๙๔

ครั้นอยู่มาวันหนึ่งเตียเช็งจึงถามนางเก็งเอ็งกุนจู๊ว่า ซึ่งถ้ำมิฮุนตังที่ขังคนไว้เป็นอย่างไร ข้าพเจ้าอยากจะใคร่ไปดูบ้างจะได้หรือไม่ นางเก็งเอ็งกุนจู๊ได้ฟังจึงว่า ท่านจะไปเที่ยวดูเล่นก็ตามใจแต่ต้องไปตักเอาน้ำที่ห้วยศาลเจ้าเมียวก๊กเปียวอยู่ในกำแพงเนินแปะโอวเนี้ยมาดื่มเสียก่อน จึงจะเข้าไปในกำมิฮุนตังได้ไม่มึนเมา ทางตั้งแต่นี้ไปประมาณสิบลี้ เตียเช็งแจ้งความก็แกล้งทำเป็นพูดว่าบิดาก็ได้สั่งให้ช่วยกันรักษาเนิน แต่ได้ยินข่าวว่าซ้องกั๋งยกกองทัพมามีทหารสามสิบหมื่น บิดาเจ้าใช้ไพร่พลยกออกต่อสู้ก็เสียทีมาทั้งสองครั้ง ถ้าแม้นกองทัพซ้องกั๋งยกมาตีหักเราจะคิดสู้รบอย่างไรดี นางเก็งเอ็งกุนจู๊ตอบว่าท่านยังไม่เข้าใจ ซันโฮ้วไต้อ๋องเจ้าเมืองฮ่อปักนั้น ไม่ใช่เชื้อวงศ์กษัตริย์เป็นแต่คนมีอำนาจตั้งตัวเป็นใหญ่ขึ้น จะสู้บุญบารมีพระเจ้าแผ่นดินซ้องซึ่งเป็นประเทศใหญ่อย่างไรได้ ด้วยปู่บิดาพวกข้าพเจ้าเกิดในบ้านเมืองนี้ก็ต้องทำราชการอยู่ด้วย แต่คราวนี้ทหารที่รู้เวทมนต์มีมากจะคิดสู้รบกับกองทัพซ้องกั๋งได้ เราตั้งมั่นรักษาเนินดูท่วงทีก่อนภายหลังจึงจะคิดอ่านต่อไป เตียเช็งได้ฟังก็นิ่งอยู่

ครั้นรุ่งเช้านางเก็งเอ็งกุนจู๊ก็ให้คนใช้ไปตักน้ำที่ห้วยศาลเจ้าเมียวก๊กเปียวมาถ้วยหนึ่งให้เตียเช็ง แล้วก็ชวนขึ้นม้าไปยังถ้ำมิฮุนตังเอากุญแจไขเปิดประตูจะเข้าไปก็เกิดเป็นหมอกคลุ้มออกจากปากถ้ำ เตียเช็งอมนํ้าพ่นเข้าไปหมอกก็สูญหายไปสิ้น เตียเช็งกับนางเก็งเอ็งกุนจู๊ก็เข้าไปในถ้ำเห็นมกหองกับพี่น้องทั้งสี่นั่งงวยงงกอดเข่าอยู่ เตียเช็งจึงถามนางเก็งเอ็งกุนจู๊ว่าจับคนมาขังไว้ข้าวก็ไม่ได้รับประทานมิตายเสียสิ้นหรือ น้ำที่ห้วยคงจะแก้มึนเมาได้หรือประการใด นางเก็งเอ็งกุนจู๊ว่าจะแก้งวยงงต้องเอานํ้ามนต์ของเคียวเตาเอ็งจึงจะแก้ได้ ซึ่งคนถูกขังอยู่ในนี้ไม่ได้กินอาหารปีหนึ่งก็ไม่ตายเป็นแต่มึนเมาอยู่ เตียเช็งได้ฟังก็ค่อยคลายวิตก นางเก็งเอ็งกุนจู๊ก็ปิดประตูลั่นกุญแจชวนเตียเช็งสามีออกจากถ้ำกลับมาที่สำนัก เตียเช็งคิดตรึกตรองอยู่หลายเวลา