๑๑๒

แต่กวนเส็งรบกับเหี่ยเจ่งได้ประมาณสามสิบเพลง เหี่ยเจ่งเสียที กวนเส็งเอาง้าวฟันถูกกลางตัวขาดสองท่อน ทหารเหล่านั้นเห็นนายตายก็พากันแตกหนีไป ทหารซ้องกั๋งติดตามไล่ฆ่าฟันทหารกังหนำไปถึงหน้าเมืองตันเอียงกุ้ย

ฝ่ายลือคูมิดซึ่งรักษาเมืองเห็นดังนั้นจึงคิดว่าไพร่พลซึ่งอยู่รักษาเมืองนั้นเบาบางนัก จะเกณฑ์กันขึ้นรักษาหน้าที่ก็ไม่รอบกำแพงที่ไหนจะตั้งมั่นรับข้าศึกได้ จำจะต้องทิ้งเปลือกเมืองให้ คิดแล้วจึงบอกผู้ว่าราชการให้กวาดครอบครัวทั้งปวงมาประชุมพร้อมแล้ว เปิดประตูหลังเมืองพากันรีบหนีไปยังเมืองเซียงจิว

ฝ่ายทหารซ้องกั๋งสิบนายพากันไล่ฆ่าฟันทหารกังหนำถึงหน้าเมืองตันเอียงกุ้ย แลดูตามเชิงเทินช่องเสมาไม่เห็นมีไพร่พลรักษาหน้าที่นึกสงสัยจึงให้ทหารพังประตูเมืองทลายลง นายทหารทั้งสิบก็ขับม้านำหน้าทหารเข้าไปในเมืองไม่เห็นผู้คน แลเห็นประตูหลังเมืองเปิดอยู่ก็เข้าใจว่าลือคูมิดพาราษฎรชาวเมืองอพยพหนีไป จึงสั่งให้ทหารม้าใช้ไปแจ้งความแก่ซ้องกั๋งให้ทราบซ้องกั๋งได้แจ้งมีความยินดี จึงแบ่งทหารให้อยู่รักษาเมืองยุ่นจิวพอสมควร ซ้องกั๋งกับโลวจุนหงีก็ยกกองทัพมายังเมืองตันเอียงกุ้ย นายทหารทั้งสิบก็ออกมาต้อนรับนำกองทัพเข้าไปในเมือง

ซ้องกั๋งจึงปรึกษากับโลวจุนหงีว่า เรามาทำศึกในประเทศกังหนำครั้งนี้ จะช้ามือเหมือนทำศึกในประเทศอื่นนั้นไม่ได้ต้องรีบรัดตีเสียโดยเร็ว จะแบ่งทหารเป็นสองกองให้ท่านยกแยกไปตีเมืองซวนจิว เมืองฮูจิว เราก็จะยกทหารแยกไปกองหนึ่งท่านจะเห็นประการใด โลวจุนหงีตอบว่าการสิ่งใดที่ท่านจะจัดแจงใช้สอยนั้น ข้าพเจ้าไม่ขัดขืน จะอาสาสนองคุณไปจนกว่าจะสิ้นชีวิต