบอกกับผู้รักษาเมืองเช็งจิวฮู้ให้ทราบเสียก่อน ซ้องกั๋งฮวยหยงห้ามว่า ท่านจงหยุดพักให้สบายแล้วจึงค่อยไป เอียนสุนสั่งให้จัดโต๊ะและสุราเลี้ยงกันและทหารที่จับมานั้นก็เอาสุรามาเลี้ยงอิ่มหนำบริบูรณ์ไม่ให้ไปเที่ยวข้างไหน ซ้องกั๋งกับนายโจรทั้งสามและฮวยหยงก็เชิญฉินเหม็งกินโต๊ะเสพสุราแล้วฉินเหม็งจะลากลับไป เอียนสุนนายโจรใหญ่จึงพูดว่าเมื่อท่านมามีทหารเป็นอันมาก บัดนี้จะกลับไปแต่ผู้เดียว ผู้รักษาเมืองเช็งจิวฮู้ก็จะมีความโกรธและสงสัย ท่านจงอยู่กับข้าพเจ้าที่เขานี้สืบต่อไป เงินทองหาได้ก็จะแบ่งปันกัน ซึ่งจะทำราชการด้วยความลำบากนั้นไม่ควรเลย ฉินเหม็งจึงพูดว่า ข้าพเจ้าทำราชการอยู่ในแผ่นดินซ้อง ท่านทั้งหลายจะให้อยู่นั้นไม่ได้ บุตรภรรยาครอบครัวของข้าพเจ้าก็อยู่ในเมืองเช็งจิวฮู้ ถ้าท่านไม่ให้กลับไปทำราชการก็ฆ่าเสียเถิด อย่าเอาไว้เลย ฮวยหยงเห็นฉินเหม็งไม่ยอมเข้าด้วยจึงพูดกับฉินเหม็งว่า เมื่อท่านไม่สนับสนุนอยู่ด้วยกันก็ตามใจ แต่เดี๋ยวนี้ยังเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้า อีกสามวันจึงค่อยไป พูดแล้วก็ชวนให้กินโต๊ะเสพสุราจนเวลาค่ำ ฉินเหม็งมึนเมาก็จัดห้องนอนแล้วเอียนสุนนายโจรจึงปรึกษากันว่า จะคิดประการใดดีจึงจะได้ตัวฉินเหม็งไว้ที่นี่ ซ้องกั๋งว่าเรามีอุบายอยู่อย่างหนึ่ง คิดตัดทางฉินเหม็งเสียไม่ให้กลับเข้าเมืองได้แล้วเราพูดจาเกลี้ยกล่อม ฉินเหม็งก็จะต้องยอมอยู่เอง นายโจรทั้งสามกับฮวยหยงได้ฟังก็เห็นชอบ ซ้องกั๋งจึงจัดหาโจรคนหนึ่งหน้าตาคล้ายคลึงกับฉินเหม็งมาแล้วเอาเครื่องแต่งตัวของฉินเหม็งเข้าสวมใส่ ซ้องกั๋งกระซิบบอกความลับให้ไปกับเอียนสุน อองเองคุมทหารรวมกันประมาณร้อยห้าสิบยกไปเวลากลางคืน ถึงเมืองเช็งจิวก็ตรงเข้าตีประตูกำแพงเมืองฆ่าฟันผู้คนตายเป็นอันมากแล้วเอาไฟจุดเรือนราษฎรชาวเมืองขึ้นเป็นหลายแห่ง คนทั้งปวงเห็นก็แตกตื่นกันวุ่นวาย ผู้รักษาเมืองเช็งจิวตกใจ สั่งให้ทหารปิดประตูกำแพงเมืองรักษาหน้าที่เชิงเทินไว้แน่นหนา แล้วผู้รักษาเมืองกับทหารก็ขึ้นไปดูบนกำแพง แสงไฟไหม้บ้านเรือนสว่าง เห็นฉินเหม็งคุมพวกโจรเข้าฆ่าฟันราษฎรล้มตาย