๘๗

ครั้นเวลารุ่งเช้าไต้เหลียวอ๋องจึงให้ประชุมขุนนางฝ่ายบุ๊น ฝ่ายบู๊ ปรึกษาการศึกว่า ซ้องกั๋งยกกองทัพมาตีบ้านเมืองเขตแดนฝ่ายใต้เข้ามาถึงเมืองฮิวจิวยังแต่จะยกเข้ามาล้อมเมืองเรา ควรที่ท่านทั้งปวงจะช่วยกันคิดอ่านป้องกันรักษาบ้านเมืองและกำจัดศัตรูคืนเอาเขตแดนมาได้ตามเดิมจึงจะชอบ

งิดงวนก๊วงจึงพูดว่า ซ้องกั๋งได้มีอำนาจกล้าแข็งใช่จะสำเร็จด้วยสติปัญญาของตัวหามิได้ นอกจากอาศัยสติปัญญาโงวหยง ถ้าเราคิดอ่านฆ่าโงวหยงได้แล้ว ซ้องกั๋งก็จะถอยกำลังอุปมาเหมือนต้นไม้ถ้าตัดต้นแล้วปลายก็ต้องตาย การซึ่งจะคิดปราบปรามซ้องกั๋งและโงวหยงนั้นไม่สู้ยากนัก แม้นไต้เหลียวอ๋องให้อำนาจอาญาสิทธิ์แก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะขออาสาไปจับตัวมาให้จงได้ ไต้เหลียวอ๋องได้ฟังก็มีความยินดี จึงถามงิดงวนก๊วงว่า ท่านจะขออาญาสิทธิ์แก่เราเพื่อประสงค์อย่างไร งิดงวนก๊วงว่า ทหารที่เป็นเชื้อพระวงศ์ของไต้เหลียวอ๋องนั้นย่อมมีมานะถือศักดิ์ตระกูล ข้าพเจ้าจะบังคับบัญชาการงานสิ่งใดก็จะไม่กระทำตาม จึงขออำนาจอาญาสิทธิ์แก่ไต้เหลียวอ๋อง ถ้าพวกเชื้อพระวงศ์เหล่านี้อยู่ในบังคับข้าพเจ้าแล้ว จะยกกองทัพไปกำจัดซ้องกั๋งตีเอาเมืองเอกทั้งสี่คืนมาให้จงได้

เอ๋ลุดติดฮุยก็เห็นชอบจึงมอบตราและธงอาญาสิทธิ์สิ่งของสำหรับยศให้งิดงวนก๊วงคำนับรับแล้วออกมาสั่งให้มีหนังสือเกณฑ์ทหารหัวเมืองฝ่ายเหนือและตะวันออกมาบรรจบกัน ณ เมืองไต้เหลียว เจ้าพนักงานก็มีหนังสือเกณฑ์ไปตามสั่ง งิดงวนก๊วงกลับมาบ้านตรึกตรองการที่จะยกกองทัพไปปราบปรามซ้องกั๋งให้จงได้

ฝ่ายงิดงวนเอี้ยนสิวซึ่งเป็นบุตรได้แจ้งว่า บิดารับอาสาจะยกกองทัพออกไปรบกับซ้องกั๋งจึงเข้าไปแจ้งความว่า ข้าพเจ้าจะขออาสาคุมกองทัพยกล่วงหน้าไปตั้งล้อมเมืองฮิวจิวฟังกำลังข้าศึกดูก่อน ถ้าเห็นควรจะตีให้แตกได้ข้าพเจ้าจะยกทหารระดมตีให้แตก ถ้าเห็นว่าการศึกหนักแน่นเหลือกำลังจึงจะมีหนังสือแจ้งความมาให้ทราบ บิดาจงยกทัพใหญ่หนุนออกไปช่วยตีเอาเมืองฮิวจิวคืนมา งิดงวนก๊วงได้ฟังก็เห็นชอบจึงเกณฑ์ทหารสามหมื่นให้ไต้จิน งิดงวนเอี้ยนสิวเป็นนายทัพยกไป ไต้จิน งิดงวนเอี้ยนสิวก็คำนับลามาเตรียมทหารพร้อมด้วยศัสตราวุธแล้วรีบยกมาถึงแดนเมืองฮิวจิว

