๔๘

ฝ่ายจอกปิวกับไพร่พลพากันนิ่งสงบอยู่ในบ้าน พอเห็นกองทัพซ้องกั๋งจะถอยกลับก็จุดประทัดสัญญาขึ้น ไพร่พลก็จุดคบไฟสว่างไปทั้งตำบล เอาเกาทัณฑ์ยิงระดมลงมาดังห่าฝน ซ้องกั๋งเร่งรีบพวกพ้องไพร่พลเดินตามทางใหญ่ มาได้ครู่หนึ่งก็ไม่มีทาง เอียหยงร้องบอกพวกข้างหลังว่า ทางที่จะเดินไปนั้นไม่มีสิ้นเท่านี้ ข้างหน้าเห็นจะมีไพร่พลซุ่มอยู่ดอกกระมัง ซ้องกั๋งได้ฟังก็คุมพวกพ้องไพร่พลเที่ยวค้นหาทางไม่พบวนเวียนไปมาอยู่ที่นั้น ก็มีความวิตกยิ่งนักไม่รู้ที่จะคิดประการใด พอได้ยินประทัดสัญญาณจุดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง พวกตำบลจอกเกจึงก็เอิกเกริกอื้ออึง ซ้องกั๋งขี่ม้ายืนอยู่กลางไพร่พลได้ยินเสียงดังนั้นก็ตกใจ ครั้นจะหนีออกไปก็ไม่ได้ พากันยืนตะลึงอยู่ทั้งสิ้น พอซ้องกั๋งได้สติจึงสั่งให้ไพร่พลเดินไปตามทางใหญ่ได้พักหนึ่ง ก็พากันร้องขึ้นว่ายับเยินแล้ว ซ้องกั๋งจึงถามว่าเหตุสิ่งใด พวกเหล่านั้นบอกว่าเดินไปก็วนเวียนอยู่ที่นี่เอง ซ้องกั๋งว่าถ้าเห็นไฟอยู่ตรงไหนก็บุกออกไปทางนั้นคงจะมีบ้านเรือน ไพร่พลทั้งปวงครั้นเห็นแสงไฟก็บุกไปบ้างถูกขวากและแหลนที่ปักไว้เจ็บป่วยเป็นหลายคน ซ้องกั๋งพูดว่าเทพยดาอาเพศจะให้เราเข้ามาตายในเขตแดนนี้ดอกกระมัง จึงเผอิญเป็นไปทุกอย่าง

ฝ่ายเจียสิวนอนไม่หลับ มีความวิตกเป็นอันมาก จึงคิดว่าเอียหลิมที่มาด้วยกันก็ถูกจับได้ จะต้องรีบหนีไปแจ้งความกับซ้องกั๋งให้รู้เสียก่อน เจียสิวก็ออกจากห้องมาไม่ให้ผู้เฒ่ารู้ เปิดประตูบ้านเดินมาถึงถนนใหญ่ ได้ยินเสียงคนข้างหน้าอื้ออึงไม่แจ้งว่าไพร่พลของผู้ใดก็มีความสงสัย แอบต้นไม้ฟังได้ยินคนเหล่านั้นพูดกันว่า พวกเราครั้งนี้พากันยับเยินเสียจริงแล้ว เมื่อเข้ามานั้นเข้าได้ ครั้นจะหนีออกไม่มีทาง เจียสิวได้ฟังก็แจ้งว่าพวกของตัว เดินออกจากพุ่มไม้ใกล้จะถึงกองทัพพวกไพร่พลเห็นก็ร้องบอกไปว่าเจียสิวกลับมาแล้ว ซ้องกั๋งได้ฟังก็รู้ว่าพวกจอกเกจึงจับเอาตัวเอียหลิมไปได้ พอเจียสิวมาถึงหน้าม้าซ้องกั๋ง คำนับแจ้งความว่า ท่านอย่าวิตกข้าพเจ้ารู้ทางออกแล้ว ซ้องกั๋งก็ยินดีจึงสั่งเจียสิวว่า เจ้าจงรีบนำทางออกไปเสียโดยเร็วเถิด เจียสิวกำชับสั่งพวกไพร่พลว่า ถ้าเดินออกไปตามถนนใหญ่เห็นมีต้นแป๊ะเอียงลิ้วอยู่ตรงไหน จงเลี้ยวไปตามนั้นอย่าคิดว่าทางเล็กใหญ่ ถ้าไม่มีต้นแป๊ะเอียงลิ้วถึงจะมีทางก็อย่าไปเลย ไพร่พลเหล่านั้นก็เดินกลับออกมาตามคำเจียสิวสั่งประมาณทางสามสิบลี้ ได้ยินเสียงไพร่พลอื้ออึงอยู่ข้างหน้า ซ้องกั๋งถามเจียสิวว่าเหตุผลประการใด เจียสิวว่าพวกจอกเกจึงได้สัญญากันไว้เอาโคมเป็นสำคัญ ถ้าเห็นโคมอยู่ตรงไหนก็ให้กรูเข้าไป ฮวยหยงชี้ให้ซ้องกั๋งดูแล้วพูดว่า พวกเรายกไปทางไหนไฟโคมก็สว่างอยู่ตรงนั้น สกัดไว้จะไม่ให้ออกไปได้ เห็นจะเป็นอุบายเป็นแน่แล้ว ซ้องกั๋งว่าเราจะคิดประการใดดี ฮวยหยงว่าข้าพเจ้าจะยิงไฟโคมให้ดับเสีย พวกเหล่านั้นไม่เห็นโคมเป็นสำคัญก็จะพากันรวนเร เราจึงยกไพร่พลตีหักออกไป ซ้องกั๋งก็เห็นชอบ ฮวยหยงหยิบลูกเกาทัณฑ์ขึ้นพาดสายหมายยิงไปถูกไฟโคมพลัดตกแตก ซ้องกั๋งสั่งเจียสิวให้นำไพร่พลตีหักออกไป เจียสิวก็นำออกมาตามทางต้นแป๊ะเอียงลิ้วดังผู้เฒ่าบอก