สำคัญว่าฉินเหม็งคบคิดกับโจรมาตีเมืองเช็งจิวก็โกรธยิ่งนัก ร้องสั่งทหารว่าฉินเหม็งคิดกบฏพาพวกโจรมาตีเมืองจะรับเอาบุตรภรรยาครอบครัวไป เราช่วยกันระวังหน้าที่ไว้อย่าให้ฉินเหม็งกับพวกโจรตีเข้ามาได้ ทหารในเมืองก็เอาเกาทัณฑ์เครื่องศัสตราวุธยิ่งพุ่งลงไป ถูกพวกโจรทนไม่ได้ก็ชวนกันกลับเข้ามาตามคำสั่ง ผู้รักษาเมืองเช็งจิวฮู้มีความโกรธฉินเหม็งยิ่งนัก สั่งให้ทหารไปจับบุตรภรรยาญาติพี่น้องของฉินเหม็งมาฆ่าเสียในเวลากลางคืนทั้งสิ้น

ฝ่ายฉินเหม็งเมาสุรานอนหลับจนสว่าง ครั้นตื่นขึ้นจึงบอกกับซ้องกั๋งและนายโจรว่า ข้าพเจ้าจะลาท่านไปก่อน จึงขอเครื่องสำหรับตัวกับม้าของข้าพเจ้ามาเถิด ซ้องกั๋งพูดกับนายโจรว่า เชิญท่านกินโต๊ะเสพสุราเสียก่อนจึงค่อยไป ก็จัดหาสิ่งของมาเลี้ยงฉินเหม็ง แล้วเอาเครื่องสำหรับตัวกับม้ามาให้ ฉินเหม็งก็ขึ้นม้าลงจากเขาเซงฮวงซัวเดินทางไปครู่หนึ่งเห็นควันไฟพุ่งขึ้นตรงเมืองเช็งจิวฮู้ก็คิดสงสัยรีบเดินทางไปเห็นเรือนนอกเมืองไฟไหม้สิ้น ผู้คนตายเกลื่อนกลาดก็ตกใจขับม้าไปถึงประตูเมืองร้องเรียกให้ทหารทอดสะพาน

ขณะนั้นผู้รักษาเมืองอยู่บนเชิงเทิน เห็นฉินเหม็งมาก็ร้องด่าว่าอ้ายหน้าไม่อาย ยังจะมาเรียกให้เปิดประตูรับอีกหรือ เวลาคืนนี้มึงคบคิดกับพวกโจรมาตีเมืองเช็งจิว ฆ่าคนตายแล้วเอาไฟเผาบ้านเรือนเสียสิ้น ทำให้ราษฎรได้รับความเดือดร้อนนัก จะบอกเข้าไปในเมืองหลวงให้มาจับสับฟันเสียสักร้อยท่อนจึงจะหายแค้น ฉินเหม็งได้ฟังก็ตกใจจึงพูดว่า ตัวข้าพเจ้านี้พวกโจรจับไปไว้บนเขา เดชะบุญไม่ตายจึงได้กลับมา ผู้รักษาเมืองว่าเจ้าคุมทหารไปห้าร้อยถึงจะตายและโจรจับไปได้ก็คงจะเหลือกลับมาบ้าง นี่ก็ไม่มีผู้ใดมาแต่สักคนหนึ่งเราไม่เชื่อเลย เวลาคืนนี้ก็ได้เห็นแก่ตาทีเดียวพวกโจรก็จำได้ทุกคน เจ้าจะรับบุตรภรรยาครอบครัวไปหรือ เราให้ทหารฆ่าเสียสิ้นแล้ว ยังแต่ตัวเจ้าก็จะจับมาฆ่าเสียเหมือนกัน พูดแล้วจึงให้ทหารเอาศีรษะบุตรภรรยาของฉินเหม็งออกมาให้ดู ฉินเหมิงเห็นศีรษะบุตรภรรยาญาติพี่น้องก็เสียใจ ทหารบนเชิงเทินเอาเกาทัณฑ์ยิงขนาบลงไป ฉินเหม็งทนไม่ได้ก็ถอยห่างออกมา คิดว่าผู้ใดหนอช่างทำกับเราถึงเพียงนี้ ให้ผู้รักษาเมืองฆ่าบุตรภรรยาญาติพี่น้องเราเสียสิ้น จะอยู่ไปทำไมตายเสียดีกว่า คิดแล้วก็ก้มหน้าหันหลังกลับด้วยความเสียใจ

