๑๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๑ ยส

กรมศิลปากร

วันที่ ๑๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๑

ขอประทานกราบทูล ทรงทราบใต้ฝ่าพระบาท

ข้าพระพุทธเจ้าได้รับลายพระหัตถ์ลงวันที่ ๑๑ และวันที่ ๑๒ ตุลาคม โปรดประทานพระวิจารณ์ พระมาลัยคำหลวง มายังข้าพระพุทธเจ้า ข้าพระพุทธเจ้าได้รับไว้แล้วด้วยรู้สึกในพระเมตตากรุณาเป็นล้นเกล้า ฯ

พระวิจารณ์ที่โปรดประทานมานี้ ดีเป็นที่สุด เพราะเปิดหูเปิดตาข้าพระพุทธเจ้า ให้เห็นแนวทางออกไปมาก ข้าพระพุทธเจ้าเคยค้นหาเรื่องพระมาลัยมาครั้งหนึ่ง แต่ไม่ได้ผล นอกจากคิดเห็นเป็นมัว ๆ ว่าคงเป็นคติได้มาทางมหายาน ในครั้งนั้นไม่ได้เฉลียวนึกไปถึงเรื่อง พระจุฬามณี ซึ่งทรงแนะว่าจะเกิดจากคติไปไหว้พระศรีอารย์โพธิสัตว์ ข้าพระพุทธเจ้าเห็นพ้องในกระแสพระดำรินี้ ที่มีคติทำกรวยหมากและธูปเทียน สำหรับให้ผู้ที่ตายนำไปไหว้พระจุฬามณีเจดีย์ หรือบางทีเวลาคนจะสิ้นใจตายไป ก็บอกให้นึกถึงพระจุฬามณีเจดีย์นั้น ถ้าไม่ขึ้นไปไหว้พระศรีอารย์โพธิสัตว์ เพียงไปไหว้พระจุฬามณีเจดีย์ ดูเรื่องไม่สู้สมเหตุผล ข้าพระพุทธเจ้าค้นดูในอภิธานศัพท์พุทธศาสนาที่เป็นภาษาจีนฝ่ายมหายาน และในอภิธานสามานยนามในพุทธศาสนาฝ่ายทักษิณยาน ซึ่งฝรั่งจัดทำไว้ ก็เงียบไม่พูดถึงเรื่องพระมาลัยและพระจุฬามณีเจดีย์ ทำให้ข้าพระพุทธเจ้านึกเลื่อนลอยไปว่าจะเป็นเพราะคติมหายาน ซึ่งเคยปรากฏว่าแพร่หลายอยู่ในอินเดียฝ่ายใต้ระยะหนึ่ง จะเป็นเหตุให้จับเค้าเอาเรื่องพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ ไปเป็นพระมาลัยอรหันต์ขึ้น เพื่อให้เข้ารูปกับคติทักษิณยานที่ไม่สู้นิยมโพธิสัตว์ แต่ข้าพระพุทธเจ้าสาวเรื่องไม่ออก เพราะเรื่องของพระกษิติครรภ์ ที่เป็นส่วนตำนานมีมากมาย และยังไม่ได้แปลเป็นภาษาฝรั่งก็มีอยู่มาก ที่ทรงพระวิจารณ์เรื่องนี้และประทานข้าพระพุทธเจ้านั้น เป็นส่วนสำคัญที่ข้าพระพุทธเจ้าได้เรื่องพระมาลัยมา โอกาสที่จะสืบสาวเรื่องได้ต่อไปก็ง่ายเข้า ทั้งนี้เป็นพระเดชพระคุณแก่ข้าพระพุทธเจ้าล้นเกล้าฯ

ข้าพระพุทธเจ้าขอประทานถวายรายงาน เรื่องอักขระที่มีอยู่บนตัวตุ๊กตาที่ทรงพบในเกาะบาหลี ดังที่ทรงพระเมตตาประทานไว้ในลายพระหัตถ์ถึงข้าพระพุทธเจ้า ทรงเขียนจากเมืองบันดุง เมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน พราหมณ์ ป.ส. ศาสตรีชี้แจงให้ข้าพระพุทธเจ้าฟังว่า ตามตำราพราหมณ์ เมื่อจะทำพิธีอะไร กำหนดให้ทำการใช้มนตร์ คล้ายเสื้อเกราะ ป้องกันอุปสรรคไว้ก่อน และว่าแม้พราหมณ์ในเมืองไทยก็มีประเพณีคล้ายๆกันนี้ และการลงอักขระในที่สำคัญตามร่างกายนั้น ฝ่ายพราหมณ์อินเดีย ทำเพียงเอานิ้วไปสัมผัสอวัยวะนั้น ๆ และสวดมนต์แห่งละอย่างเท่านั้นก็ได้ ตามที่พราหมณ์ศาสตรีอธิบายมานี้ ทำให้ข้าพระพุทธเจ้านึกถึงเรื่อง ลงราชะ ว่าจะเป็นไปตามคตินี้ได้บ้างกระมัง และยังมีแปลกที่คติของพวกเข้ารีดโรมันคาธอลิก เวลาจะสวดภาวนาระลึกถึงพระเยซู ก็ใช้นิ้วแจะที่หน้าผาก แล้วเลื่อนมาแจะที่หน้าอก แล้วย้ายไปแจะที่ไหล่ซ้ายและที่ไหล่ขวาโดยลำดับ ว่าทำรูปไม้กางเขน ก็มีลักษณะคล้ายคลึงกันมาก

เมื่อเดือนกันยายน ข้าพระพุทธเจ้าเข้าไปในหอมณเฑียรธรรมในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ไปพบบุษบกไม้จันทน์ ดูท่าทางเป็นของเก่า ตั้งอยู่ในนั้น สอบถามใครก็ไม่ได้ความชัด เป็นแต่ชี้แจงว่าเป็นของเก่า เดิมอยู่ในกระทรวงวัง และสมเด็จกรมพระสวัสดิ์ทรงยืมเอาไปคราวหนึ่ง ครั้นทรงคืนมาแล้ว ก็มาเก็บไว้ในหอมณเฑียรธรรม ดั่งนี้ ขอประทานทราบเกล้า ฯ ว่า บุษบกองค์นี้จะมาจากไหน เพื่อข้าพระพุทธเจ้าจะได้จดบันทึกไว้ ทั้งนี้แล้วแต่จะทรงพระกรุณา

ควรมิควรแล้วแต่จะโปรดเกล้า ฯ

ข้าพระพุทธเจ้า พระยาอนุมานราชธน

ขอประทานกราบทูล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศเธอ เจ้าฟ้ากรมพระนริศรานุวัดติวงศ์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