๑๐๓

ฝ่ายนางต้วนชาเหนียกลับมาถึงบ้านจึงแจ้งความแก่ต้วนเหลาโฮ้วผู้บิดาว่าหลีติดเป็นคนอนาถาหาที่พึ่งมิได้ แต่เป็นคนมีปัญญาและฝีมือเข้มแข็ง ข้าพเจ้าคิดจะให้บิดารับมาเลี้ยงไว้ที่บ้าน ถ้าบิดารับเอาหลีติดมาไว้เป็นกำลังแล้ว คนทั้งปวงก็จะเกรงอำนาจบิดาเป็นอันมาก ต้วนเหลาโฮ้วได้ฟังนางต้วนชาเหนียพูดก็เข้าใจว่าบุตรนั้นมีความรักใคร่หลีติด ด้วยเป็นวาสนาคนทั้งสองเคยเป็นคู่กันเผอิญให้ต้วนเหลาโฮ้วมิได้มีความรังเกียจ จึงพูดว่าธรรมดาจะเกลี้ยกล่อมทหารมาไว้นั้นต้องผูกพันเป็นไมตรีให้แน่นหนา จึงจะอยู่กับเรายืดยาวไปได้ เราคิดจะยกเจ้าให้เป็นภรรยาหลีติด เจ้าจะสมัครหรือไม่ นางต้วนชาเหนียได้ฟังบิดาว่ามีความยินดี จึงแสร้งพูดเป็นทีว่า ทุกวันนี้ข้าพเจ้าอยู่ในถ้อยคำบิดา มิได้ประพฤติซึ่งการชั่วให้บิดาได้ความอัปยศ ถ้าบิดาเห็นควรแล้วข้าพเจ้าไม่ขัดขืน ต้วนเหลาโฮ้วจึงสั่งต้วนยี่โฮ้วให้ไปบอกหลีติดว่า เรามีใจรักใคร่ในหลีติดเหมือนกับบุตร ด้วยหลีติดมีสติปัญญาฝีมือควรจะเป็นทหารเอกได้ซึ่งจะเที่ยวซัดเซไปมาให้คนทั้งปวงดูหมิ่นนั้นไม่ควร เราคิดจะแต่งงานให้อยู่กินด้วยนางต้วนชาเหนียบุตรของเราในวันพรุ่งนี้ ต้วนยี่โฮ้วคำนับลามาบอกหลีติดตามบิดาสั่งทุกประการ

หลีติดได้แจ้งมีความยินดีจึงสั่งไปว่าบิดาเจ้ามีความเมตตาในข้าพเจ้าเหมือนบุตรนั้นข้าพเจ้าก็จะนับถือเหมือนบิดา ขออยู่ฉลองคุณไปกว่าจะหาชีวิตไม่ ต้วนยี่โฮ้วก็กลับไปแจ้งความแก่บิดาทุกประการ

ครั้นต้วนยี่โฮ้วกลับไปแล้วหลีติดจึงแจ้งความให้ฮวมฉวนฟัง ฮวมฉวนว่าต้วนยี่โฮ้วมาล่อลวงพี่ไปแก้แค้นแทนน้องดอกกระมัง ข้าพเจ้ามีความสงสัยกลัวจะเป็นอันตราย หลีติดตอบว่าเจ้าทักท้วงเตือนสติเรานั้นก็ขอบใจ แต่เราตรึกตรองเห็นว่า นางต้วนชาเหนียมีจิตรักใคร่แก่เราเป็นอันมาก จึงได้ให้แหวนไว้ถึงสี่วง เห็นจะไม่คิดล่อลวงเป็นกลอุบายหรอก ถึงกระนั้นจะไว้ใจเป็นแน่ก็ไม่ได้เราคอยฟังดูเวลาพรุ่งนี้ ถ้าแม้นมาโดยปกติเราจะปฏิบัติไปตามการ มาตรว่ามาโดยร้ายเราจึงคิดอ่านผ่อนผันไปโดยควร พูดแล้วพากันไปห้องที่อยู่