ซ้องกั๋งจึงแบ่งทหารเป็นสองกอง กองที่จะไปกับโลวจุนหงีนั้น จูบู๊เป็นที่ปรึกษา ทหารเอกทหารโทนั้นคือลิมชอง ชาจิน ตังเผ็ง อูเอียนเจียก ซกเถียว มกหอง เอียหยง ลุยเหง เกยเตียน เกยโป เตียเช็ง เล่าถัง มิเกียง ชุยเอียะ เอียนเช็ง ตันเทงกุ้ย งุยเต็งก๊ก ซือจิน ลือฮวง กวยเส็ง เต็งฮุย อาวเผ็ง ลีตง จิวทอง ตันตัด เอียชุน สิย้ง โตวเซียน มกชุน โจวเอี๋ยน โจวยุน ลี้ลิบ ลิหุน จุกุ้ย เจียะย้ง เตียแช ซึงซิน นางโกวตัวซอ นางซึงยีเหนีย นางโฮ้วซาเหนีย นางเก็งเอ็งกุนจู๊ แต้เทียนซิว ทึงหลง เชาเจีย แป๊ะสิน เก็งอ๋อง เต็งติดซุน เฮงเต็งลัก ซิเซียน ตันหลุย ต้วนจินหยิน งีซ้อง หงีกงโพ้ ซึงเจียว ซึงงัก รวมทหารเอกสิบเจ็ดนาย ทหารโทสี่สิบสี่คนและไพร่พลสามหมื่นคนเป็นทัพใหญ่กองหนึ่ง ส่วนอีกทัพกองหนึ่งนั้น ซ้องกั๋งเป็นแม่ทัพ โงวหยงเป็นที่ปรึกษา ทหารเอกทหารโทนั้น ลิเอง กวนเส็ง ฮวยหยง ฉินเหม็ง ซือเหล็ง จูตง ลูตีซิม บู๊สง เจียงซือ ลีขุย ไตจง ทั่งเปียน บุนตงหยง อึงซิน ซึงลิบ เชียซือบุ๋น ฮั่นทอ เผ็งกี ฮวยสุย ซัวเค่ง เอียนสุน หังชอง ลีกุน เปาหยก โตวเฮง ขงเม่ง ขงเหลียง เลงจิ้น ชัวฮก เบ๊หลิน ตวนเก็งจู๊ โฮวเกียน เจียวเก็ง อันเตาฉวน หยกเปาสี ซวนจั่น พวยซวง หลีตัด พัวเส็ง พัวซอก ซอกเหียน ตังซิหลง เล่งง่วนกวน เตียเก็ง ยกเจีย ยกเง็ก รวมทหารเอกสิบห้านาย ทหารโทสามสิบเก้าและไพร่พลสามหมื่นและทัพเรือนั้นลี้จุน ทองอุย ทองเม้ง เม่งคง อวนเซียวยี อวนเซียวเหงาคุมเรือร้อยลำบรรจุทหารห้าพันให้เจียสิว อวนเซียวชิดเป็นผู้นำทัพเรือไปตีบ้านและด่านรายทางในลำแม่น้ำ ครั้นจัดกองทัพเสร็จแล้วถึงเวลาฤกษ์ดีแม่ทัพนายกองก็ยกแยกกันไป

