๔๔

ฝ่ายลิหุนเสพสุรายาเบื่อเมาน้อย ครั้นฟื้นขึ้นเห็นพวกทหารล้มตายเกลื่อนกลาดก็โกรธนัก จับทวนสำหรับมือไล่ตามไปได้ครู่หนึ่ง เห็นลีขุยกับจูบู๊ยืนอยู่ต้นทางก็ตรงเข้าเอาทวนแทงลีขุย ลีขุยต่อสู้กับลิหุนประมาณสามสิบเพลงยังไม่แพ้ชนะกัน จูบู๊ห้ามว่าอย่าเพิ่งสู้รบกันก่อน ข้าพเจ้าจะเล่าความให้ท่านครูฟังอย่าโกรธขึ้งเลย ลิหุนได้ฟังก็หยุดยืนอยู่ จูบู๊จึงพูดว่ามิใช่จะลืมคุณท่านที่ได้สั่งสอนมานั้นเมื่อไร เพราะด้วยจูกุ้ยน้องชายข้าพเจ้า ซ้องกั๋งใช้ให้มาตามลีขุย ครั้นเกิดความขึ้นผู้รักษาเมืองให้ท่านเอาตัวลีขุยไป จูกุ้ยจะกลับไปหาซ้องกั๋งอย่างไรได้ จึงคิดอุบายแก้ไข ลีขุยจะทำร้ายท่านข้าพเจ้าห้ามปรามไว้ จึงฆ่าฟันแต่พวกทหารล้มตายแล้ว ชวนกันมาคอยท่าท่านอยู่ที่นี้จะได้พูดจากัน บัดนี้พวกทหารล้มตายจนสิ้น ลีขุยก็หนีออกได้ ท่านไปแจ้งความกับผู้รักษาเมืองคงไม่เชื่อฟังก็จะทำโทษท่าน ไหนๆ การเกิดขึ้นแล้วท่านจะกลับไปหาผู้รักษาเมืองทำไม ไปอยู่กับซ้องกั๋งที่เขาเนียซัวเปาะด้วยกันเถิด ลิหุนได้ฟังก็ตรึกตรองอยู่ครู่หนึ่งจึงพูดว่า ซึ่งเจ้าชี้แจงมานั้นก็ดี ถ้าแม้นซ้องกั๋งไม่รับจะทำอย่างไร จูบู๊ว่าซ้องกั๋งใจโอบอ้อมอารี คบแต่คนที่มีสติปัญญาฝีมือเข้มแข็ง ชื่อเสียงปรากฏทั้งแผ่นดิน ข้อที่ไม่รับนั้นท่านอย่าวิตกเป็นพนักงานข้าพเจ้าเอง ลิหุนว่าถ้าเรามีบุตรภรรยาอยู่แล้วมิพาให้ลำบากหรือ นี้ตัวคนเดียวเจ้าว่าดีเราก็เชื่อ จงรีบไปเสียโดยเร็วเถิด ลีขุยว่าเดิมท่านก็ไม่บอกให้ข้าพเจ้ารู้จึงได้ต่อสู้กันท่านอย่าโกรธเลย พูดแล้วก็คำนับตามธรรมเนียมรีบเร่งไปทันเกวียนครอบครัวของจูบู๊ สมทบกันเดินตรงไปยังเขาเนียซัวเปาะ ครั้นใกล้จะถึง จูกุ้ยเห็นเบ๊หลินกับแต้เทียนซิวสวนทางมาจึงถามว่าพี่ทั้งสองจะไปข้างไหน เบ๊หลิน แต้เทียนซิวบอกว่า เตียวไก่กับซ้องกั๋งมีความวิตกจึงให้ตามไปฟังดู บัดนี้ตัวพี่กับลีขุยกลับมาแล้ว ข้าพเจ้าจะไปบอกให้เตียวไก่ ซ้องกั๋งรู้ตัว เบ๊หลินกับแต้เทียนซิวก็กลับมา รุ่งขึ้นเวลาเช้าจูกุ้ย ลีขุย ลิหุน จูบู๊ พาครอบครัวไปถึงเขาเนียซัวเปาะ จูกุ้ยก็พาลิหุน จูบู๊พี่ชายเข้าไปคำนับเตียวไก่ ซ้องกั๋งกับพี่น้องเหล่านั้นแล้วบอกว่า ลิหุนนี้เป็นขุนนางนายทหารอยู่ที่เมืองกิจิวฝีมือเข้มแข็ง ชาวบ้านเรียกว่า แชงันโฮ้ว จูบู๊เป็นพี่ของข้าพเจ้าตั้งโรงขายสุราอยู่ที่ประตูตังหมึง ชาวบ้านเรียกว่าเชียะมินโฮ้ว พามาให้ทำราชการอยู่ในท่าน เตียวไก่ ซ้องกั๋งกับพี่น้องเหล่านั้นได้ฟังยินดีปราศรัยกับลิหุน จูบู๊ตามธรรมเนียม ลีขุยก็เล่าความว่าไปพบลิกุ้ยปลอมเอาชื่อเสียงของตนไปเที่ยวเป็นโจรแย่งชิงผู้คนเดินทาง และได้พามารดาข้ามเนินมาเสือกินมารดา และฆ่าเสือตายทั้งสี่ตัวให้ฟังทุกประการแล้วก็ร้องไห้ ซ้องกั๋งว่าจะร้องไห้เศร้าโศกไปทำไม เราท่านทั้งหลายก็คงตายเหมือนกัน พูดแล้วก็สั่งให้จัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยง