๑๑๕

ขณะนั้น ฮวยสุย เจียสิวคุมทหารออกสกัดไว้ที่เชิงสะพาน ทหารเมืองฮั่งจิวไม่อาจยกข้ามฟากมาได้ จึงพาไพร่พลยกกลับไปทางเขาโปสกฐะ พบอวนเซียวยี อวนเซียวเหงา เม่งคง คุมทหารออกรบต้านทานเป็นสามารถ อวนเซียวยีฆ่าทึงหงโท้วตาย อวนเซียวเหงาจับตัวเม้าเต็กได้ ทหารเมืองฮั่งจิวแปดนายเสียที จึงพาทหารล่าถอยไปถึงเชิงสะพานโปวเฮียงเกีย ลีขุย หังชอง เปาหยก ลีกุนขับม้าออกรบง่วนเฮง โซวแก เตียหงีเสียทีตายในที่รบ ทหารในเมืองซึ่งรักษาหน้าที่เห็นดังนั้นจึงพากันยกหนุนออกมาช่วยแก้นายทหารที่เหลือตายกลับเข้าเมือง ซ้องกั๋งก็คุมทหารกลับมาถึงวัดเล่งอึนยี่จึงให้เจียสิว เบ๊หลิน ฮวยสุยอยู่ช่วยลี้จุนรักษาค่ายแม่น้ำไซโอ๋ว ซ้องกั๋งกับไตจงพากันกลับมาค่ายใหญ่

ฝ่ายโลวจุนหงียกกองทัพมาตั้งค่ายประชิดเมืองเต็กซ่องกวน โงวเช็ง เจียงเหม็ง อ้วยเฮงแต่งการป้องกันรักษาเมืองเป็นสามารถ แล้วให้นายทหารที่มีฝีมือคุมไพร่พลออกรบหักค่าย โลวจุนหงีจึงให้ลิมชองคุมทหารออกต่อสู้ชาวเมืองต้านทานมิได้ จึงพากันกลับเข้าเมือง ครั้นรุ่งเช้า ปังเทียนคัวะ ปังเทียนอิ๋ว เตียเปียน เตียเทา เอียวหงี เล่าอี้ตัด ฮวงหยง เจียปิว คุมทหารออกรบได้ประมาณสิบเพลง มิเกียงเอาทวนแทงถูกปังเทียนอิ๋วตกม้าตาย ขุยเอียะเอากระบี่ตัดศีรษะเล่าอี้ตัดได้ เบ๊เหล็งเอาก้อนศิลาขว้างถูกเจียปิวตกม้าตาย ปังเทียนคัวะเห็นทหารของตัวเป็นอันตราย มีความเสียใจ ไม่คิดอ่านที่จะสู้รบพาไพร่พลหนีกลับเข้าเมืองสั่งให้รักษาหน้าที่ไว้กวดขัน มิได้ยกกองทัพออกรบหลายเวลา

ฝ่ายโลวจุนหงีไม่เห็นชาวเมืองออกมารบจึงพูดกบนายทหารว่า เราจะคุมทหารยกเข้าตีระดมหักเอาเมือง บัดนี้ยังไม่แจ้งว่าทางเข้าออกเป็นประการใด จึงสั่งให้ อาวถัง เต็งฮุย ลีตง จิวทองคุมทหารเดินลัดทางขึ้นไปบนเขาตรวจตราดูท่าทางให้แน่นอนก่อน นายทหารทั้งสี่คำนับลาพาทหารไปตามสั่งทุกประการ

ฝ่ายปังเทียนคัวะตั้งแต่เสียทีทัพกลับเข้าเมืองไม่มีความสุข เฝ้าคิดถึงปังเทียนอิ๋วผู้น้องเป็นอันมาก ยิ่งตรึกตรองไปให้มีความแค้นทหารแผ่นดินซ้องยิ่งนัก จึงจัดแจงทหารเป็นกระบวนยกออกทางประตูตังหมึงหมายจะลอบไปโจมตีค่ายโลวจุนหงีมิให้รู้ตัว พอพบทหารสี่นายยกมาตามทางลัดปังเทียวคัวะเอาง้าวฟันถูกจิวทองขาดกลางตัวตกม้าตาย ทหารก็แตกกระจัดกระจายคุ้มกันกันไม่ติด อาวถัง เต็งลุย ลีตงเหลือกำลังที่จะต้านทานพาทหารรีบหนีมาแจ้งความแก่โลวจุนหงีให้ทราบ

โลวจุนหงียังไม่ทันพูดประการใด ตังเผ็งจึงพูดว่าเวลาพรุ่งนี้ข้าพเจ้าจะขออาสาคุมทหารออกไปฆ่าปังเทียนคัวะ แก้แค้นแทนจิวทองให้จงได้ โลวจุนหงีตอบว่า ข้าศึกมีกำลังแข็งแรงนัก ท่านจะยกออกไปรบแล้วเร่งระวังตัวจงมาก ครั้นเวลารุ่งสว่างตังเผ็งจึงชวนฮั่นตง ตันหลุยคุมทหารไปท้ารบริมเชิงเทิน ทหารหน้าที่ก็เอาก้อนศิลาขว้างมาถูกแขนตังเผ็งข้างซ้ายฟกชํ้าแกว่งอาวุธไม่ถนัดทหารในเมืองก็เปิดประตูพากันกรูออกมารุกไล่ล้อมตังเผ็งไว้ ฮั่นตงตันหลุยขับม้าเข้ารบแก้เอาตังเผ็งออกได้แล้วก็พากันกลับมาค่ายแจ้งความแก่โลวจุนหงีทุกประการ โลวจุนหงีก็ประกอบยาทาและประคบให้กับตังเผ็ง