เห็นได้ทีจึงกระซิบบอกอุบายกับเฮียบเช็งให้ไปแจ้งกับซ้องกั๋งแม่ทัพใหญ่ เฮียบเช็งรับคำสั่งก็มาลาโอวหลีติดอานว่าจะกลับไปเนินโซวหลิมเนี้ย โอวหลีติดอานไม่รู้สำคัญว่าจริงก็จัดโต๊ะและสุราเลี้ยง เฮียบเช็งก็คำนับลาออกจากเนินแปะโฮวเนี้ยมายังค่ายเข้าไปแจ้งความกับซ้องกั๋งว่าการเรื่องเตียเช็งสามิภักดิ์สำเร็จแล้วแต่จะคิดช่วยพี่น้องทั้งสี่ออกยังไม่ได้ ต้องจัดการยกเข้าหักเนินโซวหลิมเนี้ยก่อน ซึ่งเนินโซวหลิมเนี้ยข้างทิศตะวันตกนั้นมีทางเล็กอยู่ทางหนึ่งตลอดไปจนถึงหลังเนิน แต่เอาศิลาถมปิดปากทางไว้ ข้าพเจ้าจะแกล้งทำเป็นหนีไปแจ้งกับผู้รักษาเนินว่า ท่านยกกองทัพมาจะเข้าตีทางหลังเนิน แล้วข้าพเจ้าจะคุมไพร่พลไปรักษาปากทางหลังเนินที่เอาศิลาปิดไว้ ท่านจงจัดให้ทหารไปทางหน้าเนินและหลังเนินแล้วให้ทหารเอาเชื้อไฟและประทัดสัญญาไปคอยอยู่ ถ้าได้ท่วงทีก็ให้จุดประทัดสัญญาขึ้น ข้าพเจ้าจะได้ทำลายศิลาที่ปิดปากทางหลังเนินออก พวกทหารจะได้หักเข้าไปในเนินเอาไฟจุดติดขึ้น ช่วยกันตีหักเข้าไปจับตัวเคียวเตาเช็งผู้มีความรู้วิชาเสียให้ได้ แก้เอาพวกทั้งสี่ออกมา ภายหลังจึงค่อยยกเข้าหักเนินแปะโฮวเนี้ยต่อไป

ซ้องกั๋งแจ้งว่าพี่น้องสี่คนไม่เป็นอันตรายกับแจ้งอุบายที่เตียเช็งสั่งมาก็ยินดี จึงจัดให้ตีฮวง เฮงเต็งลัก เจียะเก็งคุมทหารสามพันไปซุ่มอยู่ปากช่องทางหลังเนินที่เอาศิลาปิดไว้ ถ้าได้ทีก็ให้เข้าช่วยกันพังก้อนศิลาหักเข้าเนินให้ได้ และให้ซิเซียนเอาเชื้อเพลิงและประทัดสัญญาไปคอยอยู่ที่ทางหลังเนิน ถ้าเห็นว่าบนเนินยกออกต้านทานก็ให้จุดประทัดสัญญาขึ้นเอาไฟเผาบ้านเรือนบนเนิน พวกที่ซุ่มจะได้หักเข้าไป แล้วจัดให้ลูตีซิม ลีขุย บู๊สง ลุยเหง ลีกุน เกยเตียน เกยโป เอียวจงอ๋วง เอียนเช็ง นางซึงยีเหนีย เล่าตง จูตง หยกเปาสี ตวนเก็งจู๊ รวมทหารสิบสี่นายคุมไพร่พลสามพันยกไปตีทางเล็กทิศตะวันตก ให้กวนเส็งกับนายทหารเป็นกองหนุนคอยช่วย ให้โลวจุนหงีกับนายทหารสี่สิบนายคุมทหารสามหมื่นยกไปตีหน้าเนินโซวหลิมเนี้ย คอยระวังจับตัวเคียวเตาเช็งให้ได้ นายทหารเหล่านั้นคุมทหารยกแยกกันไปตามคำสั่ง ทหารนอกนั้นก็อยู่รักษาค่ายกับซ้องกั๋ง