ฝ่ายพวกตำบลจอกเกจึงไฟดับไม่มีสำคัญ เวลานั้นมืดไม่เห็นตัวกัน บรรดาไพร่พลก็ระส่ำระสายรวนเรอยู่ เจียสิวนำไพร่พลพวกพ้องออกมาได้ ก็รีบเร่งมาโดยเร็ว

ฝ่ายลิมชองเป็นกองหลัง ยกมาใกล้จะถึงตำบลจอกเกจึงไม่เห็นกองทัพหน้า ก็รู้ว่าซ้องกั๋งยกบุกรุกเข้าไปในเขตแดน ขณะนั้นก็มืดคํ่าลิมชองกับพี่น้องเหล่านั้นให้ไพร่พลจุดคบไว้พร้อมยกตามซ้องกั๋งมา

ฝ่ายเจียสิวนำไพร่พลลดเลี้ยวใกล้จะออกปากทาง ได้ยินเสียงอื้ออึงจุดคบสว่าง ซ้องกั๋งเห็นดังนั้นก็ตกใจสั่งให้หยุดทหาร แล้วใช้เจียสิวลอบไปดูว่าจะเป็นพวกจอกเกจึงยกมาสกัดปากทางไว้หรืออย่างไร เจียสิวก็คำนับลาเล็ดลอดออกไปตามสั่ง อึงซินพาพวกประมาณเก้าคนสิบคนวิ่งตามเจียสิวออกมาไม่ทัน ด้วยตัวไม่รู้จักทาง วิ่งไปหน้าพวกเหล่านั้นก็หลงไปพบพวกจอกเกจึงซุ่มอยู่ เอาขอเกี่ยวเท้าม้าอึงซินล้มลงก็กรูกันเข้าไปจับตัวได้ พวกที่ไปด้วยจะเข้าแก้ก็ไม่ทัน ชวนกันวิ่งหนีกลับมายังหยู่พวกของตัว เจียสิวลอบออกไปดูเห็นก็จำได้รีบกลับมาแจ้งซ้องกั๋งว่า พวกที่ยกตรงมาไม่ใช่กองทัพผู้อื่นคือลิมชอง เกือบจะถึงปากทางอยู่แล้ว ซ้องกั๋งได้ฟังก็ยินดี รีบเร่งไพร่พลยกออกจากปากทางทัพทั้งสองก็เข้าสมทบกันอยู่ที่ปากทางตำบลจอกเกจึง พอสว่างซ้องกั๋งก็เที่ยวสำรวจชัยภูมิตั้งค่ายมั่นลงไว้