ลิหุนกับจูบู๊ บรรดาพี่น้องทั้งนั้นก็กินโต๊ะเสพสุราอยู่พร้อม เตียวไก่สั่งคนใช้จัดที่ให้ครอบครัวจูบู๊อยู่ตามสบาย โงวหยงซินแสจึงพูดขึ้นว่า เดี๋ยวนี้ที่เขาเนียซัวเปาะสนุกสนานมีพวกพ้องไพร่พลเข้ามาสามิภักดิ์มาก ก็เพราะท่านทั้งสองและพี่น้องช่วยกันทำนุบำรุงให้มีความสุขสบาย ข้าพเจ้าคิดจะจัดการเสียใหม่ ด้วยจูกุ้ยก็กลับมาแล้ว จงไปรักษาโรงสุราข้างทิศตะวันออกอยู่ตามเดิม ให้เจียะย้ง โฮ้วเกียน กลับมาจะได้ว่าการอื่นต่อไป ฝ่ายทิศตะวันตกและทิศเหนือ ทิศใต้นั้นยังหามีโรงขายสุราไม่ จะต้องให้ไปตั้งอยู่ที่ทั้งสามทิศ ระวังทหารเมืองหลวงและจะได้คอยดูพวกที่มีฝีมือเข้มแข็งจะมาสามิภักดิ์ ให้ทองอุย ทองเม้งคุมไพร่สิบคนไปตั้งโรงขายสุราฝ่ายทิศตะวันตก ให้ลี้ลิบคุมไพร่สิบคนไปตั้งโรงขายสุราอยู่ฝ่ายทิศใต้ ให้เจียะย้งคุมไพร่ไปตั้งโรงขายสุราอยู่ฝ่ายทิศเหนือ สอดแนมดูการทั้งปวง ถ้ามีธุระสิ่งใดก็ยิงเกาทัณฑ์สัญญาให้เหมือนจูกุ้ยทำมาแต่ก่อนๆ ที่เขาเนียซัวเปาะนี้ตั้งเป็นด่านขึ้นสามชั้น ให้โตวเซียนว่ากล่าวรักษาทั้งสิ้น ให้ต้อจงอ๋วงเป็นนายงานขุดคลองตลอดเข้ามาจนอวนจือเสีย ที่อยู่และถนนหนทางที่ไหนหักพังก็ให้ซ่อมแซมเสียใหม่ ให้เจียเก็งเป็นคนสำหรับจดบัญชีเงินทองทรัพย์สิ่งของเสบียงอาหารเข้าออกมากน้อยเท่าไรจะได้รู้ ให้เซียวเหยียงเป็นผู้เขียนหนังสือไปถึงพี่น้องซึ่งอยู่ในแคว้นเขาเนียซัวเปาะ ให้กิมไตเกียนเป็นผู้แกะตรายี่ห้อของพี่น้องทั้งปวง จะได้เอาไว้สำหรับประทับหนังสือ ให้โฮ้วเกียนเป็นผู้รักษาเสื้อเกราะและหมวกธงสำหรับจะยกไปสู้รบกับข้าศึก ให้ลิหุนเป็นผู้ดูแลบ้านเรือนที่ไหนหักพังก็ให้ทำใหม่ ให้เบ๊หลินว่ากล่าวรักษาเรือรบใหญ่น้อยทั้งสิ้น ให้ซองบานกับแป๊ะสินคุมไพร่พลไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ตำบลเขาเนียซัวเปาะ ให้เฮงเอยโฮ้ว แต้เทียนซิวคุมไพร่พลไปตั้งอยู่ที่ตำบลอะซุยทัว ให้มกชุน จูบู๊เป็นผู้รักษาเงินค่าไร่ค่านา ให้ลือฮวง กวยเส็ง รักษาที่ชุมนุม ให้ซ้องเซ็งสำหรับจัดเครื่องโต๊ะและสุรา ครั้นจัดกันเสร็จแล้วต่างคนก็ไปทำตามโงวหยงซินแสสั่ง ที่ตำบลเขาเนียซัวเปาะนั้นก็ฝึกหัดฝีมือเพลงอาวุธชำนิชำนาญทั้งทางบกทางเรือเป็นนิตย์ทุกวันทุกเวลา

ครั้นอยู่มาวันหนึ่ง เตียวไก่กับซ้องกั๋งและพี่น้องเหล่านั้นมาที่ชุมนุมพร้อมกัน ซ้องกั๋งรำลึกถึงกงซุนสินซินแสไปเยี่ยมมารดานานแล้วจะเป็นประการใดก็ไม่ทราบ อยากจะให้ตามไปฟังข่าวดูก็ไม่เห็นผู้ใด