ฝ่ายต้วนเหงาโฮ้วได้แจ้งว่าบิดาจะยกนางต้วนชาเหนียพี่สาวให้เป็นภรรยาหลีติด เวลาพรุ่งนี้จะพากันไปรับหลีติดมาอยู่กินด้วยกัน ต้วนเหงาโฮ้วมีความพยาบาทจะแก้แค้นหลีติดให้จงได้ จึงไปเที่ยวชวนพวกพ้องเพื่อนฝูงประมาณสามสิบคน ถืออาวุธครบมือพากันซุ่มอยู่ในหนทาง ถ้าหลีติดจะเข้าไปในบ้านเมืองเมื่อใดจึงจะฆ่าเสีย ครั้นเวลารุ่งสว่างต้วนเหงาโฮ้วสั่งนางต้วนชาเหนียให้พาบ่าวไพร่ไปรับหลีติดมาบ้าน นางต้วนชาเหนียจึงคิดว่าต้วนเหงาโฮ้วน้องชายเรากับหลีติดเป็นคนอริแก่กัน บัดนี้ต้วนเหงาโฮ้วก็มิได้อยู่ที่บ้านชะรอยจะคุมพรรคพวกไปคอยทำร้ายหลีติดเป็นแน่ เราจะต้องเตรียมคนและเครื่องศัสตราวุธไปให้มากจะได้ช่วยป้องกันมิให้ต้วนเหงาโฮ้วทำอันตรายแก่หลีติดได้ จึงจัดบ่าวไพร่ให้ถือเครื่องศัสตราวุธประมาณหกสิบคน พากันมาถึงโรงฮวมฉวน จึงบอกหลีติดว่าบิดาให้เรามาเชิญท่านไปบ้าน หลีติดเห็นนางต้วนชาเหนียคุมพรรคพวกถืออาวุธมามากก็ตกใจ จึงพูดว่าลักษณะจะทำการมงคลแก่กันนั้นพวกที่จะไปรับเจ้าสาวหรือเจ้าบ่าวก็แต่งตัวไปรับโดยสุภาพ พวกที่มารับเราครั้งนี้ล้วนแต่งตัวถืออาวุธเป็นกระบวนจะออกศึก เรานึกกลัวจะทำอันตรายเรา ๆ ไม่ไปแล้ว นางต้วนชาเหนียตอบว่าเราเตรียมการมารับนี้ใช่จะคิดล่อลวงไปทำอันตรายท่านนั้นหามิได้ เราคิดจะป้องกันต้วนเหงาโฮ้วน้องของเราไม่ให้ทำอันตรายแก่ท่านอย่าได้วิตกสงสัยเลย จงรีบไปโดยเร็วเถิด หลีติดเห็นนางต้วนชาเหนียพูดบอกความโดยจริงสิ้นสงสัย จึงเตรียมตัวถือกระบี่และกระบองเสร็จแล้ว ชวนฮวมฉวนไปกับพวกนางต้วนชาเหนียเดินมาตามทาง

ฝ่ายต้วนเหงาโฮ้วกับพวกซุ่มอยู่ข้างทาง เนินนางต้วนชาเหนียพาหลีติดมาจึงชวนพรรคพวกออกสกัดทางไว้ นางต้วนชาเหนียเห็นน้องชายถือง้าวสกัดหน้าอยู่จึงพูดว่าบิดาให้เรามารับหลีติดไปทำการมงคล เจ้าจะมาขัดขวางไว้ก็เหมือนกับดูถูกบิดา ถ้าเจ้ามีความกตัญญูต่อบิดาแล้วจงหลีกทางให้ไปโดยสะดวกเถิด ต้วนเหงาโฮ้วตอบว่าหลีติดกระทำกับข้าพเจ้าถึงสาหัส บิดาและพี่ก็ไม่มีความเมตตาและเจ็บร้อน กลับเห็นว่าหลีติดเป็นคนดีจะเอามาเป็นเนื้อเชื้อไขข้าพเจ้าจะดูหน้าหลีติดกระไรได้ ถ้าข้าพเจ้าสิ้นชีวิตแล้วเมื่อไรจึงจะยอมให้หลีติดเป็นพี่เขย นางต้วนชาเหนียตอบว่าอายุและฝีมือปัญญาเจ้ายังอ่อนกว่าหลีติดนักจะสู้ได้หรือ ต้วนเหงาโฮ้วตอบว่าถ้าพี่ไม่ช่วยแล้วข้าพเจ้าจะต่อสู้ด้วยหลีติดเอาชีวิตเสียให้จงได้ นางต้วนชาเหนียได้ฟังน้องชายพูดดังนั้นมีความโกรธนัก จึงบอกหลีติดว่าท่านจงปราบปรามเสียให้เข็ดหลาบขอแต่ชีวิตอย่าให้เป็นอันตราย หลีติดก็ทำถือกระบองเข้าต่อสู้กับต้วนเหงาโฮ้วประมาณสามเพลง ต้วนเหงาโฮ้วเสียที หลีติดตีถูกขาต้วนเหงาโฮ้วล้มลง หลีติดเงื้อกระบองจะซํ้า นางต้วนชาเหนียเข้ายุดไว้ ต้วนเหงาโฮ้วกับพรรคพวกพากันหนีไปสิ้น นางต้วนชาเหนียก็พาหลีติดไปยังบ้าน หลีติดเข้าไปคำนับต้วนเหลาโฮ้วผู้บิดาและต้วนยี่โฮ้วผู้พี่ ต้วนเหลาโฮ้ว ต้วนยี่โฮ้วก็พูดจาปราศรัยตามธรรมเนียม ต้วนเหลาโฮ้วเห็นรูปร่างตำหนิหลีติดคล้ายกับรูปอองเข่งที่เจ้าเมืองลีจิวแจกมาจึงถามว่า ทำไมรูปกายหนวดเคราเจ้าจึงเหมือนกับอองเข่ง หลีติดว่าครั้งนี้ข้าพเจ้าเป็นคนกำพร้าหาที่พึ่งมิได้ มาพบท่านก็หวังใจเหมือนบิดาความลับประการใดข้าพเจ้าจะบอกให้ทราบ จึงแจ้งความที่กอกิวกราบทูลยุยงให้พระเจ้าซ้องฮุยจงฮ่องเต้ลงโทษเนรเทศมาอยู่เมืองลีจิว และฆ่าเตียซีไคผู้คุมหนีมาเปลี่ยนชื่อและแซ่ให้ทราบทุกประการ ต้วนเหลาโฮ้วได้ฟังก็นิ่งอยู่ ครั้นรุ่งขึ้นเป็นวันฤกษ์ดีต้วนเหลาโฮ้วก็แต่งการให้หลีติดกับนางต้วนชาเหนียอยู่กินเป็นสามีภรรยากันตามประเพณี หลีติดอยู่ด้วยนางต้วนชาเหนียประมาณสิบห้าวัน นางต้วนชาเหนียให้หลีติดเอาเนื้อกระบือต้มไปขายที่โรงเตี๊ยมในท้องตลาด พวกกองตระเวนมาซื้อสุราเสพในโรงเตี๊ยม จึงซื้อเนื้อหลีติดเก้าชั่ง หลีติดก็ชั่งให้พวกกองตระเวนกินสุราเมาแล้วหลีติดจึงทวงเงินค่าเนื้อ พวกกองตระเวนว่าเงินไม่มีจะให้จึงเอามือตบปากหลีติดเป็นทีสัพยอก หลีติดมีความโกรธจึงชกเอาพวกกองตระเวนหลายคนก็ช่วยกันชกต่อยหลีติดเป็นอลหม่าน เจ้าของโรงเตี๊ยมจึงไปบอกนางต้วนชาเหนีย ๆ รีบมาห้ามมิให้วิวาทกัน พวกกองตระเวนกับหลีติดก็หยุดนางต้วนชาเหนียให้เจ้าของโรงเตี๊ยมจัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยง ขณะเมื่อกินโต๊ะนั้นพวกกองตระเวนถามว่า ชายผู้นื้เป็นพวกพ้องท่านหรือ นางต้วนชาเหนียบอกว่าชายผู้นี้เป็นสามีเราจงสมัครสมานเป็นไมตรีกันเสียจะได้พึ่งพาอาศัยกันไปภายหน้า พวกกองตระเวนว่าเราไม่แจ้งว่าเป็นสามีท่านจึงได้เกิดวิวาท