ฝ่ายไพร่พลจอกเกจึงเห็นพวกโจรยกออกไปได้ ก็พาอึงซินกลับไปส่งจอกปิว ๆ จึงสั่งให้เอาตัวอึงซินไปจำขังไว้ให้มั่นคง แล้วก็ปรึกษาจอกเหล็ง จอกโฮ้วว่า อุบายของเราครั้งนี้ก็ไม่สำเร็จความปรารถนา จะต้องตรึกตรองหาอุบายที่จะสู้รบกันอย่างอื่นต่อไป ฝ่ายซ้องกั๋งตั้งค่ายมั่นอยู่ริมเขตแดนบ้านจอกเกจึง แล้วตรวจดูพวกพ้องไพร่พลก็อยู่พร้อม แต่อึงซินนั้นหาเห็นไม่ ซ้องกั๋งตกใจจึงถามว่าเวลาคืนนี้ผู้ใดรู้ว่าอึงซินไปข้างไหน พวกที่ไปกับอึงซินบอกว่า เมื่อท่านใช้ให้เจียสิวออกไปดูไพร่พลที่ยกมา อึงซินกับพวกข้าพเจ้าชวนกันวิ่งตามไม่ทันหลงไป พวกจอกเกจึงเอาขอเกี่ยวเท้าม้ากระชากอึงซินตกม้าลง พวกที่ซุ่มอยู่กรูกันออกมาจับอึงซินได้ จะเข้าช่วยก็ไม่ทันจึงพากันหนีกลับมา ซ้องกั๋งได้ฟังก็โกรธว่าวิ่งหนีกลับมาเหตุใดจึงไม่บอก ก็สั่งให้เอาพวกที่ไปกับอึงซินนั้นฆ่าเสีย ลิมชองกับฮวยหยงช่วยกันอ้อนวอนขอโทษ ซ้องกั๋งก็ยกให้ บรรดาพี่น้องจึงปรึกษากันว่า เรายกไพร่พลมาก็ยังไม่ได้สู้รบกับข้าศึก พวกจอกเกจึงจับพี่น้องเราไปสองคนจะคิดอ่านประการใดดี

เอียหยงว่า บ้านจอกเกจึงยังมีพวกพ้องอีกสองตำบล อยู่เขตแดนเดียวกัน ข้างทิศตะวันตกตำบลหนึ่ง ข้างทิศตะวันออกตำบลหนึ่ง แต่ข้างทิศตะวันออกนั้น เจ้าของบ้านชื่อลิเอง ซึ่งเกิดวิวาทกับพวกจอกเกจึงเพราะเรื่องความเรา จอกปิวเอาเกาทัณฑ์ยิงถูกต้นแขนลิเองยังรักษาแผลอยู่ ถ้าคิดอ่านการเรื่องนี้ท่านจงไปปรึกษาลิเองก็คงรู้ ซ้องกั๋งได้ฟังก็เห็นชอบว่าเราลืมไปหาทันคิดไม่ จำจะไปปรึกษากับลิเอง พูดแล้วก็สั่งให้จัดแพรต่วนอย่างดีสองพับ กับม้าที่มีฝีเท้าครบเครื่องพร้อมม้าหนึ่งกับสุราสองถัง แพะคู่หนึ่ง กำชับสั่งให้ลิมชอง ฉินเหม็งอยู่รักษาค่าย ซ้องกั๋งกับฮวยหยง เอียหยง เจียสิวก็ขึ้นม้าคุมทหารสามร้อยตรงไปยังตำบลลิเกจึง

ฝ่ายพวกไพร่พลบ้านลิเกจึงเห็นกองทัพยกมาก็ชวนกันชักสะพานเรือกที่ข้ามคลองเสีย ต่างคนตระเตรียมเครื่องศัสตราวุธยืนป้องกันอยู่พร้อม ซ้องกั๋งร้องบอกไปว่า เรานี้คือซ้องกั๋ง มิได้คิดร้ายสิ่งใดจะมาหาลิไทก๋งนายท่าน โตวเฮงอยู่บนกำแพงได้ยินดังนั้น พิเคราะห์ดูเห็นเอียหยง เจียสิว ยืนอยู่สองข้างจึงนึกว่าตรงกลางนั้นจะเป็นตัวซ้องกั๋ง ก็ร้องห้ามไพร่พลมิให้ทำอันตราย โตวเฮงโดดลงจากกำแพงเปิดประตูบ้านเอาเรือเล็กข้ามมาถึงฝั่ง เข้าไปคำนับซ้องกั๋ง ๆ ก็ลงจากม้ารับคำนับเอียหยง เจียสิวจงบอกกับซ้องกั๋งว่า โตวเฮงนี้ที่เรียกว่ากุยเกียมหยีพาข้าพเจ้ามาหาลิไทก๋ง ซ้องกั๋งได้ฟังก็ยินดี จึงพูดกับโตวเฮงว่า เราชื่อซ้องกั๋ง มาจากเขาเนียซัวเปาะ เพราะได้ยินชื่อเสียงนายท่านปรากฏมาช้านานยังหาได้พบปะสนทนากันไม่ บัดนี้เราเกิดวิวาทขึ้นกับพวกจอกเกจึงยกไพร่พลเดินมาทางนี้รำลึกถึงนายท่านอยากจะใคร่พบ จึงจัดสิ่งของมาคำนับไม่มีธุระสิ่งใดดอก ท่านจงเอาข้อความไปแจ้งด้วยเถิด

