๕๐

ฝ่ายโฮ้วเส็งเป็นพี่ชายของนางโฮ้วซาเหนียตั้งแต่พวกซ้องกั๋งจับน้องสาวไปได้ก็มีความวิตก จึงคิดว่าจำจะไปหาซ้องกั๋งอ้อนวอนขอนางโฮ้วซาเหนียมาให้ได้ ถ้าสืบไปภายหน้าพวกจอกเกจึงจะรบกับซ้องกั๋งเราก็ไม่ยกไปช่วย คิดแล้วจึงจัดกระบือและสุรากับสิ่งของต่างๆ เรียกบ่าวไพร่มาช่วยกันขนของตรงมายังค่ายเข้าไปคำนับซ้องกั๋ง ซ้องกั๋งจึงถามโฮ้วเส็งว่าท่านเอาสิ่งของมาให้มีธุระสิ่งใดหรือ โฮ้วเส็งบอกว่านางโฮ้วซาเหนียน้องสาวข้าพเจ้าไม่รู้จักผิดและชอบยกไพร่พลมาสู้รบ ขอท่านจงเมตตาปล่อยให้ไปเถิด ถ้าท่านจะต้องการใช้สอยสิ่งใด ข้าพเจ้าจะหาให้ ซ้องกั๋งว่าพวกตำบลจอกเกจึงข่มเหงนัก เราจึงได้คุมไพร่พลมาแก้แค้น ซึ่งพวกท่านบ้านโฮ้วเกจึงกับเราไม่มีข้อสาเหตุสิ่งใดเลย น้องสาวของท่านยกไพร่พลมาช่วย จับเอาเฮงเอยโฮ้ว พวกเราจึงจับตัวน้องสาวท่านไว้ถ้าปล่อยเฮงเอยโฮ้วมาแล้ว เราก็จะปล่อยน้องของท่านไป โฮ้วเส็งบอกว่า พวกท่านที่ข้าพเจ้าจับได้ก็เอาตัวส่งให้พวกจอกเกจึงแล้ว ครั้นจะขอให้ปล่อยตัวมากลัวเขาจะไม่ยอม ซ้องกั๋งว่าถ้ากระนั้นเราจะปล่อยน้องสาวท่านไปอย่างไรได้ โงวหยงซินแสจึงพูดกับโฮ้วเส็งว่า ข้าพเจ้าจะจัดแจงให้ แต่ตัวท่านนั้นอย่าได้ยกมาช่วยพวกตำบลจอกเกจึงเลย ถ้าพวกจอกเกจึงเสียท่วงทีหลบหนีไปสำนักอาศัยอยู่ในเขตแดนบ้านท่าน ๆ จับตัวพวกจอกเกจึงมาเมื่อใด ข้าพเจ้าก็จะปล่อยน้องสาวท่านไปเมื่อนั้น แต่เดี๋ยวนี้นางโฮ้วซาเหนียน้องของท่านส่งไปให้ซ้องไทก๋งรักษาไว้ที่เขาเนียซัวเปาะดีแล้ว โฮ้วเส็งว่า ตั้งแต่นี้ไปข้าพเจ้าไม่เป็นธุระกับพวกจอกเกจึงอีกแล้ว แม้นว่าหลบหนีไปอาศัยในเขตแดนของข้าพเจ้า จะจับตัวส่งให้ท่านแต่จงได้เมตตาเถิด พูดแล้วก็คำนับลาซ้องกั๋งกับโงวหยงซินแสออกจากค่ายกลับไปตำบลบ้านโฮ้วเกจึง

ฝ่ายซึงลิบคุมไพร่พลมาพ้นค่ายซ้องกั๋งแล้วก็หยุดพักที่ตามทาง จัดแจงแต่งตัวปลอมเป็นพวกทหารเมืองเตงจิว มีเครื่องศัสตราวุธพร้อมทำทีเหมือนกับทหารเมืองหลวงจะยกไปปราบพวกโจร ครั้นจัดการเสร็จแล้วซึงลิบก็ให้เอาธงตำแหน่งที่ขุนนางฝ่ายทหารออกนำหน้าตรงมาตำบลบ้านจอกเกจึง