ครั้นเวลารุ่งเช้าตังเผ็งบอกโลวจุนหงีว่า ข้าพเจ้าจะลาท่านคุมทหารยกออกไปแก้แค้นให้จงได้ โลวจุนหงีตอบว่าท่านป่วยแขนอยู่อย่าออกไปรบเลยจะเสียที ตังเผ็งหาฟังไม่ชวนเตียเช็งคุมทหารลอบหนีออกจากค่ายมิให้โลวจุนหงีรู้ ครั้นมาถึงหน้าเชิงเทินตังเผ็งจึงร้องว่าทหารผู้ใดที่ฆ่าจิวทองตายนั้นจงเร่งออกมารบกับเราให้เห็นฝีมือกัน ทหารซึ่งรักษาหน้าที่รีบไปแจ้งความแก่ปังเทียนคัวะให้ทราบ ปังเทียนคัวะกับเตียเทาได้แจ้งก็มีความยินดีคุมไพร่พลเปิดประตูเมืองออกมา ตังเผ็งก็ขับม้าตรงเข้ารบกับปังเทียนคัวะได้ประมาณสิบเพลง ตังเผ็งทานกำลังมิได้ด้วยป่วยแขนก็ขับม้าหนีปังเทียนคัวะขับม้าไล่ตาม เตียเช็งก็ขับม้าเข้ารบสถัดไว้ ปังเทียนคัวะรบกับเตียเช็งได้ประมาณสามเพลง ม้านั้นอ่อนกำลังถอยหลังไปถึงต้นไม้ใหญ่ เตียเช็งเห็นได้ทีเอาทวนแทง ปังเทียนคัวะหลบตัวบังต้นไม้ทันทวนก็ติดต้นไม้แน่น เตียเช็งกระชากทวนยังไม่หลุด ปังเทียนคัวะเห็นดังนั้นก็ขับม้าตรงเข้ามาเอาง้าวฟันเตียเช็งยกแขนขึ้นรับถูกแขนขาดตกจากหลังม้า ปังเทียนคัวะเอาง้าวฟันซ้ำคอขาดตาย เมื่อขณะเตียเช็งตกม้าลงนั้นตังเผ็งเหลียวหลังแลดูเห็นเตียเช็งเสียทีจึงชักม้าหันหลังกลับมาจะเข้าแก้ เตียเทาขับม้าตามมาข้างหลัง ตังเผ็งไม่ทันระวังตัวเตียเทาเอาง้าวฟันถูกคอตังเผ็งขาดตกม้าตาย ปังเทียนคัวะ เตียเทา ก็ไล่ฆ่าฟันทหารซ้องกั๋งล้มตายเป็นอันมาก ที่เหลือตายก็พากันหนีกลับมาแจ้งความแก่โลวจุนหงีให้ทราบ โลวจุนหงีได้แจ้งมีความเสียใจร้องไห้อาลัยรักนายทหารทั้งสองจนลมจับ ครั้นฟื้นได้สติแล้วจึงพูดกับจูบู๊ว่าทำไฉนจะแก้แค้นชาวเมืองได้ จูบู๊ตอบว่าศึกสงครามก็ย่อมแพ้และชนะเป็นธรรมดา จะทำการโดยด่วนลุอำนาจแก่โทโสนั้นไม่ได้ ต้องตรึกตรองแก้ไขจึงจะเป็นคุณและประโยชน์

โลวจุนหงีได้ฟังจูบู๊เตือนสติก็คิดได้ระงับความโกรธสงบลง จึงสั่งซึงซิน นางโกวตัวซอ ลี้ลิบ ทึงหลง ซิเซียน แป๊ะสิน ตันหลุย ฮั่นตงให้ปลอมตัวเป็นราษฎรลอบเข้าไปในเมืองเอาเพลิงจุดเผาเมืองให้จงได้ ทหารทั้งแปดคำนับลารีบไปตามสั่ง โลวจุนหงีก็ยกกองทัพออกจากค่ายไปตั้งอยู่ในท้องสนาม ทหารรักษาหน้าที่เห็นดังนั้น จึงไปแจ้งความแก่ปังเทียนคัวะให้ทราบ ปังเทียนคัวะก็คุมทหารเปิดประตูออกมารบกับโลวจุนหงีเป็นสามารถ ทั้งสองข้างยังมิได้เพลี่ยงพลํ้าเสียท่วงทีแก่กัน

ฝ่ายซิเซียน นางโกวตัวซอ ลี้ลิบ ทึงหลง ซึงซิน แป๊ะสิน ตันหลุย ฮั่นตง พากันเล็ดลอดเข้าไปในเมืองได้เอาเพลิงเผาโรงเรือนราษฎรไหม้ขึ้นหลายแห่ง ทหารซึ่งรักษาหน้าที่เห็นเพลิงไหม้ก็ตกใจพากันทิ้งหน้าที่เสียกลับมาหาครอบครัวเป็นอันมาก