ขณะนั้นไตจงจึงพูดขึ้นว่า ข้าพเจ้าจะขออาสาท่านไปเอง ซ้องกั๋งว่าถ้าท่านไปแล้วเราก็สิ้นวิตก ไตจงก็ลากลับไปจัดแจงแต่งตัวออกเดินไปถึงทางใหญ่ เอากะเบ๊ของวิเศษสวมใส่แล้วอ่านมนต์ขึ้นก็เดินทางรวดเร็วเหมือนลมพายุพัดพาไป สองวันถึงตำบลคิจุยกุ้ยแขวงเมืองกิจิว ได้ยินชาวบ้านพูดกันว่าลีขุยหนีไปได้ฆ่าพวกทหารตาย ลิหุนนายทหารก็ไม่เห็นกลับมา จะเป็นตายประการใดก็ไม่ทราบ ไตจงได้ฟังดังนั้นก็นึกหัวเราะว่า ลิหุน ลีขุยไปนอนสบายอยู่เขาเนียซัวเปาะ แล้วออกเดินจากตำบลคิจุยกุ้ยไป เห็นชายผู้หนึ่งเดินออกจากป่ายืนดูไตจงแล้วร้องถามว่า ท่านนี้ที่เรียกว่าซินเกียไทเปาหรือ ไตจงได้พังก็คิดสงสัยจึงถามว่า ท่านกับเราก็ยังไม่เคยพบปะสนทนากัน เหตุใดจึงรู้จักชื่อเรา ท่านแซ่ไรชื่อใด ชายผู้นั้นคุกเข่าลงคำนับบอกว่า ข้าพเจ้าแซ่เอียชื่อหลิมเป็นชาวเมืองเจียงเต๊กฮู้ แต่ชาวบ้านมักเรียกว่ากิมปาจือเที่ยวเป็นโจรหาเลี้ยงชีวิตอยู่เนืองๆ เมื่อสองเดือนก่อนนั้น ข้าพเจ้าพบกงซุนสินจึงชวนกันไปกินโต๊ะเสพสุราอยู่ที่โรงเตี๊ยม กงซุนสินพูดถึงเตียวไก่ ซ้องกั๋งซึ่งเป็นใหญ่ในตำบลเขาเนียซัวเปาะว่าใจโอบอ้อมอารีไม่มีผู้เสมอ ชื่อเสียงปรากฏมาก แล้วก็เล่าถึงตัวท่านว่าวันหนึ่งเดินไปแปดร้อยลี้ เป็นคนสำหรับไปเที่ยวสอดแนมฟังข่าวคราวดีและร้ายต่างๆ กงซุนสินบอกรูปพรรณสูงต่ำตำหนิท่าน แล้วจึงเขียนให้ข้าพเจ้าถือไปถึงจูกุ้ยที่โรงขายสุราอยู่ตามทางให้พาเข้าไปสามิภักดิ์อยู่ด้วย ครั้นมาจากกงซุนสินแล้วยังไม่ได้ไป วันนี้เห็นท่านมาข้าพเจ้ารำลึกขึ้นได้จึงเรียกท่าน ก็เป็นบุญของข้าพเจ้านักหนาชักพามาให้พบกัน ไตจงได้ฟังก็ยินดีพูดว่า เรามานี้ก็เพราะด้วยกงซุนสินซินแสกลับมาเยี่ยมมารดา ณ เมืองกิจิวนานแล้วไม่ได้ข่าวคราว เตียวไก่กับซ้องกั๋งมีความวิตกใช้ให้เราตามมาฟังข่าวคราว เอียหลิมว่าหนทางเมืองกิจิวนั้นข้าพเจ้ารู้จักอยู่ทุกแห่ง จะไปเป็นเพื่อนท่านด้วย ไตจงว่าขอบใจท่านนักหนา ถ้าพบกงซุนสินแล้วจึงไปด้วยกัน เอียหลิมก็ยินดีสาบานเป็นพี่น้องกับไตจง ๆ ถอดกะเบ๊ของวิเศษออกเก็บไว้ แล้วเดินทางไปจวนเย็นค่ำก็ชวนกันเข้าสำนักที่โรงเตี๊ยม เอียหลิมจัดซื้อสุรากับสิ่งของมาเลี้ยงไตจง ๆ บอกว่า พี่เดินทางมาเอากะเบ๊ของวิเศษสวมใส่เท้า รับประทานของสดคาวไม่ได้ เอียหลิมก็ไปหาถั่วงามาให้ไตจงกินแล้วค้างอยู่ที่โรงเตี๊ยมคืนหนึ่ง รุ่งขึ้นเช้าก็เดินต่อไป เอียหลิมว่าพี่มีของวิเศษเดินเร็วนัก ข้าพเจ้าเดินตามที่ไหนจะทัน ไตจงได้ฟังก็หัวเราะ พูดว่าน้องอย่าวิตก ข้อนั้นไม่เป็นไร ของวิเศษสิ่งนี้ผู้อื่นก็ใช้ได้ ไตจงถอดกะเบ๊ของวิเศษออกให้เอียหลิมใส่แล้วออกจากโรงเตี๊ยมอ่านมนต์ขึ้น เอียหลิมก็เดินไปทัน ถึงตำบลหนึ่งภูเขาสูงใหญ่จำเพาะมีทางผ่าระหว่างเขานั้นไป เอียหลิมเห็นก็จำได้จึงบอกไตจงว่าเขานี้เรียกอิมเบชวน มีพวกโจรอยู่มิได้ขาดชัยภูมิดีนัก ทั้งไม่แจ้งว่าผู้ใดมาตั้งซ่องสุมอยู่ พูดแล้วก็เดินผ่าระหว่างเขามาได้ยินเสียงตีม้าล่ออื้ออึง แลเห็นนายโจรสองคนคุมบริวารประมาณสองร้อยเศษออกมาสกัดทาง ตัวนายนั้นถือง้าวและทวนอยู่หน้าร้องตวาดว่า เจ้าทั้งสองนี้จะไปข้างไหน ถ้ารู้จักอย่างธรรมเนียมจงเอาเงินค่าทางมาให้เราเสียโดยดีจึงรอดชีวิต เอียหลิมได้ฟังบอกกับไตจงว่า