ฝ่ายพวกลาดตระเวนตำบลบ้านจอกเกจึง เห็นทหารเดินทางตรงมาใกล้จะถึงเขตแดนก็รู้ว่าทหารเมืองเต็งจิว จึงชวนกันไปแจ้งกับลวนเต็งหยกว่า ซึงลิบขุนนางตำแหน่งทีหัด ณ เมืองเตงจิวยกมาเกือบจะถึงอยู่แล้ว ลวนเต็งหยกได้ฟังก็บอกกับจอกเหล็ง จอกโฮ้ว จอกปิวผู้เป็นศิษย์ว่า ซึงลิบเดิมฝึกหัดเพลงอาวุธครูเดียวกันได้ชอบพอรักใคร่กับเราเป็นอันมาก บัดนี้คุมทหารมาไม่แจ้งว่าจะไปข้างไหนเราจะถามดูให้รู้เหตุการณ์ ว่าแล้วก็ออกไปจากบ้าน พอซึงลิบคุมทหารมาถึงหน้าประตูเห็นลวนเต็งหยกออกมาก็คำนับกัน ลวนเต็งหยกจึงถามซึงลิบว่า ตัวท่านไปเป็นขุนนางอยู่เมืองเตงจิวคุมทหารมาด้วยธุระสิ่งอันใด ซึงลิบว่าคราวนี้มีรับสั่งมาให้ไปป้องกันรักษาเมืองหุนจิว ด้วยกลัวพวกโจรเขาเนียซัวเปาะจะยกไปรบกวน เราจึงคุมทหารเดินทางมา ได้ยินข่าวว่าท่านอยู่ที่ตำบลจอกเกจึงนี้ก็แวะเข้ามาเยี่ยมเยือน ด้วยท่านกับเราไม่ได้พบปะกันนานแล้ว จะเข้ามาทางหน้าบ้านก็เห็นผู้คนตระเตรียมเครื่องศัสตราวุธไว้มาก จึงได้อ้อมมาเข้าทางหลังบ้าน ลวนเต็งหยกว่าเมื่อสองเวลามานั้นพวกเราสู้รบกับพวกโจรเขาเนียซัวเปาะ จับได้พวกพ้องของซ้องกั๋งไว้หลายคน บัดนี้ยังคอยจับซ้องกั๋งอยู่ถ้าได้ตัวเมื่อไรก็จะส่งไปพร้อมกัน ซึงลิบว่าการที่สู้รบนั้นเราจะช่วยจับพวกโจรตำบลเขาเนียซัวเปาะเสียให้สิ้น ความชอบก็จะได้แก่ตัวท่านเป็นอันมาก เราจะได้รักใคร่กันยืดยาวไป ลวนเต็งหยกได้ฟังก็ยินดี เชิญซึงลิบกับทหารเข้าไปในบ้านจัดที่ให้นั่งตามสมควร จอกเซียวหองกับจอกเหล็ง จอกโฮ้ว จอกปิวผู้บุตรก็ออกต้อนรับเป็นอันดี ลวนเต็งหยกบอกกับจอกเซียวหองว่า ซึงลิบน้องข้าพเจ้านี้ฝีมือเข้มแข็งนัก ชาวบ้านเรียกว่าแปอุดถี มีรับสั่งให้คุมทหารไปป้องกันรักษาเมืองหุนจิว แวะเข้ามาเยี่ยมเยือน จอกเซียว หองได้ฟังจึงว่า ข้าพเจ้าอยู่ในเขตแดนเมืองเตงจิว เหมือนกับท่านเป็นนายได้ว่ากล่าวพวกข้าพเจ้าอยู่เหมือนกัน ซึงลิบว่า ข้าพเจ้าเป็นแต่ขุนนางเล็กน้อย ผิดชอบประการใดท่านจงสั่งสอนเถิด แล้วถามจอกเซียวหองว่า ท่านสู้รบกับพวกโจรเขาเนียซัวเปาะมีชัยชนะหรือประการใด จอกเหล็งว่า พวกข้าพเจ้าสู้รบกับพวกซ้องกั๋งในสองวันก่อนนั้นก็เอาชัยชนะยังไม่ได้ บัดนี้พวกท่านเดินทางมาเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าอยู่ จงพักเสียให้สบายแล้วจึงค่อยไป

ซึงลิบได้ฟังก็ยินดีให้ภรรยากับนางโกวตัวซอ ซึงซิน เกยเตียน เกยโปคำนับ จอกเซียวหองแล้ว ซึงลิบก็แกล้งแต่งความบอกกับจอกเซียวหองว่า งักหัวเป็นขุนนางเมืองหุนจิวมานำพวกข้าพเจ้าไป โจวเอี๋ยนกับโจวยุนสองคนนั้น ผู้รักษาเมืองเตงจิวให้มาด้วยจะได้ช่วยป้องกันรักษาภัยอันตราย จอกเซียวหองกับบุตรสามคนครั้นได้ฟังซึงลิบแจ้งความดังนั้นก็มิได้สงสัยด้วยเห็นภรรยาญาติพี่น้องของซึงลิบมามาก กับลวนเต็งหยกผู้เป็นครูชอบพอรักใคร่กับซึงลิบมาช้านานก็มีความยินดียิ่งนัก เชิญให้ซึงลิบกับพวกเหล่านั้นกินโต๊ะเสพสุราสนทนากันแล้วก็จัดที่ให้ ซึงลิบกับพวกทหารค้างอยู่ที่บ้านได้สองวัน

ฝ่ายซ้องกั๋งครั้นรุ่งขึ้นวันที่สามก็ให้ฮวยหยงคุมไพร่พลห้าร้อยยกตรงมาท้าทาย พวกจอกเกจึงเห็นก็ไปแจ้งกับจอกเซียวหอง ขณะนั้นนั่งสนทนาอยู่พร้อมกัน จอกปิวจึงบอกกับบิดาว่า วันนี้ข้าพเจ้าจะไปสู้รบกับพวกซ้องกั๋งเอง จอกปิวก็แต่งตัวถืออาวุธ ขึ้นม้าคุมไพร่พลตรงไปยังที่รบขับม้าตรงเข้าไป ฮวยหยงก็ชักม้าเข้าสู้รบต้านทานประมาณได้ยี่สิบเพลง ฝีมือเข้มแข็งทั้งสองฝ่ายไม่แพ้ชนะกัน ฮวยหยงคิดจะล่อด้วยอุบายจึงขับม้าจะไล่ตาม พวกไพร่พลของจอกปิวแจ้งว่าฮวยหยงแม่นเกาทัณฑ์ก็ร้องห้ามจอกปิวว่า ท่านอย่าไล่ตามไปเลย ฮวยหยงคนนี้แม่นเกาทัณฑ์นัก ถ้าไล่ตามไปก็คงจะเสียที จอกปิวได้ฟังก็ชักม้ากลับ ฮวยหยงเห็นเวลาจวนเย็นจึงคุมไพร่พลกลับค่าย จอกปิวก็พาบ่าวไพร่กลับบ้าน ซึงลิบจึงถามจอกปิวว่า ท่านยกออกไปสู้รบเวลาวันนี้มีชัยชนะหรือไม่ จอกปิวว่าข้าพเจ้าไปสู้รบกับพวกซ้องกั๋งยังไม่แพ้ชนะกัน ซึงลิบได้ฟังจึงว่า เวลาพรุ่งนี้เราจะคุมไพร่พลออกไปสู้รบจับพวกซ้องกั๋งมาให้ท่านสักสี่ห้าคน จอกเซียวหองกับบุตรทั้งสามและลวนเต็งหยกก็มีความยินดีจัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยงกัน จนเวลาค่ำต่างคนก็ไปที่อยู่

