๘๘

ซ้องกั๋งเห็นพวกฮวนจัดทหารและตั้งค่ายถูกต้องตามตำราพิชัยสงครามมีสง่าก็นึกครั่นคร้ามยิ่งนัก จึงรีบลงมาจากหอรบให้ชุมนุมนายทัพนายทหารและกุนซือที่ปรึกษาพร้อมกัน ซ้องกั๋งจึงว่า ไต้เหลียวอ๋องและงิดงวนก๊วงแต่งให้เก็งเอียวนับเอี๋ยน โกวตินเอี๋ยนทัพหน้ายกล่วงมาก็ปราชัย บัดนี้ไต้เหลียวอ๋องและงิดงวนก๊วงยกพลทหารหนุนมามากเหลือประมาณ ตั้งแต่เราท่านทั้งปวงทำการศึกมาด้วยกันหลายครั้งยังไม่ได้พบศึกใหญ่เหมือนคราวนี้ เราคิดว่าจะล่าทัพถอยไปตั้งมั่นรับอยู่เมืองฮิวจิว รอฟังกำลังพวกฮวนดูก่อน ท่านทั้งปวงจะเห็นประการใด โงวหยง จูบู๊ เห็นซ้องกั๋งมีความวิตกคิดขยาดกำลังพวกฮวน จึงว่าธรรมดาทำสงครามจะแพ้ชนะนั้น ต้องอาศัยกำลังปัญญาแม่ทัพและที่ปรึกษาเป็นประมาณ ถ้าแม่ทัพและที่ปรึกษาเฉลียวฉลาดรู้จักอุบายล่อลวงแบ่งกำลังข้าศึก ถึงจะมีพลทหารน้อยกว่าสักสิบส่วนก็อาจสามารถเอาชัยชนะได้ แต่ถ้าแม่ทัพนายกองเป็นคนเขลาปัญญา มิได้รอบรู้การตลอด ถึงจะมีทหารสักร้อยหมื่นก็คงปราชัยพ่ายแพ้แก่ผู้มีปัญญาเป็นแท้ ท่านไม่รู้หรือเมื่อครั้งแผ่นดินตังจิ้น ฮู่เกียงยกพลทหารมาทำศึกถึงร้อยหมื่น เจี้ยเหียนมีพลทหารแต่ยี่สิบหมื่นยังคิดอ่านต่อสู้เอาชัยชนะฮู่เกียงได้ และพวกฮวนยกพลทหารมาคราวนี้ไม่สู้หนักแน่นเหมือนครั้งฮู่เกียง ข้าพเจ้าจะเอาอย่างเจี้ยเหียนคิดเอาชัยชนะพวกฮวนให้จงได้