นายโจรสองคนนี้บังอาจนักน้องจะฆ่าเสีย พูดแล้วก็ถือทวนตรงเข้าไปจะต่อสู้ เต็งฮุยนายโจรเห็นเอียหลิมก็ร้องห้ามนายโจรคนนั้นไว้ว่าอย่าเพิ่งสู้รบก่อน จงลงจากม้าวางเครื่องศัสตราวุธมาคำนับเอียหลิม ๆ เห็นก็จำได้ รับคำนับแล้วเรียกไตจงมาให้รู้จักกับนายโจรไว้ ไตจงจึงถามว่านายโจรทั้งสองนี้คือผู้ใด เอียหลิมบอกว่าแซ่เต็งชื่ออุยเป็นชาวเมืองเอียงฮู้ อยู่ตำบลบ้านไกเทียนกุน ฝีมือเข้มแข็ง ที่เรียกว่าฮวยงั้นซวนเง ตั้งแต่รู้จักกับข้าพเจ้ามาได้ห้าปีแล้วเพิ่งพบกันวันนี้ เต็งฮุยถามเอียหลิมว่าผู้ที่มากับท่านนั้นผู้ใด เอียหลิมว่าพี่เราคนนี้ชื่อไตจงที่เรียกว่า ซินเกียไทเปา มาจากเขาเนียซัวเปาะ เต็งฮุยว่าที่เป็นขุนนางอยู่เมืองกังจิว วันหนึ่งสามารถเดินได้แปดร้อยลี้คือตัวท่านหรือ ไตจงว่าคือตัวเรานี้ เต็งฮุยก็เรียกเม่งคงมาคำนับไตจง บอกว่าเป็นชาวเมืองจินเต็งจิว ที่เรียกเง็กฮวยกัน เป็นนายช่างต่อเรือดีฝีมือเข้มแข็ง ผู้รักษาเมืองหาไปต่อเรือแล้วทำให้ขัดใจ เม่งคงฆ่าผู้รักษาเมืองตายจึงได้หนีมาเป็นโจรเที่ยวหากิน เอียหลิมถามว่าท่านทั้งสองมาที่เขานี้ได้กี่ปี เต็งฮุยว่าข้าพเจ้ากับเม่งคงมาอยู่ได้ปีเศษแล้ว เมื่อสี่ห้าเดือนมีพี่คนหนึ่งชาวเมืองเก็งเตียวฮู้ แซ่ปวยชื่อชวนเป็นขุนนางที่คงมกใจสัตย์ซื่อ ผู้รักษาเมืองเก็งเตียวฮู้เป็นคนพาล เห็นปวยชวนซื่อตรงดีแกล้งใส่ความทำโทษเนรเทศเดินมาทางนี้ ข้าพเจ้าสองคนช่วยกันฆ่าผู้คุมตาย แก้เอาปวยชวนมาอยู่ด้วยกัน ยกขึ้นเป็นใหญ่ได้ว่ากล่าวอยู่ที่เขานี้ต่อมา มีบริวารประมาณสองร้อยเศษ เชิญท่านทั้งสองไปที่สำนักจะได้รู้จักกันไว้ พูดแล้วก็เรียกไพร่พลจูงม้ามาให้ไตจงกับเอียหลิมขี่ ไตจงเอียหลิมก็ถอดกะเบ๊ของวิเศษออกเก็บไว้ขึ้นม้ามากับเต็งฮุย เม่งคง ไพร่พลเหล่านั้นก็รีบไปแจ้งแก่ปวยชวน ๆ ออกมาคอยรับอยู่พอไตจง เอียหลิมกับเต็งฮุย เม่งคงมาถึงก็ต้อนรับคำนับกันเป็นอันดี ไตจง เอียหลิม เห็นรูปร่างลักษณะปวยชวนสมเป็นขุนนางก็ยินดี ปวยชวนเชิญเข้าไปข้างใน จัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยงกันเป็นที่สบาย ไตจงคิดจะเกลี้ยกล่อมนายโจรทั้งสามไว้จึงพูดขึ้นถึงเตียวไก่กับซ้องกั๋งว่า ใจซื่อสัตย์ดีทุกอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ชื่อเสียงปรากฏไปทุกตำบล บรรดาผู้ที่มีฝีมือเข้มแข็งก็ชวนกันไปสามิภักดิ์อยู่ด้วยเป็นอันมาก ตั้งใจทำนุบำรุงกันโดยสุจริตทุกตัวคน ที่เขาเนียซัวเปาะภูมิฐานดี ที่กลางเมืองเรียกว่าอวนจือเสีย มีแม่นํ้าล้อมรอบทั้งแปดทิศ ไพร่พลอยู่เป็นสุข เงินทองเสบียงอาหารก็บริบูรณ์ จึงมิได้กลัวทหารหลวงยกมากระทำย่ำยี ปวยชวนว่าข้าพเจ้ามีม้าอยู่ประมาณสามร้อยเศษ ไพร่พลสักสี่ห้าร้อย เงินทองเสบียงอาหารก็มีพอสมควร แต่เขานี้เล็กน้อยจงช่วยพาข้าพเจ้าไปเข้าสามิภักดิ์กับเตียวไก่ ซ้องกั๋งด้วยจะได้หรือไม่

