๓๕

ฝ่ายซ้องกั๋งครั้นฉินเหม็งไปแล้ว ก็ให้เอียนสุนกับอองเองนายโจรคุมทหารตามมาทางหนึ่ง ซ้องกั๋งกับฮวยหยงคุมไพร่พลมาทางหนึ่งตรงไปตำบลเซงฮวงแจพร้อมกัน ทหารที่รักษาหน้าที่ก็เข้าไปแจ้งกับอึงซินว่าพวกโจรคุมไพร่พลแยกออกมาคนละทางถึงตำบลเซงฮวงแจแล้ว ฉินเหม็งกับอึงซินได้ฟังก็ออกไปดูเห็นซ้องกั๋งยกมาก็มีความยินดี เปิดประตูรับซ้องกั๋ง ฮวยหยง เอียนสุน อองเองเข้าไปในเมือง ซ้องกั๋งประกาศสั่งพวกโจรทั้งปวงว่า อย่าได้ทำอันตรายแก่พวกราษฎรชาวบ้าน แล้วให้ไปจับบุตรภรรยาเล่ากอริบเอาทรัพยสิ่งของบรรทุกเกวียนไปให้สิ้น แล้วซ้องกั๋งกับฉินเหม็ง อึงซิน ก็นั่งสนทนากันอยู่ พวกโจรเหล่านั้นตรงไปจับญาติของเล่ากอฆ่าเสียแล้ว เก็บเอาทรัพย์สิ่งของ แต่ภรรยาเล่ากอนั้นอองเองนายโจรคิดจะเอาไปเลี้ยงเป็นภรรยาจึงสั่งให้พวกโจรรับมาด้วย ฮวยหยงก็ไปรับญาติและภรรยาเก็บรวบรวมทรัพย์สิ่งของไว้พร้อม ซ้องกั๋งชวนอึงซินกับฉินเหม็ง ฮวยหยง นายโจรสองคนนั้นคุมสิ่งของออกจากตำบลเซงฮวงแจตรงมาถึงเขา ซ้องกั๋งสั่งให้จัดห้องให้ญาติพี่น้องและภรรยาฮวยหยงอยู่ แล้วฉินเหม็งและอึงซินอยู่ด้วยกัน ซ้องกั๋งจึงพูดกับอองเองว่า ภรรยาเล่ากอนี้เป็นหญิงชั่วเลี้ยงไปทำไม จงเอาตัวมาให้พี่ถามไถ่ดูก่อน อองเองก็ไปพาภรรยาเล่ากอมา หญิงภรรยาเล่ากอมาก็ร้องขอชีวิต ซ้องกั๋งถามหญิงนั้นว่า เดิมเจ้าบอกว่าเป็นภรรยาของเล่ากอจึงได้ขอไว้ปล่อยให้ไปแต่โดยดี เราก็ได้บอกแล้วว่าไม่ได้อยู่ที่เขานี้เป็นคนเมืองเจ๋จิวฮู้ เจ้าก็ย่อมรู้อยู่ทั้งสิ้น ยังกลับไปบอกเล่ากอสามีว่าเราเป็นโจร จับไปเฆี่ยนตีจนยับเยิน ใจของเจ้านี้ช่างกระไรจะแกล้งฆ่าคนเสียทั้งเป็นหรือ

เอียนสุนได้ฟังจึงพูดว่า หญิงเช่นนี้ถามมันทำไม ก็ตรงเข้าไปเอากระบี่ฟันภรรยาเล่ากอตัวขาดสองท่อนตาย อองเองเห็นดังนั้นก็โกรธชักกระบี่ออกจะเข้าต่อสู้กับเอียนสุน ซ้องกั๋งกับคนเหล่านั้นก็ห้ามปรามแล้วพูดว่า จะเลี้ยงหญิงเช่นนี้ไว้ทำไมไม่ต้องการ จงหาที่อื่นเอาใหม่เถิด อองเองได้ฟังซ้องกั๋งกับพี่น้องว่ากล่าวก็หายโกรธ จัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยงกันอยู่ที่เขาเซงฮวงซัวได้สามสี่เวลา ครั้นรุ่งเช้าขึ้นเป็นวันดี ซ้องกั๋งกับอึงซินก็จัดให้อองเองกับแต้เทียนซิวเป็นเถ้าแก่ขอน้องสาวฮวยหยงให้ฉินเหม็งอยู่กินเป็นสามีภรรยากันสืบไป การสิ่งใดก็เรียบร้อยเป็นปกติดี เอียนสุนก็สั่งให้พวกโจรไปสืบที่เมืองเช็งจิวฮู้ว่าจะมีเหตุการณ์สิ่งใดบ้าง พวกโจรสืบได้ความแล้วกลับมาแจ้งว่า ผู้รักษาเมืองเช็งจิวฮู้มีหนังสือบอกเข้าไปเมืองหลวงว่า ฮวยหยง ฉินเหม็ง อึงซินคบพวกโจรเขาเซงฮวงซัวเป็นกบฏ กองทัพเมืองหลวงจะมาปราบปรามเสียในเร็วๆ นี้ นายโจรทั้งสามกับฮวยหยง ฉินเหม็ง อึงซิน ได้ฟังก็พูดว่าที่ทางของเรานี้ที่ไหนจะต้านทานพวกทหารหลวงได้ ซ้องกั๋งว่าเรามีอุบายอยู่สิ่งหนึ่ง ไม่แจ้งว่าท่านทั้งปวงจะเห็นประการใด คนเหล่านั้นจึงถามว่าท่านมีอุบายอย่างไร ซ้องกั๋งบอกว่าข้างทิศเหนือมีสำนักอยู่แห่งหนึ่งชื่อเขาเนียซัวเปาะ ที่ทางกว้างใหญ่ประมาณได้แปดร้อยลี้ ตรงกลางมีเมืองเรียกว่า อวนจือเสีย ทำเลที่ชัยภูมีดี เตียวไก่ที่เรียกว่าทกเทียนอ๋องไปตั้งเกลี้ยกล่อมได้ไพร่พลประมาณห้าพันรักษาตำบลนั้นอยู่ ถ้าพวกเราพากันไปเข้าอยู่เสียที่นั่นก็ไม่มีผู้ใดทำอันตรายได้ ฉินเหม็งจึงตอบว่า ถ้าไปอยู่ได้ก็ดีนักหนา แต่กลัวว่าไม่มีผู้ชักนำเข้าไป ซ้องกั๋งได้ฟังก็หัวเราะ จึงเล่าความเดิมซึ่งเตียวไก่แย่งเอาเพชรพลอยทรัพย์สิ่งของเนียสิเกียดให้ฟังตั้งแต่ต้น จนเตียวไก่หนีไปอยู่เขาเนียซัวเปาะ ใช้ให้เล่าตงเขียนหนังสือกับทองมาให้ และเพราะทองคำนั้นจึงได้ฆ่านางเงียมผอเสียะตาย ฉินเหม็งได้ฟังมีความยินดีนักว่า ท่านได้อุปถัมภ์เตียวไก่มีบุญคุณต่อกันมากไม่ต้องหาผู้ใดชักนำแล้ว บัดนี้การร้อนมาถึง พวกเราต้องไปเสียโดยเร็วเถิด พูดกันดังนั้นต่างคนก็เก็บรวบรวมทรัพย์สิ่งของลงบรรทุกเกวียนไว้พร้อม ซ้องกั๋งจึงถามพวกโจรทั้งปวงว่า ผู้ใดจะสมัครไปด้วยก็ให้ตระเตรียมสิ่งของไว้ ที่ไม่สมัครไปก็ให้เงินทำทุนหากินมิได้ขัดขืน ครั้นรวบรวมจัดการพร้อมก็เอาไฟเผาเซงฮองซัวที่อยู่เสียสิ้น แล้วก็จัดพวกไพร่พลปลอมเป็นทหารออกไปปราบโจรที่เขาเนียซัวเปาะ ซ้องกั๋งกับฮวยหยงเป็นกองหน้า ฉินเหม็ง อึงซินเป็นกองกลาง เอียนสุน อองเอง แต้เทียนซิวเป็นกองหลังยกออกจากเขาเซงฮวงซัว ครั้นเดินทางไปได้ประมาณสิบวัน บรรดาหัวเมืองรายทางเห็นก็สำคัญว่าทหารหลวง หัวเมืองทั้งปวงไม่ได้ไต่ถามปล่อยให้เดินทางไปโดยสะดวกพ้นเขตแดนเมืองเช็งจิวฮู้ไปหลายวัน ถึงตำบลหนึ่งมีเขาสูงใหญ่อยู่สองข้างตรงกัน มีทางอยู่กลางเรียกว่าเขาตุยเอียซัว ซ้องกั๋งกับฮวยหยงเห็นท่าทางชอบกลก็ขับม้ารีบเข้าไปดู เห็นโจรพวกหนึ่งประมาณร้อยเศษ ตัวนายถือทวนขี่ม้านุ่งหุ่มแดงยืนอยู่ข้างเขา นายโจรนั้นร้องตวาดว่าเวลาวันนี้ต่อสู้ให้เห็นแพ้ชนะกัน โจรพวกหนึ่งนั้นสวมใส่เสื้อกางเกงขาว ตัวนายถือทวนขี่ม้าออกมาจากเขาข้างหนึ่งเข้าต่อสู้กันเป็นสามารถ พวกโจรพวกนั้นก็ยืนอยู่คนละข้าง นายโจรทั้งสองต่อสู้กันหลายสิบเพลงยังไม่แพ้ชนะกัน ปลายทวนทั้งสองนั้นมีขอเข้าเกี่ยวกันอยู่ นายโจรทั้งสองกระชากจนสิ้นแรงก็ไม่ออก ซ้องกั๋งกับฮวยหยงยืนดูนายโจรทั้งสองต่อสู้กันฝีมือเข้มแข็งทั้งสองฝ่าย แต่ปลายทวนเกี่ยวกันอยู่หาออกไม่ ฮวยหยงก็เอาเกาทัณฑ์ยิงผ่ากลางไปทวนก็หลุดจากกัน บรรดาพวกโจรที่ยืนอยู่สองข้างนั้นเห็นก็ร้องสรรเสริญว่า ฝีมือเข้มแข็งกว่านายโจรทั้งสองขึ้นไปอีก นายโจรทั้งสองก็หยุดต่อสู้ขับม้าเข้ามาถามว่า ท่านที่ยิงลูกเกาทัณฑ์นั้นชื่อไร ฮวยหยงว่าคนนี้พี่ของเราเป็นชาวเมืองเจ๋จิวฮู้ แซ่ซ้อง ชื่อกั๋ง คนทั้งปวงเรียกว่ากิบสิโหวซ้องกงเหม็งเป็นขุนนางตำแหน่งที่ซองอะซี ตัวเรานี้ชาวเมืองเช็งจิวฮู้ แซ่อวย ชื่อหยง ชาวบ้านเรียกว่าเสียวลี้ก๋งเป็นขุนนางฝ่ายบู๊ ซึ่งเกาทัณฑ์นั้นเรายิงเอง นายโจรทั้งสองได้ยินออกชื่อซ้องกั๋งก็ลงจากม้าคุกเข่าคำนับแล้วพูดว่า ข้าพเจ้าได้ยินชื่อเสียงท่านปรากฏมาช้านาน วันนี้บุญของข้าพเจ้ามาพบท่านมีความยินดีนัก ซ้องกั๋งถามนายโจรที่สวมใส่เสื้อกางเกงแดงนั้นว่าชื่อไร เหตุใดจึงมาต่อสู้กัน นายโจรที่ใส่เสื้อกางเกงแดงนั้นแจ้งว่า ข้าพเจ้าแซ่ลือ ชื่อฮวง ชาวเมืองทำจิว อยากฝึกเพลงทวนให้เหมือนลิโป้ครั้งแผ่นดินสามก๊ก คนทั้งปวงจึงเรียกว่าเซียวอุนโหว เอาเครื่องยามาขายที่ซัวตั๋งก็ขาดทุนกลับไปบ้านไม่ได้ จึงมาอาศัยอยู่ ณ เขานี้ เกลี้ยกล่อมได้พวกพ้องคอยตีปล้นเลี้ยงชีวิตมา เวลาวันก่อนท่านผู้นี้มาแย่งชิงเขาตุยเอียซัว ข้าพเจ้าก็แบ่งปันให้อาศัยอยู่เขาหนึ่ง ท่านผู้นี้ไม่ยอม จะแย่งว่ากล่าวเสียทั้งสองข้าง จึงได้ต่อสู้กันมาเป็นหลายวันแล้วยังไม่แพ้ชนะกัน ซ้องกั๋งถามนายโจรที่ใส่เสื้อขาวว่าท่านผู้นี้มาแต่ไหน แซ่ไร ชื่อใด จงบอกให้ทราบ นายโจรก็แจ้งความว่า ข้าพเจ้าแซ่กวย ชื่อเส็ง ชาวเมืองไซซวน เมื่ออยู่ที่บ้านซ้อมหัดเพลงทวนจะให้เหมือนซิยินกุ้ยครั้งแผ่นดินถัง คนทั้งนั้นเรียกว่า ไซยิ่นกุ้ย ข้าพเจ้าเอาเรือบรรทุกพลอยไปเที่ยวขาย เรือถูกคลื่นข้าวของเสียหายสิ้นกลับไปบ้านไม่ได้ เขาเล่าลือว่าที่นี่มีนายโจรผู้หนึ่ง เพลงทวนคล่องแคล่วฝีมือเข้มแข็งเที่ยวตีปล้นแย่งชิงอยู่เป็นนิตย์ ข้าพเจ้าจึงพาพวกพ้องมาแย่งชิงเอาเขานี้เป็นที่อาศัย นายโจรไม่ยอม ได้ทำการต่อสู้กันมาเป็นหลายวันได้มาพบท่านทั้งสอง ข้าพเจ้ามีความยินดีนัก ซ้องกั๋งจึงพูดว่าท่านอย่าต่อสู้กันอีกต่อไปเลย เราจะว่ากล่าวให้ดีกันเสียทั้งสองฝ่าย ลือฮวงกับกวยเส็งนายโจรจึงตอบว่า ท่านว่ากล่าวสิ่งใดไม่ขอขัดขืนจะทำตามทั้งสิ้น แต่บัดนี้ท่านทั้งสองจะไปข้างไหน ซ้องกั๋งเล่าความเดิมให้นายโจรทั้งสองฟังทุกประการ พอพวกที่คุมเกวียนทรัพย์สิ่งของครอบครัวเดินตามมาทัน ลือฮวง กวยเส็งก็เชิญซ้องกั๋งกับพวกพ้องไปหยุดพักอยู่บนเขา แล้วก็จัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยงกันเป็นอันดี ซ้องกั๋งก็ชวนลือฮวงกวยเส็งเข้าสมัครพรรคพวกไปอยู่กับเตียวไก่ ณ เขาเนียซัวเปาะด้วยกัน ลือฮวง กวยเส็งก็ยอมพูดปรึกษากันแน่นอนแล้วค้างอยู่ที่เขาตุยเอียซัวสองวัน