โตวเฮงก็คำนับลากลับมาบอกกับลิเองดังซ้องกั๋งสั่ง ลิเองจึงพูดว่า ซ้องกั๋งนี้เป็นพวกโจรเขาเนียซัวเปาะ จะให้มาหาพูดจาอย่างไรได้การก็จะเลื่องลือไปว่าเราคบพวกกบฏ จะพาให้เราถึงแก่ชีวิตด้วย เจ้าจงไปบอกกับซ้องกั๋งเถิดว่าเราป่วย จะนั่งนอนก็ลำบาก ครั้งนี้งดไว้ก่อนคราวหลังจงค่อยมาพูดจากัน โตวเฮงก็คำนับลามาแจ้งกับซ้องกั๋งตามคำลิเองสั่งมาทุกประการ ซ้องกั๋งว่าเรารู้ใจนายท่านแล้ว ครั้นจะออกต้อนรับพูดจากับเราก็กลัวพวกจอกเกจึงจะโกรธ จึงไม่ยอมออกมา โตวเฮงว่าไม่ใช่ดังนั้นดอก ลิเองป่วยจริง ตัวข้าพเจ้าเป็นชาวเมืองซัวตัง มาอยู่ที่นี่ช้านานหลายปี การสิ่งใดย่อมรู้อยู่ทั้งสิ้นจะบอกให้ท่านทราบ ตำบลจอกเกจึงตั้งอยู่กลาง ข้างทิศตะวันออกคือลิเกจึง ข้างทิศตะวันตกบ้านโฮ้วเกจึง สามตำบลนี้ ได้สาบานไว้ว่าจะร่วมทุกข์สุขกัน ถ้ามีเหตุผลประการใดให้ยกไปช่วย ครั้งนี้เกิดวิวาทขึ้นก็เพราะเรื่องความพวกพ้องของท่าน ถ้าแม้นตำบลจอกเกจึงจะมีเหตุการณ์สิ่งใด ลิเองไม่ขอยกไปเลย วิตกอยู่แต่ตำบลโฮ้วเกจึงจะยกไป ในตำบลโฮ้วเกจึงบุตรของโฮ้วไทก๋งชื่อนางโฮ้วซาเหนีย กระบี่ที่ถือสำหรับมือนั้นเรียกว่ายิดอวยตอ ไม่มีผู้ใดต้านทานได้ จอกปิวบุตรที่สามของจอกเซียวหองขอนางโฮ้วซาเหนียไว้จะแต่งงานให้อยู่ด้วยกันในเร็วๆ นี้ ท่านอย่าวิตกถึงพวกข้าพเจ้าเลย จงคอยระวังแต่พวกโฮ้วเกจึงทิศตะวันตกเถิด

ซ้องกั๋งได้ฟังก็ยินดีพูดว่า ขอบใจท่านนักหนา อุตส่าห์มาบอกเล่าชี้แจงให้แจ่มแจ้ง ข้าพเจ้าจะลาไปก่อน ซ้องกั๋งก็ยกไพร่พลกลับมาค่าย เล่าความให้พี่น้องทั้งปวงฟังตามซึ่งลิเองไม่ออกมา กับโตวเฮงบอกเล่าทุกประการ ลีขุยว่าพวกเราตั้งใจจัดสิ่งของไปคำนับ ลิเองก็ไม่ต้อนรับทำให้ผิดธรรมเนียม ข้าพเจ้าจะขออาสาคุมไพร่พลสามร้อยยกไปตีตำบลลิเกจึง ฉุดเอาตัวลิเองมาคำนับท่าน ซ้องกั๋งว่าลิเองเป็นพลเรือน ครั้นจะออกต้อนรับพูดจาก็เกรงอาญา ลีขุยว่าลิเองเห็นจะเป็นเด็กเล็กๆ ดอกกระมัง มีความเกรงกลัวว่าท่านเป็นผู้ใหญ่จึงไม่อาจออกมา บรรดาพี่น้องได้ฟังก็ชวนกันหัวเราะ

ซ้องกั๋งจึงพูดว่า พวกตำบลจอกเกจึงจับน้องเราไปได้ ไม่แจ้งว่าจะเป็นตายประการใด ท่านทั้งปวงต้องช่วยกันให้แข็งแรง ยกไปตีเอาตำบลจอกเกจึงอีกสักครั้งหนึ่ง พี่น้องเหล่านั้นว่าท่านปังคับบัญชาสิ่งใดมิได้ขัดขืนจะทำตามถ้อยคำ ลีขุยว่าจะมานั่งกลัวเด็กพวกจอกเกจึงทำไม ข้าพเจ้าจะอาสาไปเอง ซ้องกั๋งว่าตั้งให้เจ้าเป็นนายทหารกองหน้ายกไปก็ไม่มีชัย ครั้งนี้จะไปอีกอย่างไรได้ จึงจัดให้เบ๊หลิน เต็งฮุย อาวเผ็ง สี่นายกับตัวซ้องกั๋งจะยกเป็นกองหน้าไป ที่สองให้ไตจง ฉินเหม็ง เอียหยง เจียสิว เตียหวย เตียสุน แป๊ะสินแปดนายคอยระวังพวกจอกเกจึงจะยกข้ามแม่น้ำมา ที่สามจัดให้ลิมชอง ฮวยหยง มกหอง ลีขุย สี่นายแบ่งเป็นสองกองแยกไปคนละทางจะได้คอยป้องกันพวกพ้องไพร่พลเหล่านั้น จัดแจงการเสร็จแล้วซ้องกั๋งก็แต่งตัว สั่งให้ยกธงแดงขึ้นม้าคุมไพร่พลเดินเท้าพันเศษ ทหารม้าร้อยห้าสิบยกออกจากค่าย กองที่สองที่สามนั้นก็คุมไพร่พลตามซ้องกั๋งไป