ไตจงได้ฟังก็ดีใจจึงว่า เตียวไก่ ซ้องกั๋งนั้นต้อนรับพี่น้องโดยสุจริตมิได้คิดเกียดกัน เขาเนียซัวเปาะเปรียบเหมือนแพรหลินไม่มีดอก ท่านเอาไหมทองไปปักให้เป็นดอกก็ดูงดงามขึ้น ถ้าท่านทั้งสามเห็นดีแล้วจงเก็บรวบรวมทรัพย์สิ่งของเสบียงอาหารไพร่พลไว้ให้พร้อม ข้าพเจ้ากับเอียหลิมจะไปตามกงซุนสินที่เมืองกิจิวกลับมา จึงแต่งตัวเป็นพวกทหารหลวงยกเดินไปยังเขาเนียซัวเปาะ ปวยชวน เต็งฮุย เม่งคงได้ฟังก็ยินดีชวนกันเที่ยวชมเขาอิมเบชวนทั่วแล้วกลับมากินโต๊ะเสพสุรา ไตจงจึงถามเต็งฮุย เมื่อท่านจะมาอยู่ที่เขานี้มีผู้ใดบอกว่าเป็นชัยภูมิดี เต็งฮุยว่าเดิมมีพวกโจรอยู่ที่นี่หลายคนแต่ไม่มีสติปัญญา ข้าพเจ้ากับเม่งคงเที่ยวมาถึงเห็นควรจะอาศัยได้ จึงแย่งชิงเอาเขานี้ไว้เป็นที่พัก พวกเหล่านั้นหลบหนีไปสิ้น ไตจง เอียหลิม ปวยชวนได้ฟังก็หัวเราะแล้วกินโต๊ะเสพสุราจนเมา ปวยชวนลุกขึ้นรำเพลงกระบี่ให้ดู ไตจงเห็นก็ชมว่าท่านรำกระบี่ดีนัก พอเวลาจวนค่ำปวยชวนก็จัดที่ให้นอน ครั้นรุ่งขึ้นเช้าไตจงกับเอียหลิมก็ลานายโจรทั้งสามไป นายโจรทั้งสามตามไปส่งจนพ้นเขาอิมเบ๊ชวนแล้วกลับมาที่อยู่ เก็บทรัพย์สิ่งของไพร่พลไว้คอยท่า

ฝ่ายไตจง เอียหลิมชวนกันเดินไปในเวลาเย็นก็เข้าพักอาศัยจนถึงแขวงเมืองกิจิว เอียหลิมจึงพูดกับไตจงว่า กงซุนสินซินแสบวชเป็นหลวงจีนคงจะสำนักอยู่นอกเมือง เราเที่ยวสืบถามดูตามแถวนี้ ไตจงก็เห็นด้วย เที่ยวสืบถามถึงกงซุนสินตามแถวบ้าน และตลาดนอกเมืองถึงสองกัน หามีผู้ใดรู้จักว่ากงซุนสินรูปร่างอย่างไรไม่ ก็ชวนกันกลับมาค้างอยู่ที่โรงเตี๊ยมสองคืน รุ่งขึ้นวันที่สามไตจงพูดกับเอียหลิมว่า นอกเมืองก็เที่ยวสืบหาจนทั่วแล้วไม่ได้ข่าวคราวเลย เราเข้าไปในเมืองเผื่อจะมีผู้รู้จักบ้างดอกกระมัง แล้วก็ชวนเอียหลิมเข้าไปในเมืองกิจิว เที่ยวถามชาวบ้านตามร้านตลาดก็ไม่มีผู้ใดรู้จัก

ฝ่ายเอียหยงเดิมเป็นชาวเมืองฮ่อหนำ แต่พี่น้องได้มาเป็นขุนนางที่เมืองกิจิวก็ตามมาอยู่ด้วย ผู้รักษาเมืองแจ้งว่าเอียหยงฝีมือเข้มแข็งใจสัตย์ซื่อ จึงตั้งให้เป็นที่เจียดคิบขุนนางสำหรับฆ่าคน เวลาวันนั้นเอียหยงกับพวกทหารคุมคนโทษไปฆ่าแล้วกลับมา ตามบรรดาชาวบ้านนับถือเอียหยง จัดหาสิ่งของเงินทองบ้างเล็กน้อยมาคอยให้เอียหยงทุกบ้าน ไตจงกับเอียหลิมเดินทางนั้นเห็นชาวบ้านเอาสิ่งของเงินทองมาคำนับก็หยุดยืนดูอยู่

ฝ่ายเตียโปชาวเมืองกิจิวเป็นขุนนางผู้น้อยสำหรับรักษากำแพงเมืองแต่ใจเป็นกังฉิน คบคนพาลเที่ยวแย่งชิงราษฎรอยู่เนืองๆ เห็นชาวบ้านนับถือเกรงกลัวเอียหยง ก็นึกอิจฉาว่าเอียหยงไม่ใช่ชาวเมืองนี้เหตุไฉนจึงมีคนนับถือมาก คิดจะทุบตีทำร้ายเอียหยงเสีย เวลาวันนั้นเตียโปแจ้งว่าเอียหยงไปฆ่าคนกลับมา ชาวบ้านจัดสิ่งของเงินทองไว้คอยให้ก็โกรธคิดจะไปแย่งชิง ก็ชวนพวกเพื่อนประมาณสิบคนเดินตรงมาพบเอียหยงที่ตามทาง ขณะนั้นไตจงกับเอียหลิมก็ยืนดูอยู่ เตียโปไปถึงก็ทำเป็นคำนับแล้วพูดว่า ท่านเจียดคิบไปไหนมา