ฝ่ายทหารม้าใช้ซ้องกั๋งเห็นก็รีบมาแจ้งความให้ทราบ ซ้องกั๋งจึงได้ปรึกษาโงวหยงว่า พวกฮวนยกกองทัพมาคราวนี้เราจะตั้งมั่นรับในเมืองหรือจะออกไปตั้งค่ายรับนอกเมือง โงวหยงตอบว่าข้าพเจ้าคิดจะไปตั้งค่ายโป๊ยกวนติ่น ณ เขาบ้วนซัว สัณฐานค่ายนั้นแปดเหลี่ยมมีประตูทั้งแปดทิศชื่อประตูนั้นเรียกว่าฮิวแซเซียซีโตเก๋งเกียคุย เมื่อแรกตั้งค่ายแล้วจึงยกกองทัพออกไปรบล่อให้เข้ามาในค่าย ถ้าข้าศึกตามเข้ามาทางประตูแชคุยจึงจะรอดชีวิตกลับไปได้ แม้นเข้าทางประตูทั้งหกแล้วมิได้รอดไปเป็นอันขาด ซ้องกั๋งได้ฟังก็เห็นชอบจึงจัดทหารยกออกจากเมืองฮิวจิว เดินทางไปประมาณสิบลี้ถึงเขาบ้วนซัว ซ้องกั๋งจึงสั่งให้ทหารตั้งค่ายตามอย่างของโงวหยงอยู่ที่เชิงเขา

ฝ่ายไต้จินงิดงวนเอี้ยนสิวยกทัพมาถึงเขาบ้วนซัวเห็นซ้องกั๋งจัดทหารเป็นขบวนค่ายอยู่หน้าเมือง งิดงวนเอี้ยนสิวจึงหยุดทัพห่างพวกซ้องกั๋งประมาณสองลี้ จึงแบ่งทหารเป็นสามกองแล้วให้ทหารขับม้ามาท้ารบ ซ้องกั๋งจึงให้ทหารตอบว่าจงกลับไปบอกนายของเจ้าให้ดูขบวนทหารของเราซึ่งจัดไว้เป็นรูปค่ายให้รู้จักก่อนจึงค่อยรบกัน งิดงวนเอี้ยนสิวได้แจ้งจึงขับม้ามายืนอยู่หน้าค่ายแล้วบอกว่า ขบวนทหารของท่านที่จัดไว้นี้เรียกว่าโป๊ยกวยติ้น จงคอยดูขบวนทหารของเราจะจัดเป็นรูปค่ายบ้าง ว่าแล้วก็โบกธงวนเวียนหลายกลับ พวกทหารก็เข้ายืนแซงสลับรูปค่ายชำช่ายติ้น โงวหยง จูบู๊เห็นดังนั้นจึงบอกซ้องกั๋งว่า ขบวนค่ายอย่างนี้ไม่สู้สำคัญนัก ในตำรับพิขัยสงครามเรียกว่า ชำช่ายติ้น ซ้องกั๋งจึงบอกงิดงวนเอี้ยนสิวตามคำโงวหยง งิดงวนเอี้ยนสิวจึงโบกธงให้ทหารย้ายขบวนตั้งค่ายอีกสามอย่างคือห่อลกสี่เฉีย สุนหวนโป๊ยก่วย โป๊ยโป๊ยลักจับสี่ก่วยติ้น โงวหยง จูบู๊ก็บอกให้ซ้องกั๋งเรียกชื่อตามขบวนแล้ว

