๑๐๕

ครั้นเวลารุ่งเช้าซ้องกั๋งจึงให้ชุมนุมนายทหารปรึกษาว่าเซียงกวนหงีมีกำลังและฝีมือเข้มแข็งเรายกออกรบครั้งไรก็เสียทหารทุกครั้ง อนึ่งเมืองเนี้ยจิ๋วมีป้อมคูประตูหอรบมั่นคงแข็งแรงนักเราจะรบซึ่งหน้าและหักหาญปล้นเมืองโดยกำลังก็จะได้ชัยชนะ แต่เห็นว่าจะเปลืองทหารป่วยการเวลาคิดหาอุบายประการใดจึงจะได้ชนะโดยง่าย

โงวหยงตอบว่า เซียวอึนหง เซียวอึนหวง สองคนพี่น้องซึ่งจับมาได้นั้นก็ให้สัตย์สาบานไว้ว่าจะสามิภักดิ์โดยสุจริต ข้าพเจ้าคิดจะปล่อยให้คนทั้งสองกลับเข้าไปเมืองเนี้ยจิ๋วเป็นไส้ศึกเตรียมการไว้คอยรับกองทัพเราเข้าเมืองเห็นจะได้โดยสะดวก ซ้องกั๋งได้ฟังก็เห็นชอบจึงตอบว่า ความคิดท่านเห็นประการใดจงจัดไปตามสติปัญญาเถิด โงวหยงจึงพาตัวเซียวอึนหวงมาถามว่าเราจะให้ท่านทั้งสองกลับเข้าไปในเมืองเนี้ยจิ๋วพูดจาล่อลวงให้เซียงกวนหงีหลงในกลอุบายจะได้หรือไม่ เซียวอึนหวง ตอบว่าท่านใช้สอยสิ่งใดข้าพเจ้าจะทำตามให้สมความปรารถนาทุกประการ โงวหยงเห็นทหารทั้งสองรับอาสามีความยินดีจึงกระซิบสั่งความตามอุบายและปล่อยคนชาวบ้านนอกเมืองที่จับไว้ได้นั้นให้ไปด้วยร้อยเศษออกจากค่ายเดินทางอ้อมไปเข้าข้างหลังเมือง ครั้นทหารสองคนไปแล้วโงวหยงจึงให้ถอยกองทัพมาตั้งห่างเมืองประมาณสิบลี้ ไพร่พลรักษาหน้าที่จึงเข้าไปแจ้งความแก่เซียงกวนหงีให้ทราบ ในขณะนั้นไพร่พลซึ่งรักษาหน้าที่ด้านข้างหลังเมืองมาแจ้งความว่าเซียวอึนหง เซียวอึนหวง พากันหนีกลับมาร้องเรียกให้เปิดประตูรับ เซียงกวนหงีได้แจ้งความก็มีความยินดีจึงสั่งผู้รักษาประตูให้เปิดรับเข้ามา เซียวอึนหง เซียวอึนหวงก็พาคนร้อยเศษเข้ามาคำนับ เซียงกวนหงีถามทหารทั้งสองว่าพวกซ้องกั๋งจับตัวไปทำอย่างไรจึงได้พากันหนีกลับมาได้และคนร้อยเศษนี้ท่านไปพามาแต่ข้างไหน

เซียวอึนหง เซียวอึนหวงตอบว่า ทหารซ้องกั๋งจับข้าพเจ้าไปไว้แล้วให้คุมตัวข้าพเจ้าไปขุดดินพูนสนามเพลาะถึงห้าเวลา ข้าพเจ้าเห็นได้ทีจึงฆ่าผู้คุมตายพากันหนีมาเกลี้ยกล่อมชักชวนคนชาวไร่นามาด้วยร้อยเศษ เซียงกวนหงีถามว่าท่านไปอยู่ในค่ายซ้องกั๋งหลายเวลา เห็นว่าเสบียงอาหารในค่ายนั้นยังบริบูรณ์หรือขัดสนลงบ้างประการใด อนึ่งซ้องกั๋งไม่คุมกองทัพออกรบนั้นจะคิดอ่านเป็นอุบายประการใด เซียวอึนหง เซียวอึนหวงตอบว่าตั้งแต่ท่านยกกองทัพไปรบฆ่าทหารเสียสี่คน ซ้องกั๋งมีความเสียใจเป็นอันมาก โลวจุนหงีกับซ้องกั๋งขัดเคืองกันในทีมิได้สามัคคีเป็นปกดิ เสบียงอาหารก็ขัดสนจ่ายแจกให้ทหารรับประทานวันละมื้อและได้ข่าวว่าผู้รักษาเมืองซินจิ๋ว เมืองเอี้ยวเอี๋ยงจะยกกองทัพมาช่วยตีกระหนาบจึงถอยกองทัพไป แต่ในเวลาคืนนี้ข้าพเจ้าตั้งใจคอยท่าท่านให้ยกกองทัพออกไปรบก็หาเห็นออกไปไม่ พอข้าพเจ้าหนีได้จึงรีบมาแจ้งความให้ทราบ เซียงกวนหงีมิได้สงสัยสำคัญว่าจริง ด้วยเซียวอึนหง เซียวอึนหวงเป็นคนเคยใช้ใกล้ชิดมาช้านานจึงไม่มีความรังเกียจ ตั้งให้เป็นที่นายทหารตามเดิม