ฝ่ายซ้องกั๋งกับฮวยหยงและนายโจรทั้งสามก็ชวนกันลงจากเขาตามมาพบฉินเหม็งเดินกลับมาหน้าตาไม่สบาย ซ้องกั๋งก็ร้องถามฉินเหม็งว่า ทำไมท่านไม่ไปเมืองเช็งจิวฮู้จะไปข้างไหน ฉินเหม็งได้ฟังก็โกรธแค้นยิ่งนักจึงตอบว่า ผู้ใดช่างแปลงตัวเป็นเราเอาไฟเผาเมืองเช็งจิวฮู้ฆ่าราษฎรล้มตายเป็นอันมาก แล้วมิหนำซ้ำให้บุตรภรรยาญาติเราตายด้วย ถ้าได้ตัวฆ่าเสียจึงจะหายแค้น ซ้องกั๋งว่าอย่าโกรธเลยข้าพเจ้ามีความอยู่สิ่งหนึ่ง ครั้นจะพูดที่นี้ก็ไม่ควร เชิญท่านไปเขาเถิดจึงจะเล่าให้ฟัง ฉินเหม็งเสียไม่ได้ก็ต้องไปกับซ้องกั๋งและนายโจรเหล่านั้น ครั้นถึงบนเขาก็เชิญให้ฉินเหม็งนั่งแล้ว ซ้องกั๋งฮวยหยงนายโจรต่างก็พากันคุกเข่าคำนับพูดว่า ท่านจงก๊วนอย่าถือโทษเลย เวลาวานนี้พวกข้าพเจ้าชักชวนท่านให้อยู่ด้วยกันที่เขานี้ท่านก็ไม่ยอม จึงได้คิดอุบายให้พวกโจรแปลงตัวเหมือนท่านกับเอียนสุน อองเองคุมทหารไปเมืองเช็งจิว เอาไฟเผาบ้านเรือนทำทีจะเข้ารับบุตรภรรยาญาติของท่าน ปรารถนาจะป้องกันไม่ให้ท่านเข้าเมืองจะได้มาอยู่ด้วยกัน พวกข้าพเจ้ามีความผิดมากท่านอย่าได้ถือโทษเลย

ฉินเหม็งได้ฟังก็โกรธยิ่งนัก คิดจะต่อสู้ก็ตัวคนเดียวที่ไหนจะสู้ได้ ฉินเหม็งนึกขึ้นได้ว่า ซึ่งซ้องกั๋งคนนี้ดาวบนฟ้าจุติลงมาเถิด บรรดาพวกที่มีฝีมือเข้มแข็งก็ต้องอ่อนน้อมยอมเป็นพวกพ้องซ้องกั๋งทั้งสิ้น ครั้นเราจะขัดขืนไม่ยอมก็ไม่ควร จึงพูดว่าซึ่งท่านทั้งหลายเมตตาจะให้ข้าพเจ้าอยู่ด้วยพระคุณเป็นที่ยิ่ง แต่ข้าพเจ้ามีความอาลัยถึงบุตรภรรยาญาติพี่น้องมาพลอยตายด้วยเสียสิ้น ไม่มีความสบายใจเลย ซ้องกั๋งจึงตอบว่า ถ้าไม่คิดการอย่างนี้ที่ไหนท่านจะยอมอยู่ด้วยกัน ท่านมีความอาลัยถึงภรรยานั้นไม่เป็นไร ฮวยหยงได้พูดไว้ว่า มีน้องสาวอยู่คนหนึ่งจะยกให้เป็นภรรยาของท่าน ข้าพเจ้าจัดการไว้พร้อมแล้วท่านอย่าเสียใจไปนักเลย ฉินเหม็งได้ฟังซ้องกั๋งกับคนเหล่านั้นว่ากล่าวก็ยอมเป็นพวกพ้อง ลุกขึ้นเชิญซ้องกั๋งนั่งที่ใหญ่สี่คน