ฝ่ายซ้องกั๋งครั้นรุ่งขึ้นวันที่สี่ ก็ให้ลิมชองคุมไพร่พลมาท้ารบ พวกตำบลจอกเกจึงไปแจ้งกับจอกเซียวหองว่าทหารซ้องกั๋งยกมา จอกเหล็ง จอกโฮ้ว จอกปิวแจ้งความก็ชวนกันแต่งตัวถือทวนขึ้นม้าคุมไพร่พลไปที่สนามรบ จอกเซียวหองกับลวนเต็งหยกก็ออกมายืนดูอยู่หน้าบ้าน ซึงลิบกับพี่น้องเหล่านั้นคุมทหารของตัวออกมาอยู่ด้วยกัน ลิมชองจึงร้องท้าทายด้วยคำหยาบต่างๆ จอกเหล็งได้ฟังก็โกรธ ขับม้าตรงเข้ารบกับลิมชองประมาณห้าสิบเพลงยังไม่แพ้ชนะกัน จอกโฮ้วก็ตรงไปช่วยจอกเหล็ง ฮวยหยงเห็นดังนั้นก็ขึ้นม้าออกจากค่ายเข้าสู้รบกับจอกโฮ้วเป็นสามารถ ฝีมือเข้มแข็งว่องไวทั้งสองฝ่ายยังหาแพ้ชนะกันไม่ พวกในค่ายยืนดูอยู่ จอกปิวเห็นฝีมือฮวยหยงเข้มแข็งนักก็ขับม้าไปจะเข้าช่วยจอกโฮ้ว เอียหยงก็ถือทวนขึ้นม้าตรงมาต้านทานจอกปิวไว้ สามคู่หกนายสู้รบกันประมาณแปดสิบเพลงแล้วต่างคนก็ชักม้าถอยห่างออกไป

ซึงลิบแกล้งทำเป็นพูดว่า สู้รบแต่เท่านี้ก็ยังเอาชัยชนะไม่ได้ ข้าพเจ้าจะไปจับพวกทหารซ้องกั๋งมาให้ท่านดู พูดแล้วก็แต่งตัวขึ้นม้าคุมทหารตรงมายังหน้าค่าย ซ้องกั๋งแจ้งว่าซึงลิบยกมาก็ให้เจียสิวออกรบกับซึงลิบได้สามสิบเพลง เจียสิวแกล้งเอาทวนแทง ซึงลิบหลบทันเจียสิวนั้นทำพลาดท่า ซึงลิบสะอึกเข้าไปจับได้ สะพายเอาตัวเจียสิวตรงไปที่หน้าจอกเซียวหองส่งให้ทหารมัดไว้ พวกพ้องของซ้องกั๋งแจ้งว่า ซึงลิบคิดกลอุบายก็ชวนกันกลับเข้าค่ายสิ้น จอกเซียวหองกับลวนเต็งหยกและจอกเหล็ง จอกโฮ้ว จอกปิว เห็นก็ดีใจมิได้มีความสงสัย ซึงลิบถามว่า เมื่อข้าพเจ้ายังไม่มา ท่านจับพวกทหารซ้องกั๋งได้ไว้กี่คน จอกเซียวหองบอกว่า เดิมทีจับได้ซิเซียน ครั้งที่สองดับได้เอียหลิม ครั้งที่สามจับได้อึงซิน ครั้งที่สี่พวกโฮ้วเกจึงชื่อนางโฮ้วซาเหนียจับได้เฮงเอยโฮ้วมา ครั้งที่ห้าพวกข้าพเจ้ายกไปจับได้ฉินเหม็งกับเต็งฮุย บัดนี้ท่านจับเจียสิวมาได้อีกรวมเป็นเจ็ดคนด้วยกัน เจียสิวนี้เอาไฟเผาบ้านเสียทีหนึ่ง ข้าพเจ้ามีความแค้นเคืองอยู่ ซึ่งท่านจับตัวเจียสิวได้ข้าพเจ้าดีใจนัก ซึงลิบว่าทหารของซ้องกั๋งที่พวกเราจับมาอย่าให้ผู้ใดทำอันตราย ช่วยกันรักษาไว้ด้วยเป็นคนสำคัญโทษทัณฑ์มาก คอยให้ข้าพเจ้าจับซ้องกั๋งได้จะส่งเข้าไปพร้อมกัน จอกเซียวหองได้ฟังก็มีความยินดี จึงพูดว่าข้าพเจ้าขอบใจท่านนักหนามาช่วยครั้งนี้พระคุณเป็นที่ยิ่ง พวกซ้องกั๋งคงจะปราชัยแม้แต่ชีวิตก็ไม่รอดไป เพราะท่านตั้งใจช่วยข้าพเจ้าจริง พูดแล้วก็สั่งไพร่พลให้เอาตัวทหารซ้องกั๋งที่จับมาได้ทั้งเจ็ดคนเข้าขังไว้ในกรงเหล็ก แล้วบรรทุกเกวียนไว้อย่าให้อดอยากเป็นอันตราย ถ้าได้ตัวซ้องกั๋งเมื่อเวลาใดจะได้ส่งไปให้ทันการ จึงเชิญซึงลิบกับพวกพ้องไพร่พลเข้าไปในบ้านจัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยงกันแล้ว จอกเซียวหองกับบุตรสามคนและลวนเต็งหยกก็กลับไปที่อยู่ ซึงลิบเห็นคนเหล่านั้นไปหมดแล้ว ก็เรียกซึงซินกับพี่น้องมาสั่งว่า เวลาพรุ่งนี้ถึงกำหนดวันนัด เจ้าจงพากันไปเที่ยวดูทางเข้าออกไว้ ทีหนีทีไล่จะได้เข้าออกตามสบาย พี่น้องเหล่านั้นก็แยกย้ายกันไปเที่ยวดูทางหน้าบ้านและหลังบ้าน เห็นพวกพ้องต้องขังอยู่ในกรงเหล็ก ก็เดินแอบเคียงเข้าไปใกล้ไม่มีผู้คน งักหัวบอกว่าท่านอย่าวิตกคงจะออกได้เร็วแล้ว เจียสิวกับพี่น้องหกคนแจ้งความก็ยินดี งักหัวกับซึงซินและพี่น้องเหล่านั้นก็เดินออกมาเที่ยว รู้ถี่ถ้วนแล้วกลับไปที่อยู่

