๑๓ กันยายน พ.ศ. ๒๔๗๙ น

ตำหนักปลายเนิน คลองเตย

วันที่ ๑๓ กันยายน ๒๔๗๙

พระยาอนุมานราชธน

เนื้อเรื่องซึ่งควรจะตีพิมพ์หนังสือ แจกงานศพหม่อมเจ้าตระนักนิธิผลนั้นฉันหาได้แล้ว เปนเรื่องที่ถูกใจมากกว่าที่ท่านค้นหาไปให้ เรื่องนั้นคือ กฎมนเทียรบาลของพะม่า ถูกใจที่เปนกฎหมาย และยังไม่มีปรากฏในเมืองเราด้วย สมความต้องการทุกอย่าง เว้นแต่ยังรวบรวมต้นฉะบับยังไม่พร้อม ถ้าพร้อมแล้วจึงจะพูดกับท่านต่อไป

เหตุด้วยหาเรื่องได้ใหม่แล้ว จึงได้ส่งเรื่องเก่าซึ่งท่านจัดหาไปให้เลือกคืนมาบัดนี้ พร้อมด้วยความขอบใจท่านเปนอันมาก พงศาวดารพระร่วงนั้น ฉันคิดเห็นว่าเปนหนังสือซึ่งคัดข้อความจากคัมภีร์จุลยุทธการวงศ์มาแต่งขึ้น ไม่ใช่คัมภีร์จุลยุทธการวงศ์คัดข้อความจากพงศาวดารพระร่วง ฉะบับที่ท่านพบนี้ไปแต่ง โดยความเห็นที่มีอย่างนี้ก็ด้วยสังเกตเห็นแต่ถ้อยคำซึ่งมีในพงศาวดารพระร่วงนั้นเอง แล้วยังรู้สึกเห็นต่อไป ว่าที่หอสมุดได้คัมภีร์จุลยุทธการวงศ์มาแค่ผูก ๒ นั้น ผูก ๑ ซึ่งไม่ได้มาก็ว่าด้วยเรื่องพระร่วงนี้เอง ปรากฏในท้ายตำนานพระร่วงมีเปนภาษาบาลีว่า ปฺโม ปริจฺเฉโท เข้าใจว่าใช้คำนั้นตาม คัมภีร์จุลยุทธการวงศ์ ต่อตำนานพระร่วงไปก็เปนเรื่องพระเจ้าอู่ทอง ซึ่งคาบเข้าไปในคัมภีร์จุลยุทธการวงศ์ผูก ๒ ทำให้รู้ได้อีกว่าผูก ๓ และผูกต่อๆ ไปนั้นว่าด้วยพระเจ้าแผ่นดินกรุงเก่า ต่อแต่พระเจ้าอู่ทองลงมาตามสำเนาความในหนังสือเทศนาจุลยทธการวงศ์ ซึ่งท่านให้ฉะบับไปนั้นเอง

หนังสือ เทศนาจุลยุทธการวงศ์ นั้น เห็นจะเปนผู้อื่นแต่งไม่ได้ นอกจากสมเด็จพระวันรัตน ผู้แต่งคัมภีร์จุลยุทธการวงศ์นั้นเอง สังเกตความในเทศนาไปสุดลงเพียงรัชชกาลที่ ๒ กล่าวเปนปัจจุบันกาล อันเปนเวลาที่แต่งคัมภีร์จุลยุทธการวงศ์ขึ้นนั้นเอง ทำให้คิดเห็นไปว่าคงจะเปนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชชกาลที่ ๒ ได้ทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า สมเด็จพระวันรัตนได้แต่งคัมภีร์จุลยุทธการวงศ์ขึ้นใคร่จะทรงทราบว่าแต่งว่ากะไร จึงโปรดให้เข้าไปเทศนาถวายตามที่แต่งไว้ เปนธรรมดาอยู่เองที่การถวายเทศนาจำต้องเก็บข้อย่อความให้กินเวลาแต่พอสมควร และประกอบด้วยพระไตรลักษณญาณในเบื้องท้ายให้สมเปนเทศนา

ฉันเห็นความดั่งนี้ ถ้าเห็นผิดไปแล้วขอโทษ

เรื่องอื่นจะขอพูดกับท่านอีกในวันหน้า

สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