ซ้องกั๋งจึงพูดว่า ตัวเจ้าเป็นหนุ่มมีสติปัญญาน้อยมิได้รู้ตำรับพิชัยสงคราม และคุณวิชาลึกซึ้ง อุปมาเหมือนกบตัวน้อยอาศัยน้ำในรอยโคมิได้เคยเห็นน้ำในท้องทะเล จึงสำคัญว่าน้ำในรอยโคนั้นกว้างขวางเหลือประมาณ ซึ่งเจ้าจะอวดรู้มาสู้ผู้ใหญ่คราวปู่และบิดานั้นไม่สมควร จงกลับไปบอกบิดามาสู้กับเราจึงจะชอบ ถ้าตัวถือดีแล้วจงยกทหารเข้ามาตีค่ายของเราให้แตกจึงจะเห็นว่าเป็นคนมีฝีมือและสติปัญญา

งิดงวนเอี้ยนสิวได้ฟังซ้องกั๋งว่าหยาบช้าก็มีความโกรธเป็นอันมากจึงตอบว่า ตัวเองอุปมาเหมือนเพลิงอันน้อยก็สามารถไหม้ของใหญ่ได้หรือ ซึ่งจะให้เราตีขบวนทหารตั้งค่ายเราจะตีก็ได้ แต่อย่าให้ทหารเอาเกาทัณฑ์ยิงเราเป็นอันขาด ซ้องกั๋งตอบว่าลักษณะจะทำศึกสงครามแก่กันด้วยสติปัญญาและความรู้ จะลอบทำอันตรายแก่กันในเวลาไม่รู้ตัวถึงจะมีชัยชนะก็ไม่มีเกียรติยศเป็นที่สรรเสริญสืบไปภายหน้า งิดงวนเอี้ยนสิวจึงให้ไต้จินคุมทหารหมื่นหนึ่งยกเข้าตีด้านซ้าย ลีกิมอู๋คุมทหารหมื่นหนึ่งยกเข้าตีด้านขวา งิดงวนเอี้ยนสิวคุมทหารหมื่นหนึ่งเข้าตีด้านตะวันตกทางประตูต๋วย เพราะเห็นว่าทิศนั้นเป็นธาตุน้ำ ถูกกับทิศที่ตัวมาหยุดทัพ เมื่องิดงวนเอี้ยนสิวคุมทหารตีล่วงเข้าไปทางประตูต๋วยแล้วแลไปตามระหว่างวงทหารเห็นขาวดาดเป็นคันเหมือนกำแพงกั้นก็ตกใจ หยุดม้ายืนตะลึงอยู่ จึงคิดว่าชะรอยโงวหยง จูบู๊จะคิดอ่านอุบายล่อลวงเราด้วยกลวิชาเป็นแน่แท้จึงชักม้ากลับ อูเอียนเจียกเห็นดังนั้นก็ขับม้าแซงสกัดไว้ งิดงวนเอี้ยนสิวขับม้าเข้ารบได้สามเพลงทานกำลังไม่ได้ก็ชักม้าหนี อูเอียนเจียกขับม้าไล่ตามมาทันเอากระบองตี งิดงวนเอี้ยนสิวเบี่ยงตัวหลบพลัดตกจากม้า อูเอียนเจียกกระโจนลงจับตัวได้มัดส่งให้ทหาร ไต้จิน ลีกิมอู๋เห็นดังนั้นจึงขับม้ารำทวนเข้าไปหมายจะช่วยแก้ ฉินเหม็งขับม้าถลันเข้ารบเอากระบองตีถูกลีกิมอู๋ตกม้าตาย ไต้จินขับม้าหนีออกไปทางประตูคุยตรงไปเมืองเอียนเกีย ซ้องกั๋งจึงโบกธงสมทบทหารไล่ฆ่าฟันทหารฮวนตายเป็นอันมาก ที่เหลือตายก็พากันหนีกลับไปเมืองไต้เหลียว ซ้องกั๋งจึงให้ทหารตัดไม้ตั้งค่ายมั่นพักทหารอยู่ที่เชิงเขาบ้วนซัว