เอียหยงรับคำแล้วตอบว่า เราเอาคนโทษไปฆ่ากลับมา เชิญท่านเสพสุราด้วยกันเถิด เตียโปว่าข้าพเจ้าเสพสุราไม่เป็น มาทั้งนี้หมายจะขอยืมเงินท่านไปใช้สักร้อยสองร้อยเหรียญ เอียหยงว่าท่านกับเราเพิ่งรู้จักกันเราให้ไม่ได้ เตียโปพยักหน้าให้พวกเข้าแย่งชิง ทหารที่มากับเอียหยงห้าหกคนนั้นตกใจวิ่งหนีไปสิ้น เอียหยงก็โกรธพอขยับจะเข้าทุบตี เตียโปกำลังแย่งชิงเงินทองสิ่งของอยู่ พอเจียสิวหาบฟืนเดินมาเห็นก็วางหาบลงตรงเข้าไปถามว่า เหตุใดจึงแย่งชิงเงินทองของเจียดคิบ เตียโปได้ฟังก็ว่ากล่าวชายที่หาบฟืนด้วยคำหยาบต่างๆ เจียสิวโกรธนักเข้าทุบตีเตียโปล้มลง พวกเตียโปก็กรูกันเข้าช่วย เจียสิวตีพวกเตียโปเจ็บป่วยล้มลงหลายคน เอียหยงหลุดออกได้ก็เข้าชกต่อยเตียโปกับพวกพ้องวิ่งหนีไปได้ เอียหยงก็ไล่ติดตามไป ไตจงกับเอียหลิมเห็นชายที่หาบฟืนฝีมือเข้มแข็งใจสัตย์ซื่อไม่เข้ากับคนพาลก็นึกชอบใจ ครั้นชายนั้นจะตามไปอีก ไตจง เอียหลิมก็เดินมาห้ามชายที่หาบฟืนว่า ท่านอย่าไล่ตามเลย เชิญไปเสพสุราด้วยกันเถิด ไตจงก็เข้าจูงมือ เอียหลิมเข้าหาบฟืนพาชายนั้นมายังโรงเตี๊ยม เจียสิวว่าข้าพเจ้าขอบใจท่านทั้งสองนัก อุตส่าห์ห้ามปรามไว้ ไตจงว่าข้าพเจ้าพี่น้องมาแต่เมืองอื่น เห็นท่านฝีมือเข้มแข็งใจสัตย์ซื่อตรงเกลียดชังคนพาล ซึ่งจะตามไปทุบตีนั้น ฉวยว่าล้มตายก็จะเกิดความใหญ่ขึ้นข้าพเจ้าจึงห้ามเสีย เชิญเสพสุราสนทนากันจะได้รู้จักไว้ ไตจงก็หยิบเงินส่งให้เจ้าของโรงเตี๊ยมไปจัดโต๊ะและสุรายกมาพร้อม ไตจง เอียหลิมก็เชิญชายนั้นกินโต๊ะเสพสุราด้วยกันแล้วถามว่าท่านแซ่ใดชื่อไรอยู่บ้านเมืองไหน เจียสิวบอกว่าข้าพเจ้าแซ่เจียชื่อสิวอยู่ตำบลบ้านกิมเหล็งแขวงเมืองเกี้ยนคัง ฝึกหัดเพลงอาวุธต่างๆ แต่ใจนั้นสัตย์ซื่อมิได้เข้ากับผู้ใด ถ้าไปพบปะคนพาลเที่ยวข่มเหงชาวบ้านก็เจ็บร้อนแทน คงจะช่วยผู้ที่เขาข่มเหงให้จงได้ คนทั้งหลายจึงเรียกว่าปัวเมี้ยซำหลง เดิมบิดาและอากับตัวข้าพเจ้ามาเที่ยวขายม้ากับแพะ ครั้นค้าขายระหว่างทางบิดากับอาป่วย เหลือแต่ข้าพเจ้าคนเดียวเที่ยวค้าขายก็ขาดทุนกลับไปบ้านไม่ได้ จึงมาหาบฟืนขายเลี้ยงชีวิตอยู่ที่เมืองนี้ ไตจงกับเอียหลิมได้ฟังก็ยินดี จึงว่าข้าพเจ้ามานี้มีธุระอยู่สิ่งหนึ่ง น่าเสียดายตัวท่านนักหนา ฝีมือเข้มแข็ง ใจกล้าหาญจะมาหาบฟืนขายอยู่ดังนี้เมื่อไรจะได้ดี จงจัดแจงหาที่อยู่เสียใหม่จะได้มีความสุขสืบไป เจียสิวว่าข้าพเจ้าสติปัญญาน้อย รู้จักแต่การสู้รบฆ่าฟันเท่านั้น เหตุใดจึงจะมีความสุข ไตจงว่าทุกวันนี้บ้านเมืองแปรปรวน เจ้าแผ่นดินก็เชื่อแต่ขุนนางกังฉิน ขุนนางตงฉินก็ตกต่ำ พวกที่มีสติปัญญาฝีมือเข้มแข็งนั้นพากันไปเข้าสามิภักดิ์กับเตียวไก่ ซ้องกั๋งที่เขาเนียซัวเปาะเป็นอันมาก จะนุ่งห่มกินอยู่ก็สบาย เงินทองได้มาก็แบ่งปันกันตามมากและน้อยทั่วกัน ต่อเมื่อไรบ้านเมืองเรียบร้อย เจ้าแผ่นดินเป็นยุติธรรมดี