ฝ่ายเลาอิเก็งผู้ว่าราชการเมืองเอี้ยวเอี๋ยงได้ทราบความหนังสือของโง่วเอียมว่า ซ้องกั๋งยกกองทัพมาตั้งล้อมเมืองเนี้ยจิ๋วจึงปรึกษาอึ้งตงชิดขุนนางที่สองว่าเราจะยกกองทัพไปช่วยตามหนังสือหรือประการใด

อี้งตงชิดว่าโง่วเอียมเป็นแต่กรมการผู้ใหญ่มิใช่เจ้าเมืองเหตุใดจึงมีหนังสือมาถึงเราโดยลำพัง ไม่มีตรายี่ห้อของเซียงกวนหงีมาเป็นสำคัญการก็ไม่แน่นอน เราจะยกกองทัพไปก่อนนั้นไม่ได้ จะต้องมีหนังสือบอกแจ้งความไปยังเมืองฮ่วยไซให้ทราบ ถ้าซินอ๋องสั่งมาประการใดจึงกระทำตาม เลาอิเก็งก็เห็นชอบจึงแต่งหนังสือบอกข่าวศึกเสร็จแล้วมอบให้ม้าใช้ถือไปเมืองฮ่วยไซเอาหนังสือส่งเจ้าพนักงานนำขึ้นอ่านให้ซินอ๋องฟังมีความว่า “เลาอิเก็งขอคำนับมายังไต้อ๋องให้ทราบ ด้วยโง่วเอียมมีหนังสือแจ้งความมายังข้าพเจ้าว่าเจ้าแผ่นดินซ้องให้ซ้องกั๋งโลวจุนหงีเป็นแม่ทัพคุมทหารสามสิบหมื่นยกมาตีเมืองเจียคีเสียและเมืองรายทางล่วงเข้ามาถึงเมืองเนี้ยจิ๋ว เซียงกวนหงีผู้ว่าราชการเมืองเนี้ยจิ๋วยกกองทัพออกต่อสู้มีชัยชนะหลายครั้งกองทัพซ้องกั๋งหาแตกไม่ กลับยกทหารเข้าตั้งค่ายล้อมเมืองไว้สามด้าน เซียงกวนหงีตกอยู่ในที่ล้อมจึงมีหนังสือมาขอกองทัพให้ยกไปช่วย ครั้นข้าพเจ้าจะยกไปตามซึ่งโง่วเอียมขอกองทัพมาก็กลัวผิดด้วยเห็นว่าโง่วเอียมเป็นผู้น้อย ข้าพเจ้าจึงแจ้งความมาให้ทราบ ถ้าไต้อ๋องเห็นควรประการใดจะได้ทำตาม”

ซินอ๋องได้แจ้งหนังสือบอกมีความวิตกจึงปรึกษาขุนนางทั้งปวงว่าเจ้าแผ่นดินซ้องให้ซ้องกั๋งยกกองทัพมาตีบ้านเมืองเขตแดนของเรา ท่านทั้งปวงจะคิดประการใด อ้วงเคียกเหม็งผู้เป็นที่ไซซือจึงว่า ข้าพเจ้าพิเคราะห์ดูดาวประจำเมืองเนี้ยจิ๋วรัศมีเศร้าหมองมาหลายวันแล้วเห็นว่าชาตาเมืองนั้นจะเสีย ท่านจงเตรียมกองทัพไปช่วยป้องกันอย่าให้เป็นอันตราย

ซินอ๋องยังหาทันตอบไม่ เลียวลิบจึงว่าเซียงกวนหงีผู้รักษาเมืองเนี้ยจิ๋วมีกำลังและฝีมือเข้มแข็งคงจะคิดอ่านต่อสู้กองทัพซ้องกั๋งเป็นสามารถจึงไม่มีหนังสือมาขอกองทัพ โง่วเอียมทำซื่อรู้บอกมาถึงเลาอิเก็งให้ยกไปช่วย ข้าพเจ้าคิดจะมีหนังสือและแต่งข้าหลวงคุมสิ่งของไปบำเหน็จรางวัลเอาใจเซียงกวนหงีต่อรบกองทัพซ้องกั๋งไว้ อย่าให้ตีเข้ามาได้ ถ้าเห็นว่าเมืองเนี้ยจิ๋วจะเสียแก่ข้าศึกก็ให้กวาดครอบครัวอพยพถอยมาตั้งรับอยู่ ณ เมืองเอี้ยวเอี๋ยงและเมืองซินจิว ให้เจ้าเมืองทั้งสองจงช่วยกันแข็งแรง กองทัพซ้องกั๋งไม่อาจหักเข้ามาได้ก็จะพากันถอยกลับไปเอง เราไม่ต้องยกกองทัพไปทำศึกให้ลำบากเลย

ซินอ๋องได้ฟังก็เห็นชอบจึงมอบการให้เลียวลิบจัดตามควร เลียวลิบจึงสั่งเจ้าพนักงานให้แต่งหนังสือสามฉบับและทรัพย์สิ่งของทองเงินมอบให้เก็งตวน เก็งเจีย คุมไปให้เซียงกวนหงี ณ เมืองเนี้ยจิ๋ว ตั้งแต่นั้นมาซินอ๋องก็มิได้ออกว่าราชการ ชวนนางต้วนชาเหนียเสพสุรานัวเมารื่นเริงอยู่แต่ข้างใน ให้พวกสาวใช้ขับรำทำเพลงต่างๆ มิได้เอาใจใส่การศึกเลย