ฝ่ายซ้องกั๋งครั้นวันที่ห้าถึงกำหนดนัด ก็ส่งพวกพ้องให้คุมไพร่พลแยกย้ายกันยกตรงไปตำบลจอกเกจึงตามอุบายที่ซึงลิบคิดไว้ ไพร่พลตำบลจอกเกจึงเห็นก็เข้าไปแจ้งกับจอกเซียวหองว่า พวกของซ้องกั๋งยกไพร่พลมาทั้งสี่ทิศ ซึงลิบได้ฟังม้าใช้มาแจ้งดังนั้น ก็พูดว่าซ้องกั๋งยกไพร่พลมาทั้งแปดทิศเราก็ไม่กลัว พวกเราจัดเครื่องมือและเชือกไว้จะได้คอยมัดพวกซ้องกั๋ง ถ้าผู้ใดจับเป็นได้จะมีความชอบมาก จอกเซียวหองกับบุตรสามคนและลวนเต็งหยกได้ฟังซึงลิบว่าก็ดีใจ สั่งให้ไพร่พลแต่งตัวถือศัสตราวุธพร้อม คุมไพร่พลออกไปยืนอยู่หน้าบ้าน ซึงลิบกับพวกพ้องและทหารก็ทำทีเป็นแต่งตัวจัดเครื่องมือคอยดูท่วงทีอยู่

ฝ่ายลิมชองคุมไพร่พลมาหน้า ลี้จุนยกตามหลังมาทางทิศตะวันออก ข้างทิศตะวันตกนั้นฮวยหยงคุมไพร่พลมาหน้าเตียหวย เตียสุนยกติดตามมาข้างหลัง ข้างทิศใต้นั้นมกหองยกมาข้างหน้า เอียหยง ลีขุยคุมไพร่พลตามมาภายหลังถึงตำบลจอกเกจึงพร้อมกัน ลวนเต็งหยกเห็นพวกซ้องกั๋งยกแยกย้ายมาจึงพูดว่า ข้าพเจ้าจะออกไปสู้ไว้ก่อน ก็แต่งตัวถือกระบองขึ้นม้าคุมไพร่พลตรงไปทางทิศเหนือ จอกเหล็ง จอกโฮ้ว จอกปิวบอกกับบิดาว่า ข้าพเจ้าจะยกไปต้านทานไว้ทั้งสามด้าน พูดแล้วก็คุมไพร่พลไปสกัดต้นทางทั้งสามทิศ จอกเซียวหองเห็นลวนเต็งหยกกับบุตรสามคนคุมไพร่พลแยกย้ายกันไปก็มีความยินดี ยืนดูอยู่ที่หน้าบ้าน ซึงลิบกับพวกพ้องจึงแกล้งทำเป็นจัดแจงแต่งตัวคอยท่วงทีจะช่วยพวกที่ต้องขังออกก่อน โจวเอี๋ยนกับโจวยุนยืนกำกับอยู่ที่ประตูไว้กรงเหล็ก เกยเตียน เกยโปนั้นกำกับอยู่ที่หลังบ้าน ซึงซิน งักหัวกำกับประตูหน้าบ้าน นางโกวตัวซอนั้นคอยท่วงทีอยู่ข้างใน ซึงลิบคุมไพร่พลมายืนอยู่บนสะพานที่ข้ามคูชักธงยี่ห้อขึ้น งักหัวเห็นธงก็เป่าหลอดสัญญา โจวเอี๋ยน โจวยุนได้ยินก็เข้าหักพังกรงเหล็กช่วยพี่น้องเจ็ดคนออกได้ ไล่ฆ่าฟันพวกจอกเกจึงเป็นตะลุมบอน นางโกวตัวซอนั้นตรงเข้าฆ่าฟันภรรยา ญาติของจอกเซียวหองที่อยู่ในบ้านเรือนล้มตายลงหลายคน จอกเซียวหองเห็นก็ตกใจ ไพร่พลที่มีฝีมือเข้มแข็งยกไปเสียสิ้นไม่รู้ที่จะคิดประการใดก็วิ่งหนี เจียสิวเห็นก็เอากระบี่ไล่ฟันจอกเซียวหองตาย เกยเตียน เกยโปกับพี่น้องเจ็ดคนที่ออกจากกรงเหล็กได้ก็เข้ารุกไล่ฆ่าฟันพวกจอกเกจึงล้มตายเป็นอันมาก แล้วเอาไฟจุดโรงฟางไหม้ขึ้น พวกตำบลจอกเกจึงที่เหลือตายก็หลบหนีไป

ฝ่ายจอกเหล็ง จอกโฮ้ว จอกปิวคุมไพร่พลแยกย้ายไปยังไม่ทันได้สู้รบเหลียวหลังมาเห็นไฟติดขึ้นที่ริมบ้านก็ตกใจ จอกโฮ้วจึงคุมไพร่พลรีบกลับมาใกล้จะถึงบ้าน เห็นซึงลิบคุมทหารยืนอยู่บนสะพานก็แจ้งว่าถูกอุบายมีความเสียใจยิ่งนัก ซึงลิบเห็นจอกโฮ้วกลับมาก็ร้องตวาดว่าจะหนีไปข้างไหน จอกโฮ้วได้ฟังก็โกรธบุกรุกเข้ามาก็ไม่ได้ พอพวกซ้องกั๋งยกไพร่พลกระชั้นเข้ามาใกล้ จอกโฮ้วขับทหารเข้าสู้รบกับลือฮวง กวยเส็งได้สิบเพลงทานกำลังสองนายไม่ได้เสียที ลือฮวงแทงด้วยทวนถูกจอกโฮ้วตกม้าตาย พวกซึงลิบที่อยู่ข้างในก็ตีหักออกมา

ฝ่ายจอกเหล็งครั้นเห็นไฟก็จะคุมไพร่พลกลับ พอลิมชองยกมาจอกเหล็งก็ขับม้าเข้าสู้รบกับลิมชองหลายสิบเพลง ลิมชองเอากระบองตีถูกจอกเหล็งตกม้าตาย เข้าไล่ฆ่าฟันไพร่พลจอกเกจึงอยู่สับสน

