๙๗

ฝ่ายกิมจินกับนางเก็งเอ็งกุนจู๊ครั้นได้ชัยชนะแก่ทหารเมืองงุ่ยจิวแล้วก็ยกกองทัพมาค่าย พอรุ่งขึ้นเช้ากวนเส็งกองหลังก็ยกมาถึงตั้งค่ายมั่นลง ซึงอานแจ้งความซึ่งได้ชัยชนะให้กวนเส็งฟังทุกประการ กวนเส็งก็มีความยินดี ครั้นแจ้งว่าทหารเมืองงุ่ยจิวมาท้าให้ออกรบก็คุมทหารยกออกไป ทหารทั้งสองฝ่ายได้สู้รบเป็นสามารถยังไม่แพ้ชนะกัน กิมจิน ซินเอง เอียฮวง บวยเล็ก จงตั๋น ลีตง อังเม็งเช็ง เล็กเช็ง ลิมเหม็ง ทหารที่สามิภักดิ์ใหม่สิบนายเห็นกวนเส็งกับทหารเหล่านั้นเอาชนะพวกเมืองงุ่ยจิวไม่ได้ก็ชวนกันขับม้าเข้าช่วยปังไตปุน ซัวตงหงีทหารเมืองงุ่ยจิวก็รบล่อหนีตรงเข้าเมือง ทหารสิบนายไม่รู้อุบายก็รุกไล่ไปใกล้จะถึงประตูกำแพงพากันพลัดตกหลุมลง ทหารในเมืองงุ่ยจิวที่คอยอยู่เอาทวนแทงทหารสิบนายตายทั้งสิ้น แล้วก็ยกกองทัพกลับเข้าเมืองขึ้นรักษาหน้าที่เชิงเทินไว้ กวนเส็งคุมทหารยกหนุนตามมา แจ้งว่าทหารสิบคนเสียทีแก่ข้าศึกตกหลุมตายก็เสียใจยกกองทัพกลับเข้าค่าย เล่าความให้ซึงอานฟัง ซึงอานแจ้งความก็ร้องไห้เสียดายนายทหารทั้งสิบยิ่งนัก นางเก็งเอ็งกุนจู๊จึงว่าท่านจะร้องไห้ทำไมซึ่งนายทหารทั้งสิบตายนั้นก็เพราะมีความประมาท เราช่วยกันคิดหักเมืองงุ่ยจิวแก้แค้นให้จงได้ดีกว่า ถังเปียนว่าในเมืองงุ่ยจิวนั้นเสบียงอาหารก็เบาบาง เรายกกองทัพเข้าล้อมเมืองไว้แล้วมีหนังสือไปขอกองทัพมาสมทบกันอีกก็คงได้ชัยชนะ กวนเส็งได้ฟังเห็นชอบด้วย จึงให้ม้าใช้รีบเอาข้อความไปแจ้งกับซ้องกั๋งยังเนินแปะโฮวเนี้ยแล้วกวนเส็งก็รวบรวมทหารแยกเป็นสี่กอง ยกเข้าล้อมเมืองงุ่ยจิวไว้แน่นหนาคอยกองทัพเนินแปะโฮวเนี้ย

ฝ่ายเลียงหยินครั้นแจ้งว่ากองทัพซ้องกั๋งยกเข้าล้อมเมืองก็มีความวิตก จึงปรึกษากับนายทหารว่าจะคิดอย่างไรดี ซัวตงหงีว่าบัดนี้กองทัพซ้องกั๋งยกเข้าล้อมเมืองไว้แน่นหนา ครั้นจะยกออกสู้รบทหารและไพร่พลก็เบาบางเห็นจะต้านทานกองทัพซ้องกั๋งไม่ได้ ท่านจงจัดทหารที่มีฝีมือและไพร่พลออกไปเขาเจียะเอียซัว ขอกองทัพยกมาตีขนาบจึงจะช่วยเมืองงุ่ยจิวไว้ได้ เลียงหยินกับกัดเอี๋ยนได้ฟังก็ยังตรึกตรองอยู่