ฝ่ายเก็งตวน เก็งเจียพากันมาถึงเมืองเนี้ยจิ๋วจึงเอาหนังสือและสิ่งของมอบให้ เซียงกวนหงีคำนับรับสิ่งของและหนังสือมาอ่านแจ้งความแล้วมีความยินดีเป็นอันมาก จึงว่าซ้องกั๋งยกกองทัพมาตั้งล้อมไว้ข้าพเจ้ายกออกไปรบสองครั้งฆ่าทหารเอกซ้องกั๋งตายสี่คน ซ้องกั๋งก็เข็ดขยาดฝีมือมิได้คุมทหารออกมาต่อรบอีก ภายหลังข้าพเจ้าให้เซียวอึนหง เซียวอึนหวงออกรบ พวกซ้องกั๋งจับไปได้ก็ไม่อาจฆ่ากลับปล่อยตัวมาเสียแล้วยกกองทัพไป เก็งตวน เก็งเจียได้แจ้งมีความยินดีจึงบอกว่าซินอ๋องและขุนนางผู้ใหญ่ชวนกันสรรเสริญสติปัญญาและฝีมือของท่านเป็นอันมาก วางธุระให้ท่านคิดกำจัดกองทัพซ้องกั๋งให้แตกไปจงได้ เซียงกวนหงีว่าเชิญท่านทั้งสองอยู่ในเมืองข้าพเจ้าพลางถ้าฉุกเฉินประการใดจะได้ช่วยกันคิดอ่าน เก็งตวน เก็งเจียก็อยู่ด้วยเซียงกวนหงีในเมืองเนี้ยจิ๋ว

ฝ่ายซ้องกั๋ง โลวจุนหงีถอยกองทัพมาตั้งอยู่เจ็ดวัน โงวหยงจึงบอกแก่ซ้องกั๋งว่าควรเราจะยกกองทัพเข้าไปปล้นเมืองเนี้ยจิ๋วด้วยครบกำหนดสัญญาที่เซียวอึนหง เซียวอึนหวงนัดไว้ ซ้องกั๋งได้ฟังมีความยินดีให้โงวหยงจัดกองทัพตามอุบาย โงวหยงจึงสั่งให้ลิมชอง กวนเส็งคุมทหารยกเข้าตีด้านตะวันออก ให้แป๊ะเง็ก จูตัดเต๊ก คุมทหารเข้าตีข้างด้านเหนือ อือเถีย ห้วยเอง คุมทหารเข้าตีด้านใต้ ซ้องกั๋งและโลวจุนหงียกกองทัพใหญ่เข้าด้านตะวันตกกำหนดให้นายทัพนายกองคอยฟังประทัดสัญญาเป็นสำคัญ นายทหารก็คำนับลายกแยกไปคอยอยู่ตามสั่ง กองตระเวนเมืองเนี้ยจิ๋วเห็นดังนั้นจึงเข้าไปแจ้งแก่เซียงกวนหงีว่า ซ้องกั๋งยกมาล้อมเมืองไว้ทั้งสี่ด้าน เซียงกวนหงีได้แจ้งก็ตกใจจึงถามเซียวอึนหง เซียวอึนหวงว่า ท่านบอกแก่เราว่า ซ้องกั๋ง โลวจุนหงี ถอยกองทัพไปแล้ว ไม่คิดอ่านเข้ามาตีเมือง เพราะขัดสนเสบียงอาหาร บัดนี้ซ้องกั๋ง โลวจุนหงีกลับยกกองทัพล้อมเมืองเราอีกนั้นไปได้เสบียงอาหารที่ไหนมา

เซียวอึนหง เซียวอึนหวงพูดแก้ว่า ข้าพเจ้าคะเนเหตุการณ์เห็นกองลำเลียงจะคุมเสบียงมาส่งทัน จึงได้ยกกองทัพกลับเข้ามาแต่ถึงกระนั้นก็ไม่สู้หนักแน่น ด้วยแม่ทัพนายทหารไม่สามัคคีปรองดองกัน ลักษณะการซึ่งจะทำสงครามคิดอ่านตีบ้านเมืองนั้น ถ้าแม่ทัพนายทหารปรองดองพร้อมใจกันแล้วจะคิดการสิ่งใดก็สมความปรารถนา แม้นแม่ทัพนายกองแตกร้าวหมองหมางถือเปรียบแก่งแย่งแก่กัน ถึงจะมีทหารสักเท่าใดก็คงจะพ่ายแพ้แก่ข้าศึก บัดนี้ซ้องกั๋งกับโลวจุนหงีเป็นอริขุ่นเคือง คอยหาอุบายทำลายล้างชีวิตกัน นายทหารนั้นก็ไม่มีสามัคคีกลับแตกเป็นสองฝ่าย ถ้าผู้ใดพลั้งพลาดเสียทีก็ไม่ช่วยแก้ไขด้วยหาช่องที่จะซ้ำเติมช่วงชิงเอาความชอบอยู่เช่นนี้ ข้าพเจ้าเห็นว่าเราได้ทีอยู่แล้ว ควรที่ท่านจะคุมไพร่พลออกไปกำจัดกองทัพซ้องกั๋งให้แตกจงได้ เซียงกวนหงีมิได้รู้ในอุบายพลอยเห็นชอบด้วย จึงเตรียมไพร่พลเป็นกระบวนยกกองทัพออกทางประตูด้านใต้ ฉินเหม็ง อือเถียก็ขับม้าเข้ารบกับเซียงกวนหงีทั้งสองข้างต่อสู้เป็นสามารถยังมิได้แพ้ชนะกัน