ซ้องกั๋งจึงถามโงวหยง จูบู๊ว่า ท่านจะคิดอ่านเอาชัยชนะประการใด โงวหยง จูบู๊ว่าข้าพเจ้าจะจัดขบวนทหารให้ยืนสลับเป็นวงค่ายเกาเก็งโป๊ยกวยติ้น สัณฐานคล้ายกันกับขบวนเมื่อตั้งรบกับงิดงวนเอี้ยนสิว และการซึ่งจะจัดขบวนทหารให้ยืนเป็นวงค่ายอย่างนี้มีแบบแผนมาแต่ครั้งพระเจ้าฮกฮ่องสี ท่านอย่าได้วิตกข้าพเจ้าทั้งสองจะช่วยกันคิดเอาชัยชนะให้จงได้ ซ้องกั๋งได้ฟังโงวหยง จูบู๊ แจ้งความให้ฟังถี่ถ้วนทุกประการ แล้วรับอาสาแข็งแรงค่อยคลายวิตก จึงตอบว่าเวลานี้ก็จวนค่ำแล้ว ท่านทั้งปวงจงพากันไปหยุดพักให้มีกำลัง เวลาพรุ่งนี้เราจึงยกทหารออกไปตั้งขบวนรบกับพวกฮวนเถิด ทหารทั้งปวงคำนับลาออกจากที่ชุมนุม ครั้นเวลารุ่งเช้าซ้องกั๋งจึงจัดทหารยกออกจากค่ายขับม้าตรงไปยังหน้าเมืองย่งเช็งกุ้ยแล้วสั่งโงวหยง จูบู๊ให้จัดขบวนค่ายเกาเก็งโป๊ยกวยติ้น โงวหยง จูบู๊จึงจัดให้ตังเผ็งคุมทหารยืนประจำอยู่ทิศตะวันออก เอียจิ้นคุมทหารยืนประจำทิศตะวันตก ซือเหล็งคุมทหารยืนประจำอยู่ทิศอาคเนย์ ซกเถียวคุมทหารยืนประจำอยู่ทิศพายัพ ฉินเหม็งคุมทหารประจำอยู่ทิศใต้ ลิมชองคุมทหารยืนประจำอยู่ทิศอีสาน กวนเส็งคุมทหารประจำอยู่ทิศหรดี พลทหารทั้งปวงนั้นยืนรายเป็นระยะชักปีกกาโอบตลอดถึงกัน โลวจุนหงี ลูตีซิม บู๊สงสามนายคุมทหารเป็นกองขัน ซ้องกั๋ง โงวหยง จูบู๊คุมทหารเป็นกองกลาง ทหารเอก ทหารโท นอกจากนั้นก็คุมทหารเป็นกองแล่นและรักษาประตูวังโดยรอบแล้วก็จัดทหารขึ้นม้าเดินแซงสลับลดเลี้ยวไปตามระหว่างทหารหลายนาย ซ้องกั๋งเห็นโงวหยง จูบู๊จัดขบวนทหารเป็นวงค่ายอย่างวิเศษก็มีความยินดี สั่งทหารให้เตรียมตัวคอยระวังพวกฮวนจะยกมารบ

ฝ่ายงิดงวนก๊วงแม่ทัพฮวนตั้งขบวนรบเรียกว่าฮุนเทียนติ้น รูปค่ายเหมือนฟองเป็ด ค่ายนั้นแปรไปได้หลายอย่าง ครั้นจัดการเสร็จก็คอยซ้องกั๋งจะยกเข้าตีค่าย

ฝ่ายซ้องกั๋งแจ้งว่าแม่ทัพฮวนตั้งขบวนค่ายรบจึงชวนโงวหยง จูบู๊ขึ้นไปดูบนหอคอย เห็นขบวนค่ายชอบกลจึงถามโงวหยงกับจูบู๊ว่า ซึ่งขบวนค่ายนี้ไม่เคยได้เห็นเรียกว่าค่ายอันใด โงวหยงพิเคราะห์ดูไม่รู้จักก็นิ่งอยู่ แต่จูบู๊พูดว่าขบวนค่ายนี้เข้มแข็งนัก ดูท่วงทีก็ถูกในตำรับพิชัยสงคราม ถ้าจะยกเข้าหักค่ายก็ต้องจัดทหารให้ถูกต้องจึงจะทำลายขบวนค่ายนี้ได้ ซ้องกั๋ง โงวหยง ได้ฟังก็ชวนกันลงจากหอคอยตรึกตรองการที่จะสู้รบต่อไป

ฝ่ายงิดงวนก๊วงแม่ทัพฮวน คอยท่าซ้องกั๋งยกเข้าหักขบวนค่ายก็ไม่เห็นมา จึงพูดกับทหารทั้งปวงว่าวันนี้ฤกษ์ดี ถ้าเรายกไปตีค่ายซ้องกั๋งคงสมความปรารถนา พูดแล้วสั่งให้โอวหลีคออานนายทหารเอกกับ เกียคี้ สิหยง ออลีอี๋ อองเก๋ง รวมกันสี่นายคุมทหารยกไป โอวหลีคออานก็จัดทหารพร้อมยกมา