ขณะนั้นกวนเส็งยกมาท้ารบ กัดเอี๋ยนแจ้งความจึงสั่งซีหงว่าเราจะยกออกไปรบ ถ้าได้ทีท่านจงหักออกจากที่ล้อมรีบไปเขาเจียะเอียซัวขอกองทัพมาช่วยโดยเร็ว สั่งแล้วคุมไพร่พลเปิดประตูเมืองออกมา กวนเส็งเห็นก็ขับม้าเข้ารบกับกัดเอี๋ยนได้สามสิบเพลงยังไม่แพ้ชนะกัน ซีหงทหารรองกับไพร่พลเห็นได้ทีก็ถือกระบี่สองมือจะหักออกจากที่ล้อม บุนตงหยงถือขวานเข้าสกัดซีหงไว้รบกันไม่ทันถึงเพลง บุนตงหยงเอาขวานฟันถูกซีหงตกม้าตายไพร่พลก็หนีออกไปได้ กัดเอี๋ยนเห็นดังนั้นก็ตกใจคุมไพร่พลหนีกลับเข้าเมืองปิดประตูรักษาหน้าที่เชิงเทินไว้

ฝ่ายซ้องกั๋งตั้งมั่นอยู่ที่เนินแปะโฮวเนี้ยยังไม่แจ้งข่าวเมืองงุ่ยจิวก็มีความวิตก พอม้าใช้ถือหนังสือมาแจ้งความให้ขอกองทัพไปช่วย ซ้องกั๋งได้แจ้งว่าเสียทหารสิบนายก็เสียใจนัก จึงจัดกองทัพจะยกไปเมืองงุ่ยจิวแก้แค้น สั่งนายทหารแลฺะไพร่พลให้อยู่รักษาเนินแปะโฮวเนี้ยไว้ ครั้นเตรียมการพร้อมเสร็จก็ให้ไตจงรีบไปแจ้งแก่กวนเส็งให้รู้เสียก่อน แล้วซ้องกั๋งคุมทหารยี่สิบห้าหมื่นออกจากเนินแปะโฮวเนี้ยในเวลากลางคืนเร่งยกไปเมืองงุ่ยจิว

ฝ่ายกวนเส็งนั่งปรึกษาการที่จะหักเมืองอยู่กับถังเปียน พอไตจงมาถึงค่าย กวนเส็งแจ้งความออกต้อนรับเชิญไตจงเข้าไปข้างในคำนับกันตามธรรมเนียมแล้วไตจงจึงบอกกับกวนเส็งว่า ซ้องกั๋งมีความอาลัยถึงทหารสิบนายที่สามิภักดิ์ใหม่ยิ่งนัก จึงยกกองทัพมาจะเข้าหักเมืองงุ่ยจิวแก้แค้นแทนนายทหารที่ตกหลุมตายให้จงได้ ใช้ข้าพเจ้ามาบอกให้รู้ก่อน ถังเปียนจึงพูดแก่กวนเส็งและนายทหารเหล่านั้นว่าข้าพเจ้ามีอุบายอยู่สิ่งหนึ่งด้วยในเมืองงุ่ยจิวใช้ให้ทหารหักออกจากที่ล้อม หมายจะไปขอกองทัพเขาเจียะเอียซัวมาช่วย พวกเราฆ่าซีหงตาย แต่ทหารหนีออกไปได้บ้าง เราคิดการซ้อนกลยกเข้าตีเอาเมืองงุ่ยจิวให้ได้ ท่านจงรีบไปแจ้งกับท่านแม่ทัพให้จัดทหารแยกเป็นสองกอง แปลงธงยี่ห้อเป็นกองทัพปังเฮียนเข่งพวกเขาเจียะเอียซัวยกมาช่วย ข้าพเจ้าจะยกทหารเข้าทำลายประตูเมือง ถ้ากองทัพท่านยกมาข้าพเจ้าจะหนีไปอยู่ริมกำแพงถ้าทหารในเมืองเปิดประตูรับก็คงได้เมืองงุ่ยจิวโดยง่าย ท่านจะเห็นประการใด ไตจงจึงว่าอุบายนี้ดีนักคงสมความคิด

พูดแล้วก็ลานายทหารทั้งปวงกลับมาพบกองทัพซ้องกั๋งที่ตามทาง ไตจงเข้าไปคำนับ แล้วแจ้งความตามอุบายของถังเปียนให้ซ้องกั๋งฟังทุกประการ ซ้องกั๋งก็ยินดี จึงจัดให้ตังเผ็งกับทหารสิบแปดนายคุมทหารห้าหมื่นแยกเป็นสองกอง แปลงธงยี่ห้อและทหารไพร่พลเป็นกองทัพเขาเจียะเอียซัวแล้วลัดทางไปยกมาแต่ทิศเหนือ ซ้องกั๋งคุมทหารเดินตามทางเดิมมายังเมืองงุ่ยจิว