ฝ่ายเซียวอึนหง เซียวอึนหวง เห็นเซียงกวนหงีมัวรบอยู่กับทหารซ้องกั๋ง จึงพากันกลับไปเปิดประตูเมืองด้านตะวันออกรับลิมชอง กวนเส็งและนายทหารเข้าไปในเมือง ลิมชอง กวนเส็งก็เอาเพลิงเผาหอรบและโรงเรือนราษฎรขึ้นหลายแห่ง เพลิงติดขึ้นเป็นอันมาก ลีตัง เตียซิว โง่วเอียมซึ่งอยู่รักษาเมืองเห็นเพลิงไหม้ก็ตกใจ ขึ้นม้าพาทหารจะไปช่วยดับเพลิง พบเซียวอึนหง เซียวอึนหวงที่ตามทาง ลีตังถามว่าเหตุใดจึงได้เกิดเพลิงขึ้น เซียวอึนหงบอกว่าพวกซ้องกั๋งเข้าเมืองได้เอาเพลิงเผาขึ้นหลายตำบล ท่านจะยกทหารไปนั้นจะสู้รบได้หรือ จงพากันสมัครเข้าอยู่เสียด้วยซ้องกั๋งจึงจะรอดชีวิต

ลีตังได้ฟังเซียวอึนหงพูดก็เข้าใจว่าเป็นไส้ศึกมีความโกรธยิ่งนัก ขับม้าตรงเข้าเอาทวนแทงเซียวอึนหงตาย เซียวอนหวงเห็นลีตังฆ่าพี่ชายตายก็มีความโกรธถืออาวุธวิ่งตรงเข้ามา ลีตังเอาทวนแทงเซียวอึนหวงล้มลงตาย ลิมชอง กวนเส็งเห็นดังนั้นมีความโกรธยิ่งนักขับม้าพาทหารเข้ารุมรบ นายทหารเมืองเนี้ยจิ๋วต้านทานมิได้พากันขับม้าหนีแยกทางไป แต่ลีตังนั้นขับม้าหนีมาทางด้านเหนือ จูตัดเต๊กก็ขับม้าตรงเข้ารบกับลีตังได้สิบเพลงจูตัดเต๊กเอาทวนแทงลีตังตกม้าตายจึงเอากระบี่ตัดเอาศีรษะหิ้วมาหน้าเชิงเทิน แป๊ะเง็กขับม้าตามมาข้างหลัง

ขณะนั้น ทหารรักษาหน้าที่พากันเอาก้อนศิลาขว้างลงมาถูกศีรษะแป๊ะเง็กแตกตายอยู่กับที่ จูตัดเต๊กเห็นดังนั้นก็โกรธขึ้นไปบนเชิงเทินไล่ฆ่าฟันทหารรักษาหน้าที่ตายเป็นอันมาก ที่เหลือตายพากันแตกหนีไปสิ้น

ฝ่ายเซียงกวนหงีรบอยู่กับฉินเหม็ง อือเถียได้ยินเสียงในเมืองอื้ออึงจึงเหลียวหลังไปดูเห็นเพลิงไหม้ขึ้นในเมืองก็ตกใจ รู้ว่าพวกทหารซ้องกั๋งเข้าเมืองได้ก็ไม่คิดอ่านที่จะสู้รบก็ชักม้าหนี อือเถียขับม้าไล่ตามไป ครั้นใกล้จะทันพอเท้าม้านั้นพลาดตกหลุมลงอือเถียตกจากหลังม้า เซียงกวนหงีก็ชักม้ากลับมาจับตัวอื้อเถียได้มัดส่งให้ทหารแล้วรีบพากันไปยังเมืองเอี้ยวเอี๋ยง

ฝ่ายกวนเส็ง ฮ่วยเอ็ง กงซิวหลง ขับม้ามาในเมืองเห็น โง่วเอียม เก็งตวน เก็งเจียขี่ม้ามาตามทาง ทหารซ้องกั๋งทั้งสามก็ขับม้าเข้ารุกไล่ทหารเมืองเนี้ยจิ๋วขับม้าหนี กวนเส็งไล่ตามทันโง่วเอียมจึงเอาง้าวตัดศีรษะโง่วเอียมหิ้วมา ฮ่วยเอ็ง เก็งตวน กงซิวหลงจับเก็งเจียได้ก็กลับมายังที่ประชุมใหญ่ แต่บรรดาที่ได้ศีรษะและจับตัวทหารเมืองเนี้ยจิ๋วได้ก็พากันเอามาให้ซ้องกั๋ง ๆ มีความยินดีจึงยกทหารเข้าเมือง ให้ช่วยกันดับเพลิงแล้วจึงตรวจนายทหารขาดไปหกนาย ซ้องกั๋งจึงให้ทหารเที่ยวค้นหาได้ศพมาแต่ห้าคน อือเถียนั้นหาได้ไม่ซ้องกั๋งได้แจ้งมีความวิตกถึงอือเถียเป็นอันมาก จึงให้ทำการฝังศพนายทหารทั้งห้าตามธรรมเนียมแล้วให้ม้าใช้ไปเชิญเตียเจียวท้อมาอยู่เมืองเนี้ยจิ๋ว ให้จูบู๊ ตังเผ็ง ซือเหล็ง ซกเถียว ชาจิน มกหอง ลุยเหง เอียหยง เจียสิวทหารเอกสิบนาย ทหารห้าหมื่นอยู่รักษาเมืองเนี้ยจิ๋ว แล้วสั่งไตจงไปบอกลี้จุนนายทัพเรือให้ยกไปบรรจบกัน ณ ลำน้ำอวดกัง ไตจงคำนับแล้วรีบไปบอกตามคำสั่งซ้องกั๋ง โลวจุนหงีจัดกระบวนทัพตามตำรับพิชัยสงครามเสร็จ ถึงวันฤกษ์ดีก็ยกออกจากเมืองเนี้ยจิ๋วไปโดยระยะทาง