ประการหนึ่งสามีท่านคนนี้รูปร่างเหมือนอองเข่งคนโทษเมืองลีจิว นางต้วนชาเหนียจึงว่า สามีเราชื่อหลีติดไม่ได้ชื่ออองเข่ง แล้วแสร้งถามว่าท่านมีกิจธุระเกี่ยวข้องกับอองเข่งประการใด พวกกองตระเวนบอกว่าเจ้าเมืองลีจิวตั้งให้พังหงวนเป็นที่ชุนเหนียมพนักงานกองตระเวนในตำบลไซเยี่ยงติ้นเป็นที่แดนต่อแดนกับเมืองฮ่วยอันจิว พังหงวนสั่งพวกเราไว้ว่าพบปะอองเข่งแล้วให้จับตัวไปด้วย อองเข่งตีคนแขนซ้ายหักซํ้าฆ่าพี่เขยเสียด้วย พูดกันแล้วจึงเอาเงินค่าเนื้อส่งให้ นางต้วนชาเหนียรับเงินชวนอองเข่งกลับมาบ้านแจ้งความให้บิดาฟังทุกประการ ต้วนเหลาโฮ้วว่าเจ้าจะอยู่ที่นี่เห็นจะไม่ได้ จงพากันไปอยู่ตำบลตันลิวชึง ถ้าความสงบเรียบร้อยแล้วจึงพากันกลับมาอยู่บ้านเถิด อองเข่งนางต้วนชาเหนียคำนับลาบิดาและพี่ชายแล้วมาเตรียมเงินทองพร้อม เวลาค่ำพากันออกจากบ้านรีบไป อองเข่งจึงปรึกษานางต้วนชาเหนียว่าพังหงวนคนนี้ยุยงให้เตียซีไคเฆี่ยนเราถึงเก้าร้อยเก้าสิบที เราจึงฆ่าเตียซีไคเสีย แต่พังหงวนยังหาได้แก้แค้นไม่ เราคิดจะแวะเข้าไปที่ตำบลไซเยี่ยงติ้นถ้าได้ทีเราจะฆ่าพังหงวนเสีย นางต้วนชาเหนียตอบว่าท่านจะเข้าไปก็ตามใจเถิดจึงพากันเดินมาถึงตำบลไซเยี่ยงติ้น อองเข่งเห็นพังหงวนขึ้นม้ามีคนส่องโคมมาข้างหน้าก็จำได้จึงแอบซุ่มอยู่ริมทาง พอพังหงวนขับม้ามาถึง อองเข่งร้องไปว่าพังหงวนหยุดก่อน พังหงวนตกใจไม่แจ้งว่าผู้ใดจึงหยุดม้าเอามือบังเพลิงมองดู อองเข่งเอากระบี่ฟันพังหงวนคอขาดตกม้าตาย พวกกองตระเวนที่มาด้วยเห็นอองเข่งฆ่าพังหงวนตายก็ตกใจพากันวิ่งหนีไปแจ้งความแก่ผู้ว่าราชการเมืองฮ่วยอันจิว ผู้รักษาเมืองสั่งกรมการให้คุมทหารร้อยเศษรีบตามอองเข่งไปในเวลากลางคืน

ฝ่ายอองเข่งกับนางต้วนชาเหนียพากันหนีมาถึงตำบลตันลิวซึง พอรุ่งสว่างจึงหยุดอาศัยอยู่ที่ศาลเจ้าประมาณครู่หนึ่ง พอพวกกรมการคุมทหารตามมาถึงให้ทหารล้อมศาลเจ้าไว้โดยรอบ อองเข่งกับนางต้วนชาเหนียเห็นการจวนตัวจึงจับอาวุธเข้าต่อสู้ฆ่าฟันกรมการและไพร่พลตายประมาณห้าสิบคน ที่เหลืออยู่นั้นพากันหนีกลับมาแจ้งความแก่ผู้ว่าราชการเมืองฮ่วยอันจิว อองเข่งจึงปรึกษานางต้วนชาเหนียว่า เราฆ่าฟันทหารตายลงคราวนี้หลายสิบคนเจ้าเมืองฮ่วยอันจิวคงจะมีหนังสือบอกเข้าไปยังเมืองฮ่วยไซ และเมืองหลวงว่าเราเป็น “กบฏ” เจ้าแผ่นดินซ้องก็จะสั่งให้หัวเมืองยกกองทัพมาจับตัว เราจะคิดอ่านหนีไปพึ่งผู้ใดดี นางต้วนชาเหนียจึงตรึกตรองและพอระลึกขึ้นได้จึงบอกอองเข่งว่าเราพากันไปอาศัยอยู่ด้วยเลียวลิบพวกโจร ณ เขาอังท่อซัวเห็นจะพ้นภัย อองเข่งถามว่าเลียวลิบนั้นเป็นคนชอบอัชฌาสัยคุ้นเคยกันหรือ นางต้วนชาเหนียบอกว่า เลียวลิบเป็นคนชอบกับบิดาเคยไปมาหากันเนืองๆ แต่เดิมนั้นมาได้ขอข้าพเจ้าบิดาก็จะยอมยกให้ แต่เราไม่ชอบใจด้วยเป็นพวกโจรจึงไม่มีวาสนาร่วมคู่กัน เลียวลิบก็ไม่ถือโกรธกลับคบหาสมาคมกันสนิทมาซ้อมหัดเพลงอาวุธด้วยมิได้ขาด แต่ฝีมือเลียวลิบเข้มแข็งมากถึงกระนั้นก็ยังสู้ท่านไม่ได้ เรารีบไปเสียในเวลานี้เถิด อองเข่งก็เห็นชอบจึงพากันมายังเขาอังท่อซัว บอกแก่ไพร่พลที่รักษาหน้าค่าย

พวกโจรก็เข้าไปแจ้งความแก่เลียวลิบให้ทราบ เลียวลิบจึงให้ออกมารับอองเข่ง นางต้วนชาเหนียเข้าไปในค่าย เชิญให้นั่งที่สมควร เลียวลิบเห็นนางต้วนชาเหนียก็ยินดีแต่ความรักและความแค้นยังมีอยู่ในใจจึงคิดว่าอองเข่งมีวิชาเล่ห์กลสิ่งใด นางต้วนชาเหนียจึงปลงใจรักสมัครเป็นภรรยา เราได้ขอต่อบิดาก็ยินยอมยกให้แต่น้ำใจนางไม่สมัคร บัดนี้พากันมาหาก็เหมือนกับอองเข่งนำนางมาให้เรา จำจะคิดอุบายฆ่าอองเข่งเสียแล้วจะเอานางต้วนชาเหนียไว้เป็นภรรยา จึงแสร้งพูดว่าผู้ใดจะมาเข้าอยู่ด้วยเราก็ต้องต่อสู้กันให้เห็นฝีมือก่อน ถ้าฝีมือเข้มแข็งกว่าเราจะยกขึ้นเป็นใหญ่ ถ้าฝีมือต่ำกว่าเราจึงจัดแจงตั้งแต่งตามสมควรแก่ฝีมือของตัว เลียวลิบกล่าวอย่างนี้เพราะสำคัญว่าอองเข่งจะสู้ไม่ได้ อองเข่งก็เข้าใจในอุบายจึงตอบว่า เกิดมาเป็นชายชาติทหารก็ฝึกหัดวิชาการเพลงอาวุธไว้บ้าง ซึ่งท่านจะใคร่ต่อสู้ให้รู้จักฝีมือนั้นถูกต้องตามธรรมเนียมแล้ว แต่เราจะขอสัญญาไว้ถ้าพลาดพลั้งเสียทีแล้วอย่าขึ้งโกรธแก่กัน เลียวลิบว่าการซึ่งจะทดลองฝีมือนั้นจะถือโทษได้หรือ