ครั้นรุ่งขึ้นเช้าลือฮวง กวยเส็งเก็บรวบรวมทรัพย์สิ่งของและครอบครัวเตรียมไว้ ซ้องกั๋งจึงพูดกับพวกเหล่านั้นว่า ถ้าเรายกไปพร้อมกันผู้คนก็มาก กลัวว่าพวกเขาเนียซัวเปาะไม่รู้ แล้วยกไพร่พลออกมาสู้รบก็จะไม่ดี ตัวพี่กับเอียนสุนจะคุมไพร่สักเล็กน้อยไปบอกให้เตียวไก่รู้ก่อน แล้วพวกเจ้าจัดเป็นสามพวกเดินตามไปจึงจะไม่เป็นอันตราย พวกเหล่านั้นได้ฟังก็เห็นชอบด้วย ซ้องกั๋งกับเอียนสุนก็ขึ้นม้าคุมไพร่ประมาณสามสิบคนเดินทางล่วงหน้าไปก่อน ประมาณครึ่งวันเห็นมีโรงขายสุราแห่งหนึ่ง ซ้องกั๋งกับเอียนสุนก็ชวนกันเข้าไปในโรงเห็นผู้ชายผู้หนึ่งนั่งกินโต๊ะเสพสุราอยู่แต่ผู้เดียว เจ้าของโรงก็เชิญพวกซ้องกั๋งเข้าไป จัดหาสิ่งของและสุรามาพร้อม พวกซ้องกั๋งมีมากที่จะนั่งไม่พอกัน เจ้าของจึงบอกแก่ชายที่มาเสพสุราอยู่ก่อนว่า บัดนี้มีแขกมามากขอเปลี่ยนโต๊ะใหญ่ให้พวกโน้นเถิด ท่านคนเดียวโต๊ะเล็กก็ได้ ชายนั้นตอบว่า เรานั่งอยู่ก่อนต้องเปลี่ยนโต๊ะด้วยหรือ เห็นมาคนเดียวก็ดูถูกแต่เจ้าแผ่นดินเรายังไม่กลัว ถ้าแม้นว่าสองคนมานั่นแหละเราจึงจะยอมเปลี่ยนโต๊ะให้ ถ้านอกนั้นแล้วเราไม่กลัวผู้ใดอย่ามาว่ากล่าวให้ร่ำไรเลย

เอียนสุนได้ฟังก็โกรธจะเข้าตีชายผู้นั้น ซ้องกั๋งห้ามไว้ แล้วถามชายนั้นว่า ซึ่งท่านพูดว่าไม่เกรงกลัวผู้ใด แต่กลัวอยู่สองคนนั้นอยู่ที่ไหน แซ่ใด จงบอกให้ทราบ ชายนั้นตอบว่า ที่ข้าพเจ้าเกรงกลัวนับถือ คือเป็นเชื้อวงศ์ของเจ้าแผ่นดินองค์ก่อนอยู่เมืองเจ๋จิว ตำบลเฮงไกกุ๋น แซ่ชา ชื่อจินเรืยกว่าเซียวชวนฮอง ชาตัวกัวหนัง อีกคนหนึ่งแซ่ซ้องชื่อกั๋ง คนเหล่านั้นเรียกว่า กิบสิโหวซ้องกงเหม็ง ชาวเมืองเช็งจิว ตำบลหุนเสียกุ้ย สองคนนี้เราเกรงกลัวนัก

ซ้องกั๋งได้ฟังก็หัวเราะแล้วถามชายนั้นว่า ท่านได้พบปะสองคนนั้นที่ไหน ชายนั้นบอกว่า เมื่อข้าพเจ้าไปอยู่ที่บ้านชาจินสามสี่เดือนมา จนบัดนี้สามปี แต่ซ้องกั๋งนั้นยังหารู้จักไม่ ซ้องกั๋งจึงถามว่าท่านอยากจะรู้จักซ้องกั๋งหรือ ชายนั้นว่าซ้องเซ็งวานให้ข้าพเจ้าถือหนังสือมาเที่ยวตามหานักหนาแล้วก็ไม่พบ ซ้องกั๋งได้ฟังก็ยินดีจึงเดินเข้าไปใกล้พูดว่า หนทางก็ไกลหลายพันลี้ บุญชักนำมาให้พบกัน เรานี่แล้วคือซ้องกั๋ง ชายนั้นได้ฟังก็คุกเข่าลงคำนับแล้วว่าถ้าช้าอีกสักหน่อยก็ไม่พบ จะต้องเดินทางไปบ้านขงไทก๋งเหนื่อยเปล่า ซ้องกั๋งก็จับมือชายนั้นมาถามว่าที่บ้านเรามีธุระเหตุการณ์สิ่งใดหรือ ตัวท่านแซ่ใดจงบอกให้ทราบเถิด ชายนั้นว่าข้าพเจ้าแซ่เจียะชื่อยัง เป็นชาวเมืองไตเม่งฮู้ตั้งบ่อนเบี้ยหาเลี้ยงชีวิต บรรดาคนเหล่านั้นเรียกข้าพเจ้าว่าเจียะเจียงกุน เวลาวันหนึ่งไปเล่นเบี้ยอยู่ที่บ่อนเกิดวิวาทกันขึ้น ข้าพเจ้าตีคนตายจึงได้หนีไปอาศัยอยู่ที่บ้านชาจินแล้วได้ยินข่าวเล่าลือถึงชื่อเสียงท่านอยู่เนืองๆ ข้าพเจ้าจึงลาชาจินไปหาที่บ้าน พบซ้องเซ็งน้องท่านเขียนหนังสือฝากมาว่า ถ้าพบท่านที่บ้านขงไทก๋งก็ให้รีบกลับไปโดยเร็ว