ฝ่ายเฮียบเช็ง ครั้นซ้องกั๋งจัดทหารยกแยกกันไปแล้วก็คำนับลาออกจากค่ายขึ้นม้าไปแต่ผู้เดียว ถึงหน้าเนินโซวหลิมเนี้ยเรียกให้เปิดประตูรับ ทหารและไพร่พลเห็นเฮียบเช็งขี่ม้ามาแต่ผู้เดียวก็เปิดประตูเนินรับ เฮียบเช็งไปแจ้งกับทุดเจียวผู้รักษาเนินว่า ข้าพเจ้าเสียทีทหารแผ่นดินซ้องจับตัวไป ข้าพเจ้าคิดล่อลวงพวกทหารหนีเอาตัวรอดมาได้ บัดนี้ตีฮวงรับอาสาซ้องกั๋งนำกองทัพมาจะยกเข้าหักทางหลังเนิน ข้าพเจ้ารู้ความจึงรีบมาแจ้งให้ท่านทราบ ขอท่านจงจัดไพร่พลไปตั้งรักษาปากช่องหลังเนินไว้เสียก่อน อย่าทันให้ข้าศึกยกเข้ามาทำอันตราย ทุดเจียวผู้รักษาเนินได้ฟังสำคัญว่าจริง จึงสั่งให้เฮียบเช็งคุมไพร่พลยกไปตั้งรักษาปากทางหลังเนินไว้ เฮียบเช็งก็คำนับลามาจัดไพร่พลพร้อมยกไปหลังเนินตั้งอยู่ที่ปากทางคอยดูท่วงทีอยู่

ฝ่ายโลวจุนหงีกับทหารมาใกล้จะถึงเนินโซวหลิมเนี้ย พักกองทัพหยุดอยู่แล้วจัดให้ตังเผ็งคุมทหารห้าพันไปร้องท้าทายให้ออกรบ ทุดเจียวผู้รักษาเนินแจ้งความก็โกรธ ยกกองทัพลงจากเนินมาเห็นทหารแผ่นดินซ้องร้องท้าทายอยู่ก็ขับม้าตรงเข้าเอาทวนแทง ตังเผ็งเอาทวนรับรบกันได้สิบเพลงยังไม่แพ้ชนะกัน ฮวยหยงเห็นได้ทีเอาเกาทัณฑ์ยิงถูกคอทุดเจียวตกม้าตาย เคียวเตาเช็งซินแสเห็นก็โกรธขับม้าตรงเข้าเอากระบี่ฟัน ตังเผ็งเอาทวนรับรบกันกับเคียวเตาเช็งเป็นสามารถ กงซุนสินแจ้งว่าเคียวเตาเช็งมีความรู้วิชาจะต้องทำกันเสียก่อน คิดแล้วชูกระบี่ขึ้นอ่านคาถาบันดาลเป็นลมพายุพัดกล้าเมฆหมอกมืดคลุ้มทั้งอากาศเสียงฟ้าลั่นสนั่น กลับกลายเป็นทหารและไพร่พลสอยตรงมาเข้าไล่จับเคียวเตาเช็ง ๆ เห็นก็หัวเราะพูดว่า นับประสาอะไรกับความรู้วิชาพวกปิศาจจะมาสู้มนต์ของเราได้หรือ ว่าพลางก็ชูกระบี่ขึ้นอ่านคาถาบันดาลเป็นลมพายุพัดกล้าเมฆหมอกมืดมัวมา แล้วกลับกลายเป็นทหารและไพร่พลลอยตรงมาต้านทานทหารเวทมนต์ของกงซุนสินไว้เป็นสามารถ ทัพทั้งสองไม่แพ้ชนะกันต่างคนก็เลิกทัพกลับทั้งสองฝ่าย