ฝ่ายปังเทียนคัวะซึ่งรบกันกับโลวจุนหงีอยู่ที่หน้าเชิงเทินได้ยินเสียงคนในเมืองอื้ออึงจึงแลไปข้างในเมือง โลวจุนหงีเห็นได้ทีจึงเอาทวนแทงถูกระหว่างรักแร้ปังเทียนคัวะตกม้าตาย โลวจุนหงีก็ขับทหารเลยเข้าไปในประตูเมือง

ฝ่ายโง่วเซ็ง เจียงเหม็ง อวยเฮ็ง ฮวงหยง เจียปิว เตียเถียม เตียเทา เอี้ยวหงี เห็นเพลิงไหม้ก็ตกใจ จึงคุมทหารแยกย้ายไปเที่ยวดับเพลิง ครั้นมาถึงประตูตังหมึง พบทหารซ้องกั๋งที่ปลอมตัวไปจุดเพลิงได้สู้รบกันเป็นสามารถ ซึงซิน นางโกวตัวซอนั้นจับตัวโง่วเซ็งผู้รักษาเมืองได้ ลี้ลิบ ทึงหลง ช่วยกันจับตัวเจียงเหม็งมัดไว้ ซิเซียน แป๊ะสินนั้นจับตัวอ้วยเฮงได้ ตันหลุยฆ่าฮวงหยงตาย ฮั่นตงไล่รบเจียวปิวขับม้าขึ้นไปบนเนินเขาครั้นมาถึงปากเหวม้าฮั่นตงเท้าพลาดถลำล้มตกเหวตายทั้งม้าทั้งคน เจียปิวเห็นดังนั้นจึงลงจากม้าเอาก้อนศิลาขว้างปาทุ่มทับลงไปหลายก้อนแล้วขับม้าเลยไป เตียเถียม เตียเทา เอี้ยวหงีนั้นขับม้าหักออกเมืองไปตามทาง โลวจุนหงีก็ยกกองทัพเข้าตั้งพักอยู่ในเมืองเต็กช่องกวน

ฝ่ายนางเก็งเอ็งกุนจู๊ตั้งแต่เตียเช็งผู้สามีตายมีความโศกเศร้าเสียใจเลยเป็นไข้ตาย โลวจุนหงีก็ให้แต่งการฝังศพตามธรรมเนียมแล้วมีหนังสือให้เบ๊เหล็งถือไปแจ้งความแก่ซ้องกั๋งให้ทราบ เบ๊เหล็งคำนับรับหนังสือแล้วมาถึงเมืองบ๊อเซียกุ้ยเข้าไปคำนับเอาหนังสือส่งให้ ซ้องกั๋งรับมาเปิดผนึกออกอ่านแจ้งความแล้วร้องไห้รักนายทหารที่ตายจนสลบ ครั้นได้สติฟื้นขึ้นจึงถามเบเหล็งว่าเมื่อไรโลวจุนหงีจะยกกองทัพมาบรรจบกันกับเรา เบ๊เหล็งบอกว่าอีกสองสามเวลาจึงจะยกมา โงวหยงจึงว่าโลวจุนหงีก็ตีเมืองเต๊กซ่องกวนได้แล้วควรเราจะยกกองทัพใหญ่เข้าตีเมืองฮั่งจิวให้แตก ซ้องกั๋งตอบว่าจะต้องรวบรวมทหารให้พร้อมก่อนจึงให้ลีขุยคุมทหารไปรับกองทัพโลวจุนหงี ลีขุยคำนับลาพาทหารรีบไปตามสั่ง ซ้องกั๋งก็ตระเตรียมทหารพร้อม ยกออกไปตั้งกองอยู่ท้องสนามในที่ชัยภูมิ ชาวเมืองซึ่งรักษาหน้าที่ก็ไปแจ้งความแก่ฮองเทียนเต๋งว่ากองทัพซ้องกั๋งยกมาตั้งอยู่ในท้องสนามหน้าเชิงเทินแล้ว ฮองเทียนเต๋งจึงจัดทหารพร้อมคอยเวลาฤกษ์จะยกออกรบ

ขณะนั้นหลวงจีนเต็งง่วนก๊กเข้าไปแจ้งความแก่ฮองเทียนเต๋งว่าผู้คนสรรเสริญหลวงจีนลูตีซิมซึ่งมาด้วยกองทัพซ้องกั๋งนั้นมีฝีมือเข้มแข็งนัก เราจะขออาสาออกไปต่อสู้ดูกำลังให้รู้จักฝีมือจะจริงเหมือนคำคนเล่าลือหรือไม่ ฮองเทียนเต๋งมีความยินดีจึงจัดทหารห้าร้อยแล้วให้ปวยเอ็งขุยคุมกองทัพเป็นกองหนุน หลวงจีนจะขออาสาออกไปต่อสู้ดูกำลังให้รู้จักฝีมือจะจริงเหมือนคำคนเล่าลือหรือไม่ ฮองเทียนเต๋งมีความยินดีจึงจัดทหารห้าร้อยแล้วให้ปวยเอ็งขุยคุมกองทัพเป็นกองหนุน หลวงจีนเต็งง่วนก๊กก็ขึ้นม้าเปิดประตูเมืองออกไป หลวงจีนลูตีซิมเห็นดังนั้นก็ขับม้ารำกระบองตรงเข้ารบกับหลวงจีนเต็งง่วนก๊กได้ประมาณห้าสิบเพลงยังไม่แพ้ชนะกัน ขณะนั้นม้าใช้ไปแจ้งความแก่ฮองเทียนเต๋งว่า ทหารซ้องกั๋งยกเข้าตีประตูเมืองทิศใต้ ฮองเทียนเต๋งจึงให้เจียปอหนำคุมไพร่พลไปช่วย