ซ้องกั๋งได้ฟังดังนั้นก็มีความสงสัย จึงถามเจียะย้งว่าเจ้าไปอยู่ที่บ้านกี่วันได้พบบิดาบ้างหรือไม่ เจียะย้งว่าข้าพเจ้าค้างอยู่ที่บ้านท่านคืนหนึ่งมิได้พบกับบิดาท่าน ซ้องกั๋งก็เล่าความซึ่งจะชวนกันไปเขาเนียซัวเปาะให้ฟังทุกประการ เจียะย้งแจ้งแล้วจึงพูดว่า ท่านจะไปอาศัยอยู่ที่ไหนก็ดีจงเอาข้าพเจ้าไปด้วย ซ้องกั๋งว่าจะวิตกทำไมกับตัวคนเดียวอีกสักร้อยคนก็ไปอยู่ด้วยกันได้ จึงเรียกเอียนสุนมาให้พูดจารู้จักกับเจียะย้งไว้ แล้วให้เจ้าของโรงตักสุรามาเลี้ยงกันเป็นที่สำราญ เจียะย้งหยิบเอาหนังสือที่ซ้องเซ็งฝากมาส่งให้ ซ้องกั๋งรับมาดูไม่เห็นมีหนังสืออยู่นอกผนึกเหมือนทุกทีก็สะดุ้งใจฉีกผนึกออกอ่านได้ครึ่งหนึ่ง ในหนังสือว่า “บิดาป่วยหนักถึงแก่ความตาย บัดนี้เอาศพไว้ที่บ้านให้รีบกลับไปโดยเร็ว” ซ้องกั๋งได้แจ้งก็ร้องไห้บ่นร่ำไรว่า เกิดมาชาตินี้ไม่มีกตัญญูต่อบิดามารดาทำให้เกิดความแล้วหลบหลีกมา ทิ้งบิดาเจ็บป่วยอยู่บ้านไม่ได้ปฏิบัติรักษาจนตายก็ไม่เห็นใจ จะอยู่เป็นคนทำไมตายเสียดีกว่า บ่นดังนั้นแล้วก็ลุกไปจะเอาศีรษะชนเสาตาย

เอียนสุน เจียะย้งเข้าห้ามว่า ซ้องไทก๋งบิดาของพี่ก็ตายเสียแล้วจะทำอย่างไรได้ แม้นพี่ตายในขณะนี้เราท่านก็ยอมตายด้วยกันทั้งสิ้น อย่าร้องไห้วิตกไปนักเลย ช่วยพาพวกพ้องทั้งหลายไปแล้วตัวข้าพเจ้ากับพี่จึงค่อยไปจะได้ช่วยจัดการฝังศพบิดา ถ้าพี่ไม่พาพวกพ้องเหล่านี้ไปจะให้ไปแต่ลำพัง คงจะไม่ให้อยู่เป็นแน่ ซ้องกั๋งว่า มิใช่จะไม่พาพี่น้องทั้งปวงไปเมื่อไร เพราะบิดาเราตายจะรีบไปจัดการฝังศพบิดาเสียก่อน ถ้าพวกเจ้าไปเองไม่ได้ เราจะเรียนหนังสือให้ถือไปถึงเตียวไก่ว่าเจียะย้งก็เป็นพวกพ้องด้วย จงพากันไปก่อนเถิด ซ้องกั๋งก็ยืมพู่กันและหมึกเจ้าของร้านสุราเอากระดาษมาเขียนหนังสือมอบให้เจียะย้ง เอียนสุนเก็บไว้ แล้วเอาเงินทองติดมาบ้างเล็กน้อยก็ออกจากโรงสุรา เอียนสุนห้ามว่าพี่คอยท่าพวกหลังมาถึงแล้วจึงค่อยไป ซ้องกั๋งว่าคอยไม่ได้ในหนังสือก็เรียนไว้ถ้วนถี่ ถ้าไปถึงเขาเนียซัวเปาะ เจียะย้งคงเล่าความให้เตียวไก่ฟัง ด้วยเจียะย้งรู้อยู่ทั้งสิ้น ซ้องกั๋งก็รีบเดินทางไป เอียนสุนกับเจียะย้งเข้าไปในโรงเสพสุราเสร็จแล้วก็คิดเงินให้เจ้าของสุรา ออกมาคอยท่าพวกหลังอยู่ที่โรงเตี๊ยมใหญ่

ฝ่ายลือฮวง กวยเส็งเก็บรวบรวมสิ่งของเสร็จแล้ว ก็ชวนฮวยหยงกับพวกเหล่านั้น คุมทรัพย์สิ่งของครอบครัวออกจากเขาตุยเอียซัว ตามซ้องกั๋งมาถึงโรงเตี๊ยมใหญ่ เอียนสุนกับเจียะย้งเห็นก็ออกไปบอกว่าบิดาซ้องกั๋งตายซ้องกั๋งรีบกลับไปเสียแล้ว ฉินเหม็ง ฮวยหยงกับคนเหล่านั้นจึงพูดว่าเหตุใดไม่ห้ามปรามไว้ เอียนสุน เจียะย้งว่าอ้อนวอนห้ามปรามสักเท่าไรก็ไม่ฟัง จึงหยิบหนังสือที่ซ้องกั๋งเขียนไว้ให้ดู คนเหล่านั้นแจ้งแล้วปรึกษากันว่าจะทำประการใดดี ครั้นจะกลับไปเสียก็ไม่ได้ต้องพากันไปดูก่อน ถ้าหากไม่ให้อยู่ด้วยจึงค่อยคิดอ่านต่อไป เก้านายปรึกษาเห็นดีแล้วก็ชวนกันออกเดินคุมเกวียนทรัพย์สิ่งของครอบครัวไพร่พลไป ครั้นเดินทางมาหลายวันถึงเขตแดนเขาเนียซัวเปาะก็เดินไปริมแม่นํ้า