ฝ่ายทหารฮวนที่หนีกลับมาถึงเมืองไต้เหลียว จึงเข้าไปแจ้งความแก่งิดงวนก๊วงตามซึ่งเสียทัพให้ทราบทุกประการ งิดงวนก๊วงได้แจ้งก็มีความวิตกนักจึงจัดทหารเป็นสี่สิบเอ็ดกอง ให้เก็งเอียว นับเอี๋ยนคุมทหารหมื่นหนึ่ง โกวตินเอี๋ยนคุมทหารหมื่นหนึ่งเป็นนายทัพหน้ายกล่วงไปก่อน จัดให้ทหารเอกสิบนายคุมทหารนายละห้าพัน ทหารโทยี่สิบแปดนายคุมทหารเลวนายละสามพัน งิดงวนก๊วงก็เป็นแม่ทัพใหญ่คุมทหารเลวสิบสี่หมื่นหกพัน ทหารเอกโทสี่สิบเอ็ดนายพร้อมด้วยเครื่องศัสตราวุธเสบียงอาหารเป็นอันมาก ครั้นเตรียมกองทัพแล้วจึงเข้าไปแจ้งความแก่ไต้เหลียวอ๋องว่า ข้าพเจ้าได้เตรียมกองทัพไว้พร้อมแล้ว ขอเชิญไต้เหลียวอ๋องเสด็จไปด้วย จะได้เป็นสง่าแก่ข้าศึก ไต้เหลียวอ๋องก็เห็นชอบ งิดงวนก๊วงจึงสั่งเจ้าพนักงานให้จัดสิ่งของโดยสมควรแก่ยศเจ้าประเทศราชใหญ่ ครั้นถึงวันฤกษ์ดียกกองทัพออกจากเมืองไต้เหลียวมาตามระยะทาง ครั้นถึงแดนเมืองฮิวจิวพอพบทัพหน้าจึงให้ทหารตั้งค่ายพักทหารอยู่

ฝ่ายกองตระเวนพวกซ้องกั๋งเห็นทหารฮวนยกกองทัพมามาก จึงรีบมาแจ้งให้ซ้องกั๋งทราบทุกประการ ซ้องกั๋งได้ฟังก็มีความวิตกยิ่งนัก ด้วยไต้เหลียวอ๋องยกกองทัพมาเหมือนทัพกษัตริย์จึงให้ทหารม้าใช้ไปแจ้งความแก่เตียวคูมิดและโลวจุนหงี ณ เมืองกีจิวและเมืองปาจิว ให้ยกกองทัพขึ้นมาช่วยโดยเร็ว ทหารม้าใช้คำนับลารีบไปบอกตามคำสั่ง เตียวคูมิด โลวจุนหงีได้แจ้งจึงคุมทหารเมืองหลวงและทหารเขาเนียซัวเปาะกับทหารที่มาเข้าเกลี้ยกล่อมรีบยกมาถึงเมืองฮิวจิว ซ้องกั๋งออกมาต้อนรับต่างคำนับตามธรรมเนียมพากันเข้าไปในค่าย ซ้องกั๋งจึงเอาแผนที่เมืองไต้เหลียวมาคลี่ให้ทหารทั้งปวงดู แล้วบอกเตียวคูมิดว่าท่านจงคุมทหารอยู่รักษาเมืองฮิวจิวไว้อย่าให้พวกฮวนตีคืนเอาไปได้ ข้าพเจ้าจะยกออกไปตั้งค่ายอยู่หน้าเมืองย่งเช็งกุ้ยเตียวคูมิดก็รับคำ