ฝ่ายลือคูมิดกับทหารพากันหนีมาถึงเมืองเซียงจิว จี้จินเผ็งผู้ว่าราชการต้อนรับเชิญให้นั่งที่สมควรแล้ว ลือคูมิดจึงเล่าความตามซึ่งเสียทีด้วยอุบายข้าศึกและเสียเมืองนั้นให้แจ้งทุกประการ จี้จินเผ็งพูดว่าตัวท่านครั้งนี้เสียบ้านเมืองถึงแก่อับจน จงยับยั้งอยู่ด้วยข้าพเจ้า ๆ จะทำนุบำรุงให้เป็นสุขสบายเหมือนอยู่ในบ้านเมืองของท่าน อนึ่งการศึกนั้นท่านอย่าวิตกเลย ถ้าซ้องกั๋งยกกองทัพมาถึงเมืองเมื่อใด ข้าพเจ้าจะคุมทหารไปจับตัวซ้องกั๋งแก้แค้นแทนท่านให้จงได้

ขณะเมื่อพูดกันอยู่นั้นทหารกองตระเวนเข้าไปแจ้งความว่า กองทัพซ้องกั๋งมาเกือบจะถึงเมืองแล้ว ลือคูมิด จี้จินเผ็งจึงคุมทหารเอกหกนายและไพร่พลหกพันออกไปยังกระบวนคอยท่าอยู่หน้าเมือง พอกองทัพซ้องกั๋งยกมาถึงแลเห็นกองทัพยังเตรียมคอยสู้รบ มีอักษรในธงออกชื่อและแซ่นามเมืองไว้ให้รู้ ซ้องกั๋งจึงโบกธงสัญญาหยุดกองทัพตั้งห่างกันประมาณสามลี้