ฝ่ายบู๊สงยืนดูหลวงจีนลูติชิมกับหลวงจีนเต็งง่วนก๊กรบกันช้านานหลายสิบเพลง เห็นว่าหลวงจีนลูตีซิมจะฆ่าหลวงจีนเต๊งง่วนก๊กไม่ได้มีความโกรธจึงรำกระบี่วิ่งเข้าไปช่วยเป็นสองกำลัง หลวงจีนเต็งง่วนก๊กต้านทานมิได้ขับม้าหนึ บู๊สงก็ไล่ติดตามไป ปวยเอ็งขุยขับม้าตรงเข้ารบสกัดแล้วเอาทวนแทง บู๊สงเอามือซ้ายจับทวนกระชาก ปวยเองขุยยั้งตัวไม่ทันคะมำตกจากหลังม้า บู๊สงเอากระบี่ฟันคอขาด หลวงจีนเต็งง่วนก๊กมิได้กลับมาช่วย ขับม้าพาไพร่พลหนีเข้าเมือง

ฝ่ายลีขุยคุมทหารมาถึงกลางทางเห็นเตียเทียม เตียเทา เอี้ยวหงีซึ่งหนีมาแต่เมืองเต๊กซ่องกวนนั้นขับม้าผ่านหน้าหนีเข้าป่า ลีขุยจึงพาทหารไล่ติดตามจับตัว เตียเถียม เตียเทาได้ แต่เอี้ยวหงีนั้นลีขุยเอาขวานฟันตาย ลีขุยก็รีบพาทหารมาถึงเมืองเต๊กซ่องกวนเข้าไปคำนับโลวจุนหงีแล้วแจ้งความตามซ้องกั๋งสั่งมาทุกประการ โลวจุนหงีจึงเตรียมทหารพร้อมรีบยกกองทัพมาถึงค่ายใหญ่เมืองฮั่งจิว ซ้องกั๋งก็ออกต้อนรับต่างคำนับกันตามธรรมเนียมเชิญเข้าพักอยู่ในค่ายไต่ถามถึงพี่น้องทั้งหลายและการศึก โลวจุนหงีก็เล่าความตามเหตุซึ่งมีมาแต่หลังนั้นให้ฟังทุกประการ

ซ้องกั๋งพูดว่า เราเสียพี่น้องครั้งนี้เพราะถึงการวิบัติสมคำอาจารย์ฬ่อจินหยินทำนายไว้ แล้วบอกโลวจุนหงีว่าท่านคุมกองทัพไปรับอูเอียนเจียก ณ เมืองโอ๊วจิวมาสมทบกันให้พร้อมเราจะได้จัดกระบวนเป็นหมวดเป็นกองยกระดมเข้าตีเมืองฮั่งจิวให้แตกจงได้ โลวจุนหงีคำนับลาพาทหารรับไปเมืองโอ๊วจิว อูเอียนเจียกได้แจ้งก็ออกมาคำนับต้อนรับเชิญเข้าไปในค่าย แจ้งความทั้งปวงให้ทราบทุกประการ โลวจุนหงีจึงสั่งอูเอียนเจียกให้เตรียมทหารเข้าสมทบกับกองทัพของตัวแล้วยกกลับมาค่ายเมืองฮั่งจิว นายทหารก็พากันเข้าไปคำนับซ้องกั๋ง ๆ จึงเรียกเอาบัญชีนายทหารในกองทัพอูเอียนเจียกมาตรวจดูขาดไปสี่นาย คือ ลุยเหง เก็งอ๋อง เซ่งหงวน เปียวเตาเส็งจึงถามอูเอียนเจียกว่า พี่น้องเหล่านั้นพากันไปข้างไหน อูเอียนเจียกบอกว่าถึงแก่ความตายเสียแล้ว