ซ้องกั๋งจึงประกาศแก่ทหารทั้งปวงว่า พวกฮวนยกทัพมาคราวนี้ใหญ่หลวงเป็นศึกสำคัญ จะได้เมืองไต้เหลียวหรือไม่ได้ก็รู้กันในคราวนี้ ท่านทั้งปวงจงช่วยให้เต็มกำลังเถิด ถ้าการศึกเสร็จพระเจ้าแผ่นดินคงชุบเลี้ยงให้มียศศักดิ์ตามสมควร ทหารทั้งปวงก็รับอาสาขึ้นพร้อมกัน ซ้องกั๋งเห็นทหารเต็มใจทั้งสิ้นก็มีความยินดี จึงจัดทหารยกออกจากค่ายเขาบ้วนซัวมาตั้งมั่นอยู่หน้าเมืองย่งเช็งกุ้ย เตียวคูมิด ก็อยู่รักษาค่ายเขาบ้วนซัว

ขณะนั้นทหารม้าใช้พวกฮวนถือหนังสือมาให้ซ้องกั๋ง ณ ค่ายย่งเช็งกุ้ยใจความว่า “ให้ซ้องกั๋งจัดทหารยกไปรบในเวลานี้ให้เห็นฝีมือกัน” ซ้องกั๋งจึงสลักหลังหนังสือตอบไปว่า “วันนี้เวลาจวนค่ำแล้ว ต่อพรุ่งนี้จึงนัดรบ” เขียนแล้วส่งหนังสือให้ทหารฮวน ๆ คำนับรับหนังสือกลับไปค่าย ครั้นเวลารุ่งเช้าซ้องกั๋งจึงจัดทหารยกออกจากค่ายมาหยุดทหารตั้งรอคอยอยู่ที่สนามรบ