ขณะนั้นซิเซียนเห็นได้ทีจุดประทัดสัญญาเอาเชื้อเพลิงจุดติดหลังเนินขึ้น เฮียบเช็งได้ยินเสียงประทัดสัญญาก็เปิดประตูกำแพงหลังเนินลงไปพังศิลาที่ปิดทาง ทหารของซ้องกั๋งช่วยพังศิลาหักเข้าเนินไปได้ เฮียบเช็งร้องประกาศแก่ไพร่พลของทุดเจียวที่รักษาเนินว่า ผู้ใดรักชีวิตก็สามิภักดิ์เสียโดยดี ถ้าขัดขืนจะฆ่าเสีย ทหารและไพร่พลที่รักษาเนินพากันตกใจกลัว เห็นเฮียบเช็งเข้าด้วยกองทัพแผ่นดินซ้อง จึงชวนกันสามิภักดิ์ทั้งสิ้น เข้าสมทบเป็นกองเดียวกัน เฮียบเช็งจึงบอกกับทหารทั้งปวงว่า เคียวเตาเช็งคนนี้มีความรู้วิชาเข้มแข็งนัก ต้องตรึกตรองให้ชอบกลจะยกเข้าตะลุมบอนอย่างทุกครั้งไม่ได้ ลีขุยได้ฟังก็ไม่เชื่อคุมทหารไล่รุกล่วงเนินเข้ามา

ฝ่ายเคียวเตาเช็งคุมไพร่พลกลับเข้าเนิน เห็นไฟติดขึ้นมีผู้มาแจ้งว่ากองทัพซ้องกั๋งหักเข้าทางหลังเนินก็คุมทหารและไพร่พลตรงมาพบลีขุย ลีกุน เคียวเตาเช็งอ่านคาถาเปามนต์ไป ลีขุย ลีกุนกับทหารห้าร้อยถูกมนต์พากันล้มอยู่ ไพร่พลของเคียวเตาเช็งกรูกันเข้าจับลีขุยกับทหารห้าร้อยได้เอาตัวไป ทหารที่หนุนตามลีขุยมาเห็นดังนั้นก็ตกใจจะเข้าช่วยก็ไม่ทัน จึงชวนกันหนีลงจากเนิน เคียวเตาเช็งและไพร่พลกลับไปถึงที่อยู่สั่งให้เอาตัวพวกที่จับมาไปจำขังไว้ทั้งสิ้น แล้วก็ตั้งมั่นรักษาเนินเข้มแข็งทั้งสองด้าน ฝ่ายโงวหยง กงซุนสินเมื่อขณะอ่านคาถาให้ทหารไพร่พลสู้รบไม่แพ้ชนะกัน ต่างคนก็เลิกทัพกลับเข้าค่าย พอดีม้าใช้มาแจ้งความว่า ลีขุยกับลีกุนและทหารห้าร้อย เคียวเตาเช็งจับขังไว้ทั้งสิ้น โงวหยงได้ฟังก็มีความวิตกจึงปรึกษากับกงซุนสินว่าจะคิดแก้ไขอย่างไรดี กงซุนสินว่าเคียวเตาเช็งมีความรู้วิชามาก จะต้องไปถามฬ่อจินหยินผู้วิเศษอาจารย์ข้าพเจ้า ขอคาถาเวทมนต์มาต่อสู้จึงจะเอาชัยชนะได้ แต่ทางที่จะไปไกลนัก ถ้าได้ไตจงไปด้วยสามวันก็คงได้กลับ เพราะไตจงมีของวิเศษ โลวจุนหงีได้ฟังก็ใช้ให้ซือจินไปยังค่ายแจ้งความซึ่งยกเข้าหักเนินให้ซ้องกั๋งฟัง แล้วถามว่าไตจงกลับมาหรือยัง ซ้องกั๋งบอกว่ายังไม่กลับ พอไตจงกลับมาจากเมืองตังเกียเข้าคำนับซ้องกั๋ง แจ้งความว่าซกไทอวยกราบทูลว่าพวกเรามีความชอบมาก