ฝ่ายเซียงกวนหงีกับทหารคุมตัวอือเถียมาถึงเมืองเอี้ยวเอี๋ยงจึงเข้าไปหาเลาอิเก็ง อึ้งตังชิดผู้ว่าราชการแจ้งความซึ่งเสียทัพและเสียเมืองนั้นให้ทราบ เลาอิเก็ง อึ้งตังชิดได้แจ้งมีความวิตกจึงพูดว่าเมืองเนี้ยจิ๋วเสียแล้ว เห็นซ้องกั๋งจะยกมาติดเมืองเราโดยเร็ว จะต้องจัดการป้องกันเมืองให้แข็งแรงจึงจะได้ เซียงกวนหงีตอบว่าท่านคิดอ่านการทั้งนี้ชอบแล้ว ข้าพเจ้าจะช่วยรบแก้แค้นทหารซ้องกั๋งให้จงได้

พูดแล้วสั่งให้คุมตัวอือเถียเข้ามาถามว่า เจ้าสมัครอยู่ด้วยเราแล้วจะเลี้ยงให้มีความสุขถ้าไม่สมัครจะฆ่าเสีย อือเถียตอบว่าเราเกิดมาเป็นชายชาติทหารมิได้เสียดายชีวิต ซึ่งจะสมัครเข้าด้วยพวกกับกบฏนั้นอย่าพึงหมายเลย เลาอิเก็ง อึ้งตังชิด เซียงกวนหงีว่ากล่าววิงวอนเป็นหลายครั้ง อือเถียไม่ยอมอยู่กลับด่าว่าด้วยคำหยาบต่างๆ เลาอิเก็งจึงสั่งให้เอาตัวไปฆ่าเสียแล้วเอาศพไปฝังไว้ตามยศอย่างนายทหาร ฝ่ายซ้องกั๋ง โลวจุนหงี ยกกองทัพตีหัวเมืองรายทางและด่านเข้ามาถึงหน้าเมืองเอี้ยวเอี๋ยง เห็นชาวเมืองรักษาหน้าที่แข็งแรงจะตีหักเข้าไปมิได้ก็หยุดทหารตั้งค่ายอยู่ห่างเมืองประมาณหกลี้ ลีขุยจึงเข้าไปแจ้งความแก่ซ้องกั๋งว่า ตั้งแต่ยกกองทัพมาปราบปรามแขวงเมืองฮ่วยไซ ข้าพเจ้ายังมิได้ทำการอาสาเลย ครั้งนี้จะตีเมืองเอี้ยวเอี๋ยงข้าพเจ้าขอเป็นทัพหน้าตีเมืองเอี้ยวเอี๋ยงให้แตกจงได้ ซ้องกั๋งตอบว่าหนทางแขวงเมืองฮ่วยไซท่านไม่ชำนาญ ถ้าเสียท่วงทีจะหลีกหนียาก

ขณะนั้นพัวเส็ง ซึงอานจึงพูดขึ้นว่าทางเมืองฮ่วยไซข้าพเจ้าทราบอยู่จะขอคุมทหารเป็นกองหนุนไปด้วย ซ้องกั๋งก็เห็นชอบให้ลีขุย หังชอง ลีกุน เปาหยก ปกซิ่น งักซวนตง โกวซวง ซิมอานหยิน ซึงอาน พัวเส็งทหารเอกสิบนายคุมทหารเป็นกองหน้ายกล่วงไปตีเมืองเอี้ยวเอี๋ยง นายทหารทั้งสิบคำนับลาขึ้นม้าพาทหารยกไปท้ารบถึงเชิงเทิน ทหารรักษาหน้าที่ก็ไปแจ้งความแก่เลาอิเก็งให้ทราบ เลาอิเก็งจึงพาอึ้งตังชิด เซียงกวนหงีขึ้นไปดูบนหอรบ เห็นธงนำหน้าทัพมีอักษรว่าเฮ็กซวนฮองลีขุย เซียงกวนหงีจึงบอกเลาอิเก็ง อึ้งตังชิดว่าลีขุยนี้เป็นคนดีมีฝีมืออยู่ที่เขาเนียซัวเปาะจะต้องคิดอ่านฆ่าลีขุยเสียก่อนจึงจะได้ อึ้งตังชิดตอบว่าท่านอย่าวิตก ข้าพเจ้าจะคิดอ่านล่อลวงด้วยอุบายฆ่าลีขุยเสีย เซียงกวนหงีถามว่าอุบายของท่านอย่างไรจึงจะคิดฆ่าได้โดยง่าย อึ้งตังชิดตอบว่าในทิศตะวันออกห่างจากเมืองประมาณสิบลี้มีเขาชื่อเลาะเกาะและระหว่างเขานั้นเป็นทางตรงตลอดไปได้ เราจะให้ทหารสมทบทางเสียข้างหนึ่ง ปากทางที่จะเข้านั้นปิดไว้แต่งกองทัพไปรบล่อให้ลีขุยหลงเข้าไปในระหว่างเขา แล้ววางไพร่พลรักษาปากทางไว้ อย่าให้ลีขุยถอยหลังออกมาได้ก็จะตายอยู่ในระหว่างเขา