ฝ่ายกวนเส็งครั้นไตจงกลับไปแล้วก็ยกกองทัพเข้าหักกำแพงเมือง เลียงหยิน กัดเอี๋ยนจะยกออกไปรบ ซัวตงหงีจึงห้ามว่าทหารของเรารักษาหน้าที่เชิงเทินเข้มแข็งอยู่แล้ว ท่านทั้งสองอย่าเพิ่งไปออกสู้รบก่อน ด้วยให้ทหารและไพร่พลออกจากที่ซ้อมจะไปขอทองทัพเขาเจียะเอียซัวยกมาช่วย แต่ทหารซ้องกั๋งฆ่าซีหงตาย ไพร่พลคงจะหลีกหนีรอดไปได้บ้าง ปังเฮียนเข่งแจ้งความก็คงจะยกกองทัพมาช่วย ข้าพเจ้าจะขึ้นไปดูบนหอรบถ้าเห็นทหารและไพร่พลเขาเจียะเอียซัวยกมาจึงเปิดประตูเมือง ออกไปตีขนาบก็คงสมความปรารถนา

ว่าแล้วซัวตงหงีก็ขึ้นไปบนกำแพงตรวจทหารและไพร่พลให้รักษาหน้าที่ไว้กวดขัน เห็นกองทัพซ้องกั๋งจะยกเข้ามาทำลายประตูแล้วแลไปเห็นกองทัพยกมากองหนึ่งเข้าตีทหารซ้องกั๋งแตกหนีกระจัดกระจาย ครั้นใกล้เข้ามาเห็นธงยี่ห้อของปังเฮียนเข่งก็ดีใจสำคัญว่ากองทัพเขาเอียะเจียซัวยกมาถึง ลงจากกำแพงให้เปิดประตูเมืองออกทั้งสี่ด้านคุมทหารและไพร่พลยกออกไป โลวจุนหงีกับทหารที่ปลอมเป็นกองทัพเขาเจียะเอียซัวก็หักเข้ามาทางทิศเหนือ ตังเผ็งกองที่สองก็หักเข้ามาทางทิศตะวันตก ทหารในเมืองเห็นว่าไม่ใช่กองทัพที่มาช่วยก็ตกใจจะกลับเข้าเมือง ทหารที่ปลอมมาทั้งสองกองยกเข้าสกัดไว้ไพร่พลเมืองงุ่ยจิวเข้าเมืองไม่ทันก็พากันแตกหนีกระจัดกระจาย โลวจุนหงีกับตังเผ็งก็เข้าเมืองได้ตั้งมั่นอยู่ที่ประตูทิศเหนือกับทิศตะวันตก สั่งให้ทหารกลบหลุมเสียเหลือไว้แต่ที่นายทหารทั้งสิบตกตาย

ฝ่ายกัดเอี๋ยน เลียงหยินแจ้งว่าซัวตงหงีถูกอุบาย ข้าศึกเข้าเมืองได้เหลือที่จะสู้รบก็พากันหนี พอซ้องกั๋งยกกองทัพมาถึงขับทหารเข้าล้อมจับกัดเอี๋ยนและนายทหารทั้งปวงได้เห็นราษฎรในเมืองแตกตื่นหนี ซ้องกั๋งก็ตั้งอยู่ในเมืองระงับราษฎรให้เป็นปกติ ซ้องกั๋งจึงสั่งให้เอาศพนายทหารทั้งสิบที่ตกหลุมตายขึ้นมาใส่หีบ จัดการฝังศพเสร็จแล้วก็ให้เอาตัวนายทหารเมืองงุ่ยจิวที่จับได้มาจึงว่า ถ้าผู้ใดไม่ยอมสามิภักดิ์ก็จะฆ่าเสีย โลวจุนหงีจึงแจ้งกับซ้องกั๋งว่า กัดเอี๋ยนฝีมือเข้มแข็งขอท่านจงเอาไว้ใช้ต่อไปเถิด ซ้องกั๋งถามกัดเอี๋ยนว่าท่านจะยอมสามิภักดิ์กับเราหรือไม่ กัดเอี๋ยนตอบว่าข้าพเจ้าเป็นทหารของซันโฮ้วเจ้าเมืองฮ่อปักจะให้สามิภักดิ์นั้นไม่ได้จะสู้ตายอยู่ในเมืองนี้ ซ้องกั๋งเห็นว่ากัดเอี๋ยนไม่ยอมจึงถามนายทหารเหล่านั้นว่า พวกท่านจะคิดอย่างไร ทหารทั้งปวงตอบว่าพวกข้าพเจ้าก็จะขอตายตามกัดเอี๋ยน ซ้องกั๋งได้ฟังก็ยังมีความอาลัยอยู่ โงวหยงว่านายทหารเหล่านี้เมื่อไม่สมัครท่านจะเอาไว้ทำไมจงฆ่าเถิด ซ้องกั๋งได้ฟังก็สั่งให้เอาตัวนายทหารเมืองงุ่ยจิวไปฆ่าเสียที่ประตูหน่ำหมึง ผ่าเอาหัวใจออกเซ่นแก้แค้นแทนนายทหารที่ตกหลุมตายแล้วให้จัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยงกัน

ซ้องกั๋งว่าการตีเมืองงุ่ยจิวแตกครั้งนี้ความชอบของถังเปียนมาก จึงสั่งปวยชวนจดบัญชีความชอบไว้แล้วก็สั่งให้เตรียมทหารยี่สิบนายกับทหารสองหมื่นแยกเป็นสี่กอง ให้ซึงอาน ซึงงัก เชียงสือเส็ง ฮูเอียง เกยเตียนทหารห้านายเป็นกองหน้า ให้ฉินเหม็ง ฮวยหยง แป๊ะเง็ก พัวเส็งเป็นกองกลาง ให้ซึงลิบ ซิเซียน เอียวซี เอียวเจียะ พัวซอกเป็นกองหลัง ให้เคียวเตาเช็ง เตียเช็ง นางเก็งเอ็งกุนจู๊ เส็งปุน เฮียบเช็งเป็นกองหนุนคุมทหารห้าพันยกออกจากเมืองงุ่ยจิวตรงไปยังเขาเจียะเอียะซัว

ฝ่ายม้าใช้สืบราชการเขาเจียะเอียะซัว เห็นกองทัพซ้องกั๋งยกมารีบไปแจ้งกับปังเฮียนเข่ง เวลาวันนั้นปังเฮียนเข่งผู้รักษาเขาเจียะเอียะซัวออกว่าราชการ พอม้าใช้มาบอกความก็ตกใจจึงคุมทหารสิบนายกับไพร่พลสามหมื่นยกออกจากด่านมาประมาณทางหลายลี้ก็ตั้งค่ายมั่นลงไว้ พอซึงอานกองหน้ายกมาถึงก็ตั้งค่ายมั่นลง แล้วคุมทหารมาท้าทายให้ออกรบ ปังเฮียนเข่งก็ยกออกจากค่าย ซึงอานจึงร้องว่า ซันโฮ้วซึ่งเป็นเจ้านายจะสิ้นบุญวาสนาชีวิตคงไม่ยืดยาว ตัวท่านจงมาทำราชการกับเราเห็นจะดีกว่า ปังเฮียนเข่งได้ฟังก็โกรธจึงตอบว่า เจ้านายเรารักใคร่ให้ยศได้เงินเดือนมีพระคุณเป็นอันมาก ไม่ควรจะคิดทรยศ ว่าแล้วก็ตรงเข้าเอาทวนแทง ซึงอานเอาทวนปัดรบกันได้สามสิบเพลงยังไม่แพ้ชนะกัน เกยเตียนก็เข้าช่วยซึงอานรบกับปังเฮียนเข่งเป็นสามารถ เกยเตียนได้ทีก็เอาง้าวฟันถูกเท้าม้าปังเฮียนเข่งขาดล้มลง ปังเฮียนเข่งพลัดตกม้า ซึงอานกระโดดจากหลังม้าโถมเข้าจับปังเฮียนเข่งได้ส่งให้ทหาร พอกองทัพทั้งสามยกมาถึงพร้อมกัน ซึงอานก็บอกกับนายทหารทั้งปวงให้ทราบแล้วว่า ข้าพเจ้าจะยกเลยไปหักเขาเจียะเอียซัว ท่านทั้งปวงจงยกหนุนช่วยกันตีเข้าไป แล้วซึงอานก็คุมทหารไปเขาเจียะเอียซัว ทหารและไพร่พลของปังฮียนเข่งเห็นนายเสียทีก็ล่าถอยหนีขึ้นเขา ซึงอานก็ตามขึ้นไป ทหารและไพร่พลบนเนินรู้ว่าซึงอานฝีมือเข้มแข็งไม่อาจสู้รบชวนกันอ่อนน้อมสามิภักดิ์ทั้งสิ้น ซึงอานยกกองทัพขึ้นตั้งอยู่บนเขาเจียะเอียซัว พอกองทัพทั้งสามยกหนุนมาแจ้งว่าทหารและไพร่พลบนเขายอมสามิภักดิ์แล้วก็คุมทหารยกตามขึ้นไป ซึงอานออกต้อนรับเชิญทหารทั้งปวงพักอยู่บนเขาแล้วจึงให้เกยเตียนกับเฮียบเช็งไปเมืองงุ่ยจิว แจ้งแก่ซ้องกั๋งว่าตีเขาเจียะเอียซัวได้แล้ว ซ้องกั๋งก็ยินดีจึงยกกองทัพออกจากเมืองงุ่ยจิวตรงมาเขาเจียะเอียซัว ซึงอานก็ออกไปคำนับรับเชิญซ้องกั๋งกับนายทหารทั้งปวงเข้าไปข้างใน แล้วเอาตัวปังเฮียนเข่งมาให้ซ้องกั๋งพูดจาเกลี้ยกล่อมด้วยถ้อยคำเป็นอันดี ปังเฮียนเข่งก็ยอมสามิภักดิ์ แล้วซ้องกั๋งสั่งปวยชวนให้เอาตราที่พระราชทานมาตั้งให้ปังเฮียนเข่งกับทหารเหล่านั้นเป็นที่จีฮุยไซขุนนางนายทหาร แล้วให้ไปตั้งรักษาตำบลและเมืองงุ่ยจิวไว้จึงให้จัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยงกัน แล้วปรึกษาการที่จะยกไปตีเนินไซจือเนี้ย

