๑๓

บุนตัดนายทหารใหญ่จึงร้องห้ามว่าอย่าเพิ่งสู้รบกันก่อน บุนตัดก็ไปพูดกับเนียสิเกียดว่าท่านจะให้ทดลองฝีมือดูว่าผู้ใดจะเข้มแข็งจะได้เอาไว้สำหรับปราบโจรผู้ร้ายก็ดีแล้ว แต่คนทั้งสองนี้เป็นคนของเราเอาเครื่องศัสตราวุธจริงๆ เข้าทดลองถ้าพลาดพลั้งถูกเข้าก็คงตายข้างหนึ่ง ข้าพเจ้าเห็นว่าปลายทวนนั้นเอาผ้ามาหุ้มห่อให้ดีแล้วเอาไปชุบน้ำปูนขาว ผู้ที่จะทดลองนั้นให้ไล่เสื้อดำกางเกงดำ ถ้าผู้ใดฝีมือเข้มแข็งแทงถูกมาก เสื้อกางเกงดำก็จะเป็นรอยขาวมาก ผู้นั้นก็แพ้จึงจะไม่เป็นอันตราย เนียสิเกียดได้ฟังเห็นชอบด้วย สั่งให้ทำตามคำบุนตัดทุกประการ แล้วจิวกิ้นกับเอียจี้ก็ขับม้าเข้าสู้รบกันได้ประมาณห้าสิบเพลง เอียจี้แทงถูกจิวกิ้นเป็นรอยปูนขาวไปทั้งตัว เนียสิเกียดเห็นก็ร้องห้ามให้หยุดแล้วเรียกจิวกิ้นเข้าไปพูดว่า เพลงอาวุธของเจ้าเห็นจะไปปราบพวกโจรและข้าศึกไม่ได้ จะทำราชการตำแหน่งนายทหารนี้ไปไม่ควร ให้เอียจี้ว่ากล่าวทำราชการไปดีกว่า ลีเส็งเป็นพวกของจิวกิ้น ครั้นได้ฟังเนียสิเกียดพูดดังนั้นก็เข้าไปคำนับแล้วพูดว่า จิวกิ้นนี้ป่วยอยู่ไม่ได้ซักซ้อมเพลงทวนจึงไม่ว่องไว ซึ่งเพลงเกาทัณฑ์ชองจิวกิ้นนี้คล่องแคล่วแม่นยำนัก ขอท่านได้ทดลองดูฝีมือเกาทัณฑ์ว่าผู้ใดจะแม่นยำว่องไวดี เนียสิเกียดได้ฟังก็สั่งให้ยิงเกาทัณฑ์ เอียจี้กับจิวกิ้นจึงแต่งตัวถือเกาทัณฑ์ขึ้นม้ามาคำนับเนียสิเกียด แล้วเอียจี้พูดว่า ซึ่งท่านให้ทดลองฝีมือยิงเกาทัณฑ์นั้นถ้าจิวกิ้นยิงข้าพเจ้าตายก็ไม่เป็นไร ถ้าข้าพเจ้ายิงไปถูกจิวกิ้นตายท่านจะโปรดประการใด เนียสิเกียดว่าการทดลองฝีมือจะถือกันไม่ได้ ผู้ใดไม่คล่องแคล่วว่องไวหลบไม่ทันถูกตายก็แล้วไป ลีเส็งได้ฟังเนียสิเกียดพูดดังนั้นก็เข้าไปคำนับแล้วว่า ผู้จะทดลองฝีมือนี้ก็เป็นคนของเราทั้งสองฝ่าย ซึ่งเกาทัณฑ์และเครื่องศัสตราวุธทั้งหลายเข้าสู้กันแล้วยั้งมือก็ไม่ทัน ขอท่านจงให้โล่สำหรับปัดลูกเกาทัณฑ์ จะได้ป้องกันไม่เป็นอันตราย เนียสิเกียดก็สั่งให้มีโล่สำหรับไว้บังลูกเกาทัณฑ์คนละอัน เอียจี้บอกกับจิวกิ้นว่าเราจะขับม้าไปหน้า ท่านขับม้าตามมายิงเราก่อน