จี้จินเผ็งขับม้ารำง้าวตรงขึ้นหน้าทัพร้องว่า ผู้ใดมีฝีมือจงมาต่อสู้กัน ซ้องกั๋งจึงให้กวนเส็งขับม้าเข้ารบได้สามเพลงยังมิได้เพลี่ยงพลํ้าทั้งสองฝ่าย เตียหงี ฮ่วมถิว เห็นจี้จินเผ็งฆ่าทหารซ้องกั๋งไม่ได้ก็มีความโกรธ จึงขับม้าเงื้ออาวุธตรงเข้ามาจะรุมรบ ซึงลิบ บุนตงหยงขับม้าถลันขึ้นไปสกัดทหารกังหนำไว้ ลือคูมิดจึงให้โควเต๋ง กิมจัดออกมาช่วย ฮั่นทอ เผ็งกีเห็นดังนั้นจึงขับม้าขึ้นไป กิมจัดเข้ารบกับฮั่นทอ โควเต๋งเข้ารบกับเผ็งกีได้ประมาณสามเพลง โควเต๋ง กิมจัดแสร้งทำอุบายชักม้าหนี ฮั่นทอ เผ็งกีก็ขับม้าไล่ตามใกล้จะทันฮั่นทอนั้นขับม้าผ่านหน้าเกาคอลิบทหารกังหนำไปมิได้ระวัง เกาคอลิบเห็นได้ทีจึงเอาเกาทัณฑ์ยิงไปถูกบ่าฮั่นทอตกจากม้านอนอยู่กับที่ เตียกึนหยินทหารกังหนำขับม้าตรงมาถึงเอาทวนแทงซํ้าถูกสีข้างฮั่นทอขาดใจตาย เผ็งกีเหลียวมาดู เห็นพี่น้องของตัวเสียทีชักม้ากลับมาหวังจะแก้หาทันไม่

เตียกึนหยิน โควเต๋ง กิมจัด เกาคอลิบก็ขับม้าเข้าล้อมไว้ เผ็งกีก็ขับม้าวนเวียนรบเป็นสามารถจนอ่อนกำลังพลั้งท่า เตียกึนหยินเอาทวนแทงถูกคอเผ็งกีตกม้าตาย ฉินเหม็ง กวนเส็งเห็นพี่น้องเป็นอันตรายมีความโกรธนักจึงแข็งข้อต่อสู้ด้วยกำลังโกรธ พอจี้จินเผ็งเสียทีกวนเส็งเอาง้าวฟันถูกคอขาดตกจากม้า แล้วไล่รบทหารกังหนำไปด้วยกำลังแรงเท้าถลำหลุมล้มลง กวนเส็งตกจากหลังม้าวิ่งหนีไป กวนเส็งเห็นม้าของจี้จินเผ็งนั้นยังยืนอยู่ใกล้ศพเจ้าของ กวนเส็งจึงวิ่งเข้าไปจะจับม้าขี่ยังหาทันได้ม้าไม่ พอเตียกึนหยิน เกาคอลิบขับม้าเข้าสกัดหน้าหลังไว้ ฉินเหม็ง เชียซือบุ๋น ซวนจั่นขับม้ารบแก้เอาตัวกวนเส็งออกมาได้ จึงพากันรีบหนีกลับไปหากองทัพใหญ่ ลือคูมิดก็ตีม้าล่อเรียกทหารกลับเข้าเมืองสั่งทหารให้ปิดประตูและขึ้นประจำรักษาหน้าที่ไว้โดยรอบ นายทหารซ้องกั๋งที่กลับมานั้นพากันเข้าไปแจ้งความแก่ซ้องกั๋งตามซึ่งเสียที และฮั่นทอ เผ็งกีตายในที่รบให้ทราบทุกประการ ซ้องกั๋งได้แจ้งเช่นนั้นก็มีความเสียใจอาลัยถึงฮั่นทอ เผ็งกีเป็นอันมากจึงพูดว่า เรายกกองทัพข้ามน้ำมาเหยียบแผ่นดินกังหนำเสียทหารพี่น้องถึงหกคน เวลาพรุ่งนี้เราจะยกกองทัพใหญ่ออกไปแก้แค้นให้จงได้แล้วก็สั่งทหารให้ทำธงขาวและจัดเครื่องเซ่นไว้พร้อม ถ้ายกกองทัพออกไปรบเมื่อใดก็ให้เอาธงและเครื่องเซ่นออกไปปักเตรียมไว้สำหรับจะได้เข็นศพพี่น้องที่ตาย

ครั้นเวลารุ่งเช้า ซ้องกั๋งจึงให้ลีขุยคุมทหารเดินเท้าถือโล่และกระบี่ห้าร้อยคน หังชอง ลีกุน เปาหยกขึ้นม้าเป็นผู้กำกับยกไปก่อน ซ้องกั๋งก็ยกกองทัพใหญ่หนุนไปเป็นอันดับ ครั้นมาถึงหน้าเมืองเซียงจิวกองทัพลีขุยยกเข้าตั้งกระบวนอยู่ที่ใกล้คูเมือง กองทัพซ้องกั๋งตั้งห่างกำแพงไกลประมาณสามลี้ ลีขุยจึงให้ทหารไปท้ารบที่หน้าเชิงเทิน