ซึงอานว่าข้าพเจ้าจะขออาสายกไป เคียวเตาเช็งจึงบอกว่าเนินไซจือเนี้ยนั้น ฮ่อเฮียนเทียน้องภรรยาซันโฮ้วอยู่รักษา ฮ่อเฮียนเทียมีบุตรชายเก้าคนยี่ห้อเรียกว่า “มังกรทั้งเก้า” มีอาจารย์ผู้หนึ่งซื่อยือเอียนขีฝีมือเข้มแข็งคุมไพร่พลห้าหมื่นตั้งรักษาด่านปากทางที่จะขึ้นเนินนั้น ถ้าสู้รบเอาโดยฝีมือเห็นจะลำบากต้องใช้ทางมนต์และคาถาจึงจะได้โดยง่าย ซ้องกั๋งได้ฟังเห็นชอบด้วยจึงสั่งให้ซึงอาน อูเอียนเจียก โจวเอี๋ยน โจวยุน อูหมงเป็นกองหน้า ให้โงวซ่วน เบ๊หลิน ชาจิน เจียะย้ง ซินตูลี้เป็นกองหนุน ให้กงซุนสิน เคียวเตาเช็ง เตียเช็ง ไตจง ซิเซียนเป็นกองหลังคุมทหารกองละหมื่นยกไปเนินไซจือเนี้ย นายทหารเหล่านั้นก็ลามาจัดทหารพร้อมยกแยกกันไป กองทัพทั้งสามยกล่วงมาถึงสะพานงุ่ยฮึนเกี๋ยต้นทางเนินไซจือเนี้ยก็ตั้งมั่นลงไว้ ม้าใช้สืบเหตุเห็นกองทัพซ้องกั๋งยกมาก็รีบไปแจ้งความกับยือเอียนซีทุกประการ ยือเอียนซีจึงปรึกษาฮ่อเอียนเทียผู้รักษาเนินให้จัดทหารและไพร่พลแยกเป็นสามกอง ให้ฮ่อเสียง ฮ่อเอียง อานหยินมุ้ย ขงหยง ซินก๊วงเป็นกองหน้า ให้ฮ่อซุน ฮ่อเซ็ง ฮ่อกุย ฮ่อเต็ง ปกซิมเป็นกองหนุน ยือเอียนซีกับฮ่อลัก ฮ่อเง็ก ฮ่อปัง ซึงเอียนเช็งเป็นกองหลัง คุมไพร่พลกองละหมื่นยกออกจากด่านเนินไซจือเนี้ยตรงมา อูเอียนเจียก ซึงอานกับทหารและไพร่พลก็ยกออกจากค่าย ทัพทั้งสองเข้าปะทะกัน ฮ่อเสียงขับม้าเข้ารบกับอูเอียนเจียกได้สามสิบเพลงทานกำลังไม่ได้ก็ชักม้าหนี อานหยินมุ้ยเห็นฮ่อเสียงเสียทีจะเข้าช่วย โจวเอี้ยนก็ออกสกัดไว้รบกันได้สามสิบเพลง โจวยุน อูหยงเห็นฝีมือเข้มแข็งก็เข้าช่วยโจวเอียนรบ อานหยินมุ้ยสู้กับนายทหารทั้งสามมิได้ย่อท้อ นายทหารทั้งสามรบกับอานหยินมุ้ยหลายสิบเพลงยังไม่แพ้ชนะกัน โงวหยงมาในกองทัพซึงอานยืนดูอยู่หน้าค่าย เห็นอานหยินมุ้ยฝีมือเข้มแข็งต้านทานทหารสามนายได้ก็ร้องสั่งว่าอย่าทำให้นายทหารผู้นั้นตายเลย จงช่วยกันจับเป็นมาให้ได้จะให้รางวัลเป็นอันมาก ซึงอานได้ฟังก็ขับม้าตรงมาเอากระบี่ฟัน อานหยินมุ้ยเอาทวนรับแล้วขับม้าหนี ซึงอานไล่ทันเอากระบี่ฟัน อานหยินมุ้ยหลบตกม้าลง อูเอียนเจียกโถมเข้าจับอานหยินมุ้ยไว้ ทหารและไพร่พลเนินไซจือเนี้ยเห็นอานหยินมุ้ยเสียทีทหารซ้องกั๋งจับตัวได้ก็ถอยกองทัพเข้าด่าน อูเอียนเจียกจึงคุมตัวอานหยินมุ้ยมาส่งให้โงวหยง ๆ ก็ตรงเข้าแก้มัดพูดจาเกลี้ยกล่อมให้อานหยินมุ้ยสามิภักดิ์ อานหยินมุ้ยคุกเข่าคำนับแล้วว่าข้าพเจ้าเป็นข้าศึกท่านจับมาจงฆ่าเสียเถิด ซึงอานจึงว่าท่านอ่อนน้อมต่อนายเราสืบไปเบื้องหน้าคงจะมีความชอบมาก อานหยินมุ้ยได้ฟังซึงอานว่าก็ยอมสามิภักดิ์ โงวหยงมีความยินดีปรึกษาการที่จะหักเนินไซจือเนี้ยยังไม่ตกลง