ฝ่ายจอกปิวคุมไพร่พลไปทางหนึ่ง ครั้นเห็นไฟติดขึ้นวิตกจะถอยหลัง พอพวกไพร่พลที่หลบหนีไปนั้นแจ้งความว่าตำบลจอกเกจึงแตกแล้วไพร่พลล้มตายเป็นอันมาก จอกปิวได้ฟังก็แจ้งว่าถูกอุบายซึงลิบครั้นจะกลับก็กลัวเสียที จึงคุมไพร่พลหนีไปตำบลโฮ้วเกจึง พวกซ้องกั๋งกับพวกซึงลิบต่างคนก็บุกรุกฆ่าฟันกระหนาบเข้ามาสมทบกันได้ ไพร่พลเหล่านั้นหนีกระจัดกระจาย ลีขุยก็ไล่ติดตามไป ฝ่ายซ้องกั๋งแจ้งว่าตำบลจอกเกจึงแตกก็ยินดี แต่มีความกลัววิตกพวกพ้องจะฆ่าฟันราษฎรชาวบ้านด้วย ซ้องกั๋งออกจากค่ายไปยังตำบลจอกเกจึง ซึงลิบเห็นซ้องกั๋งมาก็เชิญเข้าไปในบ้าน ซ้องกั๋งสั่งตามบรรดาพวกพ้องไพร่พลว่าอย่าทำให้ราษฎรชาวบ้านได้ความเดือดร้อน แล้วพักอยู่ในตำบลจอกเกจึงก่อน

ฝ่ายจอกปิวหนีตรงไปตำบลโฮ้วเกจึงจะเข้าสำนักอาศัย โฮ้วเส็งกับบ่าวไพร่ก็ล่อจับตัวจอกปิวได้แล้วจะมาส่งซ้องกั๋ง

ฝ่ายลีขุยนั้นไล่ฝ่าฟันพวกจอกเกจึงไปทันที่ตามทาง พอเห็นโฮ้วเส็งกับไพร่พลคุมตัวจอกปิวมา จึงคิดว่าโฮ้วเส็งนี้ก็เป็นพวกจอกเกจึงเหมือนกัน จำจะต้องฆ่าฟันจอกปิวเสียก่อน ความชอบก็คงเป็นของเรา ซึ่งโฮ้วเส็งนั้นเล่าก็ฆ่าเสียด้วยเถิด พอโฮ้วเส็งคุมจอกปิวเดินมาใกล้ ลีขุยถือขวานตรงเข้าไปฟันจอกปิวตาย ไพร่พลของโฮ้วเส็งวิ่งหนีเอาตัวรอดไปสิ้น โฮ้วเส็งเห็นก็ตกใจ ครั้นจะวิ่งหนีกลับไปบ้านตำบลจอกเกจึงนั้นก็แตก ไม่แจ้งว่าจะเกิดเหตุการณ์สิ่งใด จึงขับม้าหนีไปเมืองเอียนอันฮู้ ลีขุยเห็นโฮ้วเส็งหนีไปแล้ว ก็ตรงมายังตำบลโฮ้วเกจึง บ้านโฮ้วไทก๋งบิดาโฮ้วเส็ง เข้าไล่ฆ่าฟันโฮ้วไทก๋งกับภรรยาญาติพี่น้องล้มตายทั้งสิ้น เก็บรวบรวมเงินทองทรัพย์สิ่งของต่างๆ ขึ้นบรรทุกเกวียน เอาไฟเผาตำบลโฮ้วเกจึงเสียแล้วคุมทรัพย์สิ่งของกลับมายังตำบลจอกเกจึง บรรดาพี่น้องทั้งหลายก็ชวนมาแจ้งความกับซ้องกั๋งว่า จับได้ไพร่พลพวกจอกเกจึงห้าร้อยเศษ กับม้าที่มีฝีเท้าดีห้าร้อยม้า อีกทั้งโค กระบือ แพะ แกะ เป็นอันมาก ซ้องกั๋งได้ฟังก็ยินดี แต่มีความเสียดายลวนเต็งหยกนัก ด้วยคิดจะเกลี้ยกล่อมไว้เป็นพวกพ้องก็ไม่มีผู้ใดจับได้ หรือผู้ใดจะฆ่าฟันลวนเต็งหยกตายก็ไม่มีเลย พอลีขุยมาถึงไพร่พลก็เข้าไปแจ้งกับซ้องกั๋งว่า ลีขุยไปฆ่าฟันพวกตำบลโฮ้วเกจึงเสียสิ้นเก็บทรัพย์สิ่งของมาส่ง ซ้องกั๋งได้ฟังจึงคิดว่าโฮ้วเส็งมาสามิภักดิ์กับเราแล้ว เหตุไฉนลีขุยจึงไปฆ่าฟันพวกโฮ้วไทก๋งเสีย พอเห็นลีขุยเดินเข้ามาโลหิตแดงอยู่ทั้งตัว ลีขุยเข้าไปคำนับซ้องกั๋งแล้วว่าข้าพเจ้าฆ่าจอกเหล็งกับจอกปิว โฮ้วเส็งนั้นหนีไปได้ โฮ้วไทก๋งกับภรรยาญาติพี่น้องทั้งหลายก็ฆ่าเสียสิ้น แล้วเก็บทรัพย์สิ่งของมาปรารถนาจะหาความชอบ ซ้องกั๋งร้องตวาดว่า ซึ่งเจ้าฆ่าจอกเหล็งตายนั้นจริง นอกจากนั้นไม่มีผู้ใดเห็น ลีขุยว่าข้าพเจ้าฆ่าจอกเหล็งแล้วก็เลยไปพบโฮ้วเส็ง พี่ชายนางโฮ้วซาเหนียคุมตัวจอกปิวมาส่ง ข้าพเจ้าตรงเข้าไปเอาขวานฟันจอกปิวตาย ไล่ฟันโฮ้วเส็ง ๆ หนีไปได้ จึงไปฆ่าโฮ้วไทก๋งกับภรรยาญาติพี่น้องมิได้เหลือสักคนหนึ่ง ซ้องกั๋งได้ฟังก็โกรธ จึงตอบว่า ผู้ใดใช้ให้ไปฆ่าฟันโฮ้วไทก๋ง เจ้าก็ย่อมรู้อยู่ทั้งสิ้นโฮ้วเส็งมาสามิภักดิ์แล้วยังไปฆ่าฟันเขาตาย ทำดังนี้ไม่ผิดอาญาทัพหรือ ลีขุยตอบว่า ข้าพเจ้ามีความชอบเป็นนักหนายังว่าไม่ดี ท่านจะเอานางโฮ้วซาเหนียน้องสาวโฮ้วเส็งเป็นภรรยา จึงได้เข้ากันไม่คิดถึงเมื่อวันก่อนนั้น นางโฮ้วซาเนียจะฆ่าท่านเสียที่กลางสนาม ลิมชองมาช่วยทันจึงจับนางโฮ้วซาเหนียได้ ซ้องกั๋งก็ขัดแค้นยิ่งนักจึงร้องตวาดว่า เจ้านี้ชาติโคกระบือโง่จริง ๆ เอาการเท็จมาพูด เราหรือจะมีภรรยาไม่ปรารถนาหรอก คอยดูไปเถิดคงจะได้เห็น ซึ่งเจ้าจะเอาความชอบมานั้นจับเป็นมาได้กี่คน ลีขุยว่าจะจับเป็นมาอย่างไรพบปะก็ฆ่าตายเสียทั้งสิ้น ซ้องกั๋งว่าเจ้านี้ทำผิดอาญาทัพ ธรรมเนียมก็ต้องตัดศีรษะเสีย แต่เจ้าฆ่าจอกเหล็ง จอกปิวตายมีความชอบอยู่ พอจะลบล้างโทษได้ เรายกโทษให้คราวหนึ่ง ถ้าทีหลังขืนทำเช่นนี้อีกก็ไม่ฟังกัน ลีขุยหัวเราะแล้วพูดว่าถึงจะไม่ได้ความขอบก็ช่างเถิด ด้วยข้าพเจ้าได้ฆ่าฟันตามสบายมือจริงๆ