เอียจี้ก็ขับม้าไป จิวกิ้นขับม้าไล่เอาเกาทัณฑ์ยิงไปสองครั้ง เอียจี้เอาโล่ปัดลูกเกาทัณฑ์เสียหาถูกไม่ จึงคิดว่าเราปัดลูกเกาทัณฑ์เสียนี้ไม่ควร จะต้องให้จิวกิ้นเห็นฝีมือว่าว่องไวมิดีหรือ คิดดังนั้นก็ขับไปจิวกิ้นขับม้าไล่ยิงเกาทัณฑ์มา เอียจี้ก็จับลูกเกาทัณฑ์ไว้ได้เข้าไปคำนับเนียสิเกียดแจ้งความว่า จิวกิ้นยิงเกาทัณฑ์มาสามลูก ข้าพเจ้าจับไว้ได้ลูกหนึ่งครบตามกำหนด คราวนี้ถึงทีข้าพเจ้าจะยิงบ้าง บอกแล้วก็ขับม้ามากลางสนาม จิวกิ้นก็ขับม้าวิ่งไปให้เอียจี้ยิง เอียจี้ขับม้าไล่เหนี่ยวสายเกาทัณฑ์ยิงไปแต่ไม่มีลูกเกาทัณฑ์ จิวกิ้นไม่เห็นลูกเกาทัณฑ์สำคัญว่าเอียจี้ยิงเกาทัณฑ์ไม่เป็นก็คิดประมาท เอียจี้เหนี่ยวเกาทัณฑ์หลอกเป็นหลายหน ครั้นจะยิงไปกลัวจิวกิ้นตาย จึงคิดว่าจิวกิ้นกับเราก็หามีสาเหตุสิ่งใดไม่ จะยิงให้ตายก็ไม่ควร จำจะต้องถูกที่ไม่สำคัญอย่าให้ตาย คิดแล้วน้าวเกาทัณฑ์หมายตรงขายิงไป ลูกเกาทัณฑ์ถูกขาจิวกิ้นตกม้าลง ทหารเหล่านั้นก็เข้าพยุงจิวกิ้นไปรักษา บรรดาขุนนางนายทหารและคนทั้งปวงมาดูพากันสรรเสริญว่าเอียจี้ฝีมือเข้มแข็งนัก ยิงเกาทัณฑ์ก็แม่นยำนัก เนียสิเกียดเห็นดังนั้นมีความยินดียิ่งนัก จึงให้ถอดจิวกิ้นออกจากที่ขุนนางนายทหาร ตั้งให้เอียจี้ว่าราชการตำแหน่งที่จิวกิ้นต่อไป เซ็กเทียวขุนนางนายทหารเป็นคู่กันกับจิวกิ้นได้ฟังเนียสิเกียดพูดดังนั้นก็เข้าไปคำนับแล้วว่า ท่านอย่าเพิ่งตั้งให้เอียจี้แทนที่จิวกิ้นก่อนเลย ข้าพเจ้าจะขอทดลองฝีมือเอียจี้ ถ้าว่าข้าพเจ้าแพ้ ท่านจงเอาที่ของข้าพเจ้าให้เอียจี้ว่ากล่าวต่อไป ลีเส็งก็เข้าไปช่วยพูดว่า ท่านให้เอียจี้ทดลองฝีมือกับเซ็กเทียวก่อนจึงจะตั้งแต่งได้ เนียสิเกียดได้ฟังก็ไม่โต้ตอบประการใด จึงคิดว่าตามบรรดาขุนนางนายทหารเหล่านี้ไม่มีผู้ใดยอมให้เอียจี้เป็นที่ทางเลย ครั้นจะให้เอียจี้ทดลองฝีมืออีก ไม่แจ้งว่าจะสู้เซ็กเทียวได้หรือไม่ จำจะหาเอียจี้มาถามดูแล้วจึงผ่อนผันต่อไป คิดดังนั้นแล้วก็ให้หาเอียจี้มาถามว่า เซ็กเทียวมาท้าจะทดลองฝีมือกับเจ้า ๆ จะว่าอย่างไร เอียจี้ว่าท่านอย่าวิตกหาเป็นไรไม่ ข้าพเจ้าจะทดลองให้ท่านดู เนียสิเกียดก็ยินดีพูดว่าม้าของเรามีม้าหนึ่งเข้มแข็งกำลังมาก จงเอามาขี่ทดลองฝีมือกับเขาเถิด เอียจี้ก็คำนับลามาแต่งตัว ลีเส็งจึงพูดกับเซ็กเทียวว่า ตัวท่านก็เป็นครูของจิวกิ้นจะทดลองฝีมือกับเอียจี้ต้องตั้งใจให้ดีอย่าหมิ่นประมาทพลาดพลั้งได้ให้เอียจี้ดูถูกว่าพวกเราฝีมือไม่เข้มแข็ง เรามีม้าอยู่ม้าหนึ่งกำลังมากคล่องแคล่วดี จงเอามาขี่เถิดคงจะได้ชัยชนะ เซ็กเทียวจึงแต่งตัวพร้อมแล้ว เนียสิเกียดสั่งให้ยกเก้าอี้ไปตั้งดูอยู่ริมสนาม ขุนนางนายทหารทั้งปวงยืนเรียงเป็นแถวกัน พอกลองสัญญาตีขึ้นเอียจี้กับเซ็กเทียวก็ขับม้ามากลางสนาม เซ็กเทียวถือขวานเอียจี้ถือทวนเข้าสู้รบกันหลายสิบเพลงหาแพ้ชนะกันไม่ ต่างคนคล่องแคล่วว่องไวดี เนียสิเกียดดูจนเพลิน คนทั้งปวงร้องสรรเสริญว่าสองนายฝีมือเข้มแข็งด้วยกัน ผู้อื่นนั้นเปรียบไม่ได้ นายทหารทั้งหลายก็พากันชมว่า ตั้งแต่เราเข้ามาทำราชการเป็นนายทหาร ไปสู้รบหลายครั้งยังไม่เห็นฝีมือเหมือนสองนาย ช่างชำนิชำนาญว่องไวคล่องแคล่วดีทั้งสองฝ่าย บุนตัดนายรองของเนียสิเกียดเห็นก็มีความยินดี จึงคิดว่าสองนายนี้ฝีมือเข้มแข็งสันทัดกัน ครั้นจะให้สู้รบขับเคี่ยวไปก็คงเป็นอันตรายข้างหนึ่ง จำเราจะห้ามไว้ แจ้งความให้เนียสิเกียดผู้สำเร็จราชการฟังก่อนจึงจะควร คิดแล้วก็ร้องถามว่า ท่านทั้งสองอย่าเพิ่งสู้รบกัน ท่านผู้สำเร็จราชการจะจัดคู่ให้สู้กันใหม่ เอียจี้กับเซ็กเทียวได้ฟังก็ถอยออกมาหยุดยืนม้าอยู่ ลีเส็ง บุนตัดจึงเข้าไปคำนับเนียสิเกียดแล้วพูดว่าสองนายนี้ฝีมือเข้มแข็งกำลังสันทัดกันทั้งสองฝ่าย ควรจะชุบเลี้ยงแต่งตั้งได้ ครั้นจะให้สู้รบขับเคี่ยวไปพลาดพลั้งลงเป็นอันตรายข้างหนึ่งก็เสียราชการไป เนียสิเกียดได้ฟังก็แจ้งว่านายทหารทั้งหลายเห็นฝีมือยอมให้เอียจี้ทำราชการแล้ว ก็มีความยินดีจึงเรียกเอียจี้กับเซ็กเทียวเข้าไป ตั้งให้เอียจี้กับเซ็กเทียวเป็นขุนนางตำแหน่งที่หัดไซ นายทหารฝ่ายซ้ายฝ่ายขวาได้ว่ากล่าวทหารทั้งปวง กับรางวัลเงินคนละร้อยตำลึงแพรสีสองไม้ เซ็กเทียวกับเอียจี้คุกเข่าลงคำนับรับที่ตั้งกับเงินและแพรสี