ฝ่ายลือคูมิดแจ้งว่า จี้จินเผ็งเสียทีตายในที่รบมีความวิตกเสียใจ จึงคิดตรึกตรองว่าเราได้มีหนังสือบอกแจ้งความไปแก่ฮองละไต้อ๋องถึงสามฉบับก็ไม่เห็นยกกองทัพมาช่วยจะทำประการใดจึงได้กองทัพมาตีกระหนาบให้กองทัพซ้องกั๋งแตกไปได้

ขณะนั้นทหารเข้าไปแจ้งความว่า ลีขุยยกกองทัพมาท้ารบถึงหน้าเมือง ลือคูมิดได้แจ้งจึงว่าลีขุยนี้เป็นคนดุใจทมิฬอยู่เขาเนียซัวเปาะ เราจะต้องจัดทหารที่มีฝีมือเข้มแข็งออกต่อสู้ จึงให้เกาคอลิบ เตียกึนหยินคุมทหารยกออกจากเมือง ลีขุยเห็นดังนั้นก็ถือขวานเข้ารบกับเกาคอลิบ เปาหยกขับม้าเข้ารบกับเตียกึนหยินได้ประมาณห้าเพลง ทหารกังหนำเสียทีลีขุยก็เอาขวานตัดศีรษะเกาคอลิบขาด เปาหยกเอาง้าวฟันเตียกึนหยินตายเก็บเอาศีรษะไว้ ทหารกังหนำเห็นนายเป็นอันตรายก็ตกใจพาทันถอยหนีกลับเข้าเมือง ลีขุยกับทหารก็พากันไล่ติดตามไปถึงเชิงสัะพานข้ามคูเมือง ทหารที่รักษาหน้าที่ยิงเกาทัณฑ์พุ่งแหลนหลาวมาดังห่าฝน ลีขุยกับทหารไม่อาจข้ามสะพานไปได้ พากันถอยกลับมาถึงกองทัพใหญ่ ลีขุย เปาหยกก็นำศีรษะข้าศึกเข้าไปให้ซ้องกั๋ง ซ้องกั๋งเห็นได้ศีรษะข้าศึกมาก็มีความยินดีให้ยกธงขาวขึ้น เอาศีรษะข้าศึกไปเซ่นพี่น้องที่ตายไปนั้น เสร็จแล้วจึงเคลื่อนกองทัพเข้าตั้งค่ายประชิดล้อมเมืองไว้ให้เตรียมการที่จะปีนปล้นเมืองเป็นสามารถ

ฝ่ายลือคูมิดได้แจ้งว่าเสียทัพ นายทหารทั้งสองตายในที่รบก็มีความท้อใจ พอทหารบนหน้าที่มาแจ้งความว่าซ้องกั๋งยกกองทัพมาตั้งค่ายล้อมเมืองไว้ทั้งสามด้าน ลือคูมิดจึงถามนายทหารว่าผู้ใดจะอาสาออกไปตีค่ายซ้องกั๋งให้แตกได้บ้าง นายทหารทั้งปวงไม่อาจรับอาสาด้วยนึกครั้นคร้ามฝีมือลีขุยนัก ลือคูมิดเห็นทหารเหล่านั้นพากันนิ่งเสียเป็นความจนใจมิรู้ที่จะทำประการใด จึงพาทหารคนสนิทขึ้นไปดูบนหอรบแลเห็นกองทัพซ้องกั๋งประกอบด้วยกำลังสามประการ อนึ่งค่ายคูประตูหอรบก็หลายชั้นมั่นคงแข็งแรงเป็นภูมิคนมีสติปัญญาตกแต่ง ลือคูมิดจึงปรึกษาทหารคนสนิทเป็นความลับว่า ครั้นจะสู้รบกับกองทัพซ้องกั๋งก็เหลือกำลัง เราพากันหนีไปเจ้าจะเห็นประการใด ทหารคนสนิทตอบว่า การซึ่งจะหนีไปนั้นต้องตรึกตรองให้ตลอดเสียก่อน จะทำแต่โดยด่วนนั้นไม่ได้ ลือคูมิดเห็นการยังไม่ตกลงจึงพากันลงมาจากหอรบ