ฝ่ายซ้องกั๋งนั่งคิดการที่จะเข้าหักขบวนค่ายรบอยู่ จูบู๊ว่าวันนี้เป็นวันธาตุทอง ฤกษ์บนชอบกล ข้าศึกคงจะยกมาตีค่ายเรา พูดยังไม่ทันขาดคำพวกฮวนก็ยกมาถึง ซ้องกั๋งเห็นท่วงทีสับสนนักก็ตกใจจึงล่าถอยกองทัพไป โอวหลีคออานเห็นได้ทีขับทหารเข้ารุกไล่ฆ่าฟันทหารพวกซ้องกั๋งเจ็บป่วยหลายนาย ทหารเลวต่างล้มตายเป็นอันมาก โอวหลีคออานเห็นได้ชัยชนะก็คุมทหารกลับ ซ้องกั๋งเห็นพวกฮวนไม่รุกไล่จึงรวบรวมทหารกลับเข้าค่ายปรึกษาที่จะสู้รบ

โลวจุนหงีว่า ขบวนค่ายพวกฮวนครั้งนี้เข้มแข็งนักจะต้องจัดทหารเป็นกองแยกย้ายยกเข้าตีประดังให้พร้อมกันจึงจะเอาชัยชนะได้ ซ้องกั๋งได้ฟังเห็นชอบด้วย ครั้นรุ่งขึ้นเช้าก็จัดให้กวนเส็งกับอูเอียนเจียกคุมทหารยกแยกกันไปตั้งอยู่ริมขบวนค่ายฮุนเทียนติ้นทั้งสองข้าง จัดให้ฮวยหยง ฉินเหม็ง ตังเผ็ง เอียจี้ สี่นายคุมทหารเป็นกองซ้าย ให้ลิมชอง ซือเหล็ง ซกเถียว จูตง สี่นายคุมทหารเป็นกองขวายกไปตั้งอยู่ คอยทำลายธงหน้าประตูขบวนค่ายทั้งเจ็ดแห่ง ให้ลีขุย ฮวนสุย หังชอง ลีกุน สี่นายเป็นกองหน้า ให้ลูตีซิม เอียหยง เจียสิว เกยเตียน เกยโป ห้านายเป็นกองหนุนยกเข้าหักประตูค่ายทั้งเจ็ดแห่ง ครั้นจัดเตรียมการเสร็จ นายทหารทั้งปวงก็แยกกันไปยังขบวนค่ายฮุนเทียนติ้นข้างทิศเหนือ ยกเข้าทำลายธงดำ และขบวนค่ายทั้งเจ็ดแห่ง พวกทหารฮวนก็ออกต้านทานสู้รบเป็นสามารถ ทหารฮวนถือธงเหลืองรุกไล่เป็นตะลุมบอน ทหารซ้องกั๋งทานไม่ได้ก็ล่าถอยกลับเข้าค่าย ทหารฮวนจับลีขุยได้ ฆ่าทหารซ้องกั๋งตายเป็นอันมาก เห็นว่าได้ชัยชนะก็ไม่ไล่ ตั้งรักษาขบวนค่ายรับมั่นอยู่ ซ้องกั๋งตรวจดูทหารตายเสียกว่าครึ่ง โตวเซียนกับซองบานเจ็บป่วยกลับมา ลีขุยก็เสียทีทหารฮวนพวกทวนขอจับไปได้ก็มีความเสียใจนั่งวิตกอยู่