พระเจ้าซ้องฮุยจงฮ่องเต้โปรดพระราชทานเลื่อนที่ไว้เป็นขุนนางนายทหารใหญ่กว่าแต่ก่อนทุกคน ทำหนังสือเทียบที่ไว้ร้อยฉบับ แต่ยังไม่ได้ประทับตรา ให้ข้าพเจ้าถือมามอบให้ท่าน แล้วกระซิบบอกความลับให้ซ้องกั๋งแจ้งทุกประการ ซ้องกั๋งได้ฟังครั้นจะพูดก็กลัวคนที่ไม่ใช่พวกพ้องจะรู้จึงงดความเรื่องนั้นไว้ เล่าแต่ซึ่งโลวจุนหงียกไปตีเนินโซวหลิมเนี้ยให้ไตจงฟัง แล้วบอกว่ากงซุนสินจะไปหาฬ่อจินหยินอาจารย์เรียนวิชามาปราบศึก ซึ่งทางจะไปนั้นไกลอยู่ น้องจงไปกับกงซุนสิน จะได้รีบมาโดยเร็ว ไตจงรับคำสั่งคำนับลามากับซือจินรีบไปถึงค่าย ก็เข้าไปคำนับโลวจุนหงีแล้วไตจงเตรียมตัวพร้อม ชวนกงซุนสินออกจากค่ายเอาของวิเศษสวมใส่รองเท้าทั้งสองนาย ของวิเศษพาเดินทางไปรวดเร็วสามเวลาก็ถึงสำนักฬ่อจินหยินอาจารย์ณวัดเขายี่เซียนซัว กงซุนสินกับไตจงเข้าไปคุกเข่าคำนับแจ้งความว่า ตั้งแต่ข้าพเจ้าลาท่านไปเมืองหลวงกับซ้องกั๋ง หมายว่าสิ้นราชการก็จะกลับมาคำนับท่าน พอพระเจ้าซ้องฮุยจงฮ่องเต้รับสั่งให้ซ้องกั๋งเป็นแม่ทัพยกไปปราบข้าศึกด้วยเป็นการร้อน ข้าพเจ้าจึงไม่ได้มาคำนับผิดสัญญาไปท่านอย่าได้ถือโทษเลย บัดนี้ซ้องกั๋งกับข้าพเจ้าและพวกพ้องยกไปปราบปรามซันโฮ้วเจ้าเมืองฮ่อปักข้างทิศเหนือ พบเคียวเตาเช็งมีความรู้วิชามาก ออกสู้รบเป็นหลายครั้งก็เอาชัยชนะเคียวเตาเช็งไม่ได้ จึงรีบมาคำนับท่านขอมนต์คาถาไปกำจัดข้าศึกจะได้ช่วยพี่น้องของข้าพเจ้าออกมา ท่านจงเมตตาเถิด ฬ่อจินหยินได้ฟังกงซุนสินแจ้งความจึงว่าเคียวเตาเช็งนั้นได้เล่าเรียนวิชาอาจารย์เดียวกัน เรารู้อย่างไรเคียวเตาเช็งก็รู้อย่างนั้น ตัดกระดาษเป็นรูปหุ่นใช้ต่างทหารและไพร่พลให้สู้รบแทนก็พอจะแก้ซึ่งเคียวเตาเช็งประพฤติการผิดได้ แต่ยังมีวิชาอยู่อีกสิ่งหนึ่งสำคัญนักไม่มีผู้รู้ ถึงเราจะสอนให้ก็คงจะได้ชัยชนะ เคียวเตาเช็งกับเราก็ชอบพอรักใคร่กัน จะต้องมีหนังสือไปเกลี้ยกล่อมให้เข้าด้วยช่วยทำราชการ ถ้าเคียวเตาเช็งไม่เชื่อฟังจึงใช้เวทมนต์สิ่งนี้เรียกเอาหัวใจอากาศ ให้เอาถั่วเขียวครึ่งทะนานกับน้ำล้มสายชูชามหนึ่งแช่ถั่วเขียวไว้ เมื่อจะเข้ารบให้ถือกระบี่เสกด้วยคาถาหัวใจอากาศเจ็ดครั้ง ตั้งหน้าให้ถูกทิศโปรยถั่วขึ้นบนอากาศก็กลับกลายเป็นไฟไล่เผากองทัพรูปหุ่นกระดาษสูญหายไปสิ้น จงจับตัวเคียวเตาเช็งไว้อย่าได้ฆ่าฟัน