ฝ่ายจอกเหล็ง จอกปิวแจ้งว่า ซ้องกั๋งยกมาก็ตระเตรียมไพร่พลไว้คอยสู้รบ ให้ชักธงขาวที่เขียนหนังสือว่ากล่าวซ้องกั๋งขึ้นด้วย ไพร่พลเหล่านั้นก็จัดการไว้พร้อม ซ้องกั๋งยกบุกรุกเข้าไปในเขตแดนถึงเขาต๊อกเล่งกังหน้าบ้านจอกเกจึงเห็นธงขาวปักอยู่ มีหนังสือสิบสี่ตัวก็หยุดม้าอ่าน

ใจความว่า ตำบลจอกเกจึงนี้จะคุมไพร่พลไปเหยียบย่ำที่เขตแดนเขาเนียซัวเปาะ จับตัวเตียวไก่ ซ้องกั๋ง ทำลายเขาเนียซัวเปาะเสียให้ราบเป็นแผ่นดินเปล่า ซ้องกั๋งแจ้งแล้วก็โกรธยิ่งนัก จึงสาบานว่าถ้าตีตำบลจอกเกจึงไม่แตกก็ไม่ขอกลับไปเขาเนียซัวเปาะจะยอมสู้ตาย บรรดาพี่น้องเหล่านั้นเห็นหนังสือที่ธงก็ขัดแค้นทุกคน พอพวกพ้องที่สามยกตามมาทัน ซ้องกั๋งเห็นไพร่พลมาพร้อมแล้วก็สั่งให้กองที่สามยกเข้าตีทางหน้าบ้าน ซ้องกั๋งกับน้องสี่คนก็ยกตีเข้าทางหลังบ้าน

ฝ่ายจอกเหล็ง จอกโฮ้ว จอกปิว พากันนิ่งดูว่าซ้องกั๋งจะตีหักเข้ามาอย่างไร ฝ่ายโฮ้วไทก๋งเจ้าของตำบลโฮ้วเกจึง สั่งให้นางโฮ้วซาเหนียบุตรสาวคุมไพร่พลยกมาช่วย นางโฮ้วซาเหนียก็แต่งตัวถืออาวุธขึ้นม้าคุมทหารตรงมายังตำบลจอกเกจึง ฝ่ายซ้องกั๋งคุมไพร่พลมาทางหลังบ้านจอกเกจึง ได้ยินเสียงไพร่พลอื้ออึงก็หยุดม้า สั่งให้เบ๊หลิน เต็งฮุยคุมไพร่พลคอยสกัดทางประตูหลังบ้านไว้ ซ้องกั๋งกับอาวเผ็งเฮงเอยโฮ้วคุมไพร่พลครึ่งหนึ่งยกไป นางโฮ้วซาเหนียรีบยกไพร่พลเข้ามาใกล้ ซ้องกั๋งเห็นนายทหารหญิงขี่ม้าถือกระบี่อยู่กลางไพร่พล จึงคิดว่าเห็นจะเป็นบุตรสาวโฮ้วไทก๋งที่สรรเสริญกันนักว่าฝีมือเข้มแข็ง ยกมาช่วยตำบลจอกเกจึงดอกกระมัง จึงถามพวกพ้องว่าผู้ใดจะอาสาสู้รบกับทหารหญิงได้บ้าง