แล้วเอียจี้ก็แต่งตัวเป็นขุนนาง เนียสิเกียดสั่งให้จัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยงกันที่สนาม แล้วเนียสิเกียดก็ชวนเอียจี้กลับมาบ้าน ตั้งแต่นั้นมาเนียสิเกียดจะมีกิจธุระสิ่งใดไปข้างไหนเอียจี้ก็ไปด้วย เนียสิเกียดมีใจรักใคร่เอียจี้เป็นอันมาก ลีเส็ง บุญตัด เซ็กเทียว นายทหารทั้งสาม ครั้นไปถึงบ้านแล้วต่างคนก็มีความเกรงกลัวเอียจี้ด้วยได้เห็นฝีมือและสติปัญญาหาอาจดูหมิ่นไม่ จึงชวนกันไปหาเอียจี้ผูกรักเป็นพวกพ้องอยู่เนืองๆ

ฝ่ายเนียสิเกียดครั้นถึงวันเดือนหก ขึ้นห้าค่ำ สารทจีน ก็จัดโต๊ะและสุราเลี้ยงพวกขุนนางฝ่ายทหารที่ใช้สอยอยู่ในบ้าน เนียสิเกียดกับนางชัวฮูหยินภรรยากินโต๊ะเสพสุราอยู่ข้างใน ครั้นกินโต๊ะสำเร็จแล้วนางชัวฮูหยินจึงพูดกับเนียสิเกียดว่า บัดนี้ตัวท่านเป็นขุนนางผู้ใหญ่ได้ว่ากล่าวการงานสำเร็จเด็ดขาดอยู่ทั้งสิ้นมีความสุขสบาย ท่านรู้หรือไม่ว่าผู้ใดชุบเลี้ยง เนียสิเกียดตอบว่า ตัวเรานี้ตั้งแต่เล็กมาก็ได้ร่ำเรียนหนังสือฝึกหัดเพลงอาวุธ การทั้งปวงย่อมรู้อยู่บ้าง ซึ่งบิดาของเจ้าได้ชุบเลี้ยงนั้นมิใช่จะลืมพระคุณเสียเมื่อไร บัดนี้ยังหาถึงแซยิดของบิดาเจ้าไม่ต่อหกเดือนขึ้นสิบห้าค่ำจึงจะถึง เราก็ได้ให้เขาเอาเงินไปเที่ยวจัดซื้อเพชรพลอยที่อย่างดีมีราคาไว้ได้หลายอย่างแล้ว จะเอาไปช่วยบิดาเจ้า ณ เมืองหลวง เมื่อครั้งก่อนนั้นก็จัดเงินทองของที่มีราคาไปช่วยบิดาเจ้าครั้งหนึ่ง ครั้นไปถึงกลางทางพวกโจรเข้าแย่งชิงเอาเงินทองสิ่งของไปจนบัดนี้ก็สืบจับตัวยังไม่ได้ การครั้งนี้ซึ่งจะคุมสิ่งของไปช่วยบิดาเจ้านั้นก็ยังไม่เห็นผู้ใดจึงได้วิตกอยู่ นางชัวฮูหยินพูดว่านายทหารที่เคยใช้สอยไว้วางใจได้ถมเถไป ไหนๆ ก็เลือกเอาคนหนึ่งเถิด เนียสิเกียดว่าต่อเมื่อจะถึงกำหนดวันแซยิดจึงจะจัดทหารที่มีฝีมือเข้มแข็งคุมไป เจ้าอย่าวิตกเลย เนียสิเกียดจึงจัดเพชรพลอยไว้คอย ถ้าใกล้จะถึงวันแซยิดของบิดาภรรยาเมื่อไรจะได้ให้นายทหารคุมไปเมื่อนั้น