กงซุนสินรับคำเล่ามนต์คาถาได้แล้วถามอาจารย์ว่า สืบต่อไปภายหน้าจะเป็นประการใดบ้าง ฬ่อจินหยินบอกว่าสืบไปเบื้องหน้าจะไปเมืองฮวยไซต้องไปทางเขาตังจิวซัว มีปิศาจตนหนึ่งชื่อตอกฮวยกุยอ๋อง ความรู้วิชาฝีมือเข้มแข็งไม่มีผู้ใดต้านทานได้ ถ้าแม้นมีไฟทั้งสามจึงจะกำจัดได้ กงซุนสินถามอาจารย์ว่าไฟทั้งสามนั้นอยู่ที่ไหน ทำอย่างไรจึงจะได้มาเล่า ฬ่อจินหยินบอกว่าทิศตะวันตกมีภูเขาแห่งหนึ่ง เรียกว่าเขาเบ๊ยือซัว พ้นเขาเช็งเก็งซัวไปหน่อยหนึ่ง บนยอดเขาเบ๊ยือซัวมีศาลเจ้าฮัวกองเปียวอยู่ที่นั่น ต้องอ้อนวอนขอไฟทั้งสามมา กงซุนสินจึงว่า เจ้านั้นมิใช่คนเป็นแต่รูปปั้นจะไปขอได้อย่างไร ฬ่อจินหยินว่าเจ้าอย่าวิตกอาจารย์จะให้ยันต์วิเศษไปยืมของเจ้าที่เขาเบ๊ยือซัว เอาเชื้อเพลิงที่ศาลเจ้ามาผูกติดไว้ที่เท้าและศีรษะใส่จักรไฟ มือซ้ายถือแผ่นทอง มือขวาถือทวนทอง เอานกไฟของเจ้าไปด้วยช่วยกันสู้รบ จึงจะเอาชัยชนะแก่ตอกฮวยกุยอ๋องได้ แล้วก็ส่งยันต์วิเศษให้ไปสำหรับภายหน้ากับมอบหนังสือให้มาถึงเคียวเตาเช็งด้วย

กงซุนสินรับยันต์วิเศษและหนังสือคำนับลาฬ่อจินหยินอาจารย์ ชวนไตจงออกจากวัดเขายี่เซียนซัวมาถีงบ้าน ก็เข้าไปคุกเข่าคำนับมารดาแจ้งความให้ฟัง แล้วก็คำนับลามารดาออกจากบ้านมากับไตจงรีบไปตามทางสามเวลาก็ถึงค่าย เข้าไปแจ้งความให้ซ้องกั๋งฟัง แล้วลามาบอกแก่โลวจุนหงีตามซึ่งอาจารย์สั่งสอนความรู้กับมีหนังสือมาถึงเคียวเตาเช็งให้ฟังทุกประการ แม้นเคียวเตาเช็งไม่เชื่อขืนจะสู้รบจับตัวมาได้ก็ไม่ให้ฆ่าฟัน จึงจะช่วยพี่น้องออกได้ โลวจุนหงีได้ฟังก็ยินดีสั่งนายทหารทั้งปวงว่าถ้าเคียวเตาเช็งเสียทีมิให้ฆ่าฟันจงจับเป็นมา แล้วโลวจุนหงีก็คุมทหารออกจากค่ายไป