พอทหารเข้าไปแจ้งว่ามีทหารฮวนผู้หนึ่งมาหาท่าน ซ้องกั๋งได้ฟังก็ให้พาเข้าไป ถามว่าท่านมาด้วยธุระสิ่งใด ทหารฮวนตอบว่างิดงวนก๊วงแม่ทัพใช้ให้ข้าพเจ้ามาแจ้งกับท่านว่า เดิมท่านจับได้ทหารฮวนมาผู้หนึ่งจะชวนแลกเปลี่ยนกันกับลีขุยท่านจะเห็นอย่างไร ซ้องกั๋งจึงตอบว่าเวลาพรุ่งนี้เราจะคุมตัวทหารฮวนไปแลกเปลี่ยนที่หน้าค่าย ทหารฮวนก็คำนับลาไป ซ้องกั๋งปรึกษากับโงวหยงว่าบัดนี้เราก็ไม่มีอุบายที่จะทำลายขบวนค่าย แม่ทัพฮวนชวนให้แลกเปลี่ยนทหารจำจะต้องเอาทหารฮวนไปเปลี่ยนลีขุยออกมา แล้วทุเลารบให้เนิ่นช้าไปก่อน ถ้าได้ทีจึงยกกองทัพเข้าตีขบวนค่ายท่านจะเห็นประการใด โงวหยงว่าซึ่งท่านคิดการอันนี้ดีนัก ครั้นรุ่งขึ้นเช้าซ้องกั๋งก็เอาตัวทหารฮวนออกมาส่งให้ทหารของตัวไปว่าการที่เปลี่ยนกันตามคำที่มาว่าไว้ ทหารซ้องกั๋งก็ไปแจ้งกับงิดงวนก๊วงตามคำสั่ง งิดงวนก๊วงได้ฟังก็ตวาดว่าช่างมีหน้ามากล่าวได้ จะแลกเปลี่ยนทหารหรือไม่เปลี่ยนก็ตามใจ ซึ่งจะให้งดรอการศึกนั้นอย่าหมายเลย ถ้าไม่มาทำลายขบวนค่ายเราจะยกกองทัพไปฆ่าเสียให้สิ้น ทหารได้ฟังก็มาแจ้งกับซ้องกั๋งทุกประการ ซ้องกั๋งก็มีความวิตก กลัวแม่ทัพฮวนจะไม่แลกเปลี่ยนลีขุย จึงคุมตัวทหารฮวนที่จับมาแต่เดิมยกกองทัพตรงมาหน้าขบวนค่าย ให้ทหารร้องบอกว่าจงปล่อยทหารของเรามา แล้วเราจะปล่อยทหารของท่านไป ซึ่งการที่จะสู้รบเราหากลัวไม่ งิดงวนก๊วงแจ้งความก็ให้ทหารคุมตัวลีขุยมาแลกเอาทหารฮวนกลับยังไม่ยกออกสู้รบ ซ้องกั๋งก็ยกกองทัพกลับเข้าค่าย

อูเอียนเจียกจึงว่า ข้าพเจ้าจะจัดทหารพวกของข้าพเจ้าแยกเป็นสองกองยกไปคนละทางเข้าหักขบวนค่าย ท่านจงให้ทหารทั้งหลายแยกเป็นแปดกองยกเข้าประดังตีขบวนค่ายพร้อมกันคงเอาชัยชนะได้ ซ้องกั๋งได้ฟังก็เห็นชอบ ครั้นรุ่งเช้า ก็จัดทหารเป็นสิบกองยกตรงไปยังขบวนค่ายฮุนเทียนติ้น ซ้องกั๋งสั่งให้ทหารแยกเป็นสิบกองเข้าประดังตีพร้อมกันทั้งสี่ด้าน ทหารฮวนในขบวนค่ายฮุนเทียนติ้นทั้งสี่ทิศรวมยี่สิบประตูก็กรูกันออกสู้รบด้วยกำลังแข็งแรง ฆ่าฟันทหารซ้องกั๋งตายลงเป็นอันมาก ซ้องกั๋งเห็นเหลือที่จะสู้รบก็ล่าถอย ทหารฮวนได้ชัยชนะก็ไม่รุกไล่พากันกลับเข้าค่ายตั้งขบวนไว้คอยรับตามเดิม ซ้องกั๋งกับทหารแตกหนีเข้าค่ายตรวจดูทหารตายเสียกว่าครึ่งก็ตกใจ จึงให้ตั้งมั่นรักษาค่ายไว้เข้มแข็งตรองการที่จะรบต่อไป