ฝ่ายกิมจัดซึ่งเป็นทหารเอกอยู่ในเมืองซวนจิวนั้นตั้งแต่ฮองละไต้เป็นใหญ่ในประเทศกังหนำก็มิได้ทำราชการอยู่ในฮองละ คิดแต่จะมาสามิภักดิ์ทำราชการอยู่ในพระเจ้าแผ่นดินซ้องยังหาช่องโอกาสมิได้ ต้องจำใจอยู่ในเมืองเซียงจิว ครั้นซ้องกั๋งยกกองทัพมาล้อมเมืองกิมจัดจึงไม่รับอาสาออกรบเพราะใจไม่สมัครแล้ว ก็หลีกเลี่ยงออกมาจากที่ประชุมตรงไปบ้านปรึกษาภรรยาว่า ซ้องกั๋งยกทัพมาล้อมเมืองได้ครั้งนี้แข็งแรง เราเห็นว่าเมืองเซียงจิวจะแตกเป็นแท้แล้วตัวเราและเจ้าก็คงตายด้วยคมอาวุธจะคิดผ่อนผันประการใดดี

นางซินเง็กลั้งจึงตอบว่า แต่ก่อนนั้นท่านก็คิดจะสามิภักดิ์แก่แผ่นดินซ้อง บัดนี้ได้ช่องสมความปรารถนาแล้ว จงคิดอ่านจับตัวลือคูมิดเอาไปส่งให้แม่ทัพเป็นความชอบเถิด ตัวท่านก็จะเข้าทำราชการได้โดยสะดวก กิมจัดตอบว่าเจ้าตรึกตรองต้องด้วยความคิดของเรา แต่ซึ่งจะให้จับตัวลือคูมิดมัดออกไปส่งนั้นเห็นยากนัก ด้วยทหารคู่ใจสี่คนคอยระวังรักษาอยู่มิได้ขาด อนึ่งโควเต๋งทหารเอกก็เป็นคนอริวิวาทบาดหมางกันอยู่ การซึ่งเจ้าคิดนั้นเห็นจะทำได้ยาก

นางซินเง็กลั้งว่า ท่านจะจับตัวลือคูมิดออกไปส่งไม่ได้แล้ว ข้าพเจ้าเห็นอุบายอย่างหนึ่งจะทำได้หรือไม่ กิมจัดถามว่า อุบายของเจ้าประการใดจงว่าไปเทิด ถ้าเห็นควรเราจะได้ทำตาม นางซินเง็กลั้งบอกว่า ท่านจงมีหนังสือว่ากล่าวอ่อนน้อมเป็นคำสุภาพผูกลูกเกาทัณฑ์ยิงออกไปก่อนถ้าแม่ทัพแผ่นดินซ้องแจ้งความในหนังสือแล้วคงมีความยินดี ท่านจงรับอาสาลือคูมิดออกรบแสร้งอุบายทำหนีให้กองทัพซ้องกั๋งรุกไล่เข้ามาในเมือง การอย่างนี้ก็เป็นความชอบเหมือนกันท่านจะทำได้หรือไม่ กิมจัดได้แจ้งมีความยินดีตอบว่าอุบายอย่างนี้ดีนัก เราจะทำตามถ้อยคำของเจ้า กิมจัดจึงเขียนหนังสือใจความว่า “ข้าพเจ้ากิมจัดขอคำนับมายังท่านผู้เป็นแม่ทัพให้ทราบ ด้วยฮองละคิดการกบฏเที่ยวตีปล้นเอาหัวเมืองฝ่ายกังหนำซึ่งเป็นราชอาณาเขตได้แล้วตั้งตัวขึ้นเป็นอ๋องนั้น ข้าพเจ้ามีความเจ็บร้อนแทนพระเจ้าแผ่นดินเป็นอันมาก ครั้นจะขัดขืนไม่ทำราชการอยู่ในทหารตามตำแหน่งก็กลัวด้วยตัวอยู่ในอำนาจของฮองละ เป็นความจนใจไม่รู้ที่จะคิดต้องนิ่งอยู่ ถึงราษฎรในเมืองเซียงจิวก็ชิงชังฮองละเป็นอันมาก ด้วยฮองละยกกองทัพมาตีชิงเอาทรัพย์ของราษฎรไปแจกจ่ายให้แก่ไพร่พลของตัว เวลาพรุ่งนี้ข้าพเจ้าพาทหารเปิดประตูเมืองออกไปรบ ท่านจงคุมทหารรุกไล่ตามเข้ามาในเมืองถ้าได้เมืองเซียงจิวข้าพเจ้าและพรรคพวกขออาสาทำราชการอยู่ในท่าน” เขียนหนังสือเสร็จแล้ว พอเวลาค่ำกิมจัดจึงถือเกาทัณฑ์ทำทีว่าไปสำรวจการรบบนเชิงเทิน เอาหนังสือผูกลูกเกาทัณฑ์ยิงออกไปตรงค่ายซ้องกั๋งกองตระเวนเห็นลูกเกาทัณฑ์ตกอยู่ตามทางนึกสงสัยหยิบมาดูเห็นหนังสือผนึกผูกแนบกับลูกเกาทัณฑ์จึงนำเอาไปให้ลูตีซิม บู๊สงนายทัพ เมื่อเห็นดังนั้นก็เข้าใจว่าหนังสือลับของพวกในเมือง ให้โตวเฮงนำไปส่งซ้องกั๋ง ณ ค่ายใหญ่ซ้องกั๋งรับมาอ่านแจ้งความแล้วจึงถามโงวหยงว่า กิมจัดมีหนังสือนัดหมายมาเช่นนี้จะสุจริตหรือเป็นการล่อลวง โงวหยงว่าข้าพเจ้าพิเคราะห์ดูข้อความในหนังสือที่กล่าวมานั้นเป็นการสุจริตมิได้มีอุบายควรเชื่อฟังได้ ครั้นเวลารุ่งสว่างซ้องกั๋งก็ชุมนุมทหารทั้งสามค่ายจัดเป็นกระบวนพร้อม