ฝ่ายพวกเขาเนียซัวเปาะเห็นไพร่พลมามาก สำคัญว่าทหารหลวงยกมาจับก็ตีม้าล่อเป็นสัญญาณขึ้น บัดเดี๋ยวใจมีเรือชนิดเล็กออกมาจากป่าหลายลำเครื่องศัสตราวุธต่างๆ มีพร้อม ยังอีกสามลำมีตัวนายนั่งกลางแจวตรงเข้ามาริมฝั่ง พวกเก้าคนเห็นก็ตกใจกลัว ลิมชองเข้ามาใกล้ร้องถามว่า พวกทหารที่ยกมานี้เมืองไหน ไม่ได้ยินข่าวเล่าลือบ้างหรือ จึงได้ยกกองทัพมาจับพวกเรา ฮวยหยง ฉินเหม็งก็ลงมาจากม้าไปคำนับ แล้วแจ้งความว่าข้าพเจ้านี้มิได้มาจับท่าน ซ้องกั๋งที่เรียกว่ากิบสิโหวซ้องกงเหม็ง ให้พวกข้าพเจ้าถือหนังสือมาให้ท่านจะขอเข้าอยู่เป็นพวกพ้องด้วย ลิมชองตอบว่า ถ้ามีหนังสือของซ้องกั๋งมาแล้วจงไปหยุดอยู่ที่โรงขายสุราก่อน ฮวยหยงก็เอาหนังสือออกให้ดู ลิมชองเห็นหนังสือก็สั่งให้ถอยเรือกลับไปชักธงเขียวขึ้น มีเรือปลาออกมาจากป่าลำหนึ่งกับคนทั้งสามตรงมาบอกพวกเก้าคนว่า ข้าพเจ้าจะพาท่านไปที่โรงขายสุรา พอพูดดังนี้ก็เห็นในป่าชักธงขาวขึ้น เรือรบชนิดเล็กเหล่านั้นก็เข้าป่าหายไป พวกเก้าคนเห็นก็ตกใจมีความเกรงกลัวยิ่งนัก ชวนกันเดินตามสามคนนั้นมาถึงโรงขายสุรา จูกุ้ยก็ออกต้อนรับเชิญเข้าไปข้างใน ฮวยหยงเอาหนังสือซ้องกั๋งส่งให้จูกุ้ย ๆ รับไว้แล้วเอาเกาทัณฑ์สัญญาณยิงไปที่เขา พวกเหล่านั้นเห็นก็แจวเรือมาที่โรงขายสุรา จูกุ้ยหยิบหนังสือมอบให้ชายนั้นเอาไปให้เตียวไก่ จูกุ้ยก็จัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยงพวกเก้าคนเป็นอันดีแล้วจัดที่ให้พวกไพร่พลและครอบครัวอาศัย คนใช้เอาหนังสือมาส่งให้เตียวไก่แจ้งความว่าเป็นพวกพ้องซ้องกั๋งก็ยินดี ให้โงวหยงมาต้อนรับพวกเก้าคนก่อน

ครั้นรุ่งเช้าเตียวไก่จัดเรือประมาณสามสิบลำให้มารับ ตัวเตียวไก่กับพี่น้องเหล่านั้นก็มาคอยอยู่ที่ด่าน พอเรือมาถึงโงวหยงก็บอกให้ขนทรัพย์สิ่งของและไพร่พลครอบครัวลงเรือ เก้านายก็ชวนกันข้ามไปเขาเนียซัวเปาะทั้งสิ้น ครั้นถึงฝั่งเห็นเตียวไก่มาคอยรับก็ขึ้นจากเรือเข้าไปคำนับ เตียวไก่รับคำนับแล้วสั่งให้เอาเกี้ยวมาหามตามไป เก้านายเห็นชัยภูมิที่เขาเนียซัวเปาะดี มีด่านป้องกันหลายชั้น เดินทางไปประมาณหลายสิบลี้ถึงอวนจือเสียที่อยู่ เตียวไก่ก็เชิญเก้านายไปข้างในจัดที่ให้ นั่งแถวหนึ่ง เตียวไก่ โงวหยง กงซุนสิน ลิมชอง เล่าตง อวนเซียวยี อวนเซียวเหงา อวนเซียวชิด โตวเซียน ซองบาน แป๊ะสิน ๆ นี้เดิมต้องโทษอยู่ ณ คุก โงวหยงให้เอาเงินทองไปเดินเหินแก่ผู้คุมโทษค่อยบางเบา แป๊ะสินหนีออกมาได้จึงมาอยู่ที่เขาเนียซัวเปาะด้วยกัน รวมสิบสองนายนั่งอยู่แถวหนึ่ง แถวหนึ่งฮวยหยง ฉินเหม็ง อึงซิน เอียนสุน อองเอง แต้เทียนชิว ลือฮวง กวยเส็ง เจียะย้ง เก้านาย ตรงกลางตั้งกระถางธูปตีม้าล่อและกลองประโคมครึกครื้น ฆ่าโคกระบือหมูเป็ดไก่จัดโต๊ะและสุรามาพร้อม