ฝ่ายพระเจ้าซ้องฮุยจงฮ่องเต้ทรงวิตกถึงซ้องกั๋งว่า ยกกองทัพไปปราบข้าศึกก็ช้านานเป็นประการใดไม่ทรงทราบ จึงรับสั่งใช้ให้เฮงบุนปินขุนนางคุมเสื้อไปพระราชทานซ้องกั๋งกับทหารทั้งปวง เฮงบุนปินก็รีบเดินทางรอนแรมมาจนถึงค่ายซ้องกั๋ง ๆ แจ้งความก็ต้อนรับเชิญเฮงบุนปินเข้าไป แล้วคำนับกันตามธรรมเนียม เฮงบุนปินก็เอาเสื้อพระราชทานออกให้ซ้องกั๋งกับพวกทหารตามรับสั่ง แล้วจึงถามว่า ท่านยกกองทัพมาปราบศึกได้ชัยชนะหรือประการใด ซ้องกั๋งบอกว่าตั้งแต่ข้าพเจ้ายกกองทัพมาตีได้บ้านเมืองเขตแดนเมืองฮวนไว้หลายตำบลก็เพราะได้พึ่งบารมีพระเจ้าแผ่นดินจึงได้ชัยชนะตลอดมา บัดนี้กองทัพข้าพเจ้าล่วงเข้าใกล้จะถึงเมืองฮิวจิว งิดงวนก๊วงแม่ทัพฮวนคุมไพร่พลมาจัดตั้งขบวนค่ายฮุนเทียนติ้น ข้าพเจ้าคุมทหารเข้าหักค่ายปราชัยถึงสามครั้ง ไพร่พลล้มตายเป็นอันมาก ไม่มีอุบายสิ่งใดที่จะยกเขาตีหักจึงได้คิดวิตกอยู่

เฮงบุนปินแจ้งความจึงตอบว่าซึ่งขบวนค่ายฮุนเทียนติ้นนี้จะเข้มแข็งสักเพียงใดข้าพเจ้าออกไปดูก็คงจะมีอุบายยกเข้าทำลายเอาชัยชนะได้ ซ้องกั๋งได้ฟังก็ดีใจ พาเฮงบุนปินขึ้นไปบนหอคอย เฮงบุนปินเห็นขบวนค่ายรบก็หัวเราะแล้วพูดว่า วิตกไยกับค่ายเช่นนี้ ข้าพเจ้าจะอาสาท่านคุมทหารยกออกไปทำลายขบวนค่ายสักครั้งหนึ่ง พูดแล้วก็ชวนกันลงจากหอรบ ซ้องกั๋งจัดโต๊ะและสุราเลี้ยงเฮงบุนปินเป็นอันดี ครั้นรุ่งเช้าเฮงบุนปินก็แต่งตัวถืออาวุธขึ้นม้าคุมทหารออกจากค่ายตรงไปยังขบวนรบแล้วก็ขับทหารเข้าตีค่าย

ฝ่ายเค็กหลีนายทหารฮวนผู้รักษาประตูขบวนค่ายที่สี่ เห็นนายทหารแผ่นดินซ้องคุมไพร่พลยกเข้าประดังตี ก็ถือง้าวขึ้นม้าตรงออกรบกับเฮงบุนปินได้สิบเพลง เค็กหลีแกล้งทำแพ้ขับม้าหนีเข้าในขบวน เฮงบุนปินไม่รู้ทีก็ขับม้ารุกไล่เข้าไป เค็กหลีเห็นดังนั้นก็ชักม้าหันกลับ เฮงบุนปินรุกไล่ถลำเข้าไปด้วยกำลังยั้งตัวไปทัน เค็กหลีได้ทีเอาง้าวฟันถูกเฮงบุนปินตกม้าตาย