พูดแล้วจับเอาโล่และกระบองลุกขึ้นรำเป็นท่า อองเข่งก็รำกระบองเข้ารบได้สิบเพลง เลียวลิบเห็นอองเข่งมีกำลังและฝีมือเข้มแข็งจะต่อสู้เอาชัยชนะมิได้ จึงเอาทวนไกที่สอดซ่อนไว้ในโล่ห์นั้นพุ่งมาทั้งห้าเล่ม อองเข่งก็ควงกระบองกันไว้มิได้ถูกต้อง เลียวลิบจึงเอากระบองเหล็กของวิเศษขว้างอองเข่งหลบทันหาถูกไม่ ครั้นเลียวลิบใช้อาวุธสิ้นฝีมือแล้ว อองเข่งจึงเอากระบองตี เลียวลิบเบี่ยงตัวหนีมิให้ถูกศีรษะ กระบองพลาดไปถูกบ่าเลียวลิบล้มลง ซึงซินนายโจรที่สอง เตียซินนายโจรที่สามจึงวิ่งเข้าไปพยุงเลียวลิบลุกขึ้น เมื่อทหารโจรทั้งสองวิ่งเข้าไปนั้น นางต้วนชาเหนียสำคัญว่าจะเข้ารุมทำร้าย จึงชักกระบี่วิ่งเข้าไปยืนคุมเชิงคอยทีอยู่ เลียวลิบลุกขึ้นได้จึงชวนซึงซิน เตียซินเข้าไปคำนับแล้วพูดว่า เชิญท่านทั้งสองเป็นใหญ่อยู่ในเขาอังท่อซัวเถิด ข้าพเจ้าทั้งสามและไพร่พลขอเอาท่านเป็นที่พึ่ง

อองเข่ง นางต้วนชาเหนียจึงพูดว่าเราสามีภรรยาพากันมาหาท่าน ปรารถนาจะขออาศัยอำนาจของท่านป้องกันภัยอันตรายแห้งเจ้าแผ่นดินซ้องซึ่งเราคิดจะหมายมาชิงเอาที่ทางแลทรัพย์สมบัติของท่านนั้นหามิได้ และท่านจะยกเราขึ้นเป็นใหญ่บังคับบัญชาการทั้งปวงนั้นเหมือนกับเรามาช่วงชิง คนทั้งปวงจะพากันติฉินนินทาต่างๆ ได้ เลียวลิบว่าซึ่งจะยกท่านเป็นใหญ่นั้นข้าพเจ้าทั้งสามพร้อมใจผู้ใดจะอาจมาครหาติเตียนท่านได้ ถ้าท่านได้เป็นใหญ่แล้ว ข้าพเจ้าทั้งสามคนก็ไม่คิดอ่านจะซ่องสุมรวบรวมไพร่พลทั้งปวงไว้ จะเที่ยวไปทำมาหากินอยู่ตามเดิม อองเข่งเห็นเลียวลิบอ้อนวอนและยอมสมัครโดยสุจริตจึงรับจะช่วยว่ากล่าวการงานทั้งปวง เลียวลิบสั่งให้ยกโต๊ะเครื่องบูชาออกมากระทำสัตย์สาบานให้อองเข่งเป็นผู้ใหญ่ที่หนึ่ง นางต้วนชาเหนียที่สอง เลียวลิบเป็นที่สาม ซึงซินที่สี่ เตียซินที่ห้า แล้วให้คนใช้จัดโต๊ะและสุรามาตั้งเข้านั่งเก้าอี้กินโต๊ะเป็นลำดับตามผู้ใหญ่ผู้น้อย เลียวลิบสั่งนายหมวดให้ทำบัญชีเงินทองเครื่องศัสตราวุธมายื่น อองเข่งตรวจดูได้จำนวนไพร่พลหมื่นหกพัน เลียวลิบจึงพานายทหารและไพร่พลมาคำนับสาบานตามธรรมเนียม

อยู่มาเวลาวันหนึ่งอองเข่งและนายทหารประชุมพร้อมกันจึงปรึกษาเลียวลิบว่า ทหารเอกและทหารของเราน้อยตัวนัก จำคิดจะทั้งเกลี้ยกล่อมเพิ่มเติมขึ้นอีกเผื่อข้าศึกศัตรูมีมาจะได้รับรองป้องกันเขตแดนไว้ ถึงเราจะคิดการใหญ่ก็คงสมความปรารถนา เลียวลิบตอบว่าพี่คิดจะเกลี้ยกล่อมไพร่พลเพิ่มเติมขึ้นอีกนั้นชอบแล้ว