ซ้องกั๋งว่าคืนวันหนึ่งเราฝันเห็นว่า เตียสุนกับทหารสามสี่คนมีกายเปื้อนโลหิตพากันร้องไห้เข้ามาหาเราเห็นจะเป็นคนเหล่านี้ เราก็ได้หลวงจีนสวดกงเต๊กอุทิศส่วนกุศลไปให้ครั้งหนึ่ง ถ้าตีเมืองฮั่งจิวได้สำเร็จเราจะทำกงเต๊กเซ่นใหญ่ให้อีกครั้งหนึ่ง พูดแล้วจึงให้แยกทหารจัดเป็นหมวดเป็นกองให้โลวจุนหงีคุมทหารเอกสิบสี่นายและทหารพอสมควรยกไปรบด้านประตูเฮ่าเจียหมึง ให้อูเอียนเจียก เล่าถัง เกยเตียน เกยโป ตังเทงกุ้ย งุยเต็งก๊ก เอียฉิน ตันตัด โตวเซียน ลี้ลิบ ลิหุน ลิมชอง เจียะย้ง ถังเปียน บุนตงหยงเป็นนายกองคุมนายทหารตีด้านประตูเลียงซัวหมึง ให้ฮวยหยง ฉินเหม็ง จูบู๊ อึงซิน ซึงลิบ ลีตง โจวเอี๋ยน โจวยุน ทึงหลง มกชุน เง่ยกงฉวน เล็กเจียว จูกุ้ย มกหองสิบสี่คนเป็นนายกองคุมทหารยกไปตีด้านประตูจี่เกียหมึง ให้ลี้จุน อวนเซียวยี อวนเซียวเหงา เม่งคง เจียสิว ฮวนสุย เบ๊หลิน เอียหยง สิย้ง เอี้ยหลิน เต็งติดชุน ตันหลุย ต้วนจีหยิน จูตง ติจิด ชีหมึง ซือจิน ลูตีซิม บู๊สง ซึงซิน นางโกวตัวซอ นางซึงยีเหนีย มิเกียง ยี่สิบสองคนเป็นนายกองคุมทหารไปสมทบกับกองทัพลิเอง แล้วให้ยกเข้าตีทางประตูตังหมึง ให้ขงเม่ง เอี้ยจี้ โตวเฮง ทองอุย ทองเม้ง เหงเอ็ง นางโฮ้วซาเหนียคุมทหารเป็นกองกลาง ข้างไหนหนักให้ยกเข้าช่วยและกองทัพใหญ่นั้นซ้องกั๋งเป็นแม่ทัพ โงวหยงเป็นกุนซือที่ปรึกษาและปีกซ้ายปีกขวานั้น กวนเส็ง ซกเถียว ไตจง ลีขุย ซุยเอียะ ลือฮวง กวยเส็ง อาวเผ็ง เต็งฮุย เอียนสุน พัวสิน พัวซก เลงจิ้น เปาหยก หังชอง ลีกุน ซ้องเซ็ง พวยซวน เจียะเก็ง ซิเซียน ชัวฮก ซัวเค่ง หยกเปาสี เบ๊เหล็ง ซือจิน ซกเหียน ตังชิหลง เล่งง่วนกวน เตียกึน โปวเต็ง เต็งหยก ซุยงัก รวมทหารเอกและที่ปรึกษาสามสิบสามคน ครั้นเตรียมกองทัพพร้อมแล้ว ถึงเวลาฤกษ์แม่ทัพนายกองก็ตีม้าล่อจุดประทัดโบกธงสัญญายกเข้าตั้งล้อมเมืองฮั่งจิว ม้าใช้ชาวเมืองเห็นดังนั้นจึงเข้าไปแจ้งความแก่ฮองเทียนเต๋งให้ทราบ ฮองเทียนเต๋งให้เจียปอหนำคุมไพร่พลยกออกมา ซกเถียวก็เข้ารบกับเจียปอหนำ ได้ประมาณสิบเพลง เจียปอหนำแสร้งอุบายทำแพ้ขับม้าหนี ซกเถียวไล่ตาม กวนเส็งร้องบอกว่าอย่าตามไปจะเสียทีด้วยเจียปอหนำมีกระบองเหล็กวิเศษ ซกเถียวได้ยินดังนั้นตกใจจะหนีกลับ แต่พอเลี้ยวตัวกลับ เจียปอหนำเอากระบองวิเศษขว้างมาถูกศีรษะแตกตาย เต็งฮุยเห็นดังนั้นมีความโกรธถืออาวุธวิ่งเข้าไปหมายจะแก้แค้น เจียปอหนำเอาง้าวฟันถูกคอขาดตาย เต็งง่วนก๊กเห็นเจียปอหนำมีชัยชนะมีความยินดี จึงขับม้าพาไพร่พลเข้าช่วยฆ่าฟันทหารซ้องกั๋งตายลงเป็นอันมาก ฮวยหยง ฉินเหม็ง จึงขับทหารเข้ารบต้านทานไว้ เต็งง่วนก๊กเห็นดังนั้นก็ตีม้าล่อเลิกไพร่พลกลับเข้าเมือง ซ้องกั๋งถอยกองทัพออกมาทางประมาณลี้หนึ่ง จึงพูดกับโงวหยงว่า เรายกกองทัพใหญ่เข้าระดมตีเมืองคราวนี้หวังจะได้ชัยชนะก็ไม่สมความปรารถนา เสียนายทหารถึงสองคน เราคิดอ่านประการใดจึงจะได้เมืองฮั่งจิว โงวหยงตอบว่าเรายกกองทัพใหญ่เข้าล้อมเมืองไว้ก็จริง แต่มิได้ยกเข้าตีระดมให้พร้อมกันทั้งสี่ด้าน ขอท่านจงใช้ทหารไปประกาศแก่นายทัพนายกองให้ทราบทั่วกันว่า เวลาพรุ่งนี้เข้าให้ยกทหารระดมเข้าตีตามหน้าที่จงพร้อมกัน ถ้าผู้ใดทำลายประตูเมืองเข้าไปได้ก็ให้จุดเพลิงขึ้น ซ้องกั๋งได้ฟังก็เห็นชอบจึงให้ไปประกาศแก่นายทหารให้รู้ทั่วทุกกอง ครั้นเวลารุ่งสว่างแม่ทัพนายกองก็ขับทหารเข้าตีเมืองทั้งสี่ด้าน เสียงประทัดสัญญาและม้าล่อดังสนั่นราวกับแผ่นดินจะทรุด แต่เล่าถัง บุนตงหยงนั้นคุมทหารเข้าตีประตูเฮ่าเจียหมึง และประตูเฮ่าเจียหมึงนี้เป็นประตูสำคัญ ด้วยชาวเมืองเอาเหล็กมีคมฝังประกับไว้กับไม้แดง แล้วขัดไกเหมือนจั่นแล้วเปิดประตูล่อ เล่าถังมิได้รู้ในอุบายขับม้าตรงเข้าในประตู ทหารที่เฝ้าอยู่ข้างบนก็เหยียบไกให้ลดกระดานไม้แดงเลื่อนตกลงมาตามรางเซาะเหล็กนั้นทับถูกเล่าถังและม้าขาดเป็นสองท่อน ชาวเมืองซึ่งรักษาหน้าที่ก็ชวนกันโห่ร้องเอาฤกษ์อื้ออึง แล้วก็ระดมยิงเกาทัณฑ์ลงมาเหมือนหมู่ผึ้ง ทหารซ้องกั๋งถูกเกาทัณฑ์ตายเป็นอันมากไม่อาจรอเข้าไปใกล้เชิงกำแพงได้พากันถอยออกมา แต่บุนตงหยงนั้นถูกเกาทัณฑ์หลายลูกตายอยู่ริมเชิงกำแพง ซ้องกั๋งเห็นว่าจะตีหักเมืองมิได้จึงให้ม้าใช้ไปบอกกับกองทัพที่ล้อมนั้นให้ถอยออกมาสิ้น แต่ซ้องกั๋งยกทหารเข้าตีเมืองฮั่งจิว เสียทหารพี่น้องถึงสี่คนมีความแค้นนัก คิดตรึกตรองหาอุบายจนรุ่งสว่าง