เคียวเตาเช็งแจ้งความก็จัดให้ซึงอานคุมไพร่พลออกสู้รบ ซึงอานขับม้าขึ้นหน้าเห็นโลวจุนหงียกกองทัพมาก็ตรงเข้าเอาทวนแทงโลวจุนหงีเอาทวนรับรบได้ห้าสิบเพลงยังไม่แพ้ชนะกัน ฮวยหยงเห็นโลวจุนหงีสู้รบเอาชัยชนะยังไม่ได้ก็ขับม้าตรงเข้าเอาเกาทัณฑ์ยิงถูกศีรษะซึงอานตกใจ โลวจุนหงีเอากระบี่ฟัน ซึงอานจับกระบี่ได้กอดโลวจุนหงีไว้ ซือเหล็งเห็นตรงเข้าเอาทวนขอเกี่ยวขาม้าซึงอานขาด ซึงอานพลัดตกม้าซือเหล็งตรงมาจะเข้าจับซึงอาน งักชวนตงรบสกัดซือเหล็งไว้ โลวจุนหงีกับเอียจี้เข้าจับซึงอานได้มอบให้ทหารเอาตัวไปส่งยังค่ายซ้องกั๋งแม่ทัพ ซึงขีเห็นซึงอานพี่ชายเสียทีทหารซ้องกั๋งจับตัวไป ก็รีบเอาข้อความไปแจ้งกับเคียวเตาเช็ง ๆ โกรธยิ่งนักจึงยกกองทัพลงจากเนินมากับซึงขีเห็นซือเหล็งยืนอยู่ก็ตรงเข้ารบซือเหล็ง กวนเส็งทั้งสองนายเห็นก็ขับม้าเข้าต้านทานนายทหารทั้งสองไว้ ซือเหล็งเข้ารบกับงักชวนตงได้สองเพลง งักชวนตงเสียทีซือเหล็งจับตัวได้มอบให้ทหารคุมตัวไปค่าย กวนเส็งสู้รบกับซึงขี ๆ เสียที กวนเส็งเอาง้าวฟันถูกกลางตัวขาดสองท่อนตาย เคียวเตาเช็งเห็นก็โกรธขับม้าตรงเข้ามา กงซุนสินก็ลงจากม้าคำนับเคียวเตาเช็งแล้วแจ้งว่า ฬ่อจินหยินอาจารย์อยู่วัดเขายี่เซียนซัวแขวงเมืองกีจิวให้ข้าพเจ้าถือหนังสือมาถึงท่านฉบับหนึ่ง ท่านจงฉีกออกอ่านดูก็คงจะรู้ความ แต่ข้าพเจ้าไม่ได้เอาหนังสือไปคำนับยังที่สำนักโทษผิดมากนัก ขอท่านอย่าถือโทษข้าพเจ้าเลย

เคียวเตาเช็งได้ฟังก็สงสัยกลัวจะเป็นอุบายไม่ลงจากม้า ครั้นจะเอาหนังสือมาฉีกดูก็กลัวมียาพิษอยู่ในนั้น จึงตอบกงซุนสินว่าท่านอย่าคำนับจงยืนขึ้นเถิดจะพูดให้ฟัง ตั้งแต่เราจากฬ่อจินหยินผู้พี่มาช้านานหลายปี เหตุใดฬ่อจินหยินจึงรู้ว่าเรามาอยู่ที่นี่มีหนังสือมาถึงเราด้วยข้อความสิ่งใด ท่านจงอ่านหนังสือของฬ่อจินหยินให้เราฟัง กงซุนสินก็ฉีกหนังสือออกอ่านมีความว่า “ฬ่อจินหยินผู้พี่มีหนังสือมาถึงเคียวเตาเช็งผู้น้อง ด้วยจากมาช้านานหลายปีไม่ได้พบกันเราคิดถึงทุกวันมิได้ขาด ด้วยทราบความว่าพระเจ้าซ้องฮุยจงฮ่องเต้รับสั่งให้ซ้องกั๋งยกกองทัพมาปราบปรามซันโฮ้วเจ้าเมืองฮ่อปัก กงซุนสินศิษย์เรามาแจ้งความกับขอมนต์คาถาไปต่อสู้ พี่ก็ได้พิจารณาดูรู้ว่าเจ้าแผ่นดินซ้องพระบารมีมาก