เฮงเอยโฮ้วเป็นคนมักมากด้วยการปฏิพัทธ์ ครั้นได้ฟังซ้องกั๋งพูดดังนั้นจึงว่า ข้าพเจ้าจะอาสาจับทหารหญิงให้จงได้ พูดแล้วก็ขับม้าตรงมา นางโฮ้วซาเหนียก็ขับม้าเข้าสู้รบได้ประมาณสิบเพลงยังไม่แพ้ชนะกัน เฮงเอยโฮ้วทำทีจะพูดจาแทะโลม นางโฮ้วซาเหนียก็ยิ่งโกรธนัก สู้รบเอาโดยกำลัง เฮงเอยโฮ้วสู้ฝีมือนางโฮ้วซาเหนียไม่ได้ก็ชักม้าหนี นางโฮ้วซาเหนียขับม้าไล่ตามไปทันเอากระบี่ฟันถูกทวนหลุดจากมือ เฮงเอยโฮ้วเสียที นางโฮ้วซาเหนียจับตัวได้ อาวเผ็งเห็นก็ขับม้าจะเข้าช่วย นางโฮ้วซาเหนียก็เข้าสู้รบกับอาวเผ็งยังหาแพ้ชนะไม่ ซ้องกั๋งเห็นนางโฮ้วซาเหนียจับตัวเฮงเอยโฮ้วได้ก็ตกใจ ครั้นเห็นอาวเผ็งเข้าไปสู้รบก็ยังมีความวิตกกลัวจะเสียที จึงขับไพร่พลเข้าไปใกล้จะคอยช่วยป้องกัน

ฝ่ายเต็งฮุยกับเบ๊หลินตั้งสกัดอยู่ประตูหลังบ้าน เต็งฮุยยืนดูอยู่แต่ไกล เห็นนายทหารหญิงจับตัวเฮงเอยโฮ้วไปได้ อาวเผ็งเข้ารบก็เป็นรอง กลัวจะเสียที่อีกก็ขับม้าตรงมาช่วย

ฝ่ายพวกตำบลจอกเกจึงดูอยู่ในบ้าน เห็นนางโฮ้วซาเหนียยกไพร่พลมาช่วยสู้รบกับพวกซ้องกั๋ง ทหารของซ้องกั๋งเข้าช่วยกันสู้รบหลายคนกลัวจะเสียที จอกเหล็งก็ถือทวนขึ้นม้าคุมไพร่พลสามร้อยเปิดประตูทอดสะพานข้ามมา เห็นซ้องกั๋งยืนอยู่ข้างหน้าก็บุกจะเข้าจับตัวซ้องกั๋งก่อน เบ๊หลินเข้าป้องกันสู้รบกับจอกเหล็งเป็นสามารถ เต็งฮุยขับม้าตรงมายังไม่ถึงเห็นพวกจอกเกจึงยกออกมาอีก ครั้นจะเข้าช่วยอาวเผ็งก็เห็นซ้องกั๋งอยู่แต่ผู้เดียวกลัวจะเสียที จึงชักม้ามาคอยป้องกันซ้องกั๋งอยู่ ขณะนั้นกำลังสู้รบกันอยู่ทั้งสองฝ่ายไล่ฆ่าฟันกันอยู่สับสน

ฝ่ายฉินเหม็งกับพวกพ้องอยู่พร้อมกันที่หน้าตำบลจอกเกจึง ครั้นซ้องกั๋งยกไปตีทางหลังบ้าน พวกข้างนี้ก็จัดการจะข้ามน้ำตีเข้าไป พวกจอกเกจึงระดมยิงเกาทัณฑ์ลงมาดังห่าฝน จะตีหักเข้าไปก็ไม่ได้พากันจนใจไม่รู้ที่จะคิดอย่างไร ครั้นได้ยินเสียงข้างหลังสู้รบกันอยู่อื้ออึง ฉินเหม็งก็แบ่งพวกพ้องไพร่พลคอยป้องกันข้างหน้าตำบลบ้าน ตัวฉินเหม็งกับพี่น้องเหล่านั้นยกแยกกันเป็นหลายทางตรงไปหลังตำบลจอกเกจึง

ซ้องกั๋งเห็นไพร่พลพวกของตัวยกมาก็ค่อยคลายวิตก ฉินเหม็งรีบยกบุกรุกเข้ามาใกล้ ซ้องกั๋งร้องเรียกให้ฉินเหม็งช่วยเบ๊หลิน ฉินเหม็งเป็นคนใจเร็ว โกรธแค้นว่าพวกจอกเกจึงจับอึงซินผู้เป็นศิษย์ไปแต่ครั้งก่อน ก็ขับม้าเข้าช่วยเบ๊หลินสู้รบกับจอกเหล็งเป็นสามารถ เบ๊หลินก็ชักม้าถอยออกมา เห็นไพร่พลตำบลโฮ้วเกจึงคุมตัวเฮงเอยโฮ้วส่งไปบ้าน ก็ขับม้าตรงเข้าจะชิงเฮงเอยโฮ้ว

นางโฮ้วซาเหนียกำลังสู้รบกับอาวเผ็งอยู่ เหลียวหลังไปเห็นเบ๊หลินเข้าแย่งเฮงเอยโฮ้วก็ขับม้ามาป้องกันไว้ พวกโฮ้วเกจึงก็เอาตัวเฮงเอยโฮ้วไป อาวเผ็งช่วยแก้ไขไม่ได้ก็ถอยห่างออกมา ซ้องกั๋งยืนดูทหารทั้งสองฝ่ายสู้รบกันจนตาลาย ฉินเหม็งรบกับจอกเหล็งได้หลายสิบเพลง จอกเหล็งสู้พลางถอยห่างออกไป