เลาอิเก็ง เซียงกวนหงีก็เห็นชอบจึงให้อุลิบ ห้อชิวคุมทหารเกาทัณฑ์ห้าพันไปสมทบทางและขึ้นประจำอยู่ที่ช่องเขาสองข้าง และให้อึ้งตังชิดคุมทหารพลห้าพันเป็นกองล่อ เซียงกวนหงีคุมทหารเป็นกองหนุน นายทัพนายกองคำนับลาพาทหารเปิดประตูเมืองออกไปทางด้านตะวันตก พอลีขุยคุมทหารขับม้าตรงมา อึ้งตังชิดก็ขับม้าเข้ารบเป็นสามารถ นายทหารซ้องกั๋งอีกเก้าคนนั้นเข้ารบอึ้งตังชิดรอบตัว อึ้งตังชิดก็ขับม้าหนีไปประมาณทางกึ่งลี้เหลียวหลังมาดูไม่เห็นทหารซ้องกั๋งไล่ติดตามมา จึงหยุดม้ายืนอยู่แล้วร้องว่าตั้งแต่เราเป็นทหารได้ทำศึกมาหลายครั้ง ยังไม่เคยได้รบกับทหารโจรเขาเนียซัวเปาะเลย เวลาวันนี้เราคุมไพร่พลออกมาหวังจะรบดูกำลังและฝีมือว่าผู้ใดเข้มแข็งก็ไม่สมความปรารถนาเรามีความเสียใจนัก ด้วยพวกท่านหลายคนเข้ารุมรบเราคนเดียว ถึงพวกท่านจะได้ชัยชนะก็ไม่มีใครเลื่องลือนับถือว่ามีฝีมือเป็นทหารเอก ถ้าจะไว้ชื่อให้มีเกียรติยศแล้วจงเชิญนายทหารหน้าดำถือขวานเข้ามารบกับเราตัวต่อตัวให้ปรากฏแก่ทหารทั้งสองฝ่ายเถิด ถ้าครั่นคร้ามฝีมือกลัวจะเพลี่ยงพลั้งแล้วจึงชวนกันเข้ามารบแต่สองคนอย่ากลุ้มรุมมากเหมือนหนหลัง

ลีขุยได้ฟังอึ้งตังชิดพูดเยาะเย้ยมีความโกรธเป็นอันมากจึงตอบว่าถ้าเรารบกันตัวต่อตัวแล้วถึงเสียทีพลั้งพลาดประการใดคงสู้ตายด้วยคมอาวุธ ถ้าผู้ใดหลีกหนีกลัวความตายผู้นั้นมิใช่ชายชาติทหาร พูดแล้วก็ขับม้าตรงเข้าไปรบกันได้สิบเพลง อึ้งตังชิดแสร้งอุบายชักม้าหนีลีขุยเป็นคนโทโสมากมิได้ตรึกตรองก็ขับม้าพาทหารไล่ตามไป

ฝ่ายหังชอง ลีกุน เห็นลีขุยขับม้าไล่ตามพวกข้าศึกไปจึงขับม้ารีบตามไปโดยเร็ว ซึงอาน พัวเส็งก็ขับม้าตามไปร้องบอกว่าอย่าติดตามไปเลยจะต้องด้วยอุบายของข้าศึก ลีขุย หังชอง ลีกุนหาได้ยินไม่รีบตามอึ้งตังชิดไปทางทิศตะวันออก ครั้นถึงเขาเลาะเกาะอึ้งตังชิดชักม้าหลบเข้าไปในระหว่างเขา ลีขุย หังชอง ลีกุนก็ขับม้าพาทหารเข้าไปประมาณสิบลี้ไม่เห็นตัวอึ้งตังชิด เห็นแต่ม้าที่วิ่งอยู่ข้างหน้า นายทหารซ้องกั๋งทั้งสามนึกเฉลียวใจจึงหยุดม้าชุมนุมทหารอยู่ที่นั้น

ฝ่ายอูลิบ ห้อขิวก็โบกธงสัญญาพลเกาทัณฑ์ขึ้นประจำอยู่บนเขาพร้อมแล้วก็ขับม้าตรวจตระเวนรักษาอยู่ที่ปากช่องเขา หวังมิให้ทหารซ้องกั๋งเข้าแก้เอาลีขุยออกมาได้