หาคนที่มีฝีมือเข้มแข็ง พวกเราจะได้เข้าสามิภักดิ์ทำราชการสนองพระคุณต่อไป ตัวท่านครั้งนี้จงเข้าไปอยู่กับซ้องกั๋งก่อนมิดีหรือ เจียสิวว่าข้าพเจ้าก็คิดอยู่ แต่ไม่มีผู้ชักนำให้ ไตจงว่าถ้าท่านยอมไปแล้วข้าพเจ้าจะช่วยพาไปเอง เจียสิวก็ยินดีพูดว่า ข้าพเจ้าเกรงใจท่านนักอย่าได้ถือเลย ท่านทั้งสองแซ่ใดชื่อไรจงบอกให้ทราบไว้บ้าง ไตจงว่าข้าพเจ้าแซ่ไตชื่อจง น้องนั้นแซ่เอียชื่อหลิม แล้วก็หยิบเงินส่งให้เจียสิวสิบตำลึงแล้วว่า จงเอาไปทำทุนซื้อขายไปก่อน เจียสิวคำนับรับเงินเก็บไว้แล้วก็นั่งเสพสุราสนทนากัน

ฝ่ายเอียหยงไล่ตามเตียโปกับพวกพ้องไป ขณะนั้นพวกพ้องของเอียหยงตามไปช่วยประมาณสิบคน เอียหยงกับพวกพ้องไล่ตามไปทันเข้าทุบตีเตียโป แย่งชิงเอาเงินทองสิ่งของกลับคืนมาได้ เตียโปกับเพื่อนถูกทุบตีเจ็บปวดก็หนีไป เอียหยงกับพวกเหล่านั้นก็เที่ยวตามหาเจียสิว เห็นเสพสุราอยู่ในโรงเตี๊ยมสามคน เอียหยงพาพวกเดินตรงเข้าไป ไตจงกับเอียหลิมเห็นคนมามากก็ตกใจลาเจียสิวเดินหลีกออกจากโรง เจียสิวเห็นเอียหยงพาพวกพ้องมาจึงลุกขึ้นต้อนรับถามว่า ท่านจะพากันไปข้างไหน เอียหยงบอกว่าเมื่อท่านเข้าช่วยเราทุบตีพวกนั้น ครั้นหลุดออกมาได้ไล่ตามไปด้วยกำลังโทโสมิได้คิดถึงท่าน พอพวกเราไปทันก็ช่วยกันทุบตีพวกนั้นแล้วแย่งชิงเอาเงินทองสิ่งของคืนมาได้ เราจึงเที่ยวตามมา เห็นท่านนั่งเสพสุราอยู่สามคนด้วยกัน เพื่อนที่พูดอยู่นั้นไปข้างไหน เจียสิวว่าสองคนนั้นมาแต่เมืองไกล เห็นท่านมามากคิดว่าจะทุบตีก็หลีกเลี่ยงไป เอียหยงจึงว่าบุญคุณของท่านที่ช่วยเราไว้ยังหารู้จักชื่อเสียงไม่ ท่านแซ่ไรซื่อใดจงบอกให้ทราบ เจียสิวว่าข้าพเจ้าอยู่ตำบลบ้านกิมเหล็งแขวงเมืองเกี้ยนคังแซ่เจียชื่อสิว ชาวบ้านเรียกว่าปัวเมี้ยซำหลง เอียหยงได้ฟังก็ยินดี สั่งให้เจ้าของโรงเตี๊ยมจัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยงตามบรรดาพวกที่มาช่วย แล้วให้พวกนั้นกลับไป เอียหยงก็เชิญเจียสิวกินโต๊ะเสพสุรา เอียหยงว่าเราสาบานเป็นพี่น้องกันเสียจะได้อุปถัมภ์ท่านสืบไป เจียสิวได้ฟังก็ดีใจ จึงสาบานเป็นพี่น้องกับเอียหยงแล้วกินโต๊ะเสพสุราพูดจากันเป็นที่สบาย

ฝ่ายพัวก๋งบิดาภรรยาของเอียหยง ครั้นแจ้งว่าบุตรเขยเกิดทุบตีวิวาทก็ตามมา เห็นเอียหยงนั่งเสพสุราอยู่ในโรงเตี๊ยมจึงพูดว่า บิดาได้ยินข่าวว่าเจ้าเกิดวิวาทกับเขาจึงมาช่วย เอียหยงบอกว่าได้ท่านผู้นี้ช่วยไว้ จึงไล่ทุบตีพวกเตียโปหนีไปแล้ว ชวนมาเสพสุราสาบานเป็นพี่น้องกัน พัวก๋งได้ฟังก็ยินดีพูดว่า ได้พี่น้องอย่างนี้แล้ว ไม่มีผู้ใดข่มเหงได้ จึงชวนให้เจียสิวไปอยู่ด้วยกัน เจียสิวก็ยอม เอียหยงคิดเงินให้ค่าสุรา ชวนพัวก๋งกับเจียสิวกลับมาบ้าน ร้องเรียกนางพัวคาหุนภรรยาให้ออกมาพูดจารู้จักกับเจียสิวผู้น้องไว้