ฝ่ายซิบุนปินผู้รักษาเมืองหุนเสียกุ้ย ซึ่งขึ้นอยู่กับเมืองเจ๋จิวฮู้อยู่ในแขวงเมืองซัวตังแซ เวลาวันหนึ่งออกนั่งยังที่ว่าราชการ ขุนนางฝ่ายทหารและพลเรือนที่นั้นพร้อมกัน ซิบุนปินมีนายทหารฝีมือเข้มแข็งอยู่สองคน ๆ หนึ่งชื่อจูตง รูปร่างสูงใหญ่หน้าแดงหนวดยาวได้ว่ากล่าวทหารขี่ม้า แต่จูตงนั้นคนทั้งปวงมักเรียกว่าบีเยียมก๋ง แปลว่าหนวดยาวงามดี ทหารอีกคนหนึ่งชื่อลุยเหง หน้าตาดุร้ายรูปร่างสันทัดคน แต่ชาวบ้านให้ชื่อเรียกว่าชะสิดโฮ้ว แปลว่าเสือมีปีก ได้ว่าทหารที่เดินเท้า ซิบุนปินจึงเรียกจูตงลุยเหงเข้ามาแล้วพูดว่า เราได้ยินข่าวเล่าลือว่า ตำบลเขาที่เนียซัวเปาะนั้นซ่องสุมกันเป็นโจรเที่ยวตีปล้นราษฎรอยู่เนืองๆ แล้วบังอาจต่อสู้กับทหารหลวงถ้าจะนิ่งเพิกเฉยเสียพวกโจรกำเริบมากขึ้นก็จะได้ความลำบาก จำเราจะให้เจ้าทั้งสองคุมทหารไปเที่ยวตรวจตราดู ถ้าจับพวกโจรมาได้ส่งเข้าไปเมืองหลวง และตำบลที่อยู่ใกล้กับเขาเนียซัวเปาะนั้นมีแม่น้ำแห่งหนึ่ง เรียกว่า ‘ตังเคย’ มีต้นไม้ใบแดงอยู่ต้นหนึ่งเป็นของประหลาด ถ้าเจ้าทั้งสองคุมทหารไปถึงแม่น้ำตังเคยแล้ว จงเก็บเอาใบไม้แดงมาให้เราดูเป็นสำคัญสักใบหนึ่งจึงจะเชื่อได้ ถ้าหาไม่ก็จะทำโทษ แต่เมื่อจะไปให้แยกเป็นสองพวก ๆ หนึ่งไปทางประตูทิศตะวันออก พวกหนึ่งไปทางประตูทิศตะวันตกจึงจะดี จูตง ลุยเหงนายทหารทั้งสองก็คำนับลามาจัดทหารพวกหนึ่งประมาณสามสิบคนแยกกันไปตามสั่ง

ฝ่ายลุยเหงคุมทหารไปทางประตูทิศตะวันออก แล้วเที่ยวตรวจตราไปทุกบ้านจนถึงตำบลตังเคยชึงก็ไม่พบพวกโจร ลุยเหงชวนทหารไปที่แม่น้ำตังเคย เก็บใบไม้แดงต้นนั้นได้แล้วก็เดินไปอีกสองสามลี้ เห็นมีศาลเจ้าอยู่ริมทางชำรุดทรุดพังไม่มีเฮียก๋งรักษา ลุยเหงจึงคิดว่าศาลเจ้านี้ไม่มีผู้คน พวกโจรเดินทางไปมาคงจะเข้าอาศัยประตูจึงปิดอยู่ เวลานี้ก็จวนค่ำจำจะเข้าไปดู คิดแล้วให้ทหารจุดคบไฟขึ้นพากันเข้าไปในศาล เห็นชายผู้หนึ่งนอนหลับอยู่บนโต๊ะรูปร่างสูงใหญ่น่ากลัว ลุยเหงจึงพูดว่าซิบุนปินสติปัญญาดีนัก รู้ว่ามีโจรผู้ร้ายจึงให้เรามาตรวจจับตัวแล้วสั่งให้ทหารเข้าจับชายผู้นั้นมัดไว้แน่นหนาพาเอาตัวมา

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