ฝ่ายกิมจัดจึงไปแจ้งความแก่ลือคูมิดว่า ซ้องกั๋งมาตั้งค่ายล้อมเมืองหลายเวลาไม่มีผู้ใดออกต่อสู้ พวกข้าศึกจะหมิ่นประมาทได้ ข้าพเจ้าจะคุมทหารออกไปตัดศีรษะข้าศึกมาให้แก่ท่านจงได้ ลือคูมิดได้ฟังก็มีความยินดี จึงจัดทหารให้พอสมควร กิมจัดคำนับลาพาทหารเปิดประตูเมืองออกมาถึงหน้าค่ายแล้วร้องว่า เราแซ่กิม ชื่อจัด เป็นทหารเสืออยู่ในเมืองเซียงจิวมาแก้แค้นแทนนายของเราที่ตายไปนั้น ถ้าผู้ใดมีฝีมือดีจงออกมารบกันให้ปรากฏเป็นเกียรติยศสืบต่อไปภายหน้าเถิด

ทหารหน้าค่ายเห็นดังนั้นจึงเข้าไปแจ้งความแก่ซ้องกั๋งให้ทราบ ซ้องกั๋งได้แจ้งว่ากิมจัดยกออกมาตามหนังสือนัดก็มีความยินดี จึงให้ซึงลิบคุมทหารออกรบกับกิมจัดได้ถึงสามเพลง กิมจัดทำแพ้ขับม้าพาทหารข้ามสะพานคูเมืองหนีตรงเข้าในประตู ซึงลิบก็ขับม้าพาทหารไล่ตาม เบ๊หลิน ลูตีซิม บู๊สง ขงเม่ง ขงเหลียง ซิอิน โตวเฮงก็คุมทหารยกหนุนตามกันเข้าไปคั่งอยู่ที่หน้าประตู ทหารที่ล่วงเข้าไปได้นั้นรบกับผู้รักษาประตูเป็นสามารถ ราษฎรชาวเมืองเห็นดังนั้นก็คุมกันมาเป็นพวกๆ เข้าทุบตีฆ่าฟันทหารในเมืองแตกกระจายไป ทหารซ้องกั๋งจึงเข้าเมืองได้โดยง่าย และไล่ฆ่าฟันทหารในเมืองที่ไม่สมัครนั้นล้มตายเป็นอันมาก ลือคูมิดกับโตวเต๋งนั้นพากันหนีไปทางประตูทิศใต้ ฮ่วมถิว ซิมเปียนหนีมาทางประตูตะวันออก เส้งเอ็ง นางโฮ้วซาเหนียขับม้าออกสกัดจับตัวฮ่วมถิวได้ ซวนจั่น เชียซือบุ๋น ขับม้าไล่ซิมเปียน ซิมเปียนหันหน้าเข้ารบได้ห้าเพลง ซวนจั่น เชียซือบุ๋น เอาง้าวฟันซิมเปียนตัวขาดตกม้าตาย แต่เตียหงีนั้นหนีไปเที่ยวอาศัยอยู่ตามบ้านราษฎร ๆ ช่วยกันจับตัวมาส่งให้กิมจัด ๆ จึงพาราษฎรและพวกพ้องมาคำนับซ้องกั๋ง และนำเอาตัวเตียหงีมาส่ง ซ้องกั๋งมีความยินดีเชิญกิมจัดให้นั่งที่สมควรแล้วเอาเงินทองเสื้อผ้าแจกให้แก่ราษฎรเหล่านั้นทั่วทุกคน ราษฎรก็คำนับลาพากันกลับมาอยู่ที่เดิม ซ้องกั๋งจึงสั่งทหารให้เอาตัวฮ่วมถิว เตียหงี จำใส่กรงเหล็กบรรทุกเกวียนให้กิมจัดคุมไปส่งเตียเจียวท้อ ณ เมืองยุ่นจิว กิมจัดคำนับลาคุมคนโทษมาถึงเมืองยุ่นจิว เข้าไปคำนับเตียเจียวท้อแล้วก็แจ้งความตามที่ซ้องกั๋งสั่งมาทุกประการ เตียเจียวท้อได้แจ้งมีความยินดีจึงพากิมจัดไปคำนับเล่ากองสีซึ่งเป็นขุนนางที่โตวต๊กเล่าความตามที่กิมจัดสมัครมาเป็นข้าพระเจ้าแผ่นดิน และได้เมืองเซียงจิวนั้นให้แจ้ง โตวต๊กมีความยินดีเป็นอันมาก จึงพูดว่ากิมจัดมีความกตัญญูมิได้คิดทรยศต่อแผ่นดินนั้นเราจะมีหนังสือบอกเข้าไปกราบทูลเสนอความชอบให้ จงอยู่ด้วยกันในเมืองยุ่นจิวก่อนเถิด แล้วสั่งทหารให้เอาตัวฮ่วมถิว เตียหงีไปตัดศีรษะเสียบประจานไว้หน้าเมือง

ฝ่ายซ้องกั๋งครั้นได้เมืองเซียงจิว ก็หยุดบำรุงทแกล้วทหารให้มีกำลังรื่นเริงกันแล้ว ให้ไตจงไปแจ้งความแก่โลวจุนหงีและสืบข่าวในกองทัพโลวจุนหงีมาให้แจ้ง ไตจงคำนับลารีบไปตามสั่ง

ขณะนั้นทหารม้าใช้มาแจ้งความว่า ลือคูมิดหนีไปเมืองบ๊อเซียกุ้ยเจ้าเมืองโซวจิวให้ทหารมาสมทบกับกองทัพลือคูมิด จะยกมารบคืนเอาเมืองเซียงจิวให้จงได้ ซ้องกั๋งได้แจ้งจึงให้กวนเส็ง ฉินเหม็ง จูตง ลูตีซิม บู๊สง ลีขุย เปาหยก หังชอง ลีกุนคุมทหารไปตั้งสกัดกองทัพลือคูมิดไว้ นายทหารทั้งเก้าคำนับลาออกมาตระเตรียมทหารพร้อมด้วยเสบียงรีบยกไปตามสั่ง