เทพยดาฟ้าและดินตกแต่งมาให้เป็นกษัตริย์ครอบครองราชสมบัติ รักษาอาณาบำรุงไพร่ฟ้าอาณาประชาราษฎรให้อยู่เย็นเป็นสุข ซันโฮ้วนั้นเป็นโจร ตั้งตัวขึ้นเป็นไต้อ๋องครองเมืองเล็กน้อยจะสู้บุญบารมีเจ้าแผ่นดินซ้องได้หรือ ตัวน้องก็มีสติปัญญาเล็กน้อยจะสู้บุญบารมีเจ้าแผ่นดินซ้องได้หรือ ตัวน้องก็มีสติปัญญาความรู้วิชาก็เชี่ยวชาญจะมาเข้าหมู่พาลไม่อับอายแก่คนทั้งปวงหรือ น้องจงกลับใจเสียใหม่เขาสามิภักดิ์ทำราชการอยู่กับเจ้าแผ่นดินซ้อง ช่วยบำรุงบ้านเมืองเป็นสุขสืบไปจึงจะดี ถ้าแจ้งในหนังสือจงตรึกตรองให้ควร” อ่านจบแล้วก็ส่งให้เคียวเตาเช็ง ๆ แจ้งความแล้วรับหนังสือไว้จึงตอบว่า ฬ่อจินหยินผู้พี่มีหนังสือมาก็ควรจะเชื่อฟัง แต่เจ้านายเรามีคุณมากนักจะลบหลู่เสียอย่างไรได้ มิเป็นคนอกตัญญูต่อผู้มีคุณไปหรือ ท่านจงกลับไปเตรียมทหารไว้เวลาอื่นยกมาสู้รบกัน กงซุนสินได้ฟังก็หัวเราะแล้วตอบว่าท่านไม่เชื่อฟังก็เป็นที่จนใจ แต่มีเจ้านายด้วยกันทั้งสองฝ่าย ถ้าแม้นเข้ารบพุ่งพลาดพลั้งเจ็บป่วยลงอย่าได้ถือโทษเลย

พูดแล้วต่างคนก็คุมทหารไพร่พลกลับมาค่าย ครั้นรุ่งเช้าโลวจุนหงีกับกงซุนสินก็คุมทหารตรงมายังหน้าเนิน ใช้ให้ซึงลิบร้องท้าทายให้ออกรบ เคียวเตาเช็งก็ยกกองทัพลงจากเนินมา ซึงลิบยืนม้าอยู่เห็นเคียวเตาเช็งก็ตรงเข้าเอากระบองตี เคียวเตาเช็งเอากระบี่รับรบได้ยี่สิบเพลงยังไม่แพ้ชนะกัน กงซุนสินจึงอ่านคาถาบันดาลเป็นลมพายุพัดกล้าเมฆหมอกมืดคลุ้ม แล้วกลายเป็นทหารเกลื่อนมาทั้งอากาศ เคียวเตาเช็งก็ชูกระบี่วิเศษขึ้น อ่านคาถาบันดาลเป็นทหารยกตรงมาสู้รบกันเป็นสามารถ กงซุนสินเห็นดังนั้นมือหนึ่งถือกระบี่มือหนึ่งถือชามถั่วแช่น้ำส้มหันหน้าให้ถูกทิศ อ่านคาถาหัวใจอากาศเจ็ดครั้งโปรยถั่วขึ้นไปก็เป็นไฟไล่เผาทหารของเคียวเตาเช็งกลับกลายเป็นรูปหุ่นกระดาษไฟไหม้สูญหายไปทั้งสิ้น เคียวเตาเช็งเห็นก็ตกใจกลัวพาไพร่พลหนีกลับขึ้นเนินปิดประตูมั่นคงไว้ โลวจุนหงีกับกงซุนสินก็คุมทหารกลับเข้าค่าย

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