ฝ่ายโกวซวง ซิมอานหยิน ซึงอาน เปาหยก พัวเส็ง ปกซิ่น งักชวนตง เจ็ดคนรีบขับม้าพาทหารไปตามลีขุยหาทันไม่ แต่เห็นไพร่พลเมืองเอี้ยวเอี๋ยงตั้งกองสกัดอยู่ที่ปากช่องก็เข้าใจว่า ลีขุย หังชอง ลีกุนเข้าไปติดอยู่ในระหว่างเขา โกวซวง ซิมอานหยินจึงขับม้าสะอึกขึ้นไปโจมตีหวังจะให้ไพร่พลที่รักษาปากช่องนั้นแตกพ่ายออกไป อูลิบ ห้อขิวเห็นดังนั้นก็ขับม้าคุมไพร่พลบรรจบรวมกันเข้าแล้ว อูลิบขับม้าเข้ารบซิมอานหยินได้ประมาณห้าเพลง อูลิบเอาง้าวฟันถูกคอซิมอานหยินตกม้าตาย ห้อขิวเข้ารบกับโกวซวงได้ประมาณสิบเพลง ห้อขิวแสร้งอุบายชักม้าหนี โกวซวงไม่รู้ในทีขับม้าไล่ตามถลำตัว ห้อขิวเหลียวหลังมาเอาเกาทัณฑ์ยิงไปถูกช่องหูโกวซวงตกม้าตาย ซึงอาน พัวเส็ง เปาหยก ปกซิ่น งักชวนตงจะเข้าไปช่วยก็ไปมิได้ด้วยทหารบนภูเขากลิ้งก้อนศิลาและยิงเกาทัณฑ์ติดเนื่องลงมามิได้ขาด เหลือกำลังมิรู้ที่จะทำประการใดจึงจำใจพากันกลับมายังค่าย แจ้งความแก่ซ้องกั๋งตามซึ่งลีขุย หังชอง ลีกุนต้องด้วยกลอุบายชาวเมืองเอี้ยวเอี๋ยงและซิมอานหยิน โกวซวงตายในที่รบนั้นให้ทราบทุกประการ

ซ้องกั๋งได้แจ้งมีความวิตกเป็นอันมาก จึงถามพัวเส็งว่า หนทางในระหว่างเขาเลาะเกาะนั้นจะมีทางแยกหรือเขาขาดตรงไหนบ้าง พัวเส็งบอกว่าข้าพเจ้าได้ยินผู้เฒ่าเล่าสืบกันมาว่า ในทางเขาเลาะเกาะนั้นมีทางแยกเป็นซอกเขาอยู่ข้างซ้ายมือจำเพาะจุแต่ผู้เดียว ถ้าผู้ใดไม่สังเกตก็ไม่แจ้งว่ามีหนทางจะออกไปได้ด้วยต้นไม้ใหญ่และเถาวัลย์ขึ้นปิดปากทางอยู่และหนทางนั้นเดินตลอดไปถึงตำบลเอี้ยงลิวจึงคนชาวบ้านที่ทำนาจึงจะรู้แจ้งหนทาง

ซ้องกั๋งได้ฟังพัวเส็งบอกจึงค่อยคลายวิตก จึงว่าท่านจงไปพูดจาเกลี้ยกล่อมคนที่รู้แห่งทางมาหาเราสักคนหนึ่งจะได้หรือไม่ พัวเส็งตอบว่าเอียบกงซุนเป็นผู้ใหญ่ บ้านอยู่ที่เอี้ยงลิวจึงนั้นรู้จักคุ้นเคยกัน ข้าพเจ้าจะไปพาตัวมาคำนับท่านให้จงได้ ซ้องกั๋งจัดเงินและแพรสีต่างๆ มอบให้ พัวเส็งคำนับรับสิ่งของแล้วรีบเดินทางตะวันออกเฉียงเหนือ ถึงบ้านเอี้ยงลิวจึงก็เข้าไปหาเอียบกงซุนในโรงนา

เอียบกงซุนเห็นพัวเส็งมามีความยินดีลุกขึ้นคำนับเชิญให้นั่งที่สมควรแล้วพูดว่า ข้าพเจ้าไม่ได้พบกับท่านมาช้านาน เวลาวันนี้ท่านอุตส่าห์มาหานั้นข้าพเจ้ามีความยินดีหาที่อุปมามิได้ ท่านมีกิจธุระจะใช้สอยข้าพเจ้าประการใด ข้าพเจ้าจะอาสาไปตามกำลัง