ฝ่ายโลวจุนหงียกกองทัพเข้าล้อมเมืองซองจิวไว้อือเข่งผู้ว่าราชการเมืองให้ฮั่นเหม็ง โตวเก็งฉิน ลูอาน พัวหยวย ต้วนจินหยิน เตียเท่งโจ๊ว ลีเสียวคุมไพร่พลออกรบหักค่าย โลวจุนหงีจึงให้ อูเอียนเจียก ตังเผ็ง ลิมชอง เล่าตง ซกเถียว เตียเช็งคุมทหารออกรบ ฮั่นเหม็งรบกับตังเผ็ง ลิมชองรบกับโตวเก็งฉิน ซกเถียวรบกับลูอาน เตียเช็งรบกับพัวหยวย เล่าตงรบกับต้วนจินหยินได้ประมาณห้าเพลง ทหารซ้องกั๋งฆ่าทหารเมืองซองจิวตายม้าคนเหลือแต่ลิเสียว เตียเท่งโจ๊วสองคน ถอยหนี อูเอียนเจียกก็ขับม้าไล่รบ ลิเสียว เตียเพ่งโจ๊วต้านทานมิได้หนีกลับเข้าเมือง อือเข่งก็ให้ปิดประตูและรักษาหน้าที่ไว้เป็นสามารถ โลวจุนหงีจึงขับม้าต้อนทหารเข้าตีประดาตามเชิงกำแพงทหารรักษาหน้าที่ก็เอาเกาทัณฑ์ยิงลงมาถูก แต้เทียนซิว เชาเจีย เฮงเต็งลักตาย โลวจุนหงีเห็นนายทหารทั้งสามเป็นอันตรายก็ตกใจจึงโบกธงให้ทหารล่าถอยกลับเข้าค่ายคิดตรึกตรองการที่จะแก้แค้นให้จงได้ พอเวลาค่ำโลวจุนหงีจึงแต่งทหารเป็นกองล่อไปรบเย้าทหารรักษาหน้าที่ด้านตะวันออก แล้วจึงจัดทหารเป็นกองซุ่มเข้าปีนปล้นเมืองข้างด้านตะวันตก

ครั้นเตรียมการพร้อมแล้วนายทหารกองล่อก็ยกไปตั้งห่างกำแพงพ้นลูกเกาทัณฑ์จึงให้จุดประทัดตีม้าล่อและกลองโห่ร้องเสียงสนั่น แสร้งทำเหมือนจะเข้าปีนปล้นเมืองในด้านนั้น ทหารบนหน้าที่สำคัญว่าทหารซ้องกั๋งปีนกำแพงเมืองในด้านตะวันออก นายหมวดก็ต้อนทหารมาช่วยรักษาป้องกันเป็นอันมากอยู่รักษาหน้าที่ด้านตะวันตกนั้นน้อยตัว โลวจุนหงีจึงให้ทหารจุดพลุและยิงเกาทัณฑ์ขึ้นไปตามช่องเสมา ทหารหน้าที่ไม่อาจเยี่ยมออกมา ทหารซ้องกั๋งก็เอาบันไดพาดปีนกำแพงเมืองขึ้นไปได้ไล่ฆ่าฟันทหารบนหน้าที่และผู้รักษาประตูเป็นอลหม่าน แล้วเปิดประตูเมืองรับพวกทหารพากันเข้าไปเอาเพลิงจุดบ้านเรือนราษฎรขึ้นหลายแห่ง เพลิงติดลามไหม้ต่อไปเป็นอันมาก ทหารซึ่งรักษาหน้าที่ด้านตะวันออกเห็นเพลิงไหม้ก็ตกใจ วิตกถึงครอบครัวพากันละหน้าที่มาหาบุตรภรรยาทั้งสิ้น ทหารกองล่อเห็นเกาทัณฑ์เบาบางก็พากันเข้าทำลายประตูเมืองพังลง ยกกองทัพเข้าในเมืองได้ แต่ลิเสียวนั้นขับม้าออกต้านทานไม่ให้ทหารกองล่อเข้าเมือง ทหารกองล่อพวกซ้องกั๋งก็เข้ารุมฆ่าฟันลิเสียวตายอยู่กับที่ อือเข่งเห็นทหารซ้องกั๋งยกเข้าเมืองได้ก็เสียใจนัก ไม่คิดอ่านจะต่อสู้พาทหารหนีออกทางประตูทิศใต้ตรงไปเมืองโอวจิว ครั้นเวลารุ่งสว่างโลวจุนหงีก็ยกทหารเข้าตั้งพักอยู่ในเมืองสั่งให้ทหารไปค้นหาศพแต้เทียนสิว เชาเจีย เฮงเต็งลักได้มาแล้วทำการฝังศพยกธงขาวตามธรรมเนียม จึงมีหนังสือให้ชาจิน เบ๊หลินถือมาแจ้งความแก่ซ้องกั๋งให้ทราบ ชาจิน เบ๊หลินคำนับรับหนังสือแล้วรีบมาตามทางพอพบไตจงเข้ามีความยินดีทั้งสองข้างต่างคำนับกัน ชาจิน เบ๊หลินจึงเล่าความทั้งปวงให้ฟังทุกประการ

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