เตียวไก่กับพวกเหล่านั้นคุกเข่าลงคำนับเทพยดาสาบานเป็นพี่น้องกันทั้งสิ้น กินโต๊ะเสพสุราตามสบาย เตียวไก่จัดห้องให้ครอบครัวและญาติของพี่น้องที่มาใหม่อาศัยแล้วสนทนากัน ฉินเหม็ง ฮวยหยงเล่าถึงซ้องกั๋งเมื่อไปอยู่ที่เขาเซงฮวงซัว ตั้งแต่ต้นจนได้ฆ่าคนเหล่านั้นแก้แค้นแล้วเดินทางมาได้พบ ลือฮวงกับกวยเส็งต่อสู้กัน ฮวยหยงยิงเกาทัณฑ์ผ่ากลางไปทวนหลุดออกได้ให้ฟังทุกประการ เตียวไก่กับพวกเหล่านั้นได้ฟังก็ยินดี แต่ที่ฮวยหยงยิงเกาทัณฑ์ไปถูกทวนทั้งสองหลุดออกจากกันได้นั้น เตียวไก่ยังไม่เชื่อด้วยยังไม่เห็นฝีมือฮวยหยงจึงสะกดใจไว้ ครั้นกินโต๊ะเสพสุราแล้วเตียวไก่ก็ชวนพวกเหล่านั้นไปเที่ยวชมเขาเนียซัวเปาะ ครั้นเดินไปถึงด่านที่หนึ่ง ฮวยหยงได้ยินเสียงนกร้องแล้วบินมา ฮวยหยงจึงคิดว่าเตียวไก่กับพวกเหล่านี้ยังไม่เห็นฝีมือเรา เราพูดสิ่งใดก็ไม่ค่อยจะเชื่อ จำจะยิงนกให้ดูเลืยสักครั้งหนึ่ง จึงยืมเกาทัณฑ์ที่พวกเหล่านั้นถือมา บอกกับเตียวไก่ว่า ข้าพเจ้าเล่าความซึ่งยิงทวนทั้งสองหลุดออกจากกัน ท่านมีความสงสัย บัดนี้ข้าพเจ้าจะยิงให้ท่านดูใหม่ นกบินมาสามสิบตัวด้วยกันจะยิงให้ถูกตรงศีรษะนกที่อยู่หลัง ถ้าข้าพเจ้ายิงไม่ถูกท่านทั้งหลายอย่าเพิ่งหัวเราะ พอนกทั้งสามสิบบินมาใกล้ ฮวยหยงยิงเกาทัณฑ์ไปถูกศีรษะนกตัวหลังตกลงตรงหน้า พวกเหล่านั้นก็หยิบนกมาดูเห็นลูกเกาทัณฑ์ปักอยู่ที่ศีรษะนก เตียวไก่กับคนทั้งปวงก็พากันสรรเสริญว่าฮวยหยงฝีมือเข้มแข็ง เตียวไก่กับพวกพ้องก็มีความเกรงใจฮวยหยง ชวนกันเที่ยวชมดูทั่วแล้วก็กลับมา เตียวไก่คิดว่าบุญชักนำให้คนที่มีฝีมือเข้มแข็งมาเป็นพวกพ้องอยู่ด้วยกันครั้งนี้ ข้าพเจ้ามีความยินดีนักคิดจะจัดให้นั่งเป็นลำดับกัน ที่สองที่สามที่สี่ก็มีตัวแล้ว ฉินเหม็งนั้นฝีมือเข้มแข็งจะให้ว่าการที่ห้า ด้วยฉินเหม็งเป็นน้องเขยของฮวยหยง คนทั้งปวงปรึกษาให้ฮวยหยงนั่งถัดลิมชองที่ห้าให้ฉินเหม็งนั่งที่หก เล่าตงที่เจ็ด อึงซินที่แปด อวนเซียวยี อวนเซียวเหงา อวนเซียวชิด สามคนพี่น้องนั่งที่เก้าที่สิบที่สิบเอ็ด ถัดมาเอียนสุน อองเอง ลือฮวง กวยเส็ง แต้เทียนซิว เจียะย้ง โตวเซียน ซองบาน จูกุ้ย แป๊ะสิน รวมยี่สิบเอ็ดนายนั่งเป็นชั้นลงมา ปรึกษากันจัดเรือรบและเครื่องศัสตราวุธต่างๆ ไว้พร้อม ถ้าทหารหลวงยกกองทัพมาจะได้สู้รบต้านทานต่อไป

ฝ่ายซ้องกั๋งออกจากโรงขายสุรารีบเดินทางไปทั้งกลางวันกลางคืนมิได้หยุดหย่อน ถึงต้นทางที่จะไปบ้านเหนื่อยเต็มที เห็นมีโรงเตี๊ยมขายสุราก็เข้าพักอาศัย เจ้าของโรงชื่อเตียเสียเจียงเคยไปมาที่บ้านซ้องกั๋งมิได้ขาด ครั้นเห็นซ้องกั๋งเข้ามาหยุดพักหน้าตาเศร้าโศกไม่สบาย เตียเสียเจียงจึงถามว่าข้าพเจ้าไม่เห็นท่านกลับมาบ้านประมาณปีเศษแล้ว โทษของท่านก็ได้ยินข่าวว่าโปรดให้เบาบาง บัดนี้ท่านกลับมาบ้านดูเหมือนมีทุกข์ภัยสิ่งใด จงบอกให้ข้าพเจ้าทราบบ้าง