ซ้องกั๋งสั่งให้เก็บรวบรวมเงินทองเสบียงอาหารที่บ้านจอกเกจึงจะได้มากน้อยเท่าไร พี่น้องทั้งปวงก็ไปจัดแจงตามคำซ้องกั๋งทุกประการ

ฝ่ายไตจงมาถึงเขาเนียซัวเปาะก็แจ้งความกับพี่น้องทั้งสี่ตามคำโงวหยงซินแสสั่ง โฮ้วเกียน ปวยชวน เซียวเหยียง กิมไตเกียนได้ทราบก็จัดสิ่งของพร้อมแล้วออกจากเขาเนียซัวเปาะเดินทางรอนแรมไป

ครั้นถึงเข้าไปคำนับ โงวหยงซินแสเห็นก็ยินดีจึงเรียกปวยชวน เซียวเหยียง โฮ้วเกียน กิมไตเกียนมากระซิบสั่งเป็นความลับ คนทั้งสี่ก็คำนับลาไปจัดการตามอุบาย โงวหยงคุมไพร่พลที่อยู่รักษาค่ายตรงไปหาซ้องกั๋งที่ตำบลจอกเกจึง ครั้นโงวหยงไปถึงซ้องกั๋งก็ยินดีปรึกษาว่า จะทำลายที่ตำบลจอกเกจึงนี้ให้ราบ เจียสิวพูดขึ้นว่า เดิมมีผู้เฒ่าคนหนึ่งได้บอกทางให้บุญคุณมีอยู่มาก ราษฎรชาวบ้านก็ยังมีอยู่ถมไป ครั้นจะทำลายเสียดังนั้นก็จะไม่เป็นยุติธรรม ซ้องกั๋งได้ฟังก็เห็นชอบ จึงให้เจียสิวไปเรียกผู้เฒ่ามาแล้วเอาทองคำกับแพรต่วนรางวัลบอกว่าถ้าไม่เห็นแก่ท่านก็จะทำลายบ้านเรือนเสียให้สิ้น ครั้งนี้เรายกมาปราบปรามคนโกงในตำบลจอกเกจึง ทำให้ราษฎรชาวบ้านป่วยการหากิน เราจะมอบอาหารให้ท่านไปแจกจ่ายราษฎรคนละหาบ จะได้ลบล้างที่ป่วยการ พูดแล้วก็เอาอาหารมอบให้ผู้เฒ่า ๆ คำนับรับทองรางวัลกับแพรและอาหารแล้วก็แจกจ่ายพวกราษฎรชาวบ้านตามคำซ้องกั๋งสั่งทุกประการ ซ้องกั๋งกับโงวหยงซินแสตรวจตราเงินทองที่รวบรวมไว้ได้ห้าสิบหมื่น หาบกับเสบียงอาหารและโคกระบือต่างๆ เป็นอันมาก จึงเอาเงินทองออกแจกไพร่พลเสร็จแล้ว ซ้องกั๋งก็สั่งให้จัดเกวียนบรรทุกของและเสบียงอาหาร จัดพวกพ้องแบ่งเป็นสามกองให้คุมทรัพย์สิ่งของออกจากตำบลบ้านจอกเกจึงในเวลากลางคืน ซึงลิบกับพี่น้องไพร่พลก็ยกตามไป

ฝ่ายราษฎรชาวบ้านครั้นเห็นซ้องกั๋งยกกองทัพกลับก็แต่งเครื่องบูชามาตั้งคำนับทุกบ้านทุกเรือน ซ้องกั๋งเห็นก็มีความยินดียกไพร่พลออกจากเขตแดนตำบลจอกเกจึงมาแล้ว ให้พวกพี่น้องยกตรงไปเขาเนียซัวเปาะก่อน ซ้องกั๋งซุ่มคอยอยู่ริมทางตามอุบายของโงวหยงซินแสคิดไว้