ขณะนั้นลีขุยเข้าไปแจ้งความว่าเวลาวันนี้ข้าพเจ้าขออาสาไปรบกับเจียปอหนำเอาชัยชนะให้จงได้ ซ้องกั๋งตอบว่าเจ้าจะยกไปรบนั้นชอบแล้วซึ่งจะไปแต่ผู้เดียวเราไม่วางใจ จึงสั่งหังชอง ลีกุน เปาหยกให้ไปกับลีขุยแล้วให้อาวเผ็ง ลือฮวง กวยเส็ง คุมทหารเป็นทัพหนุน ลีขุยกับทหารพี่น้องพากันมาถึงหน้าเชิงเทินแล้ว ลีขุยจึงร้องว่าเราแซ่ลีชื่อขุย เป็นคนมีฝีมือเลื่องลืออยู่ที่เขาเนียซัวเปาะอยากจะลองฝีมือกับเจียปอหนำ ทหารเอกเมืองฮั่งจิวสักสิบเพลง พวกรักษาหน้าที่ก็ไปแจ้งความแก่เจียปอหนำ ๆ กับเนียมเหม็งก็คุมไพร่พลเปิดประตูเมืองออกมา ลีขุยรำขวานเข้ารบ เจียปอหนำก็รำง้าวเข้าต่อสู้เป็นสามารถ ลีขุยแกล้งยื่นคอล่อลวงด้วยอุบาย เจียปอหนำเป็นคนโทโสมากเอาง้าวจ้วงฟันจนสุดกำลัง ลีขุยหลบถลันเข้าใต้ท้องม้าฟันขาม้าท้งสองข้างขาดล้มลง เจียปอหนำไม่ทันยั้งล้มคะมำตกลงมา ลีขุยเอาขวานฟันหาถูกไม่ พอเนียมเหม็งไม่ระวังตัวก็เอากระบี่ฟันถูกศีรษะเนียมเหม็งตาย เจียปอหนำวิ่งหนีเข้าปนอยู่กับหมู่ทหารแตกกระจายไปสิ้น เจียปอหนำวิ่งเข้าแอบบานประตูเมือง เปาหยกไม่ทันพิจารณาวิ่งตามเจียปอหนำเข้าไป เจียปอหนำเอาง้าวฟันเปาหยกศีรษะขาดติดอยู่ที่ประตูเมือง