ฝ่ายลวนเต็งหยกเป็นครูอยู่ในตำบลจอกเกจึง เห็นจอกเหล็งสู้ฝีมือทหารซ้องกั๋งไม่ได้ ก็แต่งตัวถืออาวุธขึ้นม้าคุมไพร่พลเปิดประตูทอดสะพานข้ามมาจะช่วยจอกเหล็ง อาวเผ็งก็ขับม้าเข้ารบกับลวนเต็งหยก ๆ ก็ชักม้าหนีทำทีจะไม่สู้ อาวเผ็งไม่รู้อุบายก็ขับม้าไล่ ลวนเต็งหยกเห็นได้ทีก็ชักม้ากลับ เอากระบองสั้นตีถูกอาวเผ็งตกม้าลงตรงเข้าจะจับตัว เต็งฮุยเห็นดังนั้นก็ร้องตวาดขับม้าเข้าสู้รบต้านทานไว้ ซ้องกั๋งเร่งไพร่พลไปช่วยพยุงอาวเผ็งขึ้นม้า ลวนเต็งหยกจับตัวอาวเผ็งไม่ได้ก็ถอยห่างออกมา

ฝ่ายจอกเหล็งสู้ฉินเหม็งไม่ได้ก็ชักม้าหนี ลวนเต็งหยกขับม้าเข้าสู้รบกับฉินเหม็งได้ยี่สิบเพลงยังไม่แพ้ชนะกัน ลวนเต็งหยกทำเป็นแพ้ขับม้าหนีเข้าไปในป่าคา ด้วยพวกตำบลจอกเกจึงขุดหลุมพลางไว้ ฉินเหม็งไม่รู้ว่าเป็นอุบายก็ขับม้าไล่ตามเข้ามา ม้าของฉินเหม็งถลำหลุมลงโดดไม่ขึ้น พวกจอกเกจึงก็กรูกันเข้าจับฉินเหม็ง เต็งฮุยเห็นก็ขับม้าเข้าไปจะช่วย พอไพร่พลพวกจอกเกจึงกรูกันมาก็ชักม้าหันกลับตกหลุมลงอีก พวกจอกเกจึงจับตัวเต็งฮุยได้ มัดส่งไปตำบลจอกเกจึงพร้อมกับฉินเหม็ง

ซ้องกั๋งเห็นดังนั้นก็ตกใจสั่งให้ตีม้าล่อขึ้น เบ๊หลินสู้รบกับนางโฮ้วซาเหนีย ได้ยินก็ถอยห่างออกมาคอยป้องกันซ้องกั๋งพากันหนีไปทิศใต้ ลวนเต็งหยก จอกเหล็ง นางโฮ้วซาเหนียก็ไล่ตามมาข้างหลัง ซ้องกั๋งกับพวกพ้องหนีไปไม่มีทางก็ตกใจ พอเห็นไพร่พลยกมาทางทิศใต้จำได้ว่ามกหองพวกของตัว อีกพวกหนึ่งฮวยหยงยกมาทางทิศตะวันออก เอียหยงกับเจียสิวยกมาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ แยกมาทั้งสามทางถึงพร้อมกัน ซ้องกั๋งเห็นดังนั้นก็ค่อยคลายวิตก ยกไพร่พลเข้ามาสมทบ พวกพ้องเหล่านั้นก็ขับม้าเข้าสู้รบเป็นสามารถ

ฝ่ายจอกปิวคอยดูอยู่บนบ้านจอกเกจึง เห็นไพร่พลซ้องกั๋งยกมาช่วยเป็นอันมาก กลัวลวนเต็งหยกกับจอกเหล็งพี่ชายจะเสียที สั่งให้จอกโฮ้วผู้พี่ที่สองอยู่รักษาตำบล จอกปิวก็แต่งตัวถือทวนขึ้นม้าคุมไพร่พลเปิดประตูทอดสะพานข้ามไปตรงเข้าช่วยจอกเหล็งสู้รบ

ฝ่ายลี้จุน เตียหวย เตียสุนซึ่งคุมไพร่พลคอยสกัดอยู่ข้างหน้าบ้านจอกเกจึง ครั้นรู้ว่าพวกที่ยกมาสู้รบกันชุลมุนวุ่นวายอยู่ ก็จัดไพร่พลจะข้ามน้ำไปช่วยยังไม่ทันเสร็จ พวกบนบ้านจอกเกจึงก็ระดมยิงเกาทัณฑ์พุ่งแหลนหลาวลงมาดังห่าฝน จะข้ามไปไม่ได้ก็ถอยห่างออกไป ไตจง แป๊ะสินร้องเรียกว่าให้ยกกลับมาคอยสกัดต้นทางอยู่ที่นี่เถิด พวกเหล่านั้นก็ชวนกันคุมไพร่พลกลับมา พวกข้างหลังบ้านบุกรุกเข้าฆ่าฟันกันเป็นตะลุมบอน ไพร่พลทั้งสองฝ่ายล้มตายลงมาก