ขณะนั้นซ้องกั๋งตามออกมายืนดูอยู่ เห็นเฮงบุนปินเสียทีก็ตีม้าล่อสัญญาให้เลิกทัพกลับเข้าค่าย ทหารเหล่านั้นได้ยินเสียงม้าล่อก็หนีกลับ ทหารฮวนรุกไล่ทัน ฟันทหารของซ้องกั๋งตายลงอีกเป็นอันมาก เห็นว่าได้ชัยชนะก็ยกกลับมาเข้าขบวนตามเดิม ซ้องกั๋งก็คุมทหารเข้าค่าย จึงแต่งหนังสือบอกข้อราชการให้ขุนนางถือเข้าไปเมืองหลวงแจ้งกับคูมิดไซ่ขุนนางผู้ใหญ่ให้นำข้อความขึ้นกราบทูลพระเจ้าซ้องฮุยจงฮ่องเต้มีความว่า “เฮงบุนปินข้าหลวงคุมของพระราชทานไปยังค่าย เห็นแม่ทัพฮวนตั้งขบวนรบเข้มแข็งมีความโกรธแค้นจึงอาสาออกรบ ข้าพเจ้าห้ามปรามก็ไม่ฟังขืนคุมทหารไปตี เฮงบุนปินเสียทีทหารฮวนฆ่าตายในกลางศึก” คูมิดไซ่แจ้งความในหนังสือก็นำขึ้นกราบทูลพระเจ้าซ้องฮุยจงฮ่องเต้ ๆ ทรงทราบแล้วก็มิได้ตรัสประการใด แต่มีพระทัยคิดถึงซ้องกั๋งจะให้สำเร็จการศึกเสียโดยเร็วแล้วก็เสด็จเข้าข้างใน

ฝ่ายซ้องกั๋งครั้นจัดให้ขุนนางถือหนังสือบอกข้อราชการเข้าไปเมืองหลวงแล้วก็มีความวิตกคิดจะยกทัพเข้าทำลายค่ายไม่มีอุบายสิ่งใดก็นั่งตรึกตรองอยู่ จนเวลาค่ำดึกประมาณสองยามเศษจนหลับไปแล้วฝันเห็นว่า มีเด็กหญิงผู้หนึ่งสวมใส่เสื้อผ้าสีเขียว เดินตรงมายังเตียงนอนคำนับซ้องกั๋งแจ้งว่าเหนียเนี้ยใช้ให้มาเชิญท่านไปหาสักครู่หนึ่ง ซ้องกั๋งถามว่าเหนียเนี้ยอยู่ที่ไหน เด็กศิษย์ตอบว่าเหนียเนียอยู่ข้างหน้าไม่สู้ไกลดอก บอกแล้วศิษย์ก็นำซ้องกั๋งออกจากค่ายเดินไปครู่หนึ่งถึงป่าใหญ่ มีต้นไม้เรียงรายเป็นหมู่ ๆ มีสะพานศิลาสีต่างๆ ก็ข้ามสะพานไปยังบ้านใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งสร้างไว้งดงาม เด็กศิษย์ก็นำซ้องกั๋งเข้าไปในบ้านตรงไปถึงแท่นเหนียเนี้ย ซ้องกั๋งเห็นกิวเทียนเฮียนหนึงเซียนผู้วิเศษนั่งอยู่บนแท่นก็คุกเข่าคำนับเป็นอันดี