ส่วนตัวนั้นก็นั่งเป็นลำดับ จัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยงกันอิ่มหนำสำราญ นายโจรทั้งสามปรึกษากับซ้องกั๋งจะยกไพร่พลไปตีตำบลเซงฮวงแจ ฉินเหม็งได้ฟังจึงพูดว่าซึ่งท่านจะยกไปตีตำบลเซงฮวงแจนั้นตกพนักงานข้าพเจ้าเอง จะไปว่ากล่าวให้อึงซินมาเข้าเป็นพวกพ้อง กับบุตรภรรยาญาติของฮวยหยงนั้นก็จะรับเอามาด้วยแล้วจะจับภรรยาเล่ากอมาฆ่าแก้แค้นให้จงได้ ซ้องกั๋งได้ฟังก็ยินดีพูดว่า ท่านอาสาไปก็คงสำเร็จความปรารถนา ครั้นกินโต๊ะเสพสุราจนค่ำต่างคนก็ไปนอน ครั้นรุ่งขึ้นเช้าฉินเหม็งแต่งตัวขึ้นม้าถืออาวุธสำหรับมือลงมาจากเขาตรงไปตำบลเซงฮวงแจ

ฝ่ายอึงซินตั้งแต่มีหนังสือบอกไปเมืองเช็งจิวฮู้แล้ว ก็จัดทหารรักษาหน้าที่เชิงเทินไว้มั่นคง ให้ม้าใช้ไปสืบดูว่าจะมีผู้ใดยกกองทัพมาช่วยบ้างก็ไม่ได้ข่าวคราว อึงซินมีความวิตก เวลานั้นพอฉินเหม็งไปถึงจึงเรียกให้ทหารเปิดประตูเมือง ทหารก็ไปแจ้งกับอึงซินว่า ฉินเหม็งนายทหารใหญ่ขี่ม้าถืออาวุธมาเรียกให้เปิดประตูรับ อึงซินได้ฟังก็ไปดูเห็นฉินเหม็งครูสอนเพลงอาวุธขี่ม้ามาแต่ผู้เดียวก็ให้ทหารเปิดประตูรับ อึงซินเชิญฉินเหม็งเข้าไปข้างในจัดที่ให้นั่งสมควรแล้วถามว่า ท่านมาด้วยธุระสิ่งใด ฉินเหม็งก็เล่าความซึ่งยกกองทัพมาสู้พวกโจรไม่ได้ แล้วบอกว่าบรรดาคนที่มีฝีมือเข้มแข็งในแผ่นดินยอมเป็นพวกพ้องซ้องกั๋งทั้งสิ้น ตัวเราก็ยอมเป็นพวกเดียวกับซ้องกั๋ง ตัวของเจ้านั้นบุตรภรรยาก็ไม่มีจะอยู่ให้ขุนนางกังฉินข่มเหงทำไม ไปเข้าเป็นพวกพ้องซ้องกั๋งแล้วก็คงสบายมิดีกว่าทำราชการหรือ อึงซินได้ฟังก็ยินดีจึงตอบว่า ถ้าท่านไปอยู่ที่ไหนข้าพเจ้าก็จะไปด้วย บัดนี้ซ้องกั๋งอยู่ที่ไหน ฉินเหม็งหัวเราะพูดว่า ที่เจ้าเอาตัวไปบรรทุกเกวียนเขียนหนังสือปักไว้ว่า เตียซาอยู่ตำบลบ้านหุนเสียกุ้ยแขวงเมืองเจ๋จิวฮู้คนนั้นแหละคือซ้องกั๋ง เดี๋ยวนี้ไปอยู่เขาเซงฮวงซัว อึงซินว่าคนนั้นหรือซ้องกั๋งข้าพเจ้าไม่รู้ถ้าทราบแล้วคงจะปล่อยเสีย เพราะเชื่อเล่ากอชีวิตเกือบจะไม่รอดกลับมาได้ แล้วก็จัดหาโต๊ะและสุรามาเสียงฉินเหม็งเป็นอันดี

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