อูเอียนเจียกจึงแจ้งว่าข้าพเจ้ากับซึงอานขออาสาคุมทหารไปตีเนินไซจือเนี้ยให้จงได้ โงวหยงได้ฟังก็ดีใจ ครั้นรุ่งขึ้นอูเอียนเจียก ซึงอานคุมทหารออกจากค่ายไปยังด่าน ฮ่อเอียงแจ้งความก็ยกกองทัพมาเห็นอูเอียนเจียกยืนอยู่จึงขับม้าเข้าใกล้เอาทวนแทง อูเอียนเจียกเอากระบองรับรบได้สามเพลงไม่แพ้ชนะกัน ฮ่อเสียงเห็นขับม้าเข้าช่วยพี่ชายรบ ซึงอานก็เข้าช่วยอูเอียนเจียก ยือเอียนซีเห็นฮ่อเอียง ฮ่อเสียงสู้กำลังและฝีมือทหารซ้องกั๋งไม่ได้ก็ตรงเข้าเอาง้าวฟันซึงอาน ๆ สู้รบอยู่หลายเพลงยังไม่ได้ชัยชนะ เตียเช็งตรงเข้าไปเอาก้อนศิลาขว้างถูกหมวกยือเอียนซีตกจากศีรษะ ยือเอียนซีตกใจก็ขับม้าหนี ซึงอานไล่ตามไปใกล้จะทันก็เอากระบี่ขว้างถูกบ่าซ้าย ยือเอียนซีใส่เสื้อเกราะเหล็กก็ไม่เป็นอันตราย ขับม้าหนีเข้าด่านขึ้นเนินไป ซึงอานก็ชักม้ากลับ เตียเช็งเห็นอูเอียนเจียกรบกับฮ่อเสียงก็ตรงมาเอาก้อนศิลาขว้างถูกฮ่อเสียงพลัดตกม้า อูหมงเอาง้าวฟันถูกฮ่อเสียงคอขาดตาย ฮ่อเอียงเห็นเหลือที่จะต้านทานก็คุมทหารและไพร่พลล่าถอยเข้าเนิน ซึงอานจึงยกกองทัพกลับเข้าค่าย ฮ่อเอียนเทียผู้รักษาเนินแจ้งว่าบุตรใหญ่กับทหารสามนายตายกลางศึกก็มีความเสียใจนัก ฮ่อจั่นพูดกับบิดาว่าข้าพเจ้าจะยกไปแก้แค้นแทนพี่ให้จงได้ ฮ่อเอียนเทียไม่รู้ที่จะห้ามปรามประการใดก็นั่งเป็นทุกข์อยู่