พัวเส็งเห็นเอียบกงซุนพูดจาอ่อนน้อมโดยสุภาพจึงเอาแพรและเงินทองมอบให้แล้วบอกว่า ง่วนส่วยซ้องกั๋งใช้เราคุมสิ่งของทั้งนี้มาให้ด้วยอยากใคร่พบกับท่าน จะสนทนาไต่ถามถึงในทางระหว่างเขาเลาะเกาะ เอียบกงซุนได้สิ่งของทองเงินมีความยินดีจึงพูดว่า ข้าพเจ้าได้ทราบว่าพระเจ้าซ้องฮุยจงฮ่องเต้มีรับสั่งโปรดให้ง่วนส่วยยกกองทัพมาปราบปรามอองเข่งนั้นข้าพเจ้ามีความยินดี ด้วยจะได้รับความสุขสบายสืบไปถึงบุตรและหลาน ตั้งแต่อองเข่งคุมกองทัพพวกโจรเขาอังท่อซัวเข้าตีปล้นบ้านเมืองได้สมบัติตั้งตัวเป็นซินอ๋องแล้ว พวกโจรที่อองเข่งตั้งแต่งเป็นขุนนางฝ่ายบุ๋นฝ่ายบู๊พากันข่มเหงฉ้อตระบัดเบียดเบียนพวกแซ่ข้าพเจ้าได้รับความเดือดร้อนด้วยเหตุต่างๆ ข้าพเจ้าคิดจะพาพวกวงศ์ญาติไปคำนับง่วนส่วยถึงค่ายก็ยังไม่มีช่องโอกาส ซึ่งง่วนส่วยให้ท่านมาหาข้าพเจ้าไปที่ค่ายนั้นสมดังที่คิดไว้เชิญท่านพาไปโดยเร็วเถิด พัวเส็งก็พาเอียบกงซุนมายังค่ายเข้าไปคำนับซ้องกั๋งตามธรรมเนียม ซ้องกั๋งเชิญให้นั่งที่สมควรแล้วถามว่า ท่านอยู่ตำบลเอี้ยงลิวจึงยังรู้แห่งทางแยกระหว่างเขาเลาะเกาะบ้างหรือไม่ เราคิดจะให้ท่านช่วยนำลีขุยน้องเราหนีออกจากที่ล้อม เอียบกงซุนว่าเดิมข้าพเจ้าก็เป็นข้าขอบขัณฑสีมา ได้อาศัยทำกินในราชอาณาเขตของพระเจ้าแผ่นดินซ้องมีความสุขสบายมาช้านานแล้ว และอองเข่งคิดการกบฏตั้งตัวเป็นใหญ่ในประเทศทิศตะวันตก ข้าพเจ้ามีความร้อนเหมือนอยู่ในกองเพลิง คิดขวนขวายที่จะให้พ้นภัย บวงสรวงเทพยดาให้เข้าดลพระทัยพระเจ้าแผ่นดินให้ยกกองทัพมาปราบปรามอองเข่งเสียให้สิ้นเสี้ยนศัตรูด้วยอำนาจและความสัตย์กตัญญูของข้าพเจ้า เผอิญมีรับสั่งให้ท่านยกกองทัพออกมาสมความปรารถนา ข้าพเจ้ามีความยินดีเป็นอันมาก ประการหนึ่งง่วนส่วยมีอำนาจวาสนาดีกว่าคนทั้งปวง ขอฝากตัวให้ใช้สอยจะได้เป็นที่พึ่งไปภายหน้า ข้าพเจ้าคิดเห็นอุบายอย่างหนึ่งเป็นประโยชน์สองประการ แต่จะต้องด้วยความคิดของท่านหรือไม่นั้นยังไม่ทราบ

ซ้องกั๋งได้ฟังถ้อยคำเอียบกงซุนพูดจาหลักแหลมเป็นภูมิคนฉลาดก็มีความยินดี จึงถามว่าอุบายของท่านประการใดจงบอกไปเถิด ถ้าเราเห็นชอบแล้วจะทำตามทุกประการ เอียบกงซุนจึงบอกว่าท่านจงจัดคนชาวบ้านที่เข้ามาสามิภักดิ์และจับได้นั้นไปด้วยข้าพเจ้าสักสามร้อยคนแล้วท่านจงจัดกองทัพไปซุ่มคอยอยู่ทางประตูตงหมึงทิศตะวันออก ข้าพเจ้ากับคนสามร้อยและทหารเอกจะพากันเข้าไปหา ลีขุย หังชอง ลีกุนในระหว่างเขาเลาะเกาะแล้วข้าพเจ้าจะแกล้งมัดลีขุยมาส่งให้แก่เลาอิเก็งที่ประตูตังหมึง ถ้าเลาอิเก็งเปิดประตูเมืองออกมารับแล้วข้าพเจ้าจะแก้มัดลีขุยออกให้ฆ่าฟันทหารรักษาหน้าที่ในเมืองจึงให้ทหารกองซุ่มหนุนเข้าไปตีปล้นเอาเมืองเอี้ยวเอี๋ยงในเวลากลางคืนพรุ่งนี้ให้จงได้ ซ้องกั๋งได้ฟังก็เห็นชอบสรรเสริญว่าอุบายของท่านนี้ดีนัก ถ้าท่านจัดแจงสำเร็จดังความปรารถนาแล้วเราจะตอบแทนคุณให้ถึงขนาด

ซ้องกั๋งจึงสั่งพัวเส็ง เปาหยก ซึงอาน ปกซิ่น งักชวนตงกับชาวบ้านสามร้อยคนไปด้วย เอียบกงซุนให้ลีเส็ง ฮวมกัน แฮ่กัง ซึงงักสี่นายคุมทหารห้าพันไปซุ่มอยู่ทางประตูตังหมึงลีตัดเต๊ก ฮ่วยเอ็ง กงซือหลง ซินโตว ลี้อูหมงห้านายคุมทหารห้าพันไปซุ่มอยู่ทางประตูปักหมึงทิศเหนือ ซิซุนเห่า อั้งจือ ซัวซือขี เล็งเสียนสี่นายคุมทหารห้าพันไปซุ่มอยู่ทางประตูน่ำหมึงทิศใต้ ให้เลงจิ้นไปคอยจุดประทัดสัญญาเป็นสำคัญ เอียบกงซุนและนายทัพนายกองต่างคำนับลามาเตรียมทหารพร้อม ครั้นเวลาค่ำต่างคนพากันยกแยกไปตามสั่ง

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