ฝ่ายปวยชวน เซียวเหยียง โฮ้วเกียน กิมไตเกียน แบ่งไพร่พลเป็นสามพวก ๆ หนึ่งแปลงเป็นขุนนางและผู้คุมเมืองเตงจิวไปยังตำบลลิเกจึง อีกพวกหนึ่งก็ยกตามไปภายหลัง ฝ่ายลิเองเจ้าของบ้านลิเกจึงแจ้งว่าซ้องกั๋งตีตำบลจอกเกจึงก็ดีใจ กับมีความวิตกเท่ากัน เวลาวันนั้นลิเองนั่งอยู่ในบ้าน คนใช้เข้าไปแจ้งว่า ขุนนางเมืองเตงจิวคุมทหารประมาณห้าสิบเศษมาใกล้จะถึงอยู่แล้ว พอพวกที่ปลอมไปถึง ลิเองก็เปิดประตูออกมาคำนับเชิญเข้าไปในบ้านจัดที่ให้นั่งตามธรรมเนียมผู้ใหญ่ผู้น้อย ลิเองไม่แจ้งว่าอุบายก็มีความเกรงกลัว ผู้ที่เป็นขุนนางใหญ่ถามลิเองว่า เรื่องความที่ฆ่าฟันกันที่ตำบลบ้านจอกเกจึงเหตุผลต้นปลายเป็นอย่างไร ลิเองตอบว่า ข้าพเจ้านี้ไม่ทราบ ตั้งแต่จอกปิวยิงเกาทัณฑ์ถูกข้าพเจ้าแล้วไม่ได้ไปมาเลย ขุนนางผู้ใหญ่ว่าอย่าพูดเท็จเรารู้อยู่ดอก พวกจอกเกจึงกล่าวฟ้องว่าเป็นไส้ศึกของโจรตำบลเขาเนียซัวเปาะได้รับเงินทองของพวกโจรด้วย นัดหมายกันยกไปตีบ้านจอกเกจึงจนแตกไม่ใช่หรือ ลิเองว่าข้าพเจ้ารู้จักความผิดชอบ ซึ่งจะเป็นไส้ศึกและรับสิ่งของ ๆ โจรนั้นหาไม่ ขุนนางผู้นั้นจึงว่าอย่าโต้เถียงกันเลย เอาตัวลิเองไปสอบสวนปากคำที่เมืองก็จะได้ความจริง พวกที่ปลอมเป็นผู้คุมและทหารก็จับลิเองมัดตัวมา ขุนนางที่เป็นใหญ่ก็ขึ้นม้ามายังประตูร้องถามโตวเฮงคนไหน โตวเฮงบอกว่าข้าพเจ้าอยู่นี่ ขุนนางผู้นั้นว่าพวกจอกเกจึงฟ้องถึงโตวเฮง จงเอาไปสอบสวนกับพวกเหล่านั้นเถิด ก็จับตัวโตวเฮงมาด้วยอีกคนหนึ่งออกจากลิเกจึงเดินไป

ฝ่ายพวกที่ปลอมเป็นทหารยกตามมาภายหลัง ถึงบ้านลิเองก็ซ่อนอยู่ในป่า ครั้นเห็นพวกที่มาก่อนจับตัวลิเองกับโตวหยงออกจากบ้านไปแล้ว ชวนกันมายังบ้านลิเอง เข้าจับบุตร ภรรยา ญาติ ครอบครัวชองลิเอง ขนเอาทรัพย์สิ่งของเงินทองเข้าบรรทุกเกวียนแล้วก็ออกจากบ้านลิเองไปยังตำบลเขาเนียซัวเปาะ

ฝ่ายพวกที่ปลอมเป็นขุนนางคุมตัวลิเองกับโตเฮงเดินมาตามทาง เห็นพวกซ้องกั๋งซุ่มอยู่ในป่าก็ทำเป็นตกใจหยุดอยู่ ซ้องกั๋งกับพี่น้องเหล่านั้นกรูกันออกไปร้องว่า พวกโจรเขาเนียซัวเปาะอยู่ที่นี่แล้วทำทีจะเข้าแย่งชิง พวกที่ปลอมเป็นขุนนางทำตกใจกลัวทิ้งลิเองกับโตวเฮงเสียพากันหนีไปทั้งสิ้น ซ้องกั๋งก็แกล้งร้องว่าจับพวกขุนนางเมืองเตงจิวมาฆ่าเสียให้ได้ ไพร่พลเหล่านั้นไล่ตามไปครู่หนึ่งก็กลับมาแจ้งกับซ้องกั๋งว่าไล่ตามไม่ทันหนีพ้นไปไกลแล้ว ซ้องกั๋งสั่งให้แก้มัดลิเอง โตวเฮงออกแล้วบอกว่าเชิญท่านไปเขาเนียซัวเปาะด้วยกันเถิด ลิเองไม่แจ้งอุบายสำคัญว่าจริง จึงพูดว่าท่านจะให้ข้าพเจ้าไปเป็นโจรอยู่ด้วยนั้นไม่ได้ ข้อซึ่งท่านคุมไพร่พลมาแย่งชิงแล้วไล่ฆ่าฟันพวกขุนนางเมืองเตงจิวนั้นข้าพเจ้าไม่รู้ ซ้องกั๋งได้ฟังก็หัวเราะแล้วพูดว่า ขุนนางผู้ชำระที่ไหนเขาจะตามใจ ท่านพูดเช่นนั้นไม่ถูก ถ้าเขาเอาตัวไปได้ท่านจะลำบาก จงไปอยู่เขาเนียซัวเปาะด้วยกันก่อน ถึงท่านจะไม่ยอมเป็นพวกพ้องก็ตามใจ คอยให้ข่าวคราวสงบเงียบแล้วจึงกลับมา ลิเองได้ฟังก็ไม่พูดประการใด ซ้องกั๋งสั่งไพร่พลยกเดินทางตรงไปตำบลเขาเนียซัวเปาะ ระวังรักษาคุมตัวลิเองเดินรอนแรมมาตามระยะทาง บรรดาพวกพ้องที่คุมทรัพย์สิ่งของและเสบียงอาหารกับพี่น้องของซึงลิบนั้นก็มาถึงตำบลเขาเนียซัวเปาะพร้อมกันกับพวกซ้องกั๋ง เตียวไก่ก็มีความยินดีออกต้อนรับซ้องกั๋งกับพวกพ้องเก่าใหม่เข้าไปข้างใน พูดจาไต่ถามถึงตำบลจอกเกจึง ซ้องกั๋งก็เล่าความให้ฟังทุกประการ บรรดาพี่น้องเก่าใหม่คำนับกันตามธรรมเนียมแล้ว ลิเองจึงพูดกับซ้องกั๋งว่า ขอบใจท่านนักหนาพามาพบปะรู้จักกับพี่น้องทั้งปวง แต่ข้าพเจ้ามีความวิตกถึงบุตรภรรยาครอบครัว จะลาท่านทั้งหลายไปเยี่ยมเยือนเสียก่อนต่อภายหลังค่อยมาพบปะสนทนากัน