ครั้นรุ่งขึ้นเช้า ฮ่อจั่น ฮ่อปันก็คุมทหารและไพร่พลออกจากเนินมาถึงหน้าค่ายร้องท้าทายให้ออกรบ อูหมงได้ฟังก็โกรธขับม้าออกสู้ฝีมือฮ่อจั่นไม่ได้ก็ขับม้าหนี เตียเช็งเห็นอูหมงจะเสียทีจึงเอาก้อนศิลาขว้างถูกบ่าซ้าย ฮ่อจั่นเจ็บปวดก็ชักม้าหนี อานหยินมุ้ยขับม้าตรงมาร้องบอกฮ่อจั่นว่าท่านอย่าเลย บัดนี้ซันโฮ้วสิ้นวาสนาแล้วจงสามิภักดิ์กับแผ่นดินซ้องเถิด ฮ่อปันได้ฟังก็โกรธเอาทวนพุ่งถูกต้นแขนอานหยินมุ้ยตกม้าลง ซึงอานตรงมาช่วยแก้อานหยินมุ้ยได้ก็ยกกองทัพเข้าค่าย ฮ่อปันจึงคุมทหารและไพร่พลกลับเข้าค่าย ฮ่อจั่นถูกก้อนศิลาป่วยอยู่ก็สั่งให้ทหารปิดประตูตั้งมั่นรักษาหน้าที่ไว้เข้มแข็งมิได้ยกออกรบหลายเวลา ทหารซ้องกั๋งไม่เห็นกองทัพในด่านยกออกมาสู้รบก็ปรึกษากันว่าจะคิดประการใด เคียวเตาเช็งว่าท่านทั้งปวงอย่าวิตก ข้าพเจ้ามีอุบายสิ่งหนึ่งจะเข้าหักเอาด่านต้นทางเนินเสียก่อน แต่ต้องรอคอยอีกห้าเวลาจึงจะจัดการ พูดแล้วก็กระซิบบอกอุบายให้โงวหยงซินแสฟังทุกประการ โงวหยงแจ้งความก็ยินดีจึงตอบว่าอุบายของท่านดีนักคงได้ด่านเป็นแน่

พอพูดดังนั้นก็เผอิญเป็นลมพายุพัดมาหมู่หนึ่งแล้วหายไป โงวหยงว่าเวลาค่ำวันนี้ข้าศึกคงลอบมาปล้นค่าย เราจะต้องเตรียมการไว้ต่อสู้อย่าให้เสียทีได้ พูดแล้วก็สั่งให้เตรียมเชื้อไฟและประทัดสัญญาพร้อมจึงให้อูเอียนเจียก โจวเอี๋ยน โจวยุน คุมทหารพันหนึ่งไปซุ่มอยู่นอกค่าย ฝ่ายใต้ให้อูหมง กัดหลิน เตียเช็งคุมไพร่พลไปซุ่มอยู่ทิศตะวันตก ให้ซินตูลี้ เจียะย้ง ซิเซียนคุมไพร่พลไปซุ่มอยู่ทิศตะวันออก ให้ซึงอาน เลงจิ้น ไตจงคุมไพร่พลไปซุ่มอยู่ทิศเหนือ ถ้าได้ยินเสียงประทัดสัญญาก็ให้จุดคบเพลิงยกมาประดังตีเข้ามาทั้งสี่ด้าน นายทหารทั้งปวงก็คุมทหารออกจากค่ายแยกย้ายไปตามสั่งทุกประการ แล้วโงวหยง กงซุนสิน เคียวเตาเช็งสามนายก็จุดไฟสนทนากันอยู่ในค่ายคอยดูท่วงทีอยู่