อองเข่งจึงให้ทำธงแดงเขียนอักษรลงในธงมีความว่า “ผู้ใดขัดสนไม่มีที่จะทำมาหากิน และเป็นคนโทษมีผิดหลบหนีเจ้านายมาก็ดี หรือผู้มีอำนาจกดขี่ข่มเหงให้ได้ความเดือดร้อนด้วยเหตุต่างๆ ถ้ามาถึงตำบลเขาอังท่อซัวแล้ว จงเข้ามาอยู่ด้วยเราผู้ชื่อว่า อองเข่ง เถิด จะเลี้ยงดูให้มีเบี้ยหวัดเงินเดือนตามสมควรแก่คุณวิชาของผู้นั้น” เขียนแล้วให้ชักธงขึ้นบนเสาค่ายทั้งสี่มุม จัดนายทหารที่มีสติปัญญาไปเกลี้ยกล่อมราษฎรทุกแขวงทุกตำบล ราษฎรก็พาครอบครัวเข้าเกลี้ยกล่อมเป็นอันมาก อองเข่งก็ให้รางวัลและจัดเรือกสวนไร่นาให้ทำมาหากินเป็นปกติ แต่ราษฎรไปเข้าเกลี้ยกล่อมอยู่ในอองเข่งประมาณสองหมื่นครอบครัว ทรัพย์สมบัติเสบียงอาหารก็มั่งคั่งบริบูรณ์ทุกสิ่ง อองเข่งก็ฝึกหัดทหารให้ชำนาญในกระบวนรบแล้วให้ซ่อมแปลงค่ายประตูหอรบวางขวากหนามตามทำนองศึก กิตติศัพท์ก็เลื่องลือไปในหัวเมืองทั้งปวง

ฝ่ายหลีเกียดซินแสได้แจ้งว่าอองเข่งไปตั้งก๊กเป็นใหญ่อยู่ ณ เขาอังท่อซัวก็มีความยินดี จึงรีบไปหาเก็งตวน เก็งเจียที่บ้านแจ้งความเรื่องอองเข่งให้ฟังทุกประการ เก็งตวนเก็งเจียได้แจ้งมีความยินดีจึงถามหลีเกียดว่าท่านซินแสจะไปอยู่ด้วยอองเข่งหรือ หลีเกียดบอกว่าลักษณะของอองเข่งเป็นคนมีวาสนาสืบไปภายหน้าจะได้เป็น “อ๋อง” เราคิดจะไปอยู่ด้วยจะได้ช่วยคิดอ่านการทั้งปวงให้สำเร็จ เราจึงมาชวนเจ้าทั้งสอง อองเข่งคงตั้งแต่งอุปถัมภ์ให้ได้ความสุข เต็งกวน เก็งเจียตอบว่าข้าพเจ้ากับอองเข่งได้สัญญากันไว้ถ้ามีทุกข์สุขประการใดไม่ทิ้งกัน บัดนี้อองเข่งตั้งตัวเป็นใหญ่ได้สมความปรารถนาแล้ว ข้าพเจ้าจะไปดูกิริยาอาการให้เห็นประจักษ์ ถ้าอองเข่งเป็นคนมีกตัญญูต่อมิตรก็จะชักชวนให้เราเลี้ยงดูอุปถัมภ์ตามคำสัญญา แม้นเพิกเฉยเสียก็จะกลับมาหากินตามเดิม

พูดกันแล้วหลีเกียดก็พาเก็งตวน เก็งเจียมายังเขาอังท่อซัวแจ้งความแก่ไพร่พลรักษาค่ายว่า เราชื่อหลีเกียด เก็งตวน เก็งเจียพากันมาหา ทหารก็ไปแจ้งความให้ทราบ อองเข่งจึงออกต้อนรับคำนับตามธรรมเนียมเชิญเข้าไปในค่ายจัดที่ให้นั่งตามสมควร อองเข่งจึงว่าท่านทั้งสามพากันมาหาข้าพเจ้ามีความยินดีนัก ท่านได้มีคุณแก่ข้าพเจ้าไว้นั้นหาลืมไม่ ที่มานี้มีธุระสิ่งใดหรือ หลีเกียด