ขณะเมื่อเปาหยกวิ่งเข้าไปในประตูนั้นซ้องกั๋งก็ขับทหารหนุนรุกเข้าไปใกล้ประตู ชาวเมืองซึ่งรักษาหน้าที่เอาก้อนศิลาขว้างและยิงเกาทัณฑ์ลงมาเป็นอันมาก ซ้องกั๋งก็โบกธงสัญญาเรียกทหารให้ถอยกลับมาเข้าค่าย ตั้งแต่วันนั้นซ้องกั๋งก็มิได้ให้ทหารยกออกไปรบอีก สั่งเกยเตียน เกยโปให้ลงเรือไปเที่ยวลาดตระเวนตามลำแม่น้ำหน้าเมืองฮั่งจิว

เวลาวันหนึ่งเกยเตียน เกยโปเข้ามาแจ้งความแก่ซ้องกั๋งว่าข้าพเจ้าไปเที่ยวลาดตระเวนในลำแม่น้ำพบเรือเสบียงห้าสิบลำ จับตัวนายเรือมาถามแจ้งความว่า เจ้าเมืองตังเอี๋ยงใช้อ้วนเพ็งซือคุมเรือเสบียงห้าหมื่นถังมาส่งเมืองฮั่งจิว ข้าพเจ้าทราบความแล้วจะฆ่าอ้วนเพ็งซือเสีย อ้วนเพ็งซืออ้อนวอนขอชีวิตไว้จึงแจ้งความต่อไปว่า ตัวเป็นแต่ผู้น้อยครั้นจะดื้อดึงขัดขืนก็กลัวอาญาจำใจคุมเรือเสบียงมาส่งตามบังคับ แต่ใจนั้นไม่อยากอยู่แก่ฮองละด้วยฮองละเบียดเบียนเอาทรัพย์สมบัติไปทำนุบำรุงไพร่พลเสียสิ้น อ้วนเพ็งซือคิดจะพาครอบครัวเข้ามาพึ่งบารมีพระเจ้าแผ่นดินซ้องก็ยังหาช่องโอกาสมิได้ จึงจำใจอยู่ในเมืองตังเอี๋ยง ข้าพเจ้าจึงงดไว้ไม่ฆ่าพาตัวอ้วนเพ็งซือและเรือเสบียงมาให้ท่าน ซ้องกั๋ง โงวหยงได้แจ้งมีความยินดีพูดว่า ครั้งนี้เราคงได้เมืองฮั่งจิวเป็นแน่จงหาตัวอ้วนเพ็งซือเข้ามาถามได้ความจะแจ้งแล้ว จึงให้ เกยเตีย เกยโป โจวเอี๋ยน โจวหยุน เลงจิ้น โตวเส็ง ลิหุน เจียสิว แป๊ะสิน มกชุน ทึงหลง เฮ่งเอ็ง นางโฮ้วซาเหนีย ซึงซิน นางโกวตัวซอ เตียแช นางซึงยีเหนีย ปลอมตัวเป็นชาวเมืองตังเอี๋ยงคุมเรือเสบียงมาส่ง ถ้าเข้าไปในเมืองได้แล้ว ให้เลงจิ้นจุดประทัดสัญญาเอาเพลงมาเผาบ้านเรือนราษฎรขึ้นให้หลายแห่งและการอุบายที่จะล่อลวงชาวเมืองนั้น โงวหยงก็สั่งสอนให้ทุกประการ นายทหารคำนับลามาเตรียมตัวพร้อม

ครั้นเวลาค่ำก็พากันลงเรือเสบียงตีกรรเชียงไปถึงท่าเมืองจอดเรือประทับเข้าตามชายฝั่ง มกชุนจึงเดินขึ้นไปร้องบอกชาวเมืองที่รักษาประตูทิศใต้ว่า อองเทียนเต๋งมีท้องตราเกณฑ์เสบียงเมืองตังเอี๋ยงไปห้าหมื่นถังผู้ว่าราชการเมืองตังเอี๋ยงให้เราผู้ชื่อว่า อ้วนเพ็งซือบรรทุกมาส่ง จงบอกท่านผู้สำเร็จราชการโดยเร็ว ถ้าเนิ่นช้ากลัวพวกซ้องกั๋งจะคุมกองทัพมาตีชิงเอาเสบียงเสีย ทหารรักษาหน้าที่ก็รีบไปแจ้งความแก่ฮองเทียนเต๋งทุกประการ ฮองเทียนเต๋งได้แจ้งมีความยินดีด้วยขัดสนเสบียง จึงพูดว่าเรามีเสบียงเลี้ยงไพร่พลอยู่แล้ว จะกลัวอะไรกับกองทัพซ้องกั๋ง แล้วก็สั่งทหารเอกหกนายให้คุมไพร่พลหมื่นหนึ่งมาคอยป้องกันให้ชาวเมืองตังเอี๋ยงขนเสบียงขึ้นไปส่ง ทหารซ้องกั๋งก็ช่วยกันหาบขนเสบียงเข้าไปถึงฉางครบจำนวนแล้วแสร้งอุบายพูดกับผู้รักษาฉางว่า ข้าพเจ้าทั้งหลายเหน็ดเหนื่อยอดนอนมาสองคืนแล้ว ครั้นจะพากันกลับลงไปนอนเรือเล่าคลื่นลมจัดเห็นจะนอนไม่ปกติ ข้าพเจ้าขออาศัยนอนที่นี่สักคืนหนิ่งรุ่งเช้าจึงจะลาลงเรือกลับไป ผู้รักษาฉางก็ยอมอนุญาตทหารซ้องกั๋งเหล่านั้นก็แสร้งนอนเรียบร้อยเป็นปกติ ครั้นเวลากลางคืนดึกสองยามคนทั้งปวงหลับสนิท ทหารซ้องกั๋งก็พากันแยกย้ายลอบเอาเพลิงจุดขึ้นหลายแห่งเพลิงก็ติดไหม้ลามไปเป็นอันมาก ขุนนางกรมการพากันแตกตื่นมาช่วยดับเพลิงวุ่นวาย ทหารซ้องกั๋งก็ป้องกันไว้ไม่ให้ดับเพลิง ชาวเมืองซึ่งรักษาหน้าที่เห็นเพลิงไหม้บ้านเรือนก็ตกใจเป็นห่วงบุตรภรรยา พากันทิ้งหน้าที่มาหาครอบครัวที่ยังอยู่รักษาหน้าที่นั้นน้อยตัว เลงจิ้นก็จุดประทัดสัญญาดังสนั่น