ซ้องกั๋งเห็นว่าจวนค่ำก็ให้เบ๊หลินป้องกันรักษาอาวเผ็งออกไปก่อน สั่งให้ไพร่พลมาบอกกับพี่น้องทั้งปวงที่รบอยู่ว่าให้สู้พลางถอยพลาง ตัวซ้องกั๋งก็ขับม้าไปทางประมาณลี้เศษ เหลียวมาดูพวกพ้องกำลังสู้รบกันชุลมุน เห็นนางโฮ้วซาเหนียไล่ตามมา ซ้องกั๋งขับม้าหนีไปทางทิศตะวันออก นางโฮ้วซาเหนียก็ขับม้าไล่ตามไป ฝ่ายลิมชองกับลีขุยและพี่น้องเหล่านั้นคอยสกัดอยู่หน้าบ้านจอกเกจึงได้ยินเสียงสู้รบกันอื้ออึงมากขึ้น ลิมชองกับลีขุยก็แบ่งไพร่พลยกแยกกันคนละทาง ตรงมายังหลังบ้านจอกเกจึงเห็นนางโฮ้วซาเหนียไล่ตามซ้องกั๋งใกล้เข้ามาก็ร้องตวาดว่า ทหารหญิงคนนี้บังอาจบุกรุกจะจับตัวพี่เราหรือ ก็ขับม้าตรงเข้าไปจะต่อสู้กับนางโฮ้วซาเหนีย ๆ ก็ไม่สู้ด้วย ขับม้าไปจะไล่จับตัวซ้องกั๋งให้ได้

ซ้องกั๋งนั้นรีบหนีไปใกล้จะถึงป่า พอลิมชองมาถึงก็รีบขับม้าป้องกันซ้องกั๋งไว้ นางโฮ้วซาเหนียสู้รบกับลิมชองได้หลายเพลง นางโฮ้วซาเหนียเอากระบี่ฟัน ลิมชองหลบทัน นางโฮ้วซาเหนียเสียที ลิมชองตีด้วยทวนถูกมือแล้วโดดเข้าจับตัวนางโฮ้วซาเหนียได้ส่งให้ไพร่พลมัดไว้ ซ้องกั๋งเห็นก็ดีใจยิ่งนัก คุมตัวนางโฮ้วซาเหนียมาคอยอยู่ที่ต้นทาง

ฝ่ายพวกพ้องเหล่านั้นกับไพร่พลล่าถอยออกมาได้ พวกจอกเกจึงเห็นว่าเย็นค่ำก็ไม่ไล่ติดตามพากันกลับทั้งสิ้น ไพร่พลตำบลโฮ้วเกจึงนั้นเห็นเขาจับนางโฮ้วซาเหนียไปก็ไม่อาจเข้าสู้รบหนีกลับไปแจ้งแก่โฮ้วไทก๋งบิดานางโฮ้วซาเหนีย โฮ้วไทก๋งก็ให้เอาตัวเฮงเอยโฮ้วมาส่งยังตำบลจอกเกจึง จอกปิวสั่งให้เอาเฮงเอยโฮ้วไปจำไว้กับพวกที่จับมาได้นั้นคอยว่า ถ้าจับตัวซ้องกั๋งได้เมื่อไรจะส่งไปเมืองหลวงให้พร้อมกัน

ฝ่ายพวกพ้องซ้องกั๋ง ครั้นล่าถอยออกไปพบกับซ้องกั๋งแล้วก็ยกกองทัพกลับไปค่าย ซ้องกั๋งจัดให้พี่น้องสี่คนกับไพร่พลยี่สิบเศษคุมตัวนางโฮ้วซาเหนียบรรทุกเกวียนไปส่งซ้องไทก๋งรักษาไว้ที่เขาเนียซัวเปาะ และรับอาวเผ็งไปรักษา หายดีแล้วจึงค่อยมา พี่น้องสี่นายก็เอาตัวนางโฮ้วซาเหนียกับอาวเผ็งขึ้นเกวียนออกจากค่ายไปแล้วคิดว่า นางโฮ้วซาเหนียคนนี้ เห็นทีซ้องกั๋งจะเอาเป็นภรรยาจึงให้เราคุมตัวไปส่งซ้องไทก๋งผู้บิดา ต่างคนก็มิอาจจะพูดจาเคาะแคะสิ่งใดรีบไปยังเขาเนียซัวเปาะ

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