โงวหยงซินแสได้ฟังก็หัวเราะแล้วว่า ซึ่งบุตรภรรยาครอบครัวของท่านพากันมาเขาเนียซัวเปาะทั้งสิ้น บ้านเรือนนั้นไฟก็ไหม้เสียหมดแล้วท่านจะไปทำไม พอพวกที่ปลอมเป็นทหารก็พาบุตรภรรยาครอบครัวของลิเองมาถึง ลิเองเห็นก็ตกใจ ตรงไปถามว่าเหตุประการใดจึงได้พากันมาดังนี้ ภรรยาลิเองก็เล่าความตั้งแต่ขุนนางเมืองเตงจิวเอาตัวท่านกับโตวเฮงมาแล้ว ยังมีทหารอีกพวกหนึ่งประมาณสามร้อยกรูเข้าไปในบ้าน จับตัวข้าพเจ้ากับญาติพี่น้องขนเอาเงินทองทรัพย์สิ่งของต่างๆ บรรทุกเกวียนจนสิ้นแล้วเอาไฟเผาบ้านเสีย พาตรงมาตำบลนี้ไม่แจ้งว่ามีเหตุการณ์สิ่งใด

ลิเองได้ฟังก็เสียใจยิ่งนัก เตียวไก่กับซ้องกั๋งก็มาอ้อนวอนว่า พวกข้าพเจ้าได้ยินชื่อเสียงท่านปรากฏมาช้านานว่าเป็นคนสัตย์ซื่อฝีมือเข้มแข็ง อยากจะใคร่ได้มาเป็นพวกพ้อง จึงได้คิดอุบายไปแย่งชิงท่านพาบุตรภรรยามา ขอท่านอย่าถือโกรธเลย จงอยู่เสียด้วยกันเถิด

ลิเองได้ฟังก็ไม่รู้ที่จะพูดประการใด ต้องจำใจอยู่ด้วย ซ้องกั๋งเชิญลิเองกับภรรยาและครอบครัวเข้าไปข้างในจัดที่ให้ตามสมควร ลิเองจึงพูดกับภรรยาว่า จะทำอย่างไรได้อยู่ไปด้วยกันเถิด ก็ให้ภรรยาครอบครัวเข้าอาศัยในห้อง ขนทรัพย์สิ่งของมาไว้พร้อมกัน ซ้องกั๋งก็เชิญลิเองมานั่งพูดจาเล่นยังที่ชุมนุม บอกว่าข้าพเจ้าจะเรียกขุนนางเมืองเตงจิวที่ไปจับตัวท่านมาให้ดู ก็เรียกคนทั้งสี่กับพวกพ้องที่ไปด้วยออกมาแล้ว ชี้บอกว่าคนนั้นปลอมเป็นขุนนางผู้ใหญ่ ลิเองแจ้งความดังนั้นก็ตกตะลึงอยู่ ปวยชวน เซียวเหยียง กิมไตเกียน โฮ้วเกียนก็ชวนกันคำนับลิเอง แล้วพูดว่าซึ่งอุบายนี้โงวหยงซินแสคิด ท่านอย่าถือโทษโกรธพวกข้าพเจ้าเลย ลิเองได้ฟังก็นิ่งอยู่ ซ้องกั๋งหัวเราะแล้วสั่งให้จัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยงพวกที่มาใหม่ คือ ลิเอง ซึงลิบ ซึงซิน เกยเตียน เกยโป โจวยุน โตวเฮง งักหัว ซิเซียน นางโฮ้วซาเหนีย และนางโกวตัวซอนั่งกินโต๊ะอยู่กับภรรยาซึงลิบและครอบครัวของลิเองด้วยกัน บรรดาพี่น้องที่มาก่อนนั้นกินโต๊ะเสพสุราอยู่พวกหนึ่ง ซ้องกั๋งเอาเงินทองรางวัลให้ไพร่พลทั้งหลายถ้วนตัวกันตามสมควร ต่างคนก็ไปที่อยู่ ครั้นรุ่งเช้าพี่น้องเก่าใหม่ก็มาพร้อมกันยังที่ชุมนุม ซ้องกั๋งจึงเรียกเฮงเอยโฮ้วมาบอกว่า เมื่อขณะอยู่ที่เขาเช็งฮองซัวเราได้รับไว้ว่าจะหาภรรยาให้ บัดนี้บิดาเราได้บุตรสาวมาคนหนึ่ง จะขอให้เป็นภรรยาเจ้าจะยอมหรือไม่ เฮงเอยโฮ้วว่าตามแต่ท่าน ซ้องกั๋งก็เชิญซ้องไทก๋ง บิดาพานางโฮ้วซาเหนียมายังที่ชุมนุม พูดว่าเจ้ารักษาบิดาเราเหมือนกับบิดาของเจ้าเราก็นับถือว่าเป็นน้อง เดิมรับธุระพวกพ้องไว้ว่าจะหาภรรยาให้ก็ไม่เห็นมีผู้ใด บัดนี้เราจะยกให้เป็นภรรยาเฮงเอยโฮ้วแล้ว นางโฮ้วซาเหนียได้ฟังก็ไม่รู้ที่จะคิดประการใด จึงว่าตามแต่พี่จะเห็นดีเถิด เตียวไก่กับพี่น้องเหล่านั้นเห็นโฮ้วซาเหนียยอมก็มีความยินดี ชวนกันสรรเสริญว่าซ้องกั๋งสัตย์ซื่อควรเป็นผู้ใหญ่ได้ ซ้องกั๋งก็จัดการให้เฮงเอยโฮ้วกับนางโฮ้วซาเหนียอยู่กินเป็นสามีภรรยากัน แล้วจัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยงพี่น้องทั้งหลายก็นั่งกินโต๊ะอยู่พร้อมกัน

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