ฝ่ายเก็งเอียวนับเอี๋ยน โกวตินเอี๋ยนนายทัพหน้า ครั้นได้เวลาก็ยกทหารออกจากค่ายมาตั้งขบวนอยู่ที่สนามรบ ซ้องกั๋งเห็นพวกฮวนยกมาจึงให้ซือจินออกรบ ซือจินก็ขับม้าเข้ารบกับเก็งเอียวนับเอี๋ยนประมาณสามสิบเพลง ซือจินทานกำลังไม่ได้ก็ขับม้าหนี เก็งเอียวนับเอี๋ยนขับม้าไล่ตามเข้ามา ฮวยหยงเห็นได้ทีจึงเอาเกาทัณฑ์ยิงไปถูกเก็งเอียวนับเอี๋ยนตกม้าตาย โกวตินเอี๋ยนขับม้าถลันจะเข้าแก้ ซึงลิบขับม้าเข้ารบกับโกวตินเอี๋ยนประมาณยี่สิบเพลง โกวตินเอี๋ยนทานกำลังไม่ได้ก็ขับม้าหนี ซึงลิบขับม้าไล่ตามไปใกล้จึงเอาเกาทัณฑ์นั้นยิงโกวตินเอี๋ยนจับลูกเกาทัณฑ์ได้เอาลูกเกาทัณฑ์นั้นยิงตอบมา ซึงลิบหลบลูกเกาทัณฑ์หมอบฟุบอยู่บนหลังม้า โกวตินเอี๋ยนสำคัญว่าซึงลิบถูกเกาทัณฑ์ จึงขับม้าเข้ามาใกล้หมายจะซํ้า ซึงลิบเห็นได้ทีเอากระบองตีถูกศีรษะโกวตินเอี๋ยนตกม้าตาย ทหารฮวนเหล่านั้นเห็นนายตายก็พากันแตกตื่นไม่เป็นขบวน ทหารซ้องกั๋งไล่ฆ่าฟันตายลงเป็นอันมาก ที่เหลือตายก็พากันหนีมาหากองทัพใหญ่ ซ้องกั๋งจึงตีม้าล่อเรียกทหารกลับ พอได้ยินเสียงม้าล่อและประทัดพวกฮวนดังก้องสนั่นกว่าทุกครั้ง ซ้องกั๋งมีความตกใจ จึงให้ทหารขึ้นไปดูบนเขาสูง ทหารกลับมาบอกว่าพวกฮวนยกกองทัพมามากเหลือประมาณ เสียงม้าและทหารราวกับเสียงคลื่นกระทบฝั่ง ข้าพเจ้าเห็นว่าพวกเราจะต้านทานไม่ไหว ซ้องกั๋งได้แจ้งมีความวิตก จึงพาทหารกลับค่ายขึ้นไปดูบนหอรบเห็นพวกฮวนยกทัพเป็นขบวนพร้อมเหมือนทัพกษัตริย์ มีธงจารึกอักษรบอกชื่อแม่ทัพนายกองทหารเอก โท และตรีทุกทัพ กองหน้านั้นนายทัพชื่อเคียดหลีชุดเช็งมีทหารโทเจ็ดนาย ๆ หนึ่งคุมทหารม้านายละพัน ทหารเดินเท้าประมาณหมื่นหนึ่ง ถือธงดำประจำทัพมา และเครื่องแต่งกายศัสตราวุธล้วนสีดำทั้งสิ้น เป็นทัพหน้า ปีกซ้ายกองหนึ่งนายทัพชื่อจีหงีฮุดลาง มีทหารโทเจ็ดนายคุมทหารม้านายละพัน ทหารเดินเท้าประมาณหมื่นหนึ่งถือธงเขียวประจำทัพมา เครื่องแต่งกายและศัสตราวุธสีเขียวเป็นทัพหน้า ปีกขวากองหนึ่งนายทัพชื่อโอวหลีคออาน มีทหารโทเจ็ดนาย ๆ หนึ่งคุมทหารม้านายละพัน ทหารเดินเท้ารายสองข้างหมื่นหนึ่ง ถือธงขาวประจำทัพมาเครื่องแต่งกายและศัสตราวุธล้วนสีขาวเป็นทัพหนุนฝ่ายซ้าย กองหนึ่งนายทัพชื่อตังเซียนบุนหยงมีทหารรองเจ็ดนายคุมทหารนายละพัน ทหารเลวหมื่นหนึ่งถือธงแดงประจำทัพ เครื่องแต่งกายและศัสตราวุธล้วนสีแดงเป็นทัพหนุนฝ่ายขวา กองหนึ่งนายทัพชื่อเอ๋ลุดติดก๋งมีทหารรองเจ็ดนาย นายหนึ่งคุมทหารม้านายละพัน ทหารเดินเท้าหมื่นห้าพันมีธงสีม่วงประจำทัพเครื่องแต่งกายและศัสตราวุธล้วนสีม่วงเป็นปีกซ้ายทัพใหญ่ กองหนึ่งนายทัพชื่อนางเทียนสิ้วกงจู๊ มีทหารรองเจ็ดนาย นายหนึ่งคุมทหารม้านายละพัน ทหารเดินเท้าหมื่นห้าพัน ถือธงสีน้ำเงินประจำทัพ เครื่องแต่งกายและศัสตราวุธล้วนสีน้ำเงินเป็นปีกขวาทัพใหญ่ และกองทัพหลวงนั้นไต้เหลียวอ๋องงิดงวนก๊วงเป็นแม่ทัพ เอ๋ลุดติดหยง เอ๋ลุดติดหัว เอ๋ลุดติดตง เอ๋ลุดติดสินเป็นเชื้อพระวงศ์ สี่นายคุมทหารม้านายละห้าพัน ทหารเอก ทหารโทอีกหลายนาย ทหารเลวสิบห้าหมื่นถือธงเหลืองประจำทัพ จารึกอักษรบอกชื่อแม่ทัพนายทหารจำนวนทหารทุกกอง ทัพหลังกองอาสา กองขัน กองลำเลียงพร้อมเสร็จ เสียงม้าเสียงทหารกึกก้องผงคลีคลุ้มไปทั้งอากาศ ครั้นพวกฮวนเดินทัพมาถึงเมืองย่งเช็งกุ้ย จึงตั้งค่ายมั่นลงหลายค่ายห่างเมืองประมาณสิบห้าลี้ ทำนองค่ายสลับซับซ้อนหลายชั้น

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