กิวเทียนเฮียนหนึงเหนียเนี้ยจึงถามซ้องกั๋งว่า เดิมเราก็ได้ให้ตำรับพิชัยสงครามไว้ช้านานหลายปี เหตุใดจึงไม่อุตส่าห์ตรวจตราดูให้ถ้วนถี่จะได้รู้ในการศึก ซ้องกั๋งก็คำนับแจ้งความว่าเดิมเหนียเนี้ยให้ตำรับพิชัยสงครามแก่ข้าพเจ้าไว้ช้านาน พระคุณเป็นที่ยิ่ง ข้าพเจ้าได้ดูตำรับพิชัยสงครามอยู่เสมอเป็นนิตย์มิได้ขาด เจ้าแผ่นดินซ้องให้ข้าพเจ้ายกกองทัพมาปราบพวกข้าศึก บัดนี้งิดงวนก๊วงแม่ทัพฮวนยกกองทัพมาต้านทานจัดตั้งขบวนค่ายฮุนเทียนติ้นกางกั้นไว้ ข้าพเจ้าคุมทหารและไพร่พลเข้าทำลายขบวนค่ายก็ปราชัยพ่ายแพ้ทั้งสามครั้งเสียทหารเป็นอันมาก ไม่มีอุบายสิ่งใดจะทำลายค่ายจึงได้มีความวิตกนัก เหนียเนี้ยได้โปรดช่วยข้าพเจ้าด้วยเถิด กิวเทียนเฮียนหนึงเหนียเนี้ยจึงว่าซึ่งขบวนค่ายฮุนเทียนติ้นนี้เข้มแข็งนักถูกในตำรับพิชัยสงคราม ถ้าจะทำลายขบวนค่ายต้องให้รู้ธาตุลม ธาตุน้ำ ธาตุดิน ธาตุไฟ กับต้องฤกษ์บนฤกษ์ล่างจึงจะทำลายขบวนค่ายนี้ได้ เราจะชี้แจงให้อย่าได้วิตกเลย ซ้องกั๋งก็ยินดี กิวเทียนเฮียนหนึงเหนียเนี้ยบอกว่า ขบวนค่ายฮุนเทียนติ้นด้านเหนือนั้นเป็นธาตุนํ้า ทหารฮวนใส่เสื้อกางเกงดำอยู่ประจำประตูทั้งเจ็ดแห่ง ซึ่งธาตุน้ำสีดำเป็นมิตรแก่กัน ถ้าจะยกเข้าทำลายขบวนค่ายทิศเหนือนั้น ต้องจัดทหารเจ็ดนายสวมใส่เสื้อผ้าสีเหลืองยกเข้าตีขบวนค่ายทั้งเจ็ดประตู กับจัดทหารอีกเจ็ดนายสวมใส่เสื้อผ้าเหลืองเป็นกองหลังยกหนุนเข้าประดังตีด้วยสีดำกับสีเหลืองคือธาตุน้ำกับธาตุดินเป็นกาลกรรณีกันจึงจะทำลายได้ ซึ่งประตูค่ายทิศตะวันออกนั้นธาตุไม้เป็นมิตรกับสีเขียว ถ้าจะยกเข้าหักค่ายต้องจัดทหารใส่เสื้อกางเกงสีขาวยกเข้าประดังตีจึงจะเอาชัยชนะได้ ซึ่งทิศตะวันตกนั้นธาตุทองเป็นมิตรกับสีเหลือง ต้องจัดทหารใส่เสื้อกางเกงสีแดงคือธาตุไฟ เป็นกาลกรรณีกันกับธาตุทอง ยกเข้าประดังตีจึงจะทำลายค่ายทิศตะวันตกได้ ซึ่งประตูค่ายทิศใต้นั้นธาตุไฟเป็นมิตรกับสีแดง ต้องจัดทหารใส่เสื้อกางเกงสีดำคือธาตุน้ำ เป็นกาลกรรณีกับธาตุไฟ ยกเข้าประดังตีประตูขบวนค่ายทิศใต้ก็คงเอาชัยชนะได้ ซึ่งกลางขบวนค่ายรบนั้นธาตุดินเป็นมิตรกับสีเหลือง ต้องจัดทหารใส่เสื้อกางเกงสีเขียวคือธาตุไม้ เป็นกาลกรรณีกับธาตุดิน ยกเข้าตีกลางขบวน จัดทหารอีกสองพวกใส่เสื้อกางเกงสีต่างๆ แยกไปตีค่ายไท้เอียง ค่ายไท้อิมสองข้างซ้ายขวา กับจัดทหารอีกยี่สิบสี่กองเตรียมคบเพลิงไว้ให้พร้อม จงแยกเข้าประดังตีขบวนค่ายในเวลากลางคืน ให้กงซุนสินอ่านคาถาบันดาลเป็นลมพายุใหญ่พัดกล้ามืดมัวทั้งอากาศ พวกทหารเราก็รุกไล่ทำลายขบวนรบเข้าไปจนถึงค่ายเจ้าเมืองไต้เหลียว การทั้งปวงก็จะสำเร็จความปรารถนา ซึ่งเราชี้แจงให้ทั้งนี้จงจำไว้กลับไปจัดการเสียโดยเร็ว พูดแล้วก็ให้ศิษย์นำซ้องกั๋งมาส่งยังค่ายซ้องกั๋งก็ตกใจตื่น

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