ซ้องกั๋งว่าบิดาเราตายเสียแล้วจึงทุกข์ร้อนนัก เตียเสียเจียงได้ฟังก็หัวเราะว่าทำไมมาพูดดังนี้ บิดาของท่านเมื่อกลางวันยังมาเสพสุราที่โรงข้าพเจ้า เพิ่งจะกลับไปบ้านประมาณครู่หนึ่งนี้เอง ซ้องกั๋งได้ฟังก็สงสัยคิดว่า การอันนี้ไม่จริงเหตุใดซ้องเซ็งจึงฝากหนังสือไป เห็นจะมีข้อความประการใดสักสิ่งหนึ่งเป็นแน่ เวลาจวนเย็นจึงลาเตียเสียเจียงออกจากโรงเตี๊ยมไปถึงบ้านเห็นไม่ได้จัดการสิ่งใด คนในบ้านเห็นซ้องกั๋งมาก็พากันดีใจคุกเข่าคำนับ ซ้องกั๋งจึงถามว่าบิดากับน้องเราไปข้างไหน คนเหล่านั้นบอกว่าซ้องไทก๋งคิดถึงท่านนักไม่สบาย วันนี้ไปเสพสุราที่โรงเตี๊ยมเตียเสียเจียงเพิ่งกับมาถึงก็เข้าไปนอน ซ้องเซ็งเห็นซ้องกั๋งพี่ชายกลับมาก็ยินดีวิ่งมาคุกเข่าคำนับ ซ้องกั๋งเห็นซ้องเซ็งไม่ได้สวมใส่เสื้อกางเกงขาวก็แจ้งว่าบิดายังอยู่ โกรธซ้องเซ็งยิ่งนัก พูดว่าบิดายังไม่ทันตายก็ฝากหนังสือไปว่าบิดาตาย ให้พี่ร้องไห้เศร้าโศกเป็นอันมาก พอเห็นบิดาเดินมาก็เข้าคุกเข่าคำนับ ซ้องไทก๋งเห็นบุตรกลับมาก็มีความยินดีจึงพูดว่า บิดาคิดอ่านเอง ด้วยบิดาคิดถึงเจ้าอยู่ทุกคืนวัน ถ้าในหนังสือไม่ว่าเช่นนั้นกลัวเจ้าจะไม่มา ประการหนึ่ง บิดาแจ้งว่าเจ้าไปอยู่ที่เขาแป๊ะโฮ้วซัวมีแต่พวกฝีมือเข้มแข็ง ฆ่าคนตายหนีไปโกนศีรษะบวชอยู่ที่นั้นเป็นอันมาก กลัวพวกนั้นจะชักชวนไว้ ชื่อเสียงของบิดาและเจ้าจะเสียไป พอเจียะย้งมาบิดาฝากหนังสือไปเจ้าอย่าโกรธซ้องเซ็งผู้น้องเลย ซ้องกั๋งได้ฟังบิดาว่าก็คลายโกรธคุกเข่าคำนับแล้วถามว่าโทษของข้าพเจ้าได้ยินข่าวประการใดบ้าง ซ้องไทก๋งว่า จูตง ลุยเหงนายทหารช่วยแก้ไขไว้ได้ ครั้นมาภายหลังได้เล่าลือกันว่า เจ้าแผ่นดินมีไทจืออีกองค์หนึ่งรับสั่งโปรดตามบรรดานักโทษในราชอาณาเขต ที่โทษเบาบางก็ปล่อยเสีย ที่โทษหนักก็โปรดให้เบาบางไม่ต้องตาย บิดาสืบได้ความแน่แล้วจึงฝากหนังสือให้เจ้ากลับมา ซ้องกั๋งได้ฟังก็ค่อยคลายวิตก จึงถามบิดาว่า จูตง ลุยเหงนายทหารผู้มีคุณกับข้าพเจ้า ได้มาบ้านเราบ้างหรือเปล่า ซ้องไทก๋งบอกว่าจูตงมีข้อราชการเข้าไปตังเกียเมืองหลวงแต่ลุยเหงนั้นไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหน บัดนี้มีนายทหารมาใหม่อีกสองคน ชื่อเตียวเหล็ง เตียวเต๊กเป็นพี่น้องกันมาทำราชการตำแหน่งจูตงลุยเหงสืบไป ตัวเจ้าเหน็ดเหนื่อยมาจงไปนอนเสียเถิด ซ้องกั๋งคำนับบิดามาที่ห้อง ขณะนั้นดึกประมาณสองยามก็นอนหลับไป

ฝ่ายซิบุนปินขุนนางผู้ใหญ่ในตำบลหุนเสียกุ้ย แจ้งว่าซ้องกั๋งกลับมาอยู่บ้าน จึงสั่งเตียวเหล็ง เตียวเต๊กนายทหารคุมไพร่ไปจับตัวซ้องกั๋งมาให้ได้ เตียวเหล็ง เตียวเต๊กคำนับลาคุมทหารไปในกลางคืน ครั้นถึงบ้านซ้องกั๋งก็ล้อมไว้ จุดคบเพลิงสว่างร้องสั่งทหารว่าอย่าให้ซ้องกั๋งหนีได้

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