ฝ่ายนางพัวคาหุนเมื่อขณะจะคลอดออกจากครรภ์มารดานั้นเป็นวันเดือนเจ็ด ขึ้นเจ็ดค่ำข้างจีน บิดามารดาจึงให้ชื่อว่านางพัวคาหุน เดิมมีสามีคนหนึ่งเป็นขุนนางชื่ออองอะซี อยู่ด้วยกันสองปีก็ตาย นางพัวคาหุนได้เอียหยงขุนนางที่เจียดคิบเป็นสามี ครั้นได้ยินเอียหยงร้องเรียกก็ออกมา เจียสิวคำนับพี่สะใภ้แล้วนั่งสนทนากันอยู่ครู่หนึ่ง เอียหยงจัดห้องให้เจียสิวอยู่ตามสบาย

ฝ่ายไตจงกับเอียหลิมหลีกออกจากโรงเตี๊ยมไปนอกเมืองหาที่พักอาศัย รุ่งขึ้นเวลาเช้าชวนกันไปเที่ยวถามถึงกงซุนสินก็ไม่มีผู้รู้จัก จึงพูดว่าเรากลับไปก่อนภายหลังค่อยมาตามอีก ปรึกษาเห็นพร้อมกันแล้วก็ออกจากเมืองกิจิวไปยังเขาอิมเบชวน ปวยชวน เต็งฮุย เม่งคงเก็บรวบรวมทรัพย์สิ่งของเสบียงอาหารไว้พร้อม ครั้นไตจงกับเอียหลิมมาถึงก็ยินดี แต่งตัวเป็นพวกทหารหลวงยกออกจากตำบลเขาอิมเบชวน มุ่งตรงไปยังเขาเนียซัวเปาะ ครั้นถึงเตียวไก่ ซ้องกั๋งกับพี่น้องเหล่านั้นออกต้อนรับเป็นอันดี ไตจงก็เล่าความซึ่งไปตามกงซุนสิน และชักชวนพี่น้องเหล่านั้นมาสามิภักดิ์ให้ฟัง เตียวไก่ ซ้องกั๋งสั่งให้จดบัญชีความชอบของไตจงไว้แล้วจัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยงพร้อมกัน เสร็จการเลี้ยงโต๊ะแล้วเตียวไก่สั่งคนให้จัดที่ให้ปวยชวน เม่งคง เอียหลิมและไพร่พลอยู่ตามสบาย

ฝ่ายพัวก๋งเวลาวันนั้นนั่งพูดอยู่กับเอียหยงบุตรเขยและเจียสิวจึงถามว่าปู่และบิดาเจ้าค้าขายสิ่งใด เจียสิวว่าเดิมฆ่าสุกรขาย มาภายหลังจึงได้เที่ยวซื้อม้าและแพะไปขายหัวเมืองต่างๆ พัวก๋งว่าแต่ก่อนเราก็ฆ่าสุกรขายเหมือนกัน บัดนี้แก่ชราแล้วจะทำต่อไปไม่ได้ เอียหยงบุตรเขยก็ทำราชการไม่มีผู้ใดค้าขาย เครื่องใช้สิ่งของก็มีอยู่พร้อมเจ้าจะทำได้หรือไม่ เจียสิวว่าการสิ่งนี้ข้าพเจ้าเข้าใจทำจะสนองคุณท่านสืบไป พัวก๋งได้ฟังก็ยินดีจึงจัดที่โรงและสิ่งของเครื่องใช้สอยกับลูกจ้างสี่ห้าคนแล้ว ถึงวันดีก็ออกโรงขายหมู เงินทองและบัญชีมากน้อยเท่าไรก็มอบให้ เจียสิวดูแลซื้อขายอยู่ที่โรงได้ประมาณสองเดือนเศษ เวลาวันนั้นสุกรหมดไม่มีจะฆ่า เจียสิวไปเที่ยวซื้อยังไม่กลับมา พัวก๋งจึงปรึกษากับนางพัวคาหุนว่า สามีเก่าของเจ้าที่ตายนั้นครบสองปีจะต้องทำการกงเต๊กให้ เราจัดสิ่งของไว้เวลาพรุ่งนี้จะได้นิมนต์หลวงจีนมาสวดกงเต๊ก ปรึกษากันแล้วก็สั่งให้เก็บสิ่งของปิดหน้าถังและประตูค้าขายเสียจัดแจงการอยู่

ฝ่ายเจียสิวไปเที่ยวซื้อสุกรได้แล้วก็กลับมา เปิดประตูเข้าไปดูไม่เห็นมีเครื่องใช้ทั้งปวงก็เสียใจ จึงคิดว่าตัวเราทำการโดยสุจริตมิได้คิดเบียดบัง เอียหยงก็ไม่เอาใจใส่ในการซื้อขายไปทำแต่ราชการฝ่ายเดียว บัดนี้ให้เก็บสิ่งของปิดประตูหน้าถังเสีย เห็นจะมีผู้ใดยุพี่สะใภ้เราดอกกระมัง จะต้องให้เขาพูดออกมาทำไม เรามอบสิ่งของให้กลับไปบ้านเมืองเสียดีกว่า จึงคิดบัญชีที่ซื้อขายเกี่ยวข้องติดค้างกันอยู่กับชาวบ้านนั้นเสร็จแล้วออกจากห้องมาหาพัวก๋ง

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