๗๐. พม่าขอเป็นไมตรี

ครั้นมาถึงเดือน ๓ พระเจ้าอังวะสั่งให้พม่าเจ้าเมืองเมาะตะมะมีหนังสือให้เนรายะยันกิสูพม่า กับพระยาปรากฏรามัญถือเข้ามาถึงพระยากาญจนบุรี ๆ ส่งต้นหนังสือเข้ามา ณ กรุง แปลได้ความว่าจะขอเป็นทางพระราชไมตรี ทรงพระราชดำริเห็นว่าที่พระเจ้าอังวะ ให้แต่งเจ้าเมืองเมาะตะมะมาเจรจาความเมืองกับเจ้าเมืองกาญจนบุรีดังนี้ ไม่ต้องอย่างธรรมเนียม จึงโปรดให้มีตราสั่งให้ พระยากาญจนบุรีตอบไปยังเจ้าเมืองเมาะตะมะว่า

“อักษรบวรสันถวมิตรสนิทเสนหาเมตยาภิธยาศัย ในท่านผู้ครองเมืองกาญจนบุรีมาถึงท่านผู้ครองเมืองเมาะตะมะด้วยให้พม่า มอญ ๙ คนถือหนังสือเป็นเรี่องราวสรรเสริญพระเกียรติคุณในพุทธจักรอาณาจักร เป็นทางเจรจาความเมืองนั้น ได้ส่งหนังสือเข้าไปยังท่านอัครมหาเสนาบดีผู้ใหญ่ ๆ ได้แจ้งทุกประการแล้ว จึงประชุมเสนาพฤฒามาตย์ปรึกษาพร้อมกันว่า ครั้นจะนำเนื้อความขึ้นกราบบังคมทูลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระคุณธรรมอันมหาประเสริฐ ด้วยเหตุว่าเป็นแต่หนังสือเจ้าเมืองเมาะตะมะ เกลือกจะเหมือนหนึ่งเมื่อจุลศักราช ๑๑๔๖[๖๕] ปี พม่ากับไทยก็ได้เจรจากัน ณ อังงิวปลายน้ำปิลอก ตำบลพระเจดีย์สามองค์ว่า จะเป็นทางพระราชไมตรีจนถึงได้ให้ของตอบแทนกัน ในเดือนนั้น ฝายพม่าก็มาจับคนทางเมืองเพ็ชรบุรีไป ๙ คน ครั้นจุลศักราช ๑๑๔๗ ปี พระเจ้าอังวะก็ยกทัพมา ฝ่ายกรุงเทพฯ ตั้งอยู่ในกรุณาการุญแก่ประชากรพวกพลทั้ง ๒ ฝ่าย เพื่อพ้นชีวิตอันตรายอกุศลกรรมจึงให้นาข่านส้อยตองสิงคะสู่ ซึ่งเป็นพม่าด้วยกันถือหนังสือออกมาว่ากล่าวก็มิฟัง อันพม่ากับไทยทำศึกแก่กันหานิยมมิได้ เหมือนน้ำกับน้ำมันแล้วมีหนังสือกลับเข้ามาว่านาข่านส้อยตองสิงคะสู่ออกไปเหมือนน้ำขุ่น ครั้งนี้เหมือนเอาแก้วทิ้งให้น้ำใสนั้น ถ้าจะใสจริงชอบจะให้นาข่านสอยตองสิงคะสู่ผู้ถือหนังสือเดิมกลับถือหนังสือเข้ามา จึงจะชอบ

ประการหนึ่งซึ่งพระเจ้าอังวะปรารถนาโพธิญาณเมตตากรุณาแก่สัตว์ชุบเลี้ยงท้าวพระยา นายทัพนายกอง ให้งานดี ความข้อนี้ดีชั่วก็ไว้แต่ในใจของท่านเถิดเราแจ้งอยู่แล้ว ข้อซึ่งว่าทั้ง ๒ พระนครปราศจากปัจจามิตร เป็นทางพระราชไมตรีมีความสุขนั้น คำอันนี้เป็นสัตย์จริงหรือ หรือเป็นกลอุบาย ถ้าจะเป็นกลอุบายแล้วอย่าคิดเลยว่าพม่าจะลวงไทยได้ ถ้าจะเป็นทางพระราชไมตรีกันนั้นจะให้สมเด็จพระเจ้าแผ่นดินทั้ง ๒ ฝ่ายร่วมเศวตฉัตรกันหรือ หรือจะให้แต่เสนาบดีผู้ใหญ่ผู้น้อยทแกล้วทหารทำสัตย์กัน หรือจะไม่ทำสัตย์แล้วเป็นแต่จะไม่ทำยุทธสงครามแก่กัน ต่างคนต่างอยู่ประการใด ให้เสนาบดีเอาเนื้อความทูลแก่พระเจ้าอังวะจะประพฤติฉันใด ก็ให้แต่งขุนนางพม่าเป็นทูตานุทูต กับขุนนางไทยผู้ใหญ่ซึ่งไม่พอใจรบศึกเสียกรุง ซึ่งพม่ากวาดเอาไปไว้นั้น ถ้าผู้ใหญ่ไม่มีแล้ว จนแต่หัวหมื่นมหาดเล็กก็เอาเถิด ให้มาสัก ๓ นาย ๔ นาย กับพระสงฆ์อันทรงศีลสังวรบริสุทธิ์ จะได้เป็นสักขีทิพย์พยานจึงจะเป็นสัตย์มั่นคงได้ ถ้ากรุงอังวะแต่งมาได้ดังนี้ จะบอกเข้าไปให้ท่านอัครมหาเสนาบดีผู้ใหญ่เอาเนื้อความกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จบรมบพิตรพระเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระคุณธรรมอันมหาประเสริฐ ถ้ามิทำได้อย่าเจรจากันต่อไปเลย ต่างคนต่างประพฤติในราชกิจโดยยถานุชฌาสัยนั้นเถิด



[๖๕] พ.ศ. ๒๓๓๗

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