ฝ่ายซ้องกั๋งตั้งแต่ให้ทหารไปแล้วก็เตรียมกองทัพคอยทีอยู่ พอได้ยินเสียงประทัดสัญญาแลเห็นแสงเพลิงสว่างก็ยกกองทัพขับทหารระดมตีเข้าไปทั้งสามด้าน ทหารซ้องกั๋งเอาบันไดพาดปีนกำแพงเมืองขึ้นไปได้ ไล่ฆ่าฟันไพร่พลบนหน้าที่ตายลงไปเป็นอันมาก

ฝ่ายฮองเทียนเต๋งเห็นเพลิงไหม้ก็ตกใจสำคัญแน่ว่าทหารซ้องกั๋งเข้าเมืองได้ก็ไม่คิดอ่านที่จะสู้รบ พานายทหารที่สนิทสิบห้าคนขึ้นม้าหนีไปทางประตูทิศใต้ ครั้นมาถึงปากคลองเฮงกิมหมึงที่เตียสุนตาย ม้าที่ฮองเทียนเต๋งขี่นั้นไม่เดินไปได้ ฮองเทียนเต๋งลงแส้จนแส้ขาดม้าก็เดินไม่ไหว จึงชักกระบี่ออกแทงหลายแผลม้าก็ไม่ย่างก้าวออกไปได้ พอแลเห็นคนถือกระบี่เดินขึ้นมาจากน้ำตรงเข้ามา ฮองเทียนเต๋งกลัวจะลงจากม้าหนีก็ลงไม่ได้ให้มึนเมื่อยไปทั้งกาย ปิศาจเตียสุนเอากระบี่ตัดศีรษะฮองเทียนเต๋งหิ้วมา อูเอียนเจียกเห็นร้องทักว่าเตียหวยน้องเราจะไปข้างไหน ปิศาจเตียสุนไม่พูดรีบเดินไปหาซ้องกั๋ง ครั้นถึงจึงเข้าไปคุกเข่าคำนับแล้วเอาศีรษะฮองเทียนเต๋งส่งให้ซ้องกั๋งรับเอาแล้วถามว่า เตียหวยเจ้าฆ่าอองเทียนเต๋งตายที่ตำบลใด ปิศาจเตียสุนตอบว่า ข้าพเจ้าไม่ใช่เตียหวยดอกชื่อเตียสุน ซ้องกั๋งถามว่าเจ้าชื่อเตียสุนทำไมรูปกายจึงเป็นเตียหวยเล่า ปิศาจเตียสุนตอบว่าข้าพเจ้าปีนกำแพงเมืองขึ้นไป ชาวเมืองฮั่งจิวยิงเกาทัณฑ์ทุ่งหลาวแหลนลงมาถูกข้าพเจ้าจมนํ้าตาย ข้าพเจ้ามีจิตคิดพยาบาทฮองเทียนเต๋งจึงคอยอยู่ที่นั้น ปิศาจเหล่านั้นเชิญให้ข้าพเจ้าเป็นเทพารักษ์สิงสถิตย์อยู่ในศาลปากคลองเอ็งกิมหมึง เมื่อเวลาสองยามวันนี้ข้าพเจ้าเห็นฮองเทียนเต๋งขับม้าไปที่หน้าศาล จึงใช้ภูตพรายให้ยุดไว้ พอเตียหวยซากศพลอยมาข้าพเจ้าจึงเข้าอาศัยในร่างกายแล้วเอากระบี่ตัดศีรษะฮองเทียนเต่งมาให้ท่าน

พูดเท่านั้นแล้วร่างกายเตียหวยก็ล้มกลิ้งลงต่อหน้า ซ้องกั๋งเห็นดังนั้นก็ร้องไห้พูดว่า เตียสุนน้องเรามีความกตัญญูหาผู้เสมอมิได้แต่ตายไปแล้วยังอุตส่าห์ผูกจิตรักใคร่เราเหมือนยังเป็นมนุษย์ แล้วสั่งทหารให้เอาซากศพเตียหวยไปฝังไว้ก่อน แม้นบ้านเมืองราบคาบปกติเราจะทำบุญการใหญ่ไหว้พี่น้องที่ตายไป

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