ฝ่ายฮ่อปันยกกองทัพกลับเข้าด่านมีความโกรธนักคิดจะแก้แค้นแทนพี่น้อง จึงปรึกษากับยือเอียนขีว่าทหารซ้องกั๋งได้ชัยชนะแก่พวกเรามีใจกำเริบมากคงไม่คิดอ่านป้องกันอันตราย เวลาค่ำวันนี้เรายกไปปล้นค่ายเห็นจะเอาชัยชนะได้ ยือเอียนขีกับพี่น้องเหล่านั้นก็เห็นชอบจึงชวนกันเตรียมการไว้พร้อม ครั้นดึกประมาณยามสาม ยือเอียนขี ฮ่อปัน ก่อเง็ก ฮ่อเซ็ง ซุนเอียนเส็ง ปกซิม ฮ่อซุน แปดนายคุมไพร่พลแปดพันยกออกจากด่านมายังค่าย เห็นนายทหารทั้งสามจุดไฟนั่งอยู่ที่โต๊ะ สำคัญว่าทหารและไพร่พลในค่ายหลับหมดก็ยกหักค่ายเข้าไป ทหารซ้องกั๋งในค่ายจุดประทัดสัญญาและตีกลองขึ้น ทหารกองซุ่มทั้งสี่ด้านก็กรูกันออกจุดคบไฟตรงเข้าล้อมไว้ นายทหารและไพร่พลเนินไซจือเนี้ยเห็นดังนั้นก็ตกใจพากันหักออกมา ทหารซ้องกั๋งล้อมไว้ไล่ฆ่าฟันเป็นอลหม่าน ยือเอียนขีถูกเกาทัณฑ์เจ็บปวดหักออกจากที่ล้อมหนีไป ซึงอานจับฮ่อเช็งได้ ปกซิมทหารบนเนินเห็นว่าเสียทีคิดจะเข้าสามิภักดิ์แก่ซ้องกั๋ง จึงเอาทวนแทงฮ่อเง็กล้มลงตรงเข้าจับฮ่อเง็กได้เอามาส่งให้ซึงอาน ทหารและไพร่พลด่านเนินไซจือเนี้ยนั้นล้มตายแตกหนีกระจัดกระจายไปสิ้น ทหารซ้องกั๋งได้ชัยชนะก็กลับเข้าค่าย ซึงอานนำปกซิมไปแจ้งความให้โงวหยงฟังทุกประการ โงวหยงว่าถ้าผู้ใดมีใจสามิภักดิ์ก็ต้องรับให้จดบัญชีความชอบนายทหารทั้งปวงแล้วคอยดูท่วงทีที่จะยกเข้าหักด่าน

ฝ่ายยือเอียนขีเสียทีแก่ทหารซ้องกั๋ง ถูกเกาทัณฑ์เจ็บปวดหนีไปรวบรวมไพร่พลที่เหลือตายกลับเข้าด่านในเวลากลางคืน ตรวจดูไม่เห็นฮ่อเซ็ง ฮ่อเง็กกับปกซิมนายทหารและไพร่พลหายไปเป็นอันมากก็ตกใจ ฮ่อเอียนเทียว่าบุตรเราทั้งสองคงตายในที่รบก็เศร้าโศกถึงบุตรยิ่งนัก ยือเอียนขีจึงพูดว่าการครั้งนี้ก็เพราะอาสาเจ้านาย ความตายนั้นเป็นธรรมดาทุกตัวคน ท่านจะเศร้าโศกทำไมไม่ ควรที่เราช่วยกันตั้งมั่นรักษาด่านและเนินไว้เข้มแข็งแล้วให้ไปขอกองทัพมาช่วยระดมตีแก้แค้นแทนบุตรท่านดีกว่า พูดแล้วก็จัดทหารขึ้นรักษาประตูด่านและหน้าที่เชิงเทินไว้กวดขัน จึงให้ฮ่อลักกับซึงเอียนเส็งรีบไปขอกองทัพยกมาช่วยโดยเร็ว

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