๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๗๙

กรมศิลปากร

วันที่ ๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๗๙

ขอประทานกราบทูล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศเธอ เจ้าฟ้ากรมพระนริศรานุวัดติวงษ์ ทราบใต้ฝ่าพระบาท

ด้วยพระยาพจนปรีชาก่อนหน้าที่จะถึงอนิจกรรม ได้มอบภาระให้ข้าพระพุทธเจ้าเป็นผู้จัดการพิมพ์หนังสือเรื่องปัญจราชาภิเษก เรื่องราชาภิเษกครั้งกรุงศรีอยุธยา และเรื่องราชาภิเษกในกรุงรัตนโกสินทร์ รวม ๓ เรื่อง สำหรับแจกในงานศพหม่อมเจ้าหญิงเม้า ทองแถม ในวันที่ ๑๘ เดือนนี้ เจ้าคุณพจนปรีชาเป็นห่วงเรื่องตีพิมพ์หนังสือเล่มนัก แม้แต่เมื่อป่วย ได้รับทุกขเวทนา ก็ยังพูดถึงอยู่เพราะเป็นหนังสือสำคัญที่เกี่ยวกับเป็นตำราพระราชพิธี เจ้าคุณพจนปรีชาจึงรับจะทำคำชี้แจงในเรื่องนี้ตีพิมพ์ไว้ด้วย แต่ก็เผอิญมามีเหตุอันสุดวิสัยเสียแล้ว หนังสือเล่มนี้ จึ่งจำเปนต้องขาดคำชี้แจงไป ซึ่งเปนที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง

อนึ่ง ในหนังสือเรื่องนี้ ยังมีที่ข้าพระพุทธเจ้าข้องใจอยู่ ๕ แห่ง คือ สีกุหร่าในหน้า ๑๐ พระภูษาริ้ววรวะยี่ หน้า ๑๓ พระแสงเวียดห้าว หน้า ๑๗ ฉลองพระองค์ลงราชะ หน้า ๑๗ และนุ่งสองปัก หน้า ๑๙ ในเรื่องฉลองพระองค์ลงราชะ เจ้าคุณพจนปรีชามีความสงสัย ให้สอบดูกับรัชกาลอื่น แต่ก็ไม่พบ ไปปรากฏอยู่ในเรื่อง ขุนช้างขุนแผน ฉะบับหอสมุด ตอนชุบกุมารทอง ซึ่งเป็นสำนวนครูแจ้ง ว่า เอายันต์ราชะปะพื้นล่าง ดั่งนี้ น่าเข้าใจว่า เป็นชื่อยันต์อย่างหนึ่ง แต่ก็ยังไม่สู้แน่ ข้าพระพุทธเจ้าขอประทานพระกรุณาทราบเกล้าฯ ด้วย ข้าพระพุทธเจ้าได้ถวายใบปรูฟเรื่องนี้มาทอดพระเนตรด้วยแล้ว กับขอถวายบทกุลาตีไม้เล่น โมงครุ่ม ซึ่งหลวงธรรมาภิมล (ถึก จิตรถึก) จดมาให้หอสมุด เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๗ ซึ่งมีสำนวนนับว่าแปลกและเก่ามากอยู่

ควรมิควรแล้วแต่จะโปรดเกล้าฯ

ข้าพระพุทธเจ้า พระยาอนุมานราชธน

บทกุลาตีไม้เล่นโมงครุ่ม

หลวงธรรมาภิมล จดมาให้หอ วันที่ ๓๐/๕/๖๗

ฉันนี้บวร พระรามเธอวางศรไป
วางศรไปต้อง พระสุเมรุหวาดไหว
เป็นรูปไชยชายมือหนึ่งจูงควาย หัวบ่าแบกไถ
ควายนี่จมูกหนัก เราค่อยชักค่อยไป
ตวันเที่ยงขึ้นมาไรๆ ตัวใดจะลู่ไปถึงนา
หยิบแอกมาครอบคอควาย ตวันชายลงไปชายป่า
นางเมียอยู่หลังเอาอีโต้มาทำปลา พ่ออีหมามาแต่นาอีหมาดีใจ
ทำหุงแกงแล้ว นางเดินแอ้แร่เข้าไปห้องใน
ไม้แกว่งกูตั้งไว้ตรงนี้ ไอ้ผีพาไปข้างไหน
ฉวยได้ไม้แกว่ง เดินวัดแว้งไปห้องใน
นั่งลงบัดใจ ยื่นตีนเข้าในบั้นฝ้าย
แม่ยายท้องพี ห่อสำลีมาตั้งไว้
ยื่นตีนเข้าในบั้นฝ้าย คิ้วพรายชักกรอกแทงกรอก
พ่อไม่แลเห็น แล่นออกไปคอยข้างนอก
ชักกรอกแทงกรอก แล่นออกไปคอยช่องรั้ว
พ่อม่ายยิ้มๆ นางแม่ม่ายหัวๆ
ออกไปคอยช่องรั้ว นัยว่าชั้นชี้รักกัน
พ่อม่ายยักคิ้ว แม่ม่ายขบฟัน
ชั้นชี้รักกัน สองสามวันมาให้ถึง
พ่อม่ายลกสับ แม่ม่ายพลับพลึง
สองสามวันให้มาถึง ให้อึงทั้งเรือนแม่นา
ค้นหาบพี่โถง ตรงไปตรงมา
ค้นหาบพี่ลา ไปลาพี่ชาย
หาบมาหาบไปบัดใจ ไปถึงเรือนเจ้าหลานสาว
แม่ยายแก่ๆ แล่นแอ้แร่มาถามข่าว
หันมาบอกแก่ลูกสาว เจ้าบ่าวมาอาศรัย
พอสมคเนเทครัว ไปไร่เถิดนางน้องรัก
เราเก็บผักหักถั่ว ไปไร่ไปรั้วเก็บผักหักตะไคร้
ผักหมผักไห่ พาไปเลี้ยงบอน
ได้ความสิ่งใด เหมือนดังไก่ได้หนอน
คาบเล้อยคาบรอน พาไปเล่าเพื่อนกัน
ไปโน่นมานี่ ไปนี้มานั่น
บอกเล่าเพื่อนกัน ปากคันเหมือนบอน
ดูไร่ดอกบุก บานอยู่ชรอน
ใครทำยากล่อน ให้บอนมันคัน
ไปเล่าเพ่อนกัน ปากคันหนักหนา
นานๆ ได้พบ แป้งอบชาวนา
นานๆ ได้ทา แป้งคาลาลูกอ่อน
ยังเหล่าสาครแม่นา แสนสนุกเพื่อนเฮย
เราแล่นเรือใบผ้า เรือพี่พายมาพรายน้ำผุยผง
ขับเรือให้แล่นไว พี่จะแล่นพายลง
เจ้าท้องบรรจง ช่วยส่งเรือให้ดี
ล่มลงตรงนี่ ใครจะช่วยพี่ก
สู้แต่ล่มท่าเดียว เจ้าสวยระเนาเฮย
ช่วยรุดช่วยเร็ว ยังเมล็ดงาเดียว
แน่วแน่ท้องไตปลา ดูอาไรดำๆ
เรียกว่ากาน้ำไล่ปลา หักเงี่ยงโยนมา
เรียวกว่ามือคน ใช่ชายแลเห็น
เอามาเรียนเล่นกล จับเหาะกาหล
โยนซ้ายรับขวา พระพุทธเจ้าแลเห็น
ท่านร้องถามมา ไอ่ใช้ชายเอย
เหวยไชยชายอา ความรู้นี่นา
เรียนมาแต่ไหน เอานกเขามาเป็นครู
น่าอดสูหัวใจ ทูนสนองขึ้นไป
บอกว่ารู้มาเอง ใช่ชายกลับกรอก
โยนหอกเป็นเพลง โยนเองรับเอง
หอกแทงตัวตาย คุณครูเจ้าพี่เฮ้ย
ลบครูเสียไม่หาย หอกแทงตัวตาย
ชายลบคุณครู ครั้นหมายออกชื่อ
อุปรมาตัวกู แต่หมากกับพลู
ไร้ปูนไม่แดง  
หมากพลูทั้งนั้นเล่า ไม่เป็นยศเป็นแสง
ไม่มีปูนไม่แดง ช่วยพ่อดูกำเหนิดเกิดปูน
ข้างในพลูเล่า ชักสำเภาแล่นมา
เพื่อเราทั้งสองรา ให้เรือรอดไปถึงฝั่ง
บุญยังไม่ตาย ได้แทนคุณร้อยชั่ง
ให้เรือรอดถึงฝั่ง สักครั้งคลาเดียวเอย
สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