เก็งตวน เก็งเจีย ตอบว่าข้าพเจ้าทราบว่าท่านตั้งตัวได้ จึงพากันมาเยี่ยมด้วยความยินดี อองเข่งตอบว่าข้าพเจ้าคิดจะจัดคนไปรับท่านทั้งสามก็ยังไม่มีเวลาว่าง เผอิญดลใจให้ท่านมาหานั้นเชิญอยู่ด้วยกันเถิด ถ้าทุกข์สุขประการใดจะได้ปรึกษากัน คนทั้งสามตอบว่าข้าพเจ้าพากันมาหาท่านก็หมายจะอยู่ด้วยช่วยทำนุบำรุงกว่าการจะสำเร็จ อองเข่งได้แจ้งมีความยินดีจึงให้จัดโต๊ะสุรามาเลี้ยง ทั้งสองข้างต่างให้สัตย์สาบานกัน แล้วอองเข่งจึงตั้งเก็งตวนเป็นนายทหารที่หก เก็งเจียที่เจ็ด หลีเกียดที่แปดและเป็นที่ปรึกษาด้วย ครั้นกินโต๊ะเสพสุราเสร็จแล้ว อองเข่งจึงถามหลีเกียดว่าธรรมดาผู้ที่จะตั้งตัวเป็นใหญ่นั้นควรประพฤติการอย่างไรจึงจะให้คนทั้งปวงนับถือและมีความรักใคร่กลัวเกรง หลีเกียดว่า ซึ่งผู้จะเป็นใหญ่นั้นพึงละเว้นซึ่งความโลภโกรธกลัวและหลง ให้มีน้ำใจเที่ยงตรงอย่ากลับกลอก พูดจาแน่นอนดังจารึกไว้ในแผ่นศิลา รักใคร่ทหารให้เหมือนกับรักตัว มิได้ประพฤติชั่วที่นักปราชญ์ติเตียน ถ้าหมั่นประกอบการสุจริตแล้วทรัพย์สมบัติและยศบริวารก็จะเจริญยิ่งขึ้นเอง อองเข่งได้ฟังก็มีความยินดีคำนับแล้วพูดว่า ข้าพเจ้าจะทำตามถ้อยคำท่านทุกประการ อองเข่งจึงสั่งเซียงกงให้แต่งคำประกาศแก่นายทหารและไพร่พลทั้งปวงสามข้อ ข้อหนึ่งว่าถ้าพบปะผู้คนเดินทางไปในเขตแดนห้ามมิให้ฆ่าฟันเป็นอันขาด ข้อสองนั้นห้ามมิให้คุมพรรคพวกเข้าไปในบ้านเมืองกระทำข่มขืนข่มเหงบุตรสาวและภรรยาราษฎร ข้อสามนั้นห้ามมิให้คุมพวกเพื่อนไปทิ้งไฟปล้นสะดมตีชิงเอาทรัพย์สิ่งของของราษฎรมาเป็นประโยชน์ของตัวเป็นอันขาด ถ้าผู้ใดมิฟังขืนกระทำการเหมือนหนหลังจะตัดศีรษะเสียบประจานไว้ เขียนแล้วให้เอาคำประกาศไปปิดไว้หน้าค่าย นายทหารและไพร่พลทั้งปวงแจ้งความตามประกาศก็มิได้ประพฤติการเหมือนแต่ก่อน ราษฎรทั้งปวงไปมาค้าขายในแดนอังท่อซัวเป็นปกติ แต่อองเข่งตั้งเกลี้ยกล่อมไพร่พลและซ้อมหัดเพลงอาวุธอยู่ปีเศษ ได้นายทหารที่มีฝีมือร้อยยี่สิบคน ทหารยี่สิบหมื่น ผู้รักษาเมืองฮ่วยไซและหัวเมืองที่ขึ้นสิบเจ็ดเมืองพากันครั่นคร้ามเกรงฝีมือและอำนาจไม่อาจยกกองทัพไปปราบปรามได้

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